Masukกลับมาปัจจุบันนทียังคงจ้องผมเนิ่นนานโดยเฉพาะดวงตาเขามองอย่างพิจารณาก่อนจะเบิกตากว้างทำหน้าเหมือนนึกอะไรออกแล้วโผล่เข้ากอดผมจนผมตกใจ"เจอสักที...ขอโทษ..ขอโทษที่ทำตัวเย็นชาใส่มาตลอด..ขอโทษที่ทอดทิ้งนายไว้ลำพังนะต่อไปฉันจะไม่ทำอย่างนั้นอีกแล้ว" ตอนแรกคิดว่าเขาจะตกใจแต่ไม่ใช่ เขากลับโผล่เข้ากอดด้วยหัวไหล่ที่สั่นไหวเบาๆเหมือนกำลังร้องไห้ราวกับสำนึกผิดและบอกเหตุผลถึงการย้ายมาเรียนที่นี่เพราะอยากจะพูดว่าคำว่าขอโทษให้ได้ "จะโกรธจะเกลียดก็ได้แต่ฉันขอโทษนายด้วยจริงๆกับสิ่งที่ฉันเคยทำ" ในตอนนั้นที่นทีเจออีกฝ่ายครั้งแรกคือเขากำลังโดนกลั่นแกล้งอย่างหนักตอนแรกก็ยืนมองอยู่เฉยๆแล้วคิดว่า 'ทำไมไอ่คนซื่อบื่อนั่นถึงไม่ยอมตอบโต้อะไรเลยสักที' จนตนทนไม่ไหวจึงต้องเข้าไปช่วย แต่ฝ่ายที่โดนต่อยยับกลับเป็นตัวเขาเองเพราะพวกนั้นคนเยอะกว่า แต่ตลกที่ว่าไอ่คนที่เขาบอกว่าซื่อบื่อกลับเป็นคนมาอุ้มเขาหนีไปเสียดื้อๆ ทั้งๆที่ต่อยยังไม่หนำใจเลยด้วยซ้ำ'ฮิๆ ขอบคุณนะ' ในตอนที่กันต์กล่าวขอบคุณ นั่นเป็นครั้งแรกที่เขาพึ่งเห็นคนที่มีแววตาสวยและยิ้มสดใจเหมือนโลกทั้งใบเป็นสีชมพู และเขาก็เผลอยิ้มตามโดยไม่รู้ตัว ทั้งๆที่โดนรังแกม
จิ๊บๆ เสียงนกร้องเป็นสัญญาณของเช้าวันใหม่กึกก้องเข้ามาในโสตประสาทขณะที่ผมกำลังเคลิ้มหลับในห้วงแห่งความฝันเฮือกก ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมกับความทรงจำอันน่าอดสู นี่กูทำอะไรลงไปวะเนี่ย ก่อนจะส่ายหัวอย่างไม่น่าเชื่อ"ไม่จริงๆๆ มันไม่ใช่ความจริงใช่ไหม บอกทีว่ามันไม่จริ้งง ฮือๆๆ"ผมกระชากหมอนตบ ป้าบๆๆ ลงบนเตียงอย่างบ้าคลั่ง ไอ่บ้าๆๆๆตายซะ ตายซะะะ กูเนี่ยตายซะฮืออแล้วจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนล่ะทีนี้ผมเดินเข้ามาในห้องน้ำก่อนส่องกระจกดูสารรูปตัวเอง คอมีรอยจ้ำแดงจิ๊ดนึง ส่วนหัวนมมีรอยฟันกัด ถ้าหลบหน้าหมอนั่นก็ต้องรู้อีกแล้วตามมาอีกตามเคย สรุปไม่มีประโยชน์อยู่ดี แล้วทำไมตอนทำไม่คิดเยอะๆให้ตายเถอะ เรื่องจูบในห้องน้ำก็ยังไม่ได้ถามนี่ยังจะมาซาบาเฮ้กันอีกกูจะบ้า"หวัดดีไทม์พอดีเมื่อคืนเราเมามากก็เลยเผลอตัวไปหน่อย" ไอ่บ้าเมาเหี้ยไร แดกแต่นม"ไม่ได้ๆเอาใหม่...หวัดดี เรื่องเมื่อคืนขอโทษนะ" แล้วจะขอโทษเรื่องอะไร กูไม่ผิด "โอ้ยๆๆ ไม่รู้ๆๆๆ ถ้าเจอหน้าก็แค่หวัดดีแค่นั้นพอ จบ! อย่าคิดมากทำตัวให้เป็นธรรมชาติ"ร่างเล็กกำลังทะเลาะกับตัวเองในกระจกมองดูลำคอและร่างกายก่อนจะเหลือบไปมองปากที่บวมเจ่อของตัวเองและใช้มือแ
