LOGIN“ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะลูก สัมภาษณ์ไม่ผ่านเหรอ” บัวเอ่ยถามลูกสาว เมื่อสังเกตเห็นใบหน้าสวยนั้นดูไม่สู้ดีนัก เธอรู้ว่างานนี้สำคัญกับลูกสาวมากแค่ไหน กว่าจะพยายามมาถึงขนาดนี้ต้องผ่านความกดดันอะไรมาบ้าง
“ไม่เชิงค่ะแม่...ละ...แล้ว...รันเวย์ละคะ”
“ไปกับหม่อน...”
“อ๋อ...ลืมไปเลยค่ะ...” ยิ้มแห้งๆ แล้วพูดเสียงแผ่วกับตัวเอง เมื่อลืมไปเลยว่าน้าชายอย่างใบหม่อนเป็นคนมารับไปเที่ยว
แต่ก็ดีแล้วที่ตอนนี้ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนไม่อยู่ เพราะถ้าอยู่เวลานี้ เธอคงอดที่จะร้องไห้ไม่ได้แน่ๆ ก็ลูกชายของเธอ หน้าเหมือนเขาอย่างกับแกะ แถมนิสัยและความชอบก็ยังเหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยน ถึงอย่างนั้นก็เถอะอย่างน้อยๆ ลูกก็คือตัวแทนของเขา แม้ว่าวันนี้จะรู้ข่าวคราว ว่าเขากำลังจะแต่งงาน ก็แอบเจ็บจี๊ดอยู่เหมือนกันแฮะ
“มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า”
“แม่คะ...วันนี้ชาไปเจอเขามา” เม้มปากเป็นเส้นตรง ด้วยความลำบากใจเล็กน้อย
“เขาไหน? พ่อของรันเวย์เหรอ” พยักหน้าตอบผู้เป็นแม่ พยายามสะกดกั้นความรู้สึกที่โหยหาและคิดถึงเอาไว้
ตลอดเวลาที่เธอเลิกกับเขาไป ไม่มีวันไหนไม่คิดถึงเขาเลย หลายครั้งหลายครา ที่มีหนุ่มๆ มาขายขนมจีบ ทั้งที่รู้ว่าเธอมีลูกติด เธอก็ยังไม่คิดที่จะเริ่มต้นใหม่หรือเปิดใจให้ใคร แต่เพราะความฝัน เธอเลือกทำตามความฝันของตัวเองจึงตัดสินใจทิ้งเขาในวันนั้น โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าเขาได้ฝากเจ้าก้อนความรักเป็นตัวแทนมาด้วย
“เขาเป็นลูกชายของเจ้าของสายการบินที่ชาไปสมัครงานค่ะแม่”
“อย่าบอกนะว่าคิดถึงเขา ถ้าคิดถึงทำไมไม่กลับไป”
“ชาทำผิดต่อเขา ชาเป็นคนทิ้งเขาเอง ชาไม่กล้าแบกหน้าไปบอกว่าคิดถึงเขา ไม่กล้าที่จะกลับไปหรอกค่ะ และที่สำคัญ...เดือนหน้าเขากำลังจะแต่งงาน” ประโยคหลังเธอพูดด้วยเสียงสั่นๆ
“โธ่เอ๊ยลูก...” เมื่อไม่รู้ว่าจะปลอบใจลูกสาวอย่างไรดี จึงได้แต่เอื้อมมือไปกุมมือเธอเอาไว้ หวังให้เธอรู้สึกดีขึ้นไม่มากก็น้อย “เอ้อ...เมื่อวานมีพ่อหนุ่มใจดีเอาคุกกี้ให้เจ้าเวย์...บอกว่ารสชาติเหมือนของชาเลย...เลยฝากบอกแม่ว่าอยากกิน...ถ้าชาว่างก็ทำใส่กระปุกให้รันเวย์หน่อยนะ”
“ได้ค่ะ...งั้น...ชาออกไปหาวัตถุดิบมาทำไว้รอดีกว่า...เดี๋ยวถ้าแม่กลับบ้านแล้ว จะได้เก็บไว้ให้เวย์กิน”
“อื้ม...ให้แม่ไปด้วยไหม...”
