แชร์

บทที่ 2 ผู้กลับชาติมาเกิดใหม่

ผู้เขียน: Sapphiros S. N.
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-10 14:36:52

บทที่ 2

ผู้กลับชาติมาเกิดใหม่

อาร์เธอร์ร้องยังไม่สุดปอด อารมณ์หงุดหงิดที่มาพร้อมกับความสิ้นหวังยังไม่ทันได้ระบายออกจนหมด มือภายใต้ถุงมือหนังสีดำของเดสมอนก็เอื้อมมาอุดปากเขาจากด้านหลัง

"แหกปากทำซากอะไร หุบปากซะ!"

เสียงเข้มตะคอกใส่หูจนอาร์เธอร์สะดุ้งโหยง เขาเกือบลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าศัตรูหมายเลขหนึ่งแห่งปีศาจทั้งปวงเป็นคนปากจัดขนาดไหน มือก็ฟาดฟันสังหารด้วยอาวุธ ปากก็เชือดเฉือนด้วยคำพูด

เดสมอนเห็นเขาไม่ร้องโวยวายอีกจึงปล่อยมือออก

หึ! ขัดขวางการกลายพันธุ์ของฉันแล้วยังสวมถุงมือเสียหนาป้องกันการโดนกัดอีก

ชีวิตอันราบรื่นดุจเกลียวลมบนหาดทรายของฉันยังไม่เริ่มก็โดนนายขัดขวางเสียไม่เหลือเค้าเดิม จะไม่ให้แหกปากได้ยังไง!

อาร์เธอร์กัดฟันข่มกลั้นอารมณ์ ตอบกลับหน้าตาย "ตกใจกลัวน่ะ นั่นมันตัวอะไร"

เดสมอนขมวดคิ้วมุ่น สายตาบ่งบอกว่าไม่เชื่อคำพูดเขาสักคำ "คนตาบอดยังดูออกว่านั่นคือแวมไพร์ เขตนี้กำลังมีแวมไพร์ออกอาละวาดยังจะออกมาที่เปลี่ยวกลางค่ำกลางคืน ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือไง"

อาร์เธอร์อาศัยอยู่ในเขตการปกครองคริมสัน ในครั้งก่อน ก่อนที่เขาจะย้อนเวลากลับมา ช่วงเวลาที่เขาโดนแวมไพร์กัดเป็นช่วงที่แวมไพร์เริ่มออกอาละวาดใหม่ๆ ยังไม่มีมาตรการควบคุม ไม่อย่างนั้นเขากับเพื่อนคงไม่สามารถออกมาตั้งแคมป์กันได้

เขตการปกครองคริมสันนับว่าเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของแวมไพร์อย่างแท้จริง สี่ตระกูลสายเลือดบริสุทธิ์ล้วนอยู่ในเขตการปกครองคริมสัน อีกทั้งในอนาคตยังเป็นที่ตั้งปราสาทราชาแวมไพร์อันเป็นฐานบัญชาการใหญ่ของอาร์เธอร์อีกด้วย

อาร์เธอร์อยากจะได้พลังคืนมาแล้วกระโดดเตะปากมนุษย์หน้าตายปากปีจอตรงหน้าสักป้าบ จากนั่นก็โยนให้ลูกน้องแวมไพร์สูบเลือดจนหมดตัวแล้วโยนไปให้มนุษย์หมาป่ารุมแทะจนเหลือแต่กระดูกต่อ แต่เขาไม่อยากให้ความลับแตกจึงได้แต่ทำเป็นแกล้งโง่

ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนจนเหมือนสีทองเบิกกว้าง "แวมไพร์ออกอาละวาดอย่างนั้นหรือ! ก่อนพวกฉันมาตั้งแคมป์ยังไม่มีเรื่องแบบนี้เลยนะ ต้องรีบไปบอกพวกอัลเฟรดแล้ว"

