Share

บทที่ 3 องค์กรฮันเตอร์ที่ฉันเกลียด

Penulis: Sapphiros S. N.
last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-10 14:37:03

บทที่ 3

องค์กรฮันเตอร์ที่ฉันเกลียด

อาร์เธอร์ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา แสงสีเงินจางหายไปแล้ว พวกเขาทั้งสองกำลังยืนอยู่บนวงแหวนที่หน้าตาเหมือนวงแหวนก่อนหน้านี้ทุกประการ เพียงแต่มีขนาดที่ใหญ่กว่าหลายเท่าและยังเรืองรองด้วยแสงสีเงินที่สว่างกว่ากันมาก ที่สำคัญคือพื้นที่พวกเขายืนอยู่เปลี่ยนจากพื้นดินปูพรมไปด้วยหญ้าสีเขียวชอุ่มกลายเป็นพื้นหินสีหม่นเหมือนพื้นปราสาทเก่า ในห้องอันมืดมิดยังมีวงแหวนแบบเดียวกันอีกเก้าวงรวมกับวงที่พวกเขายืนอยู่เป็นสิบวง

วงแหวนเหล่านี้คือวงแหวนวาร์ป ไม่ว่าวงแหวนชนิดใดก็ล้วนต้องใช้พลังในการหล่อเลี้ยง ยิ่งวงใหญ่ก็ยิ่งใช้พลังมาก ภายในห้องอันมืดมิดราวกับถ้ำแห่งนี้มีวงแหวนถึงสิบวง ในคฤหาสน์ตระกูลแวมไพร์ทั้งสี่อย่างมากก็มีอยู่สามวงต่อหลัง สถานที่ที่มีวงแหวนวาร์ปมากขนาดนี้ย่อมไม่แคล้วเป็นที่รวมตัวของผู้ใช้พลังพิเศษอย่างหอคอยอัศวินศักดิ์สิทธิ์ โบสถ์อาญาสวรรค์หรือองค์กรฮันเตอร์ อันเป็นสามสถานศักดิ์สิทธิ์ที่คอยปกปักษ์มวลมนุษย์จากบรรดาปีศาจ

สถานที่นี้มืดมนให้ความรู้สึกหนาวเหน็บไม่ต่างจากแหล่งกบดานของปีศาจ คนข้างๆ เขาก็ยังแต่งกายด้วยชุดหนังสีดำอันเป็นเครื่องแบบของฮันเตอร์ ที่นี่จะต้องเป็นองค์กรฮันเตอร์ไม่ผิดแน่

ดวงตาสีทองหม่นลง ความเกลียดชังเข้าครอบงำจิตใจ ความคิดอยากสังหารมนุษย์ผุดขึ้นมาอย่างแรงกล้า จิตสังหารที่พวยพุ่งของอาร์เธอร์ทำให้เดสมอนตื่นตัว มือแกร่งเลื่อนไปหยิบกางเขนสีเงินขึ้นมาเตรียมสร้างอาวุธสังหาร

แอ๊ด

เสียงบาดหูของประตูไม้หนาหนักเปิดออก แสงสว่างจากภายนอกสาดเข้ามาในห้องมืดจนสองคนข้างในต้องหรี่ตา ประตูเปิดดั่งเปิดผนึก จิตสังหารหายไปในอากาศอย่างไร้ร่องรอย

"เดสมอน นายกลับมาแล้ว"

เสียงไพเราะดังกังวานดุจระฆังในโบสถ์ จรรโลงจิตใจอันตึงเครียดสองดวงในวงแหวนวาร์ป สตรีร่างสูงบางอรชรเดินนวยนาดเข้ามาอย่างสง่างาม ผมสีดำขลับของเธอถูกรวบขึ้นมัดเป็นเป็นหางม้า ดวงหน้างดงามสูงส่งเหมือนสตรีในตระกูลสูงศักดิ์ ริมฝีปากเล็กอวบอิ่มยกยิ้มเมื่อเห็นคนในห้อง แต่เมื่อมองเห็นว่าภายในนั้นไม่ได้มีแค่คนคนเดียวก็ชะงักฝีเท้าลง คิ้วโค้งเลิกขึ้นด้วยความสงสัย "นายพาใครมาด้วย?"

