LOGIN“ใช่ เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ต้องขึ้นไปทำงานบนเรือกันแล้ว”
เพียงขวัญช่วยเสริมอาทิตยาเพื่อนของตัวเอง
“อ๋อ พายเลยร่วมมือกับซันสินะ มิ้นท์ก็ด้วย”
คนตัวเล็กที่สุดในกลุ่มค้อนขวับ จนทุกคนยิ้มขำเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้โกรธจริง
“ก็ไม่รู้ว่าจะได้มาทะเลแบบนี้ด้วยกันอีกเมื่อไรนี่นา”
มินตรายักไหล่พร้อมกับเริ่มกอดตัวเอง
คนที่นอนดูคนอื่นคุยกันลุกขึ้นนั่งเพราะเห็นว่าแต่ละคนหนาวกันแล้ว ดีที่ตรงนี้เป็นหาดของโรงแรมจึงไม่ไกลจากที่พักนัก
“เข้าข้างในกันเถอะ ลมค่อนข้างแรง ถ้าไม่สบายขึ้นมางานอาจจะมีปัญหาได้”
เมื่อเอ่ยถึงงานขึ้นมาใบหน้าของทุกคนก็แปรเปลี่ยนเป็นขรึมขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ชาริสาเห็นบรรยากาศเปลี่ยนไปจึงเอ่ยขึ้นมาก่อน
“งั้นใครไปถึงห้องก่อนได้อาบน้ำก่อนนะมิ้นท์”
พร้อมกับพูดร่างบางก็พุ่งพรวดนำไปก่อน คนที่เพิ่งรู้ตัวโวยวายลั่น
“ใครจะยอม ไปถึงทีหลังก็จะอาบด้วย คอยดูสิ”
คนบ่นรีบวิ่งปรู๊ดตามไปทันที ปล่อยสามสาวรุ่นพี่เอาไว้ด้านหลัง
“รู้อะไรไหมวี”
อาทิตยาเอ่ยขึ้นเมื่ออยู่กันเพียงสามคน สองสาวจึงหันมอง
“ฉันละอยากรู้จริงๆ ว่าทำไมอยู่ๆ เชสเตอร์เมดิเตอร์เรเนียนครูซถึงต้องจ้างเรา”
“เรื่องนี้มันลงล็อกเกินไป แต่คงต้องขึ้นเรือก่อนค่อยคิดกันอีกที”
วิเวียนบอกเบาๆ ด้วยใบหน้าเรียบเฉย ขณะที่ทั้งสามเดินตามสองสาวอย่างไม่เร่งรีบ โดยมีหนุ่มๆ แถวนั้นมองตามเป็นตาเดียวทว่าพวกเธอไม่สนใจสิ่งรอบข้าง
หญิงสาวที่เดินอยู่ตรงกลางแม้จะอยู่ในชุดบิกินี่เต็มตัวมีผ้าบางพริ้วผูกเอวแต่ไม่อาจบดบังหุ่นเย้ายวนชวนให้หนุ่มๆ น้ำลายหกได้ แถมใบหน้ายังงดงามราวกับเฮเลนแห่งทรอยที่แม้แต่ผู้หญิงยังมองตามตาปรอย สองสาวที่ขนาบข้างด้วยชุดบิกินี่สองชิ้นเองก็ไม่ได้น้อยหน้า คนหนึ่งที่คลุมผ้าเนื้อบางห่มตนเองยาวถึงตั้นขาหากก็ยังเห็นหุ่นสวยราวกับนางแบบชุดชั้นในของเอเชียอกอวบอิ่มสมส่วนรับสะโพกกลมกลึง ใบหน้าสวยหวานแต่มีความคมเข้มกว่าคนยุโรป ส่วนสาวอีกคนสวยเฉี่ยว ค่อนข้างสูงโปร่งกว่าทว่าสัดส่วนโค้งเว้ากลับเตะตา เธอผูกผ้าขนหนูไว้ที่เอวบางจึงเห็นกับซิกซ์แพกบนหน้าท้องและผิวแทนสวย
ร่างบางของชาริสาเร่งฝีเท้าอย่างเร็วเพราะรู้ว่าเพื่อนสนิทกำลังตามมาไม่ห่างจนกระทั่งถึงทางโค้งก่อนจะเลี้ยวเข้าประตูซึ่งไม่สามารถมองเห็นคนที่เดินออกมาได้ แต่หญิงสาวลืมคิดเรื่องนั้นแล้วเธอก็ชนเข้าเต็มๆ กับอะไรที่แข็งแต่อุ่นจนตัวเองล้มลงก้นกระแทกพื้น
“โอ๊ย!”
