แชร์

บทที่ 4 ตายซะ พวกคนใจบาป!

ผู้เขียน: Sapphiros S. N.
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-10 15:35:13

บทที่ 4

ตายซะ พวกคนใจบาป!

เดสมอนเดินนำพาอาร์เธอร์เดินไปบนทางเดินปูพรมสีแดงตรงกลางระหว่างแถวที่นั่ง เก้าอี้แถวยาวอัดแน่นไปด้วยสมาชิกองค์กร ฝั่งที่อยู่ใกล้ประตูสวมปลอกแขนสีเขียวของฮันเตอร์ฝึกหัด ถัดไปจึงเป็นปลอกแขนสีน้ำเงิน ขาว ดำ สัญลักษณ์ของฮันเตอร์ระดับสาม สอง หนึ่ง ไล่เรียงตามลำดับ หน้าเวทียกสูงยังมีฮันเตอร์หน่วยพิเศษที่สวมปลอกแขนสีแดงเลือดยืนเรียงแถวอยู่ วาเนสซ่าไปยืนรวมกับพวกเขาก่อนแล้ว

"ฮันเตอร์ทุกคนต้องมาร่วมดูคนใหม่ทดสอบพลังทุกครั้งเลยเหรอ วุ่นวายชะมัด" อาร์เธอร์อดที่จะกระซิบถามเดสมอนที่เดินนำหน้าเขาไม่ได้ โบสถ์แห่งนี้ใช่เล็กๆ เสียที่ไหน อย่างน้อยก็บรรจุคนได้เฉียดหลักพันเข้าไปแล้ว ตอนนี้เก้าอี้แถวยาวแทบจะไม่มีที่ว่าง ไม่ใช่ต้องมาเข้าร่วมพิธีทั้งองค์กรกันหรอกหรือ

"มาหรือไม่มาไม่มีกฎบังคับ ที่มาล้วนสมัครใจเอง" เดสมอนตอบเสียงเรียบอย่างไม่ใส่ใจ

"สมาชิกองค์กรให้ความร่วมมือมากกว่าที่คิดแฮะ" อาร์เธอร์ตั้งข้อสังเกต เขารู้ว่าสมาชิกฮันเตอร์เคารพรักองค์กรแต่ส่วนใหญ่เป็นพวกนักล่า ชอบอยู่ตัวคนเดียวหรือเป็นกลุ่มเล็กๆ ไม่คิดว่าจะมารวมตัวกันมากขนาดนี้เพียงเพราะพิธีปลุกพลังให้เด็กใหม่ที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีพลังพิเศษหรือเปล่า

เดสมอนกลับแค่นเสียง "ปกติมาดูไม่กี่สิบคนหรอก เป็นพวกมีอาวุโสตามหาลูกศิษย์เพื่อถ่ายทอดวิชาของตัวเอง"

"ไม่กี่สิบ?" อาร์เธอร์เหลียวหลังมองไปรอบๆ อีกครั้ง ในห้องตอนนี้ถ้าจะบอกว่ามีพันกว่าคนก็ไม่น่าแปลกใจ "แล้วทำไมวันนี้มาเยอะนักล่ะ หรือกำลังทำพิธีอะไรอยู่?"

เดสมอนส่ายหน้า "เป็นเพราะฉันเป็นคนพานายมา หยุดพูดมากเสียที"

"..."

นี่สินะสิ่งที่เรียกว่าพลังแห่งตัวละครเอก ไม่ว่าจะทำอะไรก็มีแต่คนจับตามอง โดดเด่นไปหมดจนน่าหมั่นไส้

แต่จะโดดเด่นก็อย่าให้มันลำบากฉันนักได้ไหม?! นี่มันถิ่นศัตรูนะ ฉันไม่อยากถูกจับตามองในแดนศัตรูตั้งแต่ยังอ่อนแอไร้พลังอยู่หรอกนะ!

"ประหม่าอะไร ตอนฉันมาทดสอบคนมาดูเยอะกว่านี้เยอะ"

"..."

พ่อคุณพระเอก เลิกทำตัวน่าหมั่นไส้ได้แล้ว!

