องศาเดือดเชือดหัวใจ [End]

องศาเดือดเชือดหัวใจ [End]

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-29
โดย:  ปากกาตัวตลกยังไม่จบ
ภาษา: Thai
goodnovel12goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
27บท
312views
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

คำโปรย

วาย

BL

รวย

รื่องราววุ่นๆ เริ่มต้นขึ้นเมื่อ คิน (28 ปี) เชฟไฟน์ไดนิ่งระดับมิชลินสตาร์ผู้รักความสมบูรณ์แบบ ได้กว้านซื้อตึกแถวเก่าแก่เพื่อสร้างร้านอาหารฝรั่งเศสสาขาใหม่ ทำให้ เหนือ (22 ปี) ทายาทร้าน "เจ๊หอมตามสั่ง" ที่สืบทอดวิชาควงกระทะเหล็กมาจากแม่ ต้องเผชิญกับวิกฤตโดนไล่ที่กะทันหัน ด้วยความปากแจ๋วและไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา เหนือท้าคินแข่งทำอาหารเพื่อยื้อเวลาให้ร้านของแม่ แต่ด้วยประสบการณ์ที่ต่างกันราวฟ้ากับเหว เหนือพ่ายแพ้ราบคาบและต้องยอมตกเป็น "ลูกจ้างขัดดอก" ในครัวสุดเนี้ยบของคินเป็นเวลา 3 เดือน!

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

กลิ่นพริกแกงและคนแปลกหน้า

Holy shit. My ruthless Mafia Boss is the sugar daddy who calls me "Mistress" on the dark web.

After my phone accidentally dialed him, Don Cassius's private phone buzzed on the conference table.

The entire boardroom was dead silent.

I held my breath. My palms were slick with sweat.

Ten seconds ago, I hit the video call button for a contact saved as: 6'1, Dumb Money, 8-Pack.

Who was currently sitting at the head of the table. The same man who had just ripped my art restoration draft into five pieces.

Never in my wildest dreams did I think the sweet man who cried for his "Mistress" online and wired me millions without blinking was the city’s most feared Mafia godfather.

Ten minutes ago, he tapped my canvas and sneered, "Aria, this is your fifth draft? Did you get your head slammed in a door five times?"

I almost cried right then and there.

My family was drowning in millions of dollars of debt. My only way out was restoring antique paintings. And he was the boss who held my life in his hands.

But now—if he answered that video call and saw my face, everything would flip.

The constant fear of my drafts getting rejected. The debts. The nightmare of my parents selling me off for an arranged marriage.

All of it, solved.

I stared at his phone on the table. My heart hammered so hard it bruised my ribs.

Answer it. Come on, answer it.

The screen lit up.

Then, he declined the call.

A second later, my own phone buzzed.

[Mistress, I'm in a meeting. I can't take my pants off right now. Be good.]

[Don't be mad. Sending you money. I'll contact you later. Love you.]

[Transfer: $52,000.00]

I was stunned.

But seeing the money, I couldn't stop the corners of my mouth from twitching up.

A split second later, a voice like cracked ice snapped me back to reality.

"Aria."

I snapped my head up. My gaze crashed into Cassius’s dead, gray eyes.

"What the fuck are you smiling about?"

Every head in the boardroom turned to me. A dozen suited wiseguys stared at me like I was dead meat.

I opened my mouth. "I..."

"You what?" Cassius stood up. At six-foot-one, he towered over me, his three-piece suit impeccable. "Did you hear a word I just said?"

"I... I heard you."

"Then what's so funny?" He took a step forward, his presence suffocating. "Aria, I've been in this business for ten years. I've never seen a restorer as garbage as you."

My lips trembled.

"Your color matching is a disaster. Your brushwork looks like a fucking toddler did it. Do you have any idea what this 'draft' of yours is?"

"Boss..."

"Shut up."

He stepped right up to me, leaning one hand on the table, casting me entirely in his shadow.

"Do you know how much this painting is worth?"

"..."

"Twenty million dollars." His words sliced like a knife. "Your parents' debt, plus interest, is just a fraction of that."

My blood ran cold.

