ANMELDENเกี๊ยว…
ในที่สุดวันที่ฉันต้องกลายเป็นพนักงานในร้านสะดวกซื้อก็มาถึง ดีหน่อยที่คนในร้านเคยเห็นหน้าฉันอยู่บ้างเพราะฉันเป็นนักศึกษาในมหาลัยข้างหน้านี้ และมักจะแวะมาซื้อของที่นี่บ่อย ๆ ทุกคนก็เลยช่วยสอนงานฉันเป็นอย่างดีและไม่มีทีท่าว่ารังเกียจฉันจากเรื่องที่เป็นข่าวอยู่
“เดี๋ยวเกี๊ยวไปดูไอศกรีมในตู้ให้พี่หน่อยว่ามีอะไรต้องสั่งบ้าง เย็นนี้พี่จะสั่งของ ถึงรอบสั่งไอศกรีมแล้ว”
พี่ผู้จัดการร้านหันมาบอกฉันขณะกำลังนับเงินในลิ้นชักอยู่ ส่วนคนอื่น ๆ ก็คิดเงินให้ลูกค้าและช่วยกันเติมของในชั้นวาง
“ได้ค่ะ”
ฉันรับคำก่อนจะเดินตรงไปยังอีกมุมของร้านเพื่อทำการเช็กไอศกรีมในตู้แช่แข็งตามที่พี่ผู้จัดการบอก
“สวัสดีค่ะ เชิญค่ะ / สวัสดีครับ เชิญครับ”
เสียงพวกพี่ ๆ ที่ประจำอยู่หน้าเคาท์เตอร์ทักทายลูกค้าที่เดินเข้ามาในร้าน ฉันไม่ได้สนใจอะไรนักเพราะมัวแต่จดบันทึกของที่จะต้องสั่ง จนกระทั่งร่างสูงโปร่งของใครบางคนเดินเข้ามาในจุดที่ฉันยืนอยู่
“อะไรอร่อยอะ”
เสียงนี่คุ้นจัง?
“ลูกค้าชอบ… ”
จากที่คิดว่าเป็นลูกค้าแต่พอหันไปหาคนข้าง ๆ แล้วไม่ใช่ ฉันขมวดคิ้วมองเขาด้วยความงุนงงที่เจอเขาที่นี่ วันนี้เขามาในชุดนักศึกษาจึงดูแปลกตากว่าวันถ่ายแบบและเข็มตรามหาลัยของเขาก็เป็นคนละที่กับฉัน
“ถามก็ไม่ตอบ อยากโดนคอมเพลนเหรอ”
อ้าว?
พูดจบคนข้าง ๆ ก็เดินไปหยิบตระกร้าใส่ของที่วางอยู่ก่อนจะเดินไปยังชั้นขนม ฉันได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ในใจว่าเขาเรียนอีกมหาลัยหนึ่งซึ่งไกลจากมหาลัยฉันมาก ๆ แล้วมาซื้อของที่นี่ทำไม
“หรือเขาจะพักแถวนี้?”
“เกี๊ยวมานี่ก่อน พี่จะสอนคิดเงินลูกค้า”
เสียงพี่ผู้จัดการร้านเรียกฉันพร้อมกวักมือให้เดินเข้าไปหา
“สอนน้องใหม่ตั้งแต่วันแรกเลยเหรอพี่”
พี่เคาเตอร์ข้าง ๆ ถามแซว ๆ
“เออวันนี้แหละลูกค้าไม่เยอะ อีกอย่างน้องมันไหวพริบดี สอนอะไรก็จำได้หมดแล้ว เผื่อลูกค้าเยอะ ๆ จะได้ช่วยกันได้”
พี่ผู้จัดการตอบก่อนจะหันมาสนใจฉัน ลูกค้าที่ฉันประเดิมคิดเงินเป็นคนแรกก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นเจ้าของผมสีทองหน้านิ่งที่เคยปฏิเสธฉันวันนั้น…
“เอานี่เพิ่มด้วยครับ”
คนตรงหน้าหยิบกล่องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ บนชั้นวางหน้าเคาท์เตอร์ลงตรงหน้า ก่อนจะเหลือบมองฉันแล้วหันไปสนใจกระเป๋าตังแทน นี่เขาซื้อขนมช็อกโกแลตเต็มตะกร้าแล้วก็ซื้อถุงยางอนามัยไปพร้อมกัน? หรือเอาไว้กินตอนทำเรื่องบนเตียงเหรอแปลกจัง?
