LOGIN“ขอน้ำหน่อย จะแห้งตายแล้ว...”หลังจากผ่านสมรภูมิ ‘สควอชหน้าขา’ มาลินก็แทบจะคลานออกจากห้องออกกำลังกาย ขาแข้งอ่อนเปลี้ยเพลียแรงจนต้องให้สองแฝดหิ้วปีกออกมา สภาพเธอตอนนี้ดูไม่ต่างอะไรกับลูกแมวตกน้ำ ผมลอนสวยที่เคยม้วนเป็นเกลียวบัดนี้หลุดลุ่ยลงมาปรกหน้าปรกตา เหงื่อเม็ดเป้งเกาะพราวตามกรอบหน้าและลำคอ ทำให้เสื้อสปอร์ตบราสีชมพูแนบเนื้อยิ่งกว่าเดิม เผยให้เห็นร่องอกขาวผ่องที่กระเพื่อมไหวตามแรงหอบเดือนหนาวยืนพิงตู้เย็นสีเงินเมทัลลิกขนาดยักษ์ ใบหน้าหล่อเหลายังคงสดชื่นเหมือนเพิ่งอาบน้ำมา ทั้งที่ก็ออกแรงไปเยอะกับกิจกรรมเมื่อครู่ เขากอดอกมองสภาพสะบักสะบอมของมาลินด้วยรอยยิ้มเอ็นดูระคนขบขัน“ใจเย็นๆ สิครับคุณหนู พักหายใจก่อน เดี๋ยวสำลัก”“ไม่ต้องมาพูดดีเลย!” มาลินแว้ดกลับแต่เสียงไม่มีน้ำหนัก “ไหนน้ำล่ะ บอกจะให้กินน้ำ นี่คอแห้งจนกลืนน้ำลายไม่ลงแล้วนะ”ดาวเหนือที่ยืนล้างมืออยู่ที่ซิงค์น้ำหันกลับมา เขาถอดเสื้อยืดสีดำที่ชุ่มเหงื่อออกไปแล้ว เผยให้เห็นแผงอกขาวผ่องแต่แน่นไปด้วยกล้ามเนื้อลีนสวยแบบนักกีฬาว่ายน้ำ ซิกแพ็กเรียงตัวสวยไล่ลงไปในขอบกางเกงวอร์มเอวต่ำ ทำเอามาลินที่กำลังโมโหหิวต้องเผลอกลืนน้ำลายลงคออีกรอ
“โอเค ทีนี้ วิธีการบริหารคือ หลินต้องใช้แรงขาตัวเองดันตัวลุกขึ้น แล้วค่อยๆ หย่อนก้นลงมาแตะตักพี่เบาๆ ห้ามทิ้งน้ำหนักลงมาทั้งหมดนะ ต้องเกร็งก้นไว้” ดาวเหนืออธิบายกติกา มือหนาเลื่อนมาวางแหมะบนเอวเธอเพื่อประคอง“เกร็งก้น โอ๊ย ยากจัง” มาลินบ่น แต่ก็ลองทำตาม เธอดันตัวลุกขึ้นยืนนิดหนึ่ง แล้วค่อยๆ ย่อลงจังหวะที่หนึ่งก้นของเธอกดลงสัมผัสกับเป้ากางเกงของดาวเหนือเน้นๆมาลินสะดุ้งเฮือก รู้สึกถึงวัตถุทรงกระบอกที่ซ่อนอยู่ใต้กางเกงวอร์ม มันแข็งและร้อนจัดจนทะลุเนื้อผ้าออกมา “อุ้ย! เหนือ พกไฟฉายมาด้วยเหรอ? หรือโทรศัพท์?”เดือนหนาวที่นั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าถึงกับหลุดขำพรืด ส่วนดาวเหนือกระตุกยิ้มมุมปาก แขนแกร่งรัดเอวเธอแน่นขึ้น“อืม ประมาณนั้นแหละครับ อุปกรณ์จำเป็น น่ะ” ดาวเหนือกระซิบข้างหู กัดฟันกรอดเมื่อสะโพกนิ่มๆ บดเบียดลงมาโดนจุดตาย “อย่าสนใจเลย โฟกัสที่การย่อ”“เอาล่ะ ทำต่อนะคะตัวเล็ก ขึ้น ลง ขึ้น ลง...” เดือนหนาวทำหน้าที่เป็นโค้ชอยู่ด้านหน้า มือไม้เริ่มไม่อยู่สุข เขาจับเข่าทั้งสองข้างของมาลิน แยกออกกว้างขึ้นอีกนิด “กว้างอีกหน่อยค่ะ จะได้บริหารกล้ามเนื้อขาด้านใน”มาลินทำตามคำสั่งอย่างมึนงง เริ่มขยั