คนตัวเล็กโอดโอยนิดเดียวขณะที่สายตามองเท้าของอีกฝ่ายที่ดูก็รู้ว่าเป็นผู้ชาย จึงรีบลุกขึ้นก้มหน้าก้มตาขอโทษโดยมองแค่อกเขา อย่างน้อยตัวเองก็ผิดที่วิ่งไม่ดูตาม้าตาเรือ
“ขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ คุณไม่เป็นอะไรนะคะ”
“ไม่มองแล้วจะรู้เหรอ”
น้ำเสียงหงุดหงิดนั้นยิ่งทำให้เธอไม่สบายใจ จึงจำต้องเงยหน้าขึ้นอย่างหวาดๆ ไล่ตั้งแต่คางแกร่งไปจนถึงจมูกโด่ง ความรู้สึกคลับคลายคลับคลาแล่นเข้ามากระทั่งสบตาคู่คมแล้วก็ต้องก้มหัวลงทันที
“ขอโทษค่ะ ฉันไม่ทันระวัง”
หญิงสาวได้แต่ก่นด่าความซวยของตัวเองที่ดันวิ่งมาชนกับเขาเสียได้ เพราะเธอไม่ใช่แขกที่มาพักที่นี่ แต่เป็นคนที่ถูกเขาจ้างมา แม้ไม่รู้ว่าเธอเป็นใครแต่หากเขาเอาเรื่องขึ้นมาต้องรู้แน่ๆ เธอไม่อยากทำให้เสียงาน
“คุณขอโทษรองเท้าผมเหรอ”
“คะ?”
คำถามนั้นทำให้ชาริสาต้องเงยหน้ามองเขาอีกครั้งอย่างงุนงง ทั้งที่ไม่ค่อยกล้าสู้สายตานัก
“ก็เห็นจ้องมันอยู่ได้”
“ฉันขอโทษค่ะ ฉันผิดเอง”
หญิงสาวพยายามแสดงออกทั้งสีหน้าและแววตาว่าตนเองรู้สึกผิดจริงๆ อีกฝ่ายมองสำรวจมาอย่างอ้อยอิ่งทำให้คนที่อยู่ในชุดเสื้อกล้ามกับกางเกงขาสั้นเปียกลู่เนียบเนื้อทั้งตัวนึกอยากปกปิดตัวเองแต่ก็ไม่กล้า
“อือ”
คำตอบรับทื่อๆ ทำเอาเธอเหวอไปเหมือนกัน แต่ก็รีบก้มหน้าพร้อมกับขอบคุณเขาแล้วรีบเลี่ยงหลบไป พยายามเบี่ยงตัวให้ห่างคนตัวโตกว่ามากที่สุด ทว่ายังไม่ทันพ้นร่างสูงแขนเล็กก็ถูกดึงให้หันกลับมา แผ่นหลังถูกโอบแนบชิดความอุ่นแข็งแกร่ง คอเล็กโดนล็อก ทุกอย่างที่มองเห็นพร่ามัวเพราะเกิดขึ้นเร็วมาก รับรู้ว่าใบหน้าคมสันเลื่อนลงมาใกล้จนจมูกชิดจมูกแล้วสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนกับความนุ่มแนบลงมาบนปากของเธอ
ดวงตากลมโตเบิกขึ้นกว้างทันทีด้วยความตกใจ เธอดิ้นพราดแต่มันไม่ได้ผลเลย ร่างกายเหมือนถูกล็อกแน่น เขาไม่ได้แค่แนบชิดแผ่วเบา ปากอุ่นบดเบียดร้อนแรงไล่ชิมปากอิ่มแทบทุกมุมราวกับจะกินเข้าไป ทำเอาคนตัวเล็กเกร็งแข็งทื่อทั้งตัว ตาลอยคว้างไม่สามารถช่วยอะไรตัวเองได้นอกจากกลั้นหายใจ มันเป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติเพราะไม่เคยชินกับการจูบ จนทนไม่ไหวจึงครางฮือประท้วงในลำคอ
เหมือนชายหนุ่มจะรู้ เขาผละออกนิดเดียวให้เธอหายใจหอบอย่างแรง ตาคู่คมจ้องตากลมนิ่งพร้อมกับอุ้มพลิกร่างเล็กดันชิดผนัง นั่นแหละชาริสาจึงดิ้นรนเอาตัวรอดอีกครั้ง
“ปละ...”
