เข้าสู่ระบบตึก ตึก ตึก ฝีเท้ารีบเร่งจูงข้อแขนไว้เน้นให้สาวเท้าเดินตามไปโดยที่อีกฝ่ายไม่ยินยอม แต่ถึงอย่างนั้นก็มาถึงจุดหมายที่คิดไว้ นั่นคือป่าหลังโรงเรียน
เป็นที่ที่ต้องผ่านตึกล้างเข้าไปลึกๆถึงจะเจอ ด้านในเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่เขียวขอุ่มและยุงชุมเต็มไปหมดโดยรอบมีเสียงนก เสียงแมลงบินก้องไปทั่วให้ความรู้สึกค่อนข้างหลอนเลยทีเดียว เป็นที่ที่ปกติจะไม่ค่อยมีใครย่างกรายเข้ามาเว้นแต่พวกหนีเรียนที่มักจะมาปีนกำแพงข้ามไปเที่ยวอยู่บ่อยๆ เพราะถ้าเดินตรงไปอีกเรื่อยๆลึกเข้าไปจนสุดป่าก็จะเจอกำแพง สามารถปีนออกนอกโรงเรียนไปเที่ยวและกลับเข้ามาโดยที่ไม่มีใครรู้ได้ แต่ติดที่ว่าต้องทายากันยุงมาด้วยเพราะที่นี่ยุงชุมมาก
"ปล่อย มันเจ็บ" ผมพยายามสะบัดมือที่อีกฝ่ายจับไว้แน่นแต่ก็ไม่ยอมหลุดสักที
"รู้ไหมฉันรอนายหลังตึกล้างทุกวันเลย" โจพูดขึ้นทั้งยังยกยิ้มเจ้าเล่ห์
"แม่นาคก็ไม่ใช่ จะรอทำไม" ผมตอบกลับแบบไร้ อารมณ์สุดๆ
"ก็เพราะมึงทำกูแสบมากเลยไงคนสวย" เขาแสยะยิ้มก่อนจะกระชากมือที่จับไว้อย่างแรงจนผมเซถลาเข้าไปในอ้อมกอดตามด้วยการรัดผมไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
"กูทำไรมึง ปล่อยยย!!" ผมตะคอกใส่พยามยามดีดดิ้นให้หลุดจากพันธนาการแต่ดูเหมือนยิ่งดิ้นเขาก็ยิ่งรัดแรงขึ้นกว่าเดิม
"เหอะ!! คลิปที่มึงถ่ายถูกแชร์ว่อนไปทั่วเน็ตจนพ่อกูต้องเสียเงินกลบข่าวตั้งเท่าไหร่แต่ก็ขอบคุณนะที่ทำให้กูได้รถขับสมใจ" สายตาและน้ำเสียงของโจแฝงไปด้วยความโมโหร้ายถ้าที่นี่มีมีดคงแทงผมไปแล้วมั้ง
"แล้วจับกูมาทำไม จะฆ่ากูทิ้งหรือไง"ถ้าพูดว่าไม่กลัวเลยก็คงจะไม่ใช่แต่ถึงอย่างนั้นในสมองผลกำลังประมวลคิดหาวิธีเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้อยู่
"ไม่ฆ่าหรอกแค่จะลงโทษคนทำผิดนิดๆหน่อยๆเท่านั้น" เขาว่าพลางดันผมให้พิงต้นไม้ใหญ่ก่อนจะรวบแขนผมขึ้นไว้บนหัวด้วยมือข้างเดียว ขาขางหนึ่งของเขายันเข่ามาตรงกลางหว่างขาของผมไม่ให้ดีดดิ้นไปไหนได้
"เป็นไอ่ประสาทของจริงสิน่ะ คนที่ผิดก็คือนาย นายทำตัวเองทั้งนั้น ทั้งไปไถ่เงินคนอื่นแล้วยังกระทืบเขาอีก ส่วนฉันแค่ป้องกันตัวเพราะงั้นปล่อยฉันไปได้แล้ว" ถ้ากูออกไปจากตรงนี้ได้ก่อนนะมึงจะฟาดเข้าให้คอยดูเถอะ ผมเริ่มรู้สึกไม่สบอารมณ์ที่ตัวเองอ่อนแอทั้งๆที่ฝึกการป้องกันตัวจากป๊ามาแล้วแท้ๆแต่ตอนนี้กลับทำอะไรไม่ได้เลย
