تسجيل الدخول
แนะนำตัวละคร
นางเอก ชื่อเล่น เพลง เพลงขวัญ ชื่อจริง นางสาว พิณรณี มีอำนวย อายุ25ปี นักศึกษา จบใหม่ คณะบริหารธุรกิจจากมหาลัยชื่อดัง เกรดนิยมอันดับสอง หน้าสวย อ่อนหวาน จิตใจดี สถานะ:โสด ที่บ้านค่อนข้างยากจน ตั้งแต่เล็กจนโต เธอต้องอดมื้อกินมื้อ ชีวิตลำบาก ยายเธอเป็นหนี้นอกระบบ เพราะเอาเงินไปส่งเธอเรียน เธอสงสารยายที่อายุก็เข้าเจ็ดสิบแล้วแต่ยังต้องทำงานงกๆอยู่เลยและเธอก็อยากจะพายายออกไปจากชีวิตมันที่น่าสมเพชแบบนี้เสียที "สวัสดีค่ะ....คุณศิรัญ" "ไม่ว่าฉันจะต้องเป็นเมียน้อยใคร....ถ้ามันทำให้ชีวิตของฉันหลุดพ้นจากชีวิตแบบนี้....ฉันยินดี" พระเอก ชื่อเล่น ศิรัญ ชื่อจริง ศิรัญ วิหารไกรกาล อายุ30ปี รองประธานบริษัทผลิตและส่งออกอาหารแช่แข็งยักษ์ใหญ่ของประเทศ หนุ่มหล่อ ขวัญใจสาวในออฟฟิศ แต่ทุกคนก็ได้แค่แอบปลื้ม เพราะเขาคนนี้ แต่งงานแล้ว ฐานะทางบ้าน รวยระดับเศรษฐี รวยชนิดที่ว่า เอาเงินมาโปรยเล่นยั งได้ สถานะ:แต่งงานแล้ว "คุณเป็นเลขาของผม.....ผมเลือกคุณ" ร่วมด้วย ชื่อเล่น อัง ชื่อจริง อังศิญา วิหารไกรกาล อายุ27ปี ภรรยาสาวของรองประธานบริษัทยักษ?ใหญ่ที่ทั้งคู่เข้าพิธีมงคลสมรสกันมาได้สามปีแล้ว แต่ก็ยังไร้ทายาทสืบสกุล "อังรักคุณนะคะรัญ" "แต่อังยังไม่พร้อมที่จะมีลูกในตอนนี้" "หวังว่าคุณจะเข้าใจอังนะคะ" ตอนที่1 บริษัท ทรัพย์อนันต์กรุ๊ปจำกัด 11:00น. เพลงขวัญ พิณรณี .... "ทางเรายินดีที่จะรับคุณเข้าทำงานนะคะคุณพิณรณี... มีอำนวย" ฉันยิ้มออกมาหลังจากที่รอลุ้นกับคำตอบของผู้หญิงตรงหน้าที่เธอทำตำแหน่งฝ่ายบุคคลหรือคนที่คัดคนเข้าทำงานที่บริษัทยักษ์ใหญ่แห่งนี้ "ขอบคุณมากค่ะ" ฉันยกมือไหว้เธอคนนั้นพร้อมกับยิ้กว้างน้ำตาคลอเป้า "ยินดีที่จะได้ร่วมงานกับคนที่มีความสามารถแบบคุณค่ะ... คุณคือคนที่ทางบริษัทของเราต้องการ" เธอว่าพร้อมกับยิ้มกริ่มให้ฉัน ฉันก็ยิ้มให้เธอ "เริ่มทำงานได้ในวันพรุ่งนี้เลยนะคะ" "ได้เลยค่ะ"ฉันตอบเธอกลับไปพร้อมกับยกมือไหว้ลาเธออีกครั้งก่อนจะเดินออกมาจากห้องสัมภาษณ์งานด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความสุข ยายจ๋ายายหนูได้งานทำแล้วนะ ต่อไปเราสองคนจะไม่ลำบากแบบแต่ก่อนแล้ว ฉันยิ้มอย่างกับคนบ้ารู้ตัวอีกทีก็เดินออกมาถึงหน้าบริษัทแล้ว ฉันหันไปมองป้ายชื่อบริษัทยักษ์ใหญ่ ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างภาคภูมิใจ ในที่สุดฉันก็ทำได้ ฉันทำตามความตั้งใจได้แล้วนะ ยายจะต้องดีใจมากแน่ๆ กริ๋งๆๆๆๆ ฉันที่มัวแต่ยืนยิ้มอยู่คนเดียวก็ต้องสดุ้งตดใจเพราะเสียงโทรศัพท์เข้า ฉันไม่รอช้ารีบยื่นมือลงไปควานหาโทรศัพท์ในกระเป๋าผ้าสีขาวที่ตัวเองสะพายไหล่ไว้ขึ้นมารับสาย แต่ก็แอบแปลกใจเพราะเบอร์ไม่โชว์ชื่อ "ฮัลโหล... สวัสดีค่ะ" (สวัสดีค่ะคุณพิณกรณีมีอำนวยใช่ไหมคะ?) "ใช่ค่ะ" ฉันตอบปลายสายกลับไปพลางขมวดคิ้วงุนงงสงสัยว่าใครกันที่รู้ชื่อจริงนามสกุลจริงฉันแบบนี้ (ทางเราติดต่อมาจากบริษัททรัพย์อนันต์กรุ๊ปจำกัดนะคะ) "อ้อค่ะ" (ทางเราต้องขอโทษคุณพิณรณีจากใจจริงนะคะที่ตอบตกลงคุณพิณรณีไปแบบนั้น...พอดีทางเราไม่ทราบค่ะว่าท่านประธานได้รับคนในตำแหน่งของคุณพิณรณีมาเรียบร้อยแล้ว) (ทางเราต้องกราบขออภัยเป็นอย่างสูงค่ะ.....) คำพูดที่ดูสุภาพและอ่อนโยนแต่ความหมายในข้อความมันช่างบาดหัวใจฉันให้เจ็บปวด ตึก ฉันเผลอปล่อยโทรศัพท์หลุดมือจนไม่รู้ตัวและไม่รอให้ปลายสายพูดให้จบหรือพูดอะไรกับปลายสายไป เพราะฉันไม่มีแม้กระทั่งแรงที่จะยืนแล้ว เหมือนมันหมด หมดทุกอย่างความสิ้นหวังในชีวิต พรึบ ร่างของฉันถูกอ้อมแขนของใครบางคนรับไว้อย่างรวดเร็ว ก่อนที่ร่างของฉันจะล่วงลงสู่พื้นก้นกระแทกพื้น ฉันหรี่ตาพยายามจะมองหน้าของคนที่เสียสละอ้อมแขนอันอบอุ่นนี้มารับร่างฉันไว้ แต่มันก็ยากเหลือเกินเพราะแสงแดดยามเกือบเที่ยงส่องตรงศีรษะฉันพอดี ทำให้มองใบหน้าของคนตรงหน้าได้อย่างไม่ชัดเจน ฉันกระพริบตาปริบๆเพื่อพยายามปรับโฟกัสดวงตาใหม่อีกครั้ง แต่ก็ไม่สามารถมองเห็นใบหน้าเต็มของเขาได้ เพราะเขาสวมใส่แมสสีดำปกปิดใบหน้า ที่จะมองชัดก็คงจะเป็นดวงตาและแววตาเข้มที่จ้องมองมาที่ฉัน ใบหน้าของฉันสะท้อนอยู่ในแววตาของเขาอย่างเด่นชัด "เป็นอะไรไหมครับ?"เสียงเข้มทุ้มเอ่ยขึ้นพลางมองสอดส่องสายตามาที่ฉันอย่างห่วงใย "ไม่เป็นไรค่ะฉันแค่รู้สึกหน้ามืดนิดหน่อยขอบคุณนะคะ" ฉันว่าพลางพยายามจะยันตัวยืนได้ตัวเอง เขาก็ช่วยเหลือฉันโดยการดันร่างของฉันให้ยืนทรงตัวำด้ด้วยตัวเอง "ขอบคุณค่ะ"ฉันเอ่ยขอบคุณเขาไปก่อนจะโค้งตัวให้เขาหลังจากที่ยืนได้ด้วยตัวเองแล้ว เขาก็ละมืออกจากร่างของฉันไป ก่อนจะก้มศีรษะเล็กน้อยเพื่อรับคำขอบคุณจากฉัน "คุณศิรัญครับ!!"เสียงของใครบางคนที่ดังอยู่จากทางด้านหลังของผู้ชายร่างสูงโปร่งที่ช่วยเหลือฉันดังขึ้น สงสัยเขาจะเรียกคนนี้สินะ "ขอตัวก่อนค่ะ" "ครับ"ฉันยิ้มให้เขาอีกครั้งก่อนจะเดินหันหลังออกมาจากที่แห่งนี้ ด้วยหัวใจที่แตกสลายจนไม่เหลือชิ้นดี หมดสิ้นแล้ว ความหวังที่ฉันคาดหวังไว้ หมดแล้วจริงๆ แต่ถึงยังไงๆวันนี้ฉันต้องได้งานให้ได้ในขณะเดียวกัน00:45น.