อาร์เธอร์ตามเดสมอนก้าวขึ้นบันไดด้วยสีหน้าบูดบึ้ง หน้ากางเขนศักดิ์สิทธิ์มีบาทหลวงห้อยกางเขนสีเงินที่มีลวดลายงูพันล้อมรอบอันเป็นสัญลักษณ์แห่งบาทหลวงศักดิ์สิทธิ์จากโบสถ์อาญาสวรรค์ แหล่งบ่มเพาะบาทหลวงผู้ดูแลและสวดภาวนาให้กับกางเขนเงินเพื่อให้มนุษย์ใช้ปกป้องตนเองจากปีศาจ

"ลูกจงใช้มือสัมผัสกางเขนศักดิ์สิทธิ์เถิด พ่อจะสวดภาวนาให้"

อาร์เธอร์เดินขึ้นหน้าเข้าไปอยู่ในรัศมีแสงสีเงิน มือยกขึ้นกุมกลางอกโดยไม่รู้ตัว หัวใจเขาเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น

อา...หัวใจเต้น? ไม่ได้รู้สึกแบบนี้มานานแล้วสินะ

เมื่อกลายเป็นแวมไพร์หัวใจย่อมหยุดเต้น ตอนนี้กลับมาสัมผัสรสชาติการเป็นมนุษย์ใหม่พลันหัวใจก็เต้นหนักกว่าเก่า อาร์เธอร์ตื่นเต้น ไม่ใช่เพราะกำลังจะได้ปลุกพลังหรือเพราะต้องสัมผัสกางเขนเงินของแสลงสำหรับปีศาจทุกตน แต่เป็นเพราะเขาจะได้กลับไปเป็นราชาแวมไพร์ที่ขึ้นปกครองโลกเสียที!

อาร์เธอร์นึกถึงเหตุการณ์ในตอนนั้น นึกถึงสงคราม ซากปรักหักพัง ศพเกลื่อนกลาด ดวงจันทร์สีแดงฉาน แม้ตอนนี้จะยังไม่มีพลังแต่เขาก็ทำเหมือนตอนที่ปลดปล่อยพลังเต็มที่แล้ววางฝ่ามือไว้บนกางเขนศักดิ์สิทธิ์ทันที

ทันใดนั้น แสงสีเงินสว่างวาบจนตาพร่า กางเขนศักดิ์สิทธิ์พราวแสงโอบล้อมเขาไว้ข้างใน ปิดกั้นจากสายตาของทุกคน แสงสว่างยังไม่หยุดเพียงเท่านั้นกลับยังขยายขนาดกว้างขึ้นจนบดบังทุกสิ่งในโบสถ์ ภายนอกเกิดรุ้งหลากสีระยิบระยับจากแสงสะท้อนกับกระจกแก้วมากสีสัน ทั้งดูงดงามและน่าพิศวงในเวลาเดียวกัน

อาร์เธอร์ไม่อยากหลับตาแต่เขาทนต้านความสว่างสไวนี้ไม่ได้ ในใจหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง กางเขนถูกกระตุ้นแล้วใช่หรือไม่ เขากำลังจะกลับไปแล้วใช่หรือไม่!

แสงสว่างถูกเก็บกลับคืนจนเหลือเพียงรัศมีล้อมรอบกางเขนศักดิ์สิทธิ์เท่าเดิม อาร์เธอร์ค่อยๆ ลืมตาขึ้น หลับตา ลืมตาใหม่ หลับตาอีกที ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง

เดสมอนมองเขาเดี๋ยวลืมตาเดี๋ยวหลับจนทนไม่ไหว "เป็นอะไร พลังพิเศษของนายคือตากระตุกรึ?"

อาร์เธอร์สูดหายใจเฮือก กัดฟันแล้วตวัดดวงตาแดงก่ำไปพูดหน้านิ่งว่า "แสบตาน่ะ"

บาทหลวงที่ยืนอยู่ด้านข้างยังคงอ้าปากค้าง เมื่อสักครู่เกิดอะไรขึ้น? เขายังไม่ทันได้เริ่มสวดภาวนา กางเขนศักดิ์สิทธิ์ก็ถูกกระตุ้น แถมยังกระตุ้นได้ยิ่งใหญ่อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน!

อาร์เธอร์เลิกสนใจที่จะหงุดหงิดกับศัตรูหน้าตาย ตอนนี้คงทำได้แต่ทำตามแผนแรก แกล้งว่าไม่มีพลังพิเศษเพื่อที่จะได้ถูกขับไล่ออกจากที่นี่ พอดีกับที่มีคนมาดูเป็นจำนวนมาก หากทุกคนเห็นว่าเขาปลุกพลังอะไรไม่ได้ก็จะยิ่งมีพยานรู้เห็นว่าเขาไม่มีคุณสมบัติในการเป็นฮันเตอร์ จากนั้นเขาก็จะได้ไปจากสถานที่น่ารังเกียจแห่งนี้เสียที!

'แสงเมื่อกี้นี้มันอะไรกัน!'

'เขาทำอะไรกับกางเขนศักดิ์สิทธิ์?'

