แชร์

21 คลี่คลาย

ผู้เขียน: Nook Nick
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-15 21:19:00

กลับมาปัจจุบันนทียังคงจ้องผมเนิ่นนานโดยเฉพาะดวงตาเขามองอย่างพิจารณาก่อนจะเบิกตากว้างทำหน้าเหมือนนึกอะไรออกแล้วโผล่เข้ากอดผมจนผมตกใจ

"เจอสักที...ขอโทษ..ขอโทษที่ทำตัวเย็นชาใส่มาตลอด..ขอโทษที่ทอดทิ้งนายไว้ลำพังนะต่อไปฉันจะไม่ทำอย่างนั้นอีกแล้ว" 

ตอนแรกคิดว่าเขาจะตกใจแต่ไม่ใช่ เขากลับโผล่เข้ากอดด้วยหัวไหล่ที่สั่นไหวเบาๆเหมือนกำลังร้องไห้ราวกับสำนึกผิดและบอกเหตุผลถึงการย้ายมาเรียนที่นี่เพราะอยากจะพูดว่าคำว่าขอโทษให้ได้ "จะโกรธจะเกลียดก็ได้แต่ฉันขอโทษนายด้วยจริงๆกับสิ่งที่ฉันเคยทำ" 

ในตอนนั้นที่นทีเจออีกฝ่ายครั้งแรกคือเขากำลังโดนกลั่นแกล้งอย่างหนักตอนแรกก็ยืนมองอยู่เฉยๆแล้วคิดว่า 'ทำไมไอ่คนซื่อบื่อนั่นถึงไม่ยอมตอบโต้อะไรเลยสักที' จนตนทนไม่ไหวจึงต้องเข้าไปช่วย 

แต่ฝ่ายที่โดนต่อยยับกลับเป็นตัวเขาเองเพราะพวกนั้นคนเยอะกว่า แต่ตลกที่ว่าไอ่คนที่เขาบอกว่าซื่อบื่อกลับเป็นคนมาอุ้มเขาหนีไปเสียดื้อๆ ทั้งๆที่ต่อยยังไม่หนำใจเลยด้วยซ้ำ

'ฮิๆ ขอบคุณนะ' ในตอนที่กันต์กล่าวขอบคุณ นั่นเป็นครั้งแรกที่เขาพึ่งเห็นคนที่มีแววตาสวยและยิ้มสดใจเหมือนโลกทั้งใบเป็นสีชมพู และเขาก็เผลอยิ้มตามโดยไม่รู้ตัว ทั้งๆที่โดนรังแกมาหนักขนาดนั้นแท้ๆแต่กลับยังยิ้มได้

'ร..เราชอบนาย'และในตอนที่นทีโดนบอกชอบ  ตอนนั้นเองที่ความรู้สึกแปลกๆได้เกิดขึ้นกับตัวเอง เขาเอาแต่คิดถึงแววตาและรอยยิ้มของอีกฝ่ายจนนอนไม่หลับรู้แค่ว่าความรู้สึกแบบนั้นมันประหลาดและไม่เคยเกิดขึ้นกับเขามาก่อน เขาเลยได้แต่คิดในใจว่าต้องอยู่ห่างๆจากอีกฝ่ายเผื่อความรู้สึกนี้จะหายไป

หลังจากนั้นเขาก็อยู่ห่างจากกันต์จริงๆแถมยังไม่ยอมคุยด้วย พยายามทำตัวให้ห่างที่สุด หากเป็นแบบนั้นอาจจะทำให้เขาลืมสายตาและรอยยิ้มนั่นก็ได้เพราะภาพมันติดตายามจะนอนทุกคืน

แต่ไม่เลย...ภาพเหล่านั้นยังคงตามหลอกหลอนเขาจนกระทั่งเขาเริ่มให้ความสนใจกับอีกฝ่ายเงียบๆโดยมองอยู่ห่างๆ ถึงได้รู้ว่ากันต์ไม่มีเพื่อนคนไหนเลยสักคน

แต่ยิ่งแอบมองก็ยิ่งได้เห็นแต่ด้านดีๆของอีกฝ่ายและความรู้สึกดีๆมันเริ่มก่อตัวขึ้นเรื่อยๆ จนเขาฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าทำไมเขาถึงต้องคอยทำตัวเย็นชาใส่อีกฝ่ายกันทั้งๆที่เขาก็ไม่เคยทำเรื่องไม่ดีพอคิดขึ้นได้เขาก็ตั้งใจว่าจะขอโทษที่ทำตัวเย็นชาใส่มาตลอด