คฤหาสน์วิหารไกลกาลห้องนอนศิรัญ...."โทรหาใครคะรัญ?"เสียงหวานใสของอังศิญาเอ่ยขึ้ยในขณะที่เธสวมใส่เสื้อคลุมอาบน้ำสีขาวและมืออีกข้างก็กำลังใช้ผ้าขนหนูสีขาวเช็ดผมที่เปียกจากการเพิ่งสระผมมาศรัญหลังจากที่วางสายพิณกรณีไปแล้วก็หันกลับไปมองอังศิญาก่อนจะยิ้มบางๆให้เธอ"ผมโทรหาพิณรณีน่ะ""โทรหาทำไมคะดึกป่านนี้?"อังศิญาว่าพลางหย่อนก้นงอนนั่งลงตรงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง"ก็ผมเป็นคนชวนเขาไปแต่พอกลับกลับไม่ได้บอกเขากลัวว่าเขาจะรอน่ะ" ศิรัญว่าพร้อมกับเดินมุ่งตรงมาหาอังศิญาและจัดการใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมให้เธออย่างเบามือ "อ้อค่ะแต่ทำไมคุณถึงชวนพิณรณีแต่ไม่ชวนเคทเพื่อนของอังล่ะคะนี่คุณทำตัวไม่เป็นกลางหรือเปล่าคะเนี่ยรัญ?" อังศิญาว่าอย่างไม่จริงจังออกแนวแซวศิรัญเสียมากกว่า"ผมไม่ได้ทำตัวไม่เป็นกลางนะ""แต่วันนี้พิณรณีเขาทำให้ผมได้ร่วมลงทุนกับชาวสเปนรายใหญ่""ร่วมลงทุนกับชาวสเปนเหรอคะ?" อังศิญาว่าอย่างตกใจก่อนจะหยุดมือลงทุกอย่างเหมือนเธอกำลังตกอยู่ในภวังค์แต่ศิรัญกลับไม่ได้ละแคะระคายกับท่าทีของอังศิญาเลย" ใช่ครับเขามาร่วมลงทุนกับบริษัทเรา""คุณจะไปเปิดตลาดที่สเปนหรือค่ะ?""ใช่ครับถ้าเรา
"นี่คุณศิรัญกับคุณอังศิญาเป็นสามีภรรยากันเหรอคะโอ้ว้าว" เสียงตื่นเต้นของคุณหญิงนฤมิตรดังเกินคนในงานทั้งสามดูมีความสุขคุยกันถูกคอ ทั้งคุณหญิงนฤมิตรและคุณศิรัญรวมถึงคุณอังศิญาเองก็ด้วยฉันที่ยืนอยู่หลังสุดของผู้คนไฮโซ ได้แต่มองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของคุณหญิงนฤมิตรดังออกมาเป็นระยะสื่อว่าเธอกำลังมีความสุขที่ได้พูดคุยกับสองคนนั้น"อาหารนี่มีส่วนผสมของถั่วริสงไหมคะ?"เสียงคุ้นหูของผู้หญิงที่ไม่ใช่ภาษาไทยเอ่ยขึ้นจากทางด้านหลังฉันที่เป็นโซนของกินฉันจึงหันไปหาเธอคนนั้นก่อนจะยิ้มออกมาและรีบเดินตรงไปหาเธอที่ตอนนี้เธอกำลังยืนคุยอยู่กับพนักงานที่ยืนเฝ้าซุ้มของกินอยู่อาหารในงานเป็นแบบบุฟเฟ่ต์คือให้แขกเดินมาดักและนำไปนั่งกินที่โต๊ะได้เองเลย"คุณคามีลา""คุณพิณรณี"ทั้งคุณคามีลาและฉันต่างเรียกชื่อของกันและกันด้วยความดีใจเธอบอกว่าเธอจะมางานเลี้ยงไม่คิดว่าจะเป็นงานเดียวกัน"ฉันดีใจมากค่ะที่เจอคุณที่นี่" คุณคามีลาว่าพร้อมกับยิ้มและโผล่เข้าสวมกอดฉันทันทีด้วยความดีใจฉันเองก็ดีใจและกอดตอบเธอไป"ฉันก็ดีใจค่ะ"ฉันว่าหลังจากที่เราผละกอดออกจากกันแล้ว"ฉันอยากจะกินอาหารอันนี
