LOGINหลังจากเสร็จกิจวัตรช่วงเช้า — ทั้งรดน้ำต้นไม้หน้าบ้าน ช่วยคุณแม่จัดโต๊ะ และดูแลสัตว์เลี้ยงเวทบางตัวในคอก — อาเธอร์ก็เดินเข้ามาที่โต๊ะอาหาร ครอบครัวเล็กๆ ยังคงพร้อมหน้าพร้อมตาเหมือนเช่นทุกวัน
กลิ่นหอมของชาคาโมมายล์และขนมปังอบใหม่ลอยคลุ้งทั่วห้อง ครัวไม้สีน้ำผึ้งอบอุ่นด้วยแสงแดดยามเช้าที่ลอดผ่านหน้าต่าง กระจกสะท้อนให้เห็นละอองฝุ่นระยิบราวกลิตเตอร์ในอากาศ เสียงหัวเราะของซาร่าแม่ของเขาดังแผ่วเบา เมื่อพูดถึงเรื่องเมื่อคืน ที่ทุกคนได้ลิ้มลอง “คลอว์วินทอดสามเกลอ” จนต้องขอเพิ่มจานแล้วจานเล่า
ปีเตอร์ ผู้เป็นพ่อยกแก้วน้ำสมุนไพรขึ้นจิบ ก่อนจะยื่นจดหมายฉบับหนึ่งให้อาเธอร์ด้วยรอยยิ้มบาง ๆ
“อาเธอร์ นี่จดหมายของลูก... จดหมายจากคุณลุงเลวิสหน่ะ”
“หืมม?” อาเธอร์ขมวดคิ้วเล็กน้อย “ปกติลุงเลวิสจะเขียนถึงพ่อกับแม่นี่ครับ ทำไมรอบนี้ถึงจ่าหน้าซองถึงผมหละ?”
เด็กชายแกะซองออกอย่างระมัดระวัง กระดาษที่ใช้เป็นกระดาษไม้กลิ่นหอมบาง ๆ คล้ายกลิ่นลาเวนเดอร์ที่ปลูกหน้าบ้านของลุง ตัวอักษรเขียนด้วยหมึกสีน้ำเงินเข้มมีลายมือประณีตดังเช่นคนใจเย็น
~อาเธอร์ตัวน้อย ขอบคุณสำหรับอาหารที่แปลกใหม่และอร่อยเหลือเชื่อ คลอว์วินทอดสามเกลอของหลานทำให้ลุงกับชาวบ้านหลายคนเอาแต่พูดถึงไม่หยุด ลุงอยากให้หลานมาหาที่บ้านหน่อย ลุงมีเรื่องอยากพูดเกี่ยวกับงานมหกรรมที่จะจัดขึ้นที่เมืองนอตติงแฮมในสัปดาห์หน้า~
“คุณลุงเลวิสอยากคุยกับผมเรื่องงานมหกรรมครับ ท่านพ่อ”
ปีเตอร์หันมาด้วยสีหน้าสนใจ “งานมหกรรมที่เมืองนอตติงแฮมเหรอ ลองไปคุยกับคุณลุงดูหน่อยก็ได้นะ อาเธอร์”
“ครับผม!” เด็กชายตอบรับด้วยน้ำเสียงสดใส
หลังจากมื้อเช้าผ่านไป อาเธอร์ก็สวมเสื้อผ้าผ้าลินินสะอาด กลัดกระดุมคอเรียบร้อย แล้วเดินออกจากบ้านท่ามกลางสายลมยามสายที่พัดกลิ่นดอกมูนเบลซอบอวลอยู่ทั่วหมู่บ้าน เสียงนกเวทตัวเล็ก ๆ ส่งเสียงร้องอยู่บนต้นไม้ระหว่างทาง
บ้านของลุงเลวิสตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของหมู่บ้าน แถบนั้นมีแปลงผักและดอกไม้เรียงราย บางชนิดเป็นพันธุ์เวทที่เรืองแสงเล็กน้อยยามโดนแสงแดด อาเธอร์เคาะประตูไม้เบา ๆ พร้อมเสียงที่เปล่งออกอย่างสุภาพ
“สวัสดีครับ คุณลุงเลวิส ผมอาเธอร์ครับ”
“เข้ามาเลย อาเธอร์” เสียงอบอุ่นตอบกลับมาทันที
ภายในบ้านเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของดินเปียกอ่อน ๆ เจือกลิ่นใบไม้สดใหม่ที่เพิ่งรดน้ำ กลิ่นนั้นชวนให้รู้สึกผ่อนคลายราวกับกำลังเดินอยู่ในเรือนกระจกยามเช้า ผนังไม้ของบ้านถูกประดับด้วยเถาไม้เลื้อยที่มีดอกเล็ก ๆ สีฟ้าอมเขียวเรืองแสงอยู่ประปราย ยามต้องแสงแดดยามสายก็เหมือนมีหมู่ดาวระยิบอยู่รอบตัว