"I gave you five chances," Cassius whispered, his voice dangerously low. "Show me this trash again, and I'll throw you in the underground fighting ring."

"With your frame, you'll last three rounds."

"The payout will just be enough to buy your urn."

The room tilted.

I knew exactly what the underground fighting ring was. Last month, an underperforming restorer was sent there. He came back wrapped in bloody bandages.

Tears spilled from my eyes. I couldn't stop them.

"Boss, I..." My voice shook violently. "My boyfriend just texted me, I couldn't help—"

"Stop."

Cassius cut me off cold.

"Nobody cares about you and your boyfriend. "

He pointed a finger at my head, looking like he was about to put a bullet between my eyes.

"I paid top dollar for you. For this auction. You pull this shit again, and I'll show you exactly how the Falcone family does business."

Someone in the room let out a low sneer.

I buried my head lower. Tears hit the table. One by one.

The $52,000 transfer notification was still lit up on my screen.

The man who cried for his Mistress, begging me not to leave him.

And the Mafia tyrant standing in front of me, ready to end my life on a whim.

They were the same person.

I dug my nails hard into my palms.

Don't cry. Don't talk back. Don't let him notice anything is wrong.

If Cassius found out I was the "Mistress" who made him get on his knees and call himself my dog... I wouldn't even get an urn.

He'd bury me alive.

"Did you hear me?" Cassius's voice pressed down on me.

My blood froze. I forced the words out of my tight throat.