เสียงเล็กหายไปเพราะถูกจาบจ้วงด้วยปากอุ่น คราวนี้เขาถือโอกาสรุกล้ำเข้ามารวบรัดลิ้นเล็กอย่างเอาแต่ใจ คนไม่เคยดิ้นพล่านกว่าเดิม แต่เหมือนยิ่งส่งให้ถูกเอาเปรียบมากขึ้น ทั่วทั้งร่างร้อนเห่อไปหมดเพราะถูกเบียดเข้าหาจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน รู้สึกถึงร่างแกร่งทุกส่วนบนกายของผู้ชายและมันทำให้โลกสวยงามของสาวน้อยพังทลายเป็นเสี่ยงๆ อะไรที่ไม่เคยรู้เห็นมาก่อนนาทีนี้แจ่มชัดในความรู้สึกจนน่ากลัว
เมื่อสำรวจภายในปากอิ่มสีหวานจนถ้วนทั่วแล้วและรู้ว่าอีกฝ่ายหายใจไม่ทันเขาจึงละมาจูบแก้มนุ่ม ซอกคอขาว ถูไถพร้อมครางเบาๆ อย่างถูกอกถูกใจ
“คะ...คุณ...”
หญิงสาวเพิ่งหาเสียงของตัวเองเจอ ทั้งที่จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวสักนิด สมองเธอเบลอไปหมด ลืมไปด้วยซ้ำว่าเพื่อนที่ควรจะวิ่งตามเธอเงียบหายไปเลย
“ปละ...ปล่อย เถอะ...ค่ะ”
“อืม...”
รู้ว่าอีกฝ่ายได้ยินแม้เสียงเธอจะพร่าสั่นมากแต่เขายังไม่ยอมถอย แถมยังขยับหัวลงต่ำไปหาหน้าอกหน้าใจของเธออีก ทำให้ตาพร่าๆ ของหญิงสาวมองเห็นภาพที่ปรากฏข้ามไหล่กว้างเขาไป มือบางที่เพิ่งกลับมามีเรี่ยวแรงดันหน้าคมเข้มออก
“ปล่อยฉัน...มีคนมองอยู่นะ”
เธอคิดว่าเขาน่าจะไม่อยากให้ใครเห็น ขนาดเธอเองไม่มีใครรู้จักยังอยากเอาหน้าแทรกแผ่นดินหนีเมื่อเหลือบไปเห็นว่ามีกลุ่มคนรุ่นป้ามองอยู่
“รู้แล้ว”
“ฮะ?”
ความมึนงงบวกกับความอับอายตีกันวุ่นไปหมด คนพวกนั้นมองมาด้วยแววตาดูแคลน ขยะแขยง แต่ก็ยังมอง แถมคนบ้านี่ก็ไม่ยอมหยุดหรือปล่อยเธออีก ริมฝีปากอุ่นแนบจูบไล่จากซอกคอขึ้นมาจนถึงริมหูทำเอาขนลุกซู่
“ไปต่อในห้องกันนะ”
“อะ...อะไรนะ!”
