FAZER LOGINบทที่ 4
ไม่มีวันหนีพ้น
ร่างบอบบางถูกจับแก้ผ้าจนเปลือยอยู่บนเตียงกว้าง ภูวริชจ้องมองร่างอวบอิ่มอย่างไม่วางตา จนไม่อยากจะเชื่อว่าร่างกายของเธอจะอวบอิ่มเซ็กซี่มากขนาดนี้ การที่เธอมีลูกไม่ได้ทำให้ความสวยของเธอลดน้อยลง มีแต่สวยมากกว่าเดิม
“อย่ามองนะ!” มือน้อยยกขึ้นปิดร่างกายสาว เพื่อป้องการไม่ให้สายตาจาบจ้วงของภูวริชมอง
“มากกว่านมฉันก็มองมาแล้ว จะมาอายอะไร” เขาเลียริมฝีปากอย่างหิวกระหาย แค่เห็นเพียงร่างกายก็ทำให้บางอย่างที่อยู่ตรงซอกขาของเขาแข็งขึงขึ้นมา
“หยาบคาย!”
ภูวริชไม่โต้ตอบอะไร แต่เขาเลือกที่จะถอดเสื้อผ้าของตัวเองออก จนกายท่อนบนเปลือยเปล่า จากนั้นชายหนุ่มไม่รอช้าที่จะปลดเข็มขัดหนังเส้นใหญ่ จนหัวเข็มขัดกระทบกันจนเกิดเสียงดัง จนเธอใจหายวาบกับสิ่งที่ต้องเผชิญหลังจากนี้ เมื่อกางเกงในสีเข้มของเขาหลุดออกจากขาแข็งแกร่ง บางอย่างที่เคยซุกซ่อนในนั้นก็ดีดผึงน่ากลัว
“อึก...”
พรีมลภัสเบือนหน้าไปทางอื่นเพราะไม่อยากเห็นภาพตรงหน้า ภาพที่ทำให้เลือดลมในร่างกายสาวเดือดพล่าน นานเท่าไรแล้วก็ไม่รู้ที่ร่างกายของเธอปราศจากเพศรส จนเธอลืมความรู้สึกนั้นไปแล้ว แต่วันนี้เขากลับมาปลุกเร้ามันให้กลับมาอีกครั้ง
“หันมาพรีมลภัส”
“ไม่ ใส่กางเกงเดี๋ยวนี้นะ”
“ทำไมต้องใส่ ฉันก็แก้ผ้าเป็นเพื่อนเธอไง ไม่ดีเหรอ เท่าเทียมกัน” ชายหนุ่มกระตุกยิ้มเมื่อเห็นว่าแก้มทั้งสองข้างของหญิงสาวแดงก่ำราวกับผลมะเขือเทศเพราะกำลังเขินอายกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า
“เราเลิกกันแล้วนะคุณภู อย่าทำอย่างนี้เลย ออกไป อย่ามาแตะต้องตัวฉัน”
“หุบปากเธอไปซะ ฉันเท่านั้นที่จะตัดสินว่าเลิกหรือไม่เลิก เธอไม่มีสิทธิ์มาไล่ฉันแบบนี้”
เขาบอกอย่างเดือดดาลเมื่อคนตัวเล็กยังคงต่อต้าน และทำเหมือนรังเกียจเขาเต็มทน ทั้งๆ เมื่อก่อนเธอทั้งรักและหลงเขาจนโงหัวไม่ขึ้น
มือเล็กที่พยายามดันแผงอกกว้างให้ออกห่าง แต่ภูวริชกลับไม่ยอมให้เป็นแบบนั้น ชายหนุ่มจัดการตรึงข้อมือบอบบางเหนือศีรษะ ก่อนจะจ้องมองใบหน้าเนียนใสไร้สิวฝ้าของเธอ
“จะต่อต้านเหรอ”
“อย่าทำฉัน ขอร้อง”
“หึ...เอาเวลาไปร้องครางดีกว่าพรีมลภัส”
ว่าจบชายหนุ่มก็โน้มใบหน้าลงมาจูบที่กลีบปากอวบอิ่ม ความรู้สึกที่ห่างหายมานานตลอดห้าปีมันกลับมาอีกครั้ง ความหอมหวานของเธอกลับทำให้เขาหลงมัวเมามากกว่าเดิมเสียอีก
“อื้อ...”
