เข้าสู่ระบบ“พะ...พอแล้วค่ะ!”
หญิงสาวป้องปากเขาไว้ด้วยมือเรียวบาง หล่อนกำลังตกอยู่ในอารมณ์ก้ำกึ่งระหว่างตระหนกและตื่นเต้น วิคเตอร์จูบฝ่ามือของหล่อนที่แนบบนปากเขา อิงธารดึงกลับแทบไม่ทัน หล่อนนิ่วหน้า
“คุณนี่มันฉวยโอกาส พวกคนรวยไม่รู้จักคำว่ามารยาทหรือยังไงกันคะ”
“ผมแค่ซักซ้อมทำความเข้าใจกับคุณเท่านั้น ทำให้ชินว่าเราสองคนน่ะ...”
“แม่ฉันอยู่ข้างในค่ะ”
อิงธารเปลี่ยนเรื่องแต่พวงแก้มสีระเรื่อของหล่อนที่แดงก่ำมากขึ้นไม่อาจปกปิดความรู้สึกของหล่อนในตอนนี้ได้เลย เพราะมันมีทั้งความอับอายและเขินอาย ก็หล่อนไม่เคยถูกผู้ชายจูบ หนำซ้ำวิคเตอร์ยังเป็นคนแปลกหน้าเสียด้วย ใบหน้าของชายหนุ่มเปลี่ยนเป็นเครียดขรึมอีกครั้ง เขาทำเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างที่อิงธารไม่อาจหยั่งเห็น และในเวลานั้นหล่อนก็เริ่มกลัวขึ้นมาอีก ร่างสูงคลายวงแขนให้ร่างน้อยเป็นอิสระแต่เมื่อเขากำลังจะเปิดประตูรถอิงธารกลับรั้งแขนเขาไว้
“วิคเตอร์...เมื่อกี๊คุณยังไม่ได้บอกฉันเลยนะคะ”
“หืมม์...บอกอะไร”
“คุณยังไม่ได้รับปากฉันเรื่องแม่ คุณต้องไม่บอกท่านเรื่องพี่อร”
“คุณอยากให้ผมรับปากคุณเรื่องนั้นน่ะหรือ...ก็ได้...แต่ต้องมีอะไรแลกเปลี่ยนกันหน่อยระหว่างข้อตกลงของเรา”
อิงธารย่นคิ้ว “คุณอยากได้อะไร อยากให้ฉันทำอะไรบอกมาเถอะค่ะ”
“ห้ามปิดบังผมถ้าหากว่าเอ็มม่าติดต่อมาเมื่อไหร่ คุณต้องรายงานให้ผมรู้ทันที”
“คุณจะไม่ทำอะไรพี่สาวฉันใช่ไหมคะ?”
