LOGINทว่ายามนี้ร่างกายร่างกายเขาร้อนรุ่ม จนแทบจะทนไม่ไหว ยาคงกำลังออกฤทธิ์ถึงเขาต้านทานร่างกายไปก็มีแต่จะทรมาณเปล่า ๆ ปลี้ ๆ
หากจะโทษใครสักคนก็คงเป็นเธอที่เริ่มเรื่องนี้เอง เมื่อเธอขอร้องมาแบบนั้น เขาก็จะสนองให้ เขาควานหาคอนดอมในกระเป๋าหลังกางเกง แล้วก็มาที่กระเป๋าสตางค์ ค้นหาทุกซอกทุกมุม... “ไม่ได้หยิบมาหรือวะ!” เขาสบถดังลั่นด้วยความฉุนเฉียว ร่างบางจึงรีบวิ่งไปหยิบบางสิ่งบางอย่างในกระเป๋าสะพายของเธอออกมา เธอแบฝ่ามือทั้งสองออกมา ปรากฏว่าสิ่งที่เขาเห็นคือคอนดอมหลากหลายไซซ์ หลายกลิ่น หญิงสาวพยักพเยิดหน้าบอกให้เขาหยิบมันออกไปสักชิ้น เขาขมวดคิ้วมุ่นชนกันอีกครั้ง คิ้วหนาที่พาดเฉียงบนหน้าผาก ทำให้ใบหน้าของเขายิ่งดุดันมากขึ้นเป็นกอง ‘แม่งเตรียมพร้อมขนาดนี้เลยหรือวะ ประสบการณ์โชกโชนขนาดนี้ ไม่อยากคิดว่าตรงนั้นสภาพจะเป็นยังไง เปลี่ยนใจตอนนี้จะทันไหมวะ?’ สรรเพชญ์มโนภาพอยู่ในหัวคิดสะระตะ แต่ทว่าร่างงามตรงหน้าก็ช่างล่อตาล่อใจ ล่อเสือล่อตะเข้ซะเหลือเกิน ท่อนขาเรียวที่โผล่พ้นกระโปรงผ่าข้างสูงปรี๊ดจนจะเห็นอะไรต่อมิอะไรที่อยู่ใต้ร่มผ้านั่นรอมร่อ เขากลืนก้อนน้ำลายเหนียว ๆลงคอดังเอื้อก อย่างยากลำบาก ‘ผู้หญิงสวย ๆนี่มันไว้ใจไม่ได้เลยจริง ๆ ยั่ว...มาก’ หญิงสาวไม่รู้ว่าเขาใส่ไซซ์อะไร เธอก็เลยเตรียมมาให้ทุกไซซ์ทุกขนาด เมื่อสรรเพชญ์กวาดสายตาดูจนทั่วแล้ว เขาก็ยื่นมือออกไปหยิบไซซ์ 56mm.แบบบางเฉียบไป ร่างบางตาเบิกโพลง... “คะ คุณหยิบผิดไซซ์หรือเปล่าคะ?” สาวสวยเปลี่ยนเป็นย่นคิ้วเข้าหากันบ้าน ละล่ำละลั่กงับปากไม่ตรงคำ อยู่ ๆก็รู้สึกว่าลิ้นเปลี้ยไปกะทันหันเสียอย่างนั้น ‘ขนาดมาตรฐานชายไทยยังไงก็คงไม่เกิน 54 mm. ล่ะนี่ก็ว่าหายากแล้วนะ แต่ แต่ เขาหยิบไซซ์ 56 mm. ไปหรือ!’ “จริง ๆที่มีเนี่ย ก็ไม่ใช่สักไซซ์อะนะ ไซซ์ 56 mm. มันคับหัวหน่อย แต่ก็พอถู ๆไถ ๆ” มิหนำซ้ำเขายังพูดจาอวดอวดโอ้สรรพคุณ ขนาดที่แสนภาคภูมิใจนั่นกับเธออีก “บะ บ้าหน่า ไม่จริงหรอก” หญิงสาวพึมพำพลางปลอบใจตัวเอง เขาเห็นหน้าเธอถอดสีก็รู้สึกประหลาดใจขึ้นมาเล็กน้อย ‘เธอไม่น่าจะต้องกังวลใจอะไรนี่ อย่างเธอก็น่าจะผ่านศึกมาหลายสมรภูมิแล้ว แค่นี้คงไม่ครณามือหรอก หรือว่าไม่เคยเจอ “ของใหญ่” เท่านี้?’ สรรเพชญ์ไม่พูดพล่าม ทำเพลงอีกต่อไป รีบรูดรั้งกางเกงยีนออกไปรวดเดียวพร้อมกับกางเกงชั้นใน เจอคนมีประสบการณ์โชกโชนก็ดี วันนี้จะได้บริหารบั้นเอวแบบจัดหนักจัดเต็ม ไม่ต้องออมแรง ทันทีที่เห็นอาวุธประจำกายดีดผึงออกมาผงาดง้ำต้านทานกับแรงโน้มถ่วงของโลก ร่างบางก็เริ่มตัวสั่นและกระถดกายถอยกรูดไปชนกับพนักเตียง ‘นี่สินะ ที่มาของคำว่าเจ้าโลก โอเอ็มจี! อยากจะร้องกรี๊ดออกมาดัง ๆ’ เธอคิดผิดหรือคิดถูกที่รับงานนี้เนี่ย... “คะ คุณคะ ใจเย็นก่อนนะคะ” เธอร้องแหวลนลานขึ้นมา พลางยกมือร้องห้ามเป็นพระปางห้ามญาติเมื่อเห็นว่าเขากำลังรุกคืบย่างสามขุมเข้ามาใกล้แล้ว “คุณทำให้มันตื่นขึ้นมาแล้ว ก็ช่วยทำให้มันสงบลงด้วย” สรรเพชญ์กดยิ้มร้ายที่มุมปาก ก่อนจะดันร่างบางลงไปนอนราบบนเตียง จู่โจมซุกไซ้ที่ซอกคอขาวหอมกรุ่นทันที “อื้อ” ร่างหนาบดเบียดเข้ามาทาบทับเธอไว้ใต้ร่าง ริมฝีปากหยักกดจุมพิตทั่วเรือนร่างบาง กลิ่นของเธอหอมละมุน กลิ่นน้ำหอมที่ไม่แรงจนเกินไป ได้กลิ่นกายสาวอบอวลอยู่ในนั้นด้วย มันมีกลิ่นหอมละมุนเย็น ๆ ซึ่งเขาก็อธิบายไม่ถูกเช่นกัน “คุณคะ” เธอกระซิบบอกเขาเสียงแผ่ว “หืม?” เขาเอ่ยตอบด้วยเสียงแหบพร่า เสียงลมหายใจอุ่น ๆ ของเขาเริ่มถี่กระชั้นขึ้น “ฉันเจ็บค่ะ” ร่างบางหน้าเหยเก เมื่อเขาใช้ริมฝีปากดูดดึงเนื้ออ่อนนวลเนียน มิหนำซ้ำยังทิ้งรอยรักสีดอกกุหลาบไว้เต็มลำคอและเนินทรวง เขาขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อยที่ถูกเธอขัดใจก่อนจะผละริมฝีปากหยักออกมา “ผมถอดออกนะ” เขาเอื้อมมือไปรูดรั้งสายเดี่ยวออกจากแขนเรียวทั้งสองข้าง เสื้อร่นลงมากองกันอยู่ที่เอว เธอยกแขนขึ้นมากอดอกปิดเต้าเอาไว้ด้วยความเขินอาย เพราะคนตรงหน้าจ้องอย่างไม่วางตาจนตาจะถลนออกมานอกเบ้าแล้วโว้ย! ตอนนี้เธอรู้สึกร้อนผะผ่าวไปทั้งใบหน้าลามไปถึงใบหู “เอามือออก!” เขาออกคำสั่ง พร้อมกับที่เธอขึงสายตามองเขาเช่นกัน เธอลอบถอนหายใจแผ่วเบา แล้วค่อย ๆ เอามือออกอย่างเลี่ยงไม่ได้ รีบ ๆ ทำภารกิจให้เสร็จจะได้รีบ ๆ ไป นั่นคือสิ่งที่เธอคิด เต้าทรวงอวบเต่งตึงได้รูปสวยไม่หย่อนคล้อยแม้แต่น้อย มีเพียงแผ่นซิลิโคนสีนู้ดที่ปิดจุกนมอยู่เท่านั้น เขาอดใจไม่ไหวที่จะยื่นมือไปสัมผัสมัน อุ้งมือแกร่งบีบขยำเบา ๆ ‘ซ่อนรูปชะมัด!’ หน้าอกที่ใหญ่เกินตัวของเธอไปสักนิด แต่มันก็ถูกใจ และเหมาะกับอุ้งมือใหญ่ของเขาเป็นที่สุด ร่างบางค่อย ๆ แกะแผ่นซิลิโคนออกอย่างเชื่องช้า เมื่อเห็นว่าเขากำลังสั่งการเธอด้วยสายตา “สวย” เสียงครางอื้ออึงเมื่อความละลานตาปรากฏต่อหน้า เขารีบหยิบคอนดอมมาสวมความอลังการที่ตั้งตระหง่านพร้อมรบ ใบหน้าหล่อเหลาลงไปเกลือกลั้วที่หน้าอกอวบ ยอดปลายเกสรสีชมพูชวนให้เขาอยากลิ้มลอง ไม่นานเสียงหยาบโลนดังจ๊วบจ๊าบกระทบโสตประสาทของเธอ ยอดถันถูกครอบครองโดยอุ้งปากเขา หญิงสาวหลับตาพริ้มยอมรับชะตากรรม ฝ่ามือทั้งสองกำผ้าปูที่นอนไว้แน่นจนยับย่น เธอเม้มปากกลั้นเสียงครางที่ดังเล็ดลอดออกมาจากไรฟัน ร่างทั้งร่างเกร็งแข็งทื่อเป็นท่อนไม้ และกระตุกเป็นบางจังหวะที่เขาใช้ไรฟันขบลงมาบนยอดเกสร เป็นการหยอกเย้า “ผ่อนคลายหน่อยเด็กดี คุณเกร็งเกินไปแล้ว” เขาผละจากอกอิ่ม เงยหน้าขึ้นไปบอกเธอ ยามนี้ใบหน้าสวยที่แดงซ่านช่างดูยวนตา และยั่วยวนในคราเดียวกัน ส่วนอลังการกลางกายก็เหยียดขยายจนเจ็บปวดทรมาณจนแทบทนไม่ไหว เขารูดรั้งชุดเดรสซาตินของเธอออกมาทางปลายเท้าเด็กน้อยสิบเดือนเริ่มเกาะคอกพยุงตัวเองลุกขึ้นมาและจับคอกกั้นเดินไปเดินมาได้แล้ว เขามีพ่อกับแม่คอยเป็นกำลังใจให้ไม่ห่าง ถึงจะล้มก็ลุกขึ้น และหันกลับมายิ้มให้พ่อกับแม่“เก่งมากเลยลูกพ่อ” สรรเพชญ์ตบมือให้แล้วยกนิ้วโป้งให้ พร้อมกับส่งเสียงเชียร์ลูกชาย ตั้งแต่วันที่คุยกับเธออย่างเปิดอก เขาก็ยืนกรานว่าจะไม่หย่าเด็ดขาด เขาขอโทษที่ทำอะไรขาดสติ ทำอะไรไม่คิด อยากให้เธอให้อภัย และอยากเริ่มต้นใหม่กับเธอ ตอนนี้เขารู้ใจตัวเองแล้ว สรรเพชญ์ดึงมือข้างซ้ายเธอขึ้นมาพิจารณา“นิ้วดูโล่ง ๆ ไปนะ”“พลอยไม่ชอบใส่เครื่องประดับค่ะ มันเกะกะ เวลาทำงานบ้าน เลี้ยงลูกก็ไม่สะดวก” เธออ้อมแอ้มตอบเสียงอ่อย“แต่ว่าอันนี้ต้องใส่นะ” เธอเอียงคอมองเขาด้วยความสงสัย สรรเพชญ์หยิบกล่องกำมะหยี่สีดำออกมาจากกระเป๋ากางเกง