แชร์

20 อดีต

ผู้เขียน: Nook Nick
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-15 21:18:02

จิ๊บๆ เสียงนกร้องเป็นสัญญาณของเช้าวันใหม่กึกก้องเข้ามาในโสตประสาทขณะที่ผมกำลังเคลิ้มหลับในห้วงแห่งความฝัน

เฮือกก ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมกับความทรงจำอันน่าอดสู นี่กูทำอะไรลงไปวะเนี่ย ก่อนจะส่ายหัวอย่างไม่น่าเชื่อ"ไม่จริงๆๆ มันไม่ใช่ความจริงใช่ไหม บอกทีว่ามันไม่จริ้งง ฮือๆๆ"

ผมกระชากหมอนตบ ป้าบๆๆ ลงบนเตียงอย่างบ้าคลั่ง ไอ่บ้าๆๆๆตายซะ ตายซะะะ กูเนี่ยตายซะฮืออแล้วจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนล่ะทีนี้

ผมเดินเข้ามาในห้องน้ำก่อนส่องกระจกดูสารรูปตัวเอง คอมีรอยจ้ำแดงจิ๊ดนึง ส่วนหัวนมมีรอยฟันกัด ถ้าหลบหน้าหมอนั่นก็ต้องรู้อีกแล้วตามมาอีกตามเคย สรุปไม่มีประโยชน์อยู่ดี แล้วทำไมตอนทำไม่คิดเยอะๆให้ตายเถอะ เรื่องจูบในห้องน้ำก็ยังไม่ได้ถามนี่ยังจะมาซาบาเฮ้กันอีกกูจะบ้า

"หวัดดีไทม์พอดีเมื่อคืนเราเมามากก็เลยเผลอตัวไปหน่อย" ไอ่บ้าเมาเหี้ยไร แดกแต่นม

"ไม่ได้ๆเอาใหม่...หวัดดี เรื่องเมื่อคืนขอโทษนะ" แล้วจะขอโทษเรื่องอะไร กูไม่ผิด 

"โอ้ยๆๆ ไม่รู้ๆๆๆ ถ้าเจอหน้าก็แค่หวัดดีแค่นั้นพอ จบ! อย่าคิดมากทำตัวให้เป็นธรรมชาติ"

ร่างเล็กกำลังทะเลาะกับตัวเองในกระจกมองดูลำคอและร่างกายก่อนจะเหลือบไปมองปากที่บวมเจ่อของตัวเองและใช้มือแตะเบาๆพลันหวนคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืนจนเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว 

ป้าป!! ฝ่ามือตบแรงเข้าไปที่แก้มขาวจนเกิดรอยแดง "สงสัยจะบ้าไปแล้วจริงๆ หุบยิ้มไม่ได้เลยไอ่บ้าเอ้ย"

ผมสะบัดหัวก่อนจะบอกกับตัวเองว่าเจอกันก็แค่ทำตัวปกติแล้วทักกันเหมือนเดิมก็พอคิดได้ดังนั้นก็อาบน้ำแต่งตัวเตรียมไปโรงเรียน

.

.

.

.

พอมาถึงก็เจอนทียืนโบกมือทำสีหน้าท่าทางกระวนกวายอยู่หน้าประตูรั้วโรงเรียน

"กันต์ เป็นไงบ้างเมื่อวานโอเคใช่ไหม" ผมจ้องเข้าไปในแววตาที่มองมาอย่างเป็นห่วงเป็นใย แล้วอย่างนี้จะให้ฉันใจร้ายกับนายได้ยังไง นที

"โอเคแล้ว" ผมเกือบลืมไปเลยว่าเมื่อวานเกิดเรื่องอะไรขึ้นเพราะมัวแต่คิดถึงเรื่องของไทม์มาตลอดทั้งคืน

ช่วงนี้มันแปลกที่จู่ๆนทีก็เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในความทรงจำที่ดีของผมจนผมเกือบลืมไปเลยว่าในตอนนั้นเองนทีเคยทำตัวยังไง

ต้นเหตุที่ทำให้ผมสูญเสียความเป็นตัวตนมาตลอด4ปีผมรู้ดีว่าไม่ใช่เพราะเขาทั้งหมดแต่ถึงอย่างนั้นการเมินเฉยต่อคนที่โดนกระทำและการที่ถูกคนที่ไว้ใจทอดทิ้งก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมกลายเป็นคนที่ไม่มั่นใจในตัวเอง ผมไม่ได้เกลียดเขาเลยสักนิดแต่ก็พูดได้ไม่เต็มปากว่าไม่โกรธ...เพราะผมโกรธ โกรธที่เขาเย็นชาใส่และไม่ยอมรับฟังคำพูดของผมเลยหลังจากวาเลนไทน์ปีนั้น

ตอนแรกผมคิดแค่ว่าเขาไม่รู้ว่าผมคือกันต์อ้วนคนนั้นก็คงจะดีกว่าเพราะยังไงเราก็คงอยู่กันคนละขั้วแต่การที่เขามาทำดีด้วยแบบนี้ทั้งๆที่เขาไม่รู้ว่าผมเป็นใครมันทำให้ผมเหมือนกำลังหลอกลวงและเป็นตัวผมเองที่รู้สึกไม่ดีแทน

เพราะงั้นวันนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นการตัดสินใจบอกไปว่าผมนี่แหละคือกันต์คนนั้นผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าเขาจะทำหน้ายังไง

"นที เรามีเรื่องจะคุยด้วย" 