จากวันนั้นมาอีตาผมทองนั่นก็มาซื้อของที่นี่เกือบทุกวัน ทันทีที่เขาเข้ามาในร้านถ้าเห็นฉันอยู่จุดไหนเขาก็จะเดินไปหยิบของใกล้ ๆ ฉันแล้วเดินเลือกซื้อขนมที่เป็นช็อกโกแลตต่อ ตามด้วยถุงยางอนามัยเหมือนกับทุกครั้งที่เขาแวะมา
“ลูกค้าคนนี้เขาซื้อถุงยางบ่อยมากเลยนะเจ้ ใช้วันละกล่องเลยหรือไง”
พี่คนหนึ่งที่ยืนเฝ้าเคาท์เตอร์อยู่ข้างฉันหันไปถามผู้จัดการที่กำลังนับเงินอยู่ข้าง ๆ
“เขาป้องกันก็ดีแล้ว แกไปยุ่งอะไรกับเขาอีกล่ะ”
พี่ผู้จัดการว่า
“บ่อยไปมั้ยเจ้ คนอะไรจะอึ๊บกันทุกวัน วันละสามครั้งเลย”
พอได้ยินพี่ข้าง ๆ พูดแบบนั้นก็ทำให้ฉันรู้สึกขนลุกขึ้นมา คนบ้าอะไรจะทำบ่อยขนาดนั้น แบบนี้ผู้หญิงของเขาจะไม่ตายเลยหรือไง
“แกก็สนใจของอย่างอื่นที่เขาซื้อบ้างสิ ไม่ใช่สนใจแต่อย่างเดียว”
“ขนมเด็กกินน่ะเหรอ แต่เขาก็ซื้อไปเยอะจริง ๆ นั่นแหละ”
การทำงานในสัปดาห์แรกของฉันผ่านไปด้วยดีอย่างไม่น่าเชื่อ ลูกปลากับพี่ปอยยังคงติดต่อมาหาฉันบ่อย ๆ และนัดเจอกันบ้างถ้าฉันเลิกงานตอนเย็น ฉันลองถามถึงนายแบบหัวทองคนนั้นกับพี่ปอยก็รู้มาว่าเขามีเพื่อนที่เรียนอยู่ที่มหาลัยเดียวกันกับฉัน คนคนนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นอดีตเดือนแพทย์ปีสี่ที่เป็นสามีมโนของใครหลาย ๆ คน ก็เลยทำให้ฉันคลายความสงสัยเรื่องที่เขามาซื้อของแถวนี้
“สวัสดีค่ะเชิญค่ะ / สวัสดีครับ เชิญครับ”
เสียงพวกพี่ ๆ ที่ประจำหน้าเคาท์เตอร์ทักทายลูกค้าเหมือนกับทุกครั้งที่มีลูกค้าเดินเข้ามาในร้าน ส่วนฉันก็เติมของตามชั้นวางต่าง ๆ ช่วยพี่อีกคน
“เฮ้ย ทำไมวันนี้เงินไม่ครบอะ หายไปหลายพันเลยนะเนี่ย”
เสียงพี่ผู้จัดการที่นับเงินอยู่หน้าเคาท์เตอร์ร้องขึ้นด้วยความตกใจ พวกเราที่ยืนอยู่คนละทิศทางก็ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรต่อ
“มันจะหายได้ไงเจ้ นับดูดี ๆ ดิ๊ ร้อยวันพันปีไม่เคยหาย”
หนึ่งในพี่ที่สนิทกันกับผู้จัดการร้านพูดขึ้น