“ไม่เป็นไรค่ะ แล้ว...หม่อนจะมารับแม่กี่โมงคะ” ว่าแล้วก็เอ่ยถามหาน้องชาย
โดยปกติแล้วลูกชายของเธอจะเรียนอยู่ที่นนทบุรี ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเธอ ส่วนเธอที่มาอยู่คอนโดในกรุงเทพ เพราะมาสมัครงานที่นี่และมันใกล้กับที่ทำงานที่เธอใฝ่ฝันจะเข้ามาเป็นนักบินที่นี่ด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้เธอทำงานที่บริษัทสายการบิน และทำอาชีพเสริมขายคุกกี้ออนไลน์ด้วย นานๆครั้งถึงจะเปิดรับorder
ส่วนลูกชายก็จะมีแค่วันหยุดที่รันเวย์จะมาหาและมานอนด้วย โดยคนที่พามาส่วนใหญ่จะเป็นแม่ของเธอ หรือไม่ก็เป็นน้องชายที่เป็นคนมาส่ง
@เอสพลาน่ามอล
“อืม...แป้ง...เนย...นม...ไข่...น้ำตาลแดง...ดาร์กช็อก...ขาดอะไรอีกน้า” ร่างเล็กเอ่ยถามตัวเอง พร้อมกับเข็นรถเข็นเดินเลือกซื้อของที่ต้องใช้เป็นวัตถุดิบในการทำขนม แต่แล้วระหว่างที่เลือกของเพลินๆ อยู่นั้น สายตาของเธอกลับเหลือบไปเห็นผู้ชายที่เป็นรักแรกและรักเดียวของเธอเดินมากับผู้หญิง
หัวใจดวงน้อยอยู่ๆ ก็สั่นไหวขึ้นมาเสียดื้อๆ รู้สึกหน้าชา ตัวชา เกินกว่าที่จะควบคุมไหว และราวกับฟ้าดินกลั่นแกล้ง เพราะสายหมอกเองก็พลันเหลือบมาเห็นเธอเช่นกัน
“อ๊ะ...เฮียหมอก...มาโอบไหล่ดาวทำไมคะ” ประกายดาวเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ เพราะอยู่ๆ สายหมอกก็ดันมาโอบไหล่เธอแบบงงๆ
“หนูช่วยแกล้งเป็นแฟนเฮียหน่อย”
“อ๊ะ...ทำไมคะ” แม้จะไม่เข้าใจในสิ่งที่พี่ชายทำสักเท่าไหร่ แต่ก็คงจะมีเหตุผลของการกระทำนี้แหละ เพราะปกติสายหมอกก็ไม่ค่อยแตะเนื้อต้องตัวผู้หญิงอยู่แล้ว แม้จะเป็นน้องสาวเขาก็มักจะให้เกียรติเสมอ
“เดี๋ยวเฮียว่ายังไง หนูก็เออออตามเฮียเลยนะ”
“โอเคค่ะ...” โปรยยิ้มหวานตอบอย่างว่าง่าย ส่วนสายหมอกก็จับแขนเรียวของประกายดาวไปคล้องแขนของเขาเอาไว้ ทำท่าทีดูกะหนุงกะหนิง หนำซ้ำยังแสร้งทำเป็นเดินเข้าไปใกล้ๆ ตรงจุดที่เธอยืน ตั้งใจจะทำให้เธอเจ็บ ทั้งที่ใจตัวเองเนี่ยแหละที่เจ็บเจียนตาย เพราะเธอกลับเมินแล้วเดินเลี่ยงไปทางอื่น