"ขอนะ" สิ้นเสียงประโยคไทม์โน้มใบหน้าเข้ามาหาผมเรื่อยๆ นัยน์ตาคู่คมยังคงสบตาผมอยู่ตลอดจนกระทั่งริมฝีปากของเราสัมผัสกันผมตะลึงค้างตัวเกร็งแข็งทื่อไปหมดก่อนจะหลับตาปี๋ไม่กล้าสบตาหัวใจเต้นแรงโครมครามแทบจะระเบิดออกมา"อ้าปากหน่อย" เขาพูดทั้งที่ปากของเรายังคงสัมผัสกันอยู่แบบนั้น ผมเผยอปากตามคำสั่งโดยไม่รู้ตัวจู่ๆเรียวลิ้นก็สอดแทรกมาในโพรงปากตวัดโลมเลียจนเกิดเสียงเฉอะแฉะไปทั่วห้อง นิ้วทั้งห้าถูกกำเข้าหาฝ่ามือตัวเองแน่นด้วยความเกร็งสัมผัสที่ส่งมาเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆเรียวลิ้นไล่ต้อนตวัดเลียด้านในปากจนผมหายใจไม่ทันได้แต่นิ่งครางอื้ออึงในลำคอพอเห็นว่าตัวเองเคลื่อนไหวอยู่ฝ่ายเดียวก็ทำให้รู้ว่านี่เป็นจูบแรกของอีกฝ่าย ไทม์ใช้มือประคองคออย่างเบามือและเอียงคอหาองศาที่จูบถนัดก่อนค่อยๆเปลี่ยนจากสัมผัสรุนแรงเมื่อครู่เป็นสัมผัสที่นุ่มนวลอ่อนโยนแทนให้คนตรงหน้าตามทันร่างเล็กยังคงแข็งทื่อแต่พอสัมผัสเปลี่ยนไปเขาก็เริ่มตามทันและหาจังหวะตวัดลิ้นกลับไป เขาเริ่มดุนดันลิ้นตัวเองให้สำรวจในปากของฝ่ายตรงข้ามบ้างอีกฝ่ายตกใจเล็กน้อยแต่ก็ตอบรับสัมผัสที่ร่างเล็กมอบให้และสอดประสานกลับไปพอเห็นว่าอีกฝ่ายเรียนรู้เร็วร่า
ปริบๆเปลือกตานวลเปิดขึ้นช้าๆก่อนจะเห็นภาพคนตรงหน้าที่จดจ้องตาไม่กระพริบ"ไทม์!!" ผมตกใจรีบกระเด้งตัวขึ้นอุส่าหลบหน้ามาทั้งวัน มาอยู่นี่ที่ได้ไงเนี่ย"หลบหน้าฉันทำไม" พูดด้วยน้ำเสียงดุ"ปะ...ป่าวไม่ได้หลบ" ผมเฉไฉรีบส่ายมือ"โกหก" เห็นอยู่ชัดๆว่าหลบ"ก็นาย..." จะให้พูดว่าไรอ่ะ ก็เขาจูบผมที่ห้องน้ำแล้วจะให้มองหน้ากันติดได้ไง"โกรธที่ฉันทำแบบนั้นกับนายเหรอ""ไม่ได้โกรธก็แค่..." "แค่?""รู้สึกแปลกๆ" ผมหลบตาพูดในหัวปรากฏภาพในห้องน้ำขึ้นมาอีกครั้งจนรู้สึกเขินสองแก้มค่อยๆขึ้นสีแดงระเรื่อไปจนถึงใบหูผิวหน้าที่ขาวยิ่งทำให้เห็นชัดว่าคนตัวเล็กกำลังเขิน ไทม์เห็นอย่างนั้นก็แอบยิ้มในใจแล้วแกล้งแหย่เล่น"แปลกยังไงหรอ?" เขาทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้"..." ผมไม่กล้าสบตาจะให้บอกได้ยังไงว่าหัวใจมันเต้นแรงจนเหมือนจะระเบิดออกมาแล้วเอาแต่คิดถึงเรื่องนั้นซ้ำๆน่ะ เดี๋ยวได้โดนหาว่าเป็นโรคจิตพอดี ผมเลยบ่ายเบี่ยงกลับไปโดยการเอามือสองข้างปิดหูแล้วพูดว่า"ไม่รู้ๆๆๆๆๆ" จากนั้นก็เนียนๆลุกขึ้นเดินออกมา'ขืนอยู่ต่อมีหวังหัวใจได้ระเบิดจริงๆแน่'แต่เขาดันลุกเดินตามมาด้วยนี่สิทั้งยังพยามจะมากอดคอผมอีก ผมเลยได้แต่เบี่ยงตัวหลบไปม