“เออจะหายได้ไง เราอยู่กันมาตั้งนานเงินไม่เคยหาย”
พี่อีกคนหนึ่งพูดขึ้นบ้าง
“อ้าวแกพูดแบบนี้เดี๋ยวน้องใหม่ก็ตกใจหรอก พอน้องมาแล้วเงินหายไรงี้”
“แต่เกี๊ยวไม่ได้เอาไปจริง ๆ นะคะ พี่ดูกล้องได้เลย”
ฉันรีบปฏิเสธ เพราะไม่เคยคิดจะขโมยเงินร้าน ถึงจะร้อนเงินแต่ก็ใช่ว่าจะคิดทำลายอนาคตตัวเองสักหน่อย อีกอย่างในร้านมีกล้องหลายจุดถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นก็น่าจะตรวจดูให้แน่ใจก่อน
“ทอนผิดหรือเปล่าลองดูดี ๆ”
พี่อีกคนหนึ่งพูดบ้าง
“บอกแล้วว่าให้น้องใหม่เข้าเครื่องเร็วมันจะทอนเงินผิด หายเยอะขนาดนี้ค่าแรงเดือนแรกคงหมดแล้วมั้ง ทำงานไม่เต็มเดือนด้วยเนี่ย เดี๋ยวพรุ่งนี้เงินก็ออกแล้ว”
พี่ที่สนิทกับผู้จัดการพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดก่อนจะช่วยกันนับเงินในลิ้นชักอื่น ใช่แล้วล่ะ ฉันเพิ่งทำงานได้หนึ่งสัปดาห์เต็ม ๆ แล้วพรุ่งนี้เป็นวันเงินเดือนออก ก็หมายความว่าค่าแรงเจ็ดวันของฉันอาจจะโดนหักเพราะทำเงินหาย แต่ก็พิสูจน์ไม่ได้สักหน่อยว่าเงินหายเพราะฉัน
หมับ!
“อ๊ะ”
มือใหญ่ที่เดินมาคว้าข้อมือฉันให้เดินตามเขาไปที่หน้าเคาท์เตอร์ทำให้ฉันและคนในร้านตกใจ คนหน้านิ่งไม่ได้พูดอะไรกับฉัน แต่วางตะกร้าใสของลงหน้าเคาท์เตอร์ก่อนจะวางธนบัตรสีเทาหลายสิบใบไว้ตรงหน้า
“วันนี้เด็กนี่จะมาทำงานที่นี่เป็นวันสุดท้าย เดี๋ยวส่งใบลาออกทางไลน์มาให้ แล้วก็เงินนี่เอาไปแทนเงินที่หายไปซะ”
พูดจบเขาก็รับของที่คิดเงินเสร็จมาถือไว้จะพาฉันเดินออกมาจากด้านในทั้ง ๆ ที่ยังไม่ยอมปล่อยมือฉัน
“นี่คุณคิดจะทำอะไรน่ะ ปล่อยนะ”
ฉันชักมือกลับก่อนจะถามคนตรงหน้าที่ถอนหายใจออกมาเบา ๆ พร้อมกับจ้องมองฉันด้วยใบหน้าไร้อารมณ์อย่างที่เคยทำ
“ฉันไม่ได้เป็นคนเอาเงินไปนะ แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าเงินนั่นหายไปได้ยังไง”
ฉันพูดต่อ
“พี่”
เขาเน้นคำชัด ๆ พร้อมกับมองมาที่ฉันด้วยแววตาดุ ๆ
“อะไร?”
