Share

ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน
ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน
Author: ฤดูหนาว

บทที่ 1

Author: ฤดูหนาว
เจียงซื่อที่มักจะเย็นชาเสมอมา จึงทำได้เพียงยอมรับภารกิจนี้

แรกเริ่มก็เป็นแค่การติวหนังสือธรรมดา พาเธอเดินทำความคุ้นเคยกับโรงเรียน แต่พอเวลาผ่านไป เรื่องราวก็เริ่มมีบางอย่างผิดปกติ

ซูม่านบอกว่าอยากกินเค้กฝั่งตะวันตกของเมืองที่ต้องต่อคิวยาว เจียงซื่อก็โดดเรียนคาบค่ำไปซื้อให้ ซูม่านโพสต์ลงโซเชียลว่าอารมณ์ไม่ดี เจียงซื่อก็คุยโทรศัพท์เป็นเพื่อนเธอทั้งคืน หนักสุดคือมีครั้งหนึ่งซูม่านปวดท้องประจำเดือน เจียงซื่อถึงกับปีนกำแพงโรงเรียนออกไปซื้อชาน้ำตาลทรายแดงใส่ขิงมาให้เธอ…

ลั่วเซิงโกรธ ทะเลาะกับเขา และเริ่มบอกเลิกครั้งแล้วครั้งเล่า

การบอกเลิกครั้งแรกเกิดขึ้นทางโทรศัพท์ ปลายสายของเจียงซื่อเงียบไปนานมาก จากนั้นเธอก็ได้ยินเสียงลมหายใจหอบถี่ของเขา คืนนั้นฝนตกหนัก เขาตากฝนวิ่งมาที่ใต้ตึกบ้านเธอ ยืนตัวเปียกโชกอยู่ทั้งคืน พร่ำเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงแหบพร่าซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อขอร้องให้เธอให้อภัย

การบอกเลิกครั้งที่สอง เขาโดดเรียนไปหนึ่งวันเต็ม ๆ มายืนเฝ้าอยู่ที่หน้าประตูห้องเรียนของเธอ ดวงตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยสีแดง เขายัดจดหมายรักปึกหนาที่เขียนด้วยลายมือตวัด ๆ แต่เต็มไปด้วยความรู้สึกจากใจจริงใส่มือเธอ ยอมลดทิฐิเอ่ยปากขอคืนดี

แต่พอหลายครั้งเข้า เขาก็เหมือนจะจับขีดจำกัดของเธอได้ในที่สุด…

เธอขาดเขาไม่ได้!

ดังนั้นการ “ง้อ” ของเขาจึงเริ่มขอไปทีมากขึ้นเรื่อย ๆ จากที่เคยง้อทันที ก็เปลี่ยนเป็นง้อในวันถัดมา สามวันให้หลัง หรือผ่านไปเป็นสัปดาห์…

จนกระทั่งครั้งที่เก้าสิบเก้า

ในงานเลี้ยงฉลองหลังสอบเข้ามหาวิทยาลัยเสร็จสิ้น ซูม่านบอกว่าอยากกินแตงโม เจียงซื่อก็ลงมือตักเนื้อแตงโมส่วนตรงกลางที่หวานที่สุดส่งให้เธออย่างเป็นธรรมชาติ โดยลืมไปสนิทเลยว่าลั่วเซิงก็นั่งอยู่ตรงนั้น และเธอก็ชอบกินเนื้อแตงโมส่วนตรงกลางมากที่สุดเช่นกัน

ความผิดหวังและความเจ็บปวดที่สะสมมาเนิ่นนานพังทลายลงในชั่วพริบตา

ลั่วเซิงมองดูเนื้อแตงโมสีแดงสดชิ้นนั้น เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบจนน่ากลัว “เจียงซื่อ เราเลิกกันเถอะ”

เจียงซื่อชะงักไปเล็กน้อย เขาปรายตามองเธออย่างไม่ใส่ใจนัก น้ำเสียงเจือความรำคาญใจนิด ๆ “งี่เง่าอีกแล้วเหรอ?”