'นั่นคือปลุกพลังพิเศษแล้วหรือ แล้วไหนล่ะพลังพิเศษ?'

เสียงความคิดมากมายล้นทะลักเข้ามาในหัวจนปวดหนึบไปหมด อาร์เธอร์กำมือแน่น พยายามทำตัวให้ไม่ผิดสังเกต พลังพิเศษของเขายังคงเป็นพลังเดิม คือพลังจิต เขาสามารถควบคุมจิตใจและอ่านใจของผู้อื่นได้ ภายหลังจากที่ได้เป็นราชาแวมไพร์ยังสามารถสร้างภาพลวงตาและทำให้ผู้อื่นติดอยู่ในห้วงฝันได้อีกต่างหาก

ขณะนี้ความคิดมากมายของคนพันกว่าคนหลั่งไหลเข้ามาดุจน้ำตก อาร์เธอร์ใช้เวลาไม่นานก็ควบคุมตัวเองให้สงบลงได้ ทุกเสียงเบาลงจนเหมือนเสียงกระซิบ มีเพียงบางเสียงที่ดูเหมือนจะกล่าวถึงเรื่องสำคัญจึงจะดังขึ้นเองตามการควบคุมอย่างชำนาญของอาร์เธอร์

'หรือพลังของหมอนั่นจะเป็นประเภทไร้รูปลักษณ์?'

'ตลกน่า เขาจะแสดงพลังออกมาได้อย่างไรเล่า ในเมื่อบาทหลวงศักดิ์สิทธิ์ยังไม่ได้มอบกางเขนเงินให้เขาเลย'

อาร์เธอร์เหลือบมองกางเขนเงินในมือของบาทหลวงศักดิ์สิทธิ์ที่ยังคงยืนบื้ออยู่ที่เดิม เขาจะเข้าไปขอก็ไม่ได้ ตอนนี้ต้องแกล้งทำเป็นมนุษย์ธรรมดาผู้ไม่รู้เรื่องรู้ราว

ชิ! รีบส่งมาได้แล้วน่า การแสดงนี้จะได้จบสิ้นสักที

เสียงกระซิบยังคงดังอยู่อย่างต่อเนื่อง เสียงส่วนใหญ่กลับไม่ได้มุ่งมาที่ตัวเขาแต่เป็นความคิดเห็นที่มีต่อเดสมอน อาร์เธอร์ประหลาดใจ เขาคิดมาโดยตลอดว่ามนุษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างเดสมอนไม่ว่าจะไปที่ไหนก็คงจะได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี ทุกที่มีแต่เสียงยกย่องชื่นชม แต่ความจริงกลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น

'ดูสิ เด็กใหม่ที่เดสมอนพามาไม่มีพลังพิเศษล่ะ!'

'อับอายขายขี้หน้ามากสินะ แม้แต่ตอนอับอายยังปั้นหน้าเย็นชา ช่างไม่เห็นคนอื่นอยู่ในสายตาจริงๆ!'

'คนอย่างมันก็แค่เพราะได้รับความเห็นใจจากเทพธิดาวาเนสซ่านั่นแหละถึงยังอยู่ในองค์กรได้'

'ผู้ทรยศของหอคอยอัศวินศักดิ์สิทธิ์ยังจะโยนตัวไร้ประโยชน์มาให้องค์กรฮันเตอร์อีกเหรอ'

'หึ! ก็คงเป็นพวกน่าไม่อายเหมือนกันนั่นแหละ อาศัยว่าคุณวาเนสซ่าช่วยอ่อนข้อให้ตอนประลองเลยจะพาพวกมาเกาะเธอกินน่ะสิ'

อาร์เธอร์แอบชำเลืองมองเดสมอนด้วยความสงสาร เจ้าหมอนี่คงจะรู้ตัวอยู่แล้ว มิน่าเล่าตอนไปรายงานภารกิจทุกคนถึงมองพวกเขาด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม ที่สมาชิกมารวมตัวกันที่โบสถ์ก็เพื่อรอดูความล้มเหลวของเดสมอนจะได้ซ้ำเติมสินะ

ตอนอยู่ที่หอคอยอัศวินศักดิ์สิทธิ์ก็มีชีวิตที่รุ่งเรืองดีอยู่แล้ว ทำไมย้อนเวลากลับมาครั้งนี้นายถึงเลือกที่จะมาเข้าร่วมกับองค์กรฮันเตอร์ที่ไม่มีคนต้อนรับนายกันนะ

