เข้าสู่ระบบหลังจากที่ปารารินรู้ผลว่าตัวเองไม่ได้ทุนไปเรียน เธอก็เลือกที่จะไปหาเพื่อนสาวที่ร้านกาแฟอย่างต้องการระบายให้ใครสักคนฟัง พอถึงร้านเธอก็เล่าเรื่องทุกอย่างให้เพื่อนสาวทั้งสองคนฟังอย่างไม่พอใจ และรู้สึกเสียใจที่เธอมองคนพลาดไป
“เห็นไหมยัยปราง ฉันบอกแกแล้วว่าอย่าไปหลงชอบเขาแค่ภายนอกอย่างนั้น แล้วสุดท้ายเป็นไงล่ะ เขาก็เอาทุนของแกไปให้ผู้หญิงที่ยอมนอนกับเขา ทีนี้แกก็ตาสว่างได้แล้วนะว่าเขาน่ะไม่ใช่คนดีอะไรเลย” ชงโคพูดบอกไปอย่างตรงๆ หลังจากที่ได้ฟังสิ่งที่เพื่อนสาวเล่ามา “เออ ฉันรู้แล้วน่า แกคิดว่าฉันยังจะชอบคนอย่างเขาลงอีกเหรอ แล้วแกรู้ไหมว่าตอนนี้ฉันก็รู้สึกเกลียดเขามาก เกลียดจนอยากจะให้บริษัทเขาเจ้งไปเลย พูดแล้วก็น่าโมโหจริงๆ” ปารารินพูดออกไปแล้วทำหน้าอย่างแค้นใจ เพราะเธอจะไม่เสียใจเลยถ้าเธอจะหลุดทุนเพราะสาเหตุอื่น แต่พอเจอแบบนี้แล้วมันก็เจ็บใจจนอดแค้นเคืองไม่ได้ “โมโหที่ไม่ได้ทุนหรือว่าโมโหที่ยัยพิมอะไรนั่นได้กินผู้ที่แกหมายปองล่ะยะ ฮ่าๆ” พิชญาพูดแซวออกไป แล้วก็มองเพื่อนสาวอย่างกรุ่มกริ่ม “ยัยพีช แกเป็นเพื่อนฉันนะ แกก็ต้องปลอบใจฉันสิไม่ใช่มาซ้ำเติมฉันแบบนี้ แกคอยดูเถอะว่าต่อไปฉันไม่หลงชอบหรือชื่นชมอะไรผู้ชายคนนี้อีก ไม่มีวัน” ปารารินพูดไปแบบงอนๆเพื่อนสาวที่มาพูดจี้ใจดำของเธอ จนเธอประกาศกร้าวว่าเธอจะไม่สนใจเขาอีกต่อไป “ถ้าแกทำได้อย่างที่พูดมันก็ดี เพราะฉันไม่อยากให้แกมานั่งเพ้อฝันถึงผู้ชายที่ไม่เคยเจอแบบนี้เลย แล้วนี่แกจะเอายังไงต่อไปล่ะ แกก็ไม่ได้ไปเรียนต่อตามแผนที่วางไว้แล้วนิ” พิชญาพูดบอกไป ก่อจะเอ่ยถามเพื่อนสาวว่าเธอจะเอายังไงต่อไป “แผนล้มไม่เป็นท่าขนาดนี้แล้ว ฉันก็ต้องหางานทำสิแก ไม่งั้นฉันได้ถูกป้าฉันลากกลับไปอยู่ลำปางด้วยแน่ๆอ่ะ” ปารารินเอ่ยพูดบอกไปอย่างนั้น เพราะป้าของเธออยากให้เธอและเจนนี่กลับไปช่วยงานของที่บ้านมานานแล้ว ยิ่งเธอว่างงานแบบนี้ป้าของเธอก็ยิ่งชอบน่ะสิ “งั้นแกไปทำงานกับพี่สาวฉันก่อนไหมล่ะ คราวก่อนพี่สาวฉันก็ให้ฉันมาชวนแกไปทำงานด้วย แต่แกบอกจะไปเรียนต่อฉันก็เลยบอกพี่สาวฉันไปแบบนั้น งั้นแกก็ลองไปทำกับพี่สาวของฉันดูละกัน อย่างน้อยแกก็มีงานทำแล้วก็ไม่ต้องโดนป้าแกพากลับลำปางด้วย” ชงโคพูดเสนอออกไป