LOGINเจ้าทัพ…
“ไม่มีเรียนหรือไง ทำไมมีเวลามาทำงาน”
ผมหันไปถามคนข้าง ๆ ขณะกำลังขับรถอยู่ ที่จริงผมรู้อยู่แล้วแหละว่าเธอทำเรื่องดรอปเรียนไว้ เพราะข่าวลือของครอบครัวเธอนั้นดังไปทั่วมหาลัย ผมมีทั้งเพื่อนและรุ่นน้องรวมถึงคนรู้จักเรียนที่เดียวกันกับเธอ ก็เลยได้รู้อะไรเกี่ยวกับเธอมาบ้างเพราะฝากพวกนั้นช่วยตามข่าวเธอให้
“ทำเรื่องดรอปไว้ค่ะ ไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม”
เธอตอบทั้ง ๆ ที่นั่งก้มหน้าก้มตาไม่ยอมสบตากับผม ไม่รู้เพราะกลัวผมหรือโกรธที่ผมไม่ยอมให้เธอทำงานด้วยตั้งแต่วันนั้นกันแน่
เด็กนี่ผมเห็นเธอครั้งแรกตอนถ่ายแบบด้วยกันแล้วเกิดอยากได้ขึ้นมา ไม่รู้ว่าเป็นเพราะท่าทางของเธอที่เหมือนกลัวผมวันนั้นหรือเปล่าเลยทำให้ผมสนใจในตัวเธอและอยากได้เธอมาประดับเตียง ยิ่งรู้ว่าเธอเป็นคนในครอบครัวของคนที่ผมเพิ่งจะส่งคนไปสั่งสอนแล้ว ก็รู้สึกว่าต้องดูแลเธอระหว่างที่เธอใช้ชีวิตอยู่ข้างนอกคนเดียวโดยไร้ครอบครัว เธอยังเด็กเกินไปที่จะอยู่คนเดียวเพราะงั้นอยู่กับผมน่าจะปลอดภัยกว่า หึหึ
“พรุ่งนี้กลับไปเรียนซะ”
ผมบอกเธอทั้ง ๆ ที่สายตายังจับจ้องไปที่ถนน นี่คงเป็นเหตุผลที่เธอไปหาผมที่ผับแล้วคุยเรื่องนั้นสินะ ครั้งแรกก็คิดว่าเป็นแผน ที่ไหนได้ก็หาค่าเทอมจริง ๆ แต่มันเป็นการหาที่ผิดวิธีไปหน่อย
“แต่ว่าค่าเทอม…”
คนข้าง ๆ หันมามองด้วยสีหน้าลังเลก่อนจะเงียบไปเมื่อผมหันไปสบตาเข้า
“เดี๋ยวไปจ่ายให้”
“แล้วของที่อยู่ห้องนั้นล่ะคะ เกี๊ยวต้องกลับไปเอานะ”
“เดี๋ยวให้คนไปเอามาให้”
“อ่อ ขอบคุณค่ะ”
เราสองคนเดินทางมาถึงที่พักของผม ซึ่งก็คือผับที่ผมเป็นหุ้นส่วนกับเพื่อนสนิทพ่อ แต่ตอนนี้ทุกคนวางมือไปหมดแล้ว มีแค่ผมเท่านั้นที่ดูแลอยู่คนเดียวระหว่างรอลูกชายของหุ้นส่วนบรรลุนิติภาวะและเข้าออกผับได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
“เกี๊ยวต้องอยู่ที่นี่กับพี่เหรอคะ”
คนที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามหลังผมมาหลังจากลงรถถามเสียงเบา ทีตอนนี้ล่ะทำท่าเหมือนกลัวแต่วันนั้นล่ะใจกล้าเดินเข้ามาคนเดียว
“บอกไปแล้ว”
ผมตอบเธอแบบไม่หันไปมองก่อนจะเดินเข้าไปด้านใน ผมไม่ค่อยชอบพูดอะไรเยอะหรือพูดอะไรหลายครั้งกับคนที่ไม่ได้สนิทกันเท่าไหร่ มีคนที่ทำให้ผมพูดมากได้แค่ไม่กี่คนหรอกแต่คงไม่ใช่เด็กนี่