พอเปิดออกกล่องออกก็พบว่าเป็นแหวนเพชรน้ำงาม “แต่งงานกันนะ” เธอยิ้มตื้นตันน้ำตาเริ่มเอ่อขังขอบตา แล้วตอบรับด้วยการพยักหน้าลงหงึกหงักมันจุกอกจนพูดไม่ออก เขาบรรจงสวมแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายให้เธอ ทั้งคู่โผเข้ากอดกัน เด็กน้อยเห็นพ่อกับแม่กอดกันกลมก็ยิ้มร่า รีบคลานต้วมเตี้ยมมาหาเร็วรี่ ทั้งสองหอมแก้มอ้วนกลมลูกน
พลอยชมพูยื่นจุกซิลิโคนที่มีรูเจาะไว้รอบซึ่งเป็นซิลิโคนสำหรับไว้ใส่ผลไม้สุก เวลาลูกดูดหรือกัดเนื้อผลไม้ก็จะออกมาตามรูที่เจาะไว้เธอใส่เนื้อมะม่วงสุกไว้ข้างใน เด็กน้อยรับจุกซิลิโคนจากแม่มาดูดกัดกินด้วยความเอร็ดอร่อย หลังจากกินอาหารเช้า ก็ตามด้วยผลไม้พลอยชมพูพยายามตีตัวออกหากจากสรรเพชญ์นับตั้งแต่เธอรู้ความจริงจากปากเขา ต่อไปนี้เธอจะขอทำหน้าที่แม่เพียงอย่างเดียว ส่วนเด็กน้อยรับรู้ถึงความผิดปกติของพ่อกับแม่มาโดยตลอด นับจากวันที่เห็นแม่ร้องไห้เด็กน้อยนั่งเล่นที่คอกเด็กบริเวณโซนรับแขกเช่นเดิม เมื่อพ่อเดินผ่านมาเขาก็เริ่มเรียกร้องความสนใจ ร้องอ้อแอ้ขึ้นมา เพื่อให้พ่อมาเอาใจ“แอ้ แอ้ แอ้”สรรเพชญ์เดินเข้ามาในคอกเด็ก เขาลอบมองหน้าพลอยชมพูไปแวบหนึ่ง เธอเบือนหน้าหนีเขา เขาเห็นสีหน้าของเธอวางเฉย หลายวันมานี่ เขาคุยกับเธอนับครั้งได้ เมื่อพลอยชมพูกำลังจะลุกออกไป เธอไม่อยากทนเห็นหน้าเขา“แง้~” เด็กน้อยก็เบะปากร้องขึ้น มือป้อมดึงแขนแม่เอาไว้“เป็นอะไรคะลูก ไม่ร้องนะคะ” ฝ่ามือบางลูบศีรษะเด็กน้อยปลอบโยน จากนั้นเด็กน้อยดึงมือหนาของพ่อมา และให้มือของพ่อจับกับมือแม่ของเขาไว้“แอ้” เด็กน้อยเงย
“ใช่ ถึงพลอยจะไม่บอกกูถึงเหตุผลที่ทำไป แต่ก็พอเดาได้ว่าคงเป็นแบบนั้น เธอก็คงจะเป็นผู้หญิงหน้าเงินคนหนึ่ง หึ” เขากดยิ้มมุมปาก แค่นเสียงในลำคอ ‘ผู้หญิงหน้าเงิน’ พอคิดถึงหน้าเธอ เรื่องราวที่เจอกันครั้งแรกก็ปรากฏขึ้น เธอจงใจจะเข้าหาเขาก็เพราะเงินของแม่นั่นแหละ ไม่ผิดนักหรอก“เออ มีเรื่องที่กูสงสัย มึงบอกว่าเธอแต่งหน้าจนเป็นคนละคน จนมึงจำไม่ได้ มันเรื่องจริงหรือวะ”อู่ทองเอ่ยถาม เขาพยักหน้ารับ“แม่ง! ใครจะไปจำได้วะ ถ้าเป็นมึง มึงก็จำไม่ได้แน่” สรรเพชญ์ออกอาการฮึดฮัดกระฟัดกระเฟียดที่เขาเป็นควายให้เธอหลอกสนตะพายง่าย ๆ คิดแล้วมันน่าเจ็บใจ“แล้วมึงจะเอาไงต่อ” อู่ทองถามอีก“ตอนนี้ กูไม่รู้ว่ะ”“แล้วมึงรักน้องเขาไหมล่ะ”“...”