คนที่ใช้ทุกเสี้ยวของชีวิตในการปกป้องมวลมนุษยชาติกลับต้องมาโดนสาปแช่งจากมนุษย์ที่เขาพยายามปกป้องถึงเพียงนี้ ช่างน่าหดหู่ใจจริงๆ

แต่เอาเถอะ ยังไงฉันก็ต้องแกล้งทำเป็นไม่มีพลังพิเศษ ขอโทษด้วยละกันนะ นายคงจะต้องทนแบกรับคำครหาพาผู้ไม่มีพรสวรรค์มาเข้าร่วมองค์กรไปอีกนาน

ระหว่างกำลังจะพูดอะไรบางอย่างเพื่อกระตุ้นให้บาทหลวงศักดิ์สิทธิ์หลุดจากภวังค์แล้วส่งกางเขนเงินมาให้ ดวงตาสีทองก็เบิกโพลง เท้าก้าวไปด้านข้างบังร่างสูงใหญ่ของเดสมอนเอาไว้ แท่งคริสตัลสีใสแหลมคมปักเข้าที่ท้องสองแท่ง อีกแท่งปักเข้าที่ไหล่ซ้าย ที่บดบังตำแหน่งหัวใจของเดสมอนอย่างพอดิบพอดี

เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นจนเปรอะเปื้อนไปทั่วเวที เลือดบางส่วนกระเด็นไปทางกางเขนศักดิ์สิทธิ์ ก่อนที่หยดเลือดจะสัมผัสกางเขนศักดิ์สิทธิ์ก็ระเหยไปในอากาศ

นี่ฉันทำบ้าอะไรเนี่ย! ไปรับการโจมตีแทนศัตรูทำไม?! เพราะความสงสารชั่ววูบเนี่ยนะ!

ก่อนหน้านี้ถ้อยคำก่นด่ายังทยอยดังขึ้นมาให้ได้ยินอยู่เรื่อยๆ จนอาร์เธอร์เกิดความรู้สึกสงสาร ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินความคิดของคนคนหนึ่งเข้า

'คนอย่างแกกลับทำให้ฮันเตอร์ระดับหนึ่งอย่างฉันโดนกดข่มจนต้องคุกเข่าต่อหน้าสมาชิกเกือบทั้งองค์กร ความอับอายนี้ให้มันจบลงที่ตรงนี้ก็แล้วกัน ถึงอย่างไรทำให้คนที่มีแต่คนเกลียดตายไปโทษก็ไม่หนักนักหรอก!'

โดยไม่รู้ตัว อาร์เธอร์ก็เผลอพุ่งตัวเข้าไปเพื่อปัดการโจมตี แต่เขาดันลืมไปว่าตอนนี้เขายังเป็นมนุษย์! แท่งคริสตัลสองอันที่ปักกลางท้องเดิมทีมีวิถีเล็งขึ้นไปที่ศีรษะของเดสมอน เขาคิดจะใช้มือปัดออกให้แท่งคริสตัลแหลกสลายไปแต่มือมนุษย์อันอ่อนปวกเปียกและเชื่องช้าของอาร์เธอร์มีกำลังเพียงพอแค่เบี่ยงวิถีมันเท่านั้น ส่วนที่ไหล่เดิมทีก็เสริมพลังป้องกันเอาไว้ส่วนหนึ่งตามสัญชาตญาณจึงไม่ได้หลบแต่เขาลืมไปเสียสนิทว่ายังควบคุมพลังตามความต้องการอย่างในตอนที่เป็นแวมไพร์ไม่ได้!

'มีคนลอบโจมตี!'

'ผู้กล้าคนนั้นเป็นใครกัน สมควรได้รับการยกย่อง!'

'เจ้าโง่นั่นไม่น่ามาบังเลย ไม่อย่างนั้นคงโดนหัวใจของเดสมอนเข้าเต็มๆ'

อดีตราชาแวมไพร์บาดเจ็บสาหัส ความเจ็บปวดกัดกินสติสัมปชัญญะของเขา เสียงความคิดน่ารังเกียจของผู้คนก็ยิ่งรุมทึ้งความอดทนของเขาจนขาดสะบั้น

อาร์เธอร์กำลังโกรธจัด

"ความคิดชั่วร้ายของพวกคุณทุกคนน่ะ มันช่างโสมมสิ้นดี!"

ตายซะ พวกคนใจบาป!

