Masukลุงเลวิสหัวเราะเบา ๆ “โอ้ เอางี้ ลุงเล่าก่อนละกัน”
ชายชราลูบเคราสีขาวบางก่อนเริ่มเล่า “งานมหกรรมประจำปีเป็นงานใหญ่ของอาณาจักรเลยนะ แต่ละเมืองและหมู่บ้านจะได้สิทธิ์เปิดบูธของตนเอง เพื่อขายสินค้าท้องถิ่น หรือโชว์สิ่งพิเศษของพื้นที่นั้น ๆ หมู่บ้านใหญ่ ๆ จะได้พื้นที่บูธกว้าง แต่หมู่บ้านเรา... ก็แค่สองคูณสองเมตรเท่านั้นแหละ ฮ่า ๆ”
“ปกติลุงจะเอาต้นไม้ที่ปลูกไว้หน้าบ้านไปตอนกิ่งขายหน่ะ แต่พอลุงได้ชิมอาหารของหลาน ลุงคิดว่ามันน่าจะทำให้คนทั้งงานหันมามองหมู่บ้านเรามากกว่ากิ่งไม้สักกำมือ”
“แล้วหมู่บ้านจะได้อะไรจากงานนี้เหรอครับ?”
“ได้คะแนนจ้ะ!”
ลุงเลวิสชูนิ้วขึ้นอย่างกระตือรือร้น ดวงตาเป็นประกายราวกับเด็กที่กำลังพูดถึงของเล่นชิ้นโปรด “แต่ละบูธจะได้รับคะแนนจากหลายปัจจัย ทั้งยอดขาย ความนิยมของผู้เข้าชม และการโหวตจากคณะกรรมการของอาณาจักร ยิ่งคะแนนสูงเท่าไหร่ หมู่บ้านก็จะได้รับการสนับสนุนมากขึ้นจากอาณาจักร”อาเธอร์เบิกตากว้าง “มีจัดอันดับด้วยเหรอครับ?”
“มีสิ ตอนนี้ของเรามีคะแนน... เอิ่ม...”
อาเธอร์เอนตัวเล็กน้อย เอียงคอรอฟัง “เอิ่มอะไรเหรอครับ คุณลุง?”
“ก็... แค่ 85 คะแนน อันดับ 426 จาก 450 หมู่บ้าน ระดับ F หน่ะอาเธอร์”
“โอ้โห... อีกแค่ 24 อันดับ เราก็โหล่แล้วครับคุณลุง ฮ่าฮ่าฮ่า” เด็กชายหัวเราะเสียงดัง จนลุงเลวิสหัวเราะตาม
เขาวางขวดเวทในมือลงบนโต๊ะไม้ ก่อนเดินไปหยิบแผ่นกระดาษหนา ๆ ที่แขวนไว้บนผนัง เป็นเหมือนบอร์ดประกาศเก่าที่เต็มไปด้วยสัญลักษณ์และตัวเลข “นี่คือใบประกาศผลเมื่อปีที่แล้ว” เขาชี้ไปที่ชื่อหมู่บ้านแสงจันทร์ซึ่งอยู่เกือบล่างสุดของรายชื่อยาวเหยียด “เห็นไหมล่ะ หมู่บ้านเรายังอยู่ในระดับ F … ก็เพราะยอดขายต่ำ แถมไม่มีคนจำบูธของเราได้เลย”
ลุงเลวิสหัวเราะแห้ง ๆ ก่อนพูดต่อ “แต่ถ้าได้คะแนนมากขึ้น อาณาจักรจะมอบสิทธิ์หลายอย่างให้ เช่น พื้นที่เพาะปลูกเพิ่มเติมในเขตเวทที่ควบคุมโดยอาณาจักร หรือระบบน้ำเวทใหม่ที่สามารถดึงน้ำจากแม่น้ำลอยได้โดยไม่ต้องใช้แรงคนเลยล่ะ”
เขาหยิบกระถางไม้ข้างตัวขึ้นมาโชว์ — ภายในมีต้นกล้าเวทเล็ก ๆ ที่มีดอกสีเงินเรืองแสงอ่อน ๆ อยู่ตรงกลาง “อย่างหมู่บ้านฟอเรสเทียเมื่อสองปีก่อน พวกเขาได้อันดับ B อาณาจักรมอบเครื่องรดน้ำเวทระดับสูงให้ทั้งหมู่บ้านเลยนะ แค่เปิดฝาแล้วร่ายคาถาสั้น ๆ มันก็จะรดน้ำอัตโนมัติทั่วทั้งแปลง เหมือนฝนโปรยลงจากฟ้า”
อาเธอร์ฟังด้วยตาเป็นประกาย “แล้ว... ถ้าเราได้คะแนนสูงสุดล่ะครับ?”
