LOGINเกี๊ยว…
ในที่สุดวันที่ฉันต้องกลายเป็นพนักงานในร้านสะดวกซื้อก็มาถึง ดีหน่อยที่คนในร้านเคยเห็นหน้าฉันอยู่บ้างเพราะฉันเป็นนักศึกษาในมหาลัยข้างหน้านี้ และมักจะแวะมาซื้อของที่นี่บ่อย ๆ ทุกคนก็เลยช่วยสอนงานฉันเป็นอย่างดีและไม่มีทีท่าว่ารังเกียจฉันจากเรื่องที่เป็นข่าวอยู่
“เดี๋ยวเกี๊ยวไปดูไอศกรีมในตู้ให้พี่หน่อยว่ามีอะไรต้องสั่งบ้าง เย็นนี้พี่จะสั่งของ ถึงรอบสั่งไอศกรีมแล้ว”
พี่ผู้จัดการร้านหันมาบอกฉันขณะกำลังนับเงินในลิ้นชักอยู่ ส่วนคนอื่น ๆ ก็คิดเงินให้ลูกค้าและช่วยกันเติมของในชั้นวาง
“ได้ค่ะ”
ฉันรับคำก่อนจะเดินตรงไปยังอีกมุมของร้านเพื่อทำการเช็กไอศกรีมในตู้แช่แข็งตามที่พี่ผู้จัดการบอก
“สวัสดีค่ะ เชิญค่ะ / สวัสดีครับ เชิญครับ”
เสียงพวกพี่ ๆ ที่ประจำอยู่หน้าเคาท์เตอร์ทักทายลูกค้าที่เดินเข้ามาในร้าน ฉันไม่ได้สนใจอะไรนักเพราะมัวแต่จดบันทึกของที่จะต้องสั่ง จนกระทั่งร่างสูงโปร่งของใครบางคนเดินเข้ามาในจุดที่ฉันยืนอยู่
“อะไรอร่อยอะ”
เสียงนี่คุ้นจัง?
“ลูกค้าชอบ… ”
จากที่คิดว่าเป็นลูกค้าแต่พอหันไปหาคนข้าง ๆ แล้วไม่ใช่ ฉันขมวดคิ้วมองเขาด้วยความงุนงงที่เจอเขาที่นี่ วันนี้เขามาในชุดนักศึกษาจึงดูแปลกตากว่าวันถ่ายแบบและเข็มตรามหาลัยของเขาก็เป็นคนละที่กับฉัน
“ถามก็ไม่ตอบ อยากโดนคอมเพลนเหรอ”
อ้าว?
พูดจบคนข้าง ๆ ก็เดินไปหยิบตระกร้าใส่ของที่วางอยู่ก่อนจะเดินไปยังชั้นขนม ฉันได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ในใจว่าเขาเรียนอีกมหาลัยหนึ่งซึ่งไกลจากมหาลัยฉันมาก ๆ แล้วมาซื้อของที่นี่ทำไม
“หรือเขาจะพักแถวนี้?”
“เกี๊ยวมานี่ก่อน พี่จะสอนคิดเงินลูกค้า”
เสียงพี่ผู้จัดการร้านเรียกฉันพร้อมกวักมือให้เดินเข้าไปหา
“สอนน้องใหม่ตั้งแต่วันแรกเลยเหรอพี่”
พี่เคาเตอร์ข้าง ๆ ถามแซว ๆ
“เออวันนี้แหละลูกค้าไม่เยอะ อีกอย่างน้องมันไหวพริบดี สอนอะไรก็จำได้หมดแล้ว เผื่อลูกค้าเยอะ ๆ จะได้ช่วยกันได้”
พี่ผู้จัดการตอบก่อนจะหันมาสนใจฉัน ลูกค้าที่ฉันประเดิมคิดเงินเป็นคนแรกก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นเจ้าของผมสีทองหน้านิ่งที่เคยปฏิเสธฉันวันนั้น…
“เอานี่เพิ่มด้วยครับ”
คนตรงหน้าหยิบกล่องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ บนชั้นวางหน้าเคาท์เตอร์ลงตรงหน้า ก่อนจะเหลือบมองฉันแล้วหันไปสนใจกระเป๋าตังแทน นี่เขาซื้อขนมช็อกโกแลตเต็มตะกร้าแล้วก็ซื้อถุงยางอนามัยไปพร้อมกัน? หรือเอาไว้กินตอนทำเรื่องบนเตียงเหรอแปลกจัง?