"Understood, Boss. It won't happen again."
แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
27
กลิ่นพริกแกงและคนแปลกหน้า
เสียงตะหลิวเหล็กกระทบกระทะเหล็กดังฉ่า แข่งกับเสียงไซเรนรถพยาบาลที่วิ่งผ่านหน้าปากซอย ควันพริกแกงโขลกเองลอยคลุ้งไปทั่วบริเวณร้าน "เจ๊หอมตามสั่ง" จนลูกค้าหลายคนแอบจาม แต่ก็ไม่มีใครลุกหนีไปไหน เพราะรสชาติกะเพราเนื้อสับไข่ดาวกรอบของที่นี่คือเดอะเบสต์ของย่านนี้"เหนือ! โต๊ะสามกะเพราหมูกรอบเผ็ดน้อยได้ยังลูก!" เสียงป้าหอมตะโกนแข่งกับเสียงกระทะ"กำลังจัดจานครับแม่! เผ็ดน้อยของร้านเราคือพริกสามเม็ดนะพี่!" เหนือตะโกนตอบลูกค้าพลางตวัดตะหลิวสาดหมูกรอบลงในกระทะที่ไฟกำลังลุกท่วม เหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายตามกรอบหน้าคมคาย แววตามุ่งมั่นของเด็กหนุ่มวัยยี่สิบสองปีทำให้เสน่ห์ของเขาทะลุควันไฟออกมาในขณะที่ความวุ่นวายกำลังดำเนินไป รถยุโรปสีดำมันปลาบราคาเหยียบแปดหลักก็ค่อยๆ เคลื่อนมาจอดเทียบฟุตบาทหน้าร้านอย่างผิดที่ผิดทางชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดสีเทาเข้มก้าวลงมาจากรถ รองเท้าหนังแบรนด์เนมเหยียบลงบนพื้นคอนกรีตที่มีคราบน้ำมันจางๆ เขายกมือขึ้นปัดจมูกเบาๆ เมื่อควันพริกแกงลอยมากระทบ สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสีเงินกวาดมองร้านอาหารเก่าซอมซ่อตรงหน้าด้วยแววตาเรียบเฉย"คิน" หยิบแท็บเล็ตขึ้นมาดูแผนที่เทียบกับโฉ
อ่านเพิ่มเติม
รสชาติของการเอาชนะ
ตะหลิวในมือเหนือสั่นระริก ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความโกรธที่พุ่งปรี๊ดจนทะลุจุดเดือด"คุณพูดบ้าอะไร ตึกนี้ป้าศรีแกให้เราเช่ามาเป็นสิบปี สัญญาเพิ่งหมดไปเดือนที่แล้ว แกบอกว่าจะต่อสัญญาให้!" เหนือก้าวพรวดออกจากหลังเตามายืนประจันหน้ากับชายแปลกหน้า แม้ส่วนสูงของเขาจะน้อยกว่าอีกฝ่ายเกือบสิบเซนติเมตร แต่แววตาวาวโรจน์นั้นไม่ได้ลดละเลยแม้แต่น้อย"งั้นป้าศรีของคุณก็คงลืมบอกว่า แกขายตึกนี้ให้ผมเพื่อเอาเงินไปอยู่กับลูกที่เมืองนอกแล้ว" คินตอบเสียงเรียบ พลางยื่นหน้าจอแท็บเล็ตที่เปิดไฟล์สัญญาซื้อขายและโฉนดที่ดินที่โอนกรรมสิทธิ์เรียบร้อยแล้วให้ดู "ตามกฎหมาย เมื่อสัญญาเช่าเดิมหมดลงและไม่มีการต่อสัญญาใหม่ ผมในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์คนปัจจุบัน มีสิทธิ์ให้พวกคุณย้ายออก... ภายในสามสิบวัน"เหนืออ้าปากค้าง หันขวับไปมองแม่ที่เดินออกมาจากหลังร้านพอดี ใบหน้าของหญิงวัยกลางคนซีดเผือด บ่งบอกว่าสิ่งที่ผู้ชายคนนี้พูดคือความจริง"แต่... แต่เราไม่มีเงินก้อนไปมัดจำที่ใหม่หรอกนะคุณ" ป้าหอมพูดเสียงสั่น "ขอเวลาเราสักสามสี่เดือน...""ไม่ได้ครับ แพลนรีโนเวทร้านของผมถูกวางตารางไว้หมดแล้ว ทุกวันที่ล่าช้าคือต้นทุนที่ผมต