แรงกดดันกดทับลงมาจากฟากฟ้า มวลอากาศทุกอณูพลันหนักอึ้ง แม้ทุกคนจะนั่งอยู่บนเก้าอี้แต่กลับต้องไถลตัวลงไปคุกเข่าอยู่กับพื้นดั่งพร้อมใจกันทำความเคารพองค์ราชา ฮันเตอร์ระดับต่ำๆ ไม่สามารถเงยหน้าขึ้นมาได้ด้วยซ้ำ บาทหลวงศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ใกล้เขากว่าคนอื่นแทบจะนาบใบหน้าลงไปกับพื้น แม้แต่ฮันเตอร์หน่วยพิเศษที่ยืนอยู่ข้างหน้าก็แทบจะต้านทานแรงกดดันนี้ไม่ไหวทรุดตัวลงไปทีละคน

มีเพียงคนเดียวที่ยังยืนอยู่ได้ข้างหลังเขา คนที่อาร์เธอร์เอาตัวมารับการโจมตีแทน เดสมอน

อาร์เธอร์สามารถกดข่มให้พวกเขาคุกเข่าลงได้ แต่ไม่สามารถอุดปากพวกเขาได้ แม้จะพูดได้อย่างยากลำบาก แต่ครั้งนี้กลับไม่มีผู้ใดเก็บความคิดไว้ในใจ ต่างก็ตะโกนลั่นออกมาด้วยความหวาดกลัว

"แรงกดข่มนี่มันอะไร! ยิ่งกว่าของเดสมอนอีกไม่ใช่รึไง!"

"เจ้าบ้านี่มันเป็นตัวอะไรกันแน่?!"

"เมื่อกี้เจ้าหมอนี่พูดว่าอะไรนะ เขาได้ยินความคิดของพวกเราอย่างนั้นเหรอ?"

"เป็นไปไม่ได้ เขาจะใช้พลังโดยยังไม่ได้รับกางเขนเงินเลยได้อย่างไรกัน!"

"ปีศาจ ต้องเป็นปีศาจแน่!"

"อย่าบอกนะว่าเขาใช้กางเขนศักดิ์สิทธิ์เป็นตัวกลางเชื่อมโยงพลัง"

"พูดบ้าๆ! ไม่มีใครควบคุมกางเขนศักดิ์สิทธิ์ได้นอกจากผู้ก่อตั้งทั้งสาม ผู้ได้รับพรจากพระเจ้า!"

เดสมอนตกตะลึง ก่อนหน้านี้เขารู้สึกถึงจิตสังหารจากบริเวณที่นั่งแถวหน้าของฮันเตอร์ระดับหนึ่งอยู่ แต่เนื่องจากคนเยอะเกินไปจึงไม่สามารถระบุตำแหน่งที่แน่ชัดได้ ถึงอย่างนั้นเขาก็เตรียมตัวพร้อมรับการโจมตี คิดไม่ถึงว่าอดีตราชาแวมไพร์จะมาช่วยรับการโจมตีแทนเขา!

ดวงตาสีน้ำเงินเข้มที่มักจะเย็นชาเสมอเกิดวูบไหว ที่แล้วมามีแต่เขาที่ปกป้องคนอื่น มีแต่เขาที่เอาตัวไปรับการโจมตีแทนคนอื่น นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนมาปกป้องเขา

หรือหากคนคนนี้ไม่ได้กลายเป็นแวมไพร์ ก็จะเป็นคนที่ดีคนหนึ่ง...

ขณะทุกคนกำลังตกใจกลัว แรงกดดันก็ค่อยๆ จางลง เลือดยังคงไหลทะลักออกจากบาดแผลไม่หยุด อาร์เธอร์หมดสติล้มหงายหลังชนเข้ากับแผงอกแกร่ง

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ราชาแวมไพร์อย่างฉัน ย้อนเวลากลับมาทำไมถึงลำบากนัก   บทพิเศษ One thousand years later

