Share

บทที่8

last update publish date: 2026-04-11 02:56:15

ดวงตาคมกริบเลื่อนมาหยุดตรงปากจิ้มลิ้มสีระเรื่ออยู่ชั่วอึดใจ แต่ครั้นเหลือบเห็นชุดนักศึกษาที่คุณเธอใส่อยู่ก็ต้องถอนหายใจออกมายาวเหยียด ก่อนย้อนถามอย่างไม่ยอมแพ้พร้อมยกมุมปากหยักยิ้มหยันๆ

“แล้วถ้าสินค้ามันเป็นผ้าอนามัยหรือชุดชั้นใน คุณไม่ต้องแก้ผ้าไปยืนนำเสนอหรือไง ลูกค้าคงตอมกันให้ตรึมสินะ”

คนได้ฟังถึงกับอ้าปากค้างกับฝีปากจัดจ้านของคนพูดซึ่งดูเขาไม่กระดากปากเลยสักนิดที่เอ่ยออกมาแบบนั้น เป็นศิริกานดาเองเสียอีกที่นั่งแก้มแดงหูแดงอย่างอับอายเต็มที ก่อนจะสะบัดหน้าออกไปมองนอกหน้าต่างรถ บอกให้รู้ว่าเธอไม่พอใจกับประโยคเย้ยหยันแกมดูถูกกลายๆ นั้น แล้วนั่งคอแข็งเงียบกริบไม่ต่อล้อต่อเถียงกับคนปากจัดกัดเจ็บที่นั่งอยู่ข้างๆ อีกต่อไป ชั่วครู่ถึงได้ยินเสียงทุ้มเอ่ยดังมาเข้าหู แต่น้ำเสียงจริงจังขึ้น

“ผมแค่อยากบอกว่างานแบบนี้มันอันตราย ในสายตาคนอื่นเขาจะมองคุณไม่ดี โดยเฉพาะมนุษย์ผู้ชาย”

“รวมถึงคุณด้วยงั้นสิ” ศิริกานดาหันมาย้อนด้วยอารมณ์โมโหไม่หาย

“ใช่”

คำตอบทื่อๆ หน้าตาเฉยนั่นทำเอาศิริกานดาอึ้งไปชั่วขณะ แต่ก็ยังงมหาถ้อยคำออกมาเถียงไม่เลิกและแอบเหน็บแนมเข้าให้เล็กน้อย

“กานรู้หรอกค่ะว่างานไหนควรทำหรือไม่ควรทำ งานไหนที่มันล่อหูล่อตาพวกผู้ชายตันหาจัดทั้งหลายกานก็ไม่รับหรอกค่ะ ไม่งั้นคงไม่อยู่รอดปลอดภัยมาได้ตั้งสามสี่ปีหรอกนะคะ”

“เก่งนี่! เก่งให้ตลอดเหมือนปากพูดก็แล้วกัน”

คีรินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเน้นหนักๆ พร้อมปรายตามองใบหน้าขาวนวลอย่างหมายมาด และจบบทสนทนาเผ็ดร้อนแต่เพียงแค่นั้น แล้วหันไปตั้งหน้าตั้งตาขับรถต่อไป

ด้านคนฝีปากไม่เป็นรองใครก็แอบเหล่มองคนกำลังขับรถที่เงียบกริบไปซะเฉยๆ นิดหนึ่ง ก่อนหันไปซ่อนยิ้มกับกระจกหน้าต่างรถอย่างสมใจ เพราะยกนี้เธอเป็นฝ่ายชนะ

‘นึกว่าจะแน่ ทีว่าเขาละว่าได้ว่าดี พอโดนสวนกลับเข้าหน่อยทำเป็นเงียบ’

**********

ถปอร์เช่สีดำคันสวยพามาถึงหน้าปากซอยทางเข้าบ้านของศิริกานดาในครึ่งชั่วโมงต่อมา และขณะนั้นเจ้าของบ้านสาวถึงเพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่าภายในซอยช่างได้มาทำการซ่อมแซมถนนอยู่หลายวันแล้ว กระทั่งวันนี้ก็ยังไม่เสร็จ ซึ่งพาหนะสี่ล้อจะไม่สามารถแล่นเข้าออกได้ เธอจึงรีบเอ่ยบอกคนมาส่ง