แสงแดดลอดผ่านช่องหน้าต่างบานใหญ่ ส่องกระทบกระถางแก้วที่เรียงรายอยู่บนชั้นไม้เป็นแถว แต่ละกระถางมีต้นกล้าเวทขนาดเล็กสีมรกตสดใส บางต้นมีเส้นใบที่สะท้อนแสงราวกับเส้นเงิน บางต้นมีกลีบดอกโปร่งใสที่เคลื่อนไหวตามอุณหภูมิรอบตัว ราวกับมีชีวิตและอารมณ์ของมันเอง
คุณลุงเลวิสกำลังรดน้ำดอกไม้ด้วยขวดเวทในมือ — ขวดแก้วใสมีรูปร่างคล้ายขลุ่ย เมื่อบีบเบา ๆ มันจะปล่อยละอองน้ำละเอียดออกมาในรูปของหมอกสีเงินจาง ๆ ที่ลอยวนในอากาศเหมือนละอองดาวกำลังร่ายระบำ เสียง "ชิ๊..." ของละอองน้ำผสมกับเสียงพึมพำเบา ๆ ของเวทที่ถูกกระตุ้นให้ทำงาน เป็นจังหวะที่สงบและชวนหลงใหล
อาเธอร์มองเห็นต้นไม้แต่ละกระถางมีป้ายไม้เล็ก ๆ ติดชื่อไว้ เช่น “มูนลีฟ,” “ฮันนี่บลูม,” “เฟิร์นแห่งแสงจันทร์,” และ “ไวท์เบลล่า” — พืชเวทบางชนิดที่อาเธอร์เคยเห็นผ่านตำรา แต่ไม่เคยเห็นของจริงมาก่อน
บางต้นมีหยดน้ำเวทค้างอยู่บนใบ เมื่อต้องแสงแดดก็กลายเป็นประกายเรืองรอง ราวกับอัญมณีเล็ก ๆ ที่มีชีวิต เสียงนกร้องเบา ๆ นอกหน้าต่างคลอไปกับกลิ่นหอมของสมุนไพรแห้งที่แขวนเรียงอยู่เหนือชั้นไม้
อาเธอร์ยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด รู้สึกได้ถึงพลังเวทบางเบาที่ลอยอยู่ในอากาศ ราวกับบ้านทั้งหลังมีชีวิต เป็นบ้านของผู้ดูแลธรรมชาติอย่างแท้จริง
“อาเธอร์ มาแล้วเหรอหลาน” เสียงคุณลุงเลวิสดังขึ้น พร้อมกับหันมายิ้ม ดวงตาสีเทาอ่อนของชายชราเปล่งประกายอ่อนโยนใต้เงาไม้ “ระวังหน่อยนะ อย่าเหยียบเจ้า เฟิร์นแห่งแสงจันทร์ นั่นเชียว มันกำลังจะออกดอกคืนนี้”
เด็กชายรีบขยับเท้าอย่างระมัดระวัง แล้วก้มลงมองพืชต้นเล็ก ๆ ที่เรืองแสงสีน้ำเงินจาง ๆ บนพื้น ใบของมันสั่นเบา ๆ เหมือนกำลังทักทายผู้มาเยือน
บรรยากาศภายในบ้านอบอุ่นและนิ่งสงบจนเกือบจะได้ยินเสียงหัวใจเต้นของตนเอง ทุกสิ่งในบ้านดูมีจิตวิญญาณ — ไม่ว่าจะเป็นไม้ กระถาง หรือแม้แต่หยดน้ำที่กำลังตกลงบนดิน
“เมื่อคืนลุงได้กินคลอว์วินทอดสามเกลอของหลานด้วย อร่อยมากเลยนะ” เขายิ้มกว้าง ดวงตาเป็นประกายเหมือนเด็ก
“ขอบคุณครับ เห็นคุณลุงบอกว่าอยากคุยเรื่องงานมหกรรม” อาเธอร์ตอบกลับอย่างสุภาพ
“ใช่ ๆ ลุงอยากถามว่าเป็นไปได้มั้ย ที่หลานจะเอาคลอว์วินทอดสามเกลอไปเปิดบูธขายในงานมหกรรมประจำปี ที่จะจัดขึ้นที่เมืองนอตติงแฮม”
“มันคืองานอะไรเหรอครับ คุณลุง?”