หลังจากที่ผมพาเธอมาส่งถึงที่พักแล้ว ผมก็รีบไปจัดการธุระของตัวเองต่อ แต่กว่าจะกลับถึงผับก็ดึกพอสมควร พอเดินเข้ามาในห้องก็นึกบางอย่างได้ว่ามีใครบางคนรออยู่และเด็กนั่นอาจจะยังไม่ได้กินอะไร แต่แล้วกลิ่นหอมของอาหารที่โชยออกมาจากในครัวก็ทำให้ผมต้องถอยกลับเข้าไปดู
“พี่กลับมาแล้วเหรอคะ”
เสียงหวาน ๆ ของใครบางคนในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นเงยหน้ามาถาม ขณะที่เจ้าตัวกำลังปรุงบางอย่างในถ้วยใบใหญ่ตรงหน้า เดินเข้าไปถึงได้รู้ว่าเป็นเกี๊ยวน้ำ
“เกี๊ยวลงไปซื้อของกินหน้าผับมาค่ะ แต่ไม่ได้ซท้อมาเผื่อพี่นะตังไม่พอ”
คนตรงหน้าพูดต่อขณะที่สายตายังคงจับจ้องไปที่ชามใบโต
“ก็คิดว่าจะอดตายซะแล้ว”
ผมนั่งลงฝั่งตรงข้ามเธอพร้อมกับมองใบหน้าขาวเนียนไร้เครื่องสำอางอย่างพินิจพิเคราะห์ ก่อนจะเหลือบมองของกินตรงหน้าที่มือเล็กเรียวกำลังคนให้เครื่องปรุงเข้ากัน
“พี่กินมั้ยคะ”
คนตรงหน้าเงยหน้าขึ้นมาสบตากับผม ก่อนจะนั่งลงอย่างรอคอยคำตอบ
“ไม่อะ ไม่ชอบกินเก๊ยว”
“อ่อค่ะ งั้นเกี๊ยวกินเลยนะคะ”
“แต่ถ้าเกี๊ยวที่เป็นคนก็อยากลองอยู่เหมือนกัน”
“…”
คนที่กำลัวตักเกี๊ยวเข้าปากชะงักเล็กน้อยก่อนจะหลุบตาลงแล้วก้มหน้าก้มตาสนใจของกินอย่างเงียบ ๆ ผมไม่ได้ชวนเธอคุยอะไรต่อแต่นั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ตรงนั้น ก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงต้องนั่งตรงนั้น
“จะไม่เสียใจหรือไงที่เลือกเดินทางนี้”
อยู่ ๆ ผมก็ถามในสิ่งที่ไม่ควรจะถามขึ้น แต่ก็อดไม่ได้เพราะเธอยังเด็กมาก
“ก็มีบ้างค่ะ แต่เลือกแล้วก็ต้องยอมรับ เพื่อนของเกี๊ยวแนะนำให้ปลอบใจตัวเองไปว่าเหมือนมีแฟน ถ้าพี่ไม่ต่องานก็คิดซะว่าแฟนบอกเลิก”
“…”
ผมไม่ได้ถามอะไรต่อแต่นั่งมองคนตรงหน้าเขี่ยเกี๊ยวคำสุดท้ายในถ้วยไปมาราวกับเจ้าตัวกำลังคิดอะไรอยู่ แต่ถ้าคิดดี ๆ เด็กนี่เพิ่งขึ้นปีหนึ่งก็อารมณ์ประมาณเด็กเพิ่งจบมอปลาย อายุยังไม่ถึงยี่สิบด้วยซ้ำ ผมยกเลิกตอนนี้ทันมั้ยวะไม่ค่อยสบายใจเลย
“แต่เกี๊ยวจะทำงานกับพี่แค่คนเดียวนะคะ เกี๊ยวตั้งใจไว้แล้ว”
เหมือนเธอจะคิดอะไรออกจึงพูดต่อพร้อมกับเงยหน้ามาสบตาผมที่กำลังนั่งฟังอยู่