ลั่วเซิงไม่พูดอะไรอีก เธอหยิบกระเป๋าแล้วลุกเดินออกจากห้องอาหารไป

ครั้งนี้ เจียงซื่อไม่ได้รีบวิ่งตามออกมาเหมือนอย่างเคย

เขารู้สึกว่าลั่วเซิงก็แค่เอาแต่ใจตัวเองเหมือนทุกที รอให้ผ่านไปสักสองสามวัน พอเธอหายโกรธก็คงจะกลับมาอยู่ข้างกายเขาเหมือนเดิมเอง

ดังนั้น หลังจากที่ลั่วเซิงจากไป เขายังมีอารมณ์อยู่เป็นเพื่อนซูม่านที่โดนทุกคนเชียร์ให้ดื่ม และยังช่วยรับเหล้าแทนเธอไปอีกหลายแก้ว

แต่เขาไม่รู้เลยว่า ครั้งนี้เธอเอาจริง

หัวใจดวงนั้นที่ถูกทิ่มแทงซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนบอบช้ำยับเยิน ในที่สุดก็สูญเสียความอบอุ่นและความคาดหวังเฮือกสุดท้ายไปจนหมดสิ้น

……

สิ่งแรกที่เธอทำเมื่อกลับถึงบ้าน คือการเปิดคอมพิวเตอร์ และเปลี่ยนใบสมัครสอบที่ตอนแรกเลือกเข้ามหาวิทยาลัยปักกิ่งตามที่ตกลงกับเจียงซื่อไว้ ให้กลายเป็นมหาวิทยาลัยหนานจิงที่อยู่ห่างออกไปนับพันลี้อย่างไม่ลังเล

จากนั้น เธอก็เริ่มเก็บกวาดข้าวของทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเจียงซื่อ

ทั้งตุ๊กตารุ่นลิมิเต็ดต่าง ๆ สร้อยข้อมือคู่รัก กระดาษโน้ตที่เขียนคำหวาน รูปถ่ายปึกใหญ่... ของทุกชิ้นล้วนบรรจุความทรงจำเอาไว้ ทั้งหอมหวานและขมขื่น ทว่าตอนนี้มันกลับกลายเป็นความรู้สึกที่หนักอึ้งเหลือเกิน

เธอยัดพวกมันทั้งหมดลงไปในกล่องกระดาษใบใหญ่

วันต่อมา เธออุ้มกล่องกระดาษที่หนักอึ้งใบนั้นมาที่บ้านของเจียงซื่อ

พ่อบ้านคุ้นเคยกับเธอดี จึงพาเธอเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่นโดยตรง

ภายในห้องนั่งเล่นอันกว้างขวาง เจียงซื่อและซูม่านกำลังนั่งเคียงข้างกันอยู่บนพรมหนานุ่ม ทั้งคู่กำลังเล่นวิดีโอเกมรุ่นใหม่ล่าสุด นั่งชิดกันมากจนซูม่านส่งเสียงร้องอย่างตื่นเต้นและหัวเราะคิกคักออกมาเป็นระยะ

“เจียงซื่อ นายนี่เก่งจังเลย! ด่านนี้ฉันเล่นตั้งนานก็ยังไม่ผ่านสักที!”

สายตาของลั่วเซิงสะดุดเข้ากับเสื้อยืดสีดำตัวโคร่งบนร่างของซูม่านในทันที

นั่นมันเสื้อรุ่นลิมิเต็ดที่เธอวิ่งหาซื้อจากห้างสรรพสินค้าหลายแห่งเพื่อเป็นของขวัญวันเกิดให้เขาเมื่อปีที่แล้ว

ตอนที่เขาได้รับมัน เขากอดเธอหมุนตัวไปรอบ ๆ อย่างดีใจ พร้อมกับกระซิบที่ข้างหูเธอด้วยลมหายใจอุ่นร้อน “ของที่เซิงเซิงให้ ฉันจะใส่ทุกวันเลย”