อาร์เธอร์ทำเนียนเดินผ่านเดสมอนออกประตูไป เขาไม่อยากอยู่ใกล้คนหน้าตายที่พกพาบรรยากาศน่าอึดอัดมาด้วยนี่อีกแม้แต่วินาทีเดียว ที่แน่ๆ เขามั่นใจว่าหากอยู่ใกล้เจ้าหมอนี่ หนทางการกลายเป็นแวมไพร์ของเขาคงจะยากขึ้นทุกขณะ

ก้าวยังไม่พ้นประตูคอเสื้อก็ถูกกระชาก "เดี๋ยวก่อน"

ชั่วขณะเหมือนทุกสรรพสิ่งหยุดนิ่ง เสียงปีกแมลงยามค่ำคืนเงียบเสียงลง อากาศเยียบเย็นเหมือนอุณหภูมิลดฮวบลงไปหลายองศาในชั่วอึดใจเดียว เหงื่อเย็นผุดซึมที่กรอบหน้า การอ่อนแอไร้พลังจนโดนกดข่มมันเป็นเช่นนี้นี่เอง ที่ผ่านมามีแต่เขาที่กดดันผู้อื่น อาร์เธอร์ฝืนกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงลำคอฝืดแห้งก่อนจะรวบรวมความกล้าถามเสียงเบาโดยไม่หันหน้ากลับไปมอง "มีอะไร?"

เดสมอนแววตาวูบไหว มีคนธรรมดาที่ยังไม่ถูกปลุกพลังสามารถต้านทานพลังกดข่มของเขาได้? ทั้งที่ฮันเตอร์ระดับหนึ่งในองค์กรบางคนยังทำไม่ได้ด้วยซ้ำ "เมื่อกี้นายวิ่งกลับเข้าไปหาแวมไพร์ตนนั้นทำไม?"

อาร์เธอร์ตอบโดยไม่คิด ใครจะไปรู้จักแวมไพร์ดีไปกว่าราชาแวมไพร์อย่างเขา แวมไพร์ก็ต้องล่อลวงเหยื่อให้ติดกับน่ะสิ "ฉันถูกล่อลวง"

เดสมอนสวนทันควันด้วยความมั่นใจ "นายไม่ได้ถูกล่อลวง"

ราชาแวมไพร์ถูกฉีกหน้าอย่างไม่เป็นธรรม อาร์เธอร์หันขวับไปเผชิญหน้ากับอดีตอัศวินศักดิ์สิทธิ์ที่ตอนนี้กลายมาเป็นฮันเตอร์ฝึกหัดไปแล้ว "นายเป็นฉันหรือไงถึงรู้ว่าไม่ได้ถูกล่อลวง"

"ฉันเห็นแววตาของนาย"

"อะไรนะ?"

"คนที่ถูกปีศาจล่อลวงจะมีดวงตาที่เลื่อนลอยไร้แวว แต่นาย แม้แต่ตอนที่เขี้ยวจ่อคออยู่ ตาของนายก็ยังมีแววกระจ่างใสชัดเจน อีกอย่างหลังถูกใช้มนตราล่อลวง เหยื่อจะไม่มีเรี่ยวแรงทำสิ่งใดนอกเหนือไปจากคำสั่งของผู้ล่อลวง แวมไพร์ตนนั้นยังไม่ทันจะสั่งอะไรแต่นายกลับดิ้นหลุดจากฉันไปด้วยตัวเอง"

อาร์เธอร์ฟังเดสมอนแจกแจงมาเป็นข้อๆ อย่างผู้รู้จริงถึงกับเหงื่อตก เจ้าคนน่ารำคาญนี่รู้ดีเกินไปจริงๆ "มืดขนาดนี้ใครจะไปเห็นว่าคนอื่นมีแววตาหรือไม่มี นายพูดมั่วเอาเองเถอะ อีกอย่างฉันก็เข้าไปหาตามคำสั่งของแวมไพร์ตนนั้นไง"