เขาไม่พูดแต่ผละออกแล้วทำเหมือนจะอุ้มเธอ ทว่าหญิงสาวทั้งดิ้นทั้งผลัก แถมยังลงมือตีไปบนลำตัวกับหน้าเขาวุ่นวายไปหมด
“ไม่ๆ ๆ ๆ ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ”
เหมือนชายหนุ่มจะรำคาญเพราะเขาทำเสียงหงุดหงิดจิ๊กจั๊กแล้วปล่อยมือจนร่างบางทรุดฮวบลงกับพื้นอย่างช่วยเหลือตัวเองไม่ได้
คนตัวโตไม่ได้พยายามช่วยเธอ หญิงสาวจึงลนลานลุกขึ้นหาทางไปทางประตูด้วยแข้งขาที่อ่อนแรง ขณะเหลือบไปด้านหลังอย่างหวาดหวั่นแล้วก็เห็นเขาหันไปตรงทางเดินที่เคยมีบรรดาคุณป้ายืนอยู่ จึงอาศัยกำลังน้อยนิดพาตัวเองไปให้พ้นจากตรงนี้ในตอนที่อีกฝ่ายไม่สังเกต
ชายหนุ่มไม่เห็นแม่เลี้ยงกับบรรดาคุณหญิงคนนายจึงคิดว่าคงเดินไปห้องอาหารกันแล้ว ก่อนจะยิ้มมุมปากอย่างสมใจที่ได้ทำให้แม่เลี้ยงขายหน้าต่อหน้าเพื่อนๆ เพราะฉากโจ๋งครึ่มโล่งแจ้งของเขา แถมยังได้คนถูกใจมาเป็นตัวช่วยซะด้วย...
เมื่อคิดถึงคนตัวเล็กก็หันกลับมาทว่าเธอไม่อยู่ที่นี่แล้ว ชายหนุ่มจึงสบถหยาบคายที่เผลอทำลูกแมวน้อยหลุดมือ
=====
“อือ...”เมื่อสุดที่จะทานทนไหวชาริสาก็ครวญครางอยู่ในลำคอราวกับทรมานอย่างสุดแสนจากมือกับริมฝีปากของชายหนุ่ม ปิลันธ์เองก็เดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ร่างสูงลุกขึ้นนั่ง มือสองข้างเคลื่อนมาลูบไล้อกอวบอิ่มเคล้นหย่างหนักมือแบบที่ไม่เคยทำกับอีกฝ่าย เห็นคนตัวเล็กขยับตัวขึ้นตอบรับมือเขายิ่งลำพองใจ เขาจัดการให้เรือนร่างทั้งคู่อยู่ในจุดที่เหมาะสม เสียดสีในจังหวะที่ตนเองต้องการ แล้วเปลี่ยนไปกดมือบางสองข้างแนบที่นอน ขยับร่างไล้ไม่หยุดกระทั่งร่างสวยดิ้นเร่าไปตามแรงอารมณ์ที่เขาสร้างขึ้นอกคู่สวยสะท้อนขึ้นลงรุนแรงตามอาการหอบหนักหน่วง ทว่ากระแสซาบซ่านที่ค่อยๆ แผ่ขยายไปทั่วร่างทำให้ต้องเกร็งไปทั้งตัว ร่างหว่างที่เธอกำลังตกอยู่ในภาวะต้องการบางสิ่งบางอย่างอย่างรุนแรง อีกฝ่ายก็ล็อกมือเธอไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียวแล้วพาตนเองเข้ามาในร่างเธอ ชาริสาสะดุ้งเฮือกทันทีรู้สึกราวกับคว้าสิ่งที่ต้องการเอาไว้ได้ หากก็เจ็บแปลบจากเหตุการณ์เมื่อคืนในคราวเดียวกัน ทว่าปิลันธ์ไม่หยุดเพียงแค่นั้น ชายหนุ่มเคลื่อนทัพด้วยความรุนแรงรวดเร็วชนิดที่แทบหายไม่ทันใจร่างกายของเธอถูกร่างใหญ่กดทับ มือถูกล็อกแน่นขณะกายแกร่งขยับอยู่ด้านบนอย่างหน