"อะไรเหรอ" เขาเลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย

"ตามมาก่อนสิ"

ผมจูงมือนทีมาในที่ๆคุยสะดวกและมีแค่เราสองซึ่งเป็นที่ไหนไปไม่ได้นอกจากตึกล้างหลังโรงเรียน

"คือเรามีไรจะบอก" ผมพูดขณะจ้องมองนทีด้วยสีหน้าและน้ำเสียงที่จริงจัง

"เรื่องอะไรหรอ ทำไมดูเครียดจัง" นทียังคงจ้องมองผมด้วยรอยยิ้มพร้อมสีหน้าไม่ทุกข์ร้อนทั้งยังขยับตัวเข้ามาใกล้ๆและเอียงหูเตรียมรับฟังผมเห็นเขาตั้งใจขนาดนี้ก็อดที่จะตื่นเต้นไม่ได้หัวใจผมเริ่มหวาดหวั่นด้วยความวิตก

"เราคือกันต์...." พูดทั้งยังหลับตาปี๋

"รู้แล้วว่าชื่อกันต์"เขาพยักเหมือนเข้าใจและยังคงทำสีหน้าเรียบนิ่งเหมือนเดิม อารมณ์ประมาณฉันรู้แล้วว่านายชื่อกันต์แล้วไงต่อ? 

เขายังคงไม่ได้เข้าใจความหมายที่ผมจะสื่อ ผมเลยขยายความอีกหน่อย

"มองหน้าเราดีๆ เราคือกันต์คนที่นายไม่อยากยุ่งด้วยหมูตอนขี้เหร่คนนั้น เพื่อนเก่านายไง"

ย้อนกลับไปเมื่อ4ปีก่อน

ผมกับนที เราเป็นเพื่อนร่วมห้องกันเขาเป็นคนที่เข้ากับทุกคนได้ดีเพราะเขาค่อนข้างใจดีช่วยเหลือคนอื่นทั้งยังเป็นหนุ่มฮอตในโรงเรียนอีกต่างหากไม่แปลกถ้าจะมีใครสักคนแอบชอบ นั่นก็รวมผมอยู่ด้วย

แรกๆก็ไม่ได้คิดอะไรจนกระทั่งวันนั้น.....

ฟิ้ว แปะ!!

"ฮ่าๆ หมูตอนอยากกินไข่ก็ไม่บอก" ไข่1ใบถูกปาใส่ผมจากเด็กเกเรของโรงเรียนในขณะที่ผมกำลังเดินอยู่หน้าอาคารเรียนเพื่อไปยังโรงอาหาร ไม่เข้าใจเหตุผลที่พวกนั้นทำกับผม แต่มันค่อนข้างรู้สึกแย่ๆพอๆกับการที่ม้าถามว่าเสื้อไปโดนไรมาแล้วต้องโกหก

ผมไม่โต้ตอบ ยอมรับว่าตอนนั้นสู้คนไม่เป็นเลยได้แต่เดินหนีอย่างเดียว ยิ่งเดินหนี ยิ่งไม่สู้ พวกนั้นก็มีแต่จะได้ใจ

จากนั้นตามมาด้วยการปาไข่ใบต่อไปเรื่อยๆ....

ส่วนผมก็แค่อดทนต่อไปเรื่อยๆ....

จนตอนนี้มีแต่คาบไข่ไก่เหม็นคาวเต็มตัวผมไปหมดในตอนนั้นผมคิดแค่ว่าขอร้องเถอะ รีบๆจบสักที

"หยี๋ เหม็นขอทานไม่อาบน้ำหวะ เอาน้ำมาให้มันหน่อยดิ้" ถังดำใบหนึ่งถูกสาดมาจากชั้น2ของตัวอาคาร

สายน้ำรินหลั่งจากชั้นบนลงมาสัมผัสอากาศก่อนจะถึงตัวผม ทันใดนั้นเองที่เงยหน้าขึ้นไปมองประจวบเหมาะกับน้ำที่ถึงตัวพอดีเลยสาดเข้ามาโดนใบหน้าเต็มๆจนรู้สึกแสบตาไปหมด

ซ่าาา น้ำไหลเปียกปอนไปหมดทั้งตัว ได้แต่คิดว่าแล้วทีนี้จะทำยังไงต่อถ้าเข้าเรียนทั้งอย่างนี้คนอื่นๆคงรังเกียจเพราะตัวเหม็นแถมยังเปียก อาคารก็คงเต็มไปด้วยรอยน้ำคุณครูก็ต้องดุ

ในขณะนั้นความคิดที่ว่าจะโดดเรียนแล่นเข้ามาทันที ทว่าความคิดนั้นมลายหายไปเมื่อมีใครสักคนมาโผล่มา เขาคนนั้นมายืนอยู่ข้างๆในเวลาที่ผมต้องการใครสักคน....แค่ใครสักคนจริงๆ...