“คนนั้นคือ...สาวที่เคยเลี้ยงนมสดใช่ไหมคะเฮีย” เสียงหวานใสถาม พร้อมกับมองตามหลังใบชาไป
“ใช่ ผู้หญิงใจร้ายที่ทิ้งพ่อกับลูกได้ลงคอ” เอ่ยตอบน้องสาวด้วยความแค้นที่สุมอยู่ในอก
“เอ๋...แมวก็นับเป็นลูกแหละเนอะ” แม้จะนึกขำในคำตอบ แต่ก็อดสงสารไม่ได้ เข้าใจแหละว่ารักมากแค้นมากและก็คงจะเจ็บมาก แต่ที่ไม่เข้าใจเฮียเลย คือทำไมไม่เข้าไปคุยดีๆ
“เรารีบไปกันเถอะ น้องดาวต้องไปซื้อของเข้าคอนโดอีกนี่นา”
“ค่ะเฮีย...อ๊ะ...ดาวลืมซื้อผ้าอนามัยเลยค่ะ...” ว่าแล้วก็หมุนตัวเดินกลับไปที่โซนของใช้ผู้หญิง แต่สายหมอกจับเอาไว้ เพราะเห็นแล้วว่าใบชาไปทางนั้น
“น้องดาวไปซื้ออย่างอื่นเถอะ เดี๋ยวเฮียไปหยิบให้”
“อะ...เอ่อ...มันจะดีเหรอคะเฮีย...มันของใช้ผู้หญิงนะ”
“อืม...เอาแบบไหนบอกเฮียมาเลย”
“เอาแบบมีปีกค่ะ ยี่ห้อArisแบบoganicนะคะ”
“ครับ” หูฟังแต่ตาคือมองไปทางโซนนั้นไม่วางตา กลัวว่าคนที่เขาคิดแก้แค้นจะออกไปเสียก่อน และราวกับโชคเข้าข้าง เพราะเธอยังไม่ไปไหนและยังคงเลือกซื้อของอยู่
หมับ!!
“อ๊ะ...ขอโท...หมอก!!” รีบชักมือจับหลังจากที่คว้าหมับไปที่ผ้าอนามัยห่อเดียวกัน พอเธอจะหันไปขอโทษก็ต้องชะงัก เพราะชายร่างสูงตรงหน้าเป็นเขา
“พอดีว่าแฟนหมอกเขาชอบใช้แบบนี้...” หยิบผ้าอนามัยแบบบางไร้ปีกขึ้นมาให้เธอดู ทั้งที่น้องสาวสั่งอีกแบบ แต่ก็จงใจที่จะพูดจี้ใจดำเธอ ให้รู้สึกเจ็บด้วยการหยิบแบบที่ใบชาใช้ประจำให้เธอดู
“อ๋อ...เอาไปสิ” ไม่แม้แต่จะแสดงความรู้สึกเจ็บปวดหรืออะไรออกมาให้เขาเห็นเลยสักนิด มันก็ยิ่งพานทำให้เขายิ่งหัวร้อนเข้าไปใหญ่
เธอตอบกลับเพียงเท่านั้น แล้วเดินเข็นรถไปทางอื่น ปล่อยให้เขาหยิบผ้าอนามัยห่อสุดท้ายที่เหลืออยู่บนชั้นไปโดยที่ไม่คิดจะโวยวายอะไร
“เหอะ! เย็นชาชะมัด ผู้หญิงใจร้าย!!” สบถขึ้นกับตัวเอง ขณะที่ดวงตาคู่นั้นก็จ้องมองร่างเล็กเดินลับตาไป ด้วยความรู้สึกลึกๆ ด้านในที่เจ็บปวด เจ็บแล้วก็เจ็บอีก ไม่เข้าใจเลยว่าที่ทำอยู่ ทำเพื่ออะไร ตอกย้ำให้ตัวเองยิ่งเจ็บไปกว่าเดิมเหรอ
“เฮีย...ได้หรือยังคะ...”