เรดที่ยืนพิงเสาข้างหลังยิ้ม “พูดเหมือนคนเคยผ่านศึกใหญ่มาเลยนะเจ้าหนู”“ศึกหม้อแตก กระทะไหม้นี่แหละครับ” อาเธอร์หัวเราะตอบ “เลยไม่อยากให้มันเกิดอีก”พนักงานสาวหัวเราะตาม “เข้าใจเลยค่ะ ถ้างั้นขอรายละเอียดร้านหน่อยได้ไหมคะ ชื่อร้าน ประเภทอาหาร แล้วก็สถานที่ตั้ง จะได้ช่วยประกาศหาคนที่เหมาะ ๆ ให้”อาเธอร์พยักหน้า ก่อนหยิบแผ่นแบบร่างร้านจากกระเป๋าออกมากางให้ดู “ชื่อร้าน ‘ร้านอาหารและยา จันทร์หอม’ ครับ ร้านอาหารกึ่งสมุนไพร เน้นเมนูเรียบง่ายที่ใช้ของสดจากฟาร์มในหมู่บ้านแสงจันทร์และของขึ้นชื่อในละแวกนั้น ชั้นล่างจะขายยาและผลิตภัณฑ์ของเรา ส่วนชั้นบนเป็นร้านอาหารครับ”พนักงานสาวก้มมองแบบร่างอย่างสนใจ “โอ้ ดูมีแนวคิดดีจังค่ะ ร้านบรรยากาศอบอุ่นแบบชนบทแต่มีกลิ่นอายเวทมนตร์ด้วย… ถ้าโฆษณาดี ๆ ต้องมีคนอยากมาทำแน่”“ผมก็หวังแบบนั้นครับ” อาเธอร์ยิ้มบาง ๆ “อยากได้คนที่ตั้งใจ ขยัน แล้วก็รักการบริการจริง ๆ มากกว่าเรื่องประสบการณ์นะครับ เพราะพวกนี้ฝึกได้ แต่ใจบริการต้องมาจากข้างใน”พนักงานยิ้มพอใจ “พูดได้ดีเลยค่ะ แบบนี้เดี๋ยวฉันช่วยประกาศให้เลย ขอเวลาสักสามวัน คิดว่าคงมีผู้สมัครเข้ามาไม่น้อย”เรดพึมพำเบา ๆ
รุ่งเช้าของวันใหม่ แสงอาทิตย์สีทองส่องลอดผ่านยอดเขาและผืนป่าที่รายล้อมหมู่บ้านแสงจันทร์ เสียงนกร้องประสานกับเสียงม้าคลอเคล้ากันเป็นจังหวะของการเริ่มต้นวันใหม่อาเธอร์สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวพับขึ้นถึงข้อศอก พร้อมสะพายกระเป๋าหนังสีน้ำตาลที่ใส่เอกสารสำคัญไว้เต็มกระเป๋า ส่วนเรดอยู่ในชุดอัศวินเก่าที่ดัดแปลงเป็นเสื้อคลุมเดินทาง ดูภูมิฐานและคล่องตัวในเวลาเดียวกัน ข้าง ๆ กันคือ “ไอล่า” หญิงสาวคนใหม่ของทีมในชุดเรียบหรูแต่ดูมั่นใจ ผมสีทองอ่อนถูกรวบขึ้นครึ่งศีรษะ ดวงตาสีเขียวอมฟ้ากวาดมองรอบ ๆ อย่างตื่นเต้นกับทุกสิ่งที่เห็น“ว้าว… ไม่คิดเลยว่าฉันจะได้เดินทางกับพวกคุณสองคนเร็วขนาดนี้” ไอล่าพูดด้วยน้ำเสียงสดใส“ถือว่าเป็นการฝึกงานภาคสนามครับ” อาเธอร์หัวเราะเบา ๆ “ผมอยากให้พี่เห็นพนักงานคนอื่น ๆ ด้วย จะได้รู้แนวทางการทำงานของแต่ละฝ่ายจริง