ถึงเธอจะไม่รู้จักเขาในตอนนี้ แต่อาร์เธอร์จำเธอได้ดี วาเนสซ่า ฟินเนส ว่าที่ฮันเตอร์มือหนึ่งในอนาคต

ด้วยพลังพิเศษอันเป็นเอกลักษณ์ของเธอซึ่งก็คือพลังควบคุมเวลา วาเนสซ่าสามารถย้อนเวลาหรือข้ามไปในอนาคตในหลักวินาทีได้ ในศึกตัดสินสุดท้ายเธอยังสามารถย้อนไปได้ถึงหนึ่งนาที ผนวกกับความแข็งแกร่งของเธอที่ผสานรวมเข้ากับพลังได้เป็นอย่างดี ทำให้เธอเป็นคู่ต่อสู้ที่รับมือได้ยาก ขนาดราชาแวมไพร์ผู้สามารถใช้พลังจิตควบคุมจิตใจคนได้แบบเขายังจับตัวเธอไว้ไม่ได้ ทำให้เธอเป็นฮันเตอร์เพียงคนเดียวที่รอดชีวิตจากสงครามฆ่าล้างองค์กรฮันเตอร์ของทัพแวมไพร์ที่นำโดยราชาแวมไพร์อาร์เธอร์

อาร์เธอร์มองเครื่องแบบหนังสีดำคล้ายคลึงกับชุดของเดสมอน บนแขนของเธอยังสวมปลอกสีแดงอันเป็นสัญลักษณ์ของฮันเตอร์หน่วยพิเศษ อาร์เธอร์พิจารณาดวงหน้าสะสวยของเธอ ตอนนี้วาเนสซ่าน่าจะมีอายุประมาณยี่สิบปีต้นๆ เท่านั้น ได้เข้าหน่วยพิเศษด้วยวัยเพียงเท่านี้นับว่ามีพรสวรรค์เป็นอย่างมาก สมแล้วที่เป็นว่าที่ฮันเตอร์อันดับหนึ่ง

"ผู้เคราะห์ร้ายน่ะ" เดสมอนตอบคำถามของวาเนสซ่า มีฮันเตอร์ฝีมือฉกาจอย่างเธออยู่ด้วยว่าที่ราชาแวมไพร์หนีไปไหนไม่ได้แน่ เดสมอนวางใจจึงคลายมือออกจากคอเสื้อของอาร์เธอร์และก้าวออกห่างจากเขาอย่างระวังตัว

"เขาโดนกัดเหรอ?" วาเนสซ่าถาม เธอเดินผ่านอาร์เธอร์ไปเหมือนกับเขาไม่มีตัวตน

"ไม่" เดสมอนตอบ

วาเนสซ่าเดินมาหยุดยืนที่หน้าเดสมอน "แล้วพากลับมาทำไม?"

อาร์เธอร์มองคนนู้นทีคนนี้ที สุดท้ายก็เหมือนเข้าใจอะไรบางอย่างแล้วกลอกตาอย่างหมั่นไส้

ในครั้งก่อนหลังองค์กรฮันเตอร์ถูกถล่ม วาเนสซ่าก็ไปเข้าร่วมกับอัศวินศักดิ์สิทธิ์เพื่อต่อสู้กับแวมไพร์ เวลานั้นเธอกับเดสมอนได้จับคู่กันร่วมปฏิบัติภารกิจในฐานะฮันเตอร์อับดับหนึ่งและอัศวินศักดิ์สิทธิ์อันดับหนึ่ง ทุกสนามรบต้องเห็นเงาของกันและกัน ตัวติดกันอย่างกับโดนมัดไว้ ถ้าบอกว่าโลกมนุษย์มีเดสมอนเป็นพระเอก นางเอกก็ต้องเป็นวาเนสซ่าอย่างไม่ต้องสงสัย

"เขาดูจะแข็งแกร่งไม่ใช่น้อย แวมไพร์ตนนั้นถูกเธอโจมตีจนบาดเจ็บก็ยังไม่กลับรังแต่ตามกลิ่นเขาไปแทน" พวกปีศาจมักจะจมูกไวต่อพลังพิเศษ ยิ่งแข็งแกร่งยิ่งหอมหวนน่าลิ้มลอง แต่เดสมอนแค่ใช้เป็นข้ออ้างเท่านั้น ของแบบนี้ใช่จะเอามาเป็นข้อพิสูจน์อะไรได้ ที่เขารู้ว่าอาร์เธอร์แข็งแกร่งเป็นเพราะว่าชาติก่อนต่อสู้กันนับครั้งไม่ถ้วน สุดท้ายยังจบชีวิตลงด้วยน้ำมือของอีกฝ่าย

"ของแค่นั้นมันบอกอะไรไม่ได้หรอกนะ แวมไพร์ตนนั้นอาจแค่ต้องการหาของกินเพื่อฟื้นฟูร่างกายก็ได้" วาเนสซ่าเงยหน้ามองเข้าไปในดวงตาสีน้ำเงินแสนเย็นชาที่เธอหลงใหล ตอนนี้พวกเขายืนห่างกันเพียงแค่ก้าวเดียว

ก้าวเดียวเท่านั้น...