ตึก ตึก ตึก เสียงฝีเท้าหนักแน่นทุกย่างก้าวเดินมาจากข้างหลังก่อนจะผ่านตัวผมไป

ผมจ้องมองแผ่นหลังนั้นก่อนที่เขาจะยื่นมือไปหยิบไข่ในมือของเด็กเกเรพวกนั้น

"เห้ยๆ จะทำอะไรวะ" ทำให้เด็กเกเรพวกนั้นตกใจ

ฟิ้ว แปะ!! แล้วเขาก็ขว้างไข่ในมือใส่คนตรงหน้าโดนเข้าที่หน้าผากเต็มๆจนพวกนั้นทำหน้าเหวอจากนั้นก็ไม่พอใจกำมือแน่นก่อนจะสวนหมัดกลับแต่ก็หยุดชะงัก เพราะคนตรงหน้าไม่กลัวแถมยังพูดจากวนโอ้ยกลับอีก เห็นแบบนั้นผมก็แอบสะใจ 'สมน้ำหน้าไอ่พวกเวร'

"เสียดาย น่าจะเหลือเยอะกว่านี้อีกหน่อย" เขาพูดด้วยน้ำเสียงท้าทาย

พอเป็นแบบนั้นพวกนั้นก็ยิ่งเดือดดาลเข้าไปใหญ่หมัดหนักๆที่ชะงักเมื่อครู่ถูกต่อยหน้าเขาเต็มๆแต่เขาก็สวนกลับไปเหมือนกันและก็เป็นผมอีกแล้วที่ยืนมองนิ่งๆทำอะไรไม่เป็น เป็นคนที่ไร้ประโยชน์ที่สุดทั้งๆที่เขาคนนั้นอุส่ามาช่วยแท้ๆ

ด้วยความที่เขาตัวคนเดียวส่วนพวกที่เหลือมีกันตั้งเยอะถ้าจำความไม่ผิดคง5-6คนได้ เลยเป็นเขาที่โดนอัดซะส่วนใหญ่ เห็นแบบนั้นผมเลยรีบวิ่ง....

วิ่งไปอุ้มเขาหนีสิรอไรอะ

สองมืออวบคว้าเอวเขาไว้ขณะที่ตัวเขานั้นกำลังง้างมือจะต่อยอีกฝ่าย ก่อนจะอุ้มพาดบ่าแล้วสับขาจากตรงนั้นด้วยความรวดเร็ว

"เป็นไรมากไหม" เขาถาม ขณะที่ผมกำลังล้างเนื้อล้างตัว หน้าอ้างล้างหน้า

"นายนั่นแหละเป็นไรมากไหม" ผมเลยถามกลับแทนที่จะห่วงตัวเองแต่กลับเป็นห่วงคนอื่นก่อนเนี่ยนะ แปลกคนจริง

"เจ็บดิถามได้" เขาพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดทั้งยังขมวดคิ้วมองตรงไปที่ตัวเองโดนต่อยแล้วกำหมัดแน่นเหมือนเจ็บใจ เห็นแบบนั้นผมก็อดยิ้มไม่ได้

"ฮิๆ ขอบคุณนะ"

"นายต้องหัดสู้คนบ้างนะฉันเชื่อว่าถ้านายต่อยพวกนั้นคงแพ้แน่" เป็นคำพูดที่ทำให้ผมหึกเหิมเป็นอย่างดีเลย

"อื้มจะลองคิดดู"

"ว่าแต่นายชื่อไรเหรอ"

"เราชื่อกันต์ นายล่ะ"

"นที"

จากนั้นผมก็เลยคิดว่าเขาเป็นเพื่อนของผม เพื่อนคนแรกและเพียงคนเดียวที่ผมมีในโรงเรียนช่วงนั้นแต่เหมือนว่าเขาจะไม่ใช่ เพราะมีคนมากมายคอยเข้าหาล้อมหน้าล้อมหลังเขาอยู่ตลอดเวลา เลยเป็นเรื่องยากที่ผมจะชวนเขาคุยอีกครั้ง

เวลาผ่านไปเป็นผมที่คอยเฝ้ามองอยู่ห่างๆทั้งๆที่อยู่ห้องเดียวกันแท้ๆแต่ผมกลับไม่กล้าที่จะเข้าไปทักเลยด้วยซ้ำเลยได้แต่คอยสังเกตุการกระทำของเขาว่าเขาทำอะไร กินอะไร ไปที่ไหนและยิ่งทำแบบนั้นก็ยิ่งเห็นการกระทำต่างๆยิ่งรู้สึกว่าเขาเป็นคนดีมากจริงๆทั้งคอยช่วยเหลือเพื่อนๆในห้องแถมยิ้มเก่งใครถามอะไรก็ตอบ เลยเกิดความรู้สึกปลื้มลึกๆในใจขึ้น นานวันเข้าๆ ความรู้สึกนั้นมันก่อตัวขึ้นจนอึดอัดและอยากจะพูดมันออกไปว่าเขาโครตเท่ โครตสมาร์ทและผมชอบเขามาก

วาเลนไทน์ปีนั้นก่อนปิดเทอมใหญ่ผมเลยตัดสินจะบอกความในใจกับเขา

"ป้าครับช็อกแลตกล่องเท่าไหร่ครับ"ในวันหยุดผมขอม้าไปซื้อของที่ห้างใกล้บ้าน เลยได้มีโอกาศออกมาหาของขวัญให้นทีด้วย

"259.-บาทจ่ะ" 

"เอา1กล่องครับ" มันเป็นช็อกแลตกล่องสี่เหลี่ยมใสผืนผ้าไม่ใหญ่มากขนาดประมาณกระดาษA4ในนั้นมีช็อกแลตหลากหลายรสผมมองดูแล้วรู้สึกว่ามันน่ากินมากเลยเลือกซื้อมา หวังว่านทีเองก็คงจะชอบนะ

