LOGINชายในชุดดำสองคนวิ่งมาจากทางเดิน ฉันยิงคนแรกที่หัวไหล่ ก่อนยิงซ้ำจนเขาล้ม ส่วนอีกคนพุ่งเข้าประชิดจนเราแย่งปืนกัน
ฉันใช้เข่ากระแทกท้องเขา แล้วคว้าเศษเหล็กบนพื้นฟาดใส่ศีรษะ
เมื่อเขาล้ม ฉันยิงลงไปอีกครั้ง
ฉันไม่รู้ว่าฆ่าไปกี่คน
สองคน
สามคน
หรือมากกว่านั้น
ความทรงจำทั้งหมดปะติดปะต่อกันเพียงเสียงปืน เสียงกรีดร้อง และเลือดที่กระเด็นเปื้อนแขน
ฉันเดินผ่านทางเดินทีละช่วง ยิงทุกคนที่เข้ามาขวาง
อลิซาเบธพุ่งออกมาจากห้องด้านข้างพร้อมมีด ฉันยิงใส่หน้าท้องของเธอ ร่างหญิงสาวกระแทกกำแพงก่อนทรุดลง
“นี่สำหรับอาเธอร์”
ฉันพูดเสียงสั่น
เอวาลีนวิ่งเข้ามาจากบันไดอีกด้าน ฉันเหนี่ยวไก
ปัง!
เธอล้มลงตรงขั้นบันได เลือดไหลผ่านชุดสีแดงที่ครั้งหนึ่งเคยทำให้ฉันหลงใหล
ฉันยิงต่อจนปืนดังเพียงเสียงแห้ง
แกร๊ก
กระสุนหมด
ฉันยืนหอบอยู่กลางทางเดิน รอบตัวเต็มไปด้วยร่างคนที่ล้มลง
จากนั้นเสียงปรบมือช้า ๆ ก็ดังขึ้น
คีรินทร์เดินออกมาจากเงามืด
เขาไม่ได้ดูตกใจ
ไม่ได้โกรธที่เห็นคนของลัทธิตายอยู่รอบตัว
ตรงกันข้าม ใบหน้าของเขากลับมีรอยยิ้มบาง ๆ
“ดีมาก”
ฉันยกปืนที่ว่างเปล่าเล็งไปทางเขา
“แกหลอกฉัน”
“ผมทำตามหน้าที่”
“แกฆ่าอาเธอร์!”
“กระสุนไม่ได้ออกจากปืนผม”
“แต่แกพาพวกมันมาหาเรา!”
เสียงของฉันแตกพร่า
“ทั้งหมดเป็นแผนของแกใช่ไหม ตั้งแต่คืนที่โรงพัก ตั้งแต่พาฉันกลับบ้าน หรือแม้แต่เรื่องพ่อ”
คีรินทร์เดินเข้ามาใกล้ช้า ๆ
“ผมบอกคุณแล้วว่าผมจะไม่ส่งคุณกลับไปให้พวกเขา”
“แต่แกเป็นพวกเดียวกับมัน”
“ไม่ใช่เสียทีเดียว”
ฉันกวาดสายตามองหาสิ่งที่จะใช้เป็นอาวุธ แต่รอบตัวมีเพียงเศษไม้และร่างไร้ชีวิต
“หยุดอยู่ตรงนั้น”
คีรินทร์หยุดตามคำสั่ง
“เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะครอบครัววาเรนท์ต้องการประกอบพิธีซาเวียร์”
เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบสงบ ราวกับกำลังอธิบายคดีธรรมดา
“พวกเขาเชื่อว่าสามารถใช้อดีตของคุณเปิดประตู และอัญเชิญปีศาจที่ถูกผนึกไว้กลับมายังโลกนี้”
“อดีตของฉัน?”
“ความฝันที่คุณเห็นไม่ใช่ภาพของเหยื่อคนอื่น”
ฉันขมวดคิ้ว
“หมายความว่าอะไร”
“คนตายแต่ละคนคือเศษเสี้ยวความทรงจำที่ถูกผนึกอยู่ในตัวคุณ”
“ฉันไม่เคยรู้จักพวกเขา”
“คุณรู้จักทุกคน”
คีรินทร์มองนาฬิกาข้อมือ
“เหลือเวลาไม่มากแล้ว”
เขาหันหลัง เดินไปยังบันไดซึ่งทอดขึ้นสู่ชั้นบน
“ตามผมมา แล้วคุณจะได้คำตอบทั้งหมด”
“ฉันไม่ไปกับแก”
คีรินทร์หยุดบนขั้นบันได
“คุณอยากรู้ไหมว่าพ่อของคุณยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า?”