นั่นน่ะสิ อยู่ ๆ พูดอะไรน่ะฉันไม่เข้าใจ
“ฉันอยู่ปีสี่ อายุมากกว่าเธอเพราะงั้นเธอต้องเรียกฉันพี่”
อ่อ
“ไม่อะไม่สนิทกันสักหน่อย”
“เดี๋ยวได้สนิท”
อะไรของเขา
"สองแสนใช่มั้ย"
คนตรงหน้าพูดต่อ
"คะ?"
"ค่าตัวเธอน่ะ สองแสนใช่มั้ย"
"ค่าตัว…"
ไม่ใช่ว่าเขาเปลี่ยนใจแล้วนะ เรื่องที่ฉันไปหาเขาวันนั้นน่ะ
"ไปอยู่กับฉันแล้วฉันจะให้เงินเธอ"
"พี่หมายถึง..."
ตอนนี้ฉันเรียกเขาพี่ก็ได้ถ้ามันทำให้เขาพอใจแล้วดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายให้ฉัน
"ค่าเทอมฉันจะจ่ายให้ เสื้อผ้ารองเท้ากระเป๋า เงินทำสวย ไปเที่ยว ช้อปปิ้ง ฉันจะดูแลให้เอง"
"หมายถึงให้ฉัน เอ้ยให้เกี๊ยวไปอยู่กับพี่น่ะเหรอคะ แล้วจะได้..."
"ไปอยู่กับฉันจนกว่าฉันจะเบื่อเธอ"
"แต่พี่ต้องสัญญาก่อนว่าจะไม่ทำร้ายร่างกายเกี๊ยว โอเคมั้ยคะ"
"ถ้าเธอเป็นเด็กดี ก็จะไม่เจ็บตัว"
"ถ้างั้นวันพรุ่งนี้… / วันนี้"
หืม? อย่าบอกนะว่าจะให้ฉันไปอยู่กับเขาตอนนี้เลยน่ะ
"เดี๋ยวนี้"
"คะ?"
"ขึ้นรถ"
"แต่ว่า..."
"อย่าให้ฉันต้องพูดซ้ำ"
เกี๊ยว…“เผ็ดเหรอคะ เอาน้ำมั้ย” ฉันถามคนที่หันไปมองทิศทางอื่นหลังจากรับแตงกวาไปเคี้ยวแล้ว ตอนนี้ใบหน้าหล่อ ๆ นั่นกลายเป็นสีแดงขึ้นมาล่ะ อาการแบบนี้! เผ็ดแน่นอน!“อ่อ อื้ม”“นี่ค่ะ” เพราะไม่ได้ซื้อน้ำเปล่ามาด้วยก็เลยยื่นชานมไข่มุกที่ฉันซื้อมาเพียงแก้วเดียวให้พี่เขาไป แต่แล้วใบหน้าบิดเบี้ยวเหมือนกินของบูดของพี่เขาก็ทำให้ฉันต้องตกใจ“พี่…”“ทำไมมันหวานแบบนี้เกี๊ยว” เสียงดุ ๆ เอ่ยถามก่อนจะสบัดหัวไปมาพร้อมกับยกไหล่ขึ้นสองข้างราวกับกำลังขนลุก“ก็ชานมไข่มุกมันเป็นของหวานนี่คะ” ฉันตอบด้วยสีหน้างุนงง ไม่ใช่ว่าพี่เขารู้อยู่แล้วหรอกเหรอว่ามันเป็นของหวานน่ะ คนบ้าอะไรไม่รู้จักชานมไข่มุก“ฉันไม่ชอบอะไรหวาน ๆ ทีหลังไม่ต้องเอามาให้กินอีก” “อ๋อเข้าใจแล้วค่ะ” แต่พี่เขาซื้อช็อกโกแลตกับขนมขบเคี้ยวไหนจะพวกเยลลี่ติดมือกลับห้องออกจะบ่อยนี่นา แล้วมาบอกว่าไม่ชอบของหวานทำไม… ย้อนแย้งชะมัด!“สงสัยอะไรให้ถามไม่ใช่มานั่งคิดเอง เห็นแล้วหงุดหงิด” ให้ตายสิคนแถวนี้อ่านใจฉันได้ด้วยแฮะ“พี่ซื้อขนมออกจะบ่อยแล้วมาบอกว่าไม่ชอบของหวานได้ยังไงกันคะ” ฉันหันไปถามพลางจิ้มลูกชิ้นเข้าปากด้วยความหงุดหงิด ในหั