"คนที่ถูกล่อลวงใจจะไม่บอกว่าตัวเองถูกล่อลวงใจ เพราะส่วนใหญ่จะจำเหตุการณ์ไม่ได้ อีกส่วนเป็นเพราะถูกล่อลวงด้วยความปรารถนาที่ซ่อนลึกอยู่ในใจแต่ไม่สามารถเปิดเผยต่อสาธารณชนได้" เดสมอนก้าวเท้าขึ้นหน้ากดดันจนอาร์เธอร์ต้องก้าวถอยหลัง สองคนหนึ่งก้าวหนึ่งถอยจนออกนอกห้องเก็บของราวกับเต้นรำใต้แสงจันทร์

อาร์เธอร์ยกมือขวาขึ้นกุมไว้ที่กลางอกแล้วกำเสื้อไว้แน่น ซึ่งเป็นท่าทางที่เขามักทำเมื่อเครียดหรือกังวลใจ จิตใจของเขาจะสงบลงเมื่อแตะเข้ากับ...

"ก็ได้!" อาร์เธอร์โพล่งออกมา "ตอนแวมไพร์จะกัด ฉันทำของสำคัญหล่นหาย"

เดสมอนหยุดฝีเท้า ไม่พอใจในคำตอบที่ได้รับแต่ก็อยากจะรู้ว่าคนตรงหน้าจะเอาอะไรมาอ้างอีก "ของสำคัญอะไร?"

อาร์เธอร์แสร้งทำหน้าอับอายสุดชีวิต พูดออกมาด้วยน้ำเสียงตะขิดตะขวงใจเป็นที่สุด "เป็น...เป็นล็อกเกต สร้อยล็อกเกต"

"หะ?" เดสมอนผงะจนเกือบก้าวถอยหลัง ดีที่ยังคงสีหน้าคาดคั้นไว้ได้ดังเดิม ท่าทางก้มหน้างุดมือหนึ่งกุมอก ตาโตคู่สวยสีทองหลุบลง สองแก้มแดงระเรื่อ เป็นท่าทางที่เขาไม่เคยเห็นและไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นจากราชาแวมไพร์ผู้มักจะมีท่วงท่างดงามเย้ายวนและทรงพลังอำนาจทั้งในชาตินี้และในชาติก่อน

ใช่แล้ว หลังจากถูกราชาแวมไพร์เด็ดคอในชาติก่อน เขาก็ถูกส่งมาเกิดใหม่ก่อนอาร์เธอร์จะย้อนกลับมาหนึ่งเดือน ในตอนนั้นเขากำลังจะได้เลื่อนยศจากอัศวินฝึกหัดเป็นอัศวินศักดิ์สิทธิ์ขั้นสามอย่างเต็มตัวเป็นครั้งแรก แต่สิ่งที่เดสมอนทำกลับสร้างความตกตะลึงให้กับทุกคน อัศวินฝึกหัดอันดับหนึ่ง ดาวรุ่งว่าที่อัศวินศักดิ์สิทธิ์เพชรน้ำดีผู้เป็นที่น่าจับตามองมากที่สุดกลับขอถอนตัวแล้วไปเข้าร่วมกับองค์กรฮันเตอร์ที่แม้จะมีศัตรูเดียวกันคือปีศาจ แต่ก็มีอุดมการณ์ต่างกัน

อัศวินศักดิ์สิทธิ์มีหน้าที่ปกป้อง ฮันเตอร์มีหน้าที่ออกล่า

แม้การกระทำนี้จะสร้างความไม่พอใจให้กับหลายๆ ฝ่าย และยังโดนดูถูกเหยียดหยามว่ามีจิตใจโลเลทรยศหักหลังสหายและอาจารย์ที่คอยพร่ำสอน แต่ในเมื่อพระเจ้าประทานพรให้เขาได้มาเกิดใหม่อีกครั้ง เดสมอนก็ตัดสินใจได้แล้ว

ชาตินี้เขาจะไม่ใช่ผู้ปกปักษ์รักษา ไม่ใช่ปราการสุดท้ายของมวลมนุษยชาติ

แต่จะเป็นผู้ออกล่า เป็นมีดหอกในการสังหารปีศาจจนกว่าพวกมันจะสูญสิ้นไปจากโลกใบนี้!