“ฉันจะขอซื้อบ้านหลังนี้ เอาไว้มาพักผ่อนบ่อยๆ เธอชอบที่นี่นี่นา แต่ไม่แน่ใจว่าพี่จะยอมขายไหม เพราะที่นี่สวยมากจริง”ชายหนุ่มลูบเอวบางไปพร้อมกับชวนคุยทำให้ชาริสาไม่ค่อยมีสมาธิเท่าไร“ฉันอยู่ที่ไหนก็ได้ค่ะที่มีคุณ”หญิงสาวบอกด้วยความจริงใจทำให้อีกฝ่ายมองเธออย่างคาดไม่ถึง ไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดแบบนี้“ไปหัดพูดเอาใจแบบนี้มาจากไหน”“ฉันไม่ได้เอาใจคุณนะคะ แค่พูดตามที่คิด”ชาริสายืนยันขณะมองหน้าคมด้วยแววตาแสนซื่อ“คุณเป็นบ้านให้ฉันแล้ว จะเป็นที่ไหนก็ได้ค่ะ”ปิลันธ์ยิ้มกับคำพูดหญิงสาวจนแก้มบุ๋มทั้งสองข้าง ดวงตากลมโตเผยความจริงใจแวววาวน่ารัก นิ้วแข็งบีบจมูกเล็กอย่างมันเขี้ยว“ปากหวานขนาดนี้ จะให้ฉันหลงจนโงหัวไม่ขึ้นเลยหรือไง”“อย่างคุณเนี่ยเหรอคะ หลงฉัน”สีหน้าของหญิงสาวบ่งบอกความไม่เชื่อ“ไม่เชื่อเหรอ”ถึงจะอ่านท่าทางชาริสาออกแต่ปิลันธ์ก็ยังถามซ้ำ“ก็ฉัน...”“อะไร?”คำถามย้ำเมื่อเห็นหญิงสาวเงียบกับแววตาคมบังคับกลายๆ ทำให้เธอยอมพูดจนได้“ฉันน่ะเทียบสาวแต่ละคนของคุณได้ที่ไหนกัน จะให้เชื่อลงมันยากค่ะ”ปิลันธ์เงียบไป จ้องคนตรงหน้านิ่งก่อนจะถอนหายใจยาว“เฮ้อ...ช่วยไม่ได้นะ”เขายักไหล่ขณะที่ชาริสาชั
ความวุ่นวายในห้องไอซียูผ่านไปด้วยดี แพทย์ออกมาแจ้งว่าอาการชาริสากลับมาดีขึ้นแล้วแต่ยังวางใจไม่ได้ เวลาค่อนข้างดึกแล้วแม้จะเข้าเยี่ยมไม่ได้ทว่าสาวๆ ก็ยังรออยู่ด้านนอกในจุดที่คนทั่วไปสามารถนั่งได้เพื่อไม่ให้รบกวนผู้อื่น ลูยส์มาถึงหลังจากนั้นและเข้ามาพูดคุยกับเพียงขวัญเพราะคุ้นเคยกับหญิงสาวกว่าคนอื่น แต่แล้ววิเวียนก็เอ่ยขึ้น“เราขอย้ายโรงพยาบาลให้ริสาได้ไหม”“จะดีเหรอวี”เพียงขวัญรู้สึกว่ายังอันตรายเกินไปที่ย้ายโรงพยาบาลในตอนนี้“อย่าเพิ่งเลยดีกว่า”อาทิตยาก็ไม่เห็นด้วยเช่นกัน“งั้นพรุ่งนี้เช้า”“มันไม่ใช่ว่าริสาจะดีขึ้นมาภายในไม่กี่ชั่วโมงนี่สักหน่อย”อาทิตยาอดค้านไม่ได้“พวกคุณหาทางให้เราย้ายริสาโดยปลอดภัยได้ไหม”หญิงสาวหันไปถามกับทางลูยส์โดยไม่ฟังความคิดเห็นจากเพื่อนลูยส์ชะงักไปแล้วเหลือบไปทางเพียงขวัญซึ่งหญิงสาวเองก็ขมวดคิ้วมุ่นแต่ก็อดอยากรู้ไม่ได้เหมือนกันว่าสามารถทำได้หรือไม่“ผมคงต้องปรึกษากับทางเจ้านายก่อน