"ไม่ผิดงั้นเหรอคนที่ทำให้กูต้องโดนพ่อด่า โดนคนทั้งโรงเรียนเหม็นขี้หน้าจนเพื่อนไม่คบแล้วยังจะมีหน้าพูดว่าตัวเองไม่ผิดอีกเหรอ" ความรู้สึกโกรธปนเศร้าถ่ายทอดออกมาผ่านน้ำเสียงมันแทงใจจนผมรู้สึกผิดแล้วผมก็คิดกับตัวเองว่า'นี่ผลกระทบมันขนาดนั้นเลยเหรอวะ'แต่พอมาคิดอีกทีก็รู้สึกว่าที่เขาพูดมาเหมือนผมก็มีส่วนผิดจริงที่ทำให้คนๆหนึ่งไม่มีเพื่อนทั้งๆที่แค่อยากสอนบทเรียนเท่านั้นไม่ได้มีเจตนาให้มันร้ายแรงถึงขนาดที่ว่าเพื่อนไม่คบ
"ขะ...ขอโทษ"เสียงสั่นเครือตอบกลับด้วยความสำนึกผิด จู่ๆก็เห็นอดีตของตัวเองผุดขึ้นมาในหัวสมองเพราะแค่คำพูดที่ว่าเพื่อนไม่คบเพียงคำเดียว
เป็นเหตุให้น้ำตาหยดหนึ่งล่วงผล็อยอาบข้างแก้มซ้ายอย่างไม่รู้ตัว เพราะการที่ต้องอยู่โดดเดี่ยวโดยที่ไม่สามารถพึ่งพิงใครได้ในที่แห่งนี้นั้นผมเข้าใจมันเป็นอย่างดีเลยล่ะ"ขอโทษที่ทำให้เพื่อนไม่คบนะ" ภาพอดีตแสนเลวร้ายตลอดที่ผ่านมาหลั่งไหลเข้ามาในหัวเป็นฉากๆจนรู้สึกเศร้าและเกิดความเห็นใจเขาขึ้นมา
ความรู้สึกที่กักเก็บไว้มาตลอดได้ทะลักออกมาเป็นสายน้ำตาอาบสองข้างแก้มไหลจนไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
"ฮือออออ โฮฮฮ...ฮือออฉันจะ....ฮือเป็นเพื่อนนายเอง" ยิ่งพูดก็ยิ่งจุกอกเหมือนเห็นอดีตตัวเองในตัวโจริญเหมือนความเก็บกดที่อัดอั้นมานานตลอดที่ผ่านมาได้ถูกปลดปล่อย
"เห้ยๆๆ อย่าร้องดิๆ" พอเห็นแบบนั้นเขาก็ตกใจใหญ่มือที่พันธนาการผมไว้ก็รีบปล่อยก่อนจะลุกลี้ลุกลนใช้มือตัวเองปาดน้ำตาให้ผมไม่หยุด
โจกำลังกระวนกระวายเพราะไม่คิดว่าเรื่องจะเป็นแบบนี้ทีแรกเขาตั้งใจล่อลวงคนตัวเล็กเข้ามาปู้ยี่ปู้ยำเพราะโกรธหนักมากแต่ก็ถูกใจมากเช่นกันเพราะตั้งแต่วันที่เขาเจอหน้ากันต์ก็เอาแต่คิดถึงใบหน้านั้นและพึมพำกับตัวเองทุกวันว่า 'คิดถึง คนชื่อกันต์'
จนกระทั่งเขาสืบรู้มาว่าคนตัวเล็กอยู่ม.6ห้อง3พ่อเคยเป็นนักมวยเก่าปัจจุบันเปิดค่ายมวยค่อนข้างเป็นที่รู้จักส่วนแม่เป็นครูสอนทำอาหารและเปิดร้านอาหารเป็นของตัวเองอยู่ต่างจังหวัด