ๆ”“ฝึกงานภาคสนามเหรอ...” เรดหัวเราะในลำคอ “น่าจะเรียกว่า ‘ฝึกความอดทน’ มากกว่า เมืองนอตติงแฮมคนเยอะ รถม้าก็แน่น เดินกันจนเมื่อยขาแน่ ๆ”“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันอยากเห็นเมืองใหญ่จริง ๆ มานานแล้ว” ไอล่าตอบด้วยรอยยิ้มหลังจากเดินทางมาสองวันเต็ม ขบวนม้าของทั้งสามก็มาถึงหน้าประตู
เรดถึงกับเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมามองอาเธอร์อาเธอร์หัวเราะเบา ๆ “คำตอบนี้ผมชอบมากเลยครับ ฟังแล้วรู้เลยว่าคุณเข้าใจหัวใจของร้านจริง ๆ”“ขอบคุณค่ะ” ไอล่ายิ้มอบอุ่น “ฉันเชื่อว่าอาหารจะอร่อยขึ้น ถ้าลูกค้ารู้สึกว่าตัวเองได้รับการต้อนรับด้วยใจ”เรดพึมพำเบา ๆ “อืม… ถ้าแม่ของนายได้ยินนะ ต้องถูกใจแน่ ๆ”อาเธอร์ปิดสมุด ยื่นมือไปตรงหน้า “งั้นผมไม่ถามอะไรต่อแล้วครับ คุณไอล่า — ยินดีต้อนรับสู่ทีมของร้านอาหารและแสงจันทร์ครับ”ไอล่าจับมืออย่างมั่นใจ “ขอบคุณค่ะ ฉันจะทำให้แขกทุกคนยิ้มก่อนกลับให้ได้เลยค่ะ”“ผมขอเรียกพี่ไอล่าละกันนะครับ” อาเธอร์เริ่มพูดด้วยรอยยิ้ม “ร้านของเราแบ่งออกเป็นสองส่วนนะ ไว้มีโอกาสผมจะพาไปดู ตอนนี้สร้างอยู่ ปลายเดือนนี้ก็เรียบร้อยแล้วครับ”เขาชี้ไปที่บันไดไม้โค้งงามที่เชื่อมขึ้นไปยังชั้นสอง “ส่วนชั้นล่างจะเป็นส่วนต้อนรับลูกค้า และขายยาชนิดต่างๆ ของร้านครับ ส่วนชั้นบนจะเป็นร้านอาหาร ผมอยากให้พี่ไอล่ารับผิดชอบในส่วนของต้อนรับลูกค้าด้านล่าง คิดเงิน และขายยาครับ”“อืมม์ ฟังดูน่าสนุกนะคะ” ไอล่ายิ้ม พลางกวาดตามองรอบร้าน “กลิ่นหอมพวกนี้ก็มาจากยาพวกนั้นด้วยหรือเปล่าคะ”“ใช่ครับ” อาเ
เช้าวันถัดมา หลังจากเดินทางกลับถึงหมู่บ้านแสงจันทร์ได้ไม่นาน อาเธอร์ก็นั่งเอนหลังอยู่ตรงเก้าอี้ไม้หน้าเคาน์เตอร์ต้อนรับของโรงแรม “เหล่ากระต่าย” แสงอาทิตย์ยามเช้าส่องลอดผ่านกระจกบานใหญ่ ทำให้ฝุ่นละอองในอากาศระยิบระยับคล้ายประกายดาว“ข่าวดีครับคุณอาเธอร์!” เสียงของพี่เรดดังขึ้นจากประตูอาเธอร์ที่กำลังจิบกาแฟถึงกับยิ้ม “หืม? มีคนมาสมัครงานเพิ่มเหรอครับ?”“ใช่แล้ว หนึ่งคนครับ ตำแหน่งต้อนรับ!”“...หนึ่งคน?”