“อ๋อ ถ้าได้ระดับ A หรือ S นั่นสิลูกเอ๊ย…” ลุงเลวิสยิ้มกว้าง ดวงตาเปล่งประกายระยิบระยับ “หมู่บ้านจะถูกบันทึกไว้ในทะเบียนทองของอาณาจักร ได้รับการคุ้มครองโดยตรงจากสภาเวท มีโอกาสให้พ่อค้าและนักเดินทางเวทจากทั่วอาณาจักรเข้ามาค้าขาย แลกเปลี่ยนวัตถุดิบหายากได้โดยเสรี”
เขาหัวเราะเบา ๆ “พูดให้เข้าใจง่าย ๆ คือ... ถ้าหมู่บ้านเราเลื่อนระดับได้สักนิด ชีวิตของชาวบ้านทุกคนก็จะดีขึ้นมากเลยนะ ไม่ต้องเดินเท้าไปเมืองใหญ่เพื่อหาวัตถุดิบหรือยารักษาโรคอีกต่อไป”
อาเธอร์พยักหน้าช้า ๆ ภาพหมู่บ้านเล็ก ๆ ของเขาในอนาคตลอยขึ้นมาในหัว — หมู่บ้านที่เต็มไปด้วยแสงเวทและเสียงหัวเราะ ผู้คนเดินไปมาด้วยความสุข เด็ก ๆ วิ่งเล่นท่ามกลางทุ่งดอกไม้เวท และกลิ่นอาหารหอมอบอวลจากร้านเล็ก ๆ ที่เขาเป็นคนดูแล
ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านในอก “ถ้าผมช่วยให้หมู่บ้านดีขึ้นได้ด้วยอาหารของผม... ก็คงดีไม่น้อยเลยนะ” เขาคิดในใจ
“ผมตกลงที่จะไปครับ แต่ต้องขอท่านพ่อกับท่านแม่ก่อนนะครับ” อาเธอร์พูดพลางยิ้ม “ถ้าท่านอนุญาต ผมอยากให้คุณลุงช่วยติดต่อคาราวานพ่อค้าที่เพิ่งกลับไป ให้ช่วยหาวัตถุดิบสามเกลอมาเพิ่มด้วย ผมอยากคำนวณปริมาณวัตถุดิบไว้ล่วงหน้า จะได้ไม่ขาดของกลางงาน”
“ได้เลยหลานชาย เดี๋ยวลุงจะจัดการให้!”
ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนแผ่วเบาดังขึ้นในหัวของอาเธอร์
[ ติ๊งงง ระบบ: ภารกิจใหม่ถูกสร้างขึ้น ]
ชื่อภารกิจ: มหกรรมแห่งนอตติงแฮมเป้าหมาย: เปิดบูธอาหารและขายสินค้าให้ได้มากกว่า 500 จานรางวัล: ปลดล็อกอาชีพหลัก / ค่าความนิยมหมู่บ้าน +5อาเธอร์หลุดยิ้มมุมปากเล็กน้อย “งานนี้ดูจะสนุกกว่าที่คิดแฮะ...”
