مشاركة

รักไร้เยื่อใย ต่างผิดต่อกัน
รักไร้เยื่อใย ต่างผิดต่อกัน
مؤلف: ฮวนฮวน

บทที่ 1

مؤلف: ฮวนฮวน
ลูกสาวอย่างจี้ว่างเอาแก้มถูไถแก้มของเมิ่งจืออย่างรักใคร่ แล้วเรียกด้วยน้ำเสียงสดใสเสียงหวานว่า "แม่ขา!"

ลูกชายอย่างจี้ซีก็เรียกตาม "แม่ครับ! แม่สัญญาแล้วนี่ว่าวันนี้จะพาพวกเราไปกินไอศกรีม!”

แม่เหรอ?

หลินย่างฮวนราวกับถูกฟ้าผ่า เลือดในตัวคล้ายจะไหลย้อนขึ้นสู่ศีรษะ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบเสียดกระดูกในชั่วพริบตา!

จี้เป่ยเฉิน เขายังไม่ได้ส่งเมิ่งจือไปงั้นเหรอ?!

นอกจากจะไม่ส่งตัวไปแล้วยังปล่อยให้เธอเข้ามามีตัวตนในชีวิตของลูกอย่างเปิดเผย หนำซ้ำ... ยังยอมให้ลูกเรียกเธอว่า "แม่"?!

ความตกตะลึงและความโกรธถาโถมเข้ามาจนเธอขาดสติ เธอพุ่งกระโจนเข้าไป คว้าตัวลูกทั้งสองแยกออกจากอ้อมอกของเมิ่งจือในทันที!

"เมื่อกี้พวกลูกเรียกยัยนั่นว่าอะไรนะ?!"

เสียงของหลินย่างฮวนสั่นเครือด้วยอารมณ์พลุ่งพล่านถึงขีดสุด ใบหน้าซีดเผือดน่ากลัว

เด็กทั้งสองสะดุ้งด้วยความตกใจ เมื่อเห็นชัดว่าเป็นเธอ ใบหน้าเล็กๆ ก็ฉายแววเลิ่กลั่ก แต่ไม่นานก็ถูกความไม่พอใจเข้ามาแทนที่

จี้ซีขมวดคิ้วน้อยๆ แล้วก้าวไปยืนขวางหน้าเมิ่งจือ "แม่ทำอะไรเนี่ย? น้าเมิ่งตกใจหมดแล้ว!"

จี้ว่างเองก็ยู่ปากเสริม "ใช่แล้ว! ทำไมแม่ต้องผลักน้าเมิ่งด้วย?"

"แม่ถามว่า เมื่อกี้พวกลูกเรียกยัยนั่นว่าอะไร?!" หลินย่างฮวนจ้องเด็กทั้งสองเขม็ง

จี้ซีเงยหน้าขึ้น ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ซ่อนความใจร้ายอย่างซิ่อๆ "ก็เรียกแม่ไง! น้าเมิ่งทั้งจิตใจดี ทั้งสวย คอยเล่นกับพวกเรา เล่านิทานให้ฟัง แถมยังซื้อขนมอร่อยๆกับของเล่นให้ตั้งเยอะ! แล้วแม่ล่ะ? วันๆ เอาแต่ยุ่งกับงาน กลับมาบ้านก็หมกตัวอยู่แต่ในห้องหนังสือ ไม่ก็ทำท่าหงุดหงิดใส่พวกเรา!"

จี้ว่างพูดเสริมเสียงเบา “น้าเมิ่งไม่เคยดุพวกเราเลยสักครั้ง...”

ทุกถ้อยคำเปรียบเสมือนมีดอาบน้ำแข็งที่กรีดแทงลงกลางหัวใจของหลินย่างฮวนอย่างโหดเหี้ยม

เมิ่งจือรีบลุกขึ้น สีหน้าแสดงความตื่นตระหนกและรู้สึกผิดอย่างพอเหมาะพอดี ทำทีจะยื่นมือไปกุมมือหลินย่างฮวน "พี่ย่างฮวนอย่าโกรธเลยนะคะ เด็กๆ ยังเล็ก แค่เรียกไปตามประสา พี่อย่าเก็บเอามาใส่ใจเลยนะคะ..."