ฉันกำด้ามปืนแน่น
แม้ไม่มีกระสุน ฉันก็ไม่ยอมปล่อยมัน
“พ่อฉันอยู่ที่ไหน”
“ด้านบน”
เขาตอบ
“พร้อมกับความจริงที่ครอบครัวคุณซ่อนจากคุณมาตลอด”
ฉันควรหนี
ควรกลับไปหาอาเธอร์
ควรหาทางส่งข้อความขอความช่วยเหลือให้สำเร็จ
แต่หากฉันจากไปโดยไม่รู้ความจริง ทุกการตายคงสูญเปล่า
ฉันจึงเดินตามเขาขึ้นบันได
ทุกขั้นที่สูงขึ้น อากาศก็ยิ่งเย็นลง
กลิ่นฝุ่นและเลือดค่อย ๆ ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นดอกไม้แห้งซึ่งคุ้นเคยอย่างประหลาด
เสียงเพลงจากความฝันดังแผ่วอยู่ที่ไหนสักแห่งด้านบน
ตึก
ตึก
ตึก
จังหวะกลองดังช้าลงตามการเต้นของหัวใจฉัน
เมื่อมาถึงชั้นบนสุด คีรินทร์ผลักประตูไม้บานใหญ่เปิดออก
ด้านหลังไม่ใช่ดาดฟ้าโล่งแบบที่ฉันเคยเห็นก่อนตาย
แต่มันคือซากห้องเรียนเก่า
ผนังด้านหนึ่งพังหายไปจนมองเห็นท้องฟ้ายามค่ำคืน โต๊ะไม้หลายสิบตัวเรียงเป็นแถว ฝุ่นหนาปกคลุมทุกสิ่ง แต่ตรงกลางห้องกลับมีแสงสีขาวซีดส่องลงมา ราวกับแสงจันทร์ถูกบังคับให้ตกอยู่เพียงจุดเดียว
บนเก้าอี้แต่ละตัวมีศพนักเรียนนั่งอยู่
บางร่างแห้งกรังจนเหลือเพียงกระดูก
บางร่างยังคงมีผิวหนังสีเทาแนบติดอยู่กับใบหน้า
ทุกคนสวมเครื่องแบบแบบเก่า เสื้อสีขาวคอสูง กระโปรงหรือกางเกงสีเข้ม และตราโรงเรียนรูปดวงตาปิดบนหน้าอก
ฉันยกมือปิดปาก
“นี่มันอะไร…”
“ชั้นเรียนสุดท้ายของซาเวียร์”
คีรินทร์ตอบ
ฉันเดินผ่านโต๊ะแต่ละตัวอย่างช้า ๆ
ป้ายชื่อบนโต๊ะผุพังไปมาก แต่บางชื่อยังพออ่านได้
ชื่อเหล่านั้นคุ้นเคย
เด็กชายที่ถูกเผา
หญิงสาวในชุดเจ้าสาว
ชายชราที่ถูกฝังทั้งเป็น
หญิงตั้งครรภ์บนแท่นหิน
ทุกคนที่ฉันเห็นตายในความฝันนั่งอยู่ในห้องนี้
แต่ในสภาพที่อายุน้อยกว่า
เป็นเพียงนักเรียน
ฉันเดินลึกเข้าไปจนถึงแถวสุดท้าย
มีโต๊ะตัวหนึ่งว่างเปล่า
ไม่มีศพนั่งอยู่บนเก้าอี้
บนโต๊ะมีกรอบรูปสีเงินตั้งอยู่
ฉันเอื้อมมือหยิบมันขึ้นมา
เซบาสเตียนแตะใบหน้านาง“เพราะชีวิตหนึ่งซึ่งเจ้ามองข้าเป็นคนแปลกหน้า ยังดีกว่านิรันดร์ที่ไม่มีเจ้าอยู่ในจักรวาล”คีรินทร์ซึ่งยืนฟังอยู่ไม่ไกลเข้าใจในเวลานั้นว่า ผู้เป็นนายกับตนไม่ได้แตกต่างกันเลยเซบาสเตียนยอมให้นางเกิดซ้ำ เพื่อให้มีโอกาสถูกเลือกส่วนคีรินทร์ยอมเฝ้าวงจร เพื่อให้มีโอกาสอยู่ข้างนางก่อนความทรงจำกลับมาชายทั้งสองรู้ว่า