“ผมไม่รับปากเรื่องนั้น ตอนนี้ผมแค่อยากรู้ว่าเอ็มม่าอยู่ไหน ผมต้องการให้เธอชดใช้เงินทั้งหมดที่เธอเอาไปจากผม และการที่ผมทำอย่างนี้เพราะผมแน่ใจว่าพี่สาวของคุณต้องกลับมาหาครอบครัวไม่วันใดก็วันหนึ่ง เธอมักพูดถึงครอบครัวและแม่ของเธอเสมอ”
“จริง ๆ แล้วคุณรู้เรื่องของพวกเราดี”
“เพราะผมเคยสนิทกับเอ็มม่า”
“พวกคุณคงเป็น...แฟนกันมาก่อนก่อนสินะคะ”
“แค่คนรู้ใจ”
“คนเรามักโกรธแค้นคนที่ตัวเองรักเสมอถ้าถูกทรยศ”
“ขอโทษนะเอ็มมี่...ผมใช้คำว่าคนรู้ใจไม่ใช่คนรัก”
เสี้ยววินาทีหลังฟังคำตอบนั้นทำให้อิงธารเกิดควมารู้สึกที่ไม่อาจอธิบายได้ มีอะไรบางอย่างที่หล่อนสงสัยว่าวิคเตอร์เก็บกักมันไว้ จากคำพูดของเขาที่เริ่มเปิดเผยความจริงออกมา
คนรู้ใจอย่างนั้นหรือ
เขาตามอิงอรมาถึงที่นี่อาจไม่ใช่ด้วยเหตุผลอิ่นใด วิคเตอร์กับพี่สาวของหล่อนอาจไม่ได้แค่มีสัมพันธภาพระหว่างกันในเรื่องธุรกิจ ทั้งคู่อาจเคยรักกันและเขากำลังโกรธแค้นที่ถูกคนรักหักหลัง หญิงสาวเริ่มเป็นกังวลมากขึ้นกับสิ่งที่ได้รับรู้
บทที่ 8
อิงธารเก็บความสงสัยไว้ในใจ แต่เมื่อหล่อนเปิดประตูรถเก๋งคันหรูก็ต้องชะงักเมื่อเห็นใครคนหนึ่งยืนรอหน้าบ้านอยู่ก่อนแล้ว
“อิง...ใครมาส่งลูกหรือจ๊ะวันนี้”
เป็นคำถามจากหญิงวัยเกือบหกสิบใบหน้ารูปไข่ใต้กรอบเรือนผมสีดอกเลาที่เกล้าขึ้นเป็นมวย อยู่ในชุดเสื้อลูกไม้นุ่งผ้าซิ่นสีสวยซึ่งมองหญิงสาวที่พึ่งก้าวลงจากรถที่ไม่คุ้นตาหน้าประตูบ้าน อิงธารชะงักเล็กน้อยจึงเอ่ยออกมาว่า
“แม่คะ...เอ้อ...คือว่า”
“สวัสดีครับคุณแม่”
เสียงของวิคเตอร์แทรกขึ้นขณะเขาก้าวลงจากรถและเดินมาหยุดข้าง ๆ หญิงสาวยังความประหลาดใจแก่ เอื้อมรักษ์ หญิงสูงวัยผู้เป็นมารดาของอิงธาร สักครู่วิคเตอร์ก็แสดงความเคารพอย่างไทยด้วยการยกมือพุ่มไหว้ เขาค้อมไหล่ลงแค่เล็กน้อยดูแล้วเหมือนคนพึ่งหัดทำ เอื้อมรักษ์ยิ้มให้แต่อิงธารกลับมองด้วยความขัดตาขัดใจเสียมากกว่า หญิงสูงวัยมองชายชาวต่างชาติร่างสูงใหญ่ดูสง่าและสมาร์ทก่อนเอ่ยถามว่า
“สวัสดีค่ะ...ไม่ทราบว่าคุณคือ...”
“ผมชื่อวิคเตอร์ คิงส์ครับ เรียกผมว่าวิคก็ได้ครับคุณแม่”
“ฉันไม่เคยรู้จักคุณใช่ไหมคะ”
“ครับ...นี่ป็นครั้งแรกที่ผมมาที่นี่ เพื่อทำความรู้จักกับคุณแม่ของเอ็มมี่...เอ้อ...อิงธาร”
“ทำความรู้จักเหรอคะ”
“ต้องขอโทษด้วยนะครับที่ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยมาที่นี่เลยตั้งแต่คบกับลูกสาวของคุณแม่ แต่ครั้งนี้ที่ผมมาก็เพราะว่า...ผมกับอิงธาร เราสองคนจะจดทะเบียนสมรสกันครับคุณแม่”
“หา!...วะ...ว่ายังไงนะคะ”
“เอ้อ...แม่คะ...”