"อย่ามาแตะตัวฉัน!" หลินย่างฮวนปัดมือเธอออกสุดแรงโดยไม่ทันควบคุมแรง

เมิ่งจือร้องอุทานออกมาคำหนึ่ง อาศัยจังหวะนั้นถอยหลังปัดเป๋ไปหลายก้าว แล้วล้มกระแทกพื้นปูนหยาบกร้านอย่างแรง หัวเข่าถลอกปอกเปิกจนมีเลือดซึมออกมาในทันที

"น้าเมิ่ง!"

"คนใจร้าย! แม่ผลักน้าเมิ่งทำไม!"

เด็กทั้งสองส่งเสียงกรีดร้องขึ้นมาทันที!

จี้ซีราวกับสิงโตตัวน้อยที่เกรี้ยวกราด พุ่งเข้ามากระหน่ำตบตีเตะต่อยเข้าที่หน้าแข้งของหลินย่างฮวน "ผู้หญิงใจร้าย! ออกไปนะ! ห้ามแกล้งน้าเมิ่งเด็ดขาด!"

ส่วนจี้ว่างก็รีบหยิบนาฬิกาโทรศัพท์ออกจากกระเป๋าเป้ใบเล็ก รัวกดปุ่มอย่างชำนาญแล้วร้องไห้สะอื้นพูดใส่โทรศัพท์ "ฮัลโหล ลุงตำรวจใช่ไหมคะ? มีผู้หญิงใจร้ายทำร้ายคนอยู่หน้าโรงเรียนอนุบาล! ผลักแม่หนูล้มเลือดไหลเยอะแยะเลย! ลุงตำรวจรีบมาช่วยหน่อยค่ะ!"

หลินย่างฮวนยืนนิ่งค้างอยู่กับที่ มองลูกชายที่กำลังทุบตีเตะต่อยเธอ ฟังลูกสาวโทรแจ้งความว่าเธอเป็น "ผู้หญิงใจร้าย" และมองเมิ่งจือที่นั่งอยู่บนพื้นน้ำตาคลอ แต่กลับส่งยิ้มท่าท้ายมาให้เธอ

เธอหนาวเยือกไปทั้งตัวจนไม่อาจขยับเขยื้อน ราวกับตกอยู่ในฝันร้ายอันแสนบ้าบอและโหดร้าย

ตำรวจเดินทางมาถึงอย่างรวดเร็ว คนทั้งหมดจึงถูกพาตัวไปยังสถานีตำรวจ

เด็กทั้งสองนั่งเบียดชิดเมิ่งจือ แย่งกันฟ้องคุณตำรวจถึง "ความร้ายแรง" ของหลินย่างฮวน

ขณะที่เมิ่งจือก็มีดวงตาแดงก่ำ สะอื้นเสียงเบา ทำท่าราวกับได้รับความอยุติธรรมอย่างแสนสาหัสแต่ก็พยายามอดกลั้นเอาไว้

หลินย่างฮวนนั่งนิ่งอย่างเหม่อลอยอยู่อีกฝั่ง มองภาพอันน่าขันตรงหน้า พลางรู้สึกว่าช่องว่างในหัวใจของตัวเองกำลังขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

ไม่นานนัก ก็มีเสียงเอะอะดังขึ้นบริเวณหน้าสถานีตำรวจ

จี้เป่ยเฉินเดินเข้ามาอย่างเร่งรีบ โดยมีบอดี้การ์ดสองคนติดตามมาด้วย

เขาสวมชุดสูทสั่งตัดพิเศษ ใบหน้าหล่อเหลามีร่องรอยความเหนื่อยล้าจากการทำงาน แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดยิ่งกว่าคือความกระวนกระวายและความไม่พอใจ

เขากวาดตามองไปรอบๆ สายตาหยุดอยู่บนใบหน้าซีดเผือดของหลินย่างฮวนเพียงชั่วครู่ แล้วเลื่อนไปยังเมิ่งจือที่กำลังร้องไห้และเด็กทั้งสอง คิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากันทันที

เขาเข้าไปพูดคุยกับตำรวจสองสามประโยคด้วยเสียงแผ่วเบาพร้อมแสดงหลักฐานบางอย่าง ท่าทีของตำรวจก็เปลี่ยนเป็นนอบน้อมขึ้นมาทันทีและพยักหน้าไม่หยุด "รับทราบครับประธานจี้ พวกเราเข้าใจแล้วครับ เรื่องนี้เป็นเพียงแค่เรื่องเข้าใจผิด คุณสามารถรับตัวกลับไปได้เลยครับ"

"พ่อ!"