แสงแดดยามบ่ายคล้อยที่ลอดผ่านผ้าม่านโปร่งแสงเข้ามาในห้องออกกำลังกายเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอ่อนๆ แต่สำหรับมาลินแล้ว โลกทั้งใบกำลังจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง เพราะเธอจะเป็นลม!หลังจากผ่านช่วง ‘วอร์มอัพ’ ที่ทำเอาปากเจ่อและตัวอ่อนระทวยไปแล้ว ดาวเหนือ ผู้เคร่งครัดในระเบียบวินัยก็ประกาศลั่นว่าถึงเวลาของ ‘Leg Day’ หรือวันแห่งการบริหารขา ซึ่งเป็นวันที่มาลินเกลียดที่สุดในสามโลก รองจากวันที่ร้านชาบูบุฟเฟต์ปิดปรับปรุง“ยืนแยกขาออกกว้างเท่าหัวไหล่ครับ” ดาวเหนือสั่งเสียงเข้ม ขณะยืนกอดอกมองมาลินที่กำลังยืนเก้ๆ กังๆ อยู่กลางห้องมาลินในสภาพผมเผ้าเริ่มยุ่งเหยิงเล็กน้อยจากกิจกรรมเมื่อครู่ ปอยผมสีน้ำตาลอ่อนตกลงมาคลอเคลียแก้มนวลที่แดงระเรื่อ เธอขยับขาตามคำสั่งอย่างว่าง่าย แม้ในใจจะอยากทิ้งตัวลงนอนแผ่หราบนพื้นเย็นๆ ก็ตาม“แบบนี้เหรอ?” เธอถาม พลางกางขาออกกว้าง“กว้างไปครับ นั่นจะฝึกซูโม่แล้ว” เดือนหนาวที่นั่งเอกเขนกอยู่บนม้านั่งออกกำลังกายหัวเราะขำจนตาหยี เขาเท้าคางมองดูหญิงสาวตัวกลมด้วยสายตาเอ็นดู “ขยับเข้ามานิดนึง นั่นแหละ พอดี”“โอเค ทีนี้ย่อตัวลงเหมือนจะนั่งเก้าอี้” ดาวเหนือสาธิตให้ดู เขาย่อตัวลงอย่างสวยงาม ห
“อย่าดื้อสิครับ” ดาวเหนือสั่งเสียงเข้ม พลางดันไหล่มาลินเบาๆ ให้เธอเซถอยหลังไปจนชนกับโซฟาเบดตัวยาวที่ตั้งอยู่กลางห้อง “นั่งลง”มาลินทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างว่าง่าย ความนุ่มของเบาะหนังช่วยรองรับก้นงอนๆ ของเธอได้เป็นอย่างดี แต่ปัญหาคือชุดรัดรูปเจ้ากรรม พอนั่งปุ๊บ พุงกะทิน้อยๆ มันก็พับเป็นชั้นอย่างน่าเอ็นดู มาลินรีบคว้าหมอนอิงมาปิดพุงทันทีด้วยความเขินอาย“อย่าเอาหมอนปิด” เดือนหนาวดึงหมอนออกแล้วโยนไปให้พ้นทาง ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้นตรงหน้าเธอ แยกขาเธอออกเล็กน้อยแล้วแทรกตัวเข้ามาอยู่ตรงกลางหว่างขาอวบอัด“เดือน! ทำอะไร ท่านี้น่าเกลียด” มาลินหนีบขาเข้าหากัน แต่ติดไหล่กว้างๆ ของเดือนหนาว“น่ารักออก” เดือนหนาวเงยหน้ามองเธอ ยิ้มจนตาหยี มือทั้งสองข้างวางแหมะลงบนต้นขาขาวๆ ของเธอ แล้วเริ่มบีบนวดเบาๆ “ดูสิ ขาหมู... เอ้ย ขาหลินแน่นมาก กล้ามเนื้อ (ไขมัน) ทั้งนั้น ต้องนวดคลายเส้นก่อน”“ปากเสีย!” มาลินตีไหล่เดือนหนาวไปทีหนึ่ง “นี่เราอ้วนจนพวกแกต้องมานั่งบีบเล่นเป็นสไลม์เลยเหรอ”“ไม่ใช่อ้วน” ดาวเหนือเดินเข้ามานั่งซ้อนหลังมาลินบนโซฟา วงแขนแกร่งโอบรอบเอวเธอไว้หลวมๆ แล้วเกยคางไว้บนไหล่เธอ “เขาเรีย