หล่อนส่ายหน้า เพราะเมื่อกี๊กำลังทำท่าจะเปิดตู้เย็นแต่วิคเตอร์เข้ามาเสียก่อนทว่าหล่อนก็ไม่ยอมพูดเพราะแค่นี้ก็นึกอับอายจะแย่ที่เขารู้ว่าหล่อนอยู่ไม่ได้โดยไม่มีอาหารตกถึงท้องสักครู่ร่างสูงก็ผละออกไปและหันกลับไปเปิดตู้เย็น อิงธารเหลือบมองเห็นอาหารสารพัดอัดแน่นอยู่ในนั้น เสียงท้องของหล่อนมันร้องจ๊อกออกมาทันใด วิคเตอร์ได้ยินแต่เขาทำเหมือนไม่สนใจก่อนหยิบอาหารแช่แข็งออกมาสองสามกล่อง“เดี๋ยวผมจะเอาเข้าเตาไมโครเวฟให้ รอประมาณห้านาที”“ฉันจะออกไปรอข้างนอก”“นั่งรอที่นี่ล่ะ”“ฉันไม่ไหนีไปไหนหรอกนะ”“ก็ไม่แน่” เขาเสียงแข็ง “จะไปรู้เหรอว่าคุณอาจจะแกล้งทำเป็นหิวแล้วฉวยจังหวะผมเผลอหนีไป”“คนของคุณเต็มไปไหมดนะคะวิค แล้วฉันจะหนีไปไหนได้...อีกอย่างคุณก็ไม่ยอมบอกว่าพาฉันมาที่ไหน”อิงธารกล่าวอย่างขัดใจแต่ชายหนุ่มทำหูทวนลมแล้วจับอาหารกล่องยัดเข้าตู้ไมโครเวฟก่อนหันกลับมาแล้วฉวยมือบางไว้ทำให้อิงธารตกใจอีกครั้ง“วิค...คุณจะทำอะไร”“ผมจะบ
“แม่คุณรู้ทุกอย่าง เอ็มมี่” เขาขยับเข้าไปใกล้ร่างนุ่มแล้วจับใบหน้าสวยจัดให้หันทางเขา หล่อนยังหลับตาพริ้ม ริมฝีปากเป็นกระจับสวยเผยออ้าเล็กน้อยและทำให้ชายหนุ่มชักเกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้นมาความรู้สึกที่เรียกร้องตัวเขาตลอดเวลา นั่นคือให้ก้มลงแล้วนาบปากตัวเองกับกลีบปากสวย วิคเตอร์เผลอจูบอิงธารตอนไม่ได้สติ ดูเหมือนเอาเปรียบและเขาคงเป็นโรคจิตอย่างหล่อนว่า ไม่หรอก...อิงธารเป็นเมียเขาแล้วทุกตารางนิ้วบนตัวหล่อนเขาก็เห็นจนหมดทุกซอกทุกมุม แล้วยังจะคิดว่าเป็นการเอาเปรียบอย่างนั้นเหรอ เขาจูบหล่อน บดเบียดริมฝีปากเหมือนตกในภวังค์ก่อนความคิดหนึ่งจะวาบเข้ามาในสมอง“คุณมันเป็นพวกมาเฟียอย่างที่พี่อรว่าจริงๆ ด้วย!”วิคเตอร์มีอาการกระตุก แล้วเขาจึงหยุดตัวเอง ถอนปากออกแต่ก็อดใจไม่ไหวที่จะเคล้าเคลียปลายจมูกโด่งบนแก้มนุ่ม เขาเริ่มเกิดความหวั่นไหวบางอย่างทั้งที่บางครั้งแทบอยากจะบีบคอหล่อนให้หักคามือ อย่างตอนที่พบหล่อนอยู่กับพี่สาวทั้งที่บอกเขาตลอดเวลาว่าไม่รู้เรื่องแต่อิงธารกลับเอาเงินนับแสนให้อิงอร แต่เมื่อคิดถึงตรงนี้เขาก็ต้องนึกเอะใจขึ้นมาอีกคร