"พ่อ! แม่ผลักน้าเมิ่ง แถมยังจับน้าเมิ่งมาโรงพักด้วย!"

เด็กทั้งสองพุ่งเข้าอ้อมอกของจี้เป่ยเฉินทันทีพร้อมกับแย่งกันฟ้อง

เมิ่งจือลุกขึ้นยืนเช่นกัน เธอมองจี้เป่ยเฉินอย่างหวาดๆ ขอบตาแดงก่ำยิ่งกว่าเดิม แต่กลับเม้มริมฝีปากแน่น ไม่ยอมพูดอะไร เพียงปล่อยให้น้ำตาไหลรินเงียบๆ

จี้เป่ยเฉินตบหลังลูบไหล่ปลอบลูกทั้งสอง แล้วหันไปมองเมิ่งจือด้วยสายตาซับซ้อน

จากนั้นเขาก็เดินเข้ามาหยุดตรงหน้าหลินย่างฮวน กดเสียงต่ำถามด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดและคาดคั้นอย่างไม่คิดปิดบัง

"หลินย่างฮวน คุณงี่เง่าอะไรอีกเนี่ย? ผมเพิ่งจะประชุมวิดีโอคอลข้ามประเทศเสร็จ เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว แต่กลับต้องมารับโทรศัพท์บอกว่าคุณทำร้ายคนจนต้องมาสถานีตำรวจ? แถมยังทำต่อหน้าลูกอีกเนี่ยนะ?"

หลินย่างฮวนเงยหน้าขึ้น มองใบหน้าที่ทั้งคุ้นเคยและแปลกหน้าในเวลาเดียวกันของเขา

ครั้งหนึ่ง ใบหน้านี้เคยเต็มไปด้วยความรักและความอ่อนโยนที่มีต่อเธอ แต่ตอนนี้กลับเหลือเพียงความรำคาญและคำตำหนิ

"ฉันงี่เง่าเหรอ?" เธอเหยียดยิ้มตรงมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ดูได้แย่กว่าการร้องไห้เสียอีก "จี้เป่ยเฉิน คนที่ไม่บริสุทธิ์ใจและควรออกมารับผิดชอบอธิบายเรื่องนี้ให้ฉันฟังก่อนไม่ใช่คุณหรอกเหรอ? ตอนนั้นคุณเคยให้คำสาบานไว้ไม่ใช่หรือไงว่าจะส่งเมิ่งจือออกไปให้พ้น? แล้วทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ได้? แล้วทำไมพวกลูกๆ ถึงได้เรียกเธอว่าแม่แบบนั้นล่ะ?!"

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • รักไร้เยื่อใย ต่างผิดต่อกัน   บทที่ 22