เย็นวันนั้น แสงอาทิตย์สุดท้ายของวันค่อย ๆ ลาลับหลังแนวภูเขา แสงสีทองอ่อนทอดผ่านกระจกหน้าต่างของ โรงแรมเหล่ากระต่าย กลิ่นอาหารเย็นจากครัวผสมกับกลิ่นไม้หอมจากเตาผิงสร้างบรรยากาศอบอุ่นเช่นทุกวันประตูไม้ถูกผลักออกอย่างแผ่วเบา อาเธอร์เดินเข้ามาพร้อมเสียงกระดิ่งประตูดัง กริ๊ง— เสียงพูดคุยในบาร์หยุดลงครู่หนึ่ง ก่อนจะมีเสียงคุ้นเคยตะโกนมาจากเคาน์เตอร์ด้านใน“กลับมาแล้วเหรอ อาเธอร์!” ปีเตอร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงสดใส มือยังไม่ละจากการเช็ดแก้วไวน์ “วันนี้ไปช่วยลุงจอร์จกับป้ามาร์ธามาใช่มั้ยลูก?”“ครับ พ่อ งานไปได้ดีเลยครับ ทั้งสามคนขยันมาก ผมเองก็ได้ตกปลาแล้วก็หาของกลับมาทำอาหารกลางวันด้วย”“ฮ่า ฮ่า ดีมากลูกชายคนนี้!” ปีเตอร์หัวเราะเสียงดัง ก่อนจะหยิบซองจดหมายจากใต้เคาน์เตอร์ส่งให้ “แล้วก็… มีจดหมายส่งมาถึงลูกด้วยนะ ดูท่าทางจะสำคัญมากเลยทีเดียว”อาเธอร
เขาเดินต่อไปอีกหน่อยก็พบลำธารสายเล็ก ๆ ที่แยกจากทะเลสาบ น้ำใสจนมองเห็นพื้นทรายละเอียดด้านล่าง ฝูงปลาตัวเล็กสีเงินแหวกว่ายผ่านเท้าไปมาอย่างไม่กลัวคน อาเธอร์นั่งยองลง ใช้มือตักน้ำขึ้นมาล้างหน้า — น้ำเย็นแต่ไม่หนาว ให้ความรู้สึกสดชื่นจนอยากสูดลมหายใจให้เต็มปอดอาเธอร์เดินเลียบลำธารลงไปยังเชิงน้ำตก เสียงน้ำกระทบโขดหินดัง “ซ่าาาา” แผ่วเบาแต่ต่อเนื่อง สายหมอกจากละอองน้ำลอยกระจายไปทั่วพื้นที่ ทำให้ผิวกายรู้สึกเย็นสบายและสดชื่นอย่างน่าประหลาด เขาก้าวเท้าไปตามหินเรียบที่ปกคลุมด้วยตะไคร่สีเขียว แล้วหยุดลงตรงแอ่งน้ำใสที่ปลาสวรรค์กำลังว่ายไปมาแสงแดดลอดผ่านม่านน้ำตกสะท้อนเกล็ดสีรุ้งบนลำตัวปลาสวรรค์ มันงดงามจนแทบไม่กล้าทำร้าย แต่ในใจอาเธอร์กลับรู้ดี — นี่คือของขวัญจากธรรมชาติ ที่จะกลายเป็นอาหารอันแสนอร่อยในวันนี้หลังจากตกปลาได้สองสามตัว เขาก็เก็บสาหร่ายสีเขียวมรกตที่เกาะอยู่ตามหิน และเก็บหินเกลือก้อนเล็ก ๆ ที่ซึมไหลออกมาจากผนังหินด้านข้าง ก่อนจะเดินกลับไปยังลานก่อสร้างที่ลุงจอร์จ ป้ามาร์ธา และลุงทอมส