"เขาต้านทานพลังกดข่มจากฉันได้"

คำตอบที่ได้รับกลับทำให้เธอตกใจ

ก่อนหน้านี้เกิดเรื่องประหลาดขึ้นในองค์กรฮันเตอร์ อดีตอัศวินฝึกหัดอันดับหนึ่งปลดระวางตนแล้วมุ่งหน้ามาเข้าร่วมกับองค์กรฮันเตอร์ หลายคนประณามการกระทำของเขา มีทั้งคนที่บอกว่าเขาถูกไล่ออกจากหอคอยอัศวินศักดิ์สิทธิ์เลยหันมาขอพึ่งพาองค์กรฮันเตอร์ บ้างก็บอกว่าเขาดูถูกสถานศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองคิดจะเข้าก็เข้าคิดจะออกก็ออก ไม่ว่าเดสมอนจะมีพลังแข็งแกร่งแค่ไหนก็ยากที่จะให้คนยอมรับได้

แต่เขากลับขอพิสูจน์ตัวเอง ท่ามกลางเสียงก่นด่าของทั้งองค์กร เขากลับใช้พลังกดข่มทุกคนจนแม้แต่ฮันเตอร์ระดับหนึ่งบางคนยังต้องคุกเข่า จากนั้นก็ชี้นิ้วมาที่วาเนสซ่า ฮันเตอร์ดาวรุ่งผู้มีพลังอันแข็งแกร่งและมีผลงานโดดเด่นจนถูกทาบทามให้ขึ้นตรงต่อหน่วยพิเศษขององค์กร คนนอกอย่างเขากลับชี้นิ้วมาที่เธอแล้วขอท้าประลอง ฮันเตอร์คนอื่นทั้งด่าว่าเขาไม่เจียมตัวบ้าง เขาไม่คู่ควรจะได้รับโอกาสประลองกับเธอบ้าง แต่เธอกลับคิดว่าคนผู้นี้น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

แท้จริงในเหตุการณ์นั้นนอกจากจะอยากพิสูจน์ตัวเองเพื่อเข้าร่วมกับองค์กรฮันเตอร์ เขาก็อยากจะทดสอบวาเนสซ่าด้วย เนื่องจากในศึกตัดสินในชาติก่อนวาเนสซ่าก็อยู่ที่นั่นด้วย อีกทั้งพลังพิเศษของเธอยังเกี่ยวข้องกับเวลา แม้จะเป็นเพียงหลักวินาทีแต่หากบอกว่าการกลับชาติมาเกิดใหม่ในครั้งนี้เกี่ยวข้องกับเธอ เดสมอนก็คิดว่ามีความน่าเชื่อถือค่อนข้างมาก

ผลการประลอง วาเนสซ่าในตอนนี้ยังควบคุมเวลาได้ไม่เกินสิบวินาที เดสมอนจึงใช้พลังที่มากกว่าและทักษะการต่อสู้ที่สั่งสมมาในชาติที่แล้วกดข่มจนเป็นฝ่ายเอาชนะไป

วาเนสซ่าผู้พ่ายแพ้ต่อหน้าทุกคนในองค์กรไม่เพียงจะไม่รู้สึกขายหน้าแต่ยังสนใจในตัวคนผู้นี้มากกว่าเดิม จึงขอเป็นผู้รับรองให้เดสมอนเข้าร่วมกับองค์กรฮันเตอร์

เดสมอนผู้สร้างความเกลียดชังตั้งแต่ยังไม่เข้าองค์กรจึงได้เพียงตำแหน่งฮันเตอร์ฝึกหัดแม้จะสามารถเอาชนะหน่วยพิเศษได้

หลังจากนั้นไม่นาน วาเนสซ่าได้รับรายงานการพบร่องรอยแวมไพร์ระดับสูง จึงพาเดสมอนไปออกล่าเหยื่อเป็นครั้งแรกในฐานะผู้รับรอง ครั้งนี้เธอในฐานะหน่วยรบพิเศษกลับแทบไม่ต้องทำอะไรเลย ความแข็งแกร่งของเดสมอนให้เป็นฮันเตอร์อันดับหนึ่งยังเป็นได้สบายๆ

"งั้นพาเขาไปทดสอบพลังแล้วค่อยว่ากัน ตามฉันไปรายงานภารกิจ" วาเนสซ่าหมุนตัวหันหลังเดินออกไป ผมยาวสลวยที่รวบไว้สูงปลิวสะบัดตามการหมุนตัวของเธอ ปลายเส้นผมพัดผ่านปลายจมูกโด่งคมของเดสมอนส่งกลิ่นหอมจางๆ ทิ้งเอาไว้กลางอากาศอย่างยวนเสน่ห์ อาร์เธอร์เห็นแล้วถึงกับเผลอย่นจมูกด้วยรู้สึกคันจมูกแทน

อย่างน้อยยัยฮันเตอร์สาวก็สร้างโอกาสหนีให้เขา เขาจะได้ไปจากสถานที่น่ารังเกียจแห่งนี้สักที!