“เกี๊ยวจะพยามเก็บเงินตอนที่อยู่กับพี่ไว้เยอะ ๆ เผื่อว่าวันไหนพี่เบื่อเกี๊ยวแล้วไม่ต่องาน เกี๊ยวจะได้มีเงินตั้งตัวจนกว่าจะเรียนจบ ตอนนั้นคงทำงานพิเศษเพิ่มบ้างแต่เกี๊ยวจะไม่กลับมาทำแบบนี้อีก”
เธอสบตากับผมด้วยแววตาที่ทำให้ผมนั้นรู้สึกวูบไหวเล็กน้อย ก่อนจะหลุบตาลงสนใจของกินของตัวเองต่อ
“พี่ให้เกี๊ยวเริ่มงานเลยมั้ยคะ เดี๋ยวเกี๊ยวล้างจานเสร็จแล้วจะตามเข้าไป”
คนตรงหน้าตักเกี๊ยวคำสุดท้ายเข้าปากพร้อมกับลุกขึ้น แต่แล้วอยู่ ๆ ผมก็โน้มใบหน้าลงไปทาบจูบบนริมฝีปากเนียนนุ่มของเธอ ก่อนจะสอดแทรกปลายลิ้นเข้าไปฉกเกี๊ยวในปากเธอออกมาเคี้ยวต่อ
คนถูกกระทำไม่ได้พูดอะไรแต่มองผมด้วยแววตาวูบไหวราวกับตกใจเพราะไม่ทันตั้งตัว เนื้อตัวเธอสั่นเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ขัดขืน ตอนนี้ผมอยากบอกให้เธอออกไปจากที่นี่เพราะไม่อยากให้เธอเดินทางผิด แต่คิดอีกมุมผมก็กลัวว่าเธอจะไปทำแบบนี้กับคนอื่น ซึ่งผมที่มองเธอไว้ก่อนคงยอมไม่ได้ และที่สำคัญผมทำให้เธอต้องโดดเดี่ยวไร้ครอบครัว ผมต้องรับผิดชอบเธอ
“ฉันชอบเกี๊ยวร้านนี้นะ อร่อยดี”
ผมพูดกับเธอเสียงแผ่วทั้งที่มือทั้งสองข้างยังประคองใบหน้าสดสวยเอาไว้ ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ผมอยากดูแลใครสักคนขึ้นมา แต่ผมก็คิดว่ามันคงเป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบหรืออารมณ์แปรปรวนเพราะเพิ่งเคยเล่นกับเด็กครั้งแรก มันคงแปลกใหม่จนทำให้สมหวั่นไหวและคิดอะไรไร้สาระขึ้นมา
“วันนี้ฉันมีงานต้องทำ เอาไว้วันหลังเราค่อยมาเริ่มกัน”
ผมบอกเธอก่อนจะปล่อยใบหน้าสวยหวานให้เป็นอิสระแล้วเดินกลับเข้าห้องไป ทั้งที่ความรู้สึกต้องการนั้นยังคงอยู่ และก็เหมือนกับว่ามันกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนรู้สึกทรมาน
เกี๊ยว…เช้าตรู่ของวันใหม่ฉันตื่นมาทำกับข้าวให้พี่ชายกับใครบางคน เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ที่เดินเข้ามาหาฉันตรงโต๊ะไม้ระหว่างบังกาโลสองหลังนั้นไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใคร“ตื่นเช้าจังเลยค่ะ วันนี้พี่กันต์ไม่ต้องไปทำงานนี่คะ ไหนบอกว่าตอนสาย ๆ จะพาคุณน้าพบรักไปซื้อของมาตกแต่งห้องให้ลูกค้าไง” ฉันถามคนตรงหน้าขณะตักข้าวต้มร้อน ๆ ใส่ถ้วยให้พี่ชายตัวเอง“พี่ว่าจะไปดูเขาปรับพื้นที่โซนสระว่ายน้ำหน่อยน่ะ ถ้าไม่ดีจะได้รีบแก้เดี๋ยวสระว่ายน้ำออกมาไม่สวย” คนเป็นพี่ชายเงยหน้ามาตอบก่อนจะก้มหน้าก้มตากินข้าวไปด้วย“อะไรจะขยันขนาดนั้นคะ วันนี้ไปซื้อของตอนบ่าย ตอนเช้าพี่กันต์ก็นอนพักสักหน่อยสิคะ” ฉันแซวพี่ชายขณะวางแก้วน้ำลงตรงหน้า“ก็ถ้าไม่ใช่เรือนหอของน้องพี่ พี่ก็จะทำแค่หน้าที่นั่นแหละ แต่นี่เรือนหอน้องตัวเองไงก็เลยอยากเต็มที่ให้มาก ๆ” พี่ชายเงยหน้ามาตอบพร้อมกับอมยิ้มให้ฉันไปด้วย“แล้วนี่ไอ้นั่นยังไม่ตื่นอีกเหรอ นอนกินบ้านกินเมืองชะมัด” สุดท้ายก็ยังไม่วายกระแนะกระแหนว่าที่น้องเขยตัวเองอยู่ดี ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่สองคนนี้จะคุยกันดี ๆ สักที“ให้เกี๊ยวไปปลุกมั้ยคะ จะได้นั่งกินข้าวด้วย” ฉันถามยิ้ม ๆ ทั้งท
เกี๊ยว…ผ่านไปแค่สองวันเท่านั้นวันรวมญาติของบ้านพี่ทัพก็มาถึง ฉันเพิ่งรู้ว่าคนตระกูลนี้จะนัดรวมญาติครั้งใหญ่กันปีละหนึ่งถึงสองครั้ง แล้วก็เพิ่งรู้ด้วยว่าญาติพี่น้องของพี่ทัพนั้นมีทั้งในไทยและต่างประเทศ ส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจและแพทย์ในโรงพยาบาลใหญ่ มีเปิดคลินิกเป็นของตัวเองและรับงานสอนนักศึกษาในมหาลัยอีกด้วย“เกี๊ยวยังไม่พร้อมเลยนะ” ฉันหันไปกระซิบบอกคนข้าง ๆ ขณะที่เรากำลังเดินไปยังชายหาดที่อยู่ไม่ห่างจากโรงแรมของคุณน้าพบรักมากนัก พอรู้ว่าพี่เขากับคุณน้าเป็นญาติกันฉันก็อดตื่นเต้นไม่ได้ ถ้าคุณน้ารู้ว่าฉันเป็นแฟนของหลานชายท่านแล้วจะรู้สึกยังไงนะเบื้องหน้าของฉันมีโต๊ะอาหารขนาดใหญ่ตั้งไว้หนึ่งตัว เก้าอี้หลายตัวถูกผูกด้วยผ้าสีขาวขณะที่รอบ ๆ นั้นประดับด้วยดวงไฟสีขาวสลับเหลืองและดอกไม้สวยงามราวกับกำลังมีงานสำคัญ ในนั้นพี่ทัพบอกว่ามีแค่ญาติพี่น้องกันเท่านั้น ไม่มีใครอื่นแม้กระทั่งแม่บ้านก็ไม่มี เป็นการรวมญาติที่อาหารบนโต๊ะบรรดาญาติผู้หญิงเป็นคนช่วยกันทำมา มีผลไม้หลากหลายชนิดพี่ทัพบอกว่าเอามาจากสวนของบ้านพี่ธาม“แม่พบทำไมอยู่คนเดียวล่ะครับ / คุณน้าพบรัก สวัสดีค่ะ” พี่ทัพเอ่ยทักทายคุ