“จะให้ฉันอธิบายคุณยังไงคะ วิคเตอร์ จะให้ฉันพูดยังไงคุณถึงจะเชื่อว่าฉันกับแม่ พวกเราไม่มีส่วนรู้เห็นเรื่องที่พี่อรไปโกงเงินคุณ”“ไม่รู้ไม่เห็นอย่างนั้นเหรอ” เขาหรี่นัยน์ตาเข้มเคียดลง “จำคำพูดของตัวเองไว้ให้ดีนะเอ็มมี่ จำไว้ว่าคนเราเวลาพูดอะไรออกไปคำพูดมันจะเป็นนายเราทันที และครั้งนี้ก็เหมือนกัน ถ้าคุณแน่ใจว่าไม่รู้ไม่เห็นกับเรื่องที่เกิดขึ้นผมก็แน่ใจเหมือนกันว่าอีกไม่นานพี่สาวคุณต้องกลับมา”“หมายความว่ายังไงคะ?”หญิงสาวยิ่งประหลาดทว่าชายหนุ่มไม่ตอบ แต่แล้วอิงธารกลับต้องตระหนกต่อความหมายในคำพูดที่เขาอธิบายด้วยการหันไปทางประตูห้องเมื่อบอดี้การ์ดของวิคเตอร์เดินเข้ามาพร้อมนำอะไรบางอย่างมายื่นให้ก่อนกลับออกไปหล่อนหนาวเยือกจับใจเมื่อเห็นว่าในมือของเขาคือกระเป๋าสีดำที่หล่อนใส่เงินนับแสนบาทเพื่อส่งให้พี่สาว แล้วมันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ทว่าวิคเตอร์ก็กลบความสงสัยนั้นด้วยคำตอบที่ว่า“คนของผมวิ่งตามเอ็มม่าไม่ทันแต่เก็บกระเป๋าใบนี้ที่เธอทำหล่นไว้ได้ เธอคงตกใจมากและลนลานจนหยิบจับกระเป๋าไว้ไม่ทัน และมันทำให้ผม
“ฉันอยากโทรไปหาแม่...ให้ฉันได้บอกท่านสักหน่อย”“ไม่จำเป็น! ผมคิดว่าเอ็มม่าคงจะบอกแม่ของคุณหลังจากนี้”“แล้วบอกได้หรือยังว่าจะพาฉันไปไหน”“ไปในที่ที่คุณไม่รู้จักใคร ผมแค่กักตัวคุณไว้สักพัก!”พูดจบก็ผลักร่างน้อยออกห่าง อิงธารขยับจนหลังชนคานประตูรถอีกด้านและแทบไม่กล้าส่งเสียงร้องแม้แต่สะอื้น วิคเตอร์เลื่อนสายตาไปทางอื่นทั้งที่เห็นหล่อนนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวดตลอดเวลาเหมือนไม่อยากรับรู้ว่าอิงธารเจ็บปวดจากการถูกพี่สาวผลักล้มจริงๆ รถเก๋งคันหรูแล่นไปบนถนนมุ่งสู่ชานเมือง ทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลังขณะอิงธารหลับตาลงเหมือนไม่อยากรับรู้ชะตาชีวิตข้างหน้าบทที่ 1“เอ็มมี่...เอ็มมี่...ตื่นเดี๋ยวนี้”เสียงเรียกที่ดังขึ้นพร้อมกันกับที่ร่างเล็กซึ่งหลับไหลไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ได้บนเบาะหลังภายในรถเก๋งถูกเขย่าจนเนื้อตัวสั่นคลอนทำให้อิงธารเริ่มรู้สึกตัวและลืมตาตื่นก็เห็นหน้าของวิคเตอร์อยู่ใกล้มากเสียจนหล่อนตกใจสะดุ้งแต่ก็ต้องส่งเสียงร้องออกมาว่า“โอ๊ย!&rd