เพราะพี่สาวของเธอเป็นผู้จัดการให้กับบริษัทออกแบบอยู่ “อืม ก็ได้แก งั้นรบกวนแกบอกพี่แกด้วยนะ ฉันเริ่มงานเมื่อไหร่ก็ได้ทั้งนั้นแหละ” ปารารินพูดบอกไป เพราะมันก็ยังดีกว่าอยู่ว่างๆไม่ทำอะไรเลย จากนั้นเธอก็นั่งพูดคุยกับเพื่อนสาวสักพัก ก่อนจะออกไปหาผู้เป็นป้าที่นัดเธอให้ไปทานมื้อเที่ยงด้วยกัน และเธอก็เลือกบอกความจริงกับป้าของเธอเรื่องทุน และป้าของเธอก็ไมได้ว่าอะไร นอกจากให้กำลังใจและให้เธอตัดสินใจเลือกทางเดินของตัวเองใหม่ ว่าจะทำงานที่นี่หรือกลับบ้านก็ได้ แต่เธอก็เลือกที่จะอยู่ในกรุงเทพต่อ พอเธอกลับมาถึงห้องของตัวเองก็ไล่ฉีกรูปและเก็บทุกอย่างเกี่ยวภารัณทิ้งจนหมดอย่างไม่ต้องการหลงใหลอะไรในตัวของผู้ชายคนนี้อีก เขามันก็แค่คนจอมปลอมที่สร้างภาพให้ดูดีก็เท่านั้น และต่อจากนี้เขาจะเป็นศัตรูอันดับหนึ่งของเธอ สามเดือนผ่านไป หลังจากที่ปารารินไม่ได้ทุนไปเรียนต่อ เธอก็สมัครเรียนต่อปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยเดิม และเธอก็ได้เข้ามาทำงานในบริษัทออกแบบที่ชเอมพี่สาวของชงโคทำงานอยู่ และเธอก็ทำมันได้อย่างดีเยี่ยม จนกระทั่งเธอได้รับมอบหมายงานให้เข้าร่วมฟังบรรยายของบริษัทอีแลนด์กรู๊ป ซึ่งมันจะทำให้เธอได้เจอตัวจริงของภารัณที่จะมาเป็นผู้บรรยายในงานนี้ “เอาล่ะครับทุกคน ตอนนี้ผมขอเชิญผู้บริหารของอีแลนด์กรุ๊ปขึ้นมาให้คำแนะแนวและให้คำปรึกษากับทุกคนหน่อยนะครับ ขอเชิญคุณภารัณ ธรรมรงสกุลครับ” พิธีกรพูดออกไปเสียงตบมือก็ดังลั่น จากนั้นภารัณก็เดินขึ้นไปบนเวทีด้วยท่าทางสุขมอย่างมั่นใจ ก่อนจะใช้สายตากวาดมองไปยังผู้คนที่เข้ามาร่วมฟังเขาภายในห้องสโปใหญ่แห่งนี้อย่างพอใจ ที่คนมากันอย่างเนืองแน่นอย่างนี้ เขาก็ไปนั่งที่เก้าอี้แล้วจากนั้นแสงไฟก็สาดส่องมาที่เขาและพิธีกรที่จะเป็นคนสอบถามเขา ปารารินก็มองภารัณเดินขึ้นไปบนเวทีด้วยใจที่เต้นรัวเพราะนี่เป็นการเจอเขาเป็นครั้งแรก และเธอก็ไม่คิดว่าตัวจริงของเขาจะดูดีมากขนาดนี้เลย แต่ด้วยความที่เธอยังโกรธแค้นเขาที่ทำให้เธอต้องเสียทุนไปเรียนต่อ มันจึงทำให้เธอสลัดความคิดชื่นชมหรือหลงใหลเขาทิ้งไป “หูย หล่อแบบวัวตายควายล้มเลยอ่ะยัยปราง ” ชเอมพี่สาวของชงโคเอ่ยพูดออกไปอย่างชอบใจกับความหล่อของผู้บริหารหนุ่มคนนี้ “ค่ะ หล่อแต่อาจนิสัยแย่ก็ได้นะคะพี่เอมใครจะไปรู้ สมัยนี้คนที่ชอบสร้างภาพมันมีเยอะ” ปารารินพูดบอกไปก็มองไปที่ภารัญด้วยสายตาเรียบนิ่ง “นี่แกยังเจ้าคิดเจ้าแค้นเขาอยู่อีกเหรอปราง” ชเอมถามปารารินออกไป เพราะเธอก็พอจะรู้เรื่องของปารารินจากชงโคมาบ้าง และที่ปารารินไม่ได้ไปเรียนต่อก็เพราะถูกเปลี่ยนทุนให้กับผู้หญิงของภารัณ “ก็มันน่าแค้นไหมล่ะคะพี่เอม ถ้านี่ไม่ใช่เพราะบริษัทบังคับมาล่ะก็ ปรางไม่มีวันนั่งอยู่ตรงนี้หรอกค่ะ” ปารารินพูดบอกไปตามตรง เพราะเธอไม่ได้อยากจะมางานนี้เลยสักนิด “เอาน่า อดทนหน่อยละกัน เดี๋ยวก็เสร็จงานแล้วล่ะ” ชเอมพูดบอกไปก็มองหน้าสบตากับปารารินอย่างเข้าใจ จากนั้นพวกเธอก็นั่งฟังภารัณตอบคำถามของพิธีกรในเรื่องต่างๆจนกระทั่งมาถึงเรื่องที่ทางอีแลนด์กรุ๊ปให้ทุกการศึกษาสำหรับนักศึกษาที่เรียนต่อในด้านวิศวะกรรมในสาขาต่างๆ พร้อมกับเปิดรับนักศึกษาที่จบใหม่ให้เข้าทำงานในบริษัทอีกด้วย ทำให้ปารารินฟังแล้วก็กำหมัดแน่นทันที “บริษัทของผมจะลงทุนกับนักศึกษาที่ตรงตามมาตรฐานและมีความสามารถตามที่เรากำหนดเอาไว้เท่านั้น” ภารัณพูดบอกไปแล้วทำหน้าเรียบเฉยออกไป “มาตรฐานที่คุณพูดถึง คือการที่ให้นักศึกษาบางคนยอมมีอะไรด้วยเพื่อแลกทุนงั้นเหรอคะ” ปารารินพูดออกไปเสียงดังอย่างอดไม่ไหว ในขณะที่ทุกคนกำลังเงียบแล้วรอพิธีกรถามหัวข้อต่อไป ทำให้เธอทุกคนมองหาใครเป้นคนถามคำถามนี้ “ยัยปราง” ชเอมพูดออกไปเบาๆอย่าๆงอึ้งๆ เมื่ออยู่ๆปารารินก็เอ่ยพูดออกไปเสียงดังจนทุกคนฮือฮากับคำพูดของเธอ “หากเป็นอย่างที่คุณพูด กรุณาลุกขึ้นมาแนะนำตัวกับผมและอธิบายทุกอย่างให้ชัดเจน ไม่ใช่มากล่าวหากันแบบไม่มีหลักฐานแบบนี้ ” ภารัณพูดออกไปแบบชัดเจน ก่อนจะมองหาว่าใครเป็นคนพูดเนื่องจากแสงไฟสาดส่องทำให้เขาไม่สามารถมองเห็นคนที่นั่งในห้องสโลปนี้ได้ เพราะเขามั่นใจว่าบริษัทของเขาไม่ได้ทำอะไรแบบนั้นเพราะทุนทุกทุนผ่านการคัดสรรมาอย่างดี “อย่านะปราง ไม่นะ” ชเอมพูดออกไปพร้อมกับจับแขนของปารารินอย่างห้ามๆ เพราะตอนนี้ยังไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นพูดออกไป “มาถึงขนาดนี้แล้วปรางไม่กลัวหรอกค่ะพี่เอม