แต่พอจะทำตามแผนก็เห็นคนตรงหน้าร้องไห้โฮก็เริ่มใจอ่อนความโกรธก็เริ่มทุเลาลงแต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ทำให้การอยากลิ้มลองคนตัวเล็กลดลงเลยแม้แต่น้อยมีแต่จะยิ่งทำให้เขาคลั่งไคล้หลงใหลอยากสัมผัสอยากกอดอยากจูบอยากครอบครองดูดกลืนโลมเลียไปทั่วตัวมากยิ่งขึ้นจนแทบทนไม่ไหว
"เออๆกูผิดเอง เพราะงั้นหยุดร้องได้แล้ว" เขาเลยไม่รู้จะทำยังไงยิ่งมองยิ่งหลงราวกับตกอยู่ในถ้ำมืดที่หาทางออกไม่เจอ
"ฮือออ...แงงง" ผมไม่ได้ร้องไห้เพราะโจแต่อดีตของตัวเองผุดขึ้นมาในหัวทั้งๆที่คิดว่าจิตใจดีขึ้นแล้วที่แท้ไม่เลยมันแค่เก็บไว้รอวันที่จะปลดปล่อยออกมาเท่านั้นเองแต่ทำไมต้องเป็นตอนนี้ด้วยก็ไม่รู้
"จะหยุดไม่หยุด" เขากัดฟันพูดจนเห็นเส้นเลือดปูดโปนขึ้นสันกรามทั้งสองข้างแต่ถึงงั้นมันก็หยุดไม่ได้ไง มันไหลออกมาเองเข้าใจป้ะ
"ฮืออ...อึก อุบ" ผมไม่ได้ตั้งใจจะหยุดร้องแต่ถูกริมฝีปากหนาเข้าครอบครองเสียก่อนเสียงสะอื้นไห้ก็เลยหยุดลงโดยการจูบแสนดูดดื่มจากคนตรงหน้าเขาสอดแทรกเรียวลิ้นหนาเข้ามาสำรวจโพรงปากตอนผมไม่ทันได้ตั้งตัว
ดวงตากลมใสเบิกกว้างอย่างตกตะลึงในขณะที่ริมฝีปากถูกโลมเลียจนสัมผัสได้ถึงกลิ่นนิโคตินจางๆจากอีกฝ่าย ผมยังคงอึ้งยืนนิ่งไม่โต้ตอบส่วนเขาก็รุกล้ำเข้ามาอย่างหื่นกระหายมันทั้งรุนแรงและเร้าร้อนปลายลิ้นตวัดไปมาวนไปทั่วปากก่อนจะดูดดึงริมฝีปากล่างและขบเม้มอย่างมันเขี้ยว
มือหนึ่งประคองช่วงคอส่วนอีกมือหนึ่งจับเอวผมให้ขยับเข้าไปใกล้ก่อนจะถอนจูบอย่างอ้อยอิ่งแล้วก้มหอมซอกคอให้ความรู้สึกเสียวซ่านไปทั้งตัวจนขนลุกชูชันไปทั่วร่างกายตอนนี้สมองผมคิดอะไรไม่ออกเลยมันว่างเปล่าเหมือนกำลังตกอยู่ในภวังค์
นทีที่ตอนนี้กำลังกังวลกระวายใจที่ตามทั้งคู่ไปไม่ทันเพราะเห็นแวบๆว่ามาทางตึกล้างแต่พอมาถึงกลับไม่เจอ ก่อนหูจะพลันได้ยินเสียงร้องไห้เข้า เขาไม่ลังเลใจและรีบเร่งฝีเท้าไปตามเสียงที่ได้ยินนั้นทันที
"กันต์!! กันต์!! อยู่ไหน!!" เขาเอามือป้องปากตะโกนเรียกชื่อก็แล้ว แต่ไม่มีเสียงตอบกลับ
พอเดินไปเรื่อยๆจนกระทั่งเจอกับรอยเท้าเข้า เลยตามรอยเท้านั้นไปก่อนจะเห็นภาพตรงหน้าที่บาดตาบาดใจกันต์กำลังยืนนิ่งดวงตาเหม่อลอยสองข้างแก้มเต็มไปด้วยคาบน้ำตาส่วนอีกคนไอ่สารเลวกำลังซุกไซ้ซอกคอขาวมือเลิกเสื้อกันต์ขึ้นพอเห็นอย่างนั้นความไม่พอใจก็เกิดขึ้นไอ่เวรนี่
เขาเดินเข้าไปพร้อมกับกระชากคอเสื้อโจให้ออกห่างจากกันต์ก่อนจะอัดหมัดหนักๆเข้ายอดหน้าเต็มๆ
ผัวะ!!