ปิดเทอมใหญ่มาถึงเร็วกว่าที่คิดปีนั้นเขาตั้งใจว่าถ้าขึ้นม.ปลายเขาจะเลิกเมินเฉยต่ออีกฝ่ายแต่มันกลับไม่เป็นอย่างที่คิดเมื่อกันต์ย้ายออกจากโรงเรียนไปเสียแล้ว

จากนั้นเขาก็เอาแต่คิดถึงและโทษตัวเองว่าเป็นเพราะตัวเขาเมินเฉยใส่อีกฝ่ายในวันวาเลนไทน์ปีนั้นหรือเปล่า หรือเป็นเพราะกันต์อาจจะคิดว่าเขาเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวที่คอยช่วยเหลือแต่เขากลับทำตัวเมินใส่เลยรู้สึกโดดเดี่ยวจนต้องย้ายออกด้วยหรือเปล่าปีนั้นทั้งปีเขาเลยคิดไม่ตกกับสิ่งที่ตัวเองทำและสำนึกผิดอยู่คนเดียวเงียบๆ

"หรือเหตุผลที่นายเอาแต่ปกปิดหน้าตัวเองก็เป็นเพราะเรื่องนั้นด้วยหรือเปล่า ถ้าใช่ ฉันก็ไม่มีอะไรจะพูดนอกจากคำว่าขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องมันเป็นแบบนี้เลย" ถ้าจะบอกว่านทีไม่ใช่สาเหตุเลยก็คงจะไม่ได้เพราะทุกอย่างที่เกิดขึ้น เรื่องวันนั้นก็มีส่วนทำผมเสียความมั่นใจในตัวเองแต่สิ่งที่มากกว่านั้นคือการที่ผมโดนรังแกเพราะว่าตัวเองมีรูปร่างหน้าตาแบบนั้นมากกว่า

"ถ้านายสำนึกผิดขนาดนั้น ฉันก็พร้อมจะให้อภัยนาย นที" ผมมองหน้าเขาด้วยสีหน้าที่หนักแน่นและจริงจัง

ก่อนจะระบายความในใจที่สะสมมาออกไป"ทำไมตอนนั้นนายถึงไม่ยอมคุยกับฉันหรือเป็นเพราะฉันน่าเกียจ ถ้าไม่อยากเป็นเพื่อนกันก็แค่ปฏิเสธไปก็ได้นี่ ทำไมถึงไม่ยอมพูดอะไรเลย และเป็นฉันที่พยายามเข้าหาอยู่ฝ่ายเดียวรู้ไหมว่ามันท้อนะเว้ยที่ต้องหวังว่าเราจะเป็นเพื่อนกันได้...." พอได้ร่ายยาวความรู้สึกในใจออกมาในใจมันกลับรู้สึกโล่งอย่างบอกไม่ถูก

"ฮ่าๆๆ ขอโทษจริงๆแต่เรื่องหน้าตานายไม่ได้น่าเกียจเลย...กลับกันต่างหาก นายน่ารักมาก" นทีผละอ้อมกอดก่อนจะจับไหล่ผมให้มาเผชิญหน้า

ขอบตาแดงรอบดวงตาสีน้ำตาลอ่อนบนใบหน้าเปื้อนยิ้มนั้นจดจ้องมองมาที่ผมในขณะที่ผมเองก็มีสภาพไม่ต่างกัน

เห็นแบบนั้นก็รู้สึหมั่นไส้ ใช้มือต่อยอกกว้างหนักๆ "ไอ่บ้าเอ้ย แม่งโครตไม่ยุติธรรมเลย" พอผมเห็นสีหน้าแววตาที่รู้สึกผิดของเขาก็ทำให้ผมโกรธไม่ลง

ในตอนนั้นเองความรู้สึกที่กักเก็บไว้ภายในใจลึกๆถูกปลดปล่อยออกมาทั้งหมดราวกับหินก้อนใหญ่ที่แบกไว้จนแน่นอยู่ในอกถูกยกออกไปมันทั้งโล่งและสบายใจในเวลาเดียวกัน