การเวียนว่ายจะสร้างความเจ็บปวดแต่ไม่มีใครยอมปล่อยเพราะสำหรับผู้เป็นอมตะ ความสูญเสียไม่ใช่การเห็นคนรักตายเพียงครั้งเดียวมันคือการต้องมีชีวิตต่อไปตลอดกาล โดยรู้ว่าคนคนนั้นเคยมีอยู่ และจะไม่มีวันกลับมาอีกเซบาสเตียนกลัวความว่างเปล่านั้นคีรินทร์ก็เช่นกันจึงไม่มีใครถามอมาเรียว่า ความปรารถนาที่เอ่ยในวันที่สิ้นหวัง ยังเป็นสิ่งที่นางต้องการจริงหรือไม่พวกเขาเพียงเปิดวงจรอีกครั้งชีวิตแรกของการเกิดใหม่จบลงเร็วกว่าที่ทุกคนคาดเมื่อข่าวเรื่องปีศาจแพร่ไปถึงศาสนจักร ครอบครัวของอมาเรียถูกกล่าวหาว่าทำสัญญากับสิ่งชั่วร้ายทหารถูกส่งมาล้อมคฤหาสน์บิดาของนางถูกสังหารขณะปกป้องลูกมารดาถูกจับส่วนน้องชายถูกนำไปเป็นตัวประกัน เพื่อบังคับให้อมาเรียยอมมอบตัวประวัติศาสตร์เริ่ม
เซบาสเตียนมองหญิงสาวในอ้อมแขนของคีรินทร์ความเงียบอันหนักอึ้งปกคลุมห้อง“ส่งนางมาให้ข้า”คีรินทร์กระชับแขนแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว“ร่างของนางยังรับความทรงจำไม่ได้”“เพราะเจ้าปลุกนางเร็วเกินไป”“ข้าเพียงสอนเรื่องอดีต”“เจ้าพูดชื่อข้า?”“นางจำได้เอง”เซบาสเตียนยื่นมือออกมา“ส่งมา”คีรินทร์ไม่ขยับปีศาจผู้เป็นนายมองการต่อต้านของลูกน้องด้วยสีหน้าเย็นชา“เจ้าลืมหน้าที่หรือ”“หน้าที่ของข้าคือปกป้องนาง”“หน้าที่ของเจ้าคือพานางกลับมาหาข้า”“หากท่านแตะต้องตอนนี้ วิญญาณนางอาจแตกสลาย”“ข้ารู้วิธีรักษานางดีกว่าเจ้า”“ท่านรู้วิธีรักษา หรือรู้เพียงวิธีครอบครอง”คำพูดนั้นทำให้เงาทั่วห้องเคลื่อนไหวหน้าต่างทุกบานปิดกระแทกพร้อมกันเซบาสเตียนเข้ามาหยุดตรงหน้า“เจ้ากำลังท้าทายข้าเพราะนาง?”คีรินทร์สบตาผู้เป็นนาย“ข้าไม่ยอมให้นางเจ็บอีก”“เจ้าคิดว่าข้ายอม?”“ท่านคือคนสร้างวงจรนี้”“ตามคำขอของนาง”“เพราะท่านกลัวนางจากไป”ดวงตาสีแดงของเซบาสเตียนเข้มขึ้น“แล้วเจ้าตามหานางเพราะอะไร”คีรินทร์เงียบ“ความภักดี?”เซบาสเตียนถาม“หรือหวังว่า ก่อนความทรงจำจะกลับมา นางจะรักเจ้าเสียก่อน”คำพูดนั้นเปิดเผยความจริงที่คีริน
หลังประตูแห่งความมืด ปีศาจผู้เป็นเจ้าของดินแดนนิรันดร์ลืมตาขึ้นจากการหลับใหลหัวใจของเขาไม่ได้เต้นมานานกว่าหนึ่งร้อยปีตั้งแต่วินาทีที่วีวี่สลายไปจากอ้อมแขนแต่ในคืนนั้น เศษพลังที่ฝังอยู่ในวิญญาณของนางส่งเสียงตอบรับกลับมาตุบหัวใจเต้นหนึ่งครั้งพระราชวังทั้งหลังสั่นสะเทือนดอกไม้ที่ไม่เคยร่วงโรยกลับหลุดจากกิ่งพร้อมกันแม่น้ำสีเงินหยุดไหลและประตูบานใหญ่ซึ่งปิดตายมาตลอดศตวรรษก็ปรากฏรอยแยกเล็ก ๆเซบาสเตียนลุกขึ้นจากบัลลังก์“วีวี่…”ชื่อของนางหลุดออกจากริมฝีปากเขาเดินไปยังทะเลสาบแห่งอดีตผิวน้ำสะท้อนภาพเด็กสาวคนหนึ่งกำลังเดินกลับบ้านพร้อมน้องชายใบหน้าไม่ใช่วีวี่แต่ท่าทางเวลาลูบศีรษะเด็กชายเหมือนเดิมรอยยิ้มเวลาถูกน้องชายแกล้งเหมือนเดิมกระทั่งวิธีจับข้อมือตัวเองเมื่อรู้สึกกังวลก็ยังเหมือนเดิมเซบาสเตียนยื่นมือแตะผิวน้ำภาพสะท้อนสั่นไหว“เจ้ากลับมาแล้วจริง ๆ”เขาควรยินดีแต่เมื่อเห็นคีรินทร์ยืนอยู่ห่างออกไปในภาพ ความยินดีกลับปะปนด้วยความรู้สึกที่ไม่คุ้นเคยความหึงหวงคีรินทร์สามารถเดินอยู่ในโลกมนุษย์พูดคุยกับนางยืนข้างนางใต้แสงอาทิตย์ส่วนเซบาสเตียนทำได้เพียงเฝ้ามองอยู่หลังประตูเพ
หลายร้อยปีหลังนครเวลลาริสล่มสลาย เด็กหญิงคนหนึ่งถือกำเนิดขึ้นในครอบครัวขุนนางแห่งดินแดนอันห่างไกลนางมีเส้นผมสีเข้ม ชอบจับเครื่องมือของบิดามาแยกชิ้นส่วน และมักใช้เวลาหลายชั่วโมงจ้องมองเฟืองทองเหลืองหมุนอยู่ในนาฬิกาเรือนเก่าบิดาตั้งชื่อให้นางว่า อมาเรียไม่มีใครรู้ว่า ภายในร่างเล็กนั้นมีเศษเสี้ยวของวิญญาณซึ่งเคยใช้ชีวิตอยู่ในนครเวลลาริสไม่มีใครรู้ว่าเด็กหญิงคนนี้เคยมีชื่อว่าวีวี่แม้แต่อมาเรียเองก็ไม่รู้นางจำบิดาผู้เป็นช่างทำนาฬิกาไม่ได้จำมารดาที่เสียชีวิตในคุกไม่ได้จำลูซิอัส น้องชายซึ่งสิ้นใจอยู่ในอ้อมแขนไม่ได้และจำปีศาจผู้ยอมฉีกส่วนหนึ่งของชีวิตนิรันดร์มาฝังไว้ในหัวใจของนางไม่ได้แต่ความทรงจำบางอย่างไม่จำเป็นต้องกลับมาในรูปของภาพหรือถ้อยคำบางครั้งมันกลับมาเป็นความรู้สึกอมาเรียกลัวประตูหินที่ไม่มีลูกบิดเกลียดเสียงสวดของนักบวชร้องไห้ทุกครั้งที่เห็นเด็กชายเจ็บป่วยและไม่เคยยอมให้นาฬิกาในห้องนอนหยุดเดิน แม้เพียงคืนเดียวนางมักฝันถึงชายสองคนคนแรกมีดวงตาสีแดง เขายืนอยู่อีกฟากของประตูมืดมิดและเรียกชื่อที่นางไม่รู้จักอีกคนสวมเสื้อคลุมสีดำ ยืนอยู่ใต้หน้าต่างห้องนอนทุกคืน แต่ไม่เคย