มือข้างเดิม คอเสื้อตัวเดิม หักปีกที่กำลังกางออกพร้อมจะโบยบินของนกน้อย เดสมอนหิ้วคอเขาเดินตามวาเนสซ่าไป

"เฮ้ย! ปล่อยฉันลงนะ!" อาร์เธอร์ดิ้นเป็นลูกแมวโดนแม่คาบคอขัดขวางการวิ่งเล่นของมัน

วาเนสซ่าหันกลับมา "เอาเขาไปด้วยทำไม?"

ถามได้ดีมาก!

"จับตามอง ไม่ให้ก่อความวุ่นวาย เสร็จแล้วจะได้พาไปทดสอบพลังให้จบๆ" เดสมอนหิ้วคออาร์เธอร์พาดหลังเดินต่อไปอย่างไม่สนใจ

วาเนสซ่าพอรู้อยู่ว่าคนคนนี้เป็นพวกไม่ชอบความวุ่นวาย ยังไงเดสมอนก็เป็นคนพาเด็กหนุ่มคนนั้นมาย่อมต้องเป็นเดสมอนที่พาเขาไปทดสอบพลัง เขาคงขี้เกียจไปตามหาคนทีหลัง "ตามใจนาย"

เดี๋ยวสิ! พี่สาว จะสงสัยให้มันมากกว่านี้ได้ไหม? นี่มันเป็นเรื่องปกติหรือไง จะรายงานภารกิจแล้วจะลากคนนอกอย่างฉันไปด้วยทำไม!

อาร์เธอร์ยิ่งดิ้นคอเสื้อยิ่งรัดแน่นจนหายใจแทบไม่ออก สุดท้ายก็หมดฤทธิ์ ได้แต่จำยอมเป็นตุ๊กตาผ้าให้คนพาดหลังพาไป

ระหว่างทางผ่านฮันเตอร์คนอื่นมากมาย ทุกคนเมื่อเห็นพวกเขาล้วนมองมาอย่างไม่เป็นมิตรแล้วหันไปกระซิบกระซาบกัน อาร์เธอร์เองก็ถลึงตามองตอบอย่างไม่เกรงกลัว ตาสีทองเย็นยะเยียบหม่นแสงไร้ประกาย ดีแค่ไหนที่ยังทนเก็บจิตสังหารไว้ได้

พวกฮันเตอร์น่ารังเกียจ

อาร์เธอร์เกลียดองค์กรฮันเตอร์เข้ากระดูกดำ ในครั้งที่เขาขึ้นเป็นราชาแวมไพร์ ยุคนั้นปีศาจออกอาละวาด สังหารปีศาจมีความดีความชอบ หากถูกพบว่าเป็นปีศาจสามารถฆ่าทิ้งได้โดยไม่มีการไต่สวนและลงโทษ

องค์กรฮันเตอร์เห็นว่าอาร์เธอร์สามารถขึ้นเป็นราชาแวมไพร์มีพลังอำนาจเหนือเหล่าแวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์ได้ เขาเองก็คงมิวายถือกำเนิดมาจากสายเลือดเก่าแก่ที่แข็งแกร่งเช่นกัน จึงกล่าวหาครอบครัวของเขาว่าเป็นแวมไพร์สังหารยกบ้านโดยไม่ให้แม้แต่โอกาสที่จะแก้ต่าง หลานสาวที่เป็นลูกสาวของพี่สาวคนโตยังมีอายุไม่ถึงขวบปีก็ยังไม่ละเว้น เหตุการณ์นี้เป็นสาเหตุที่ทำให้ราชาแวมไพร์ตัดสินใจยกทัพไปฆ่าล้างองค์กรฮันเตอร์ก่อนสถานศักดิ์สิทธิ์แห่งอื่น

ทุกใบหน้าที่อาร์เธอร์ปรายตามองในตอนนี้ เขาจะไม่ละเว้นไว้แม้แต่คนเดียว!

เดสมอนมาถึงโถงภารกิจก็ยังลากเขาเข้าไปด้วยโดยบอกคนเฝ้าประตูว่าพาไปในฐานะผู้เคราะห์ร้าย

เนื้อหาภารกิจแน่นอนว่าเกี่ยวกับการตามล่าคลินตัน บาร์โธลิน อาร์เธอร์ไม่ได้ฟังรายละเอียดมากนักเนื่องจากในหัวกำลังคิดหาวิธีหนีจากเงื้อมมือของเดสมอนอยู่ เขาเดินตามเดสมอนอย่างเหม่อลอยมาเรื่อยๆ ก็มาหยุดอยู่ที่ประตูกระจกหลากสีบานใหญ่สูงตระหง่าน เศษกระจกนับร้อยชิ้นวางซ้อนเรียงรายเป็นรูปพระเจ้าจากฟากฟ้ามอบกางเขนให้แก่มนุษย์เดินดิน เดสมอนยกกางเขนเงินของตนขึ้นมาทาบลงกับรูปกางเขนบนบานประตู สองกางเขนส่องแสงสว่างก่อนประตูกระจกสีจะเปิดออกด้วยตนเองเชิญให้พวกเขาเข้าไปข้างใน