อ่านเพิ่มเติม
รสชาติที่ซ่อนเร้น
บ่ายสามโมงตรง เหนือก้าวเข้ามาในครัวสตูดิโอส่วนตัวของคินบนชั้นสิบห้าของคอนโดหรูใจกลางเมือง เด็กหนุ่มเบิกตากว้างเมื่อเห็นความอลังการตรงหน้าทุกอย่างที่นี่ทำจากสเตนเลสสตีลเงาวับไร้รอยนิ้วมือ อุปกรณ์ทำอาหารหน้าตาประหลาดวางเรียงรายอย่างเป็นระเบียบราวกับห้องทดลองวิทยาศาสตร์ แสงไฟสีขาวสว่างจ้าตัดกับบรรยากาศทึมๆ ควันโขมงของร้านเจ๊หอมตามสั่งอย่างสิ้นเชิง"มาตรงเวลาดีนี่"เสียงทุ้มดังขึ้น คินในชุดเชฟสีขาวสะอาดตาสั่งตัดเข้ารูปยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์หินอ่อน เขาสวมผ้ากันเปื้อนสีดำสนิท ดูสง่างามและเยือกเย็นจนเหนือแอบหมั่นไส้"ระดับผม ไม่มีคำว่าเลทอยู่แล้ว" เหนือวางกระเป๋าเป้ที่บรรจุเครื่องปรุงสูตรลับของแม่ลงบนโต๊ะ "กติกาคืออะไร ว่ามาเลย""โจทย์วันนี้คือ 'Comfort Food' (อาหารเยียวยาจิตใจ) วัตถุดิบหลักคือ เนื้อวัววากิว A5 ที่อยู่ในตู้เย็น" คินชี้ไปที่ตู้แช่กะจกใส "เราจะทำอาหารคนละจาน และสลับกันชิม ตัดสินกันด้วยความสัตย์จริง... หวังว่าคุณจะลิ้นถึงพอนะ""ไม่ต้องห่วง ลิ้นผมน่ะแยกกรดด่างได้ยิ่งกว่ากระดาษลิตมัสอีก" เหนือยักคิ้วท้าทาย ก่อนจะพับแขนเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตของตัวเองขึ้น เผยให้เห็นรอยแผลเป็นเล็กๆ จากน
อ่านเพิ่มเติม
กฎเหล็กและรอยแผลใหม่
แปดโมงเช้าตรงเป๊ะ เหนือก้าวเข้ามาในครัวของร้าน 'L'Étoile' (เลทวล) กลิ่นเนยสด ไวน์ขาว และโรสแมรี่ลอยอวลอยู่ในอากาศ ครัวที่นี่กว้างขวางกว่าบ้านทั้งหลังของเขาเสียอีก อุปกรณ์ทุกชิ้นทำจากสเตนเลสสตีลเงาวับ เชฟและผู้ช่วยเกือบสิบชีวิตในชุดสีขาวกำลังก้มหน้าก้มตาทำงานตามสเตชั่นของตัวเองอย่างเงียบเชียบ ไม่มีเสียงตะโกนด่าทอ ไม่มีเสียงกระทะเหล็กกระทบกัน มีเพียงเสียงมีดหั่นกระทบเขียงเป็นจังหวะสม่ำเสมอ"ใส่ซะ"เสียงทุ้มเย็นชาดังขึ้นจากด้านหลัง เหนือสะดุ้งเล็กน้อย หันไปพบกับคินในชุดเชฟเต็มยศ รังสีความเนี้ยบแผ่กระจายจนคนรอบข้างแทบไม่กล้าหายใจแรง คินโยนเสื้อเชฟสีขาวขนาดพอดีตัวและผ้ากันเปื้อนให้เด็กหนุ่ม"หน้าที่ของคุณวันนี้คือ Commis Chef (ผู้ช่วยเชฟระดับต้น) เตรียมวัตถุดิบทุกอย่างให้พร้อมก่อนเปิดร้านตอนสิบเอ็ดโมง" คินชี้ไปที่กองแครอท หอมใหญ่ และเซเลอรีที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะเตรียมอาหาร "หั่นเต๋าแบบ Brunoise (บรุนัวส์) ขนาด 3 มิลลิเมตรเท่ากันทุกชิ้น... ห้ามขาด ห้ามเกิน""สามมิลลิเมตร? บ้าไปแล้ว ใครมันจะไปเอาไม้บรรทัดวัดตอนกินวะ" เหนือบ่นอุบอิบพลางหยิบมีดเชฟขึ้นมา"ในครัวของผม 'ความแม่นยำ' คือพระเจ้า ถ
