Masuk
“ลางานเหรอไอ้สัส!”
โครม!! ขวดน้ำยาล้างรถราคาแพงลอยละลิ่วมากระแทกพื้นแตกกระจาย น้ำยาไหลนองเต็มพื้นอู่ เสี่ยกานต์ร่างท้วมใหญ่เดินเตะอุปกรณ์ล้างรถระเนระนาด ใบหน้าบึ้งตึงดุดันจนลูกน้องยืนตัวสั่นเป็นลูกนก “งานล้นมือ รถลูกค้าจ่อคิวอยู่อีกเป็นสิบ มึงกล้าดียังไงทิ้งอู่ไปแบบนี้ ไอ้แบ้งค์! อยากตกงานมากใช่ไหม!” “เสี่ยใจเย็นครับ... ไอ้แบ้งค์มันไม่ได้ทิ้งงานนะครับ มันไปธุระด่วนเลยส่งน้องแถวบ้านมาทำแทนครับ” “ส่งใครมาแทน? มึงเห็นรถลูกค้ากูเป็นรถขยะเหรอถึงเอาใครที่ไหนก็ไม่รู้มาแตะ รถคันละเป็นล้าน มึงเอาความรับผิดชอบที่ไหนมาค้ำประกันห้ะ!” เสี่ยกานต์ตวาดลั่น มือหนาขว้างผ้าทิ้งอย่างหัวเสีย เสี่ยกานต์เดินกระแทกเท้าออกมาจากมุมมืดของคาร์แคหรูด้วยอารมณ์คุกรุ่น สายตาคมกริบกวาดมองด้วยความหมายจะอาละวาดให้พังไปข้าง กึก... แต่จังหวะที่ปะทะเข้ากับร่างเล็กในชุดนักศึกษาที่ยืนตัวลีบอยู่ข้างรถหรู เสี่ยกานต์ก็ชะงักฝีเท้าเสียงสบถด่าในลำคอเงียบหายไปในทันที "สะ สวัสดีครับ" ร่างเล็กที่ยืนอยู่ตรงหน้าผิวขาวจัดจนตัดกับชุดนักศึกษาที่สวมใส่ ใบหน้าจิ้มลิ้มดูนุ่มนิ่มแถมดวงตากลมโตก็สั่นระริกด้วยความหวาดกลัว ท่าทางเงอะงะดูใสซื่อเสียจนคนเถื่อนอย่างเสี่ยกานต์ที่กำลังโมโหสุดขีดนิ่งค้างไปชั่วขณะ “เสี่ย... ครับ...” เสียงหวานใสที่เอ่ยขึ้นแผ่วเบาเหมือนกระซิบดึงสติเสี่ยกานต์ให้หลุดจากภวังค์ แต่แทนที่เขาจะตวาดกลับอย่างที่เคยทำ สายตาของเขากลับกวาดมองร่างเล็กตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เสี่ยกานต์สาวเท้าหนักๆ เข้าไปหาร่างบางถอยกรูดไปเบียดเข้ากับตัวรถหรู ชายหนุ่มสะดุ้งเฮือก เสี่ยเจ้าของอู่ไม่เปิดโอกาสให้หนี เขาขยับกายหนาใหญ่เข้าไปประชิดแทบไม่มีที่ว่างให้ขยับ ก่อนจะยกแขนทั้งสองข้างยันตัวถังรถกักร่างเล็กไว้ตรงกลางวงแขนทันที เสี่ยกานต์ก้มใบหน้าอวบอ้วนดุดันลงมาพินิจคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด สายตาคมกริบไล่กวาดมองใบหน้าใสซื่อที่แดงก่ำด้วยความประหม่า ผิวพรรณของเด็กหนุ่มเนียนละเอียดจนน่าหมั่นไส้ แก้มใสที่ยังมีความนุ่มนิ่มแบบเด็กวัยรุ่นมันดึงดูดสายตาคนเถื่อนจนเขาต้องหรี่ตาลง กลิ่นสบู่อ่อนๆ จากตัวลอยปะทะจมูกคนรักความสะอาดให้เผลอสูดหายใจเข้าลึกๆ โดยไม่รู้ตัว ฟื้ดดด “มือเล็กแค่นี้...” เสี่ยกานต์แค่นเสียงห้าวต่ำพลางคว้าข้อมือเรียวของเรืองขึ้นมาดู เขาใช้นิ้วโป้งคลึงวนบนหลังมือเนียนนุ่มนั้นอย่างถือสิทธิ ดวงตาหรี่มองนิ้วเรียวสวยสลับกับใบหน้าตื่นๆ ของเด็กหนุ่ม “นิ้วเล็กเท่าเล็บหมาแบบนี้จะล้างรถเสร็จชาติไหนห้ะ?” เสี่ยกานต์โน้มหน้าลงไปใกล้จนปลายจมูกเกือบจะบดเบียดกับแก้มใส เขากดสายตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตอย่างกดดัน รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมผุดขึ้นที่มุมปากในขณะที่เขาลากสายตามองริมฝีปากบางของอีกฝ่ายอย่างเปิดเผย "จะมาทำงานแทนไอ้แบงค์ใช่ไหม" "ค ครับ" "หึ่ ถ้าทำไม่ดีกู เอา มึงตาย"เรืองครางออกมาผ่านลำคอในขณะที่ลิ้นของเสี่ยกานต์ยังคงรัวไล้อยู่ในปากไม่หยุดหย่อน เสี่ยกานต์ยิ่งได้ใจ เขากระแทกเน้นเข้าไปซ้ำๆ ตามจังหวะจูบที่ร้อนแรง แรงบีบรัดจากรูรักที่กำลังจะแตกรอบแล้วรอบเล่า ทำให้เสี่ยกานต์ต้องคำรามต่ำในลำคอ ก่อนจะเร่งจังหวะกระแทกจนตัวเรืองสั่นโยนไปตามแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่านถึงขีดสุดท่ามกลางเสียงเนื้อกระทบกันที่ดังก้องไปทั่วทั้งคาร์สปาหรู พรึ่บบบ เสี่ยกานต์อุ้มเรืองขึ้นจนตัวลอย ร่างของบัณฑิตหนุ่มถูกพามาแนบกับกระจกใสหน้าร้าน จัดท่าให้เรืองโก่งสะโพกขึ้นรับความดิบเถื่อน ก่อนที่เสี่ยกานต์จะจ่อท่อนเอ็นเขื่องที่แข็งปั๋งเข้ากับรอยจีบสีหวานที่ขมิบรัว สวบ! เสียงท่อนเนื้อแทรกผ่านผนังเนื้ออ่อนที่หล่อลื่นด้วยน้ำเมือกดัง สวบ ฉ่ำแฉะทันทีที่เสี่ยกานต์กระแทกสวนเข้าไปจนสุดลำ ความรู้สึกจุกเสียดแล่นปราดไปถึงท้องน้อยเมื่อแกนกายของเสี่ยแหวกผนังนุ่มลึกเข้าไปจนถึงจุดที่ลึกที่สุด เสียงเนื้อกระทบกันดังลั่นห้องท่ามกลางเสียงน้ำจากสปริงเกอร์ที่ยังคงพ่นลงมาไม่ขาดสาย หยาดน้ำกระทบผิวหนังเปียกโชกจนเสียงครางของเรืองผสานกับเสียงน้ำอย่างน่าฟัง จ๊วบ... แจ๊บ... เสียงความแฉะของน้ำกามและเหงื่อที
เสี่ยกานต์ตาโต ความเป็นชายขนาดใหญ่ในกางเกงสแล็คผ้าดีดตัวแข็งปั๋งขึ้นมาทันทีจนเห็นเป็นลำชัด เขาจ้องมองภาพความร่านตรงหน้าแล้วกลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อก "เมียแม่ง... โคตรร่านเลยว่ะ... กูเงี่ยนจนควยปวดไปหมด มึงคงต้องโดนเย็ดหนักหน่อย โทษฐานที่หายหน้าไปเป็นปี!" เรืองหัวเราะร่า ก่อนจะคลานขึ้นไปบนฝากระโปรงรถสีดำเงาวับ แอ่นก้นขึ้นสูงพร้อมแนบหน้าลงบนพื้นผิวเย็นเฉียบ โชว์ร่องสะโพกและรูรักที่หดเกร็งตามจังหวะอารมณ์ "ก็มาสิครับ... รอแทบไม่ไหวแล้ว" เสี่ยกานต์ก้าวเข้าหาด้วยท่าทางดุดัน มือหนาจับก้นเรืองบีบเค้นจนขึ้นรอยนิ้ว ก่อนจะก้มลงจูบไล้แก้มก้นเนียนนุ่มไปมา แล้วกดเปิดสวิตช์ระบบสปริงน้ำอัจฉริยะเหนือหัว ฝอยละอองน้ำเย็นฉ่ำพุ่งลงมาปะทะร่างที่เปลือยเปล่าของเรืองจนหยาดน้ำเกาะพราวไปทั่วผิวหนัง เรืองยกสะโพกสูงขึ้นจนรูรักลอยเด่นเหนือน้ำที่พร่างพรม เสี่ยกานต์กดขาของเรืองให้แหกออกกว้าง บังคับให้กล้ามขาที่เกร็งแน่นนั้นเปิดเปลือยให้เห็นรูรักที่ขมิบถี่รัวรอการเติมเต็ม เสี่ยกานต์มองภาพลามกตรงหน้าด้วยรอยยิ้มสะใจ ความต้องการที่พุ่งทะลุขีดจำกัดทำให้เขารีบถอดเครื่องแต่งกายออกจนหมดสิ้น เตรียมพร้อมที่จะกอบโกยสมกับความ