“พรีม...” เขาผละริมฝีปากออกมาเล็กน้อยก่อนจะครางชื่อของคนตัวเล็ก ขณะที่มือหนาลูบไล้ไปที่เอวเปล่าเปลือยของเธอจนขนในกายสาวลุกซู่ แล้วไล้ขึ้นมาจับที่อกอวบอิ่มแล้วบีบเคล้นอย่างแรง แต่แทนที่คนตัวเล็กจะต่อต้าน ร่างกายของเธอกลับรุ่มร้อนจนเผลอครางออกมาอย่างช่วยไม่ได้
“อ๊ะ...พี่ภู”
“เสียวดีใช่ไหม” เขาพูดแค่นั้นก็โน้มลงมาแล้วดูดดึงที่ปลายถันของคนตัวเล็กอย่างแรง โดยที่สายตาคมกริบเหลือบมองใบหน้าหวานที่กำลังแสดงความเสียวซ่านอย่างชัดเจน
“อื้อ...มะ...ไม่”
“ไม่อย่างนั้นเหรอ” เขาพูดแค่นั้นก็เปลี่ยนมาซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นของเธอ ก่อนจะประทับตราความเป็นเจ้าของเพื่อประกาศให้ชายอีกคนได้รู้ว่าเขากับพรีมลภัสมีสัมพันธ์ลึกซึ้งมากแค่ไหน และพอนึกถึงหน้าของเชนธวัชความเดือดดาลของเขาก็เพิ่มมากขึ้น
“อ๊ะ...เจ็บ” เสียงหวานดังเล็ดลอดออกมาเมื่อปากหยักดูดดึงที่ต้นคอของเธออย่างแรง จนคิดว่ามันคงห้อเลือดไปแล้ว
“หวานจังพรีม หวานเหมือนเดิม” เขาครางเรียกชื่อของคนตัวเล็กก่อนจะลูบไล้ที่ผิวเนียนนุ่มของเธออย่างหลงใหล ทำเอาเขานึกถึงเรื่องราวความหลังเก่าๆ ระหว่างเขากับหญิงสาว
“พี่ภู...อย่าทำแบบนี้”
“พรีมชอบไม่ใช่เหรอ อย่าปฏิเสธมันเลย พี่รู้ว่าพรีมต้องการมัน” เขารู้ดีว่าจุดอ่อนของร่างกายสาวมีตรงไหนบ้าง และพอได้ยินเสียงครางของเธอก็ยิ่งทำให้เขาฮึกเหิมมากกว่าเดิม
“มะ...ไม่”
ร่างสูงใหญ่ของภูวริชชันกายขึ้นมานั่งคุกเข่ากับที่นอน จากนั้นก็จับเรียวขาทั้งสองข้างของคนตัวเล็กมาวางหน้าขาแกร่งของเขา จนเผยให้เห็นกลีบบอบบางสีชมพูที่ปิดสนิท ทำเอาเลือดลมในกายหนุ่มเดือดพล่านทันทีที่ได้เห็น
“พรีม...ยังสวยเหมือนเดิมเลยรู้ตัวบ้างไหม”
“ดีมากเด็กดี งั้นเดี๋ยวคืนนี้พี่จะมอบรางวัลให้กับพรีมทั้งคืนดีไหม” ชายหนุ่มกระหน่ำกระแทกกระทั้นเข้าใส่ช่องทางบวมแดงของหญิงสาวสอย่างแรง จนร่างกายของทั้งคู่ร้อนระอุเหมือนไฟ หยาดเหงื่อโซมกายราวกับออกกำลังกายมาอย่างหนัก “ข้างในโคตรตอดเลยพรีม ตอดแรงมาก” เขานิ่วหน้าด้วยความเสียวซ่านเมื่อความเป็นหญิงกำลังทำให้เขารู้สึกหายใจไม่ออก “พรีมเสียว...” “พี่ก็เสียว เสียวจนเหมือนจะแตก” เขาจับเรียวขาทั้งสองข้างของหญิงสาวที่พาดอยู่ที่บ่าแกร่ง ก่อนจะกระหน่ำสะโพกสอบของตัวเองเข้าใส่คนตัวเล็กแบบนี้ไม่มียั้ง ด้วยความที่เขายืนอยู่ที่พื้นทำให้การเคลื่อนไหวค่อนข้างง่ายและทำให้เขาส่งแรงไปยังร่างเล็กได้เร็วและแรงกว่าเดิม “พี่ภู...” “พี่เหมือนจะแตก...” “อย่า...อย่าแตกข้างในนะ” หัวใจสาวไหววูบเมื่อนึกขึ้นได้ว่าชายหนุ่มไม่ได้สวมใส่เครื่องป้องกัน เพราะฉะนั้นมันจึงเสี่ยงมากที่จะเกิดความผิดพลาด “ทำไม...จะเก็บไว้ให้ไอ้เชนมันแตกเหรอ ฝันไปเถอะ ร่องของเธอก็เคยโดนฉันแตกในมาแล้ว จะโดนอีกสักครั้งจะเป็นอะไรไป” ชายหนุ่มปัด
พรีมลภัสรับรู้ถึงความแข็งแกร่งที่ถูกดันเข้ามาจนสุด เธอทั้งเจ็บทั้งจุกและเสียวในเวลาเดียวกัน ความต้องการที่ถูกปิดตาย แต่ในวันนี้กลับถูกเปิดออกครั้งท่ามกลางความร้อนแรงและความปรารถนา “อ๊า...แน่นมาก” เขาจ้องมองจุดเชื่อมของร่างกายที่บอกให้รู้ว่าร่างกายของพรีมลภัสกลับมาเป็นของเขาอีกครั้ง และมันยิ่งทำให้เขาอยากครอบครองเธอมากกว่าเดิม มากกว่าไอ้นายแบบหน้าจืดคนนั้น ร่างเล็กบิดเร่าไปมา เมื่อความเสียวซ่านเข้าครอบงำ จนเธอหลงลืมไปว่าครั้งหนึ่งชายหนุ่มเคยทำอะไรกับเธอเอาไว้ พั่บ!! พั่บ!! พั่บ!! เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังขึ้นสอดประสานกับเสียงครางระงมของคนทั้งสองที่กำลังแนบชิดจนไม่มีส่วนใดของร่างกายห่างจากกัน ริมฝีปากของภูวริชประกบไปกับปากอวบอิ่มของหญิงสาว ก่อนที่ทั้งคู่จะจูบแลกลิ้นด้วยความต้องการที่ร้อนแรง ลิ้นแกร่งเกี่ยวกระหวัดไปทั่วโพรงปากจนเธอขนลุกซู่ แต่ก็หยอกเอินตอบโต้เขาอย่างไร้ซึ่งความอาย จ๊วบ! เสียงจูบอย่างหื่นกระหายทำให้อุณหภูมิร่างกายของสองหนุ่มสาวร้อนระอุมากขึ้น ขณะที่กายเบื้องล่างยังคงทำงานอย่างหนัก ท่อนเนื้อแ