ในกาลก่อนอาร์เธอร์เคยมาเพียงเพื่อทำลาย ไม่เคยมองดูสถานที่นี้ดีๆ หากเปรียบเทียบกับความคิดของมนุษย์ในใจของเขาฮันเตอร์ก็คือปีศาจร้าย รังปีศาจจะหน้าตาเป็นอย่างไรเขาไม่สนแม้สักนิด

แต่เวลานี้เมื่อเขาเป็นเพียงมนุษย์ตัวจ้อยที่แม้แต่พลังก็ยังไม่ถูกปลุกขึ้นมา สถานที่แห่งนี้ช่างดูยิ่งใหญ่เหลือเกิน ด้านในคือโบสถ์ขนาดใหญ่แห่งหนึ่งประดับประดาด้วยแสงหลากสีจากแสงของดวงจันทร์ที่ลอดผ่านกระจกสีสันสดใส เพดานโบสถ์สูงกว้างพอกันกับประตู กระจกสีเล่าเรื่องความเป็นมาของฮันเตอร์ เริ่มจากประตูที่มีพระเจ้ามอบกางเขนให้กับมนุษย์ไว้เป็นอาวุธต่อกรกับปีศาจ ไปจนถึงเมื่อมนุษย์กำจัดปีศาจไปจนหมดสิ้นจากโลกใบนี้

นี่คือหลักคำสอนของฮันเตอร์ อุดมการณ์ของฮันเตอร์ พวกเขาจึงถูกหล่อหลอมมาให้เป็นผู้ล่าแสนโหดร้าย เป็นปีศาจในคราบมนุษย์ดีๆ นี่เอง

สองฝั่งโบสถ์เรียงรายไปด้วยเก้าอี้ไม้สีดำแถวยาวไปจนเกือบสุดทางยกระดับด้านหน้าที่ยกขึ้นสูงทำให้หน้าห้องเหมือนเป็นเวที ตรงกลางเวทียังมีกางเขนศักดิ์สิทธิ์ขนาดใหญ่ สูงพอๆ กับผู้ชายร่างใหญ่สองคนมาต่อตัวกัน หน้าตัดกว้างสามถึงสี่ช่วงแขน กางเขนส่องแสงสีเงินเรืองรองกลบความมืดมิดในยามราตรีเสียสิ้น พลังศักดิ์สิทธิ์ที่เอ่อท้นออกมาสมควรแก่การได้รับการสวดภาวนา

ใช่แล้ว! กางเขนศักดิ์สิทธิ์อันแรกที่ถูกเขาทำลายอยู่ที่องค์กรฮันเตอร์!

ตลอดทางอาร์เธอร์ได้คิดทบทวนเหตุการณ์ในตอนที่เขาย้อนเวลากลับมา ปัจจัยและเงื่อนไขต่างๆ ในช่วงเวลานั้นยากที่จะจำลองขึ้นมาใหม่อีกครั้ง คืนฟ้าปลอดเมฆ พระจันทร์สีเลือด กางเขนศักดิ์สิทธิ์อันสุดท้ายดับแสงและความตายของอัศวินศักดิ์สิทธิ์คนสุดท้าย แค่คืนพระจันทร์สีเลือดก็ต้องรอไปอีกอย่างน้อยสามปีกว่าปรากฏการณ์จะบังเกิดขึ้นอีกครั้ง

แล้วหากไม่จำเป็นต้องมีครบทุกปัจจัยเล่า หากการย้อนเวลาเกี่ยวข้องกับแค่กางเขนศักดิ์สิทธิ์เล่า

ก่อนหน้านี้อาร์เธอร์ลืมไปเสียสนิทว่าองค์กรฮันเตอร์เองก็มีกางเขนศักดิ์สิทธิ์เช่นเดียวกัน เขาคิดเพียงแต่ทำอย่างไรให้ได้ไปหอคอยอัศวินศักดิ์สิทธิ์เพื่อตามหากางเขนอันสุดท้าย ตอนนี้มีกางเขนศักดิ์สิทธิ์อยู่ตรงหน้า ถ้าเขากระตุ้นพลังในแบบเดียวกันกับตอนนั้นอาจจะกลับไปที่เส้นเวลาเดิมก็ได้!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ราชาแวมไพร์อย่างฉัน ย้อนเวลากลับมาทำไมถึงลำบากนัก   บทพิเศษ One thousand years later