“ส่งแค่หน้าปากซอยก็พอค่ะ ในซอยเขายังซ่อมถนนไม่เสร็จรถสี่ล้อเข้าไปไม่ได้น่ะค่ะ เดี๋ยวกานเดินเข้าไปเองได้ ไม่ไกลเท่าไรหรอกค่ะ ขอบคุณนะคะที่กรุณามาส่ง”

ศิริกานดาเอ่ยขอบคุณพร้อมยกมือไหว้เรียบร้อย ถึงจะไม่พอใจเขาสักแค่ไหน แต่เขาก็เป็นผู้ใหญ่กว่าเธอมาก แถมยังอุตส่าห์มาส่งถึงบ้านอีกด้วย

เมื่อคนขับชะลอรถจอดตรงข้างทางให้ สาวน้อยก็เปิดประตูก้าวลงจากรถพลางหอบกองหนังสือบนตักลงไปด้วย ก่อนหันกลับมาจะหยิบกระเป๋ากับถุงรองเท้าที่วางอยู่ตรงพื้นรถ ทว่าแขนยาวๆ ก็เอื้อมมาคว้ามันเอาไปถือไว้ซะก่อน แล้วก้าวลงจากรถทางด้านฝั่งคนขับหน้าตาเฉย ทำเอาเจ้าของกระเป๋าได้แต่ยืนอึ้ง พลางกะพริบตาปริบๆ อยู่อย่างงงๆ ชั่วครู่เธอถึงดันประตูรถปิดลงเบาๆ

“เดินนำไปสิ”

หลังจากกดรีโมตล็อกรถเสร็จแล้ว เจ้าของรถก็หันมาสั่งเธอน้ำเสียงเรียบๆ และหน้าตาก็เรียบนิ่งเช่นเคย ด้านศิริกานดาเมื่อได้รู้จุดประสงค์ของเขาแน่ชัดว่าจะไปส่งเธอจนถึงบ้านแน่นอน จึงรีบทักท้วงอย่างรู้สึกเกรงใจ

“กานเดินเข้าไปเองก็ได้ อยู่แค่นี้เองค่ะ”

“มาส่งก็ต้องส่งถึงบ้านสิ เดี๋ยวเพื่อนๆ ของคุณจะตำหนิผมเอาได้ แล้วเห็นไหมว่าถนนมันมืด”

‘ใครเขาจะกล้าตำหนิคุณไม่ทราบ แค่คุณเฉียดเข้าใกล้ยายพวกนั้นก็หงอสนิทแล้ว และซอยนี้เธอเดินเข้าออกมาตั้งแต่เด็กจะมืดสักแค่ไหนก็กลับบ้านถูกละน่า หลับตาเดินยังได้เลย’

 ศิริกานดาเถียงอยู่ในใจ แต่ก็ยอมก้าวช้าๆ นำไปก่อน เธอขี้เกียจต่อความยาวสาวความยืด เถียงไปก็ดูจะไร้ประโยชน์ ก็ท่าทางเอาจริงแถมมาดมุ่งมั่นซะขนาดนี้ เขาคงไม่ฟังความคิดเห็นของเธอหรอก

สาวน้อยในชุดนักศึกษากับหนุ่มนักธุรกิจมาดเฉียบขาดเดินเคียงกันเข้ามาในซอยได้ไม่กี่เมตรก็เจอเข้ากับอุปกรณ์ที่ใช้ซ่อมแซมถนนถูกวางระเกะระกะเกลื่อนอยู่บนพื้นหลายชิ้น เนื่องจากถนนมันยังซ่อมไม่เสร็จ ช่างรับเหมาคงวางทิ้งเอาไว้เพื่อที่จะได้กลับมาทำต่อในวันพรุ่งนี้