ในเมื่อเขาแกล้งทำเป็นไม่รู้ ปรางก็จะพูดเอง” ปารารินพูดออกไปก็ลุกขึ้นทันที ก่อนจะที่จะเอ่ยออกไป “ดิฉันปาราริน เป็นหนึ่งในนักศึกษาที่ได้ทุนของอีแลนด์กรุ๊ปด้วยเกรดเฉลี่ยสามจุดเก้าแปด และดิฉันก็หลุดจากทุนเรียต่อปริญญาโทให้กับคนที่เกรดเพียงแค่สามกว่าๆ บริษัทของคุณมาตรฐานสูงไม่ใช่เหรอคะ ทำไมถึงได้เลือกคนที่เกรดต่ำกว่ามาตรฐานไปแทนล่ะคะ หรือเพียงเพราะว่าเธอยอมเอาตัวเข้าแลก คุณจะชี้แจงเรื่องนี้ว่ายังไงเหรอคะ คุณภารัณ” ปารารินพูดออกไปอย่างไม่กลัว ภารัณก็มองตามเสียงที่พูดนั้นจนเขาได้เห็นหน้าของผู้หญิงที่ลุกขึ้นมาพูดอย่างมั่นใจแบบนั้นอย่างชัดเจน และเขาก็มองเธออย่างอึ้งๆกับความสวยของเธอที่ดูจะเปล่งประกายออกมาอย่างน่าหลงใหล ก่อนจะยกไมค์แล้วเอ่ยพูดออกไป “ผมคิดว่าเรื่องนี้น่าจะมีการเข้าใจผิด เพราะเรื่องผิดศิลธรรมแบบนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นกับบริษัทของผม และผมจะรีบตรวจสอบเรื่องทุนในครั้งนี้เพื่อความโปร่งใสให้เร็วที่สุด หากตรวจพบว่ามีการกระทำผิดอย่างนั้นจริง ผมจะรับผิดชอบเรื่องนี้ด้วยตัวเอง พรุ่งนี้ผมขอเชิญคุณเข้าไปหาผมที่บริษัทก็แล้วกัน และผมจะให้ความยุติธรรมกับคุณเอง” ภารัณพูดบอกไปอย่างจริงจัง เพราะการที่เธอมาพูดต่อหน้าผู้คนแบบนี้ย่อมส่งผลเสียไปถึงบริษัทของเขา ซึ่งเขาคงยอมไม่ได้และเขาจะต้องรีบจัดการทุกอย่างให้โปร่งใส “ขอบคุณค่ะ หวังว่าฉันจะได้คำตอบที่ยุติธรรมนะคะ” ปารารินพูดบอกไปก็มองไปที่ภารัณอย่างจดจ้อง ก่อนจะนั่งลงแล้วถอนหายใจอย่างโล่งใจที่เธอพูดทุกอย่างออกไปแล้ว “อ่อ เพื่อไม่เป็นการเสียเวลางั้นเรามาคำถามต่อไปกันเลยนะครับ” พิธีกรพูดบอกไป เพื่อให้สถานการณ์ตึงเครียดนี้คลี่คลายลง “ยัยปราง ไปคุยกันข้างนอก พี่อยู่ที่นี่ต่อไม่ไหวแล้ว” ชเอมพูดออกไปก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกไปทันที เพราะเธอจะทนกับสายตาของคนที่มองมาได้ยังไงกัน ปารารินก้ช่างใจกล้าซะจริงๆ ถามออกไปแบบนั้นได้ยังไงกัน ดีนะที่เป็นเธอมาร่วมงานในวันนี้ไม่ใช่คนอื่น ไม่อย่างนั้นพฤติกรรมในวันนี้ของปารารินอาจทำให้เธอถูกไล่ออกจากงานได้เลย “ค่ะพี่เอม” ปารารินพูดออกไปแล้วก็ลุกเดินตามชเอมออกไปด้านนอก