อ่านเพิ่มเติม
ออมเล็ตไข่เยิ้ม...กับความในใจหลังครัวปิด
เข็มนาฬิกาชี้บอกเวลาเที่ยงคืนครึ่งเสียงเครื่องดูดควันในครัวของ 'L'Étoile' ถูกปิดลงแล้ว เหลือเพียงเสียงน้ำไหลจากก๊อกสเตนเลสที่เหนือเพิ่งล้างกระทะใบสุดท้ายเสร็จ ร่างโปร่งทรุดตัวลงนั่งบนลังพลาสติกหลังร้านอย่างหมดสภาพ แขนสองข้างล้าจนแทบยกไม่ขึ้น การเป็นผู้ช่วยเชฟในร้านอาหารระดับนี้มันสูบพลังงานมากกว่าการผัดกะเพราหน้าเตาสามเตาพร้อมกันเสียอีกจ๊อกกก~เสียงประท้วงจากกระเพาะอาหารดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ เหนือยกมือลูบท้องตัวเองเบาๆ ตั้งแต่เช้าเขากินแค่ขนมปังแผ่นเดียว เพราะมัวแต่เกร็งกับการหั่นผักสามมิลลิเมตรจนกินอะไรไม่ลง"เสียงดังไปถึงหน้าร้านเลยนะ"เหนือสะดุ้งสุดตัว หันไปมองต้นเสียง คินยืนพิงกรอบประตูครัวในชุดไปรเวทสบายๆ เสื้อยืดสีดำคอวีกับกางเกงสแล็กเข้ารูป ซึ่งดูแปลกตากว่าชุดเชฟที่คุ้นเคย แต่กลับขับเน้นให้รูปร่างสูงโปร่งของเขาดูมีเสน่ห์ไปอีกแบบ"ก็คนมันหิวนี่นา กฎบ้าบออะไรห้ามพนักงานกินของในครัวก่อนเลิกงาน" เหนือบ่นอุบอิบ ขยับตัวลุกขึ้นยืนคินไม่ตอบ แต่เดินสวนเหนือกลับเข้าไปในครัว เขาหยิบชามกระเบื้องเคลือบสีดำออกมา เปิดตู้เย็นหยิบไข่ไก่สด เนยจืดชั้นดี และปูม้าแกะเนื้อที่เหลือจากการทำสเตชั
อ่านเพิ่มเติม
คราบน้ำตาและสัญญาฉบับใหม่
เช้าตรู่วันที่สามของข้อตกลง... วันนี้คือเส้นตายที่ร้าน "เจ๊หอมตามสั่ง" ต้องย้ายออกบรรยากาศหน้าร้านที่เคยคึกคักไปด้วยเสียงตะหลิวและควันพริกแกง บัดนี้เหลือเพียงกองลังกระดาษสีน้ำตาลวางซ้อนกันระเกะระกะ เหนือในชุดเสื้อยืดสีซีดกำลังก้มหน้าก้มตาใช้เทปกาวปิดกล่องใบใหญ่ ใบหน้าคมคายหมองคล้ำลงอย่างเห็นได้ชัดจากการอดนอนและทำงานหนักทั้งที่ร้านของตัวเองและที่ 'L'Étoile'"เหนือ... แม่ขอโทษนะลูก ที่ทำบานปลายจนเราไม่มีแม้แต่เงินก้อนไปเช่าที่ใหม่" ป้าหอมลูบหลังลูกชายด้วยดวงตาแดงก่ำ"แม่ไม่ต้องคิดมาก ผมยังมีแรง เดี๋ยวผมทำงานที่ร้านเชฟนั่นครบสามเดือน ผมจะไปหาทำกะดึกเพิ่ม เราเริ่มใหม่ได้แม่" เหนือฝืนยิ้ม กุมมือที่หยาบกร้านของแม่ไว้แน่นโครม!!ลังกระดาษที่วางเรียงอยู่หน้าร้านถูกเตะจนล้มระเนระนาด ชายฉกรรจ์หน้าตาถมึงทึงสองคนเดินกร่างเข้ามา เหยียบย่ำลงบนข้าวของที่หล่นกระจาย"จะรีบย้ายไปไหนป้าหอม! ดอกเบี้ยเดือนนี้ยังไม่จ่ายเลยนะเว้ย จะชิ่งหนีเฮียเรอะ!" หนึ่งในนั้นตะคอกเสียงดังลั่น"ผมบอกพวกพี่แล้วไงว่าขอเวลาอาทิตย์นึง! พวกผมกำลังเดือดร้อน โดนไล่ที่ พี่ไม่เห็นสภาพเหรอวะ!" เหนือพุ่งตัวไปขวางหน้าแม่ไว้ทันที ดวงต
อ่านเพิ่มเติม
บทเรียนแรก...ในระยะประชิด