    บทพิเศษOne thousand years later"เดสมอน ฉันอยากไปดูหนัง นะ นะ น้าาา"อาร์เธอร์งอแงโวยวาย ภาคต่อของภาพยนต์ชื่อดังที่เขาชื่นชอบกำลังเข้าฉายอยู่ในโรง อาร์เธอร์เห็นโฆษณาในโทรทัศน์ว่าพรุ่งนี้เป็นวันสุดท้ายแล้วจึงอดใจไม่อยู่ หากเขาต้องรอให้เรื่องนี้เข้าแอพพลิเคชั่นดูหนังก็อีกตั้งเป็นเดือน เขาต้องขาดใจก่อนแน่ๆ!กาลเวลาผันผ่าน ยุคสมัยเปลี่ยนแปลง จากบ้านหลังน้อยสุดท้ายถูกรังสรรค์ให้เป็นคฤหาสน์เงินตั้งอยู่ตำแหน่งเดิมเร้นลับจากผู้คน ที่ทั้งสองตัดสินใจสร้างบ้านใหม่ให้เป็นคฤหาสน์เนื่องจากนานวันเข้าอาร์เธอร์ยิ่งมีนิสัยเหมือนกับแวมไพร์มากขึ้นทุกที เห็นของอะไรต้องตาก็เป็นต้องเก็บสะสม เดสมอนห้ามเท่าไรก็เอาไม่อยู่ จึงแก้ปัญหาด้วยการสร้างคฤหาสน์หลังใหญ่ที่มีห้องหับมากมายเพื่อเก็บของสะสมของราชาแวมไพร์ รวมถึงมีห้องใต้ดินเพื่อหมักไวน์ให้เดสมอนดื่มอีกต่างหาก พวกเขาไม่มีปัญหาเรื่องเงินทองเพราะมีพลังแร่เงินของเดสมอน เพียงแต่..."เราไม่ได้ออกไปไหนมาหลายปีแล้ว สกุลเงินจะเปลี่ยนรึยังก็ไม่รู้""ไปไถเอาจากคลินตันก็ได้ ยังไงฉันก็ต้องไปเติมเลือดใส่ล็อกเกตก่อนที่หมอนั่นจะออกอาละวาดไปกัดมนุษย์มั่วซั่วอยู่ดี และก็ยังต

  • ราชาแวมไพร์อย่างฉัน ย้อนเวลากลับมาทำไมถึงลำบากนัก   บทพิเศษ ความลับของปาปากับมามา

    บทพิเศษความลับของปาปากับมามาเดสมอนกลับมาที่บ้านเงินของพวกเขา แม้โลกจะสงบสุขมาเป็นเวลาหลายปี เขาก็ยังคงตระเวนออกไปทำหน้าที่ช่วยแก้ปัญหาต่างๆ นาๆ ที่สามสถานศักดิ์สิทธิ์เข้าไม่ถึง รวมถึงช่วยประคับประคองให้ระบบจัดสรรเป็นไปด้วยดี ไม่มีปีศาจแอบฉกชิงผลประโยชน์และไม่มีมนุษย์ขับไล่ไสส่งปีศาจยามนี้เป็นเวลาเที่ยงวัน ดวงอาทิตย์แผดแสงเจิดจ้าผ่ากลางศีรษะของพวกเขา สูบเอาพลังในการใช้ชีวิตไปจากทุกอณูรูขุมขนของแวมไพร์ แต่กลับเป็นช่วงเวลาที่เด็กเล็กกำลังเปี่ยมล้นไปด้วยความต้องการที่จะเล่นสนุกอาร์เธอร์นั่งนิ่งถือร่มกันแดดให้กับตัวเขาเองและหลานสาว พวกเขานั่งอยู่บนผ้าปูรองพื้นสนามหญ้าตัดสั้นหน้าบ้าน เอ็ดน่าวัยสามขวบกำลังหยิบจับถ้วยและกาน้ำชาทำทีเป็นต้มชาและตัดก้อนดินต่างขนมเค้กใส่ใบไม้ยื่นให้กับอาร์เธอร์ที่ตาลอยไปแล้ว เขานั่งแข็งค้างราวกับวิญญาณหลุดลอย ขาดก็แต่น้ำลายไหลยืดออกจากปากที่เผยอค้าง เดสมอนหัวเราะขบขันก่อนจะเดินเข้าไปหาพวกเขา"อาร์เธอร์ กินขนมเค้กสิ หนูทำสุดฝีมือเลยนะ"เอ็ดน่าเพิ่งจะมีอายุได้สามขวบก็มีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายแล้ว ไวกว่าที่ป้าแอนน์บอกมาถึงสองสามปี แต่ยัยหนูกลับไม่ได้เปลี่ยนเป็น