จากวันนั้นมาอีตาผมทองนั่นก็มาซื้อของที่นี่เกือบทุกวัน ทันทีที่เขาเข้ามาในร้านถ้าเห็นฉันอยู่จุดไหนเขาก็จะเดินไปหยิบของใกล้ ๆ ฉันแล้วเดินเลือกซื้อขนมที่เป็นช็อกโกแลตต่อ ตามด้วยถุงยางอนามัยเหมือนกับทุกครั้งที่เขาแวะมา
“ลูกค้าคนนี้เขาซื้อถุงยางบ่อยมากเลยนะเจ้ ใช้วันละกล่องเลยหรือไง”
พี่คนหนึ่งที่ยืนเฝ้าเคาท์เตอร์อยู่ข้างฉันหันไปถามผู้จัดการที่กำลังนับเงินอยู่ข้าง ๆ
“เขาป้องกันก็ดีแล้ว แกไปยุ่งอะไรกับเขาอีกล่ะ”
พี่ผู้จัดการว่า
“บ่อยไปมั้ยเจ้ คนอะไรจะอึ๊บกันทุกวัน วันละสามครั้งเลย”
พอได้ยินพี่ข้าง ๆ พูดแบบนั้นก็ทำให้ฉันรู้สึกขนลุกขึ้นมา คนบ้าอะไรจะทำบ่อยขนาดนั้น แบบนี้ผู้หญิงของเขาจะไม่ตายเลยหรือไง
“แกก็สนใจของอย่างอื่นที่เขาซื้อบ้างสิ ไม่ใช่สนใจแต่อย่างเดียว”
“ขนมเด็กกินน่ะเหรอ แต่เขาก็ซื้อไปเยอะจริง ๆ นั่นแหละ”
การทำงานในสัปดาห์แรกของฉันผ่านไปด้วยดีอย่างไม่น่าเชื่อ ลูกปลากับพี่ปอยยังคงติดต่อมาหาฉันบ่อย ๆ และนัดเจอกันบ้างถ้าฉันเลิกงานตอนเย็น ฉันลองถามถึงนายแบบหัวทองคนนั้นกับพี่ปอยก็รู้มาว่าเขามีเพื่อนที่เรียนอยู่ที่มหาลัยเดียวกันกับฉัน คนคนนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นอดีตเดือนแพทย์ปีสี่ที่เป็นสามีมโนของใครหลาย ๆ คน ก็เลยทำให้ฉันคลายความสงสัยเรื่องที่เขามาซื้อของแถวนี้
“สวัสดีค่ะเชิญค่ะ / สวัสดีครับ เชิญครับ”
เสียงพวกพี่ ๆ ที่ประจำหน้าเคาท์เตอร์ทักทายลูกค้าเหมือนกับทุกครั้งที่มีลูกค้าเดินเข้ามาในร้าน ส่วนฉันก็เติมของตามชั้นวางต่าง ๆ ช่วยพี่อีกคน
“เฮ้ย ทำไมวันนี้เงินไม่ครบอะ หายไปหลายพันเลยนะเนี่ย”
เสียงพี่ผู้จัดการที่นับเงินอยู่หน้าเคาท์เตอร์ร้องขึ้นด้วยความตกใจ พวกเราที่ยืนอยู่คนละทิศทางก็ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรต่อ
“มันจะหายได้ไงเจ้ นับดูดี ๆ ดิ๊ ร้อยวันพันปีไม่เคยหาย”
หนึ่งในพี่ที่สนิทกันกับผู้จัดการร้านพูดขึ้น
“เออจะหายได้ไง เราอยู่กันมาตั้งนานเงินไม่เคยหาย”
พี่อีกคนหนึ่งพูดขึ้นบ้าง