เกี๊ยว…ก่อนเลิกเรียนวันนี้ฉันไม่ลืมว่ามีนัดกับลูกปลาไปเดินตลาดหลังมอด้วยกัน ในใจอยากชวนพี่ปอยสุดสวยไปเดินด้วยแต่ช่วงนี้พี่เขาไม่ว่างเพราะต้องพานางแบบไปถ่ายงานหลายที่หลังเลิกเรียน“ทำไรอะ โทรบอกพี่ทัพเหรอ” เพื่อนรักที่นั่งอยู่ข้าง ๆ หันมากระซิบถามเพราะยังอยู่ในเวลาเรียน“ใช่ ตอนพี่เขามาเกี๊ยวก็ลืมบอกน่ะว่าวันนี้ไม่ต้องมารับเพราะจะกลับเอง” ฉันกระซิบตอบเพื่อนรักก่อนจะก้มหน้าก้มตากดส่งข้อความไปหาใครบางคนเกี๊ยว : พี่คะวันนี้ไม่ต้องมารับเกี๊ยวนะ เดี๋ยวเกี๊ยวกลับเองเจ้าทัพ : ทำไม?เกี๊ยว : เกี๊ยวว่าจะไปซื้อของหลังมอกับเพื่อนเจ้าทัพ : ไปกับใคร?เกี๊ยว : ลูกปลาค่ะแต่อาจจะมีเพื่อนคนอื่นไปด้วยเจ้าทัพ : ใครบ้าง?เกี๊ยว : เกี๊ยวไม่รู้เจ้าทัพ : เสร็จแล้วก็บอก จะไปรับเกี๊ยว : ก็ได้ค่ะ“เฮ้อ!” ฉันพ่นลมหายใจออกมาเมื่อคุยยังไงก็เหมือนว่าพี่เขาจะมารับฉันให้ได้ ถ้าเป็นแบบนี้ก็เกรงใจแย่น่ะสิ จะเดินนาน ๆ หรือไปนั่งกินนมปั่นร้านประจำก็คงไม่ได้แล้ว“เป็นไรอะเกี๊ยว พี่ทัพไม่ให้ไปเหรอ” เหมือนลูกปลาจะได้ยินเสียงถอนหายใจของฉันก็เลยกระซิบถาม ฉันได้แต่มองลูกปลาด้วยสีหน้าลำบากใจก่อนจะส่ายหัวไปมาแ
เกี๊ยว…วันนี้ฉันมาเรียนเป็นวันสุดท้ายเพราะหลังจากนี้ไปจะเป็นช่วงสอบเตรียมปิดภาคเรียน ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าชีวิตนักศึกษาปีหนึ่งของฉันมันจะสาหัสมากขนาดนี้ การเรียนว่าแย่แล้วชีวิตประจำวันยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ นี่แค่เทอมแรกก็เล่นเอาน้ำตาตกในกันเลย“เกี๊ยวซึมตั้งแต่เช้าแล้วนะ เป็นอะไรหรือเปล่า” เสียงเพื่อนรักเอ่ยถามขณะที่เรากำลังเดินตรงไปยังโรงอาหารเพราะถึงช่วงพักแล้ว “เกี๊ยวมีอะไรบอกลูกปลาได้นะ ทะเลาะกับพี่ทัพเหรอ” เพื่อนรักถามต่อด้วยแววตาห่วงใย“ไม่มีอะไรหรอกลูกปลา ช่วงนี้เกี๊ยวอ่านหนังสือดึกน่ะก็เลยเพลีย ๆ แล้วก็เครียดเรื่องสอบด้วย ขอโทษนะที่ทำให้เป็นห่วง” ฉันส่งยิ้มบาง ๆ ให้เพื่อนรักก่อนจะเดินจูงมือนางเข้าไปในโรงอาหารยิ่งเห็นว่าเพื่อนเป็นห่วงฉันก็ไม่อยากบอก ที่สำคัญฉันก็ไม่มีความกล้ามากพอที่จะบอกเรื่องเมื่อคืนนี้กับลูกปลาหรอกนะ มันน่าอายจะตายไป เฮ้อ!