ที่แท้ คำว่า “จะใส่ทุกวัน” ของเขาก็หมายถึงการเอาไปให้ผู้หญิงอีกคนยืมใส่ตามอำเภอใจแบบนี้เองสินะ

ซูม่านราวกับสัมผัสได้ถึงสายตาของเธอ จึงหันหน้ามา พอเห็นลั่วเซิงอุ้มกล่องยืนอยู่ บนใบหน้าก็ปรากฏรอยยิ้มไร้เดียงสาทันที “ลั่วเซิง เธอมาแล้วเหรอ? เจียงซื่อเรียกฉันมาเล่นเกมเป็นเพื่อน เขายังลงมือทำสปาเก็ตตี้ให้ฉันกินด้วยนะ! เสียดายที่ฉันซุ่มซ่ามไปหน่อย เผลอทำน้ำผลไม้หกใส่ เขาก็เลยเอาเสื้อมาให้ฉันยืมใส่ เธอคงไม่ถือสาหรอกใช่ไหม?”

เมื่อเจียงซื่อได้ยินแบบนั้น เขาก็แค่ปรายตามองลั่วเซิงอย่างเกียจคร้าน นิ้วมือยังคงกดจอยสติ๊กอย่างคล่องแคล่ว น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่ใส่ใจ “เธอมาทำไม? เราเลิกกันแล้วไม่ใช่เหรอ?”

เมื่อเห็นท่าทางที่ดูไม่ยี่หระของเขา ลั่วเซิงก็รู้สึกสมเพชตัวเองขึ้นมาอย่างจับใจ

เธอนึกถึงตอนที่บอกเลิกครั้งแรก ท่าทางทุลักทุเลและอ้อนวอนขอร้องของเขาท่ามกลางพายุฝน นึกถึงตอนที่เขาเริ่มใช้เวลาในการง้อเธอนานขึ้นเรื่อย ๆ นึกถึงครั้งล่าสุดที่เขาแค่ส่งข้อความวีแชตมาบอกว่า “เลิกงี่เง่าได้แล้ว คืนนี้จะพาไปกินชาบู”...

เขาลองเชิงขีดจำกัดของเธอครั้งแล้วครั้งเล่า เป็นเพราะใจอ่อนและให้อภัยเขานับครั้งไม่ถ้วน เขาถึงได้เหิมเกริมและไม่เกรงใจเธอมากขึ้นทุกที

แต่เขาคงไม่รู้ว่า ฟางเส้นสุดท้ายก็สามารถทับอูฐให้ตายได้ในที่สุด

การบอกเลิกครั้งที่เก้าสิบเก้านี้ เธอไม่ต้องการเขาอีกต่อไปแล้วจริง ๆ

ลั่วเซิงสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ข่มก้อนสะอื้นที่จุกอยู่ในลำคอ “ก็เพราะว่าเลิกกันแล้วน่ะสิ ของบางอย่างที่เป็นของนาย ฉันเลยอยากเอามาคืน”

เจียงซื่อนวดคลึงหว่างคิ้ว คล้ายกับเริ่มรำคาญ “ถ้าเธอจะเอาแต่ใจให้ได้ล่ะก็ ของพวกนี้เธอก็โยนทิ้งไปเลยสิ ไม่เห็นต้องถ่อเอามาคืนถึงนี่เลย”

“ได้”

ลั่วเซิงพยักหน้า เธออุ้มกล่องกระดาษที่เต็มไปด้วยความทรงจำใบนั้นเดินตรงไปยังถังขยะใบใหญ่ที่อยู่ด้านข้าง แล้วโยนมันลงไปทั้งหมดโดยไม่เหลือเยื่อใยหรือความลังเลใด ๆ

กล่องใบนั้นตกลงไปในถังขยะที่ว่างเปล่า บังเกิดเป็นเสียงดังทึบหนัก ๆ!