และบ้านของชาวบ้านตลอดสองข้างทางที่เคยเปิดไฟให้ความสว่างเผื่อแผ่มายังถนนก็ปิดประตูเงียบเชียบ ส่วนผู้อยู่อาศัยก็ต่างพากันเก็บตัวกันอยู่แต่ในบ้านเมื่อถนนที่เคยสัญจรไม่สะดวกเช่นนี้ ทำให้คืนนี้ถนนหนทางค่อนข้างมืดเอาการ สองหนุ่มสาวจึงต้องเดินกันอย่างระมัดระวัง คอยเดินหลีกบ้าง ก้าวข้ามบ้าง พลันจังหวะนั้นเท้าเล็กในรองเท้าคัทชูส้นเตี้ยก็สะดุดเข้ากับอะไรบางอย่างจนร่างบางพุ่งคะมำไปข้างหน้า

“ว้ายยยย!”

สาวน้อยร้องออกมาเสียงหลงด้วยความตกใจพร้อมกับปล่อยหนังสือในอ้อมแขนร่วงระนาว

ทว่าคนตัวใหญ่ที่เดินอยู่ข้างๆ ก็ตะครุบเอวคอดของคนจะล้มหน้าคะมำเอามากอดแนบอกเอาไว้ได้อย่างเฉียดฉิว แล้วกอดร่างที่สั่นน้อยๆ จากอาการตื่นตระหนกเอาไว้แบบนั้นอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนจะเอ่ยถามออกมา ซึ่งถ้าศิริกานดาหูไม่เพี้ยน เธอรู้สึกได้ถึงความห่วงใยปนมากับคำถามนั้นด้วย

“เป็นอะไรหรือเปล่ากานดา”

คนที่ยังไม่หายตกใจก็ได้แต่สั่นหน้าให้เป็นคำตอบ เธอดันร่างออกจากแผงอกกระด้างอย่างเก้อๆ แต่เขายังไม่ยอมปล่อยซะทีเดียว มือหนายังจับแขนเรียวเอาไว้กระชับทั้งสองข้าง โชคดีที่ความมืดมันช่วยอำพรางหน้าแดงจัดจากความอับอายเอาไว้ได้บ้าง ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่รู้จะเอาหน้าไปซุกไว้ที่ไหนแล้ว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ฤทธิ์รัก   บทที่189(The end)

    ตอนนี้ห้องทำงานของคีรินทร์แทบเปลี่ยนเป็นห้องเลี้ยงเด็กอ่อนไปแล้ว เพราะมีข้าวของเครื่องใช้ของลูกชายเต็มไปหมด มีแม้กระทั่งเตียงนอนหลังใหญ่ที่คีรินทร์สั่งซื้อแล้วขนมาไว้ในห้องทำงาน ซึ่งสามารถลงไปนอนกลิ้งเล่นได้ทั้งสามคนพ่อแม่ลูกเลยก็ว่าได้“ไม่เมื่อยหรอกครับ อีกสักสิบคนก็ยังไหว ว่าแต่คุณเถอะ พร้อมไหม”“หึ! พูดอะไรนึกถึงตอนแพ้ท้องด้วยนะคะ”ศิริกานดาปรายตาค้อนพร้อมกับปรามาสให้ไปเล็กน้อย เพราะตอนเธอท้องเจ้าหนูคีต คีรินทร์แพ้หนักมากอยู่สี่เดือนเต็ม ตื่นเช้ามาต้องวิ่งเข้าห้องน้ำอ้วกเกือบทุกวัน และมีอาการวิงเวียนปวดหัวอยู่ตลอดเวลา จนต้องพกทั้งยาดม ยาลม ยาหอมติดตัวเอาไว้ประจำราวกับคนสูงวัย บางวันชายหนุ่มทำงานแทบไม่ได้จนต้องหาที่นอนพักงีบเอาแรง แล้วโยนให้ลูกน้องไปทำงานแทนอยู่บ่อยๆ นึกแล้วศิริกาดาก็แอบขำ ขณะที่สามีหนุ่มก็โต้กลับมายิ้มๆ“แพ้ท้องแค่นี้เรื่องจิ๊บๆ”“ปากดีไปเถอะ”“ไอ้ใหญ่มันชวนผมฟอร์มทีมฟุตบอล มันรับผิดชอบไปหกคน ส่วนผมห้าคน คุณโอเคไหม”“โนค่ะ ขออีกสองพอแล้วนะคะ ถ้าห้าคนสภาพกานคงเยินน่าดูเลย และบอกเอาไว้ก่อนเลย ว่าห้ามไปรวมหัวคิดแผนการปั๊มลูกไม่บอกไม่กล่าวกันอีกเป็นอันขาดเลยนะคะ ไม่งั