"อืม ล็อกเกตรูปครอบครัวน่ะ"

เสียงตอบกลับปลุกเดสมอนขึ้นจากภวังค์

อาร์เธอร์อยากจะทำเป็นกระมิดกระเมี้ยนไม่ยอมพูดอีกหน่อย แต่เจ้าหมอนี่จู่ๆ ก็เงียบไป เขาเลยพูดออกมาเองเสียเลย อย่างน้อยก็จะได้คายบทที่เพิ่งแต่งขึ้นมาเสียหน่อย หากพูดไม่ครบเดี๋ยวเจ้าคนขี้ระแวงนี่จะไม่ยอมเชื่ออีก "ฉันรู้ดีน่าว่าโตจนป่านนี้ยังพกล็อกเกตรูปครอบครัวมันน่าอาย แต่ทำไงได้ ห้อยไว้แล้วมันทำให้สบายใจนี่ เหมือนมีครอบครัวอยู่ใกล้ๆ เมื่อกี้อายจนไม่กล้าบอกความจริงไปน่ะ เลยสร้างเรื่องว่าถูกล่อลวงใจ"

ให้เดสมอนคิดไปเสียว่าเขาอับอายที่จะบอกว่าตัวเองพกล็อกเกตรูปครอบครัว อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้โกหกไปเสียทั้งหมด เขาห้อยล็อกเกตรูปครอบครัวไว้จริง ปกติจะซ่อนเก็บไว้ใต้เสื้อ เวลากังวลใจก็จะลูบจับจี้ล็อกเกตเล่นผ่านชั้นผ้า เมื่อสักครู่ที่เขาคลำไปกลับพบเพียงความว่างเปล่า น้ำหนักของสร้อยทองคำขาวที่คอก็หายไป ก่อนหน้านี้เขามัวแต่สนเรื่องทำอย่างไรให้กลับไปเลยไม่ทันได้สังเกตว่าล็อกเกตหายไป

อาร์เธอร์ขมวดคิ้ว สร้อยล็อกเกตสำคัญกับเขามาก เมื่อครั้งก่อนที่ยังไม่เป็นบ้าไปหลังจากครอบครัวถูกสังหารยกครัวก็เป็นเพราะมีมันเลยยังสามารถประคองจิตใจเอาไว้ได้ ในครั้งนั้น จวบจนเขาขึ้นเป็นราชาแวมไพร์ก็ยังห้อยล็อกเกตนั้นไว้ตลอดไม่เคยทำหายไปเลยสักครั้ง คิดยังไงก็คิดไม่ออกว่าสร้อยล็อกเกตหายไปไหนกันแน่ หรือจะเป็นแวมไพร์ตนนั้นเผลอข่วนจนสร้อยเขาขาด?

ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง เอาไว้หาไม่เจอแล้วค่อยไปถามหาเอาจากเจ้าตัวหลังเขาได้พลังแวมไพร์แล้วก็ได้ แวมไพร์ตนนั้นแม้จะถูกมีดเงินของเดสมอนแทงทะลุอกแต่ก็หลีกเลี่ยงจุดตายไปได้ ที่สำคัญเจ้านั่นไม่เป็นอะไรหรอกอีกเดี๋ยวก็ฟื้นตัวมาออกอาละวาดใหม่ได้แล้ว เพราะเขาเป็นแวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์ คุณชายคลินตันจากตระกูลบาร์โธลิน หนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ ที่ภายหลังจะถูกเขาสยบมาเป็นลูกน้อง

อาร์เธอร์ตาลุกวาว ถ้าล็อกเกตอยู่กับคลินตันก็ดีสิ จะได้ถือโอกาสใช้เป็นข้ออ้างในการเดินไปให้เขากัด อาร์เธอร์ไม่แน่ใจว่าหากเขาถูกแวมไพร์ตนอื่นที่ไม่ใช่คลินตันกัดเหมือนในครั้งก่อน ชีวิตจะยังดำเนินจนได้เป็นราชาแวมไพร์อย่างในครั้งนั้นหรือไม่

"เสียงดังเมื่อกี้นี้มันอะไรกัน"