สิบโมงเช้าตรงเป๊ะเหนือในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวที่รีดมาอย่างดีที่สุดเท่าที่จะหาได้ในตู้เสื้อผ้า นั่งตัวเกร็งอยู่บนเก้าอี้หนังอิตาลีแท้ในห้องทำงานส่วนตัวของเชฟคิน บนโต๊ะกระจกใสมีสัญญาจ้างงานและสัญญากู้ยืมเงินวางอยู่เด็กหนุ่มจรดปากกาเซ็นชื่อลงไปทีละหน้าจนครบ ก่อนจะดันแฟ้มกลับไปให้คนร่างสูงที่นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้าม"เรียบร้อย... ทีนี้ผมก็ตกเป็นทาสคุณเต็มตัวแล้วใช่ไหม จะให้ไปล้างจาน หั่นหอม หรือขัดเตาก็สั่งมาเลย" เหนือเชิดหน้าขึ้น ทำใจดีสู้เสือคินหยิบแฟ้มไปตรวจดูความเรียบร้อย ริมฝีปากหยัก勾ขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่ยากจะคาดเดา "ใจร้อนจริงนะ แต่หน้าที่แรกของคุณวันนี้ ไม่ใช่ในครัว..."คินลุกขึ้นยืน เดินอ้อมโต๊ะทำงานมาหยุดอยู่ตรงหน้าเหนือ "ตามผมมา ที่ห้องเทสติ้งรูม (Tasting Room)"เหนือขมวดคิ้ว แต่ก็ยอมลุกเดินตามแผ่นหลังกว้างไปอย่างว่าง่าย ห้องเทสติ้งรูมเป็นห้องกระจกส่วนตัวที่มีโต๊ะอาหารหรูหราตั้งอยู่ตรงกลาง แสงไฟสลัวๆ และเพลงแจ๊สเบาๆ คลออยู่ สร้างบรรยากาศที่ต่างจากหลังครัวลิบลับบนโต๊ะมีจานเซรามิกสีดำที่มี 'หอยเชลล์โฮตาเตะ คาร์ปาชโช' (Scallop Carpaccio) ชิ้นบางเฉียบ ราดด้วยซอสพอนสึยูซุใสแจ๋
อ่านเพิ่มเติม
ออเดอร์ลับ...กับซุป(ซ่อน)รสจัดจ้าน
ค่ำวันศุกร์คือช่วงเวลาที่ครัวของ 'L'Étoile' เดือดพล่านที่สุด บิลออเดอร์ยาวเหยียดถูกเสียบเรียงราย เสียงกระทะ เสียงมีด และเสียงสั่งการของคินดังก้องไปทั่ว ทุกอย่างดำเนินไปอย่างสมบูรณ์แบบตามจังหวะที่ถูกเซ็ตไว้จนกระทั่ง... ผู้จัดการร้านวิ่งหน้าตั้งเข้ามาในครัวด้วยสีหน้าซีดเผือด"เชฟครับ! โต๊ะวีไอพี... มาดามโรสครับ!"ชื่อของ 'มาดามโรส' นักวิจารณ์อาหารฝีปากกล้าและลูกค้าระดับไดมอนด์ ทำเอาซูเชฟและลูกมือหลายคนถึงกับกลืนน้ำลายลงคอ"มาดามสั่งเทสติ้งเมนูตามปกติใช่ไหม?" คินถามโดยไม่ละสายตาจากการเซียร์เนื้อกวางในกระทะ"เอ่อ... ไม่ครับ" ผู้จัดการปาดเหงื่อ "มาดามบอกว่าวันนี้เธอเพิ่งบินกลับมาจากฝรั่งเศส รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวและเบื่ออาหารเลี่ยนๆ เธอขอปฏิเสธซุปครีมเห็ดทรัฟเฟิลในคอร์ส และสั่งเมนูพิเศษ... ขอซุปใสที่ 'ร้อนแรง จัดจ้าน และทำให้ตาสว่าง' แต่ต้องยังคงความหรูหราสมฐานะร้านเราครับ!"ทั้งครัวตกอยู่ในความเงียบงัน ซุปใสรสจัดจ้าน? ในร้านอาหารฝรั่งเศสไฟน์ไดนิ่งเนี่ยนะ?!"เราไม่มีวัตถุดิบทำต้มยำหรือซุปเอเชียเลยนะครับเชฟ" ซูเชฟหน้าเสีย "สมุนไพรเรามีแค่ไทม์ โรสแมรี่ ทาร์รากอน..."คินขมวดคิ้วแน่น สมองปร
อ่านเพิ่มเติม