  • ฤทธิ์รัก   บทที่188

    หลังจากเรียนเสร็จศิริกานดาก็ขับรถมาจนถึงตึกสูงระฟ้าที่ตั้งของบริษัทเคพี แม็คเวล กรุ๊ปเอาตอนเกือบห้าโมงเย็น หญิงสาวขึ้นลิฟต์แก้วไปยังชั้นที่สามสิบซึ่งเป็นห้องทำงานของเจ้าของอาณาจักรแห่งนี้ และขณะนี้หัวใจอีกสองดวงของเธออยู่ที่นี่พอลิฟต์เปิดออกเธอก็ก้าวตรงไปยังหน้าห้องทำงานของสามีแล้วเอ่ยทักทายคุณเลขาฯ ที่นั่งประจำโต๊ะอยู่ตรงหน้าห้องอย่างคุ้นเคยกันดี เพราะช่วงสองเดือนมานี้ได้เจอกันอยู่บ่อยๆ“สวัสดีค่ะคุณริสา”ศิริกานดาแย้มยิ้มหวานส่งให้พร้อมกับยกมือไหว้เรียบร้อย เล่นเอาเลขาฯ สาวใหญ่รับไหว้แทบไม่ทัน ถึงแม้คนที่ทักทายมาก่อนจะอ่อนวัยกว่ามาก แต่เธอคือดวงใจของเจ้านายหนุ่มที่กำลังนั่งทำงานอยู่ในห้อง เปรียบเสมือนเป็นเจ้านายสาวอีกหนึ่งคนก็ย่อมได้ แต่ภรรยาสาวคนสวยของเจ้านายก็ไม่เคยถือเนื้อถือตัว พูดคุยทักทายกับพนักงานอย่างเธอด้วยความเป็นกันเองทุกครั้ง เป็นริสาเองเสียอีกที่รู้สึกกระอักกระอ่วนชอบกลที่ต้องมารับการเคารพจากภรรยาของคนเป็นเจ้านาย เธอจึงคลี่ยิ้มแห้งๆ เล็กน้อย แล้วถึงเอ่ยทักทายตอบ“สวัสดีค่ะ คุณหนูคีตน่าจะหลับปุ๋ยไปแล้ว ตอนริสาเอางานเข้าไปให้เห็นเจ้านายกำลังกล่อมตาปรือเชียวค่ะ”คุณหนูคีต