"สัตว์ มึงทำไรเพื่อนกู"
ผมสะดุ้งตื่นจากภวังค์หลังจากสติหลุดลอยไปไหนต่อไหน ได้สติอีกทีก็เห็นนทีกำลังต่อยกับโจตรงหน้าแล้ว
พอเห็นหน้านที อดีตที่แสนเลวร้ายก็ผุดขึ้นมาอย่างชัดเจนจนไม่อยากเห็นหน้าแต่ถึงอย่างนั้นก็ควรต้องห้ามพวกเขาก่อน
ในขณะที่นทีกำลังต่อยเข้าหน้าโจซ้ำๆเหมือนคนขาดสติผมก็เข้าไปกอดกระชากเอวนทีให้ถอยออกมาอย่างเร็วก่อนจะเกิดอะไรขึ้นไปมากกว่านี้
"นที หยุดได้แล้ว!!"
"มันเกิดอะไรขึ้นกันต์" นทีหันมาจ้องหน้าผมอย่างหัวเสีย ฉันสิควรถามว่าตอนนี้มันเกิดไรขึ้น
"ไม่รู้...ไม่รู้เหมือนกัน" เพราะสติหลุด ไม่รับรู้ไม่อยากรับรู้ด้วย
ถุย!! โจถุยเลือดในปากออกอย่างเถื่อนก่อนจะเดินเข้ามาหานทีแล้วสวนหมัดเข้ายอดหน้าเหมือนโกรธจัดที่ตัวเองโดนอยู่ฝ่ายเดียว
ผั้วะ!!
"มึงเป็นใคร แล้วมายุ่งทำเหี้ยไร" เขาสบถด่าออกมาทั้งที่เลือดยังกลบปากอยู่ ใบหน้าเกิดรอยชำ้ขึ้นแก้มทั้งสองข้าง
"แล้วมึงล่ะเป็นใคร" นทีข่มอารมณ์ที่เดือดดาลของตัวเองไว้แล้วถามกลับเลือดซึมมุมปากเล็กน้อย
"กูกำลังจะเป็นผัวมันแล้วมึงก็เสือกเข้ามาทำลายบรรยากาศที่ผัวเมียกำลังกำลังหวานชื่นกันอยู่..."
พอได้ยินที่โจพูดนทีก็ของขึ้นอารมณ์เดือดถึงขีดสุดเขาเตียมง้างหมัดในมือก่อนจะหยุดชะงักเพราะได้ยินเสียงผมก่อน
"นที หลบ" แต่คนที่ของขึ้นกว่าคือผมใครเมียมันวะ นทีเบี่ยงตัวหลบผมได้ทีกระโดดถีบเข้าลิ้นปี่เต็มๆจนโจจุกจนพูดไม่ออก
ปัก!! "อ่อกก"
"ใครเมียมึงครับพูดให้ดีๆ ที่พูดว่าจะเป็นเพื่อนให้คงทำไม่ได้แล้วนะ ดอกนี้ถือว่าเรื่องของเราเจ๊ากันแล้วจะถือซะว่าเรื่องวันนี้ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วกัน"
นทีมองด้วยความตะลึง
ส่วนผมพอถีบเสร็จสมใจก็วิ่งจากไปไม่โดยไม่รีรอและไม่สนใจอะไรเลยเพราะไม่อยากรับรู้ไม่อยากได้ยินแต่ถึงอย่างนั้นก็ได้ยินเสียงนทีวิ่งตามมาติดๆ
"กันต์!! เดี๋ยวรอด้วย!!"