“อ๊ะ...อย่าจับนะ” เธอร้องเสียงหลงเมื่อปลายนิ้วร้อนๆ ลูบไล้ไปที่จุดกึ่งกลางของความเป็นหญิง จนขนในกายสาวลุกชัน ขาทั้งสองข้างกระตุกหนีบเข้าหากัน แต่เพราะมือร่างใหญ่คั่นกลางทำให้เธอไม่สามารถทำแบบนั้นได้ “ไหนบอกไม่ชอบ ทำไมน้ำตรงนี้มันเยิ้มล่ะพรีม” ปลายนิ้วร้อนๆ ถูไถที่ปากร่องของรูรักจนน้ำหวานในกายสาวไหลเยิ้มจนเลอะนิ้ว “อย่าแหย่เข้ามา ขอร้อง...” “ไม่รู้เหรอว่ายิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ” เขาพูดแค่นั้นก็กดก้านนิ้วเข้าไปในช่องทางเปียกชื้นของเธอ จนคนตัวเล็กแอ่นตัวขึ้นมาอย่างเสียวซ่าน “ยะ...อย่า ขอร้อง” คนตัวเล็กร้องเสียงหลงเมื่อภูวริชขยับเข้าออกในรูรักของเธอ จนใบหน้าใสแดงก่ำเพราะพิษรักจนแทบทนไม่ไหว “แค่นิ้วยังแน่นขนาดนี้ ถ้าใหญ่กว่านี้จะแน่นแค่ไหนพรีม” เขาครางกระหึ่มในลำคอเมื่อช่องทางรักของคนตัวเล็กบีบรัดนิ้วแกร่งของเขาจนแน่น “มะ...ไม่เอา พอแล้ว” เสียงหวานบอกอย่างขาดห้วง เมื่อคนตัวโตขยับนิ้วเข้าออกไม่หยุดจนความวาบหวามลามเลียไปทั่วร่างกายสาว สัมผัสที่ห่างหายมาตลอดห้าปีทำเอาเธอถึงกับไปไม่เป็น “พอแล้วจริงๆ
บทที่ 4ไม่มีวันหนีพ้น ร่างบอบบางถูกจับแก้ผ้าจนเปลือยอยู่บนเตียงกว้าง ภูวริชจ้องมองร่างอวบอิ่มอย่างไม่วางตา จนไม่อยากจะเชื่อว่าร่างกายของเธอจะอวบอิ่มเซ็กซี่มากขนาดนี้ การที่เธอมีลูกไม่ได้ทำให้ความสวยของเธอลดน้อยลง มีแต่สวยมากกว่าเดิม “อย่ามองนะ!” มือน้อยยกขึ้นปิดร่างกายสาว เพื่อป้องการไม่ให้สายตาจาบจ้วงของภูวริชมอง “มากกว่านมฉันก็มองมาแล้ว จะมาอายอะไร” เขาเลียริมฝีปากอย่างหิวกระหาย แค่เห็นเพียงร่างกายก็ทำให้บางอย่างที่อยู่ตรงซอกขาของเขาแข็งขึงขึ้นมา “หยาบคาย!” ภูวริชไม่โต้ตอบอะไร แต่เขาเลือกที่จะถอดเสื้อผ้าของตัวเองออก จนกายท่อนบนเปลือยเปล่า จากนั้นชายหนุ่มไม่รอช้าที่จะปลดเข็มขัดหนังเส้นใหญ่ จนหัวเข็มขัดกระทบกันจนเกิดเสียงดัง จนเธอใจหายวาบกับสิ่งที่ต้องเผชิญหลังจากนี้ เมื่อกางเกงในสีเข้มของเขาหลุดออกจากขาแข็งแกร่ง บางอย่างที่เคยซุกซ่อนในนั้นก็ดีดผึงน่ากลัว “อึก...” พรีมลภัสเบือนหน้าไปทางอื่นเพราะไม่อยากเห็นภาพตรงหน้า ภาพที่ทำให้เลือดลมในร่างกายสาวเดือดพล่าน นานเท่าไรแล้วก็ไม่รู้ที่ร่างกายของเธอปราศจากเ