“อ้าวแกพูดแบบนี้เดี๋ยวน้องใหม่ก็ตกใจหรอก พอน้องมาแล้วเงินหายไรงี้”
“แต่เกี๊ยวไม่ได้เอาไปจริง ๆ นะคะ พี่ดูกล้องได้เลย”
ฉันรีบปฏิเสธ เพราะไม่เคยคิดจะขโมยเงินร้าน ถึงจะร้อนเงินแต่ก็ใช่ว่าจะคิดทำลายอนาคตตัวเองสักหน่อย อีกอย่างในร้านมีกล้องหลายจุดถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นก็น่าจะตรวจดูให้แน่ใจก่อน
“ทอนผิดหรือเปล่าลองดูดี ๆ”
พี่อีกคนหนึ่งพูดบ้าง
“บอกแล้วว่าให้น้องใหม่เข้าเครื่องเร็วมันจะทอนเงินผิด หายเยอะขนาดนี้ค่าแรงเดือนแรกคงหมดแล้วมั้ง ทำงานไม่เต็มเดือนด้วยเนี่ย เดี๋ยวพรุ่งนี้เงินก็ออกแล้ว”
พี่ที่สนิทกับผู้จัดการพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดก่อนจะช่วยกันนับเงินในลิ้นชักอื่น ใช่แล้วล่ะ ฉันเพิ่งทำงานได้หนึ่งสัปดาห์เต็ม ๆ แล้วพรุ่งนี้เป็นวันเงินเดือนออก ก็หมายความว่าค่าแรงเจ็ดวันของฉันอาจจะโดนหักเพราะทำเงินหาย แต่ก็พิสูจน์ไม่ได้สักหน่อยว่าเงินหายเพราะฉัน
หมับ!
“อ๊ะ”
มือใหญ่ที่เดินมาคว้าข้อมือฉันให้เดินตามเขาไปที่หน้าเคาท์เตอร์ทำให้ฉันและคนในร้านตกใจ คนหน้านิ่งไม่ได้พูดอะไรกับฉัน แต่วางตะกร้าใสของลงหน้าเคาท์เตอร์ก่อนจะวางธนบัตรสีเทาหลายสิบใบไว้ตรงหน้า
“วันนี้เด็กนี่จะมาทำงานที่นี่เป็นวันสุดท้าย เดี๋ยวส่งใบลาออกทางไลน์มาให้ แล้วก็เงินนี่เอาไปแทนเงินที่หายไปซะ”
พูดจบเขาก็รับของที่คิดเงินเสร็จมาถือไว้จะพาฉันเดินออกมาจากด้านในทั้ง ๆ ที่ยังไม่ยอมปล่อยมือฉัน
“นี่คุณคิดจะทำอะไรน่ะ ปล่อยนะ”
ฉันชักมือกลับก่อนจะถามคนตรงหน้าที่ถอนหายใจออกมาเบา ๆ พร้อมกับจ้องมองฉันด้วยใบหน้าไร้อารมณ์อย่างที่เคยทำ
“ฉันไม่ได้เป็นคนเอาเงินไปนะ แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าเงินนั่นหายไปได้ยังไง”
ฉันพูดต่อ
“พี่”
เขาเน้นคำชัด ๆ พร้อมกับมองมาที่ฉันด้วยแววตาดุ ๆ
“อะไร?”
นั่นน่ะสิ อยู่ ๆ พูดอะไรน่ะฉันไม่เข้าใจ
“ฉันอยู่ปีสี่ อายุมากกว่าเธอเพราะงั้นเธอต้องเรียกฉันพี่”
อ่อ
“ไม่อะไม่สนิทกันสักหน่อย”
“เดี๋ยวได้สนิท”
อะไรของเขา
"สองแสนใช่มั้ย"
คนตรงหน้าพูดต่อ
"คะ?"