"หยุด อยากอยู่คนเดียวห้ามตามมา" ผมหยุดฝีเท้าและหันไปเผชิญหน้าแล้วชูมือห้ามไว้ ไม่อยากเห็นหน้าใครทั้งนั้นในตอนนี้โดยเฉพาะกับนาย...นที
ก่อนจะเร่งฝีเท้ามาเรื่อยๆจนถึงห้องสมุดที่ๆไม่คิดว่าจะมาแต่ก็มา ก่อนจะนั่งเหม่อลอยอยู่บนโต๊ะคนเดียวเป็นที่ๆเงียบสงบที่สุดและคิดว่าคงไม่เจอใครที่สุดแล้วเพราะที่นี่จะมีแต่เด็กเรียนที่มาอ่านหนังสือไม่ก็เด็กหลังห้องที่มาแอบงีบหลับ ตัวผมเองก็เหมือนกันเหนื่อยจนอยากงีบหลับสักตื่นเพราะตั้งแต่เมื่อคืนยังไม่ได้นอนเลยด้วยซ้ำขอบตาคล้ำหมดแล้วมั้ง
คิดได้ดังนั้นก็หยิบหนังสือมาเล่มหนึ่งแล้วฟุบหน้าลงบนโต๊ะก่อนจะใช้หนังสือเล่มนั้นปิดหน้าตัวเองแล้วงีบหลับไป
หลังจากทำธุระเสร็จไทม์ก็สังเกตุเห็นกันต์วิ่งมาแต่ไกลเขาก็เลยวิ่งตามไปโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ไม่เห็นพอเห็นว่ากันต์เข้าห้องสมุดเขาก็ย่องตามเงียบๆ
เขาสังเกตทุกการกระทำของกันต์และเมื่อเห็นว่าฝ่ายนั้นมางีบหลับก็แอบหัวเราะในใจเบาๆแล้วไปนั่งข้างๆ เขาจ้องหน้าคนตรงหน้าที่กำลังเอาหนังสือบดบังใบหน้าได้ยินเพียงเสียงกรนเบาๆเล็ดลอดผ่านไรฟันก่อนจะยื่นมือไปหยิบหนังสือเล่มนั้นออกวางเบาๆข้างๆหัว
เผยให้เห็นดวงตาหลับพริ้มใบหน้าจิ้มลิ้มที่นอนกรนไม่รู้เรื่องรู้ราวเขามองคนตรงหน้าอย่างนั้นเงียบๆไปเรื่อยๆแล้วกระซิบเสียงแผ่ว"ชอบนะ"
กลับมาปัจจุบันนทียังคงจ้องผมเนิ่นนานโดยเฉพาะดวงตาเขามองอย่างพิจารณาก่อนจะเบิกตากว้างทำหน้าเหมือนนึกอะไรออกแล้วโผล่เข้ากอดผมจนผมตกใจ"เจอสักที...ขอโทษ..ขอโทษที่ทำตัวเย็นชาใส่มาตลอด..ขอโทษที่ทอดทิ้งนายไว้ลำพังนะต่อไปฉันจะไม่ทำอย่างนั้นอีกแล้ว" ตอนแรกคิดว่าเขาจะตกใจแต่ไม่ใช่ เขากลับโผล่เข้ากอดด้วยหัวไหล่ที่สั่นไหวเบาๆเหมือนกำลังร้องไห้ราวกับสำนึกผิดและบอกเหตุผลถึงการย้ายมาเรียนที่นี่เพราะอยากจะพูดว่าคำว่าขอโทษให้ได้ "จะโกรธจะเกลียดก็ได้แต่ฉันขอโทษนายด้วยจริงๆกับสิ่งที่ฉันเคยทำ" ในตอนนั้นที่นทีเจออีกฝ่ายครั้งแรกคือเขากำลังโดนกลั่นแกล้งอย่างหนักตอนแรกก็ยืนมองอยู่เฉยๆแล้วคิดว่า 'ทำไมไอ่คนซื่อบื่อนั่นถึงไม่ยอมตอบโต้อะไรเลยสักที' จนตนทนไม่ไหวจึงต้องเข้าไปช่วย แต่ฝ่ายที่โดนต่อยยับกลับเป็นตัวเขาเองเพราะพวกนั้นคนเยอะกว่า แต่ตลกที่ว่าไอ่คนที่เขาบอกว่าซื่อบื่อกลับเป็นคนมาอุ้มเขาหนีไปเสียดื้อๆ ทั้งๆที่ต่อยยังไม่หนำใจเลยด้วยซ้ำ'ฮิๆ ขอบคุณนะ' ในตอนที่กันต์กล่าวขอบคุณ นั่นเป็นครั้งแรกที่เขาพึ่งเห็นคนที่มีแววตาสวยและยิ้มสดใจเหมือนโลกทั้งใบเป็นสีชมพู และเขาก็เผลอยิ้มตามโดยไม่รู้ตัว ทั้งๆที่โดนรังแกม