หลังจากจัดการธุระส่วนตัวเสร็จ ทั้งคู่ก็เดินออกมาในสภาพที่มีผ้าขนหนูพันรอบกาย เสี่ยกานต์จัดการชงกาแฟร้อนสองแก้วส่งกลิ่นหอมกรุ่น เขาเดินไปนั่งลงบนโซฟาตัวใหญ่ก่อนจะตบตักตัวเองเป็นเชิงบอกให้เรืองรู้ เรืองไม่ได้ลังเลแม้แต่น้อย เขาเดินเข้าไปนั่งคล่อมตักแกร่งนั้นอย่างเป็นธรรมชาติ พิงศีรษะลงบนไหล่กว้างของคนตัวโต เสี่ยกานต์จิบกาแฟทีละนิด ความเงียบเชียบยามเช้าในคาร์สปาหรูหราแห่งนี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกอึดอัด แต่กลับเป็นความเงียบที่แสนหวานและอบอุ่น ทั้งคู่ไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องเมื่อคืนหรืออนาคตที่ยังมาไม่ถึง ไม่แม้แต่จะถามถึงอดีตที่เคยสับสน มีเพียงสัมผัสจากการโอบกอดและอ้อมแขนที่เกาะเกี่ยวกันไว้ไม่ยอมห่าง ทุกย่างก้าวและทุกจังหวะการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความรู้สึกที่เติมเต็มจนล้นปรี่ แค่มีกันและกันอยู่ตรงนี้... ก็เพียงพอแล้ว เสี่ยกานต์ไม่ได้พูดอะไรต่อในทันที เขาปล่อยให้ความเงียบทำงานอยู่ครู่หนึ่ง มือหนาที่วางอยู่บนเอวเรืองเลื่อนขึ้นมาลูบแผ่นหลังบางเบาๆ ก่อนจะหยุดลงที่ท้ายทอย เขามองจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเรืองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อนทั้งความปรารถนา ความหวงแหน และความกังวลที่ซ่อนอยู่ลึกๆ
เสียงคำรามแหบพร่าข้างใบหูทำให้เรืองสะอื้นเบาๆ เขาโอบกอดคอหนาไว้แน่นจนเล็บจิกเข้ากับไหล่แกร่ง เร่งจังหวะขย่มบดเบียดเข้าใส่จนกระทั่งทั้งคู่เข้าใกล้จุดหมายปลายทางพร้อมกัน เรืองกระตุกเกร็งจนแทบควบคุมร่างกายไม่ได้ ลมหายใจขาดห้วงก่อนจะปล่อยใจให้ดิ่งลงสู่ห้วงอารมณ์ เสี่ยกานต์กระแทกสวนเข้าหาจนสุดแรงและปล่อยให้น้ำกามอุ่นร้อนฉีดพ่นเข้าไปภายในตัวเรืองจนเต็มปรี่ ล้นปรี่ไหลเยิ้มออกมาด้านนอก ในขณะที่เรืองเองก็ปลดปล่อยออกมาจนเปรอะเปื้อนเต็มหน้าท้องของคนใต้ร่าง ทั้งคู่ทิ้งตัวกอดกันแน่น ราวกับจะหลอมรวมร่างกายให้เป็นหนึ่งเดียว เสี่ยกานต์ยังคงแช่แกนกายค้างไว้ภายใน ไม่ยอมถอนออก แม้ความกระสันจะค่อยๆ จางหายไป แต่เขากลับกอดร่างที่สั่นเทาของเรืองไว้แนบอกราวกับเป็นสิ่งเดียวที่เขายอมให้หลุดมือไปไม่ได้ เรืองซุกหน้าลงกับไหล่กว้าง สูดดมกลิ่นกายที่คุ้นเคยด้วยความรู้สึกที่ตื้นตันจนจุกอก ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้งท่ามกลางไออุ่นที่ยังคงเชื่อมต่อกันไว้แนบสนิท ลมหายใจที่ค่อยๆ ผ่อนลงเป็นจังหวะเดียวกันสะท้อนถึงการกลับมาพบกันอีกครั้งที่ทั้งคู่ต่างก็รู้ดีว่าไม่มีวันปล่อยให้ห่างหายไปไหนได้อีก เสียงเครื่องยนต์สปอร์ตคันห
