Masukอชิระลืมไปเลยว่าที่ห้องพักส่วนตัวชั้นบนสุดของตัวเองมีคนนอนอยู่ เขากลับมาจากดูบัญชีที่อาบอบนวดก็ดึกมากแล้ว และขับรถกลับบ้านไม่ไหวจึงแวะมาพักนอนที่นี่ พอมาถึงห้อง เขาก็ไม่รอช้าที่จะปลดเปลื้องชุดของตัวเองออกเพื่ออาบน้ำให้สบายตัว หลังจากอาบน้ำเสร็จก็เดินตัวเปลือยเปียกโชกออกมาจากห้องน้ำ โดยมีผ้าเช็ดตัวพาดที่ไหล่กว้างออกมาด้วย
ความเคยชินของอชิระ เพราะไม่เคยมีใครอยู่ร่วมห้องด้วย ถึงจะมีแต่ว่าผู้หญิงทุกคนหลังจากเสร็จกิจกรรมร่วมกัน พวกหล่อนๆ ก็จะกลับ เพราะเขาไม่ชอบให้ใครมานอนค้างคืนด้วย แต่แล้วก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อมองไปยังเตียงกว้างของตัวเองเห็นผ้าห่มขยับ
“ฉันลืมไปได้ยังไง” เมื่อนึกได้ว่าพาขวัญอยู่ในห้องด้วย เขาจึงรีบเดินไปคว้าผ้าเช็ดตัวที่ผืนใหญ่กว่าที่พาดไหล่มาพันรอบเอวสอบ แต่ยังไม่ทันได้พันก็ต้องตกใจเสียงร้องของหล่อนก่อน
กรี๊ดดดดดดด
พาขวัญดึงผ้าห่มมาปิดตาเมื่อตื่นขึ้นมาแล้วเห็นอชิระเปลือยอยู่ในห้อง
“หนวกหูเว้ย! หยุดร้องได้แล้ว ถ้าไม่หยุดก็ไสหัวไปซะ” เขากระชากเสียงสั่งเธอให้หยุดพร้อมกับรีบพันผ้าเช็ดตัวรอบเอวสอบไว้
อุ๊บ!
พาขวัญปิดปากตัวเองทันทีพร้อมกับดึงผ้าห่มออกมาดูว่าตอนนี้เขาแต่งตัวเรียบร้อยรึยัง พอเห็นว่าเขามีผ้าเช็ดตัวพันรอบเอวแล้วก็ค่อยยังชั่วหน่อย แต่ก็ยังรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ อยู่ดีเมื่อเห็นหน้าอกกำยำและหน้าท้องที่แข็งแรงของเขาชื้นโชกไปด้วยน้ำ
“คะ...คุณอชิระแต่งตัวก่อนได้ไหมคะ”
“ไม่ ฉันจะใส่แบบนี้ เพราะนี่ห้องส่วนตัวของฉัน” อชิระตอบเสียงเรียบแล้วสะบัดหัวแรงๆ ไล่น้ำที่เกาะติดตามผมที่เปียกออกและใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กที่พาดไหล่ซับผมไปด้วย
พาขวัญเงียบไม่พูดอะไรต่อ เธอมองแผ่นหลังกว้างของคนตัวโตที่ยืนหันหลังเช็ดผมอยู่หน้ากระจกแล้วก็มองไปยังทางประตูห้อง เธอไปไม่ได้ เธอไม่มีที่ไป พาขวัญจึงทำได้แค่เงียบและยอมรับสถานการณ์ตอนนี้ของตัวเองให้ได้ แม้ว่าจะไม่ชอบการที่ต้องอยู่กับเขา แต่เธอก็ต้องอดทนเพื่อลูกน้อยในท้อง
“เธอจะอยู่บนเตียงฉันแบบนั้นอีกนานไหม ฉันจะนอน” เขาถามทั้งๆ ที่ไม่หันมามองเธอ
“ขอโทษค่ะ” เธอขอโทษเขาพร้อมกับลุกขึ้นไปยืนข้างเตียงแล้วมองไปยังโซฟาตัวเล็กที่มุมห้อง มันเล็กแต่สำหรับพาขวัญมันใหญ่พอที่จะนอนได้
“ทำตัวตามสบายคิดว่าที่นี่เป็นห้องตัวเองแล้วกัน”