    กาลเวลาผ่านไปอย่างเงียบงัน เผลอเพียงพริบตาเดียวก็ล่วงเลยมาถึงสามปี ค่ำคืนอันเงียบสงัดเวียนมาถึงอีกครั้ง จี้เป่ยเฉินจัดการเอกสารฉบับสุดท้ายเสร็จ แล้วนวดขมับที่กำลังปวดตุบๆเด็กๆ หลับกันหมดแล้ว ป้าหวังก็เข้านอนแล้วเช่นกัน บ้านหลังใหญ่กว้างขวางว่างเปล่าและเงียบเหงา เงียบเสียจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงหัวใจของตัวเองเต้นเขาเดินไปที่ตู้เหล้า รินวิสกี้หนึ่งแก้วโดยไม่ใส่น้ำแข็ง แล้วดื่มรวดเดียวจนหมดของเหลวรสเผ็ดร้อนไหลผ่านลำคอ ทว่ากลับไม่อาจทำให้หัวใจที่เย็นเยียบอบอุ่นขึ้นได้ เขาเปิดโทรทัศน์ เปลี่ยนช่องไปเรื่อยเปื่อยอย่างไร้จุดหมาย เพียงเพื่อขจัดความเงียบงันที่กัดกินจิตใจนี้ออกไป ช่องระหว่างประเทศช่องหนึ่งกำลังถ่ายทอดสดงานประกาศรางวัลชายหญิงในชุดสูทและชุดราตรีหรูหรา แสงไฟจากโคมระย้าคริสตัลส่องประกายระยิบระยับ เสียงปรบมือดังกึกก้อง เขามองอย่างเบื่อหน่าย กำลังจะเปลี่ยนช่องพิธีกรก็เอ่ยชื่อและชื่อรางวัลเป็นภาษาอังกฤษอย่างคล่องแคล่ว“รางวัลนักข่าวภาคสนามยอดเยี่ยมแห่งปี ได้แก่ คุณหลินหนานซิง!”เสียงปรบมือกึกก้องราวกับสายฟ้าแลบนิ้วมือของจี้เป่ยเฉินชะงักค้างอยู่บนรีโมตสายตาของเขาราว

  • รักไร้เยื่อใย ต่างผิดต่อกัน   บทที่ 21

    เขาร้องไห้จนร่างกายเกร็งกระตุกไปทั้งตัว ขาดอากาศหายใจและเจ็บปวดรวดร้าวอย่างรุนแรงจนช็อกหมดสติไปหลายครั้ง แต่ก็ถูกแพทย์ที่เดินทางมาด้วยกันช่วยชีวิตจนฟื้นคืนสติอีกครั้งเมื่อฟื้นขึ้นมา เขาก็จะกอดร่างไร้วิญญาณนั้นไว้แน่นอีกครั้ง พึมพำเรียกชื่อเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดวงตาว่างเปล่า ราวกับวิญญาณถูกพรากไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงร่างที่ยังร้องไห้ได้เท่านั้น ในที่สุด ท่ามกลางแรงกดดันจากทั้งทีมค้นหาและกู้ภัยกับสถานการณ์ความปลอดภัยที่เลวร้ายลง บอดี้การ์ดและแพทย์จึงจำใจฉีดยาระงับประสาทให้เขา แล้วลากตัวเขาออกจากข้างกายเธอและพาออกไปจากริมแม่น้ำแห่งนั้นก่อนจากไป เขากำบัตรประจำตัวนักข่าวที่ชำรุดใบนั้นไว้แน่น ราวกับกุมเศษเสี้ยวความทรงจำอันว่างเปล่าชิ้นสุดท้ายเอาไว้บนเครื่องบินขากลับประเทศ เขานั่งนิ่งเป็นหุ่นไร้ชีวิต ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย มือกำถุงเก็บหลักฐานใสที่บรรจุบัตรประจำตัวนักข่าวใบนั้นไว้แน่นเขาไม่ร้องไห้อีกแล้ว ดวงตาแห้งผากจนเจ็บปวด ได้แต่มองทะเลเมฆที่ม้วนตัวอยู่ด้านนอกหน้าต่าง มองแนวเมืองด้านล่างที่ค่อยๆปรากฏชัดขึ้นและคุ้นตาขึ้นทุกทีบ้านใกล้เข้ามาทุกทีแล้วแต่เธอไม่มีวันกลับมาอีกแล้ว เข