"ตอนนั้นที่ฉันจะพูดคือฉันไม่ได้หมายความว่าชอบนายแบบที่เพื่อนในห้องเข้าใจนะ ฉันหมายถึงชอบแบบเพื่อนแล้วนายก็เท่ห์มากจนต้องบอกให้ได้น่ะ" จำได้ว่าบอกชอบปุ้บเพื่อนในห้องก็พากันรังเกียจและบอกผมไม่เจียมตัว ก็รู้หรอกว่าหลายคนก็จ้องจะจีบเหมือนกันแต่ว่าความหมายของผมมันคนละอย่างกันไง รู้งี้น่าจะสรรหาคำพูดอื่น

"ที่แท้ตอนนั้นที่นายพยายามจะพูดคือเรื่องนี้เองสิน่ะ"นทียิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองงี่เง่าที่ไม่ยอมรับฟังแถมยังคิดไปเองคนเดียว

"ฉันเองก็ชอบนายเหมือนกัน" เขาพูดพร้อมจ้องหน้าผมด้วยสีหน้าที่จริงจัง

"..." ผมหยุดชะงักจู่ๆหัวใจก็เต้น ตึกตัก ตึกตัก ระรัวแล้วคิดในใจว่า คงไม่ได้หมายความว่าชอบแบบนั้นหรอกมั้งก็ตอนนั้นผมหน้าเละแถมยังอ้วนอีก คงจะหมายถึงชอบแบบเดียวกับที่ผมชอบเขาแหละอย่าคิดมากไอ่กันต์

"ฉันชอบนาย...ชอบมาตลอดไม่ว่าจะตอนนั้นหรือตอนนี้เพราะงั้น....." 

"อ้อ....อื้ม" แต่เหมือนสีหน้าและน้ำเสียงเขาจะดูจริงจังขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่เล่นๆเลยผมเลยรีบเบี่ยงประเด็นเพราะดูเหมือนบรรยากาศจะเริ่มผิดเพี้ยนไป

"เพราะงั้น...เราอย่าจมปลักกับอดีตที่ผิดพลาดของกันและกัน แล้วมาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเหมือนอย่างเคยเถอะนะ อดีตที่มันแล้วให้มันแล้วไป" 

"อืมได้สิ ต่อจากนี้ไปฝากตัวด้วยนะกันต์" นทีคิดในใจว่า 'แต่ฉันจะให้อภัยตัวเองก็ต่อเมื่อชดใช้ในสิ่งที่คนเป็นเพื่อนควรจะทำถึงมันจะเกือบสายไป เพราะงั้นไอ่เวรที่มันทำกับนายพวกนั้น ฉันจะจัดการพวกมันให้เอง

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • รักไม่ใส ในรั้วขาว   21 คลี่คลาย

    กลับมาปัจจุบันนทียังคงจ้องผมเนิ่นนานโดยเฉพาะดวงตาเขามองอย่างพิจารณาก่อนจะเบิกตากว้างทำหน้าเหมือนนึกอะไรออกแล้วโผล่เข้ากอดผมจนผมตกใจ"เจอสักที...ขอโทษ..ขอโทษที่ทำตัวเย็นชาใส่มาตลอด..ขอโทษที่ทอดทิ้งนายไว้ลำพังนะต่อไปฉันจะไม่ทำอย่างนั้นอีกแล้ว" ตอนแรกคิดว่าเขาจะตกใจแต่ไม่ใช่ เขากลับโผล่เข้ากอดด้วยหัวไหล่ที่สั่นไหวเบาๆเหมือนกำลังร้องไห้ราวกับสำนึกผิดและบอกเหตุผลถึงการย้ายมาเรียนที่นี่เพราะอยากจะพูดว่าคำว่าขอโทษให้ได้ "จะโกรธจะเกลียดก็ได้แต่ฉันขอโทษนายด้วยจริงๆกับสิ่งที่ฉันเคยทำ" ในตอนนั้นที่นทีเจออีกฝ่ายครั้งแรกคือเขากำลังโดนกลั่นแกล้งอย่างหนักตอนแรกก็ยืนมองอยู่เฉยๆแล้วคิดว่า 'ทำไมไอ่คนซื่อบื่อนั่นถึงไม่ยอมตอบโต้อะไรเลยสักที' จนตนทนไม่ไหวจึงต้องเข้าไปช่วย แต่ฝ่ายที่โดนต่อยยับกลับเป็นตัวเขาเองเพราะพวกนั้นคนเยอะกว่า แต่ตลกที่ว่าไอ่คนที่เขาบอกว่าซื่อบื่อกลับเป็นคนมาอุ้มเขาหนีไปเสียดื้อๆ ทั้งๆที่ต่อยยังไม่หนำใจเลยด้วยซ้ำ'ฮิๆ ขอบคุณนะ' ในตอนที่กันต์กล่าวขอบคุณ นั่นเป็นครั้งแรกที่เขาพึ่งเห็นคนที่มีแววตาสวยและยิ้มสดใจเหมือนโลกทั้งใบเป็นสีชมพู และเขาก็เผลอยิ้มตามโดยไม่รู้ตัว ทั้งๆที่โดนรังแกม