สรรเพชญ์เมามายโซซัดโซเซเข้าบ้าน พลอยชมพูเข้ามาประคองเขาไว้ แต่กลับถูกเขาสลัดแขนเธอออกไป อย่างไม่ไยดี“ไม่ต้องมายุ่ง พลอย ทำไมเธอต้องโกหกฉันด้วย” เขาพูดเสียงยานคาง บ่นพึมพำไม่ได้สติ เธอพาเขามานั่งที่โซฟาในใจเขายังคงไม่ลืมเรื่องนี้หรือ เธอหลงคิดว่าเธอกับเขาจะเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วเสียอีก แล้วจะให้เธอทำเช่นไร...“พี่เมามากแล้วนะคะ”“เธอมันจะไปรู้อะไร ฮะ ฮ่า ไม่รู
เอกทัศน์มีโอกาสมาเยี่ยมเพื่อนสาวและหลานชายที่บ้าน เมื่อทุกอย่างเริ่มคลี่คลายแล้ว พลอยชมพูอุ้มลูกมาวางบนตักเขา“น้องนิกข์ ของน้าเอกกี้ น่ารักที่สุดเลย” เขาหอมมือเด็กน้อยไปหลายที เด็กน้อยเหมือนว่าจะจำเขาได้เพราะแม่เคยให้วิดิโอคอลคุยกันกับเขาเด็กน้อยอ้าปากกว้างหัวเราะเอิ๊กอ๊ากเสียงดัง อารมณ์ดี“ลุงเอกกี้เหอะ” พลอยชมพูเย้าแหย่ เอกกี้จิปาก ยู่หน้าใส่เธอทันที พอสรรเพชญ์ลงมาจากชั้นสองเห็นว่าพลอยชมพู กำลังคุยหัวเราะสนุกสนาน อยู่กับผู้ชายคนหนึ่ง ก็รีบปรี่เข้ามาทันทีด้วยสีหน้าบูดบึ้งผู้ชายหน้าตาดีคนนี้ เขาเป็นคนเดียวกันกับคนที่มาส่งเธอเมื่อหลายเดือนที่แล้วทว่าพอได้รู้จักเอกทัศน์ก็ถึงบางอ้อ ที่แท้เอกทัศน์เป็นเพื่อน LGBTQ+ของพลอยชมพูนี่เอง เขานี่มันโง่ซ้ำโง่ซากจริง ๆ จากนั้นเขาก็เลยปล่อยให้ทั้งอยู่คุยกันตามสบายส่วนเขาปลีกตัวไปทำงานบนชั้นสองของบ้านเช้าวันต่อมา...พลอยชมพูกำลังสาละวนกับการทำอาหารเช้าอยู่ สรรเพชญ์ก็เข้ามาป้วนเปี้ยนยุ่มย่ามกับเธออีกแล้ว ทั้งที่เมื่อคืนเธอถูกเขากินแทบไม่พัก ทุกแรงกระแทกถาโถมเข้าใส่เธอ มันรุนแรงหนักหน่วงกว่าทุกครั้งมากอุ้งมือหนาลูบไล้ที่ต้นแขนเธอแผ่วเบา ริมฝ