  • รักไร้เยื่อใย ต่างผิดต่อกัน   บทที่ 20

    เครื่องบินส่วนตัวทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอีกครั้ง บินทะลุผ่านชั้นเมฆ มุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่กลืนกินความหวังทั้งหมดของเขาไป คราวนี้ เขานำทีมแพทย์ชั้นนำและทีมกู้ภัยมืออาชีพที่สุดไปด้วย โดยไม่สนใจว่าจะต้องสูญเสียแลกกับอะไรก็ตามเมื่อเหยียบย่างลงบนแผ่นดินอิเวียอีกครั้ง ดูเหมือนว่าไฟสงครามจะโหมกระหน่ำรุนแรงกว่าคราวก่อนเสียอีกจี้เป่ยเฉินไม่ฟังคำทัดทานใดๆ ทั้งสิ้น เขาไม่สนใจบาดแผลที่ยังไม่หายดีของตัวเอง นำทีมมุ่งหน้าไปยังจุดเกิดเหตุด้วยตนเองที่นั่นเป็นเส้นทางภูเขาสูงขรุขระ ด้านหนึ่งเป็นหน้าผาสูงชัน ร่องรอยการตกเหวปรากฏชัดเจน ทั้งพืชพรรณที่ถูกไฟไหม้จนเกรียม เศษชิ้นส่วนรถยนต์ที่กระจัดกระจาย ร่องรอยการลากถูบริเวณริมหน้าผาที่ชวนให้ใจหาย รวมถึงคราบเลือดสีน้ำตาลเข้มขนาดใหญ่ที่แห้งกรังไปแล้ว จี้เป่ยเฉินยืนอยู่ตรงขอบหน้าผา มองลงไปในหุบเขาด้านล่างที่ลึกจนมองไม่เห็นก้นและปกคลุมไปด้วยหมอก ทันใดนั้นก็รู้สึกหน้ามืดเวียนหัว หัวใจเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นบีบขยี้ไว้แน่นจนหายใจไม่ออก“ค้นหา! ไล่ค้นไปตามหุบเขาริมแม่น้ำ ค้นหาทั้งสองฝั่งให้ทั่ว! ห้ามพลาดแม้แต่ตารางนิ้วเดียว! ต้องเจอตัว ไม่ว่าจะเป็นหรือตาย..

  • รักไร้เยื่อใย ต่างผิดต่อกัน   บทที่ 19

    ในวันต่อๆมา จี้เป่ยเฉินคอยปลอบขวัญเด็กๆ ที่ยังคงหวาดกลัว พร้อมกับจัดการเมิ่งจืออย่างเด็ดขาด เขาไม่เพียงยื่นหลักฐานการทำร้ายเด็กเท่านั้น แต่ยังใช้อิทธิพลและคอนเนคชั่น ขุดเอาแผนการอันชั่วร้ายในอดีตของเธอออกมาทั้งหมด รวมถึงเรื่องที่เธอสร้างสถานการณ์ใส่ร้ายหลินย่างฮวน และการจ้างเพจข่าวปั่นกระแส แล้วส่งเรื่องทั้งหมดไปยังสถานที่ที่เธอควรจะไปในที่สุดเมิ่งจือก็ต้องเข้าคุกจากหลายข้อหา ชื่อเสียงป่นปี้จนไม่เหลือชิ้นดี และชีวิตในคุกของเธอจะไม่มีทางสบายอย่างแน่นอนทว่าหลังจากทำทั้งหมดนี้แล้ว จี้เป่ยเฉินกลับไม่ได้รู้สึกเบากายสบายใจขึ้นเลยแม้แต่น้อยทุกวันเขาจะโทรไปยังหมายเลขโทรศัพท์ผ่านดาวเทียมของหลินย่างฮวนที่สำนักข่าวให้ไว้ แม้ทุกครั้งจะได้รับเพียงเสียงสัญญาณที่ไม่สามารถเชื่อมต่อได้ก็ตาม เขาเขียนจดหมายยาวเหยียดฉบับแล้วฉบับเล่า ถ่ายทอดความรู้สึกผิด สำนึกเสียใจ ความคิดถึง รวมถึงการเปลี่ยนแปลงและความคาดหวังของลูกๆ ส่งไปยังสถานที่ทำงานที่เธออาจจะอยู่ แต่จดหมายทุกฉบับกลับเงียบหายอย่างไร้ร่องรอย บางฉบับถึงขั้นถูกตีกลับมาในสภาพเดิมเขาพยายามใช้อิทธิพลผ่านผู้บริหารระดับสูงของสำนักข่าวเพื่อกดดัน แ