แต่ขอทราบเหตุผลที่ต้องการย้ายได้ไหมครับ”เขาหันมาพูดกับวิเวียน“นั่นสิ ทำไมต้องรีบย้ายด้วย”อาทิตยาถามทันที ปกติคนที่ใจร้อนคือเธอแต่มาครั้งนี้กลับเป็นวิเวียนเสียเอง“ริสาเจ็บข
‘ไม่รู้สิมิ้นท์ จะกลับเมื่อไรก็คงต้องแล้วแต่เขา’บทสนทนาที่ได้ยินทำให้รู้ว่าเพื่อนเธออยากให้กลับไปแล้ว เขาจึงออกคำสั่งไปแบบนั้นหญิงสาวเม้มริมฝีปาก ไม่กล้าพูดว่ากลัวเขาจะไม่อาบน้ำอย่างเดียว เพราะเมื่อคืนที่ผ่านมานับว่าเป็นการอาบน้ำที่นานที่สุดสำหรับเธอเลยทีเดียว และปิลันธ์ไม่ได้ต่างคนต่างอาบสักนิด เขาอาบน้ำให้เธอลูบไล้ครีมจนทุกสัดส่วนทำเอาหัวใจแทบหยุดเต้นเสียให้ได้“พอดีตื่นแล้ว แต่เกรงใจน่ะค่ะ เห็นคุณกำลังหลับสบาย”คิ้วเข้มกระตุกอย่างเห็นได้ชัดว่ายากที่จะเชื่อคำพูดของเธอ แต่ชาริสาเลือกที่จะเงียบไม่พยายามอธิบายต่อ“เอาเถอะ ไม่อาบตอนเช้าก็อาบตอนเย็น มานี่มา”หลังพูดเองเออเองจบก็เปลี่ยนมาเรียกจนหญิงสาวที่ยังไม่ได้เตรียมใจหัวใจกระตุก“มาสิ”ชายหนุ่มพยักหน้าพร้อมย้ำอีกครั้งสุดท้ายชาริสาจึงค่อยๆ ก้าวเข้าไปหาอีกฝ่ายด้วยใจตุ้มๆ ต่อมๆ และหยุดอยู่ไม่ห่างจนเกินไปปิลันธ์มองคนที่ทำเหมือนกำลังระวังตัวกับเขาอย่างขัดใจหากก็ไม่ได้พูดอะไร เพราะไม่ว่ายังไงเธอก็ไม่มีทางพ้นมือไปได้ถ้าเขาคิดจะบังคับ“อยากอยู่กับฉันไหม”“คะ?”“ชอบที่นี่ไหม”ชายหนุ่มเปลี่ยนเรื่องไปอีกจนเธอตามไม่ทัน ได้แต่ขมวดคิ้วมุ่น“ถ้า
“เป็นของฉันนะชาริสา”ปิลันธ์กระซิบข้างแก้มใสแล้วจูบหนักๆ ขณะที่ชาริสาไม่ได้ตอบรับแต่มือทั้งสองข้างของหญิงสาวเลื่อนขึ้นโอบลำคอหนา เพียงเท่านั้นใจหนุ่มก็เต้นเร่ากับการยอมเปิดทางอย่างเต็มใจจากอีกฝ่าย เขาเดินหน้าทันทีอย่างเชื่องช้าไม่รีบร้อนหักหาญ ได้ยินเสียงครางแผ่วข้างหูก็ยิ่งควบคุมอารมณ์หนุ่มยาก แต่ปิลันธ์กัดฟันแน่นค่อยๆ เคลื่อนสะโพกกระทั่งสัมผัสกันและกันอย่างล้ำลึกชาริสาปล่อยลมหายใจออกมาหลังจากกลั้นไว้นานด้วยความเกร็ง