ประตูหน้าร้านเหล้าถูกเปิดออก ในที่สุดก็มีคนมาดูเสียที อาร์เธอร์รอจังหวะที่จะได้ปลีกตัวหนีจากเดสมอนมานานแล้ว

"อัลเฟรด ทาง..." ปากเขาถูกอุดเป็นครั้งที่สองของวัน

"ในเมื่อไม่โดนกัดก็มาด้วยกันซะ"

เดสมอนกัดปลายถุงมือข้างที่ไม่ได้ใช้อุดปากคนออก หลังมือปรากฏอักขระวงแหวน เดสมอนพาคนย่อตัวลงทาบฝ่ามือลงไปกับพื้น วงแหวนที่หลังมือเรืองแสงทะลุผ่านมือเขาลงสู่พื้นดินแล้วขยายออกคลุมใต้เท้าของพวกเขาทั้งสอง แสงสีเงินวาบผ่านขึ้นมาเป็นเสาปิดบังคนสองคนไว้ภายในวงแหวน เมื่อแสงจางลงทั้งคนทั้งวงแหวนก็หายไป

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ราชาแวมไพร์อย่างฉัน ย้อนเวลากลับมาทำไมถึงลำบากนัก   บทพิเศษ One thousand years later

    บทพิเศษOne thousand years later"เดสมอน ฉันอยากไปดูหนัง นะ นะ น้าาา"อาร์เธอร์งอแงโวยวาย ภาคต่อของภาพยนต์ชื่อดังที่เขาชื่นชอบกำลังเข้าฉายอยู่ในโรง อาร์เธอร์เห็นโฆษณาในโทรทัศน์ว่าพรุ่งนี้เป็นวันสุดท้ายแล้วจึงอดใจไม่อยู่ หากเขาต้องรอให้เรื่องนี้เข้าแอพพลิเคชั่นดูหนังก็อีกตั้งเป็นเดือน เขาต้องขาดใจก่อนแน่ๆ!กาลเวลาผันผ่าน ยุคสมัยเปลี่ยนแปลง จากบ้านหลังน้อยสุดท้ายถูกรังสรรค์ให้เป็นคฤหาสน์เงินตั้งอยู่ตำแหน่งเดิมเร้นลับจากผู้คน ที่ทั้งสองตัดสินใจสร้างบ้านใหม่ให้เป็นคฤหาสน์เนื่องจากนานวันเข้าอาร์เธอร์ยิ่งมีนิสัยเหมือนกับแวมไพร์มากขึ้นทุกที เห็นของอะไรต้องตาก็เป็นต้องเก็บสะสม เดสมอนห้ามเท่าไรก็เอาไม่อยู่ จึงแก้ปัญหาด้วยการสร้างคฤหาสน์หลังใหญ่ที่มีห้องหับมากมายเพื่อเก็บของสะสมของราชาแวมไพร์ รวมถึงมีห้องใต้ดินเพื่อหมักไวน์ให้เดสมอนดื่มอีกต่างหาก พวกเขาไม่มีปัญหาเรื่องเงินทองเพราะมีพลังแร่เงินของเดสมอน เพียงแต่..."เราไม่ได้ออกไปไหนมาหลายปีแล้ว สกุลเงินจะเปลี่ยนรึยังก็ไม่รู้""ไปไถเอาจากคลินตันก็ได้ ยังไงฉันก็ต้องไปเติมเลือดใส่ล็อกเกตก่อนที่หมอนั่นจะออกอาละวาดไปกัดมนุษย์มั่วซั่วอยู่ดี และก็ยังต

  • ราชาแวมไพร์อย่างฉัน ย้อนเวลากลับมาทำไมถึงลำบากนัก   บทพิเศษ ความลับของปาปากับมามา