รถสปอร์ต เก้าอี้พลาสติก และรสชาติของความทรงจำ
ตีหนึ่งสิบห้านาที ณ ลานจอดรถวีไอพีใต้ตึกคอนโดหรูเหนือยืนเตะฝุ่นรอด้วยความรู้สึกประหม่าปนสงสัย เสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาตอนนี้ยับยู่ยี่แถมยังมีกลิ่นควันจางๆ ติดมาด้วย ทันใดนั้น แสงไฟหน้าจากรถสปอร์ตยุโรปสีดำขลับก็สาดเข้ามากระทบตา เสียงเครื่องยนต์ V8 ครางกระหึ่มก่อนที่รถจะจอดเทียบตรงหน้าเขา กระจกฝั่งผู้โดยสารเลื่อนลง เผยให้เห็นคินในชุดเสื้อเชิ้ตปลดกระดุมบนที่ดูผ่อนคลายกว่าปกติ"ขึ้นมาสิ" คินพยักพเยิดหน้าเหนือก้าวขึ้นไปนั่งบนเบาะหนังอัลคันทาราสีแดงเพลิงอย่างเก้ๆ กังๆ กลิ่นน้ำหอมปรับอากาศในรถมันช่างหรูหราจนเขาแอบกลัวว่ากลิ่นควันจากตัวเขาจะไปติดเบาะราคาแพงนี่เข้า"เราจะไปไหนกันเนี่ย ดึกป่านนี้แล้ว รางวัลของคุณคือพาไปกินไฟน์ไดนิ่งร้านอื่นเพื่อจับผิดเขาหรือไง" เหนืออดไม่ได้ที่จะแขวะคินไม่ตอบ เขากระตุกยิ้มมุมปาก เหยียบคันเร่งพารถสปอร์ตพุ่งทะยานออกสู่ถนนที่ว่างเปล่ายามค่ำคืนยี่สิบนาทีต่อมา รถสปอร์ตราคาเหยียบแปดหลักก็ค่อยๆ ชะลอความเร็วลงและเปิดไฟเลี้ยวเข้าจอดริมฟุตบาท... ท่ามกลางดงร้านข้าวต้มโต้รุ่งและสตรีทฟู้ดที่ควันโขมง แสงไฟนีออนสีแสบตา และเสียงตะหลิวเคาะกระทะดังสนั่นเหนือเบิกตากว้าง หันขวับ
อ่านเพิ่มเติม
รสชาติที่คุ้นเคย... กับแขกที่ไม่ได้รับเชิญ
หลังจากคืนกินข้าวต้มรอบดึก บรรยากาศระหว่างคินกับเหนือในครัว 'L'Étoile' ก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด แม้คินจะยังคงความเนี้ยบและดุเรื่องการหั่นผักเหมือนเดิม แต่น้ำเสียงที่ใช้กับเหนือกลับมีความผ่อนปรนขึ้น และบางครั้ง... ลูกมือในครัวก็แอบเห็นเชฟใหญ่ลอบยิ้มเวลาที่พ่อครัวสตรีทฟู้ดเถียงฉอดๆ อยู่หน้าเตาทุกอย่างดูเหมือนจะดำเนินไปในทิศทางที่ดี... จนกระทั่งบ่ายวันพฤหัสบดีกริ๊ก...เสียงผลักประตูครัวกระจกบานใหญ่ดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเบจที่ตัดเย็บอย่างประณีต ใบหน้าหล่อเหลาสไตล์ลูกครึ่งแฝงไปด้วยความเย่อหยิ่งและสง่างาม กลิ่นน้ำหอมแบรนด์นิช (Niche Perfume) หรูหราลอยนำมาก่อนตัวการปรากฏตัวของเขาทำให้ทุกคนในครัวชะงัก รวมถึงคินที่กำลังสอนเหนือทำซอสรูซ์ (Roux) อยู่หน้าเตาด้วย"เชฟพัชร์..." ซูเชฟพึมพำด้วยความตกใจพัชร์ (Pat) คือเชฟขนมหวานระดับมิชลินสตาร์ ทายาทตระกูลดัง และที่สำคัญ... เขาคือ 'แฟนเก่า' ของคิน สมัยที่ทั้งคู่ยังเรียนและเปิดร้านอาหารด้วยกันที่ปารีส"Surprise... คิน"พัชร์ส่งยิ้มหวาน ก้าวฉับๆ ตรงดิ่งเข้ามาหาคินโดยไม่สนใจสายตาใคร ก่อนจะสวมกอดเชฟหนุ่มจอมเนี
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status