"ค่าตัวเธอน่ะ สองแสนใช่มั้ย"
"ค่าตัว…"
ไม่ใช่ว่าเขาเปลี่ยนใจแล้วนะ เรื่องที่ฉันไปหาเขาวันนั้นน่ะ
"ไปอยู่กับฉันแล้วฉันจะให้เงินเธอ"
"พี่หมายถึง..."
ตอนนี้ฉันเรียกเขาพี่ก็ได้ถ้ามันทำให้เขาพอใจแล้วดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายให้ฉัน
"ค่าเทอมฉันจะจ่ายให้ เสื้อผ้ารองเท้ากระเป๋า เงินทำสวย ไปเที่ยว ช้อปปิ้ง ฉันจะดูแลให้เอง"
"หมายถึงให้ฉัน เอ้ยให้เกี๊ยวไปอยู่กับพี่น่ะเหรอคะ แล้วจะได้..."
"ไปอยู่กับฉันจนกว่าฉันจะเบื่อเธอ"
"แต่พี่ต้องสัญญาก่อนว่าจะไม่ทำร้ายร่างกายเกี๊ยว โอเคมั้ยคะ"
"ถ้าเธอเป็นเด็กดี ก็จะไม่เจ็บตัว"
"ถ้างั้นวันพรุ่งนี้… / วันนี้"
หืม? อย่าบอกนะว่าจะให้ฉันไปอยู่กับเขาตอนนี้เลยน่ะ
"เดี๋ยวนี้"
"คะ?"
"ขึ้นรถ"
"แต่ว่า..."
"อย่าให้ฉันต้องพูดซ้ำ"
เกี๊ยว…เช้าตรู่ของวันใหม่ฉันตื่นมาทำกับข้าวให้พี่ชายกับใครบางคน เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ที่เดินเข้ามาหาฉันตรงโต๊ะไม้ระหว่างบังกาโลสองหลังนั้นไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใคร“ตื่นเช้าจังเลยค่ะ วันนี้พี่กันต์ไม่ต้องไปทำงานนี่คะ ไหนบอกว่าตอนสาย ๆ จะพาคุณน้าพบรักไปซื้อของมาตกแต่งห้องให้ลูกค้าไง” ฉันถามคนตรงหน้าขณะตักข้าวต้มร้อน ๆ ใส่ถ้วยให้พี่ชายตัวเอง“พี่ว่าจะไปดูเขาปรับพื้นที่โซนสระว่ายน้ำหน่อยน่ะ ถ้าไม่ดีจะได้รีบแก้เดี๋ยวสระว่ายน้ำออกมาไม่สวย” คนเป็นพี่ชายเงยหน้ามาตอบก่อนจะก้มหน้าก้มตากินข้าวไปด้วย“อะไรจะขยันขนาดนั้นคะ วันนี้ไปซื้อของตอนบ่าย ตอนเช้าพี่กันต์ก็นอนพักสักหน่อยสิคะ” ฉันแซวพี่ชายขณะวางแก้วน้ำลงตรงหน้า“ก็ถ้าไม่ใช่เรือนหอของน้องพี่ พี่ก็จะทำแค่หน้าที่นั่นแหละ แต่นี่เรือนหอน้องตัวเองไงก็เลยอยากเต็มที่ให้มาก ๆ” พี่ชายเงยหน้ามาตอบพร้อมกับอมยิ้มให้ฉันไปด้วย“แล้วนี่ไอ้นั่นยังไม่ตื่นอีกเหรอ นอนกินบ้านกินเมืองชะมัด” สุดท้ายก็ยังไม่วายกระแนะกระแหนว่าที่น้องเขยตัวเองอยู่ดี ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่สองคนนี้จะคุยกันดี ๆ สักที“ให้เกี๊ยวไปปลุกมั้ยคะ จะได้นั่งกินข้าวด้วย” ฉันถามยิ้ม ๆ ทั้งท
เกี๊ยว…ผ่านไปแค่สองวันเท่านั้นวันรวมญาติของบ้านพี่ทัพก็มาถึง ฉันเพิ่งรู้ว่าคนตระกูลนี้จะนัดรวมญาติครั้งใหญ่กันปีละหนึ่งถึงสองครั้ง แล้วก็เพิ่งรู้ด้วยว่าญาติพี่น้องของพี่ทัพนั้นมีทั้งในไทยและต่างประเทศ ส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจและแพทย์ในโรงพยาบาลใหญ่ มีเปิดคลินิกเป็นของตัวเองและรับงานสอนนักศึกษาในมหาลัยอีกด้วย“เกี๊ยวยังไม่พร้อมเลยนะ” ฉันหันไปกระซิบบอกคนข้าง ๆ ขณะที่เรากำลังเดินไปยังชายหาดที่อยู่ไม่ห่างจากโรงแรมของคุณน้าพบรักมากนัก พอรู้ว่าพี่เขากับคุณน้าเป็นญาติกันฉันก็อดตื่นเต้นไม่ได้ ถ้าคุณน้ารู้ว่าฉันเป็นแฟนของหลานชายท่านแล้วจะรู้สึกยังไงนะเบื้องหน้าของฉันมีโต๊ะอาหารขนาดใหญ่ตั้งไว้หนึ่งตัว เก้าอี้หลายตัวถูกผูกด้วยผ้าสีขาวขณะที่รอบ ๆ นั้นประดับด้วยดวงไฟสีขาวสลับเหลืองและดอกไม้สวยงามราวกับกำลังมีงานสำคัญ ในนั้นพี่ทัพบอกว่ามีแค่ญาติพี่น้องกันเท่านั้น ไม่มีใครอื่นแม้กระทั่งแม่บ้านก็ไม่มี เป็นการรวมญาติที่อาหารบนโต๊ะบรรดาญาติผู้หญิงเป็นคนช่วยกันทำมา มีผลไม้หลากหลายชนิดพี่ทัพบอกว่าเอามาจากสวนของบ้านพี่ธาม“แม่พบทำไมอยู่คนเดียวล่ะครับ / คุณน้าพบรัก สวัสดีค่ะ” พี่ทัพเอ่ยทักทายคุ
เกี๊ยว…“ยืนมองอะไร จะไปนอนกับมันก็ไป” คนเป็นพี่ชายปรายตามองฉันเมื่อเราสองคนเดินเข้ามาในบังกาโลเรียบร้อยแล้ว“แล้วพี่กันต์ล่ะคะ”“พี่ก็ไปนอนอีกหลังไง ยังไงก็จะแต่งงานกันอยู่แล้ว จะติดพี่แบบนี้ไม่ได้นะ เราต้องมีครอบครัวเป็นของตัวเอง” น้ำเสียงดุ ๆ ทว่าแววตากลับแฝงไปด้วยความห่วงใยทำให้ฉันต้องเดินเข้าไปสวมกอดพี่ชายเอาไว้แน่น แค่รู้ว่าต้องนอนบ้านคนละหลังต้องแยกกันอยู่ก็หดหู่อย่างบอกไม่ถูก“อะไรกัน จะแต่งงานแล้วยังงอแงอีกนะ” คนเป็นพี่ชายดันฉันออกจากแผงอกก่อนจะยีผมฉันเบา ๆ “ไปนอนได้แล้ว พี่ก็จะอาบน้ำเข้านอนแล้วเหมือนกัน วันนี้เหนื่อย”“ค่ะ ฝันดีนะคะชายสุดหล่อ” ฟอด! ฉันเขย่งปลายเท้าขึ้นเล็กน้อยก่อนจะกดปลายจมูกลงบนแก้มเนียนของพี่ชายพร้อมกับส่งยิ้มให้ ยืนมองแผ่นหลังกว้างของพี่ชายจนรับรู้ถึงแรงสะกิดที่หัวไหล่จากใครบางคน “คะ?” ฉันหันไปถามคนข้าง ๆ ก่อนจะเดินจูงมือกันเข้ามาในห้องแล้วเก็บของให้เข้าที่เข้าทางโดยที่พี่ทัพไม่ได้พูดอะไรออกมา“เกี๊ยวติดมันขนาดนั้นเลยเหรอ” อยู่ ๆ เสียงทุ้มของคนที่กำลังเปลี่ยนชุดเตรียมอาบน้ำก็เอ่ยถามขณะที่ฉันกำลังเตรียมชุดนอนออกมาให้พี่เขา “ค่ะ” ฉันเ
เกี๊ยว…ตกเย็นเราสองคนเดินเล่นกันตามชายหาดไปเรื่อย ๆ จนถึงแคมป์คนงานที่ฉันพักอยู่ สายตาดุ ๆ ของพี่กันต์ซึ่งจ้องมองมายังเราสองคนที่กำลังเดินเข้าไปในแคมป์คนงาน ทำให้ฉันรีบชักมือที่กุมกันไว้กับคนข้าง ๆ กลับอย่างรวดเร็ว“ไปไหนมา แล้วนี่ทำไมถึงมากับมัน” คนเป็นพี่ชายเอ่ยถามเสียงดุพร้อมกับเดินเข้ามาดึงข้อมือฉันให้ไปยืนใกล้ ๆ“เกี๊ยวไปเดินเล่นกับกูมา แล้วคืนนี้กูก็จะให้เกี๊ยวไปค้างกับกูด้วย / พี่ทัพ!” ฉันรีบท้วงคนหน้านิ่งที่ยืนจ้องพี่ชายฉันอยู่ ไม่คิดว่าพี่เขาจะพูดอะไรแบบนี้ออกมา ตอนเดินมาส่งฉันก็ตกลงกันแล้วว่าฉันจะค้างกับพี่กันต์ที่นี่นี่นา “ทำไมมึงถึงคิดว่ากูจะยอมปล่อยน้องกูไปนอนกับมึง แค่ที่ผ่านมามึงย่ำยีจนไม่เหลือชิ้นดีกูก็อยากเอาตีนลูบหน้ามึงจะแย่แล้ว” พี่กันต์ตวัดสายตาให้คนตรงหน้าด้วยความไม่พอใจ ฉันได้แต่ยืนถอนหายใจพรืดใหญ่ออกมาเพราะไม่รู้ว่าต้องทำยังไงต่อ ตอนนี้พี่ซันก็ไม่อยู่แล้วด้วยเพราะกลับไปดูแลผับแทนพี่ทัพ ถ้าเกิดสองคนนี้ทะเลาะกันขึ้นมาฉันไม่รู้เลยว่าจะรับมือยังไง“ไม่ให้เกี๊ยวไปก็เรื่องของมึง แต่กูจะให้เกี๊ยวไปนอนกับกู แล้วก็ที่กูมาบอกกูไม่ได้มาขออนุญาตแต่กูมาบอ
เกี๊ยว…ฉันเดินตามคนบางคนเข้ามาด้านในขณะที่สายตานั้นมองไปรอบ ๆ ด้วยความตื่นเต้น พื้นที่ด้านในร่มรื่นเย็นสบายราวราวกับมีป่าส่วนตัว “สวยจังเลยค่ะ” ฉันหันไปบอกคนข้าง ๆ ขณะที่เราเดินมาถึงเก้าอี้ไม้ในโซนนั่งพักผ่อน จุดนี้สามารถมองออกไปนอกรั้วบังกาโลเพื่อชมวิวทิวทัศน์บนชายหาดได้ “ที่นี่สร้างไว้นานแล้วแต่พี่ไม่ค่อยได้มาพัก