“ได้แล้ว...” ตอบกลับแล้ววางลงในรถเข็น
“นี่มันไม่ใช่แบบที่ดาวบอกนี่นา...งั้น...เดี๋ยวดาวไปหยิบเองดีกว่าค่ะ” หยิบห่อที่พี่ชายหยิบผิดมาถือไว้ แล้วเอากลับไปวางไว้ที่ชั้น จากนั้นก็หยิบยี่ห้อใหม่ที่เธอใช้เป็นประจำมาถือไว้ ซึ่งจังหวะที่ประกายดาวเดินเอามันไปเก็บ ใบชานั้นก็เห็นทุกอย่าง และรู้ว่าสายหมอกจงใจทำท่าทีแบบนั้นใส่เธอ
คงต้องการจะทำให้เธอรู้สึกเจ็บ และใช่เธอก็รู้สึกเจ็บอย่างที่เขาต้องการนั่นแหละ เพียงแค่เธอ ไม่ได้แสดงมันออกมาทางสีหน้าและการกระทำให้เขาได้เห็นก็เท่านั้นเอง
“เด็กบ้านี่...รู้ไหมว่าตอนฉี่มันแสบ”“เอ้า...ใครจะไปรู้ก็ตัวเองบอกให้เร่งเอง...หมอกก็เชื่อฟังซะด้วยสิ...แบบนี้มาโทษหมอกคนเดียวได้ไงครับ” สายหมอกที่ถูกแฟนสาวตำหนิในตอนเช้าตีมึนใส่ ไม่พอทำหน้าปริบๆ ราวกับเด็กน้อยโดนดุ คนอะไรน่าหยิกจริงๆ เลยแต่ก็ว่าเขาคนเดียวไม่ได้อย่างที่บอกและ เธอเองที่ร้องขอเขา ถามว่ารู้ไหมว่าเขาต้องการ รู้แหละ และเขาก็พยายามหักห้ามใจอยู่ แต่เชื้อไฟอย่างเธอดันไปปลุกปั่นให้กองไฟของเขามันลุกโชติขึ้นยิ่งกว่าเดิมก็เท่านั้น สภาพก็เลยอย่างที่เห็น ก็ต้องยอมรับผลที่จะตามมาแหละ แสบสิคะ รออะไร!!“วันนี้พี่คงไปเลือกของชำร่วยไม่ได้แล้ว...งั้นหมอกให้ทางร้านเอามาให้เลือกเองนะ...”“หูย...หมอก...ไม่เป็นไร...เกรงใจร้านเขา” ใบชารีบปฏิเสธ เมื่อสายหมอกเตรียมการทุกอย่างเอาไว้เพื่อเธอโดยเฉพาะ อำนวยความสะดวกทุกอย่างให้เธอ ราวกับเป็นเจ้าหญิงคนหนึ่ง แต่เรื่องบนเตียงบอกเลยว่า ต้องขอยอมตกเป็นทาสสวาทให้เขาแหละ“เกรงใจอะไร เดี๋ยวจ่ายค่าเสียเวลาเอง”“ไม่เห็นต้องทำขนาดนี้เลย
มือไม้สั่น วินาทีที่เห็นที่ตรวจครรภ์ซ่อนอยู่ในเค้ก และมีขีดแดงๆ ขึ้นสองขีด ซึ่งเธอไม่ได้ใช้ของจริงที่ตรวจเอาใส่ในเค้ก เธอเขียนมันขึ้นมาด้วยปากกาแดง แต่ที่อยากจะสื่อคือ เธอต้องการมอบมันเป็นของขวัญวันรับปริญญาเขา เพราะเขาตั้งหน้าตั้งตาตั้งใจทำมากๆ“ฮือ...ลูกพ่อ...มาเร็วทันใจจริงๆ ...” พูดจบก็โผลตัวเข้าไปกอดใบชาด้วยความปลาบปลื้มใจ ดีใจจนน้ำตาไหล ไม่คิดเลยว่าความสุขที่เขารอยคอยมันจะคุ้มค่าขนาดนี้“ชอบของขวัญที่พี่ให้ไหม”“ชอบครับ...ขอบคุณนะครับ...ที่พี่ร่วมมือร่วมใจกับหมอก...”“พูดอะไรเนี่ยหมอก...พี่อายนะ”“อายอะไรเล่า...ก็ถ้าเราไม่ร่วมมือกัน...ลูกจะมาเร็วแบบนี้เหรอ...รันเวย์รู้หรือยัง”“ยัง...พี่บอกหมอกคนแรก...พี่เพิ่งตรวจไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว...ตอนแรกว่าจะบอกวันนั้นแหละแต่คิดไปคิดมาบอกวันนี้มันดูพิเศษกว่า”“แบบนี้ค่าสินสอดจะแพงขึ้นไหมเนี่ย...มีลูกตั้งสองคนแล้ว...”“แน่นอนสิ...คูณสามอยู่แล้ว” ตอบกลับอย่างไม่จริงจังนัก“หมอก