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน    บทที่ 22

    ฤดูหนาว ณ อีกฟากฝั่งของมหาสมุทรแอตแลนติกเจียงซื่อกระชับเสื้อโค้ตตัวเก่ง กอดหนังสือเรียนเล่มหนาเตอะไว้แนบอก แล้วสาวเท้าเดินฝ่าลานกว้างอันว่างเปล่าหน้าห้องสมุดไปอย่างรวดเร็วชีวิตในต่างแดนราวกับถูกกดปุ่มเล่นภาพช้า ซ้ำยังถูกกดปุ่มปิดเสียงเอาไว้เมื่อปราศจากการวิ่งตามอันวุ่นวายและการจงใจสร้างความบังเอิญ เวลาก็ดูเหมือนจะเดินช้าลงอย่างน่าประหลาดเขาเริ่มชินกับการขลุกตัวอยู่ในห้องสมุดเพียงลำพังจนดึกดื่น และชินกับการใช้กาแฟกับแซนด์วิชเย็นชืดประทังชีวิตไปมื้อแล้วมื้อเล่าการบำบัดทางจิตวิทยายังคงดำเนินต่อไป ภายในห้องที่เงียบสงัดจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจ เขาได้เรียนรู้ที่จะไม่ใช้ความโกรธหรือการหลีกหนีมาเป็นเกราะกำบังให้ตัวเองอีกต่อไป แต่เริ่มหันมาวิเคราะห์ถึงช่วงเวลาเหล่านั้นที่ทำให้เขาต้องสูญเสียทุกอย่างไปอย่างเงอะงะทว่าจริงจังเขานึกย้อนไปถึงแววตาอันสิ้นหวังของลั่วเซิงครั้งแล้วครั้งเล่า นึกถึงความเพิกเฉยละเลยที่ตนเองเคยมองว่าเป็นเรื่องปกติ และนึกถึงความหยิ่งยโสอันน่าขันที่เคยมั่นใจนักหนาว่าเธอจะไม่มีวันจากไปไหนความเจ็บปวดยังคงทิ่มแทง ทว่าเขาไม่ได้พยายามกลบฝังมันอีกแล้ว แต่เลือกที่

  • ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน    บทที่ 21

    ชีวิตของลั่วเซิงถูกเติมเต็มจนสมบูรณ์แบบและดำเนินไปอย่างเป็นระเบียบแบบแผนผลการเรียนวิชาเอกของคณะการเต้นยังคงอยู่ในอันดับต้น ๆ เสมอในห้องซ้อม เธอยังคงเป็นคนสุดท้ายที่เดินออกไปเสมอส่วนในชมรม เธอเติบโตจากเด็กใหม่ที่ไม่ประสีประสา กลายเป็นกำลังหลักที่สามารถรับผิดชอบงานใหญ่ได้ด้วยตัวเองกู้อวี่ตั้งใจมอบหมายให้เธอรับผิดชอบงานวางแผนและจัดการมากขึ้น ซึ่งเธอก็ทำมันออกมาได้อย่างไร้ที่ติเสมอ อีกทั้งไอเดียที่เธอนำเสนอยังแปลกใหม่และสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง เธอจึงได้รับความไว้วางใจและความชื่นชอบจากสมาชิกชมรมอย่างล้นหลามความมั่นใจจากก้นบึ้งของหัวใจที่เกิดจากการได้รับการยอมรับในความสามารถ ค่อย ๆ เข้ามาแทนที่ความรู้สึกมีคุณค่าที่เคยต้องพึ่งพาสายตาของคนอื่นความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับกู้อวี่ยังคงรักษาระยะห่างในฐานะเพื่อน ทว่ากลับมีบางสิ่งบางอย่างกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างเงียบเชียบในช่วงพักจากการพูดคุยเรื่องงานของชมรม พวกเขามักจะคุยกันถึงนิทรรศการหรือภาพยนตร์เรื่องล่าสุดอย่างเป็นธรรมชาติเมื่อบังเอิญเจอกันที่โรงอาหารก็จะนั่งทานข้าวโต๊ะเดียวกันอย่างคุ้นเคย หัวข้อสนทนาลื่นไหลตั้งแต่เรื่องเรียนไปจนถึ

  • ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน    บทที่ 20

    ข่าวการลาออกจากมหาวิทยาลัยหนานจิงของเจียงซื่อเปรียบเสมือนก้อนหินที่โยนลงบนผิวน้ำอันเงียบสงบ ระลอกคลื่นที่กระเพื่อมออกไปนั้นแผ่ขยายรวดเร็วกว่าที่คิดไว้มากเพียงชั่วเวลาแค่วันสองวัน เรื่องนี้ก็กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในเว็บบอร์ดของมหาวิทยาลัย และแน่นอนว่าย่อมแพร่สะพัดมาถึงคณะการเต้นที่ลั่วเซิงเรียนอยู่ด้วยช่วงพักเบรกระหว่างคลาสเรียน หญิงสาวหลายคนจับกลุ่มคุยกัน น้ำเสียงที่จงใจกดต่ำนั้นแฝงไว้ด้วยความตื่นเต้นและอยากรู้อยากเห็นจนปิดไม่มิด“ไปแล้วจริง ๆ หรอ? สุดหล่อคนที่ชอบแวะมาหาลั่วเซิงบ่อย ๆ คนนั้นน่ะเหรอ?”“รายชื่อก็ประกาศออกมาแล้ว จะปลอมได้ยังไง? ได้ยินมาว่าย้ายไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยชื่อดังที่อเมริกาเหนือเลยนะ”“โห…กะทันหันขนาดนี้เลยหรอ? ก่อนหน้านี้ยังเห็นว่า…”“ชู่ว! อย่าพูดเลย…”เสียงซุบซิบนินทาเงียบลงกะทันหันทันทีที่เธอเดินเข้ามาในห้อง สายตาหลายคู่ลอบมองมาทางเธออย่างระแวดระวัง แฝงไปด้วยแววตาจับผิดและมีความเห็นใจที่ยากจะสังเกตเห็นซ่อนอยู่ฝีเท้าของลั่วเซิงชะงักไปเล็กน้อยจนแทบไม่มีใครสังเกตเห็น ก่อนที่เธอจะเดินไปนั่งประจำที่ของตัวเองด้วยสีหน้าราบเรียบเป็นปกติปลายนิ้วของเธอจิกเกร

  • ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน    บทที่ 19

    เจียงซื่อยืนอยู่ใต้ต้นไม้ที่คุ้นตาหน้าตึกหอพักของลั่วเซิง เขายังคงดื้อดึงจ้องมองไปยังหน้าต่างบานที่สว่างไสวด้วยแสงไฟอันอบอุ่นเขารู้ว่าเธออยู่ข้างในนั้นแขนขาของเขาเริ่มชาหนึบ มีเพียงตำแหน่งของหัวใจเท่านั้นที่ยังคงปวดเป็นระลอกอย่างชัดเจน เขานึกถึงช่วงเวลาที่ผ่านมานับครั้งไม่ถ้วน หลังจากที่เขาทำให้เธอโกรธ เขาก็มารออยู่ใต้ตึกแบบนี้เช่นกันในตอนนั้น ไม่ว่าเธอจะโกรธแค่ไหน สุดท้ายก็มักจะใจอ่อน ยอมเดินตาแดงรื้นลงมาข้างล่าง แล้วถูกเขาดึงเข้าไปกอดรัดไว้ในอ้อมแขนแน่นทว่าครั้งนี้ ไม่มีอีกแล้วบรรดานักศึกษาที่ตื่นเช้าต่างกางร่มเดินสวนกันไปมาอย่างเร่งรีบ พวกเขาส่งสายตามองมาด้วยความอยากรู้อยากเห็นหรือเวทนา แล้วก็รีบเดินจากไปทั่วทั้งร่างของเขาเปียกปอน หนาวสั่นจนเริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้ พวงแก้มขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างผิดปกติ และรู้สึกวิงเวียนศีรษะเป็นระลอกในที่สุดประตูหอพักก็เปิดออก ทว่าคนที่เดินออกมากลับไม่ใช่ลั่วเซิง แต่เป็นรูมเมทของเธอเธอมองเจียงซื่อที่อยู่ในสภาพทุลักทุเลตรงหน้าด้วยแววตาที่สับสนวุ่นวาย ก่อนจะถอนหายใจออกมาในท้ายที่สุด เธอเดินเข้าไปหาพร้อมกับยื่นร่มแห้ง ๆ คันหนึ่งไปกางเหนือศ

  • ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน    บทที่ 18

    การแข่งขันเต้นประจำปีของมหาวิทยาลัยหนานจิงเป็นที่จับตามองมาโดยตลอด ภายในหอประชุมจึงเนืองแน่นไปด้วยผู้คนจนไม่มีที่นั่งว่างการแสดงของลั่วเซิงคือระบำร่วมสมัยแบบเดี่ยวในชื่อชุด “ทลายรังไหม”แสงไฟดับลง เหลือเพียงลำแสงสีเย็นเยียบสายหนึ่งสาดส่องลงมากลางเวทีเธออยู่ในชุดสีดำสนิท เรือนร่างพลิ้วไหวอ่อนช้อยทว่าแฝงไว้ด้วยความดื้อรั้นบางอย่างจากภายใน ขยับกายร่ายรำอย่างเชื่องช้าไปตามท่วงทำนองเมื่อถึงท่อนฮุก ดนตรีก็พลันดุดันเร้าใจ ท่วงท่าของเธอก็เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังตามไปด้วย เธอกระโดดลอยตัว ล้มลง แล้วหยัดยืนขึ้นมาครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนจะจบลงด้วยท่าเอนหลังค้างไว้ซึ่งเป็นท่าที่ยากลำบากยิ่งทว่ากลับงดงามไร้ที่ติแสงไฟสว่างวาบขึ้นมาทันทีทั่วทั้งฮอลล์ตกอยู่ในความเงียบงันไปชั่วขณะ ก่อนที่เสียงปรบมือจะดังกระหึ่มกึกก้องราวกับเสียงกัมปนาทลั่วเซิงหอบหายใจเล็กน้อย เธอยืนตัวตรงแล้วโค้งคำนับให้แก่ผู้ชมเบื้องล่างด้านล่างเวที กู้อวี่นั่งอยู่แถวหน้าฝั่งซ้าย เขาปรบมือดังกว่าใครเพื่อน นัยน์ตาฉายแววชื่นชมอย่างไม่อาจปิดบังทว่าในเงามืดแถวหลังสุดของหอประชุม กลับมีอีกร่างหนึ่งยืนนิ่งเงียบอยู่อย่างโดดเดี่ยว

  • ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน    บทที่ 17

    เจียงซื่อยืนอยู่ท่ามกลางม่านฝนใต้ตึกหอพัก หยาดฝนหยดลงมาจากปลายผมจนไหล่เสื้อเปียกชุ่มเขาจำไม่ได้แล้วว่านี่เป็นการรอคอยอย่างไร้ความหมายครั้งที่เท่าไหร่ร่างที่คุ้นเคยนั้นปรากฏตัวขึ้นทีไร ก็มักจะเดินสวนกับเขาไปโดยไม่แม้แต่จะปรายตามองต้องเผชิญกับความผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่า ถูกปฏิเสธอย่างเย็นชาซ้ำแล้วซ้ำเล่า…แรกเริ่มคือความร้อนรน ความไม่ยินยอม และความโกรธเกรี้ยวทว่าในเวลาต่อมา เขาเริ่มถูกบีบให้ต้องหวนนึกถึงอดีตอย่างละเอียดถี่ถ้วน ในค่ำคืนที่นอนไม่หลับนับครั้งไม่ถ้วนภาพในหัวผุดขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ ตอนที่ซูม่านโพสต์โมเมนต์ว่าอารมณ์ไม่ดี เขาก็ทิ้งลั่วเซิงที่กำลังงอนเขาอยู่ แล้วรีบไปโทรศัพท์คุยเป็นเพื่อนซูม่านตลอดทั้งคืนภาพตอนที่เขาปีนกำแพงออกไปซื้อชาน้ำขิงใส่น้ำตาลทรายแดงให้ซูม่าน แต่กลับลืมไปว่าบ่ายวันนั้นตอนที่ลั่วเซิงปวดประจำเดือน เขาทำเพียงแค่บอกปัดให้เธอดื่มน้ำอุ่นเยอะ ๆภาพในงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จ ตอนที่เขาตักแตงโมชิ้นที่หวานที่สุดตรงกลางให้ซูม่านอย่างเป็นธรรมชาติ ใบหน้าของลั่วเซิงก็ซีดเผือดลงในเสี้ยววินาทีรวมถึงที่บริเวณหน้าบันไดวน เขาไม่แม้แต่จะปรายตามองเธอที่กำลั

  • ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน    บทที่ 9

    แม่เจียงกำโทรศัพท์ที่เพิ่งถูกตัดสายทิ้งไว้แน่น สีหน้าเดี๋ยวซีดเดี๋ยวเขียว รู้สึกกระอักกระอ่วนจนแทบแทรกแผ่นดินหนีเมื่อลั่วเซิงเห็นดังนั้น เธอกลับก้าวเข้าไปหาแล้วควงแขนแม่เจียงเบา ๆ “คุณน้าคะ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เครื่องบินใกล้จะออกแล้ว ขอบคุณสำหรับความหวังดีนะคะ ในเมื่อเขายุ่งก็ช่างเถอะค่ะ เรื่องมาส่งห

  • ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน    บทที่ 8

    ทันใดนั้นโคมไฟระย้าคริสตัลขนาดมหึมาบนเพดานก็ร่วงหล่นลงมาตรง ๆ และเบื้องล่างนั้น คือเจียงซื่อกับซูม่านที่กำลังยืนพูดคุยหัวเราะร่ากันอยู่!ในช่วงเวลาความเป็นความตาย เจียงซื่อตอบสนองด้วยสัญชาตญาณ เขาหันขวับแล้วใช้ทั้งร่างโอบป้องซูม่านไว้ในอ้อมกอดอย่างมิดชิด!“โครม!”โคมไฟอันหนักอึ้งฟาดกระแทกเข้าที่แ

  • ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน    บทที่ 7

    พูดจบ เขาก็ประคองซูม่านที่ยังคงตื่นตระหนกไม่หาย แล้วหันหลังเดินจากไป ทิ้งให้ลั่วเซิงค่อย ๆ สูญเสียเรี่ยวแรงไปทีละน้อยในน้ำในทะเลสาบที่ค่อย ๆ เย็นเฉียบลงเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ภาพตรงหน้าคือเพดานสีขาวสะอาดตาของโรงพยาบาลเพื่อนร่วมชั้นหลายคนยืนล้อมอยู่ข้างเตียง พอเห็นเธอฟื้นขึ้นมาก็พากันถอนหาย

  • ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน    บทที่ 6

    เธอหันหลังกลับเงียบ ๆ หลีกเลี่ยงพวกเขา แล้วเดินตรงไปยังสวนหลังโรงเรียนที่นั่นมีต้นไทรเก่าแก่อยู่ต้นหนึ่ง บนลำต้นเคยมีชื่อของเธอกับเจียงซื่อสลักเอาไว้ ข้างกันยังมีรูปหัวใจดวงเล็ก ๆ วาดประกอบอยู่ด้วยนั่นคือตอนมัธยมปลายปีหนึ่ง เขาจูงมือเธอมา ใช้มีดพกค่อย ๆ บรรจงสลักลงไปอย่างตั้งใจทีละขีด พร้อมบอกว่

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status