เกี๊ยว…“ยืนมองอะไร จะไปนอนกับมันก็ไป” คนเป็นพี่ชายปรายตามองฉันเมื่อเราสองคนเดินเข้ามาในบังกาโลเรียบร้อยแล้ว“แล้วพี่กันต์ล่ะคะ”“พี่ก็ไปนอนอีกหลังไง ยังไงก็จะแต่งงานกันอยู่แล้ว จะติดพี่แบบนี้ไม่ได้นะ เราต้องมีครอบครัวเป็นของตัวเอง” น้ำเสียงดุ ๆ ทว่าแววตากลับแฝงไปด้วยความห่วงใยทำให้ฉันต้องเดินเข้าไปสวมกอดพี่ชายเอาไว้แน่น แค่รู้ว่าต้องนอนบ้านคนละหลังต้องแยกกันอยู่ก็หดหู่อย่างบอกไม่ถูก“อะไรกัน จะแต่งงานแล้วยังงอแงอีกนะ” คนเป็นพี่ชายดันฉันออกจากแผงอกก่อนจะยีผมฉันเบา ๆ “ไปนอนได้แล้ว พี่ก็จะอาบน้ำเข้านอนแล้วเหมือนกัน วันนี้เหนื่อย”“ค่ะ ฝันดีนะคะชายสุดหล่อ” ฟอด! ฉันเขย่งปลายเท้าขึ้นเล็กน้อยก่อนจะกดปลายจมูกลงบนแก้มเนียนของพี่ชายพร้อมกับส่งยิ้มให้ ยืนมองแผ่นหลังกว้างของพี่ชายจนรับรู้ถึงแรงสะกิดที่หัวไหล่จากใครบางคน “คะ?” ฉันหันไปถามคนข้าง ๆ ก่อนจะเดินจูงมือกันเข้ามาในห้องแล้วเก็บของให้เข้าที่เข้าทางโดยที่พี่ทัพไม่ได้พูดอะไรออกมา“เกี๊ยวติดมันขนาดนั้นเลยเหรอ” อยู่ ๆ เสียงทุ้มของคนที่กำลังเปลี่ยนชุดเตรียมอาบน้ำก็เอ่ยถามขณะที่ฉันกำลังเตรียมชุดนอนออกมาให้พี่เขา “ค่ะ” ฉันเ
เกี๊ยว…ตกเย็นเราสองคนเดินเล่นกันตามชายหาดไปเรื่อย ๆ จนถึงแคมป์คนงานที่ฉันพักอยู่ สายตาดุ ๆ ของพี่กันต์ซึ่งจ้องมองมายังเราสองคนที่กำลังเดินเข้าไปในแคมป์คนงาน ทำให้ฉันรีบชักมือที่กุมกันไว้กับคนข้าง ๆ กลับอย่างรวดเร็ว“ไปไหนมา แล้วนี่ทำไมถึงมากับมัน” คนเป็นพี่ชายเอ่ยถามเสียงดุพร้อมกับเดินเข้ามาดึงข้อมือฉันให้ไปยืนใกล้ ๆ“เกี๊ยวไปเดินเล่นกับกูมา แล้วคืนนี้กูก็จะให้เกี๊ยวไปค้างกับกูด้วย / พี่ทัพ!” ฉันรีบท้วงคนหน้านิ่งที่ยืนจ้องพี่ชายฉันอยู่ ไม่คิดว่าพี่เขาจะพูดอะไรแบบนี้ออกมา ตอนเดินมาส่งฉันก็ตกลงกันแล้วว่าฉันจะค้างกับพี่กันต์ที่นี่นี่นา “ทำไมมึงถึงคิดว่ากูจะยอมปล่อยน้องกูไปนอนกับมึง แค่ที่ผ่านมามึงย่ำยีจนไม่เหลือชิ้นดีกูก็อยากเอาตีนลูบหน้ามึงจะแย่แล้ว” พี่กันต์ตวัดสายตาให้คนตรงหน้าด้วยความไม่พอใจ ฉันได้แต่ยืนถอนหายใจพรืดใหญ่ออกมาเพราะไม่รู้ว่าต้องทำยังไงต่อ ตอนนี้พี่ซันก็ไม่อยู่แล้วด้วยเพราะกลับไปดูแลผับแทนพี่ทัพ ถ้าเกิดสองคนนี้ทะเลาะกันขึ้นมาฉันไม่รู้เลยว่าจะรับมือยังไง“ไม่ให้เกี๊ยวไปก็เรื่องของมึง แต่กูจะให้เกี๊ยวไปนอนกับกู แล้วก็ที่กูมาบอกกูไม่ได้มาขออนุญาตแต่กูมาบอ