  • รักไร้เยื่อใย ต่างผิดต่อกัน   บทที่ 18

    จี้เป่ยเฉินจ้องมองคลิปวิดีโอ เลือดในกายพลุ่งพล่านขึ้นสู่ศีรษะ ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความโกรธแค้นอย่างถึงที่สุด เขากำหมัดแน่นจนข้อนิ้วลั่น เส้นเลือดบนหลังมือปูดโปนขึ้นมา “เมิ่ง…จือ!” เขาเค้นชื่อนี้ออกมาผ่านไรฟัน แววตาเต็มไปด้วยจิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัว “เธออยู่ที่ไหน?” น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง “อยู่…อยู่ในห้องนอนของคุณผู้ชายชั้นบนค่ะ… เธอบอกว่าต่อไปห้องนั้นจะเป็นห้องของเธอ…” ป้าหวังร้องไห้ขณะที่พูดจี้เป่ยเฉินไม่พูดไม่จา หันหลังก้าวฉับๆ ขึ้นชั้นบน แล้วเตะประตูห้องนอนใหญ่เปิดออกอย่างแรงเมิ่งจือสวมชุดนอนผ้าไหมของหลินย่างฮวนนอนอยู่บนเตียงใหญ่ที่พวกเขาเคยนอน เธอมาร์กหน้าอย่างสบายอารมณ์และในมือยังเปิดอ่านนิตยสารเมื่อเห็นจี้เป่ยเฉิน เธอก็ชะงักด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบเปลี่ยนเป็นสีหน้าดีใจ ดึงแผ่นมาสก์ออกแล้วลุกขึ้นนั่ง “เป่ยเฉิน! คุณกลับมาแล้ว! ฉันเป็นห่วงแทบแย่…” “เพียะ!!!”ฝ่ามือที่ลงแรงเต็มกำลังฟาดเข้าที่ใบหน้าของเมิ่งจืออย่างจัง! แรงตบมหาศาลทำให้เมิ่งจือร่วงจากเตียงลงไปกองกับพื้น มุมปากแตกทันที มีเลือดซึมออกมาเป็นทาง เมิ่งจือถูกตบจนมึนงง เธอยกมือกุมแก้ม มองชายตรง

  • รักไร้เยื่อใย ต่างผิดต่อกัน   บทที่ 17

    "ไม่นะ... ย่างฮวน... อย่าไปเลย... ได้โปรด... กลับมาเถอะ..."จี้เป่ยเฉินยื่นมือออกไปอย่างสูญเปล่า หันหน้าสู่ประตูอันว่างเปล่า ในลำคอส่งเสียงคร่ำครวญอย่างแหลกสลายความเจ็บปวดรุนแรงถาโถมเข้าใส่หน้าอกดุจคลื่นยักษ์ ไม่ใช่เพียงความเจ็บปวดจากบาดแผลกระสุนปืน แต่ราวกับหัวใจถูกควักออกไปทั้งเป็น ทิ้งไว้เพียงช่องโหว่ที่เต็มไปด้วยเลือดเขาไม่อาจทนรับได้อีกต่อไป กระอักเลือดสดๆ ออกมาคำโตและภาพตรงหน้าก็มืดดับลงโดยสมบูรณ์เครื่องวัดสัญญาณชีพจรส่งเสียงเตือนแหลมสูงบาดหูยิ่งกว่าเดิมหมอและพยาบาลรีบกรูกันเข้ามา "ผู้ป่วยเกิดอารมณ์สะเทือนใจอย่างรุนแรง ทำให้แผลปริแตกและเลือดออก! เร็วเข้า! เตรียมช่วยชีวิตด่วน!"ท่ามกลางความโกลาหล ภาพสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่ในสติของจี้เป่ยเฉินคือดวงตาเย็นชาคู่นั้นของเธอ กับแผ่นหลังที่เดินจากไปโดยไม่เหลียวแลแม้แต่น้อย รวมถึงประโยคที่ว่า "ฉันไม่ได้โกรธแค้นคุณแล้ว แต่ก็ไม่ได้รักคุณแล้วเช่นกัน"ที่แท้ สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าความเกลียดชัง ก็คือความเฉยชาและการตัดขาดไม่เกี่ยวข้องกันเขาเสียเธอไปแล้วเสียเธอไปแล้วจริงๆ เสียไปตลอดกาลจี้เป่ยเฉินถูกส่งตัวกลับประเทศอย่างเร่งด่ว

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status