จูบที่แสนหวาน จูบที่ทำให้หัวใจพองโต เป็นจูบที่ประกาศให้ทุกคนรู้ว่าผู้หญิงคนนี้มีเขาที่ได้ครอบครองหัวใจ นับตั้งแต่วันแรก จนวันนี้ ก่อนหน้านี้แม้ว่าทั้งคู่จะห่างกันนานแค่ไหน แต่ไม่ว่าจะระยะเวลา ระยะห่าง ก็ไม่ทำให้หัวใจของทั้งคู่แยกออกจากกันเลยสักนาทีเดียวต่อให้ตลอดเวลา6ปีเธอและเขาจะผ่านผู้คนมามากมาย ก็ไม่เคยมีผู้ใดที่ครอบครองหัวใจของเขาทั้งคู่ได้ เพราะหัวใจของเธอและเขามันผูกและเชื่อมกันเอาไว้อย่างหนาแน่นไม่มีเปลี่ยนแปลง เธอและเขายังมั่นคงในรักเสมอ“หมอกนึกว่าวันนี้พี่จะไม่มาซะแล้ว..รู้ไหมว่าหมอกเกือบจะถอดใจกลับบ้านแล้วนะ...ดีที่พี่ชามาซะก่อน” สายหมอกเอ่ยขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศที่ระเบียงชมวิวในคอนโดของเขา โดยที่สวมกอดเธอจากทางด้านหลัง พร้อมกับเกยคางไปที่ไหล่มน จับจ้องมองดวงดาวนับล้านที่พร่างพราว ส่องแสงระยิบระยับ ราวกับกำลังเป็นสักขีพยานรัก ให้เธอและเขาทั้งคู่ในค่ำคืนที่แสนโรแมนติกนี้“แล้วทำไมหมอกไม่บอกว่างานแต่งน้องสาวอีกคน”“เรื่องงานแต่ง หมอกบอกพี่ไปชัดเจนแล้วนะว่าหมอกไม่ได้จะแต่งงาน”“มันคนละ
วันต่อมา...ภายในห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ของโรงแรมหรู8ดาวชื่อดังย่านในกลางเมือง มีงานมงคลที่มีบรรดาแขกเหรื่อมาร่วมงานอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง ทุกคนในงานล้วนมาแสดงความยินดีให้เจ้าของงานอย่างละอองฟ้าและฟร้องค์ ลูกสาวอีกคนของตระกูลบวรเวชาเวศน์ ตระกูลดังที่ประกอบธุรกิจด้านสายการบินครบวงจร และยังมีบริษัทจำหน่ายเครื่องบินควบคู่อีกด้วย ส่วนฟร้องค์ว่าที่สามีของละอองฟ้า ลูกชายเจ้าของร้านเพชรและร้านทองชื่อดังย่านธุรกิจ ที่มีร้านทองและร้านเพชรหลายสาขา ครอบคลุมทั่วทั้งจังหวัด เรียกได้ว่าทั้งคู่เป็นคู่ที่เหมาะสมดั่งสวรรค์สรรค์สร้าง ราวกับกิ่งทองกับใบหยกเลยก็ว่าได้แม้บรรยากาศภายในงานมงคลจะครึกครื้นและเต็มไปด้วยรอยยิ้มของคนทั้งงาน แต่จะมีหนึ่งคนที่ใจจดใจจ่อรอให้ใครบางคนมาปรากฏตัวในงานนี้ สายตาของสายหมอกจับจ้องไปที่หน้าประตูห้องจัดเลี้ยงเป็นพักๆ แต่ทว่ากลับไร้วี่แววของเธอ จากพิธีรดน้ำสังข์ จวบจนตัดเค้ก และร่วมจิบไวน์เพื่อเฉลิมฉลองแสดงความยินดีแก่น้องสาวอันเป็นที่รักของเขา ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะมา“พี่...จะไม่มาแล้วจริงๆ น่ะเหรอ” ร่างสูงพึมพำพูดกับตัวเองพร้อมกับลุกขึ้นเดินไปที