แบงค์ม่วงในมือถูกยื่นออกไปก่อนจะรับตังทอนกลับมา ฉันต้องอดขนมเพราะแกเลยนะเจ้าช็อกแลตผมคิดในใจเพราะเงินนี้เป็นค่าขนมหนึ่งอาทิตย์ของผมที่ม้าให้มา ถึงอย่างนั้นถ้าเทียบกับตอนนั้นที่เขามาช่วยไว้แล้วละก็แค่นี้สบายมาก

วันต่อมาผมถือช็อกแลตในมือพร้อมทั้งลุกลี้ลุกลนอยู่นานหัวใจเต้นตุบตับๆด้วยความตื่นเต้นอยู่หน้าห้องไม่ยอมเข้าไปสักที

พอชะเง้อมองก็เห็นมีแต่เพื่อนๆกำลังสนุกสนานแปะสติ๊กเกอร์หัวใจให้กันจนเต็มเสื้อไปหมดแล้ว บางคนก็ถ่ายรูปด้วยกันสนุกกันใหญ่ ส่วนนทีในมือถือช่อดอกไม้กับของขวัญจนเต็มไม้เต็มมือไปหมดเนื้อตัวเต็มไปด้วยสติ๊กเกอร์หัวใจหลากหลายสี

ในขณะที่เขาวางของในมือลงบนโต๊ะตอนนั้นแหละที่ผมรวบรวมความกล้าก้าวเดินเข้าไปในห้อง

ผมยื่นช็อกแลตไปตรงหน้าเขาพร้อมทั้งบอกความในใจออกไปด้วยความเคอะเขิล

"ร..เราชอบนาย"

แพล้ง!! มือใครบางคนปัดช็อกแลตที่ผมให้ไปตกลงพื้นจนมันกระจัดกระจายไปทั่วห้อง

"หัดดูหนังหน้าตัวเองซะบ้าง ไอ่อ้วน" เป็นหญิงสาวที่หน้าตาน่ารักตากลมแบ๊วรูปร่างสมส่วนผมคิดในใจว่าคงจะเป็นแฟนนทีสินะ

นทีไม่ตอบกลับแต่จ้องมองผมด้วยสายตาที่ยากจะอธิบายเงียบๆก่อนที่เขาจะโดนลากตัวไป "ไปกันเถอะ นที"

ตามมาด้วยเสียงซุบซิบนินทาของเพื่อนๆในห้อง

"อุ้ย!!มั่นหน้าเนอะ"

"อุบฮ่าๆๆๆ"

"คริๆ อย่าว่าเพื่อนสิเขามีความกล้ามากนะ"

วันต่อมาก่อนปิดภาคเรียนใหญ่เพื่อนๆในห้องที่ไม่เคยแม้แต่ทักทายกันด้วยซ้ำมองผมด้วยสายตาหยามเหยียดจนผมรู้สึกแย่แต่ผมบอกกับตัวเองว่าไม่เป็นไรอย่างน้อยถ้าเป็นนทีคงไม่เป็นแบบนั้น

ผมเลยพยายามทักทายนที แต่เขาไม่ตอบกลับผมด้วยซ้ำแถมยังรู้สึกทำตัวเย็นชาใส่อีก

กลับถึงบ้านผมส่องกระจกใบใหญ่ในห้องของตัวเองก่อนจะได้ยินเสียงสะท้อนในจิตใจ 'หัดดูหนังหน้าตัวเองซะบ้าง ไอ่อ้วน' มันก็ยิ่งทำให้ผมน้อยเนื้อต่ำใจ

"อ๋อ เป็นเพราะฉันไม่หัดดูตัวเองสินะ" มืออวบยื่นไปลูบใบหน้าขรุขระที่เต็มไปด้วยสิวจนไม่เหลือพื้นที่ว่างของผิวหนังก่อนจะก้มมองพุงที่ปลิ้นย้อยออกมาทั้งเนื้อทั้งตัวเต็มไปด้วยไขมัน ยังไม่ทันได้พูดจบ  ประโยคด้วยซ้ำ แค่จะบอกว่า 'เราชอบนายที่ตอนนั้นนายช่วยเหลือเรานายโครตเท่ โครตสมาร์ทเพราะงั้นมาเป็นเพื่อนกันนะ' นี่เป็นคำพูดที่ผมซ้อมพูดหน้ากระจกมาตลอดทั้งคืนแต่ก็บอกออกไปไม่หมด

จากนั้นอีก1ปีที่ผมต้องทนอยู่ในโรงเรียนที่เต็มไปด้วยสายตาดูถูดเหยียมหยามทั้งยังโดนรังแกแบบเดิมซ้ำๆแต่ไม่มีใครเลยแม้แต่คนเดียวที่ยื่นมือเข้ามาช่วย

ไม่มีใครสักคนเลยจริงๆ.......

ผมวิ่งหนีพวกเด็กเกเรที่แกล้งเป็นประจำจนต้องมาซ่อนตัวอยู่ในห้องน้ำโรงเรียนที่เต็มไปด้วยกลิ่นสาบเหม็นชวนอ้วกแต่ผมต้องทน ทนต่อไปเรื่อยๆจนนานเข้าๆก็เริ่มรู้สึกแน่นหน้าอกจนหายใจไม่ออกผมเลยตัดสินใจเปิดประตูออกมาจากห้องน้ำ

"แหกๆๆ" และทันทีที่ประตูถูกเปิดเพียงแค่ก้าวขาออกไปก็เจอกับพวกนั้นที่ดักรอผมอยู่ก่อนแล้ว