ส่วนมากจะมาพักเวลามาทำธุระหรือแวะมาหาญาติแถวนี้น่ะ” คนที่หันมาสบตากับฉันเอ่ยบอก“พี่ทัพมีญาติที่นี่ด้วยเหรอคะ” ฉันเอ่ยถามด้วยความสนใจ จะว่าไปแล้วพี่เขาก็กว้างขวางและมีครอบครัวตระกูลใหญ่เหมือนกันนะเนี่ย“มีสิ เดี๋ยววันหลังพี่พาไปเจอ”“ไปเจอญาติพี่เหรอคะ”“อื้ม ใกล้ถึงวันรวมญาติแล้วเดี๋ยวพาไปเปิดตัว แต่พี่ว่าเกี๊ยวน่าจะพอรู้จักบ้างแล้วล่ะถ้าญาติที่เป็นรุ่นราวคราวเดียวกันน่ะ” ประโยคต่อมาของใครบางคนทำให้ฉันแอบกังวลไม่น้อย พอนึกถึงฐานะ หน้าที่การงานและสังคมของเราสองคนแล้วมันช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว ครอบครัวพี่เขาจะรับฉันได้มั้ยนะ “ทำไมทำหน้าแบบนั้นหื้ม คนในบ้านพี่ใจดีทุกคนโดยเฉพาะกับลูกสะใภ้” ฝ่ามือใหญ่เอื้อมมายีผมฉันเบา ๆ เมื่อเห็นสีหน้าของฉันหม่นลง “บ
เกี๊ยว…เช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้นฉันกับพี่กันต์ก็เดินทางมาถึงเกาะที่พี่กันต์จะต้องทำงาน ไม่ไกลจากไซส์งานที่พี่กันทำอยู่มีแคมป์คนงานตั้งอยู่ด้วย ฉันกับพี่กันต์พักในห้องเดียวกัน ที่พักของเราเป็นเพิงสักกะสีเล็ก ๆ ถึงจะไม่สะดวกสะบายมากแต่ก็ดีกว่าโดนทิ้งให้อยู่บ้านคนเดียว “ตอนกลางวันอย่าไปไหนไกลนะรู้มั้ย เปิดเสียงโทรศัพท์ให้ดังเข้าไว้เพราะพี่จะโทรหาเราบ่อย ๆ ที่นี่คนงานเยอะแต่ก็ห้ามไว้ใจใครด้วยเข้าใจรึเปล่า” คำพูดยาวยืดแฝงไปด้วยความห่วงใยจากพี่ชายเพียงคนเดียวนั้นย้ำกับฉันเป็นร้อยรอบตั้งแต่ก้าวขาออกจากบ้านจนมาถึงที่พัก“เข้าใจค้าบคุณผู้ปกครอง”“ตอนเย็นรีบไปอาบน้ำแล้วก็กลับเข้าห้อง ล็อคประตูให้ดีด้วยเข้าใจมั้ย มีใครมาเคาะหรือชวนไปไหนก็อย่าไป ใครมาบอกว่าพี่ให้ไปหาก็ไม่ต้องไปเพราะพี่จะโทรมาบอกเราก่อนแล้วก็จะมารับเราออกไปเองถ้าต้องไปไหน” คนตรงหน้ายังพูดไม่ยอมหยุด ฉันก็ได้แต่รับฟังแล้วก็พยักหน้าหงึกหงักให้เป็นคำตอบ“จะออกไปไหนส่งไลน์ทิ้งไว้ให้พี่ด้วย เข้าใจมั้ย”“เข้าใจแล้วค่า” ฉันฉีกยิ้มกว้างอีกครั้งก่อนจะโบกไม้โบกมือให้คนตรงหน้าแล้วแยกย้ายกัน “เริ่มงานวันแรกจิตใจก็จดจ่ออยู่กับน้องสา