“อื้มเกี๊ยว วันนี้เราไปเดินตลาดนัดหลังมอกันมั้ย ไม่ได้ไปนานแล้วอะ” เพื่อนรักหันมาถาม จะว่าไปตั้งแต่ที่ฉันไปอยู่ที่ผับฉันกับลูกปลาก็ไม่ได้ไปเที่ยวเล่นด้วยกันอีกเลย แถมเพื่อน ๆ ในห้องบางคนที่ยังคบฉันอยู่ก็บอกว่าเดี๋ยวนี้ฉันเก
เจ้าทัพ…ผมตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็ตอนที่มีเสียงใครบางคนส่งข้อความเข้ามา เปิดอ่านจึงรู้ว่าเป็นของรุ่นน้องต่างมหาลัย ผมตอบกลับเสร็จก็คิดจะงีบต่อ แต่แล้วคนที่นอนขดตัวอยู่ข้าง ๆ ก็ทำให้ผมข่มตาหลับต่อไม่ลง“หนาว〜” เสียงของคนข้าง ๆ บ่นงึมงำขณะที่เจ้าตัวเริ่มขดตัวแน่นขึ้นเรื่อย ๆ จนผมคิดว่าถ้าตัวยาวกว่านี้เธอคงกลายเป็นกิ้งกือไปแล้ว“พี่กันต์มากอดหน่อย เกี๊ยวหนาวจังเลย” เสียงอู้อี้ของยัยกิ้งกือน้อยดังขึ้นอีกครั้งจนผมต้องรีบลุกไปหาเสื้อคลุมมาสวมใส่ให้เธอ แต่กว่าจะสวมใส่ได้คนที่นอนขดเป็นกิ้งกือก็ไม่ยอมคลายตัวออกสักที เล่นเอาเหนื่อยเลยแฮะ แรงก็ไม่ค่อยจะมีเพราะเต็มที่ไปแล้วตั้งแต่เมื่อคืน…ผมจัดการเช็ดตัวให้คนบนเตียงเพราะรู้สึกเหมือนเธอมีไข้ ก่อนจะห่อตัวให้ด้วยผ้าห่มจนตอนนี้กิ้งกือน้อยได้กลายเป็นดักแด้ไปเรียบร้อยแล้ว ผมปรับอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศให้พอดีก่อนจะออกมาข้างนอกเพื่อหาอะไรไปให้เธอกิน แต่แล้วของในครัวที่ผมเห็นก็มีแต่ขนมขบเคี้ยวที่เธอซื้อมาติดไว้ “เด็กนี่กินแต่ขนม มิน่าล่ะตัวถึงได้เล็กนิดเดียว” พอนึกถึงสัดส่วนของใครบางคนแล้วก็น่าตีนักผมเดินลงมาที่ครัวชั้นล่างซึ่งเป็นครัว
เจ้าทัพ…“อื้ออ” ครั้งนี้คงเป็นครั้งที่สองหรือสามได้มั้งที่ผมจูบกับคนตรงหน้า เรียวปากชมพูอ่อนไร้ลิปสติกแต่งแต้มนั้นเนียนนุ่มจนผมอยากบดขยี้แรง ๆ แต่ก็ต้องเตือนตัวเองว่าอย่าทำให้คนใต้ร่างนั้นเจ็บมากเพราะเธอยังเด็กเกินไปที่จะได้รู้จักความดิบเถื่อนของผม“อื้มม”เสียงคลอเบา ๆ ในลำคอของคนใต้ร่างที่พยายามดันตัวผมออกดังขึ้นเป็นระยะ กลิ่นแอลกอฮอล์ที่โชยออกมาจากโพรงปากน้อย ๆ ช่างเย้ายวนชวนให้ผมสอดแทรกปลายลิ้นเข้าไปตักตวงความหอมหวานด้านใน มันไม่ดีต่อผมนักที่ต้องบังคับตัวเองไม่ให้ทำอะไรป่าเถื่อนกับเธอ ในใจของผมตอนนี้ร้อนรุ่มไปหมดแต่ก็ไม่อยากเร่งรีบ ยังมีหลายอย่างที่ผมอยากจะสัมผัสมันอย่างถนอม และนี่คงเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมคิดจะนุ่มนวลกับใครสักคน เธอไม่ได้พิเศษกว่าใครแต่เธอยังเด็กเกินไปแค่นั้นเอง…“ครั้งต่อไปฉันจะไม่อ่อนโยนกับเธอแล้วนะเกี๊ยว”“อื้ออ หนาว…” เสียงอู้อี้ของคนที่นอนบิดตัวไปมาร้องบอกขณะที่ดวงตาคู่สวยทั้งสองข้างนั้นหลับอยู่เสื้อยืดสีขาวตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้นตัวจิ๋วของเธอเพิ่งถูกผมถอดออกเมื่อกี้นี้ แน่นอนว่าต่อไปคงเป็นอย่างอื่นที่ผมจะถอดออกเพราะมันเกะกะและขวางหูขวางตา“เก
เจ้าทัพ…ซ่า!สายน้ำจากฝักบัวที่ไหลลงรดตัวผมนั้นเริ่มทำให้ผมรู้สึกหนาวขึ้นเรื่อย ๆ อาการร้อนรุ่มที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ค่อย ๆ หายไปเมื่อได้สัมผัสกับความเย็นของสายน้ำ เครื่องดื่มที่ผมเทสวันนี้มีอยู่ไม่กี่ตัวส่วนมากจะเป็นตัวใหม่ที่เพิ่งเข้ามาแล้วก็ตัวท็อปของร้านที่ขายดีที่สุด แต่มันก็มีพลาดนิดหน่อยเพราะบาร์เทนเดอร์ชงให้ผมผิดสูตร“ดีนะที่ผสมกันหลายตัวเลยออกฤทธิ์ไม่แรงมาก”ฟู่ว 〜ผมพูดกับตัวเองขณะพ่นลมหายใจออกมาเมื่อสติกลับมาเต็มร้อย หนึ่งในเครื่องดื่มที่ผมดื่มเข้าไปมีอยู่ตัวหนึ่งที่เป็นสมุนไพรปลุกอารมณ์ทางเพศ ดีหน่อยที่ตอนดื่มไม่ได้ดื่มเพียว ๆ เลยมีสติมากพอที่จะไม่ทำอะไรใครบางคน ตอนที่เธอก้าวเข้ามาใกล้และแตะตัวผมเอาไว้ ในใจผมตอนนั้นอยากกระชากเธอเข้ามาฟัดให้แหลกสลายเป็นชิ้น ๆ แต่เพราะจำคำที่เธอเคยบอกเอาไว้ได้ว่าไม่เคยทำเรื่องแบบนั้นมาก่อน ทั้งสติยังมีอยู่ผมจึงต้องยับยั้งชั่งใจเอาไว้ ไม่อย่างนั้นเธออาจจะฝันร้ายไปตลอดชีวิตเพราะความไม่มีสติของผม “ถ้าจะทำก็ต้องทำตอนมีสติ เด็กนั่นจะได้ไม่กลัวเรา”ผมพึมพำขณะที่พันผ้าเช็ดตัวไว้รอบเอวหลังจากอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่พอเดินออกมาจากห้