    บทพิเศษOne thousand years later"เดสมอน ฉันอยากไปดูหนัง นะ นะ น้าาา"อาร์เธอร์งอแงโวยวาย ภาคต่อของภาพยนต์ชื่อดังที่เขาชื่นชอบกำลังเข้าฉายอยู่ในโรง อาร์เธอร์เห็นโฆษณาในโทรทัศน์ว่าพรุ่งนี้เป็นวันสุดท้ายแล้วจึงอดใจไม่อยู่ หากเขาต้องรอให้เรื่องนี้เข้าแอพพลิเคชั่นดูหนังก็อีกตั้งเป็นเดือน เขาต้องขาดใจก่อนแน่ๆ!กาลเวลาผันผ่าน ยุคสมัยเปลี่ยนแปลง จากบ้านหลังน้อยสุดท้ายถูกรังสรรค์ให้เป็นคฤหาสน์เงินตั้งอยู่ตำแหน่งเดิมเร้นลับจากผู้คน ที่ทั้งสองตัดสินใจสร้างบ้านใหม่ให้เป็นคฤหาสน์เนื่องจากนานวันเข้าอาร์เธอร์ยิ่งมีนิสัยเหมือนกับแวมไพร์มากขึ้นทุกที เห็นของอะไรต้องตาก็เป็นต้องเก็บสะสม เดสมอนห้ามเท่าไรก็เอาไม่อยู่ จึงแก้ปัญหาด้วยการสร้างคฤหาสน์หลังใหญ่ที่มีห้องหับมากมายเพื่อเก็บของสะสมของราชาแวมไพร์ รวมถึงมีห้องใต้ดินเพื่อหมักไวน์ให้เดสมอนดื่มอีกต่างหาก พวกเขาไม่มีปัญหาเรื่องเงินทองเพราะมีพลังแร่เงินของเดสมอน เพียงแต่..."เราไม่ได้ออกไปไหนมาหลายปีแล้ว สกุลเงินจะเปลี่ยนรึยังก็ไม่รู้""ไปไถเอาจากคลินตันก็ได้ ยังไงฉันก็ต้องไปเติมเลือดใส่ล็อกเกตก่อนที่หมอนั่นจะออกอาละวาดไปกัดมนุษย์มั่วซั่วอยู่ดี และก็ยังต

  • ราชาแวมไพร์อย่างฉัน ย้อนเวลากลับมาทำไมถึงลำบากนัก   บทพิเศษ ความลับของปาปากับมามา

    บทพิเศษความลับของปาปากับมามาเดสมอนกลับมาที่บ้านเงินของพวกเขา แม้โลกจะสงบสุขมาเป็นเวลาหลายปี เขาก็ยังคงตระเวนออกไปทำหน้าที่ช่วยแก้ปัญหาต่างๆ นาๆ ที่สามสถานศักดิ์สิทธิ์เข้าไม่ถึง รวมถึงช่วยประคับประคองให้ระบบจัดสรรเป็นไปด้วยดี ไม่มีปีศาจแอบฉกชิงผลประโยชน์และไม่มีมนุษย์ขับไล่ไสส่งปีศาจยามนี้เป็นเวลาเที่ยงวัน ดวงอาทิตย์แผดแสงเจิดจ้าผ่ากลางศีรษะของพวกเขา สูบเอาพลังในการใช้ชีวิตไปจากทุกอณูรูขุมขนของแวมไพร์ แต่กลับเป็นช่วงเวลาที่เด็กเล็กกำลังเปี่ยมล้นไปด้วยความต้องการที่จะเล่นสนุกอาร์เธอร์นั่งนิ่งถือร่มกันแดดให้กับตัวเขาเองและหลานสาว พวกเขานั่งอยู่บนผ้าปูรองพื้นสนามหญ้าตัดสั้นหน้าบ้าน เอ็ดน่าวัยสามขวบกำลังหยิบจับถ้วยและกาน้ำชาทำทีเป็นต้มชาและตัดก้อนดินต่างขนมเค้กใส่ใบไม้ยื่นให้กับอาร์เธอร์ที่ตาลอยไปแล้ว เขานั่งแข็งค้างราวกับวิญญาณหลุดลอย ขาดก็แต่น้ำลายไหลยืดออกจากปากที่เผยอค้าง เดสมอนหัวเราะขบขันก่อนจะเดินเข้าไปหาพวกเขา"อาร์เธอร์ กินขนมเค้กสิ หนูทำสุดฝีมือเลยนะ"เอ็ดน่าเพิ่งจะมีอายุได้สามขวบก็มีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายแล้ว ไวกว่าที่ป้าแอนน์บอกมาถึงสองสามปี แต่ยัยหนูกลับไม่ได้เปลี่ยนเป็น