“แง้ แง้ แง้” เด็กน้อยรับรู้ได้ว่าพ่อกับแม่กำลังทะเลาะกัน เขาปีนคอกยืนดูอยู่ เขาตกใจไม่เคยเห็นพ่อกับแม่เป็นแบบนี้ก็ร้องไห้จ้าลั่นบ้าน สรรเพชญ์รีบเดินเข้าไปอุ้มลูกชายขึ้นมา เขากดปลายจมูกลงศีรษะทุยปลอบขวัญ แล้วอุ้มลูกขึ้นไปที่บนชั้นสองของบ้านหนีหน้าจากพลอยชมพูทันทีสรรเพชญ์หยิบสต็อกน้ำนมที่แช่ตู้เย็นไว้มาอุ่นให้ลูก เด็กน้อยยื่นมือมารับขวดนมอย่างไว น้ำตายังไหลเปรอะแก้ม เขาเอื้อมมือไปเช็ดให้ลูกชายอย่างเบามือ“แล้วถ้าเกิดว่าไล่เธอออกไป ลูกจะเอานมแม่ที่ไหนกินวะ อย่างน้อยลูกก็ต้องได้กินจนถึงสักหนึ่งขวบก็ยังดี” เขาบ่นพึมพำกับตัวเอง เจ้าอ้วนก็กินเก่งซะเหลือเกินเด็กน้อยนั่งดูดนมเสียงดังจุ๊บจั๊บเอียงคอมองหน้าพ่อตาแป๋ว“หนูอยากให้หม่ามี้อยู่กับเราไหมครับ” เขาพยักหน้าลงหงึกหงัก เอ่ยตอบเสียงใสแจ๋ว“แอ้”“เข้าใจที่ป๊าพูดด้วยเหรอเราอะ” เขายีผมลูกน้อยด้วยความมันเขี้ยว คนที่เขาชอบกับแม่ของลูกเป็นคนเดียวกัน ทำไมเขามันโง่อย่างนี้ ทำไมถึงดูไม่ออกหรือไม่เอะใจอะไรเลยเหรอ“ไอ้เบื้อกเอ๊ย” เขาพรูลมหายใจออกมาด่าทอตัวเองอย่างหนักหน่วง เมื่อเด็กน้อยกินนมเสร็จ ก็ยื่นขวดนมให้พ่อเอาไปเก็บ แล้วก็คลานไปนอนกล
ถึงเวลาออกจากโรงพยาบาลแล้ว เด็กน้อยก็กลับมาสดใสร่าเริงเช่นเดิม“คนนี้ใครเอ่ย” พลอยชมพูให้เด็กน้อยดูกระจกเขายิ้มร่าเมื่อเห็นตัวเองในกระจก “จุ๊บ ๆ” เด็กน้อยก้มลงจุ๊บตัวเองในกระจกเงาตอนนี้เขารู้แล้วว่าเขาชื่ออะไร พ่อกับแม่ชื่ออะไร“คนนี้ชื่อหม่ามี้พลอย”เธอชี้มาที่ตัวเอง “ส่วนคนนี้ชื่อน้องนิกข์” “แหะ แหะ แหะ จา จา จา” เด็กน้อยหัวเราะแหะ ๆ แล้วพูดเป็นภาษาทารกของเขา“ส่วนคนนู้น” เธอชี้ไปที่เขา “ชื่อปะป๊าเพชร จำได้ใช่ไหมครับ”“แอ้ แอ้”“หึ!” สรรเพชญ์แค่นเสียงหึในลำคอ และส่งสายตาดุมาทางเธอ ‘เป็นอะไรของเขา โมโหอะไรเนี่ย’ เขาเก็บแล็ปท็อปแล้วเดินขึ้นไปที่ชั้นสองของบ้าน พลอยชมพูคิดว่าเขาเปลี่ยนไป ตั้งแต่กลับมาจากโรงพยาบาลเขาก็ดูเหมือนคนขี้โมโหอยู่ตลอดเวลาเหมือนเหม็นขี้หน้าเธออย่างนั้นแหละ และก็เขาไม่ได้แตะต้องตัวเธออีกเลย สรรเพชญ์ยอมรับว่าเขามีความรู้สึกว่าไม่อยากเข้าใกล้เธออีก หากบางเรื่องที่เขาสงสัยนั้นยังไม่กระจ่างหนึ่งสัปดาห์ผ่านไป...‘คุณสรรเพชญ์จะมารับด้วยตัวเอง หรือให้ทางเราส่งเป็นจดหมายไปให้คะ’ ต้นสายเอ่ยถาม“ผมจะไปรับเองครับ ขอบคุณมากนะครับ” เช้าวันหนึ่งพลอยชมพูได้ยินเ