จิ๊บๆ เสียงนกร้องเป็นสัญญาณของเช้าวันใหม่กึกก้องเข้ามาในโสตประสาทขณะที่ผมกำลังเคลิ้มหลับในห้วงแห่งความฝันเฮือกก ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมกับความทรงจำอันน่าอดสู นี่กูทำอะไรลงไปวะเนี่ย ก่อนจะส่ายหัวอย่างไม่น่าเชื่อ"ไม่จริงๆๆ มันไม่ใช่ความจริงใช่ไหม บอกทีว่ามันไม่จริ้งง ฮือๆๆ"ผมกระชากหมอนตบ ป้าบๆๆ ลงบนเตียงอย่างบ้าคลั่ง ไอ่บ้าๆๆๆตายซะ ตายซะะะ กูเนี่ยตายซะฮืออแล้วจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนล่ะทีนี้ผมเดินเข้ามาในห้องน้ำก่อนส่องกระจกดูสารรูปตัวเอง คอมีรอยจ้ำแดงจิ๊ดนึง ส่วนหัวนมมีรอยฟันกัด ถ้าหลบหน้าหมอนั่นก็ต้องรู้อีกแล้วตามมาอีกตามเคย สรุปไม่มีประโยชน์อยู่ดี แล้วทำไมตอนทำไม่คิดเยอะๆให้ตายเถอะ เรื่องจูบในห้องน้ำก็ยังไม่ได้ถามนี่ยังจะมาซาบาเฮ้กันอีกกูจะบ้า"หวัดดีไทม์พอดีเมื่อคืนเราเมามากก็เลยเผลอตัวไปหน่อย" ไอ่บ้าเมาเหี้ยไร แดกแต่นม"ไม่ได้ๆเอาใหม่...หวัดดี เรื่องเมื่อคืนขอโทษนะ" แล้วจะขอโทษเรื่องอะไร กูไม่ผิด "โอ้ยๆๆ ไม่รู้ๆๆๆ ถ้าเจอหน้าก็แค่หวัดดีแค่นั้นพอ จบ! อย่าคิดมากทำตัวให้เป็นธรรมชาติ"ร่างเล็กกำลังทะเลาะกับตัวเองในกระจกมองดูลำคอและร่างกายก่อนจะเหลือบไปมองปากที่บวมเจ่อของตัวเองและใช้มือแ
"ขอนะ" สิ้นเสียงประโยคไทม์โน้มใบหน้าเข้ามาหาผมเรื่อยๆ นัยน์ตาคู่คมยังคงสบตาผมอยู่ตลอดจนกระทั่งริมฝีปากของเราสัมผัสกันผมตะลึงค้างตัวเกร็งแข็งทื่อไปหมดก่อนจะหลับตาปี๋ไม่กล้าสบตาหัวใจเต้นแรงโครมครามแทบจะระเบิดออกมา"อ้าปากหน่อย" เขาพูดทั้งที่ปากของเรายังคงสัมผัสกันอยู่แบบนั้น ผมเผยอปากตามคำสั่งโดยไม่รู้ตัวจู่ๆเรียวลิ้นก็สอดแทรกมาในโพรงปากตวัดโลมเลียจนเกิดเสียงเฉอะแฉะไปทั่วห้อง