อชิระโยนผ้าขนหนูที่เช็ดผมจนหมาดๆ ลงในตะกร้าข้างตู้ แล้วเดินผ่านร่างอวบไปหยิบกางเกงนอนมาสวมใส่อย่างสบายใจ เขาไม่ชอบใส่เสื้อเวลานอน มันรู้สึกอึดอัดไม่เหมือนนอนเปลือยเปล่าสบายตัวและหลับสนิท ทั้งๆ ที่ไม่ได้อยู่คนเดียว อชิระก็ยังทำแบบเดิม เขาเดินกลับมาที่ที่นอนพร้อมล้มตัวนอนไม่ใส่ใจคนที่ยืนอยู่
“ปิดไฟให้ฉันด้วยนะ” แล้วเขาก็ปิดเปลือกตา แม้ว่าตอนนี้เขาจะรู้สึกปั่นป่วนที่ช่องท้องก็ตาม แต่จะทำยังไงได้ พาขวัญคือคนที่เขาควรต้องถอยห่าง ไม่ควรแตะต้องหล่อนจนกว่าหล่อนจะคลอดลูก
พาขวัญมองเจ้าของห้องที่ปิดเปลือกตาสนิท แล้วเธอก็เดินไปปิดไฟที่มุมห้องนอนให้เขาก่อนจะเดินไปนอนบนโซฟาตัวใหญ่ เธอนอนกอดตัวเองในความมืด นอนไม่หลับ ด้วยความระแวงเจ้าของห้องนอน แม้ว่าจะแน่ใจว่าเขาไม่มีทางแตะต้องเธอแน่นอน แต่ก็อดคิดไม่ได้
ด้านเจ้าของห้องพอไฟปิดสนิทก็ลืมตาขึ้นในความมืดทันที สองมือสอดประสานกันไว้ที่หน้าอกแล้วก็หายใจเข้าปอดแรงๆ ด้วยความหงุดหงิด และตอนนี้จมูกของเขาก็ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ มันคือกลิ่นตัวของพาขวัญที่ติดอยู่ที่หมอนและผ้าห่มที่เขากำลังนอนอยู่ตอนนี้
“เธอนอนรึยังพาขวัญ” เขาถามคนตัวเล็กในความมืด
เงียบ!
พาขวัญไม่ตอบ เขาจึงถามอีกครั้ง
“ฉันถามว่าเธอนอนรึยังพาขวัญ” ครั้งนี้อชิระถามเสียงดังกว่าเดิม
“ยะ...ยังค่ะ”
“ทำไมเธอยังไม่นอน”
วันหยุดนี้อชิระพาทุกคนที่บ้านมาเที่ยวพักผ่อนที่บ้านพักที่พัทยา ที่ครั้งหนึ่งเขาตามพาขวัญกับน้องชายมา คิดถึงตอนนั้นก็ตลกขำตัวเอง ตอนนี้อคิราห์อายุได้เจ็ดเดือนแล้ว หนูน้อยเป็นที่รักของทุกคนและเป็นที่รักของคุณอาอย่างอชิตะจนต้องบินขึ้นมากรุงเทพฯ อยู่บ่อยๆ และเหมือนว่าตอนนี้อชิตะจะไม่ค่อยได้ว่างขึ้นมา เพราะติดภารกิจหัวใจของตัวเอง แม้น้องชายไม่เล่า แต่เขาก็รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับน้องชาย “ขวัญ...พี่รักขวัญนะ” อชิระนอนหนุนตักภรรยาอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่หน้าบ้านพัก ตอนนี้ลูกน้อยอยู่กับนางและใจกับแม่ของเขา ผ่องก็อยู่ด้วย เขาจึงมีเวลาพาพาขวัญมาปูเสื่อนอนเล่นกันได้ “ขวัญก็รักพี่อชินะคะ” “ขอบคุณนะครับที่เป็นครอบครัวให้พี่ เป็นบ้านที่เต็มไปด้วยรักและความสุขของพี่” “ขวัญก็ขอบคุณพี่อชิเหมือนกันค่ะ ที่มอบครอบครัวให้ขวัญ ทำให้ขวัญลืมอดีตที่โหดร้ายของขวัญ ขวัญไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะมีครอบครัวที่มีความสุขแบบนี้ มีลูกที่น่ารัก มีสามีที่แสนดีและหล่อกว่าพระเอกหนัง” เธอบอกเขา “และตอนนี้เราก็กำลังมีน้องให้น้องซันอีกคนด้วย” เขาลูบหน้าท้องของพาขวัญที่นูนเล็กน้อ