"มันอยู่นั่นเว้ย!" ผู้ชายหนึ่งในนั้นตะโกนขึ้น แล้ววิ่งเข้ามากระชากคอผมให้ตามไป

หลังจากผลักผมล้มก็มองอย่างสะใจสายตาที่ก้มต่ำลงมานั้นแฝงไปด้วยความสนุกสนานส่วนผมที่เหมือนจะชินก็มองหน้านั้นอย่างเงียบๆไม่โต้ตอบอะไร

"เห้ย!! ไอ่หมูตอนพอดีฉันซื้อของเล่นมาใหม่เลยอยากทดลองสักหน่อยน่ะ หวังว่าจะให้ความร่วมมือนะ" พวกเขา5-6คนเอามือปิดจมูกไว้ ในมือถือซองอะไรสักอย่างเล็กๆเท่ากับซองลูกอม ก่อนที่จะตัดซองนั้นโรยมาที่ตัวผม

ผงสีดำละเอียดร่วงหล่นมาถูกไรผมดำสนิทก่อนจะกระจายร่วงโรยไปโดนเสื้อผ้าส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่ว

มันคือถุงตด กลิ่นเหม็นชวนอ้วกจนผมต้องกลั้นหายใจมันอาจจะเป็นเรื่องตลกและสนุกสนานสำหรับใครบางคนแต่คนโดนกระทำเขาไม่สนุกด้วย ถามเขาหรือยังว่าต้องการไหม? 

"วิ่งเร็ว แหวะะะะ" พวกเขา5-6คนวิ่งหนี ส่วนผมตอนนี้ตัวเหม็นไปหมดจนต้องกลั้นหายใจวิ่งไปห้องน้ำในระหว่างนั้นนักเรียนรอบๆที่เดินไปมามองผมด้วยสายตารังเกียจก่อนจะทำท่าเหมือนจะอ้วก 

เมื่อถึงโถส้วมตัวผมนั้นก็สำรอกอาหารที่กินไปทั้งวันออกมาจนหมดก่อนจะถอดเสื้อของตัวเองซักเงียบๆในห้องน้ำและปลีกตัวอยู่เงียบๆตามลำพังในห้องน้ำหลีกเลี่ยงสายตาและทุกสิ่งทุกอย่างจนกระทั่งตกเย็นผมก็ค่อยออกจากห้องน้ำกลับบ้าน

บ้านของผมเป็นบ้าน2ชั้น ชั้นบนเป็นไม้สักส่วนชั้นล่างเป็นปูนย้อมไปด้วยสีขาว หน้าบ้านประดับด้วยสวนกุหลาบหลากหลายพันธุ์หลากหลายสี

"กลับมาแล้วครับ" พอเดินเข้าไปในบ้านก็ได้กลิ่นหอมของอาหารและเห็นม้าที่กำลังง้วนอยู่กับการทำอาหารเย็น

"ไปอาบน้ำแล้วลงมากินข้าวสิลูก วันนี้ม้าทำผัดกระเพราของโปรดกันต์ด้วยน๊าา"

"ครับ" ผมพยายามยิ้มให้เนียนที่สุดก่อนจะรีบวิ่งขึ้นไปบนห้อง

จู่ๆน้ำตาที่ไม่คิดว่าจะไหลก็ทะลักออกจากเบ้าตาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

ผมนั่งร้องไห้เงียบๆในห้องตัวเองอยู่นานจนม้าตะโกนเรียก "กันต์เสร็จยังลูก กับข้าวจะเย็นหมดแล้ว"

เห็นแบบนั้นผมก็รีบปาดน้ำตาแล้วตอบกลับไป"เดี๋ยวกันต์ลงไปครับ" จากนั้นก็เข้าไปอาบน้ำ

พอออกมาก็เห็นว่าตาตัวเองแดงหมด"เห้อ!!ไม่น่าร้องไห้เลย แล้วม้าถามจะตอบว่าไงละทีนี้" 

ผมฝืนยิ้มให้เนียนที่สุดก่อนจะลงไปชั้นล่าง

"หอมจังเลยยย" พอลงมาก็เห็นป๊ากำลังรอทานข้าวอยู่พอดี

"ช้าจังนะเรา มัวแต่ขัดตัวสิท่าวันนี้เป็นเวรขัดส้วมเหรอกลิ่นนี่ไม่ได้เลยนะเรา" ม้าแกล้งแหย่เล่นไม่คิดอะไร

"ฮ่าๆๆ รู้ด้วย" ผมแสร้งหัวเราะกลับไป เวลาม้าถามแบบนั้นไม่รู้ทำไมน้ำตามันจะปริออกจากเบ้าตาทุกที อยากบอกจังเลยว่า 'ผมเหนื่อยมากเลยครับ...'

ระหว่างทานข้าวผมก็คิดไปต่างๆนาๆว่าอยากย้ายโรงเรียน อยากหนีไปไกลๆที่ๆไม่มีใครรู้จักแล้วเริ่มต้นใหม่แต่จะบอกป๊ากับม้าว่าไงดีนี่แหละประเด็น

"ป๊า..ม้า.." ในระหว่างทานข้าวกันอยู่ผมก็เริ่มเข้าประเด็นเลย

"หืม ว่าไงลูก" ม้าตอบแต่ป๊าแค่หันหน้ามาเลิกคิ้วรอฟัง

"ขึ้นม.ปลายปีหน้ากันต์อยากย้ายโรงเรียน" ถ้าป๊าม้าถามเหตุผลผมจะบอกไปว่า ผมเรียนที่นี่ไม่รู้เรื่องตามเพื่อนไม่ทัน