  • ฤทธิ์รัก   บทที่187

    คล้อยหลังน้องสาวคีรินทร์ก็ทิ้งศีรษะลงกับพนักพิง หน้าตาคมสันซีดเซียวกว่าปกติ หากก็ยังพยายามคลี่ยิ้มส่งให้ภรรยาสาวที่ตอนนี้หน้าตูมอย่างเห็นได้ชัด ชายหนุ่มใช้ปลายนิ้วไล้แก้มเนียนบูดบึ้งนั้นเบาๆ พร้อมกับเอ่ยบอกไปด้วย“อย่าเพิ่งมาชวนผมรบตอนนี้นะ เวียนหัว ไม่พร้อมรบอย่างแรง วันนี้อยู่ที่ทำงานก็อ้วกทั้งวันเลย”จากที่คิดจะวีนให้เสียหน่อย แต่พอได้เห็นสภาพสามีแล้วศิริกานดาก็วีนให้ไม่ลง และเธอเดาได้ไม่อยากว่าเขาเป็นอะไร“เดี๋ยวกานไปเอาผ้าเย็นมาให้นะคะ”พอภรรยาสาวลุกก้าวออกไปคีรินทร์ก็หลับตาลงนิ่งเงียบ เพราะรู้สึกภายในห้องมันหมุนเคว้งไปหมด มองตรงไหนก็ตาลายราวกับพื้นตีกลับหากไม่กี่นาทีต่อมาชายหนุ่มก็ต้องลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อรู้สึกว่ามีผ้าเย็นๆ ลูบไล้มากับผิวหน้า พอเขาลืมตาปุ๊บคนที่ทำหน้าที่บริการผ้าเย็นก็เอ่ยถามออกมาเบาๆ ชนิดที่ว่าตรงประเด็นเผง ด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยซึ่งบอกไม่ได้ว่ากำลังอยู่ในอารมณ์ไหน“คุณคิงส์อยากมีลูกเหรอคะ”“จะอยากหรือไม่อยากตอนนี้ก็มีแล้วไงครับ”พูดพลางใช้ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้หน้าท้องที่ยังแบนเรียบของเธอไปมาแผ่วเบา กิริยานุ่มนวลอ่อนโยนและน้ำเสียงน่าฟังของเขา ทำเอาอารมณ์ไม่พอ

  • ฤทธิ์รัก   บทที่186

    “แกหมายความว่าไง”คนมีศักดิ์เป็นพี่สะใภ้สงสัยในคำพูดกำกวมปนวกวนของเพื่อนรักอยู่เต็มแก่ เธอจึงจ้องหน้านิ่งๆ เป็นการบังคับให้เพื่อนจอมแสบตอบออกมาตรงๆขณะที่คีรดาก็จ้องสบตาเพื่อนไม่ยอมหลบอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมายาวๆ แล้วถึงบอกออกไปเสียงดังฟังชัด“ฉันท้อง”“หา! นี่แกลืมไปฉีดยาคุมเหรอไอ้ควีน” ศิริกานดาเบิกตากว้างพร้อมโพล่งออกมาอย่างตกใจ“เดือนที่แล้วฉันก็ไปฉีดพร้อมกับแกไง จำไม่ได้เหรอ”“ถ้างั้นอาจจะไม่ใช่ก็ได้มั้ง คุณใหญ่เขาจะน้ำยาเด็ดจนยาคุมเอาไม่อยู่เชียวเหรอแก ไปตรวจให้ดีๆ เอาให้แน่ๆ ก่อนไหมไอ้ควีน”ศิริกานดายังพยายามคิดบวกเข้าไว้ และปลอบใจทั้งตัวเองและเพื่อนรักไปในคราวเดียวกัน ก็ไปฉีดยาคุมมาด้วยกัน ถ้าคีรดาท้องแล้วเธอจะรอดหรือ หากคำตอบของคีรดากลับทำเอาใจแป้วลงไปถนัดใจ“ฉันไปตรวจกับคุณหมอที่คลินิกมาแล้ว ท้องชัวร์ล้านเปอร์เซ็นต์” “แล้ว...ท้องได้ไง”คนตกใจปนอึ้งถามออกมาเบาๆ ราวกับคนละเมอ เพราะมันเป็นเรื่องใหญ่สำหรับบรรดาผู้หญิงอย่างพวกเธอ แถมยังเรียนปริญญาโทภาคปกติยังไม่จบกันเลย ถ้าท้องก็ต้องดรอปเรียนกันให้วุ่นวายอีก“ก็คุณหมอเจ้าของคลีนิกที่เราไปฉีดยาคุมเป็นเพื่อนพี่คิงส์กับ