  • รักไม่ใส ในรั้วขาว   20 อดีต

    จิ๊บๆ เสียงนกร้องเป็นสัญญาณของเช้าวันใหม่กึกก้องเข้ามาในโสตประสาทขณะที่ผมกำลังเคลิ้มหลับในห้วงแห่งความฝันเฮือกก ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมกับความทรงจำอันน่าอดสู นี่กูทำอะไรลงไปวะเนี่ย ก่อนจะส่ายหัวอย่างไม่น่าเชื่อ"ไม่จริงๆๆ มันไม่ใช่ความจริงใช่ไหม บอกทีว่ามันไม่จริ้งง ฮือๆๆ"ผมกระชากหมอนตบ ป้าบๆๆ ลงบนเตียงอย่างบ้าคลั่ง ไอ่บ้าๆๆๆตายซะ ตายซะะะ กูเนี่ยตายซะฮืออแล้วจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนล่ะทีนี้ผมเดินเข้ามาในห้องน้ำก่อนส่องกระจกดูสารรูปตัวเอง คอมีรอยจ้ำแดงจิ๊ดนึง ส่วนหัวนมมีรอยฟันกัด ถ้าหลบหน้าหมอนั่นก็ต้องรู้อีกแล้วตามมาอีกตามเคย สรุปไม่มีประโยชน์อยู่ดี แล้วทำไมตอนทำไม่คิดเยอะๆให้ตายเถอะ เรื่องจูบในห้องน้ำก็ยังไม่ได้ถามนี่ยังจะมาซาบาเฮ้กันอีกกูจะบ้า"หวัดดีไทม์พอดีเมื่อคืนเราเมามากก็เลยเผลอตัวไปหน่อย" ไอ่บ้าเมาเหี้ยไร แดกแต่นม"ไม่ได้ๆเอาใหม่...หวัดดี เรื่องเมื่อคืนขอโทษนะ" แล้วจะขอโทษเรื่องอะไร กูไม่ผิด "โอ้ยๆๆ ไม่รู้ๆๆๆ ถ้าเจอหน้าก็แค่หวัดดีแค่นั้นพอ จบ! อย่าคิดมากทำตัวให้เป็นธรรมชาติ"ร่างเล็กกำลังทะเลาะกับตัวเองในกระจกมองดูลำคอและร่างกายก่อนจะเหลือบไปมองปากที่บวมเจ่อของตัวเองและใช้มือแ