นิ้วทั้งห้าถูกกำเข้าหาฝ่ามือตัวเองแน่นด้วยความเกร็งสัมผัสที่ส่งมาเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆเรียวลิ้นไล่ต้อนตวัดเลียด้านในปากจนผมหายใจไม่ทันได้แต่นิ่งครางอื้ออึงในลำคอพอเห็นว่าตัวเองเคลื่อนไหวอยู่ฝ่ายเดียวก็ทำให้รู้ว่านี่เป็นจูบแรกของอีกฝ่าย ไทม์ใช้มือประคองคออย่างเบามือและเอียงคอหาองศาที่จูบถนัดก่อนค่อยๆเปลี่ยนจากสัมผัสรุนแรงเมื่อครู่เป็นสัมผัสที่นุ่มนวลอ่อนโยนแทนให้คนตรงหน้าตามทันร่างเล็กยังคงแข็งทื่อแต่พอสัมผัสเปลี่ยนไปเขาก็เริ่มตามทันและหาจังหวะตวัดลิ้นกลับไป เขาเริ่มดุนดันลิ้นตัวเองให้สำรวจในปากของฝ่ายตรงข้ามบ้างอีกฝ่ายตกใจเล็กน้อยแต่ก็ตอบรับสัมผัสที่ร่างเล็กมอบให้และสอดประสานกลับไปพอเห็นว่าอีกฝ่ายเรียนรู้เร็วร่า
ปริบๆเปลือกตานวลเปิดขึ้นช้าๆก่อนจะเห็นภาพคนตรงหน้าที่จดจ้องตาไม่กระพริบ"ไทม์!!" ผมตกใจรีบกระเด้งตัวขึ้นอุส่าหลบหน้ามาทั้งวัน มาอยู่นี่ที่ได้ไงเนี่ย"หลบหน้าฉันทำไม" พูดด้วยน้ำเสียงดุ"ปะ...ป่าวไม่ได้หลบ" ผมเฉไฉรีบส่ายมือ"โกหก" เห็นอยู่ชัดๆว่าหลบ"ก็นาย..." จะให้พูดว่าไรอ่ะ ก็เขาจูบผมที่ห้องน้ำแล้วจะให้มองหน้ากันติดได้ไง"โกรธที่ฉันทำแบบนั้นกับนายเหรอ""ไม่ได้โกรธก็แค่..." "แค่?""รู้สึกแปลกๆ" ผมหลบตาพูดในหัวปรากฏภาพในห้องน้ำขึ้นมาอีกครั้งจนรู้สึกเขินสองแก้มค่อยๆขึ้นสีแดงระเรื่อไปจนถึงใบหูผิวหน้าที่ขาวยิ่งทำให้เห็นชัดว่าคนตัวเล็กกำลังเขิน ไทม์เห็นอย่างนั้นก็แอบยิ้มในใจแล้วแกล้งแหย่เล่น"แปลกยังไงหรอ?" เขาทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้"..." ผมไม่กล้าสบตาจะให้บอกได้ยังไงว่าหัวใจมันเต้นแรงจนเหมือนจะระเบิดออกมาแล้วเอาแต่คิดถึงเรื่องนั้นซ้ำๆน่ะ เดี๋ยวได้โดนหาว่าเป็นโรคจิตพอดี ผมเลยบ่ายเบี่ยงกลับไปโดยการเอามือสองข้างปิดหูแล้วพูดว่า"ไม่รู้ๆๆๆๆๆ" จากนั้นก็เนียนๆลุกขึ้นเดินออกมา'ขืนอยู่ต่อมีหวังหัวใจได้ระเบิดจริงๆแน่'แต่เขาดันลุกเดินตามมาด้วยนี่สิทั้งยังพยามจะมากอดคอผมอีก ผมเลยได้แต่เบี่ยงตัวหลบไปม
ตึก ตึก ตึก ฝีเท้ารีบเร่งจูงข้อแขนไว้เน้นให้สาวเท้าเดินตามไปโดยที่อีกฝ่ายไม่ยินยอม แต่ถึงอย่างนั้นก็มาถึงจุดหมายที่คิดไว้ นั่นคือป่าหลังโรงเรียนเป็นที่ที่ต้องผ่านตึกล้างเข้าไปลึกๆถึงจะเจอ ด้านในเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่เขียวขอุ่มและยุงชุมเต็มไปหมดโดยรอบมีเสียงนก