“แต่ฉันเจ็บ...ฉันเดินไม่ไหวคุณก็เห็น”“นั่นมันเป็นเพราะความสะเพร่าของคุณเอง!”พูดจบก็ดึงร่างอรชรไว้ในอ้อมแขน หากแต่ครั้งนี้นัยน์ตาของวิคเตอร์วาวโรจน์ ใบหน้าคมคร้ามดุดันเหมือนวันแรกที่เขาแสดงความหยาบร้ายใส่หล่อนในรถ ชายหนุ่มไม่สนใจอาการบาดเจ็บของอิงธารแม้แต่น้อยว่าหล่อนจะเจ็บตัวจริงหรือไม่ เขาเค้นเสียงเครียดอีกครั้ง“คุณสะเพร่าที่นึกไม่ถึงว่าคนอื่นเขาไม่ได้โง่อย่างคุณ นึกไม่ถึงว่าผมจะตลบหลังคุณด้วยการโกหกว่าไปโรงพยาบาลแต่ที่แท้ก็ตามคุณมาที่นี่”“วิค...คุณ...คนเลว”เขาเลิกคิ้ว “พึ่งรู้หรือว่าผมเลว แต่ผมว่าความเลวของผมคงยังน้อยกว่าพี่สาวของคุณกระมัง แล้วคุณก็เหมือนกัน ไอ้ที่บอกว่าเจ็บนี่คุณอาจจะหลอกเด็กเล็กได้แต่ไม่มีวันทำให้ผมเชื่อใจคุณได้อีก”“คุณก็หลอกฉันเหมือนกัน วิคเตอร์...คุณไม่ได้เป็นไมเกรน คุณหลอกพวกเรา”“ผมไม่ได้โกหกว่าผมเป็นโรคนั้น เพียงแต่อาการของมันเคยเกิดขึ้นมาตั้งนานแล้วและผมก็แค่ทำให้ดูเหมือนว่าผมเป็นโรคที่ไม่ได้เป็นมานานอีกครั้ง ก็แค่ใช้มันเป็นเ
“มันเป็นจริงอย่างที่พี่คิด”“พี่อรคิดอะไร”“ก็พี่คิดว่าเธอกำลังถูกวิคเตอร์หลอกใช้ หรือไม่เธอก็คงตกหลุมเสน่ห์ของเขาจริง ๆ วิคเตอร์ทั้งหล่อทั้งมีอำนาจขนาดนั้น!”อิงอรตะเบ็งเสียงและทำให้อิงธารหน้าถอดสี ครูสาวน้ำกบเบ้าตาไม่คิดว่าจะถูกพี่สาวเข้าใจผิดขนาดนี้ หล่อนกำลังจะอธิบายแต่ดูเหมือนเวลางวดเข้ามาทุกขณะ อิงอรเหลือบเห็นวิคเตอร์เดินตามเข้ามาจึงตัดสินใจฉับพลันว่าต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อไม่ให้วิคเตอร์ตามจับหล่อนได้ก่อนผลักน้องสาวให้ล้มลงแล้ววิ่งหนีไปอย่างไม่คิดชีวิต“พี่อร!...พี่อร!...โอ๊ย!”อิงธารตะโกนเรียกแต่พอจะลุกขึ้นกลับทรุดลงอีกและร้องด้วยความเจ็บปวดเพราะอิงอรผลักหล่อนล้มลงทำให้สะโพกกระแทกพื้นอย่างแรงแถมขาข้างหนึ่งครูดกับริมฟุตบาทจนเลือดไหลซิบ“พี่อร...พี่อรทำไมทำแบบนี้”“เอ็มม่าก็เป็นคนแบบนี้และคุณเท่านั้นที่น่าจะรู้ดีกว่าใครเพื่อน!”เสียงห้าวที่ลั่นขึ้นทำให้อิงธารถึงกับผงะ หล่อนค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นและใจหายวาบ“วิค!”เสียงแหบเบาลอดจาก