"...." ทั้งสองหันมามองผมเงียบๆทำหน้าแปลกใจ ผมได้แต่ภาวนาในใจ ขอให้ได้ด้วยเถิด พรีสส

"แล้วเราอยากย้ายไปไหน" ม้าถามผิดจากที่คาดไว้ เป็นคำถามที่ผมยังไม่ได้คิดคำตอบ

"ยะ..ยังเลือกไม่ได้เลยครับ แต่อยากไปในเมืองนู้นเลยเห็นว่าที่นั่นเด็กเก่งแล้วคนก็เข้าเรียนเยอะ"

"ถ้าดีงั้นก็ไปเลยสิ" ป๊าตอบกลับมาแบบผิดคาดรอบ2 ป๊าม้าไม่ถามเหตุผลด้วยซ้ำ ผมดีใจกระโดดกอดทั้งคู่ก่อนจะหอมแก้มทั้ง2คนซ้ายขวาไปเลย

"เย้!!รักที่สุดดด"

หลังเกิดเหตุการณ์ต่างๆเกิดขึ้นไม่รู้ตั้งแต่ตอนไหนที่ร่างกายผมเริ่มมีปฏิกิริยากับสายตามองเหยียด รังเกียจและดูถูก ทันทีที่เห็นสายตาพวกนั้นร่างกายก็จะรู้สึกอึดอัดแน่นออกหายใจไม่ออกจนหน้ามืดอย่างอัตโนมัติแล้วก็จะเริ่มดีขึ้นหลังผ่านไปได้20นาที 

พอลองศึกษาดูก็พบว่าอาการของผมมันคืออาการแพนิกที่สามารถเป็นได้หากเกิดการเครียดสะสม

ที่ผ่านมาผมนึกว่าตัวผมเองจะชินและไม่คิดอะไรแล้วเสียอีกที่แท้ร่างกายและจิตใจของผอมกลับบอบช้ำจนชินชาไปนี่เอง

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • รักไม่ใส ในรั้วขาว   21 คลี่คลาย

    กลับมาปัจจุบันนทียังคงจ้องผมเนิ่นนานโดยเฉพาะดวงตาเขามองอย่างพิจารณาก่อนจะเบิกตากว้างทำหน้าเหมือนนึกอะไรออกแล้วโผล่เข้ากอดผมจนผมตกใจ"เจอสักที...ขอโทษ..ขอโทษที่ทำตัวเย็นชาใส่มาตลอด..ขอโทษที่ทอดทิ้งนายไว้ลำพังนะต่อไปฉันจะไม่ทำอย่างนั้นอีกแล้ว" ตอนแรกคิดว่าเขาจะตกใจแต่ไม่ใช่ เขากลับโผล่เข้ากอดด้วยหัวไหล่ที่สั่นไหวเบาๆเหมือนกำลังร้องไห้ราวกับสำนึกผิดและบอกเหตุผลถึงการย้ายมาเรียนที่นี่เพราะอยากจะพูดว่าคำว่าขอโทษให้ได้ "จะโกรธจะเกลียดก็ได้แต่ฉันขอโทษนายด้วยจริงๆกับสิ่งที่ฉันเคยทำ" ในตอนนั้นที่นทีเจออีกฝ่ายครั้งแรกคือเขากำลังโดนกลั่นแกล้งอย่างหนักตอนแรกก็ยืนมองอยู่เฉยๆแล้วคิดว่า 'ทำไมไอ่คนซื่อบื่อนั่นถึงไม่ยอมตอบโต้อะไรเลยสักที' จนตนทนไม่ไหวจึงต้องเข้าไปช่วย แต่ฝ่ายที่โดนต่อยยับกลับเป็นตัวเขาเองเพราะพวกนั้นคนเยอะกว่า แต่ตลกที่ว่าไอ่คนที่เขาบอกว่าซื่อบื่อกลับเป็นคนมาอุ้มเขาหนีไปเสียดื้อๆ ทั้งๆที่ต่อยยังไม่หนำใจเลยด้วยซ้ำ'ฮิๆ ขอบคุณนะ' ในตอนที่กันต์กล่าวขอบคุณ นั่นเป็นครั้งแรกที่เขาพึ่งเห็นคนที่มีแววตาสวยและยิ้มสดใจเหมือนโลกทั้งใบเป็นสีชมพู และเขาก็เผลอยิ้มตามโดยไม่รู้ตัว ทั้งๆที่โดนรังแกม