ฉันที่กำลังจิบน้ำส้มไปด้วยและมองบรรยากาศในงานไปด้วยสายตาก็ไปสบเข้ากับแผ่นหลังเนียนบางของใครคนหนึ่งที่เธอสวมใส่ชุดเดรสสีทองเปิดแผ่นหลังโชว์เรือนร่างที่เย้ายวนกำลังยืนอยู่ท่ามกลางของผู้คนทั้งชายและหญิงรุมล้อมเธอใบหน้าของเธอสวยเนียนแต่งหน้าโทนอ่อนแต่ทำให้เธอคนนี้ดูมีเสน่ห์และน่ารักพร้อมสวยไปในตัวยิ่งเวลาเธอยิ้ม เธอยิ่งสวย"คุณอังศิญา?"ฉันเอ่ยชื่อของเธอคนที่ฉันกำลังชื่นชมออกไป และหันกลับมามองท่านรองที่ตอนนี้เขาเองก็กำลังจิบไวน์ไป และพูดคุยกับเพื่อนๆในแวดวงธุรกิจไปด้วย ใบหน้าของเขาก็ยิ้มแย้มดูมีความสุขสองคนนี้ ดูเหมาะสมกันมากจังเลยนะ อีกคนก็สวยสง่า อีกคนก็หล่อปานเทพบุตรลงมาจุติแล้วแบบนี้ท่านรองจะอยากมีเมียน้อยเหรอ "โอ้ย?"ฉันที่รู้สึกมึนหัวเพราะภาพตรงหน้ากำลังขึ้นเป็นภาพซ้อน เหมือนตาลาย อย่าบอกว่าฉันจะเป็นลมน่ะ! พรึบ"เป็นอะไรไหมครับ?"เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นข้างหนูฉันและเป็นเจ้าของอ้อมแขนที่รับร่างฉันอยู่ในตอนนี้ฉันจึงหันไปมองคนคนนั้น ก็พบว่า หน้าตาคุ้นๆเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน"ไม่สบายหรือครับไปนั่งพักรับลมข้างนอกก่อนดีกว่าครับ""เดี๋ยวผมพาไป""ได้ค่ะขอบคุณมากนะคะ" ฉันเอ่ยบอกเขาไปพร้อม
20:00น.ชั้นจัดเลี้ยงงานวัดเกิดคุณหญิง นฤมิตร...หน้าทางเข้างานเพลงขวัญ พิณรณี......."คุณพิณรณี"เสียงทุ้มที่คุ้นหูฉันเอ่ยขึ้นทันทีที่ร่างของฉันเดินมาถึงหน้าทางเข้างานก็ต้องได้ยินใครบางคนเรียกฉันฉันที่รีบชนิดที่ว่ากึ่งเดินกึ่งวิ่งต้องหันขวับกลับไปมองยังต้นเสียงก่อนจะยิ้มแหยๆให้เขาไป เมื่อคนคนนั้น คือท่านรอง ศิรัญวิหารไกลกาลเจ้านายฉัน"คุณมาสาย?" เขาเอ่ยขึ้นพร้อมกับยกแขนขึ้นมาดูนาฬิกาที่ข้อมือเขาก่อนจะตวัดสายตาคมมองมาที่ฉันด้วยสายตาพิจารณา"ขอโทษค่ะท่านรอง" ฉันว่าพร้อมกับยกมือไหว้ขอโทษเขาเขาก็ผ่อนลมหายใจออกมาก่อนจะหยิบกล่องกำมะหยี่เท่าฝามือขึ้นมาฉันก็มองเขา เขาก็จัดการเปิดกล่องในนั้นเป็นสร้อยเพชรเม็ดกลมเงาวาววับจนแสบตา"หันหลังสิ"ท่านรองว่าในขณะที่ปลดตะขอสร้อยออกเตรียมพร้อมที่จะใส่ฉันก็ทำหน้างงๆ"เธอจะปล่อยให้คอว่างแบบนั้นได้ไงไม่มีของประดับ" ท่านรองว่าเสียงเรียบแววตานิ่งเฉย ฉันจึงต้องยอมหันหลังให้ท่านรองเขาก็จัดการสวมสร้อยให้ฉันจากทางด้านหลังในขณะที่มือของท่านรองสัมผัสที่แผ่นต้นคอฉัน ทำให้ฉันสะดุ้งเพราะไออุ่นจากมือเขาทำให้ฉันเผลอหัวใจเต้นแรงใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาเสียดื้อๆเม