    บทพิเศษความลับของปาปากับมามาเดสมอนกลับมาที่บ้านเงินของพวกเขา แม้โลกจะสงบสุขมาเป็นเวลาหลายปี เขาก็ยังคงตระเวนออกไปทำหน้าที่ช่วยแก้ปัญหาต่างๆ นาๆ ที่สามสถานศักดิ์สิทธิ์เข้าไม่ถึง รวมถึงช่วยประคับประคองให้ระบบจัดสรรเป็นไปด้วยดี ไม่มีปีศาจแอบฉกชิงผลประโยชน์และไม่มีมนุษย์ขับไล่ไสส่งปีศาจยามนี้เป็นเวลาเที่ยงวัน ดวงอาทิตย์แผดแสงเจิดจ้าผ่ากลางศีรษะของพวกเขา สูบเอาพลังในการใช้ชีวิตไปจากทุกอณูรูขุมขนของแวมไพร์ แต่กลับเป็นช่วงเวลาที่เด็กเล็กกำลังเปี่ยมล้นไปด้วยความต้องการที่จะเล่นสนุกอาร์เธอร์นั่งนิ่งถือร่มกันแดดให้กับตัวเขาเองและหลานสาว พวกเขานั่งอยู่บนผ้าปูรองพื้นสนามหญ้าตัดสั้นหน้าบ้าน เอ็ดน่าวัยสามขวบกำลังหยิบจับถ้วยและกาน้ำชาทำทีเป็นต้มชาและตัดก้อนดินต่างขนมเค้กใส่ใบไม้ยื่นให้กับอาร์เธอร์ที่ตาลอยไปแล้ว เขานั่งแข็งค้างราวกับวิญญาณหลุดลอย ขาดก็แต่น้ำลายไหลยืดออกจากปากที่เผยอค้าง เดสมอนหัวเราะขบขันก่อนจะเดินเข้าไปหาพวกเขา"อาร์เธอร์ กินขนมเค้กสิ หนูทำสุดฝีมือเลยนะ"เอ็ดน่าเพิ่งจะมีอายุได้สามขวบก็มีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายแล้ว ไวกว่าที่ป้าแอนน์บอกมาถึงสองสามปี แต่ยัยหนูกลับไม่ได้เปลี่ยนเป็น

  • ราชาแวมไพร์อย่างฉัน ย้อนเวลากลับมาทำไมถึงลำบากนัก   บทพิเศษ งานวิวาห์ใต้แสงดาว

    บทพิเศษงานวิวาห์ใต้แสงดาวหลังประกาศยุคสมัยใหม่แห่งการอยู่ร่วมกันของปีศาจและมนุษย์ก็ผ่านมาหลายปีแล้ว ผู้เข้าร่วมการจัดสรรก็มีมากขึ้นไปตามกาลเวลา โลกสงบสุขเสียจนสามสถานศักดิ์สิทธิ์แทบจะกลายเป็นพวกว่างงานสตรีศักดิ์สิทธิ์นั่งเหม่อมองอยู่ริมหน้าต่างบนชั้นสูงสูดของหอคอยที่เดิมเป็นที่สถิตของกางเขนศักดิ์สิทธิ์ เธอไม่มีภารกิจช่วยเหลือมนุษย์มาหลายเดือนแล้ว"เวโรซ่า เกษียณเถอะ"เวโรซ่านิ่งอึ้ง เธอหันไปหาหัวหน้าอัศวินศักดิ์ที่เดินมาหยุดยืนข้างหลังเธอ "ฉันยังต่อสู้ได้ ปีศาจที่ไม่เชื่อฟังยังมีอยู่มาก อสูรกายเองก็ปรากฏตัวมากขึ้นเรื่อยๆ มนุษย์ยังต้องการความช่วยเหลือ""เดสมอนกับราชาแวมไพร์จัดการได้ดี ไม่ตกถึงมือพวกเราหรอก" ดันเซลกล่าว"แต่..."ไม่รอให้เธอได้พูดจนจบ ดันเซลคุกเข่าลงข้างหนึ่ง มือใหญ่ช้อนมือเรียวสวยของหญิงสาวขึ้นมาจุมพิต"เวโรซ่า ความหมายของฉันคือ แต่งงานกันเถอะ"งานวิวาห์จัดขึ้นในโบสถ์ของหอคอยอัศวินศักดิ์สิทธิ์ ดันเซลผู้เก็บเดสมอนมาเลี้ยงรวมถึงมอบนามสกุลของตนให้แก่เขาแน่นอนว่าพระเจ้าต้องมาร่วมเป็นสักขีพยานความรักในครั้งนี้ด้วย เดสมอนพาอาร์เธอร์มานั่งที่เก้าอี้แถวแรกสุด รัศมีเรืองรองขอ