  • รักไม่ใส ในรั้วขาว   19 ขอนะ

    "ขอนะ" สิ้นเสียงประโยคไทม์โน้มใบหน้าเข้ามาหาผมเรื่อยๆ นัยน์ตาคู่คมยังคงสบตาผมอยู่ตลอดจนกระทั่งริมฝีปากของเราสัมผัสกันผมตะลึงค้างตัวเกร็งแข็งทื่อไปหมดก่อนจะหลับตาปี๋ไม่กล้าสบตาหัวใจเต้นแรงโครมครามแทบจะระเบิดออกมา"อ้าปากหน่อย" เขาพูดทั้งที่ปากของเรายังคงสัมผัสกันอยู่แบบนั้น ผมเผยอปากตามคำสั่งโดยไม่รู้ตัวจู่ๆเรียวลิ้นก็สอดแทรกมาในโพรงปากตวัดโลมเลียจนเกิดเสียงเฉอะแฉะไปทั่วห้อง นิ้วทั้งห้าถูกกำเข้าหาฝ่ามือตัวเองแน่นด้วยความเกร็งสัมผัสที่ส่งมาเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆเรียวลิ้นไล่ต้อนตวัดเลียด้านในปากจนผมหายใจไม่ทันได้แต่นิ่งครางอื้ออึงในลำคอพอเห็นว่าตัวเองเคลื่อนไหวอยู่ฝ่ายเดียวก็ทำให้รู้ว่านี่เป็นจูบแรกของอีกฝ่าย ไทม์ใช้มือประคองคออย่างเบามือและเอียงคอหาองศาที่จูบถนัดก่อนค่อยๆเปลี่ยนจากสัมผัสรุนแรงเมื่อครู่เป็นสัมผัสที่นุ่มนวลอ่อนโยนแทนให้คนตรงหน้าตามทันร่างเล็กยังคงแข็งทื่อแต่พอสัมผัสเปลี่ยนไปเขาก็เริ่มตามทันและหาจังหวะตวัดลิ้นกลับไป เขาเริ่มดุนดันลิ้นตัวเองให้สำรวจในปากของฝ่ายตรงข้ามบ้างอีกฝ่ายตกใจเล็กน้อยแต่ก็ตอบรับสัมผัสที่ร่างเล็กมอบให้และสอดประสานกลับไปพอเห็นว่าอีกฝ่ายเรียนรู้เร็วร่า

  • รักไม่ใส ในรั้วขาว   18 ในป่า

    ปริบๆเปลือกตานวลเปิดขึ้นช้าๆก่อนจะเห็นภาพคนตรงหน้าที่จดจ้องตาไม่กระพริบ"ไทม์!!" ผมตกใจรีบกระเด้งตัวขึ้นอุส่าหลบหน้ามาทั้งวัน มาอยู่นี่ที่ได้ไงเนี่ย"หลบหน้าฉันทำไม" พูดด้วยน้ำเสียงดุ"ปะ...ป่าวไม่ได้หลบ" ผมเฉไฉรีบส่ายมือ"โกหก" เห็นอยู่ชัดๆว่าหลบ"ก็นาย..." จะให้พูดว่าไรอ่ะ ก็เขาจูบผมที่ห้องน้ำแล้วจะให้มองหน้ากันติดได้ไง"โกรธที่ฉันทำแบบนั้นกับนายเหรอ""ไม่ได้โกรธก็แค่..." "แค่?""รู้สึกแปลกๆ" ผมหลบตาพูดในหัวปรากฏภาพในห้องน้ำขึ้นมาอีกครั้งจนรู้สึกเขินสองแก้มค่อยๆขึ้นสีแดงระเรื่อไปจนถึงใบหูผิวหน้าที่ขาวยิ่งทำให้เห็นชัดว่าคนตัวเล็กกำลังเขิน ไทม์เห็นอย่างนั้นก็แอบยิ้มในใจแล้วแกล้งแหย่เล่น"แปลกยังไงหรอ?" เขาทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้"..." ผมไม่กล้าสบตาจะให้บอกได้ยังไงว่าหัวใจมันเต้นแรงจนเหมือนจะระเบิดออกมาแล้วเอาแต่คิดถึงเรื่องนั้นซ้ำๆน่ะ เดี๋ยวได้โดนหาว่าเป็นโรคจิตพอดี ผมเลยบ่ายเบี่ยงกลับไปโดยการเอามือสองข้างปิดหูแล้วพูดว่า"ไม่รู้ๆๆๆๆๆ" จากนั้นก็เนียนๆลุกขึ้นเดินออกมา'ขืนอยู่ต่อมีหวังหัวใจได้ระเบิดจริงๆแน่'แต่เขาดันลุกเดินตามมาด้วยนี่สิทั้งยังพยามจะมากอดคอผมอีก ผมเลยได้แต่เบี่ยงตัวหลบไปม