ในความเต็มตื้นที่รู้สึกได้มีความตื้นตันอย่างประหลาดในหัวใจ ไม่เคยคิดเลยว่าเธอจะพอใจปิลันธ์มากมายขนาดนี้ ยิ่งเขาแตะต้องมากเท่าไรก็กลับยิ่งต้องการจากชายหนุ่มมากเท่าทบทวี จนต้องกอดอีกฝ่ายแน่นขึ้นตามความรู้สึกนึกคิดเบื้องลึกเมื่อถูกกอดรัดปิลันธ์ก็เริ่มเคลื่อนไหว แม้ช้าทว่าก็มั่นคงหนักแน่นในทุกจังหวะพร้อมกับประคองร่างเล็กไว้ในอ้อมกอดอย่างทะนุถนอม กายกำยำขยับสม่ำเสมอหนักหน่วงไม่ทิ้งช่วง มุ่งมั่นใจไปถึงฝั่งฝันหลังจากที่รอคอยมานานอย่างเต็มที่เสียงหอบหายใจสองเสียงประสานไปด้วยกันโดยไร้คำพูดแต่ก็เหมาะเจาะลงเป็นอย่างดี ไม่นานเสียงเข้มทุ้มก็ดังขึ้นกระทั่งกลายเป็นคำรามกร้าวก่อนจะบด
“เสียงหัวใจฉัน”เขาบอกทั้งที่รู้ว่าอีกฝ่ายต้องรับรู้“ฉันเองก็ใจเต้นแรงไม่ต่างจากเธอหรอกนะ”พูดจบปิลันธ์ก็จูบหน้าผากเล็กก่อนจะค่อยๆ ขยับตัวขึ้นแล้วผ่อนร่างบางให้ลงไปนอนด้านล่าง ตั้งใจมองสบตากับอีกฝ่ายแพราะอยากเห็นว่าหญิงสาวกำลังรู้สึกยังไง“กลัวฉันไหม”คนใต้ร่างส่ายหน้าทั้งที่แววตาของเธอหวาดหวั่น แต่นั่นก็เป็นสัญญาณดีที่ทำให้รู้ว่าชาริสายินยอมพร้อมใจในสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น ปิลันธ์โน้มหน้าลงไปหาหญิงสาวกระทั่งอยู่ใกล้กันจนจมูกชนจมูก ก่อนจะประทับจูบที่ปากอิ่มสวยอย่างเชื่องช้า เก็บเกี่ยวความหวานจากกลีบปากหญิงสาวถ้วนทั่วก่อนจะสอดแทรกปลายลิ้นเข้าไปคลอเคลียพัวพันลิ้นเล็กอย่างลึกซึ้งมือบางที่ตอนแรกวางแนบอกหนาตอนนี้กำเสื้อคลุมของอีกฝ่ายแน่นด้วยความรัญจวนใจกำลังวิ่งพล่านไปทั่วร่าง รับรู้ถึงเรือนกายแข็งแกร่งที่ขยับเบียดเข้ามาจนแนบสนิททุกพื้นผิว ถึงจะมีเนื้อผ้ากางกั้นทว่าสัมผัสของร่างกายที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงก็สร้างความวาบหวามในอกสาวได้แบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนจูบแสนดูดดื่มถึงจะไม่ได้รับการจูบตอบอย่างกระตือรือร้น แต่ก็เป็นการยินยอมให้เขาทำตามใจได้แบบไม่ขัดขืนอย่างไร้เดียงสาทำให้ปิลันธ์ยิ่งต







![[Bad Loves] บำเรอแค้นศัตรูพี่ชาย (3P)](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)