ตึก ตึก ตึก ฝีเท้ารีบเร่งจูงข้อแขนไว้เน้นให้สาวเท้าเดินตามไปโดยที่อีกฝ่ายไม่ยินยอม แต่ถึงอย่างนั้นก็มาถึงจุดหมายที่คิดไว้ นั่นคือป่าหลังโรงเรียนเป็นที่ที่ต้องผ่านตึกล้างเข้าไปลึกๆถึงจะเจอ ด้านในเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่เขียวขอุ่มและยุงชุมเต็มไปหมดโดยรอบมีเสียงนก เสียงแมลงบินก้องไปทั่วให้ความรู้สึกค่อนข้างหลอนเลยทีเดียว เป็นที่ที่ปกติจะไม่ค่อยมีใครย่างกรายเข้ามาเว้นแต่พวกหนีเรียนที่มักจะมาปีนกำแพงข้ามไปเที่ยวอยู่บ่อยๆ เพราะถ้าเดินตรงไปอีกเรื่อยๆลึกเข้าไปจนสุดป่าก็จะเจอกำแพง สามารถปีนออกนอกโรงเรียนไปเที่ยวและกลับเข้ามาโดยที่ไม่มีใครรู้ได้ แต่ติดที่ว่าต้องทายากันยุงมาด้วยเพราะที่นี่ยุงชุมมาก"ปล่อย มันเจ็บ" ผมพยายามสะบัดมือที่อีกฝ่ายจับไว้แน่นแต่ก็ไม่ยอมหลุดสักที"รู้ไหมฉันรอนายหลังตึกล้างทุกวันเลย" โจพูดขึ้นทั้งยังยกยิ้มเจ้าเล่ห์"แม่นาคก็ไม่ใช่ จะรอทำไม" ผมตอบกลับแบบไร้ อารมณ์สุดๆ"ก็เพราะมึงทำกูแสบมากเลยไงคนสวย" เขาแสยะยิ้มก่อนจะกระชากมือที่จับไว้อย่างแรงจนผมเซถลาเข้าไปในอ้อมกอดตามด้วยการรัดผมไว้แน่นไม่ยอมปล่อย"กูทำไรมึง ปล่อยยย!!" ผมตะคอกใส่พยามยามดีดดิ้นให้หลุดจากพันธนาการแต่ดูเหมือนย
ผลั่ก!! ไทม์ผลักผมเข้ามาในห้องน้ำสาธารณะที่โรงเรียนก่อนที่ตัวเองจะเข้ามาแล้วจัดการปิดประตู"เดี๋ยวจะทำอะ..อุบ" ไม่ทันได้พูดจบริมฝีปากเขาก็เข้าครอบงำจนผมตกตะลึงเบิกตากว้างลำตัวเกร็งจนไม่กล้ากระดิกไปไหน ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วมากจนผมไม่ทันตั้งตัว สมองผมกำลังประมวลสถานการณ์ตอนนี้แล้วได้คำตอบว่า 'นี่มันเกิดอะไรขึ้น'เขาถอนริมฝีปากออกช้าๆก่อนจะจ้องหน้าผมที่ตอนนี้นิ่งเงียบเป็นเป่าสาก"อืม อร่อยจริงด้วย" แล้วเขาก็พูดออกมาหน้าตาเฉยในขณะที่ผมกำลังสับสนวุ่นวายทะเลาะกับสมองตัวเองอยู่เงียบๆ 'เมื่อกี้อะไร จูบเหรอ ไม่มันเรียกแตะปาก ทำทำไม เขาแค่อยากลิ้มรสไอติม หรือไม่มีเงินซื้อเลยต้องทำแบบนี้ ห๊ะ ไม่จริงมั้งแท่ง15บาทเอง'"นะ..นายจนเหรอ" พูดอะไรออกไปวะเนี่ย"หืม" เขาเลิกคิ้วเหมือนกำลังงงว่าผมกำลังพูดอะไรที่ไม่เข้ากับสถานการณ์ตอนนี้เอาซะเลย"ฮ่ะๆ..เดี๋ยว..ไปซื้อ..ไอติมให้นะ..ฮ่ะๆ" ผมแค่นเสียงหัวเราะพูดจาตะกุกตะกักเป็นคำๆเกร็งจนทำตัวไม่ถูก นี่พูดไรออกไปวะ หยุดดิ้ก่อนจะยื่นมือไปเพื่อปลดกลอนประตูแต่ยังไม่ทันได้ทำก็ถูกไทม์จับมือไว้เสียก่อนอึก..น้ำลายอึกใหญ่กลืนลงคอ นี่เขาจะทำอะไร"อยากลองกินไอติมรสอื่นไ


![พี่ติวเตอร์ครับ...ช่วยสอนผมหน่อยนะครับ[PWP]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