  • ฤทธิ์รัก   บทที่185

    “มันไม่ปฏิเสธแสดงว่าเรื่องจริง แกเตรียมสินสอดไปขอเมียให้มันได้เลยไอ้คิงส์”คีรินทร์ยักไหล่เบาๆ เพราะมันไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ที่เพิ่งรู้ เรื่องนี้เขาก็พอจะทราบจากคนงานที่ท่าเทียบเรือและเหมืองแร่ที่กระบี่มาบ้าง แต่ในเมื่อวาคินมันยังไม่พร้อมที่จะเปิดตัว เขาก็ไม่อยากจะเข้าไปยุ่ง ถ้าพร้อมเมื่อไรมันก็พูดออกมาเองนั่นแหละ“คืนนี้ฉันมีงานต้องทำ ขอตัวก่อนนะเพื่อน น้องควีนไปส่งพี่ที่หน้าบ้านหน่อย”เซบาสเตียนลุกจากโซฟาแล้วดึงร่างเล็กให้ก้าวตามออกไปยังหน้าคฤหาสน์ทันที ปล่อยให้คีรินทร์และศิริกานดามองตามไปอย่างไม่เข้าใจสักเท่าไร เพราะจู่ๆ คนที่นั่งทอดอารมณ์อยู่ดีๆ ก็เหมือนเพิ่งนึกอะไรขึ้นมาได้ แล้วเอ่ยขอตัวเสียอย่างนั้นชั่วครู่สองสามีภรรยาถึงหันมามองหน้ากันพลางคลี่ยิ้มน้อยๆ ก่อนทั้งคู่จะจับจูงกันลุกจากโซฟาก้าวขึ้นไปยังห้องพักบนชั้นสองของบ้าน เนื่องจากผ่านการเดินทางมายาวนานนับสิบชั่วโมงยังไม่ได้พักกันเลย“ไปตัดเล็บกันดีกว่านะเรา”ประโยคของสามีที่เอ่ยขึ้นขณะเดินเคียงกันออกมาจากห้องรับแขก ทำให้ศิริกานดาต้องเหล่ตามองอย่างไม่ไว้ใจ ก่อนเธอจะลองเชิงแย็บถามดู“ตัดเล็บเฉยๆ นะคะ”“ฝันไปเถอะทูนหัว”ภรรยาสาวค้อ

  • ฤทธิ์รัก   บทที่184

    เมื่อเห็นว่าสองหนุ่มยังคงเงียบกริบอย่างเถียงไม่ออก คีรินทร์จึงจัดการเทศนาต่อ“แต่แกสองคนกัดกันไปมาแบบนี้คิดว่าคนที่อยู่ตรงกลางและรักพวกแกไม่น้อยไปกว่ากันจะมีความสุขไหม ฉันเองเห็นเฉยๆ อย่างนี้ก็ไม่ได้สบายใจนักหรอกนะ นั่นก็น้องชาย นี่ก็เพื่อน ฉันไม่เข้าข้างใครทั้งนั้นแหละ ฉันรู้ว่าแกรักน้องสาว ไอ้คิน ส่วนแกไอ้ใหญ่ ถ้ารักยัยควีนจริงก็เลิกทะเลาะกันสักที ความสุขของคนที่พวกแกรักแค่นี้ให้ไม่ได้หรือไงวะ”นักมวยคู่เอกต่างนั่งกันสงบนิ่งราวกับซึ้งในรสพระธรรม ก่อนที่วาคินจะเมินหน้าไปอีกทาง ด้านเซบาสเตียนก็ปล่อยลมหายใจออกมาหนักๆ แต่ก็ไม่มีใครพูดอะไรออกมา หากทุกคนที่นั่งกันอยู่โดยรอบก็โล่งใจไปตามๆ กัน ต่างเข้าใจดีว่าการที่คนไม่กินแหนงแคลงใจกันมานาน แล้วจู่ๆ จะให้มาคืนดีกันมันคงไม่ใช่เรื่องง่ายนักหรอก แค่ทั้งสองไม่หาเรื่องลับฝีปาก และต่างคนต่างเฉย นี่ก็ถือว่าเป็นฤกษ์ดีที่สุดแล้วโดยเฉพาะศิริกานดาที่แอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ตอนที่ก้าวเข้ามาในบ้านเธอยังไม่มั่นใจในสีหน้าและท่าทางของคนเป็นสามีสักเท่าไร ด้วยนิสัยอารมณ์ร้อนของเขา เธอก็อดแอบหวั่นใจอยู่ลึกๆ ไม่ได้ว่าเขาจะมาอาละวาดให้เข้าหน้ากันไม่ติดเข้า

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status