เสียงหัวเราะครืนใหญ่ดังขึ้นทันที บางคนถึงกับยกเบียร์ขึ้นชนกันเป็นเชิงแซว “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ลุงจอร์จของเรานี่ไม่เบาเลยนะ!”อาเธอร์ยิ้มกว้าง เดินเข้าไปในวงแล้วโบกมือให้ “นั่นสิครับ กลิ่นมันอ่อนๆ แต่ติดทนนานดีใช่มั้ยครับ”“ดีมากเลยหลานชาย!” จอร์จหัวเราะเสียงดังพลางตบไหล่อาเธอร์ “ขอบใจมากนะสำหรับยาสระผมเนี่ย ดีจริงๆ พรุ่งนี้ฉันกับป้ามาร์ธาจะไปเริ่มก่อสร้างฟาร์มกันแล้ว ถ้าอยากมาดูมากับเราก็ได้เลยนะ!”“ได้เลยครับ ลุงจอร์จ” อาเธอร์ตอบพร้อมรอยยิ้ม แล้วหันไปหาลุงทอมสันที่ยืนอยู่ข้างๆ “ลุงว่างมั้ยครับ ไปด้วยกันมั้ย เพราะลุงจะรู้เรื่องพวกนี้ดีกว่าผมแน่ๆ”ลุงทอมสันยกเบียร์ในมือขึ้น “จัดไปหลานชาย!”เสียงหัวเราะรอบวงดังขึ้นอีกครั้ง บรรยากาศอบอวลไปด้วยความอบอุ่นและมิตรภาพยามค่ำคืน แสงไฟจากตะเกียงแกว่งไห
เขาถอนหายใจหนัก ร่างกายยังมีประกายแสงบาง ๆ เกาะอยู่ตามแขน ปีเตอร์มองลูกชายอย่างปลาบปลื้ม ขณะที่เบียร์ในหม้อทองแดงยังเดือดปุด ๆ — กลิ่นหอมของมอลต์ผสมกับกลิ่นใบไม้สดใหม่ ราวกับธรรมชาติทั้งปวงกำลังเฉลิมฉลองการ “ตื่น” ของสิ่งที่หายไปกว่าศตวรรษซาร่าเดินมาถึงสวนหลังบ้านด้วยสีหน้าเคร่งเครียด แต่สิ่งที่เห็นทำให้ต้องอ้าปากค้าง—ต้นพืชที่เมื่อเช้ายังเป็นเพียงกอเล็ก ๆ ตอนนี้กลับสูงท่วมหัว ดอกไม้เบ่งบานทั่วบริเวณราวกับเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิในพริบตา แม้กระทั่งต้นสมุนไพรที่เธอปลูกไว้ใช้ในครัวก็ออกผลเต็มต้นจนกิ่งแทบหัก“นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย… อาเธอร์!?” เธอร้องถามเสียงหลง“คือว่า... ผมไม่รู้เหมือนกันครับแม่ อยู่ดี ๆ ก็เกิดแสงสีเขียว แล้วพ่อก็บอกว่าผมมีพลังธาตุพืชพรรณ... แล้ว—”อาเธอร์พูดยังไม่ทันจบ เสียง “ตุ้บ!” ก็ดังขึ้นข้างหลัง ปีเตอร์ผู้เป็นพ่อ ล้มพับไปนอนตะแคงอยู่ข้างหม้อเบียร์ที่ยังอุ่นควัน“พ่อ!?”