"ท่านรองยังไม่มาโชคดีไปนะยัยเพลง!"ฉันบ่นอุบกับตัวเองในขณะที่มาถึงหน้าประตูทางเข้าโรงแรมเป็นที่เรียบร้อยแล้วโรงแรมหรูระดับห้าดาวเลยจะดูหรูหราสมราคามากถ้าจะนอนค้างที่นี่ห้าหลักอัพแพงหูฉี่มากฉันคงจะนอนที่บ้านเช่าหลังเก่าดีกว่าแต่ถ้าเป็นไปได้ ฉันก็อยากจะพายายมานอนที่ดีๆแบบนี้บ้าง"ว่าแต่เขาจัดงานกันชั้นไหนนะ?"ฉันพึมพำกับตัวเองอีกครั้งก่อนจะมองซ้ายมองขวาหาเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์เมื่อมองเห็นฉันก็เดินเข้าไปหาโต๊ะประชาสัมพันธ์ทันที"ขอโทษนะคะเขาจัดงานเลี้ยงวันเกิดคุณหญิงนฤมิตรชั้นไหนนะคะ""รอสักครู่นะคะ" ประชาสัมพันธ์ที่เป็นผู้หญิงสวมใส่ชุดยูนิฟอร์มของโรงแรมโดนเฉพาะเอ่ยขึ้นก่อนจะก้มหน้าไปดูจอคอมพิวเตอร์และกดพิมพ์แป้นพิมพ์คีย์บอร์ด้วยสายตาไม่ค่อยเป็นมิตรระหว่างยืนรอฉันก็มองดูบรรยากาศรอบๆไปด้วยผู้คนมากมายผลัดกันเดินเข้าเดินออกบางคนแต่งตัวธรรมดาบางคนแต่งตัวหรูหราสวมร้อยเพชรประดับประดาอย่างกับงานขายเครื่องเพชรพวกคนรวยก็แบบนี้แหละ แข่งกันแต่งตัวออกงานตามสังคมเพื่ออวดความรวยของตัวเองที่คนจนๆอย่างฉันไม่มีวันเข้าใจ"ห้องรับรองชั้นยี่สิบ"" ขอบคุณมากค่ะ"ฉันเอ่ยขอบคุณพนักงานไปพร้อมกับยิ้มให้
18:00น.ศิรัญ........ติ๋งผมหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานจากโต๊ะเสริมของรถลีมูซีนคันหรูคันนี้ขึ้นมาดู เมื่อมีการแจ้งเตือนเงินออกข้อความเข้า:เงินออกจำนวน 200000บาทจากบัตรเดบิต"สองแสนบาท?"ผมพึมพำขึ้นมาเมื่อเห็นข้อความในมือถือจากบัตรเครดิตที่ถูกใช้รูดซื้อของ บัตรที่ผมให้พิณรณีไป"คนนี้หรือที่แกบอกว่าเป็นเด็กของไอ้ทศพล?"เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างสงสัยดังมาจากผู้ชายหน้ามนคนผิวสองสีที่นั่งอยู่เบาะนั่งข้างผมผมจึงหันไปมองหน้ามัน "ใช่""สวยเก่งฉลาดแถมพูดสเปนคล่องมาก""ใช่ฉันยังตกใจ"ผมเอ่ยเสริมมันไปอย่างเห็นด้วยเพราะเธอไม่ได้เขียนในใบสมัครว่าเธอพูดได้แค่ภาษาอังกฤษ"และแกจะทำยังไงต่อ?""ถ้าข่าวเรื่องนี้รู้ถึงหูไอ้ทศแสดงว่าเธอนี่แหละเป็นสายของมันจริงมันส่งเธอเพื่อเข้ามาล้วงความลับฉัน""และแกจะปล่อยมันไปแบบนี้?""ใช่ก็เล่นตามน้ำไปก่อนแกเองก็อย่าเผลอหลุดพูดภาษาไทย""โห้มันใช่เรื่องง่ายเหรอวะ?"ไอ้มิตเชลล์โวยก่อนจะทำหน้าบู้บี้ตาทประสาของมันผมก็ยักคิ้วให้มันก่อนจะหันมาให้ความสนใจงานของผมตรงหน้าต่อ"และเรื่องการตลาดที่ฉันให้แกไปติดต่อชาวด์ที่สเปนเป็นยังไงบ้าง?""จะได้เรื่องอะไรว่ะชาวด์เข้าถึงยาก