  • ราชาแวมไพร์อย่างฉัน ย้อนเวลากลับมาทำไมถึงลำบากนัก   บทพิเศษ สตอล์กเกอร์ต้องสาป

    บทพิเศษสตอล์กเกอร์ต้องสาปหมู่นี้อาร์เธอร์มักรู้สึกถึงสายตาที่จ้องมองมา แต่ตัวเขาเองก็สัมผัสถึงผู้ใดในระยะใกล้เคียงไม่ได้จึงไม่ได้ใส่ใจนัก"คิดไปเองล่ะมั้ง"ช่วงเวลากลางวันนั้นเป็นเวลาของมนุษย์ อาร์เธอร์มักจะง่วงหาวนอนตามประสาแวมไพร์ที่เข้าสู่ห้วงนิทราหลบแสงอาทิตย์ เดสมอนออกไปทำงานในช่วงเวลานั้นทิ้งให้คนรักนอนอุตุคอยเลี้ยงหลานสาวตัวจ้ำม่ำที่บ้าน ช่วงพลบค่ำแวมไพร์จึงตื่นเต็มตา งานอดิเรกใหม่ของเขาคืออุ้มยัยหนูไปเล่นที่ลานทุ่งหญ้ากว้างที่ซ่อนตัวอยู่ในป่าเลยออกไปไม่ไกลจากบ้านของพวกเขานักเดสมอนกลับมาถึงบ้านหลังดวงอาทิตย์ลาลับฟ้า วันนี้เขาไปจัดการแบ่งงานในส่วนขององค์กรฮันเตอร์แห่งใหม่ที่เริ่มจะเข้ารูปเข้ารอยทำให้กลับมาบ้านค่อนข้างช้า เมื่อกลับมาก็ไม่พบใครอยู่แล้ว เดสมอนคาดว่าอาร์เธอร์คงพาเอ็ดน่าไปเดินเล่นที่ทุ่งหญ้าอีกตามเคย เขาจึงออกตัวมุ่งหน้าไปยังลานทุ่งหญ้าทันที"สูงอีกเหรอ? เอ้า! สูงอีก"อาร์เธอร์โยนหลานสาววัยยังไม่ถึงขวบปีดีขึ้นฟ้า ตัวเขารอรับอยู่ข้างล่างพร้องกางปีกทั้งสองข้างออกไว้กันเขารับพลาด เอ็ดน่าตัวน้อยบัดนี้ตัวหนาหนักกลมดิ๊กเหมือนลูกหมีมากกว่าลูกหมาป่า เธอหัวเราะเอิ๊กอ๊ากชอบ