“อะ...อื้อ” ทันทีที่ความใหญ่โตสอดแทรกบดเบียดเข้ามาในกายคับแคบของตัวเอง พาขวัญก็แอ่นบิดเอวเล็กบางไปมาด้วยความอึดอัดและทรมานซ่านกายสาว “อือ...ขวัญ...แน่นดีเหมือนเดิม โอว์...ซี้ด ขวัญตอดรัดพี่ อะ...อูว์” เขาเคลื่อนไหวโยกเร่าเอวสอบ สองมือหนาจับเรียวขาที่แยกกว้างของพาขวัญมาพาดไหล่กว้างของตัวเองแล้วกอดรั้งไว้กับไหล่ของตัวเอง “อ่า...ไม่ไหวแล้ว...ขวัญไม่ไหวแล้วพี่อชิ อือ...อ่า” เสียงเนินเนื้อที่สอดประสานบดเร่าเสียดสีเข้าหากันดังกระทบกระทั่งกันเป็นจังหวะหนักหน่วงสอดประสานกับเสียงครวญครางกระเส่าเว้าวอนซ่านของทั้งสอง กายเปลือยเปล่าชุ่มฉ่ำไปด้วยเหงื่อร้อนปรารถนาของทั้งสองที่สอดประสานไปในทิศทางเดียวกัน “อือ...ไม่ไหวแล้วที่รักของพี่ อือ...โอว์...ชูว์” เขาคำรามซ่านเมื่อตอนนี้ภายในกายสาวของพาขวัญตอดรัดหนักหน่วงทุกครั้งที่จ้วงลึกเข้าหา “อือ...ไม่ไหวเหมือนกันค่า พี่อชิ...ได้โปรด ชะ...ช่วยขวัญด้วย อือ...” หล่อนแอ่นยกเอวเล็กบิดเร่าหมุนทวนเข็มนาฬิกาเพื่อทรมานกายแข็งร้อนที่เคลื่อนไหวสอดเร่าเข้าออกในร่องสาวของตัวเอง สองมือเล็กกำผ้าปูเตียงแน่นแล้วดันร่างตัวเอ
หลังจากลูกน้อยนอนหลับแล้ว ทั้งสองก็ให้ใจกับนางมาดูแลต่อ ส่วนคุณพ่อคุณแม่ก็กลับห้องตัวเอง ค่ำคืนนี้จะถือว่าเป็นคืนเข้าหอของทั้งสองก็ได้ หลังจากที่โหยหากันมานานแสนนาน ทันทีที่ประตูห้องนอนใหญ่ปิดแนบสนิท อชิระก็โถมกายเข้าหาร่างเล็กระหงของภรรยาทันที “อะ...อื้อ ใจเย็นๆ ก่อนค่ะพี่อชิ” “อือ...ไม่ไหวแล้วขวัญ พี่เย็นไม่ไหวแล้ว นานแล้วนะ ให้พี่นะเด็กน้อยของพี่ อืม...” พูดจบเขาก็อุ้มร่างเล็กยกขึ้นเหนือพื้น และพาขวัญก็รู้ว่าสามีต้องการอะไร เธอเองก็ต้องการไม่แพ้กัน เรียวขาเล็กตวัดโอบเกี่ยวเอวหนา สองมือตวัดโอบเกี่ยวลำคอหนาแน่น “อ่า...ขวัญของพี่ ขอเถอะนะ ไม่ไหวแล้ว อือ...”เขาซุกปลายจมูกโด่งกับซอกคอระหงที่บิดส่ายไปมา แล้วสองเท้าก็เดินก้าวเท้ายาวๆ ไปยังเตียงนุ่มของตัวเองแล้วโถมตัวล้มไปกับเตียงคร่อมทับร่างน้อย “อือ...ไม่ไหวแล้ว ขวัญต้องการพี่อชิเหมือนกันค่ะ ขวัญ...อือ...ขวัญร้อน อือ...” หล่อนตวัดเรียวขาที่เกี่ยวเอวสอบแยกกว้าง สองมือเล็กลูบไล้หน้าอกแข็งแรงของคนเหนือร่างโดยที่เขายังมีเสื้อปกปิดอยู่ “อือ...ร้อนแค่ไหนทูนหัว ร้อนแค่ไหนร้องออกมาขวัญ อือ...”อ