บรรยากาศภายในห้องกระจกที่ถูกสมมติให้เป็น ‘ยิม’ ส่วนตัวเงียบสงัดจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศทำงานแผ่วเบา แต่สำหรับมาลินแล้ว เสียงที่ดังที่สุดในตอนนี้คือเสียงหัวใจของเธอเองที่เต้นโครมครามราวกับกำลังรัวกลองชุดอยู่ในอก แผ่นหลังบางแนบชิดติดกับผนังกระจกเย็นเฉียบ สวนทางกับอุณหภูมิในร่างกายที่พุ่งสูงขึ้นจนใบหน้าหวานเห่อร้อนไปหมดเบื้องหน้าของเธอคือดาวเหนือ แฝดผู้น้องที่ถอดแว่นตาทิ้งไปแล้ว เผยให้เห็นดวงตาคมกริบสีเข้มที่ไร้ปราการขวางกั้น เขาใช้แขนข้างหนึ่งยันผนังไว้เหนือศีรษะเธอ ส่วนอีกข้างวางทาบลงบนเอวคอดที่มีเนื้อปลิ้นนิดๆ ของเธออย่างถือวิสาสะ ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาจนปลายจมูกโด่งแทบจะชนกับจมูกรั้นๆ ของเธอ“ทะ... ท่าบริหารลิ้นเหรอ?” มาลินถามเสียงสั่น พยายามเบียดตัวเข้ากำแพงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ “มะ... มันช่วยเบิร์นไขมันตรงไหนอะ เหนือ”ดาวเหนือไม่ตอบในทันที เขาใช้สายตาไล่มองริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อที่กำลังสั่นระริกของเธอ ก่อนจะยกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้มาลินรู้สึกเหมือนเป็นลูกไก่ในกำมือเขา“ช่วยบริหารกล้ามเนื้อกราม...” เขาตอบด้วยน้ำเสียงวิชาการที่ฟังดูน่าเชื่อถืออย่างประหลาด “และกระตุ้
เมื่อปลุกใจตัวเองเสร็จ มาลินก็สูดหายใจลึกๆ แล้วค่อยๆ แง้มประตูห้องน้ำเดินออกมาทันทีที่เธอก้าวออกมา บรรยากาศในห้องนั่งเล่นดูเหมือนจะหยุดนิ่งไปชั่วขณะสองหนุ่มฝาแฝดเปลี่ยนชุดเสร็จแล้วเช่นกัน เดือนหนาวอยู่ในชุดเสื้อกล้ามสีขาวเว้าแขนลึกโชว์มัดกล้ามไหล่และแขนขาวผ่อง กางเกงวอร์มขายาวเอวต่ำที่เกาะหมิ่นเหม่ตรงสะโพกสอบ ส่วนดาวเหนือถอดเสื้อเชิ้ตออกเหลือเพียงเสื้อยืดรัดรูปสีดำกับกางเกงขาสั้นเหนือเข่าที่เผยให้เห็นกล้ามขาแข็งแรงสายตาสองคู่หันมาจ้องมองมาลินเป็นตาเดียวเดือนหนาวที่กำลังดื่มน้ำอยู่ถึงกับสำลักพรวด ไอคอกแคกออกมา ส่วนดาวเหนือที่กำลังเช็ดแว่นอยู่มือชะงักค้าง สายตาคมกริบไล่มองสำรวจร่างนุ่มนิ่มตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างไม่ปิดบังความสนใจมาลินรีบยกแขนขึ้นกอดอกปิดบังหน้าท้องอย่างประหม่า “มะ... มองอะไรกันเล่า! มันตลกมากเลยใช่ไหมล่ะ บอกแล้วไงว่าเราอ้วน ใส่แบบนี้แล้วเหมือนแหนมป้าย่นเลย”“ไม่เหมือนครับ...” ดาวเหนือพูดเสียงพร่า เดินเข้ามาหาเธอช้าๆ ราวกับเสือที่เจอเหยื่ออันโอชะ เขาหยุดยืนตรงหน้าเธอ ห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตร “เหมือนซาลาเปา”“หา นี่ด่าเราเหรอ!” มาลินหน้ามุ่ย“เปล่าครับ” ดาวเห