คนขับรถนิ่งไปครู่หนึ่ง แววตาคมกริบที่เคยจดจ้องแต่ถนนค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความว่างเปล่าผสมความรุ่มร้อน เขาหันมาสบตากับคนข้างกาย ก่อนจะตอบเสียงแหบพร่า “ไม่รู้... แค่อยากกลับมาที่นี่” “แล้ว... จับมือผมไว้ทำไม” เรืองถามย้ำ พยายามดึงสติที่กระเจิดกระเจิงกลับมา “ก็ไม่อยากปล่อย” สิ้นคำตอบนั้น เสี่ยกานต์ก็หันมามองใบหน้าของเรืองเต็มตา สายตาที่เคยเด็ดขาดสั่นไหวอย่างรุนแรง ในวินาทีนั้น แรงดึงดูดที่สั่งสมมาตลอดหลายปีก็ระเบิดออกโดยไม่มีคำบรรยายใดๆ เรืองตัดสินใจข้ามฝั่งจากเบาะข้างคนขับมานั่งคล่อมบนตักกว้างของชายหนุ่มทันที กลิ่นหอมสะอาดแบบผู้ชายที่เขาเคยถวิลหายิ่งตอกย้ำให้ความต้องการพุ่งพล่าน เรืองโอบรอบคอแกร่งแน่น ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปประทับจูบ วินาทีที่ริมฝีปากแตะกัน ความโหยหาที่ถูกกักเก็บไว้ก็พังทลายลง เสี่ยกานต์กดท้ายทอยของเด็กหนุ่มให้จมเข้าหาตัวเอง สอดลิ้นหนาเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำในโพรงปากอย่างหิวกระหาย จูบนั้นรุนแรงและดูดดื่มราวกับจะสูบเอาวิญญาณของกันและกัน ลิ้นหนาสองลิ้นพันเกี่ยวกันอย่างเร่าร้อน เสียงลมหายใจหอบกระเส่าและเสียงจูบดังสะท้อนไปทั่วรถที่เงียบสนิท เสี่ยกานต์ขย้ำแผ่นหลังของค
เรืองไม่หลบสายตาทำเพียงยกแก้วเหล้าขึ้นจรดริมฝีปากพลางจ้องตอบ ชายหนุ่มชุดดำไม่ได้เบนสายตาหนีเช่นกัน เขายกแก้วเหล้าในมือขึ้นจิบช้าๆ ในขณะที่สายตายังคงเกาะติดอยู่ที่ใบหน้าแดงก่ำของเรือง บรรยากาศรอบโต๊ะของทั้งคู่ดูจะเดือดพล่านขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ ท่ามกลางแสงไฟที่หมุนคว้าง ทั้งสองต่างรู้ดีว่าในวินาทีนี้... ไม่ว่าจะมีฝูงชนกั้นกลางอยู่กี่ร้อยคน แต่แรงดึงดูดมีมากกว่าครั้งแรกที่เจอกันเสียด้วยซ้ำ เสียงดนตรีจังหวะเร้าใจในผับดูจะอื้ออึงขึ้นหลายเท่าเมื่อเรืองเดินเซไปตามทางเดินแคบๆ มุ่งหน้าสู่ห้องน้ำ ความมึนเมาทำให้ก้าวย่างของเขาดูไม่มั่นคงนัก ทันทีที่ผลักบานประตูเข้าไป กลิ่นบุหรี่จางๆ ก็ปะทะจมูก ก่อนที่สัมผัสหยาบโลนจากมือปริศนาจะโอบรัดเข้าที่เอวสอบของเขาอย่างถือวิสาสะ “ไปห้องน้ำด้วยกันหน่อยไหมคนสวย... เดี๋ยวพี่จัดหนักให้” เสียงชายแปลกหน้ากระซิบชิดใบหู เรืองที่กำลังมึนจัดพยายามเบี่ยงตัวหนี แต่ก่อนที่ความรำคาญจะเปลี่ยนเป็นความขัดขืน ร่างสูงใหญ่ในชุดเชิ้ตสีดำก็ก้าวเข้ามาประชิด แรงกระชากจากมือหนาผลักชายคนนั้นจนเซถอยหลังไปชนผนังอย่างแรง ชายแปลกหน้าเงยหน้าขึ้นหวังจะด่าทอ แต่เมื่อสบเข้ากับแววตาดุดันแ