  • รักไม่ใส ในรั้วขาว   20 อดีต

    จิ๊บๆ เสียงนกร้องเป็นสัญญาณของเช้าวันใหม่กึกก้องเข้ามาในโสตประสาทขณะที่ผมกำลังเคลิ้มหลับในห้วงแห่งความฝันเฮือกก ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมกับความทรงจำอันน่าอดสู นี่กูทำอะไรลงไปวะเนี่ย ก่อนจะส่ายหัวอย่างไม่น่าเชื่อ"ไม่จริงๆๆ มันไม่ใช่ความจริงใช่ไหม บอกทีว่ามันไม่จริ้งง ฮือๆๆ"ผมกระชากหมอนตบ ป้าบๆๆ ลงบนเตียงอย่างบ้าคลั่ง ไอ่บ้าๆๆๆตายซะ ตายซะะะ กูเนี่ยตายซะฮืออแล้วจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนล่ะทีนี้ผมเดินเข้ามาในห้องน้ำก่อนส่องกระจกดูสารรูปตัวเอง คอมีรอยจ้ำแดงจิ๊ดนึง ส่วนหัวนมมีรอยฟันกัด ถ้าหลบหน้าหมอนั่นก็ต้องรู้อีกแล้วตามมาอีกตามเคย สรุปไม่มีประโยชน์อยู่ดี แล้วทำไมตอนทำไม่คิดเยอะๆให้ตายเถอะ เรื่องจูบในห้องน้ำก็ยังไม่ได้ถามนี่ยังจะมาซาบาเฮ้กันอีกกูจะบ้า"หวัดดีไทม์พอดีเมื่อคืนเราเมามากก็เลยเผลอตัวไปหน่อย" ไอ่บ้าเมาเหี้ยไร แดกแต่นม"ไม่ได้ๆเอาใหม่...หวัดดี เรื่องเมื่อคืนขอโทษนะ" แล้วจะขอโทษเรื่องอะไร กูไม่ผิด "โอ้ยๆๆ ไม่รู้ๆๆๆ ถ้าเจอหน้าก็แค่หวัดดีแค่นั้นพอ จบ! อย่าคิดมากทำตัวให้เป็นธรรมชาติ"ร่างเล็กกำลังทะเลาะกับตัวเองในกระจกมองดูลำคอและร่างกายก่อนจะเหลือบไปมองปากที่บวมเจ่อของตัวเองและใช้มือแ

  • รักไม่ใส ในรั้วขาว   19 ขอนะ

    "ขอนะ" สิ้นเสียงประโยคไทม์โน้มใบหน้าเข้ามาหาผมเรื่อยๆ นัยน์ตาคู่คมยังคงสบตาผมอยู่ตลอดจนกระทั่งริมฝีปากของเราสัมผัสกันผมตะลึงค้างตัวเกร็งแข็งทื่อไปหมดก่อนจะหลับตาปี๋ไม่กล้าสบตาหัวใจเต้นแรงโครมครามแทบจะระเบิดออกมา"อ้าปากหน่อย" เขาพูดทั้งที่ปากของเรายังคงสัมผัสกันอยู่แบบนั้น ผมเผยอปากตามคำสั่งโดยไม่รู้ตัวจู่ๆเรียวลิ้นก็สอดแทรกมาในโพรงปากตวัดโลมเลียจนเกิดเสียงเฉอะแฉะไปทั่วห้อง นิ้วทั้งห้าถูกกำเข้าหาฝ่ามือตัวเองแน่นด้วยความเกร็งสัมผัสที่ส่งมาเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆเรียวลิ้นไล่ต้อนตวัดเลียด้านในปากจนผมหายใจไม่ทันได้แต่นิ่งครางอื้ออึงในลำคอพอเห็นว่าตัวเองเคลื่อนไหวอยู่ฝ่ายเดียวก็ทำให้รู้ว่านี่เป็นจูบแรกของอีกฝ่าย ไทม์ใช้มือประคองคออย่างเบามือและเอียงคอหาองศาที่จูบถนัดก่อนค่อยๆเปลี่ยนจากสัมผัสรุนแรงเมื่อครู่เป็นสัมผัสที่นุ่มนวลอ่อนโยนแทนให้คนตรงหน้าตามทันร่างเล็กยังคงแข็งทื่อแต่พอสัมผัสเปลี่ยนไปเขาก็เริ่มตามทันและหาจังหวะตวัดลิ้นกลับไป เขาเริ่มดุนดันลิ้นตัวเองให้สำรวจในปากของฝ่ายตรงข้ามบ้างอีกฝ่ายตกใจเล็กน้อยแต่ก็ตอบรับสัมผัสที่ร่างเล็กมอบให้และสอดประสานกลับไปพอเห็นว่าอีกฝ่ายเรียนรู้เร็วร่า

  • รักไม่ใส ในรั้วขาว   18 ในป่า

    ปริบๆเปลือกตานวลเปิดขึ้นช้าๆก่อนจะเห็นภาพคนตรงหน้าที่จดจ้องตาไม่กระพริบ"ไทม์!!" ผมตกใจรีบกระเด้งตัวขึ้นอุส่าหลบหน้ามาทั้งวัน มาอยู่นี่ที่ได้ไงเนี่ย"หลบหน้าฉันทำไม" พูดด้วยน้ำเสียงดุ"ปะ...ป่าวไม่ได้หลบ" ผมเฉไฉรีบส่ายมือ"โกหก" เห็นอยู่ชัดๆว่าหลบ"ก็นาย..." จะให้พูดว่าไรอ่ะ ก็เขาจูบผมที่ห้องน้ำแล้วจะให้มองหน้ากันติดได้ไง"โกรธที่ฉันทำแบบนั้นกับนายเหรอ""ไม่ได้โกรธก็แค่..." "แค่?""รู้สึกแปลกๆ" ผมหลบตาพูดในหัวปรากฏภาพในห้องน้ำขึ้นมาอีกครั้งจนรู้สึกเขินสองแก้มค่อยๆขึ้นสีแดงระเรื่อไปจนถึงใบหูผิวหน้าที่ขาวยิ่งทำให้เห็นชัดว่าคนตัวเล็กกำลังเขิน ไทม์เห็นอย่างนั้นก็แอบยิ้มในใจแล้วแกล้งแหย่เล่น"แปลกยังไงหรอ?" เขาทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้"..." ผมไม่กล้าสบตาจะให้บอกได้ยังไงว่าหัวใจมันเต้นแรงจนเหมือนจะระเบิดออกมาแล้วเอาแต่คิดถึงเรื่องนั้นซ้ำๆน่ะ เดี๋ยวได้โดนหาว่าเป็นโรคจิตพอดี ผมเลยบ่ายเบี่ยงกลับไปโดยการเอามือสองข้างปิดหูแล้วพูดว่า"ไม่รู้ๆๆๆๆๆ" จากนั้นก็เนียนๆลุกขึ้นเดินออกมา'ขืนอยู่ต่อมีหวังหัวใจได้ระเบิดจริงๆแน่'แต่เขาดันลุกเดินตามมาด้วยนี่สิทั้งยังพยามจะมากอดคอผมอีก ผมเลยได้แต่เบี่ยงตัวหลบไปม