หลังจากวุ่นวายหลายวันติดต่อกัน วันนี้อาเธอร์ตัดสินใจพักสบายๆ อยู่ที่บ้าน ช่วยงานที่ร้านตามปกติ หลังจากทำกิจกรรมยามเช้าของที่ร้านเรียบร้อย อาเธอร์ก็มาช่วยพ่อของเขาหมักเบียร์ภายในโรงเรือนเล็กด้านหลังบ้าน กลิ่นหอมหวานของมอลต์ลอยอ้อยอิ่งในอากาศ เสียงน้ำเดือดปุด ๆ ดังคลออยู่กับเสียงนกร้องนอกหน้าต่าง ปีเตอร์ยกถังไม้โอ๊กใบใหญ่ขึ้นวางบนโต๊ะ หันไปยิ้มให้ลูกชายที่เพิ่งเดินเข้ามาพร้อมผ้าขนหนูพาดบ่า“อ้าว อาเธอร์ วันนี้มาช่วยพ่อหมักเบียร์เหรอ?” ปีเตอร์กล่าวพลางยกแขนเสื้อขึ้นเหนือข้อศอก“ป่าวครับ มาดูเฉย ๆ” อาเธอร์ยิ้มเจ้าเล่ห์ “เผื่อจะได้แอบจดสูตรไปเปิดร้านแข่งกับพ่อบ้าง”“ฮ่า ๆ ๆ ถ้าเบียร์ลูกอร่อยกว่าพ่อจริง พ่อจะยอมกราบเลย” ปีเตอร์หัวเราะร่า ก่อนหยิบช้อนยาวไม้เนื้อแข็งขึ้นมา คนของเหลวในหม้อทองแดงที่ตั้งอยู่บนเตาไฟอาเธอร์มองอย่างสนใจ กลิ่นหอมของข้าวบาร์เลย์คั่วผสมกับฮ็อปส์ลอยอวลในอากาศจนรู้สึกมึนเล็กน้อย“ขั้นตอนน
อาเธอร์เจอคุณลุงทอมสันกำลังนั่งจิบเบียร์พอดี มือหนึ่งถือแก้วเบียร์ฟองฟู อีกมือโยกตามจังหวะเพลงที่ไม่มีใครได้ยิน เขาหน้าแดงก่ำจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ แต่ยังคงรอยยิ้มใจดีตามแบบฉบับคนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้าน จึงบอกกับลุงทอมสันไปว่า “คุณลุงครับ เด๋วพรุ่งนี้ช่วงสายๆ ผมแวะเข้าไปหาแล้วคุยเรื่องวัตถุดิบนะครับ”“อืมมม ได้เลย... หลานร๊ากกกกก” ลุงทอมสันลากเสียงยาวอย่างคนเมาเต็มที่ ก่อนหัวเราะเสียงดัง ฮะๆๆ แล้วจู่ ๆ ก็ฟุบหน้าลงกับโต๊ะหลับสนิทไปเฉย ๆอาเธอร์หัวเราะเบา ๆ “เฮ้อ... ลุงทอมสันนี่ทุกทีเลยนะ” เขาช่วยขยับแก้วเบียร์ให้ห่างจากมือของลุง แล้วค่อยเดินเข้าบ้านอย่างเงียบ ๆ เพื่อไม่ให้ใครตื่นหลังจากพักผ่อนเต็มที่ ความเหนื่อยล้าที่สั่งสมมาตลอดสัปดาห์ดูเหมือนจะค่อย ๆ จางหายไป เจ็ดวันที่ผ่านมา ยาวนานกว่าสิบสี่ปีที่ผ่านมาเสียอีก เหนื่อยเหลือเกินเช้านี้อากาศสดชื่น ลมจากภูเขาพัดเอากลิ่นหอมของดินชื้นและหมอกบาง ๆ อาเธอร์เดินตรงไปยังริมน้ำ ที่นั่น… ลุงทอมสันกำลังนั่งขัดอวนอย่างใจเย็น ข้างตัวมีถังไม้ใบใหญ่ที่ข้างในมีปลาเงินเลื่อมสะท้อนแดดยามเช้า“คุณลุงครับ เรื่องวัตถุดิบอะครับ” อาเธอร์ทักพร้อมยกมือไหว้ “ผมอยากวานค