เมื่อเข้ามาในห้องของลูกชาย พาขวัญก็มองห้องที่ตกแต่งสีสันสดใสและเต็มไปด้วยของเล่น พอมองไปยังเปลนอนที่ตอนนี้พี่นางกำลังไกวเปลให้ลูกชายอยู่ เธอจึงเดินเข้าไปหาลูกทันที พอไปถึงก็เห็นว่าลูกชายยังไม่นอน เธอจึงเอ่ยเรียกชื่อลูกชาย “น้องซันของแม่...” และเหมือนว่าหนูน้อยจะจำเสียงของแม่ได้ หนูน้อยดิ้นร้องไห้ทันที อุแว้! อุแว้! อุแว้! “นางออกไปก่อน ฉันจะอยู่กับขวัญและลูกเอง” อชิระบอกนางที่นั่งยิ้มดีใจเมื่อเห็นพาขวัญ “ค่ะคุณอชิ” นางอยากพูดคุยทักทายพาขวัญ แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ เธอจึงยอมออกไปจากห้องง่ายๆ ทิ้งให้พ่อแม่ลูกเขาอยู่ด้วยกันตามลำพัง “แม่กลับมาแล้วนะครับลูก แม่กลับมาแล้ว” หล่อนช้อนอุ้มลูกน้อยขึ้นมาจากเปลนอนทั้งน้ำตาและหอมแก้มลูกน้อยแรงๆ “คิดถึง...คิดถึงนะครับ” “คิดถึงเหมือนกันครับ”อชิระก็บอกคิดถึงคนเป็นแม่ของลูกพร้อมกับฉวยโอกาสตอนเธอก้มหอมแก้มลูกน้อยหอมแก้มเธอด้วย อุ๊ย! “คุณอชิ” “ก็ฉันคิดถึงเธอและอยากรักเธอ” มือใหญ่จับหัวไหล่มนพร้อมกับบีบเบาๆ ส่งยิ้มกรุ้มกริ่มเพื่อให้เธอรู้ว่าเขาต้องกา
พาขวัญกลับมายังบ้านกิจรุ่งเรืองคหบดีอีกครั้ง ครั้งนี้เธอกลับมาในฐานะภรรยาของลูกชายคนโตของบ้าน มาในฐานะของสะใภ้คนโต พาขวัญคลานเข่าเข้าไปกราบเท้าของคุณท่านเมื่อมาถึงบ้าน เธอดีใจและอยากขอบคุณที่ท่านให้โอกาสเธอได้ใช้ชีวิตคู่กับลูกชายของท่าน “ลุกขึ้นมานั่งบนโซฟาเถอะขวัญ”พรพจีเอ่ยบอกคนที่ก้มกราบเท้าตัวเองให้ลุกขึ้นมานั่งบนโซฟาด้วยกัน “ขอบคุณค่ะคุณท่าน” พาขวัญลุกขึ้นไปนั่งโซฟาตัวที่ว่างอยู่ “เธอไม่ใช่คนใช้อีกแล้วนะ ตอนนี้เธอเป็นลูกสะใภ้ฉัน เป็นแม่ของหลานฉันแล้วนะขวัญ”พรพจีรู้สึกเขินเล็กน้อยที่วันนี้ต้องมาพูดดีทำดีกับคนที่ตัวเองเกลียดมาตลอด แต่พอปล่อยวาง ปลงทุกอย่าง นางก็ได้รู้ว่าแท้จริงแล้วนางไม่เคยเกลียดพาขวัญเลย นางกลับเอ็นดูและสงสารหญิงสาวเสียอีก “ขอบคุณนะคะที่ให้โอกาสขวัญ ให้โอกาสได้กลับมาบ้านหลังนี้อีก” หล่อนเอ่ยเสียงสั่นเครือ “ฉันเองก็ขอโทษเธอด้วยสำหรับเรื่องที่ผ่านมา ขอโทษที่ทำไม่ดีด้วย ต่อไปนี้เรามาเป็นครอบครัวเดียวกันนะ” “ค่ะคุณท่าน” “อือ...เรียกใหม่สิ เรียกฉันว่าแม่สิ เราเป็นครอบครัวกันแล้วนะขวัญ” อชิ