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!!ก๊อก ก๊อก ก๊อก!!เสียงรัวเคาะประตูดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง และแรงขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งเขากลัวมากเท่าไหร่ แรงในการเคาะก็ยิ่งเพิ่มขึ้นมากเท่านั้นหลายเท่า หัวใจของเขาตอนนี้มันเต้นแทบไม่เป็นจังหวะ ดวงตาแดงก่ำ เพราะกำลังจะถูกม่านน้ำตาบดบังทัศนียภาพเบื้องหน้า ในหัวตีกันมั่ว และภาวนาขอให้เธอยังอยู่ ขอให้ทุกอย่างที่เขาคิดมันเป็นแค่เรื่องปรุงแต่งเท่านั้น“พี่ชา...อึก...”แกร๊ก แอ๊ด!!และวินาทีที่ได้ยินเสียงเปิดประตู พร้อมกับร่างเล็กที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า ก็ทำให้คนที่ใจหายเมื่อครู่รู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันทีหมับ!!“อึก...พี่ชา...หมอกใจหายหมดเลย...หมอกนึกว่าพี่จะทิ้งหมอกไปอีก...” สายหมอกพุ่งตัวเข้าไปรวบร่างเล็กเข้ามากอดเอาไว้ด้วยกอดที่แน่น ราวกับว่ากำลังกลัวว่าเธอจะหายไปจากเขาอีก“หมอก...เข้ามาคุยกันหน่อยได้ไหม” ใบชาเอ่ยขึ้น หลังจากที่ถูกสวมกอดจากคนตัวโต“อื้ม...” ถอนกอดออก แล้วเช็ดคราบน้ำตาออกลวกๆ จากนั้นก็เดินตามเธอเข้าไปในห้อง แต่แล้วก็รู้สึกหน้าเสียขึ้นมาเพราะห้องของเธอมันดู
“อ๊ะ...อื้ม...มะ...หมอก...” เสียงกระท่อนกระแท่นของเธอดังขึ้น ในขณะที่เขากำลังเร้าเธอด้วยปากและลิ้น ร่างเล็กก็ดิ้นเร่าๆ ไปด้วยความทรมานเขาค่อยๆ เลื่อนจูบที่ละเลียดละไมสัมผัสเธอด้วยปากของเขา จนมาถึงหน้าท้องแบนราบ ก่อนที่จะฝากร่องรอยสีแดงช้ำเอาไว้ทั่วทุกตารางผิว และเลื่อนลงมาอีกเรื่อยๆ จนถึงเนินสวาทของเธอ“อื้ม”จ๊วฟ!สายหมอกจูบไปเบาๆ ที่ติ่งสวาท จากนั้นก็ค่อยๆ ใช้เรียวลิ้นลากมันเบาๆ จากล่างขึ้นบนด้วยสัมผัสที่แผ่วเบา ทว่ากลับวาบหวามจนคนถูกกระทำนั้นอยู่แทบไม่สุก เผลอเด้งสะโพกตอบรับเรียวลิ้นอันทรงพลังของเขาอย่างหลงลืมอายลิ้นร้อนตวัดขึ้นลงเนิบๆ แต่หนักหน่วงจนร่างเล็กที่ถูกความเสียวเล่นงานนั้นเด้งรับจนสะโพกลอยเหนือจากที่นอน มันวูบวาบ รัญจวนจนสติของเธอหลุดลอยไปไหนต่อไหนแล้วก็ไม่รู้เมื่อทำรักด้วยปากและลิ้นจนเธอเสร็จ เขาก็รีบถอดเสื้อผ้าของตนออกอย่างรวดเร็ว ตามด้วยจับท่อนลำที่พร้อมเฉิดฉายถูไถไปตามรอยแยกฉ่ำแฉะนั้น และสอดมันจนหายเข้าในร่องแคบๆ นั้นทันทีพรวด!!“อ๊ะ...”“อ๊าส์...” ร่า