  • ราชาแวมไพร์อย่างฉัน ย้อนเวลากลับมาทำไมถึงลำบากนัก   บทพิเศษ งานวิวาห์ใต้แสงดาว

    บทพิเศษงานวิวาห์ใต้แสงดาวหลังประกาศยุคสมัยใหม่แห่งการอยู่ร่วมกันของปีศาจและมนุษย์ก็ผ่านมาหลายปีแล้ว ผู้เข้าร่วมการจัดสรรก็มีมากขึ้นไปตามกาลเวลา โลกสงบสุขเสียจนสามสถานศักดิ์สิทธิ์แทบจะกลายเป็นพวกว่างงานสตรีศักดิ์สิทธิ์นั่งเหม่อมองอยู่ริมหน้าต่างบนชั้นสูงสูดของหอคอยที่เดิมเป็นที่สถิตของกางเขนศักดิ์สิทธิ์ เธอไม่มีภารกิจช่วยเหลือมนุษย์มาหลายเดือนแล้ว"เวโรซ่า เกษียณเถอะ"เวโรซ่านิ่งอึ้ง เธอหันไปหาหัวหน้าอัศวินศักดิ์ที่เดินมาหยุดยืนข้างหลังเธอ "ฉันยังต่อสู้ได้ ปีศาจที่ไม่เชื่อฟังยังมีอยู่มาก อสูรกายเองก็ปรากฏตัวมากขึ้นเรื่อยๆ มนุษย์ยังต้องการความช่วยเหลือ""เดสมอนกับราชาแวมไพร์จัดการได้ดี ไม่ตกถึงมือพวกเราหรอก" ดันเซลกล่าว"แต่..."ไม่รอให้เธอได้พูดจนจบ ดันเซลคุกเข่าลงข้างหนึ่ง มือใหญ่ช้อนมือเรียวสวยของหญิงสาวขึ้นมาจุมพิต"เวโรซ่า ความหมายของฉันคือ แต่งงานกันเถอะ"งานวิวาห์จัดขึ้นในโบสถ์ของหอคอยอัศวินศักดิ์สิทธิ์ ดันเซลผู้เก็บเดสมอนมาเลี้ยงรวมถึงมอบนามสกุลของตนให้แก่เขาแน่นอนว่าพระเจ้าต้องมาร่วมเป็นสักขีพยานความรักในครั้งนี้ด้วย เดสมอนพาอาร์เธอร์มานั่งที่เก้าอี้แถวแรกสุด รัศมีเรืองรองขอ

  • ราชาแวมไพร์อย่างฉัน ย้อนเวลากลับมาทำไมถึงลำบากนัก   บทพิเศษ สตอล์กเกอร์ต้องสาป

    บทพิเศษสตอล์กเกอร์ต้องสาปหมู่นี้อาร์เธอร์มักรู้สึกถึงสายตาที่จ้องมองมา แต่ตัวเขาเองก็สัมผัสถึงผู้ใดในระยะใกล้เคียงไม่ได้จึงไม่ได้ใส่ใจนัก"คิดไปเองล่ะมั้ง"ช่วงเวลากลางวันนั้นเป็นเวลาของมนุษย์ อาร์เธอร์มักจะง่วงหาวนอนตามประสาแวมไพร์ที่เข้าสู่ห้วงนิทราหลบแสงอาทิตย์ เดสมอนออกไปทำงานในช่วงเวลานั้นทิ้งให้คนรักนอนอุตุคอยเลี้ยงหลานสาวตัวจ้ำม่ำที่บ้าน ช่วงพลบค่ำแวมไพร์จึงตื่นเต็มตา งานอดิเรกใหม่ของเขาคืออุ้มยัยหนูไปเล่นที่ลานทุ่งหญ้ากว้างที่ซ่อนตัวอยู่ในป่าเลยออกไปไม่ไกลจากบ้านของพวกเขานักเดสมอนกลับมาถึงบ้านหลังดวงอาทิตย์ลาลับฟ้า วันนี้เขาไปจัดการแบ่งงานในส่วนขององค์กรฮันเตอร์แห่งใหม่ที่เริ่มจะเข้ารูปเข้ารอยทำให้กลับมาบ้านค่อนข้างช้า เมื่อกลับมาก็ไม่พบใครอยู่แล้ว เดสมอนคาดว่าอาร์เธอร์คงพาเอ็ดน่าไปเดินเล่นที่ทุ่งหญ้าอีกตามเคย เขาจึงออกตัวมุ่งหน้าไปยังลานทุ่งหญ้าทันที"สูงอีกเหรอ? เอ้า! สูงอีก"อาร์เธอร์โยนหลานสาววัยยังไม่ถึงขวบปีดีขึ้นฟ้า ตัวเขารอรับอยู่ข้างล่างพร้องกางปีกทั้งสองข้างออกไว้กันเขารับพลาด เอ็ดน่าตัวน้อยบัดนี้ตัวหนาหนักกลมดิ๊กเหมือนลูกหมีมากกว่าลูกหมาป่า เธอหัวเราะเอิ๊กอ๊ากชอบ