พาขวัญรู้สึกตื่นเต้นเมื่อลงมาเปิดร้านในตอนเช้า เธอยิ้มให้กับพองทองที่กำลังไปทำงาน และมะม่วงเด็กที่มาช่วยงานตัวเองที่เดินผ่านหน้าร้านของเธอไปเรียนทุกวันในตอนเช้า และมองไปยังโฮมสเตย์ฝั่งตรงข้ามที่อยู่ติดกับร้านหมูกระทะแล้วก็ใจเต้นแรง ลุ้นว่าเมื่อไหร่อชิระจะมา เธอรอเขา ลูกค้าหลายคนเข้าออกในร้าน จนเวลาผ่านไปจนเย็น พองทองเลิกงานกลับมา และมะม่วงมาช่วยงานที่ร้าน อชิระก็ยังไม่มาให้เห็นหน้า ทั้งๆ ที่ปกติทุกวันเขาจะมาแล้ว เขาจะมาแต่เช้ามาช่วยเปิดร้าน แต่วันนี้กลับเงียบหาย วันนี้เธอรอเขาทั้งวัน แต่กลับไร้เงาของคนที่บอกรักเมื่อคืนเฮ้อ!“หรือคุณจะกลับแล้วคุณอชิ ที่คุณพูดเมื่อคืนเพราะคุณเหนื่อยจนเบลอใช่ไหมคะ” เธอพึมพำเดินไปยังเคาน์เตอร์บาร์ แต่ยังไม่ทันได้นั่งลงก็มีเด็กเดินเข้ามาในร้านเดินตรงเข้าไปหาเธอ“พี่ครับๆ มีคนรอพี่อยู่ร้านหมูกระทะครับ”“ใครจ๊ะ”“พี่ไปดูเองเถอะครับ พี่เขาให้ผมมาบอกแค่นี้” พูดจบเด็กน้อยก็จากไปและคนที่เดินเข้ามาในร้านก็เป็นพองทอง“เป็นอะไรขวัญ ทำไมวันนี้ดูหน้าเศร้าจัง มะม่วง...พี่ขวัญของเราเป็นอะไร” พองทองถามเด็กสาวที่กำลังเก็บโต๊ะลูกค้าที่เพิ่งคิดเงินออกไป“ไม่รู้เหมือนกันค่
แก้วตาวิ่งร้องไห้ออกไป ภาพที่เห็นมันทำให้หัวใจดวงเล็กปวดร้าว หญิงสาวพยายามเตือนสติตัวเองว่ามันคงไม่ใช่อย่างที่คิด อชิระไม่มีทางทำร้ายจิตใจของเธอแน่ อีกไม่นานก็จะแต่งงานกัน เขายินยอมด้วยตัวเองไม่ได้ถูกใครบังคับ ไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร แต่การกระทำที่อ่อนโยนของอชิระมันทำให้แก้
เมื่อถูกสั่งห้ามไม่ให้ออกไปไหน พาขวัญจึงเก็บตัวอยู่แต่ในห้องนอน หญิงสาวไม่คุ้นเคยกับการอยู่เฉยๆ สุดแสนจะเบื่อหน่าย แต่ก็ต้องจำทน เพราะเจ้าของบ้านสั่งห้ามเสียงแข็งขนาดนั้น คงจะมีแขกสำคัญมาที่บ้านแน่ๆ หญิงสาวคิดพลางลูบท้องของตัวเอง เธอจะทนเพื่ออนาคตที่ดีของลูก&n
“เธอบอกเองไม่ใช่เหรอว่าไม่มีเงิน เวลาไปหาหมอหรือซื้อของที่จำเป็น เธอจะเอาเงินมาจากไหน ฉันไม่ได้ใจดำขนาดนั้นหรอกนะ ให้ก็เอาไปเถอะ”ตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยใจดีกับผู้หญิงที่ไม่ใช่คนในครอบครัวเลยนะ แต่กับพาขวัญ เขาบอกตัวเองว่าเพื่อลูก ถึงแม้ว่าเด็กจะยังไม่ได้ตรวจดีเอ็นเอ แต่เขาก็อยา
“ระวังหน่อยสิ” เขาเอ็ดเธอเมื่อตอนนี้ทุกอย่างกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว และตอนนี้เขาก็รู้สึกว่าตัวเองเริ่มไม่ไหว เพราะร่างนุ่มนิ่มเปลือยเปล่าทาบทับเหนือร่าง และมือของเขาก็กอดรัดตรงหน้าอกอวบอูมของพาขวัญ “คะ...ฉันขอโทษ ก็อย