  • รักไม่ใส ในรั้วขาว   17 จูบ

    ตึก ตึก ตึก ฝีเท้ารีบเร่งจูงข้อแขนไว้เน้นให้สาวเท้าเดินตามไปโดยที่อีกฝ่ายไม่ยินยอม แต่ถึงอย่างนั้นก็มาถึงจุดหมายที่คิดไว้ นั่นคือป่าหลังโรงเรียนเป็นที่ที่ต้องผ่านตึกล้างเข้าไปลึกๆถึงจะเจอ ด้านในเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่เขียวขอุ่มและยุงชุมเต็มไปหมดโดยรอบมีเสียงนก เสียงแมลงบินก้องไปทั่วให้ความรู้สึกค่อนข้างหลอนเลยทีเดียว เป็นที่ที่ปกติจะไม่ค่อยมีใครย่างกรายเข้ามาเว้นแต่พวกหนีเรียนที่มักจะมาปีนกำแพงข้ามไปเที่ยวอยู่บ่อยๆ เพราะถ้าเดินตรงไปอีกเรื่อยๆลึกเข้าไปจนสุดป่าก็จะเจอกำแพง สามารถปีนออกนอกโรงเรียนไปเที่ยวและกลับเข้ามาโดยที่ไม่มีใครรู้ได้ แต่ติดที่ว่าต้องทายากันยุงมาด้วยเพราะที่นี่ยุงชุมมาก"ปล่อย มันเจ็บ" ผมพยายามสะบัดมือที่อีกฝ่ายจับไว้แน่นแต่ก็ไม่ยอมหลุดสักที"รู้ไหมฉันรอนายหลังตึกล้างทุกวันเลย" โจพูดขึ้นทั้งยังยกยิ้มเจ้าเล่ห์"แม่นาคก็ไม่ใช่ จะรอทำไม" ผมตอบกลับแบบไร้ อารมณ์สุดๆ"ก็เพราะมึงทำกูแสบมากเลยไงคนสวย" เขาแสยะยิ้มก่อนจะกระชากมือที่จับไว้อย่างแรงจนผมเซถลาเข้าไปในอ้อมกอดตามด้วยการรัดผมไว้แน่นไม่ยอมปล่อย"กูทำไรมึง ปล่อยยย!!" ผมตะคอกใส่พยามยามดีดดิ้นให้หลุดจากพันธนาการแต่ดูเหมือนย

  • รักไม่ใส ในรั้วขาว   16 ไอติมอุ่น

    ผลั่ก!! ไทม์ผลักผมเข้ามาในห้องน้ำสาธารณะที่โรงเรียนก่อนที่ตัวเองจะเข้ามาแล้วจัดการปิดประตู"เดี๋ยวจะทำอะ..อุบ" ไม่ทันได้พูดจบริมฝีปากเขาก็เข้าครอบงำจนผมตกตะลึงเบิกตากว้างลำตัวเกร็งจนไม่กล้ากระดิกไปไหน ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วมากจนผมไม่ทันตั้งตัว สมองผมกำลังประมวลสถานการณ์ตอนนี้แล้วได้คำตอบว่า 'นี่มันเกิดอะไรขึ้น'เขาถอนริมฝีปากออกช้าๆก่อนจะจ้องหน้าผมที่ตอนนี้นิ่งเงียบเป็นเป่าสาก"อืม อร่อยจริงด้วย" แล้วเขาก็พูดออกมาหน้าตาเฉยในขณะที่ผมกำลังสับสนวุ่นวายทะเลาะกับสมองตัวเองอยู่เงียบๆ 'เมื่อกี้อะไร จูบเหรอ ไม่มันเรียกแตะปาก ทำทำไม เขาแค่อยากลิ้มรสไอติม หรือไม่มีเงินซื้อเลยต้องทำแบบนี้ ห๊ะ ไม่จริงมั้งแท่ง15บาทเอง'"นะ..นายจนเหรอ" พูดอะไรออกไปวะเนี่ย"หืม" เขาเลิกคิ้วเหมือนกำลังงงว่าผมกำลังพูดอะไรที่ไม่เข้ากับสถานการณ์ตอนนี้เอาซะเลย"ฮ่ะๆ..เดี๋ยว..ไปซื้อ..ไอติมให้นะ..ฮ่ะๆ" ผมแค่นเสียงหัวเราะพูดจาตะกุกตะกักเป็นคำๆเกร็งจนทำตัวไม่ถูก นี่พูดไรออกไปวะ หยุดดิ้ก่อนจะยื่นมือไปเพื่อปลดกลอนประตูแต่ยังไม่ทันได้ทำก็ถูกไทม์จับมือไว้เสียก่อนอึก..น้ำลายอึกใหญ่กลืนลงคอ นี่เขาจะทำอะไร"อยากลองกินไอติมรสอื่นไ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status