พิธีเกิดขึ้นในวิหารใต้ดินของเวลลาริสเซบาสเตียนสร้างนาฬิกาเรือนแรกจากไม้ของต้นไม้ซึ่งเติบโตอยู่ระหว่างโลกคนเป็นกับโลกคนตายวีวี่วางมือบนหน้าปัดคีรินทร์ยืนเฝ้าประตูส่วนเซบาสเตียนใช้เลือดของตนวาดวงกลมสามชั้นลงบนพื้นวงแรกแทนอดีตวงที่สองแทนปัจจุบันวงสุดท้ายแทนอนาคตที่ไม่มีวันมาถึง หากผู้ถูกผูกยังไม่ยอมปล่อยมือตรงกลางวงกลมเป็นรูปดวงตาปิดดวงตาของผู้ที่เกิดใหม่โดยไม่รู้ความจริงเซบาสเตียนถามเป็นครั้งสุดท้าย“เจ้าแน่ใจหรือ”วีวี่มองร่างของครอบครัวซึ่งถูกนำมาวางรอบวงพิธี“ข้าอยากพบพวกเขาอีก”“แม้ต้องสูญเสียซ้ำ?”นางหลับตา“อย่างน้อยข้าก็จะได้รักพวกเขาอีกครั้ง”“แม้จะจำข้าไม่ได้?”วีวี่ลืมตาขึ้นและเอื้อมมือแตะใบหน้าของเขา“หากความรักของเราจริง ต่อให้ความทรงจำหายไป หัวใจข้าคงกลับมาหาท่าน”เซบาสเตียนยิ้มเศร้า“นั่นคือความหวังที่โหดร้ายที่สุดที่เจ้าเคยมอบให้ข้า”เขาจูบหน้าผากนางจากนั้นแทงมือเข้าไปในหน้าอกตนเอง และดึงเศษพลังสีดำซึ่งส่องประกายเหมือนแก้วออกมามันคือส่วนหนึ่งของชีวิตนิรันดร์ของปีศาจของขวัญที่ไม่ควรถูกมอบให้มนุษย์เขาฝังมันลงในหัวใจของวีวี่ร่างของนางสว่างขึ้นเส้นเลือดสีทองปร
วิญญาณของนางอาจเดินผ่านประตูสุดท้าย และเขาจะไม่มีวันได้พบอีกระหว่างปล่อยให้คนรักจากไปอย่างสงบ กับกักนางไว้ในโลกเพื่อให้มีโอกาสพบกันอีก—เซบาสเตียนเลือกอย่างเห็นแก่ตัว“ข้าจะทำ”เขากล่าวคีรินทร์หันไปมองเจ้านาย“ท่านรู้หรือไม่ว่าต้องจ่ายด้วยอะไร”“รู้”เซบาสเตียนเดินเข้าไปหาวีวี่“ข้าจะผูกวิญญาณเจ้ากับผู้ที่เจ้ารัก ทุกครั้งที่ประตูแห่งซาเวียร์ถูกเปิด เจ้าจะถือกำเนิดขึ้นในโลกมนุษย์ และวิญญาณของครอบครัวจะถูกดึงมาอยู่ใกล้เจ้า”“ข้าจะจำพวกเขาได้ไหม”“ไม่”“แล้วจะรู้ได้อย่างไร”“หัวใจเจ้าจะรู้”“แล้วท่านล่ะ”เซบาสเตียนนิ่งไป“ข้าจะรออยู่อีกฟาก”วีวี่มองเขาด้วยความเจ็บปวด“ข้าไม่อยากลืมท่าน”“แต่เจ้าต้องลืม มิฉะนั้นวิญญาณจะไม่สามารถเริ่มชีวิตใหม่ได้”“แล้วเมื่อไรจะจำได้”“เมื่อวงจรเข้าใกล้จุดจบ เมื่อเจ้าต้องเลือกระหว่างครอบครัวกับข้าอีกครั้ง”“เหตุใดต้องเลือก”“เพราะไม่มีวิญญาณใดอยู่ได้ทั้งในโลกของคนเป็นและอาณาจักรของข้าตลอดไป”เซบาสเตียนยื่นมือแตะใบหน้านาง“ทุกชีวิต เจ้าจะมีโอกาสเลือกใหม่”“หากข้าเลือกครอบครัว?”“วงจรจะเริ่มอีกครั้ง”“หากเลือกท่าน?”“เจ้าจะกลับมาอยู่กับข้า และปล่อยพวกเขาเด