เสียงแมลงบินก้องไปทั่วให้ความรู้สึกค่อนข้างหลอนเลยทีเดียว เป็นที่ที่ปกติจะไม่ค่อยมีใครย่างกรายเข้ามาเว้นแต่พวกหนีเรียนที่มักจะมาปีนกำแพงข้ามไปเที่ยวอยู่บ่อยๆ เพราะถ้าเดินตรงไปอีกเรื่อยๆลึกเข้าไปจนสุดป่าก็จะเจอกำแพง สามารถปีนออกนอกโรงเรียนไปเที่ยวและกลับเข้ามาโดยที่ไม่มีใครรู้ได้ แต่ติดที่ว่าต้องทายากันยุงมาด้วยเพราะที่นี่ยุงชุมมาก"ปล่อย มันเจ็บ" ผมพยายามสะบัดมือที่อีกฝ่ายจับไว้แน่นแต่ก็ไม่ยอมหลุดสักที"รู้ไหมฉันรอนายหลังตึกล้างทุกวันเลย" โจพูดขึ้นทั้งยังยกยิ้มเจ้าเล่ห์"แม่นาคก็ไม่ใช่ จะรอทำไม" ผมตอบกลับแบบไร้ อารมณ์สุดๆ"ก็เพราะมึงทำกูแสบมากเลยไงคนสวย" เขาแสยะยิ้มก่อนจะกระชากมือที่จับไว้อย่างแรงจนผมเซถลาเข้าไปในอ้อมกอดตามด้วยการรัดผมไว้แน่นไม่ยอมปล่อย"กูทำไรมึง ปล่อยยย!!" ผมตะคอกใส่พยามยามดีดดิ้นให้หลุดจากพันธนาการแต่ดูเหมือนย
ผลั่ก!! ไทม์ผลักผมเข้ามาในห้องน้ำสาธารณะที่โรงเรียนก่อนที่ตัวเองจะเข้ามาแล้วจัดการปิดประตู"เดี๋ยวจะทำอะ..อุบ" ไม่ทันได้พูดจบริมฝีปากเขาก็เข้าครอบงำจนผมตกตะลึงเบิกตากว้างลำตัวเกร็งจนไม่กล้ากระดิกไปไหน ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วมากจนผมไม่ทันตั้งตัว สมองผมกำลังประมวลสถานการณ์ตอนนี้แล้วได้คำตอบว่า 'นี่มันเกิดอะไรขึ้น'เขาถอนริมฝีปากออกช้าๆก่อนจะจ้องหน้าผมที่ตอนนี้นิ่งเงียบเป็นเป่าสาก"อืม อร่อยจริงด้วย" แล้วเขาก็พูดออกมาหน้าตาเฉยในขณะที่ผมกำลังสับสนวุ่นวายทะเลาะกับสมองตัวเองอยู่เงียบๆ 'เมื่อกี้อะไร จูบเหรอ ไม่มันเรียกแตะปาก ทำทำไม เขาแค่อยากลิ้มรสไอติม หรือไม่มีเงินซื้อเลยต้องทำแบบนี้ ห๊ะ ไม่จริงมั้งแท่ง15บาทเอง'"นะ..นายจนเหรอ" พูดอะไรออกไปวะเนี่ย"หืม" เขาเลิกคิ้วเหมือนกำลังงงว่าผมกำลังพูดอะไรที่ไม่เข้ากับสถานการณ์ตอนนี้เอาซะเลย"ฮ่ะๆ..เดี๋ยว..ไปซื้อ..ไอติมให้นะ..ฮ่ะๆ" ผมแค่นเสียงหัวเราะพูดจาตะกุกตะกักเป็นคำๆเกร็งจนทำตัวไม่ถูก นี่พูดไรออกไปวะ หยุดดิ้ก่อนจะยื่นมือไปเพื่อปลดกลอนประตูแต่ยังไม่ทันได้ทำก็ถูกไทม์จับมือไว้เสียก่อนอึก..น้ำลายอึกใหญ่กลืนลงคอ นี่เขาจะทำอะไร"อยากลองกินไอติมรสอื่นไ

![นายบำเรอของมาเฟีย [Mpreg]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