เสียงตอบของอาเธอร์เบาลงเรื่อย ๆ ก่อนจะจบลงด้วยเสียงถอนหายใจยาว “สาบานว่านี่คือข่าวดีเหรอครับพี่เรด”เรดหัวเราะ “ก็อย่างน้อยก็มีคนสนใจนี่นา ไม่เลวแล้วนะ”อาเธอร์วางแก้วกาแฟลง พลางยกมือกุมขมับ “ครับ… ข่าวดีที่ดีเกินไปจริง ๆ”หลังจากตั้งหลักได้ เขาก็นัดให้ผู้สมัครมาสัมภาษณ์ที่โรงแรมตอนสาย ๆ —และเมื่อหญิงสาวคนนั้นก้าวเข้ามาในห้องต้อนรับ เสียงพูดคุยของแขกทุกคนก็แผ่วลงในทันทีเธอเป็นหญิงสาวรูปร่างสมส่วน ผมยาวสีทองนวลสยายลงมาถึงแผ่นหลัง สวมเสื้อเชิ้ตสีครีมกับกระโปรงยาวเข้ารูปอย่างสุภาพ ใบหน้าสวยสะดุดตา ท่าทีสง่างามแต่ไม่หยิ่ง ผิวขาวอมชมพูสะท้อนแสงอ่อนของเช้าได้อย่างพอดี“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อไอล่
“ข้าว่า... งานปีนี้สนุกกว่าที่คิดเยอะเลยนะ” ลุงเลวิสพูดพลางหัวเราะ เสียงของแกอบอุ่นราวกับแสงแดดตอนบ่าย “ลงแข่งมาหลายปีแล้ว ยังไม่เคยเห็นราชินีลงมาประกาศผลด้วยตัวเองเลย”“ใช่เลยครับ” เรดตอบพร้อมสะพายตะกร้าดอกไม้ไว้บนไหล่ “แถมดอกไม้ของเราขายหมดเกลี้ยงตั้งแต่ก่อนประกาศผลอีก นี่มันสุดยอดมาก”รินเดินอยู่ข้างหน้า เธอหันมายิ้มบาง ๆ พลางถือถุงเหรียญรางวัลในมือ “ทั้งหมดนี่ก็น่าจะพอซื้อวัตถุดิบ หรือทำอะไรใหม่ ๆ ได้อีกหลายอย่างเลยนะคะ”อาเธอร์ยิ้ม — รอยยิ้มที่ทุกคนคุ้นเคย มุมปากยกขึ้นเพียงนิด พร้อมประกายในดวงตา “จริงครับ แต่ผมมีอีกอย่างที่อยากทำมากกว่า”“อะไรหละ?” ลุงเลวิสถามขณะควบม้าช้า ๆ ไปตามทางกลับหมู่บ้าน ดวงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำ ทอแสงสีทองส่องผ่านแนวไม้ใหญ่ที่ปลิวไหวตามสายลมเย็นของยามเย็น“ที่ดินรกร้างทางตอนเหนือของเมืองซานส์สคันส์ครับ” อาเธอร์ตอบเรียบ ๆ แต่เสียงหน
เสียงระฆังทองดังขึ้น “ก๊งงงงงงงงง—!” สะท้อนก้องทั่วจัตุรัสกลางเมือง ผู้คนจากทั่วสารทิศต่างพากันเงียบลงทันที สายลมเย็นจากภูเขาทางเหนือพัดผ่านกลีบดอกไม้ที่ลอยฟุ้งไปทั่วฟ้า ราวกับธรรมชาติเองก็ร่วมเฉลิมฉลองในค่ำคืนนี้บนเวทีหลักที่ประดับด้วยพวงดอกไม้นับพันชนิด ราชินีเอลิซาเบธก้าวขึ้นมาช้า ๆ ท่ามกลางเสียงโห่ร้องต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ ด้านหลังคือบรรดากรรมการผู้ทรงเกียรติ และองค์ชายจูเลียสที่ยืนเคียงข้างด้วยรอยยิ้มบางอาเธอร์และพวกยืนอยู่แถวหน้าใจเต้นแรง — ลุงเลวิสถึงขั้นกำหมัดแน่น รินยกมือพนมแนบอก ส่วนเรด… แอบซ่อน เหรียญทองที่เหลืออยู่ในกระเป๋า “เผื่อแพ้ จะได้ซื้อดอกไม้กลับบ้านสักกำ” เขาพึมพำเบา ๆราชินีเอลิซาเบธยิ้มอ่อน ก่อนจะตรัสขึ้นด้วยน้ำเสียงใสกังวาน “ข้าได้เห็นผลงานของทุกหมู่บ้าน ทุกแคว้น และทุกพ่อค้าดอกไม้ในอาณาจักรแห่งนี้ ต่างก็งดงามราวสวรรค์บนพื้นดิน... แต่ในปีนี้ มีผู้หนึ่งที่ทำให้ข้ารู้สึกว่า ‘กลิ่นของความพยายาม’ หอมยิ่งกว่าดอกไม้ใด ๆ ที่ข้าเคยสัมผัส...”เสียงกระซิบฮือฮาดังทั่วงาน “หรือจะเป็
เขาถอนหายใจหนัก ร่างกายยังมีประกายแสงบาง ๆ เกาะอยู่ตามแขน ปีเตอร์มองลูกชายอย่างปลาบปลื้ม ขณะที่เบียร์ในหม้อทองแดงยังเดือดปุด ๆ — กลิ่นหอมของมอลต์ผสมกับกลิ่นใบไม้สดใหม่ ราวกับธรรมชาติทั้งปวงกำลังเฉลิมฉลองการ “ตื่น” ของสิ่งที่หายไปกว่าศตวรรษซาร่าเดิ
หลังจากวุ่นวายหลายวันติดต่อกัน วันนี้อาเธอร์ตัดสินใจพักสบายๆ อยู่ที่บ้าน ช่วยงานที่ร้านตามปกติ หลังจากทำกิจกรรมยามเช้าของที่ร้านเรียบร้อย อาเธอร์ก็มาช่วยพ่อของเขาหมักเบียร์ภายในโรงเรือนเล็กด้านหลังบ้าน กลิ่นหอมหวานของมอลต์ลอยอ้อยอิ่งในอากาศ เสียงน้ำเดือดปุด ๆ ดังคลออยู่กับเสียงนกร้องนอกหน
ไม่นานทั้งคู่ก็เดินมาถึงโรงแรมประจำหมู่บ้าน — “โรงแรมเหล่ากระต่าย” ที่มีบาร์เล็ก ๆ อยู่หน้าล็อบบี้ เสียงหัวเราะและเสียงแก้วกระทบกันดังเจือในบรรยากาศ ค่ำคืนนี้ดูคึกคักกว่าทุกวัน เพราะมีทั้งชาวบ้านและนักเดินทางแวะมานั่งพักผ่อนกันหลายโต๊ะทันทีที่อาเธอร์และรินก้าวเข้ามา ก็มีเสียงเรียกขึ้นจากหลังเคาน์เ
อาเธอร์ยิ้ม พลางเหลียวมองไปรอบ ๆ —เขารู้สึกได้ถึงพลังชีวิตที่อบอุ่นและเป็นมิตรจากผู้คนในเมืองนี้ ทุกคนกำลังช่วยกันเตรียมงานอย่างกระตือรือร้น แม้แต่เหล่านักเวทก็ยังออกมาช่วยเสกเวทสร้างแสงสีบนอากาศให้ดูมีชีวิตชีวาบางช่วงของถนน มีเวทวงกลมลอยอยู่กลางอากาศ ฉายภาพเหมือนม่านน้ำให้เด็ก ๆ มองดู ขณะที่มุมห



![[Unlimited Money] ระบบเงินทุนไร้ขีดจำกัด](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