คนตัวเล็กยกมือตีร่างใหญ่เป็นพัลวัน แต่เรี่ยวแรงของเธอกลับสู้อะไรชายหนุ่มไม่ได้ เขาจัดการรวบคนตัวเล็กเข้ามาไว้ในอ้อมกอด จากนั้นก็เหวี่ยงเธอขึ้นไปบนเตียงทันที จนที่นอนของเขาเปียกชื้นจากร่างกายที่ถูกฝนเทราดรดลงมา “อ๊ะ...จุกนะ” ยังไม่ทันที่ร่างใหญ่ของภูวริชจะก้าวขึ้นมาบนเตียง เสียงโทรศัพท์ของพรีมลภัสก็ดังขึ้น ก่อนที่เธอจะโถมตัวไปคว้ามันขึ้นมาเพื่อกดรับ แต่ชายหนุ่มกลับไวกว่า จากนั้นเขาก็มองหน้าจอเป็นชื่อของเชนธวัช ทำเอาเลือดในกายของชายหนุ่มเดือดพล่านทันที เมื่อนึกถึงมือไม้ของมันที่มาแตะต้องร่างกายของหญิงสาว “อย่ารับนะ ขอร้อง...” เธอบอกอย่างวิงวอน ก่อนที่ชายหนุ่มจะตัดสินใจกดรับเพราะอยากจะรู้ว่าผู้ชายคนนี้จะพูดอะไรกับหญิงสาว ติ๊ด! (พรีม...อยู่ไหนครับ หากระเป๋าเจอหรือยัง) เสียงทุ้มของเชนธวัชถามด้วยความเป็นห่วง จนภูวริชถึงกับของขึ้นกับเสียงอ่อนเสียงหวานของพรีมลภัสที่พูดกับมัน “คะ...คือพรีม...” “บอกมันไปว่ามีธุระต้องไปทำต่อ วันนี้จะไม่กลับ” ภูวริชกระซิบข้างหูของพรีมลภัสจนเธอกำมือแน่น “อึก...ไม่”
บทที่ 3รำลึกความหลัง (ลึกซึ้ง) “ทำเป็นเล่นตัว ที่แท้ก็ทำตัวอ่อยอยู่นี่เอง ไม่อยากจะเชื่อว่าห้าปีผ่านไป เธอจะดูยั่วเยเก่งขึ้นนะ!” มุมปากร้ายๆ กระตุกขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ แต่ก็มิวายหันไปมองร่างกายอวบอิ่มของพรีมลภัสเป็นระยะ “ว้าย! ไอ้ทุเรศ!” เมื่อเธอรู้ตัวว่าร่างกายที่เปียกชื้นของตัวเองกำลังเป็นที่จับจ้องของผู้ชายหื่นกามอย่างภูวริช ซึ่งเธอรู้ดีว่าตั้งแต่อดีตเขาเป็นผู้ชายเซ็กซ์จัดมากแค่ไหน ความหล่อร้ายของเขาทำเอาเธอที่ไม่ประสาโลกถึงกับอ่อนระทวย ยอมเชื่อฟังเขาทุกอย่าง จนกระทั่งเขาสะบั้นรักอย่างไร้เยื่อใย จนเธอต้องอุ้มท้องตามลำพังท่ามกลางคำนินทาว่าท้องไม่มีพ่อ “ปิดทำไม ฉันเห็นไปถึงไหนต่อไหนแล้ว ไม่ใช่แค่เห็นนะ แต่...” เขาเว้นจังหวะแล้วชำเลืองมองคนตัวเล็กด้วยสายตากรุ้มกริ่ม จนพรีมลภัสแต่ได้ค่อนขอดเขาที่ทำตัวแย่มาก “จะมายุ่งกับฉันอีกทำไม เรื่องระหว่างเรามันจบไปตั้งห้าปีแล้วนะ ฉันมีชีวิตของฉันแล้ว ปล่อยฉันไปนะ” “ปล่อยให้เธอไปเสวยสุขกับไอ้หน้าจืดนั่นน่ะเหรอ” เมื่อคิดถึงภาพของเชนธวัชที่ทั้งจับมือทั้งโอบเอวบอบบางก็ทำเอาเลือดในกายของเขาเดือ