  • ราชาแวมไพร์อย่างฉัน ย้อนเวลากลับมาทำไมถึงลำบากนัก   บทพิเศษ เมฟวิน โรซารีน

    บทพิเศษเมฟวิน โรซารีนอาร์เธอร์รีบมุ่งหน้าไปยังศูนย์จัดสรรที่อยู่ไม่ไกลจากกางเขนศักดิ์สิทธิ์ยักษ์อันใหม่มากนัก ราชาแวมไพร์เพียงแค่คลุมผ้าคลุมลวกๆ ปกปิดผิวหนังซีดเซียวภายใต้ผ้าขนสัตว์ผืนหนา แต่ผ้าคลุมจะผืนใหญ่เท่าใดก็ไม่อาจปิดบังปีกค้างคาวที่ยืดสยายเต็มอัตราพร้อมกับสะบัดออกแรงบินเหินขึ้นไปในนภาได้ปีกเป็นส่วนที่บอบบางที่สุดและฟื้นฟูได้ยากที่สุดของแวมไพร์แต่อาร์เธอร์ไม่ได้สนใจ อาการบาดเจ็บที่ไม่อาจฟื้นฟูกลับมาภายหลังสงครามทำให้เขาบินได้ช้ากว่าเดิม ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังฟื้นฟูได้ทันแสงแดดยามย่ำรุ่งที่ยังพอมีม่านเมฆและภูเขาช่วยบดบังลำแสงสาดส่องจากดวงอาทิตย์ได้บ้าง ราชาแวมไพร์ร่อนลงยังอาคารหินหลังหนึ่งอันเป็นศูนย์จัดสรรที่ตัวเขาเองเป็นผู้ก่อตั้ง"อาร์เธอร์ ตายจริง! นายบินมาทั้งอย่างนี้เลยเนี่ยนะ แล้วเดสมอนล่ะ เขาไม่ได้พานายมาเหรอ?"เออร์ธา ลูกครึ่งมนุษย์หมาป่า น้องสาวของอัลเฟรดรับหน้าที่เป็นผู้ดูแลการจัดสรรตรงปรี่เข้ามาหาอาร์เธอร์"เขาออกไปทำงานทางฝั่งมนุษย์ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ฉันได้ยินรายงานก็รีบตรงมาที่นี่เลย ไม่ต้องเป็นห่วงฉันฟื้นฟูได้ทัน เล่าเรื่องด่วนที่ว่ามาเถอะ"เรื่องด่วนที่ศูนย์จัด

  • ราชาแวมไพร์อย่างฉัน ย้อนเวลากลับมาทำไมถึงลำบากนัก   บทที่ 30 ปัจจุบันของฉันและนาย (2)

    บทที่ 30ปัจจุบันของฉันและนาย (2)ในค่ำคืนถัดไป การประชุมครั้งใหญ่ของสองเผ่าพันธุ์ถูกจัดขึ้นใต้ร่มเงาของกางเขนเงินศักดิ์สิทธิ์ยักษ์ที่ตั้งตระหง่านเหนือซากปรักหักพังของคฤหาสน์ตระกูลคาร์ไลน์ ผู้ร่วมประชุมฝั่งปีศาจมีทั้งผู้นำตระกูลทั้งสี่ของเผ่าแวมไพร์ ผู้นำเผ่ามนุษย์หมาป่าไวเวิร์น และผู้นำเผ่าสัตว์อสูรอีกนานาชนิด ส่วนทางด้านฝั่งมนุษย์ก็มีทั้งหัวหน้าหอคอยอัศวินศักดิ์สิทธิ์ หัวหน้าโบสถ์อาญาสวรรค์และหัวหน้าองค์กรที่ล่มสลายจากสงครามครั้งนี้อย่างคาร์ลอส ฮันต์ รวมถึงผู้นำเมืองมนุษย์ต่างๆเดสมอนในฐานะพระเจ้าของทางฝั่งมนุษย์และอาร์เธอร์ในฐานะราชาปีศาจเป็นประธานในองค์ประชุม สำหรับเดสมอนที่ทุกผู้ทุกคนได้พบเห็นจากปรากฏการณ์การจุติไม่มีใครโต้แย้งสำหรับเรื่องนี้ ส่วนอาร์เธอร์เองเผ่าพันธุ์ปีศาจปกครองกันด้วยความแข็งแกร่งอยู่เดิม เพียงแผ่รัศมีแห่งราชาออกไปก็ไม่มีปีศาจตนใดสามารถคัดค้านได้แล้ว"กางเขนศักดิ์สิทธิ์เองก็รวมตัวกันเหลือเพียงอันเดียวแล้ว ฉันมีความเห็นให้ยุบรวมสามสถานศักดิ์สิทธิ์ไว้ด้วยกันแล้วจัดตั้งเป็นองค์กรใหม่" เดสมอนเปิดประเด็นเสียงปรึกษาหารือดังขึ้นถมเถ มีทั้งผู้ที่คัดค้านและผู้ที่เห็นด้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status