  • รักไม่ใส ในรั้วขาว   17 จูบ

    ตึก ตึก ตึก ฝีเท้ารีบเร่งจูงข้อแขนไว้เน้นให้สาวเท้าเดินตามไปโดยที่อีกฝ่ายไม่ยินยอม แต่ถึงอย่างนั้นก็มาถึงจุดหมายที่คิดไว้ นั่นคือป่าหลังโรงเรียนเป็นที่ที่ต้องผ่านตึกล้างเข้าไปลึกๆถึงจะเจอ ด้านในเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่เขียวขอุ่มและยุงชุมเต็มไปหมดโดยรอบมีเสียงนก เสียงแมลงบินก้องไปทั่วให้ความรู้สึกค่อนข้างหลอนเลยทีเดียว เป็นที่ที่ปกติจะไม่ค่อยมีใครย่างกรายเข้ามาเว้นแต่พวกหนีเรียนที่มักจะมาปีนกำแพงข้ามไปเที่ยวอยู่บ่อยๆ เพราะถ้าเดินตรงไปอีกเรื่อยๆลึกเข้าไปจนสุดป่าก็จะเจอกำแพง สามารถปีนออกนอกโรงเรียนไปเที่ยวและกลับเข้ามาโดยที่ไม่มีใครรู้ได้ แต่ติดที่ว่าต้องทายากันยุงมาด้วยเพราะที่นี่ยุงชุมมาก"ปล่อย มันเจ็บ" ผมพยายามสะบัดมือที่อีกฝ่ายจับไว้แน่นแต่ก็ไม่ยอมหลุดสักที"รู้ไหมฉันรอนายหลังตึกล้างทุกวันเลย" โจพูดขึ้นทั้งยังยกยิ้มเจ้าเล่ห์"แม่นาคก็ไม่ใช่ จะรอทำไม" ผมตอบกลับแบบไร้ อารมณ์สุดๆ"ก็เพราะมึงทำกูแสบมากเลยไงคนสวย" เขาแสยะยิ้มก่อนจะกระชากมือที่จับไว้อย่างแรงจนผมเซถลาเข้าไปในอ้อมกอดตามด้วยการรัดผมไว้แน่นไม่ยอมปล่อย"กูทำไรมึง ปล่อยยย!!" ผมตะคอกใส่พยามยามดีดดิ้นให้หลุดจากพันธนาการแต่ดูเหมือนย

  • รักไม่ใส ในรั้วขาว   16 ไอติมอุ่น

    ผลั่ก!! ไทม์ผลักผมเข้ามาในห้องน้ำสาธารณะที่โรงเรียนก่อนที่ตัวเองจะเข้ามาแล้วจัดการปิดประตู"เดี๋ยวจะทำอะ..อุบ" ไม่ทันได้พูดจบริมฝีปากเขาก็เข้าครอบงำจนผมตกตะลึงเบิกตากว้างลำตัวเกร็งจนไม่กล้ากระดิกไปไหน ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วมากจนผมไม่ทันตั้งตัว สมองผมกำลังประมวลสถานการณ์ตอนนี้แล้วได้คำตอบว่า 'นี่มันเกิดอะไรขึ้น'เขาถอนริมฝีปากออกช้าๆก่อนจะจ้องหน้าผมที่ตอนนี้นิ่งเงียบเป็นเป่าสาก"อืม อร่อยจริงด้วย" แล้วเขาก็พูดออกมาหน้าตาเฉยในขณะที่ผมกำลังสับสนวุ่นวายทะเลาะกับสมองตัวเองอยู่เงียบๆ 'เมื่อกี้อะไร จูบเหรอ ไม่มันเรียกแตะปาก ทำทำไม เขาแค่อยากลิ้มรสไอติม หรือไม่มีเงินซื้อเลยต้องทำแบบนี้ ห๊ะ ไม่จริงมั้งแท่ง15บาทเอง'"นะ..นายจนเหรอ" พูดอะไรออกไปวะเนี่ย"หืม" เขาเลิกคิ้วเหมือนกำลังงงว่าผมกำลังพูดอะไรที่ไม่เข้ากับสถานการณ์ตอนนี้เอาซะเลย"ฮ่ะๆ..เดี๋ยว..ไปซื้อ..ไอติมให้นะ..ฮ่ะๆ" ผมแค่นเสียงหัวเราะพูดจาตะกุกตะกักเป็นคำๆเกร็งจนทำตัวไม่ถูก นี่พูดไรออกไปวะ หยุดดิ้ก่อนจะยื่นมือไปเพื่อปลดกลอนประตูแต่ยังไม่ทันได้ทำก็ถูกไทม์จับมือไว้เสียก่อนอึก..น้ำลายอึกใหญ่กลืนลงคอ นี่เขาจะทำอะไร"อยากลองกินไอติมรสอื่นไ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status