  • ราชาแวมไพร์อย่างฉัน ย้อนเวลากลับมาทำไมถึงลำบากนัก   บทพิเศษ งานวิวาห์ใต้แสงดาว

    บทพิเศษงานวิวาห์ใต้แสงดาวหลังประกาศยุคสมัยใหม่แห่งการอยู่ร่วมกันของปีศาจและมนุษย์ก็ผ่านมาหลายปีแล้ว ผู้เข้าร่วมการจัดสรรก็มีมากขึ้นไปตามกาลเวลา โลกสงบสุขเสียจนสามสถานศักดิ์สิทธิ์แทบจะกลายเป็นพวกว่างงานสตรีศักดิ์สิทธิ์นั่งเหม่อมองอยู่ริมหน้าต่างบนชั้นสูงสูดของหอคอยที่เดิมเป็นที่สถิตของกางเขนศักดิ์สิทธิ์ เธอไม่มีภารกิจช่วยเหลือมนุษย์มาหลายเดือนแล้ว"เวโรซ่า เกษียณเถอะ"เวโรซ่านิ่งอึ้ง เธอหันไปหาหัวหน้าอัศวินศักดิ์ที่เดินมาหยุดยืนข้างหลังเธอ "ฉันยังต่อสู้ได้ ปีศาจที่ไม่เชื่อฟังยังมีอยู่มาก อสูรกายเองก็ปรากฏตัวมากขึ้นเรื่อยๆ มนุษย์ยังต้องการความช่วยเหลือ""เดสมอนกับราชาแวมไพร์จัดการได้ดี ไม่ตกถึงมือพวกเราหรอก" ดันเซลกล่าว"แต่..."ไม่รอให้เธอได้พูดจนจบ ดันเซลคุกเข่าลงข้างหนึ่ง มือใหญ่ช้อนมือเรียวสวยของหญิงสาวขึ้นมาจุมพิต"เวโรซ่า ความหมายของฉันคือ แต่งงานกันเถอะ"งานวิวาห์จัดขึ้นในโบสถ์ของหอคอยอัศวินศักดิ์สิทธิ์ ดันเซลผู้เก็บเดสมอนมาเลี้ยงรวมถึงมอบนามสกุลของตนให้แก่เขาแน่นอนว่าพระเจ้าต้องมาร่วมเป็นสักขีพยานความรักในครั้งนี้ด้วย เดสมอนพาอาร์เธอร์มานั่งที่เก้าอี้แถวแรกสุด รัศมีเรืองรองขอ

  • ราชาแวมไพร์อย่างฉัน ย้อนเวลากลับมาทำไมถึงลำบากนัก   บทพิเศษ สตอล์กเกอร์ต้องสาป

    บทพิเศษสตอล์กเกอร์ต้องสาปหมู่นี้อาร์เธอร์มักรู้สึกถึงสายตาที่จ้องมองมา แต่ตัวเขาเองก็สัมผัสถึงผู้ใดในระยะใกล้เคียงไม่ได้จึงไม่ได้ใส่ใจนัก"คิดไปเองล่ะมั้ง"ช่วงเวลากลางวันนั้นเป็นเวลาของมนุษย์ อาร์เธอร์มักจะง่วงหาวนอนตามประสาแวมไพร์ที่เข้าสู่ห้วงนิทราหลบแสงอาทิตย์ เดสมอนออกไปทำงานในช่วงเวลานั้นทิ้งให้คนรักนอนอุตุคอยเลี้ยงหลานสาวตัวจ้ำม่ำที่บ้าน ช่วงพลบค่ำแวมไพร์จึงตื่นเต็มตา งานอดิเรกใหม่ของเขาคืออุ้มยัยหนูไปเล่นที่ลานทุ่งหญ้ากว้างที่ซ่อนตัวอยู่ในป่าเลยออกไปไม่ไกลจากบ้านของพวกเขานักเดสมอนกลับมาถึงบ้านหลังดวงอาทิตย์ลาลับฟ้า วันนี้เขาไปจัดการแบ่งงานในส่วนขององค์กรฮันเตอร์แห่งใหม่ที่เริ่มจะเข้ารูปเข้ารอยทำให้กลับมาบ้านค่อนข้างช้า เมื่อกลับมาก็ไม่พบใครอยู่แล้ว เดสมอนคาดว่าอาร์เธอร์คงพาเอ็ดน่าไปเดินเล่นที่ทุ่งหญ้าอีกตามเคย เขาจึงออกตัวมุ่งหน้าไปยังลานทุ่งหญ้าทันที"สูงอีกเหรอ? เอ้า! สูงอีก"อาร์เธอร์โยนหลานสาววัยยังไม่ถึงขวบปีดีขึ้นฟ้า ตัวเขารอรับอยู่ข้างล่างพร้องกางปีกทั้งสองข้างออกไว้กันเขารับพลาด เอ็ดน่าตัวน้อยบัดนี้ตัวหนาหนักกลมดิ๊กเหมือนลูกหมีมากกว่าลูกหมาป่า เธอหัวเราะเอิ๊กอ๊ากชอบ