เกี๊ยว…ฉันเดินตามคนบางคนเข้ามาด้านในขณะที่สายตานั้นมองไปรอบ ๆ ด้วยความตื่นเต้น พื้นที่ด้านในร่มรื่นเย็นสบายราวราวกับมีป่าส่วนตัว “สวยจังเลยค่ะ” ฉันหันไปบอกคนข้าง ๆ ขณะที่เราเดินมาถึงเก้าอี้ไม้ในโซนนั่งพักผ่อน จุดนี้สามารถมองออกไปนอกรั้วบังกาโลเพื่อชมวิวทิวทัศน์บนชายหาดได้ “ที่นี่สร้างไว้นานแล้วแต่พี่ไม่ค่อยได้มาพัก ส่วนมากจะมาพักเวลามาทำธุระหรือแวะมาหาญาติแถวนี้น่ะ” คนที่หันมาสบตากับฉันเอ่ยบอก“พี่ทัพมีญาติที่นี่ด้วยเหรอคะ” ฉันเอ่ยถามด้วยความสนใจ จะว่าไปแล้วพี่เขาก็กว้างขวางและมีครอบครัวตระกูลใหญ่เหมือนกันนะเนี่ย“มีสิ เดี๋ยววันหลังพี่พาไปเจอ”“ไปเจอญาติพี่เหรอคะ”“อื้ม ใกล้ถึงวันรวมญาติแล้วเดี๋ยวพาไปเปิดตัว แต่พี่ว่าเกี๊ยวน่าจะพอรู้จักบ้างแล้วล่ะถ้าญาติที่เป็นรุ่นราวคราวเดียวกันน่ะ” ประโยคต่อมาของใครบางคนทำให้ฉันแอบกังวลไม่น้อย พอนึกถึงฐานะ หน้าที่การงานและสังคมของเราสองคนแล้วมันช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว ครอบครัวพี่เขาจะรับฉันได้มั้ยนะ “ทำไมทำหน้าแบบนั้นหื้ม คนในบ้านพี่ใจดีทุกคนโดยเฉพาะกับลูกสะใภ้” ฝ่ามือใหญ่เอื้อมมายีผมฉันเบา ๆ เมื่อเห็นสีหน้าของฉันหม่นลง “บ
เกี๊ยว…เช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้นฉันกับพี่กันต์ก็เดินทางมาถึงเกาะที่พี่กันต์จะต้องทำงาน ไม่ไกลจากไซส์งานที่พี่กันทำอยู่มีแคมป์คนงานตั้งอยู่ด้วย ฉันกับพี่กันต์พักในห้องเดียวกัน ที่พักของเราเป็นเพิงสักกะสีเล็ก ๆ ถึงจะไม่สะดวกสะบายมากแต่ก็ดีกว่าโดนทิ้งให้อยู่บ้านคนเดียว “ตอนกลางวันอย่าไปไหนไกลนะรู้มั้ย เปิดเสียงโทรศัพท์ให้ดังเข้าไว้เพราะพี่จะโทรหาเราบ่อย ๆ ที่นี่คนงานเยอะแต่ก็ห้ามไว้ใจใครด้วยเข้าใจรึเปล่า” คำพูดยาวยืดแฝงไปด้วยความห่วงใยจากพี่ชายเพียงคนเดียวนั้นย้ำกับฉันเป็นร้อยรอบตั้งแต่ก้าวขาออกจากบ้านจนมาถึงที่พัก“เข้าใจค้าบคุณผู้ปกครอง”“ตอนเย็นรีบไปอาบน้ำแล้วก็กลับเข้าห้อง ล็อคประตูให้ดีด้วยเข้าใจมั้ย มีใครมาเคาะหรือชวนไปไหนก็อย่าไป ใครมาบอกว่าพี่ให้ไปหาก็ไม่ต้องไปเพราะพี่จะโทรมาบอกเราก่อนแล้วก็จะมารับเราออกไปเองถ้าต้องไปไหน” คนตรงหน้ายังพูดไม่ยอมหยุด ฉันก็ได้แต่รับฟังแล้วก็พยักหน้าหงึกหงักให้เป็นคำตอบ“จะออกไปไหนส่งไลน์ทิ้งไว้ให้พี่ด้วย เข้าใจมั้ย”“เข้าใจแล้วค่า” ฉันฉีกยิ้มกว้างอีกครั้งก่อนจะโบกไม้โบกมือให้คนตรงหน้าแล้วแยกย้ายกัน “เริ่มงานวันแรกจิตใจก็จดจ่ออยู่กับน้องสา