  • ราชาแวมไพร์อย่างฉัน ย้อนเวลากลับมาทำไมถึงลำบากนัก   บทพิเศษ เมฟวิน โรซารีน

    บทพิเศษเมฟวิน โรซารีนอาร์เธอร์รีบมุ่งหน้าไปยังศูนย์จัดสรรที่อยู่ไม่ไกลจากกางเขนศักดิ์สิทธิ์ยักษ์อันใหม่มากนัก ราชาแวมไพร์เพียงแค่คลุมผ้าคลุมลวกๆ ปกปิดผิวหนังซีดเซียวภายใต้ผ้าขนสัตว์ผืนหนา แต่ผ้าคลุมจะผืนใหญ่เท่าใดก็ไม่อาจปิดบังปีกค้างคาวที่ยืดสยายเต็มอัตราพร้อมกับสะบัดออกแรงบินเหินขึ้นไปในนภาได้ปีกเป็นส่วนที่บอบบางที่สุดและฟื้นฟูได้ยากที่สุดของแวมไพร์แต่อาร์เธอร์ไม่ได้สนใจ อาการบาดเจ็บที่ไม่อาจฟื้นฟูกลับมาภายหลังสงครามทำให้เขาบินได้ช้ากว่าเดิม ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังฟื้นฟูได้ทันแสงแดดยามย่ำรุ่งที่ยังพอมีม่านเมฆและภูเขาช่วยบดบังลำแสงสาดส่องจากดวงอาทิตย์ได้บ้าง ราชาแวมไพร์ร่อนลงยังอาคารหินหลังหนึ่งอันเป็นศูนย์จัดสรรที่ตัวเขาเองเป็นผู้ก่อตั้ง"อาร์เธอร์ ตายจริง! นายบินมาทั้งอย่างนี้เลยเนี่ยนะ แล้วเดสมอนล่ะ เขาไม่ได้พานายมาเหรอ?"เออร์ธา ลูกครึ่งมนุษย์หมาป่า น้องสาวของอัลเฟรดรับหน้าที่เป็นผู้ดูแลการจัดสรรตรงปรี่เข้ามาหาอาร์เธอร์"เขาออกไปทำงานทางฝั่งมนุษย์ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ฉันได้ยินรายงานก็รีบตรงมาที่นี่เลย ไม่ต้องเป็นห่วงฉันฟื้นฟูได้ทัน เล่าเรื่องด่วนที่ว่ามาเถอะ"เรื่องด่วนที่ศูนย์จัด

  • ราชาแวมไพร์อย่างฉัน ย้อนเวลากลับมาทำไมถึงลำบากนัก   บทที่ 30 ปัจจุบันของฉันและนาย (2)

    บทที่ 30ปัจจุบันของฉันและนาย (2)ในค่ำคืนถัดไป การประชุมครั้งใหญ่ของสองเผ่าพันธุ์ถูกจัดขึ้นใต้ร่มเงาของกางเขนเงินศักดิ์สิทธิ์ยักษ์ที่ตั้งตระหง่านเหนือซากปรักหักพังของคฤหาสน์ตระกูลคาร์ไลน์ ผู้ร่วมประชุมฝั่งปีศาจมีทั้งผู้นำตระกูลทั้งสี่ของเผ่าแวมไพร์ ผู้นำเผ่ามนุษย์หมาป่าไวเวิร์น และผู้นำเผ่าสัตว์อสูรอีกนานาชนิด ส่วนทางด้านฝั่งมนุษย์ก็มีทั้งหัวหน้าหอคอยอัศวินศักดิ์สิทธิ์ หัวหน้าโบสถ์อาญาสวรรค์และหัวหน้าองค์กรที่ล่มสลายจากสงครามครั้งนี้อย่างคาร์ลอส ฮันต์ รวมถึงผู้นำเมืองมนุษย์ต่างๆเดสมอนในฐานะพระเจ้าของทางฝั่งมนุษย์และอาร์เธอร์ในฐานะราชาปีศาจเป็นประธานในองค์ประชุม สำหรับเดสมอนที่ทุกผู้ทุกคนได้พบเห็นจากปรากฏการณ์การจุติไม่มีใครโต้แย้งสำหรับเรื่องนี้ ส่วนอาร์เธอร์เองเผ่าพันธุ์ปีศาจปกครองกันด้วยความแข็งแกร่งอยู่เดิม เพียงแผ่รัศมีแห่งราชาออกไปก็ไม่มีปีศาจตนใดสามารถคัดค้านได้แล้ว"กางเขนศักดิ์สิทธิ์เองก็รวมตัวกันเหลือเพียงอันเดียวแล้ว ฉันมีความเห็นให้ยุบรวมสามสถานศักดิ์สิทธิ์ไว้ด้วยกันแล้วจัดตั้งเป็นองค์กรใหม่" เดสมอนเปิดประเด็นเสียงปรึกษาหารือดังขึ้นถมเถ มีทั้งผู้ที่คัดค้านและผู้ที่เห็นด้

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status