  • ราชาแวมไพร์อย่างฉัน ย้อนเวลากลับมาทำไมถึงลำบากนัก   บทพิเศษ เมฟวิน โรซารีน

    บทพิเศษเมฟวิน โรซารีนอาร์เธอร์รีบมุ่งหน้าไปยังศูนย์จัดสรรที่อยู่ไม่ไกลจากกางเขนศักดิ์สิทธิ์ยักษ์อันใหม่มากนัก ราชาแวมไพร์เพียงแค่คลุมผ้าคลุมลวกๆ ปกปิดผิวหนังซีดเซียวภายใต้ผ้าขนสัตว์ผืนหนา แต่ผ้าคลุมจะผืนใหญ่เท่าใดก็ไม่อาจปิดบังปีกค้างคาวที่ยืดสยายเต็มอัตราพร้อมกับสะบัดออกแรงบินเหินขึ้นไปในนภาได้ปีกเป็นส่วนที่บอบบางที่สุดและฟื้นฟูได้ยากที่สุดของแวมไพร์แต่อาร์เธอร์ไม่ได้สนใจ อาการบาดเจ็บที่ไม่อาจฟื้นฟูกลับมาภายหลังสงครามทำให้เขาบินได้ช้ากว่าเดิม ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังฟื้นฟูได้ทันแสงแดดยามย่ำรุ่งที่ยังพอมีม่านเมฆและภูเขาช่วยบดบังลำแสงสาดส่องจากดวงอาทิตย์ได้บ้าง ราชาแวมไพร์ร่อนลงยังอาคารหินหลังหนึ่งอันเป็นศูนย์จัดสรรที่ตัวเขาเองเป็นผู้ก่อตั้ง"อาร์เธอร์ ตายจริง! นายบินมาทั้งอย่างนี้เลยเนี่ยนะ แล้วเดสมอนล่ะ เขาไม่ได้พานายมาเหรอ?"เออร์ธา ลูกครึ่งมนุษย์หมาป่า น้องสาวของอัลเฟรดรับหน้าที่เป็นผู้ดูแลการจัดสรรตรงปรี่เข้ามาหาอาร์เธอร์"เขาออกไปทำงานทางฝั่งมนุษย์ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ฉันได้ยินรายงานก็รีบตรงมาที่นี่เลย ไม่ต้องเป็นห่วงฉันฟื้นฟูได้ทัน เล่าเรื่องด่วนที่ว่ามาเถอะ"เรื่องด่วนที่ศูนย์จัด

  • ราชาแวมไพร์อย่างฉัน ย้อนเวลากลับมาทำไมถึงลำบากนัก   บทที่ 30 ปัจจุบันของฉันและนาย (2)

    บทที่ 30ปัจจุบันของฉันและนาย (2)ในค่ำคืนถัดไป การประชุมครั้งใหญ่ของสองเผ่าพันธุ์ถูกจัดขึ้นใต้ร่มเงาของกางเขนเงินศักดิ์สิทธิ์ยักษ์ที่ตั้งตระหง่านเหนือซากปรักหักพังของคฤหาสน์ตระกูลคาร์ไลน์ ผู้ร่วมประชุมฝั่งปีศาจมีทั้งผู้นำตระกูลทั้งสี่ของเผ่าแวมไพร์ ผู้นำเผ่ามนุษย์หมาป่าไวเวิร์น และผู้นำเผ่าสัตว์อสูรอีกนานาชนิด ส่วนทางด้านฝั่งมนุษย์ก็มีทั้งหัวหน้าหอคอยอัศวินศักดิ์สิทธิ์ หัวหน้าโบสถ์อาญาสวรรค์และหัวหน้าองค์กรที่ล่มสลายจากสงครามครั้งนี้อย่างคาร์ลอส ฮันต์ รวมถึงผู้นำเมืองมนุษย์ต่างๆเดสมอนในฐานะพระเจ้าของทางฝั่งมนุษย์และอาร์เธอร์ในฐานะราชาปีศาจเป็นประธานในองค์ประชุม สำหรับเดสมอนที่ทุกผู้ทุกคนได้พบเห็นจากปรากฏการณ์การจุติไม่มีใครโต้แย้งสำหรับเรื่องนี้ ส่วนอาร์เธอร์เองเผ่าพันธุ์ปีศาจปกครองกันด้วยความแข็งแกร่งอยู่เดิม เพียงแผ่รัศมีแห่งราชาออกไปก็ไม่มีปีศาจตนใดสามารถคัดค้านได้แล้ว"กางเขนศักดิ์สิทธิ์เองก็รวมตัวกันเหลือเพียงอันเดียวแล้ว ฉันมีความเห็นให้ยุบรวมสามสถานศักดิ์สิทธิ์ไว้ด้วยกันแล้วจัดตั้งเป็นองค์กรใหม่" เดสมอนเปิดประเด็นเสียงปรึกษาหารือดังขึ้นถมเถ มีทั้งผู้ที่คัดค้านและผู้ที่เห็นด้

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status