เพราะตอนนี้เธอเองก็ไม่อยากจะอยู่ตรงนี้แล้วเช่นกัน “ยัยปราง แกพูดอย่างนั้นออกไปได้ยังไงห้ะ ลืมไปแล้วเหรอว่าเรามาในนามของตัวแทนบริษัทน่ะ แกอยากให้ทุกคนเดือดร้อนเพราะความใจร้อนไร้สติของแกหรือไงห้ะ ถ้าไม่ใช่พี่มาแล้วเป็นคนอื่น แกจะถูกไล่ออกเลยนะรู้ตัวไหม ” พอออกมาจากห้องสโลปแล้วชเอมก็พูดต่อว่าปารารินไปทันที “ปรางขอโทษค่ะ ปรางทนไม่ไหวนิคะ แต่ต่อไปปรางจะไม่ทำอย่างนั้นอีก” ปารารินยอมขอโทษแต่โดยดีเพราะเธอก็ผิดจริงๆที่ทำอะไรไม่ยั้งคิด “มันคงไม่มีต่อไปแล้วย่ะ เฮ้อ ฉันล่ะปวดหัวจริงๆตอนนี้ งั้นวันนี้แกไม่ต้องกลับไปทำงานแล้ว กลับไปคิดทบทวนตัวเองซะว่าสิ่งที่ทำไปมันดีต่อตัวแกหรือเปล่า ปล่อยวางได้ก็ปล่อยวางซะ” ชเอมพูดไปก็เดินออกไปทันที เพราเธอไม่อยากจะโมโหไปมากกว่านี้แล้ว และเธอหวังว่าเรื่องในวันนี้จะไม่ถึงหูของบอร์ดบริหารของบริษัท “เพราะคุณคนเดียวเลย คุณภารัณ” ปารารินพูดออกไปอย่างเจ็บแค้น ก่อนจะแลสายตามองเข้าไปด้านในและเธอก็เดินไปเข้าห้องน้ำด้วยสีหน้าบึ้งตึง ด้านภารัณพอถูกสาวคนนั้นฉีกหน้ากลางงานแล้วก็ขอพูดเพียงเท่านั้นแล้วเขาก็ลงจากเวทีทันที ก่อนจะเดินออกมาแล้วกลับมาที่รถสปอตของเขาที่จอดอยู่ด้านนอก แล้วเขาก็กดโทรไปหาวิชุดาเลขาของเขาทันที “คุณวิ ผมต้องการเอกสารเรื่องทุนการศึกษาของปีนี้ทั้งหมด และหาชื่อนักศึกษาที่ชื่อปารารินมาให้ผมด้วย แล้ว เย็นๆเอาเข้าไปให้ผมที่บ้าน” ภารัณพูดบอกไป เพราะเขามีนัดกับลุกค้าต่อยังไม่สามารถเข้าไปบริษัทในตอนนี้ได้ “ได้ค่ะคุณภาม เดี๋ยววิจะจัดการให้ด่วนเลยค่ะ” วิชุดาพูดจบภารัณก็กดวางสายไปทันที เพราะเขามั่นใจว่าเรื่องนี้จะต้องมีอะไรบางอย่างแน่ๆ ไม่งั้นผู้หญิงคนนั้นคงไม่พูดออกมาอย่างมั่นใจอย่างนั้น หรือไม่เธอก็อาจะเป็นคนที่บริษัทคู่แข่งจ้างมาเพื่อดิสเคดิตของเขา แล้วนั่งคิดอยู่ในรถอย่างหัวเสียกับเรื่องในวันนี้ เพราะไม่เคยมีใครกล้าทำให้เขารู้สึกเสียหน้าอย่างนี้มาก่อน ส่วนปารารินที่เข้าห้องน้ำเสร็จแล้วเธอก็เดินออกมาด้านนอกแล้วเจอรถสปอตสีเหลืองจออยู่แล้วป้ายเขียนว่าที่จอดรถของคุณภารัณ ธรรมรงสกุล ปารารินก็แอบมองซ้ายมองขวา แล้วหันไปเจอช่างทาสีกำลังทาสีกันอยู่แล้วมีกระป๋องสเปรย์วางเรียงรายอยู่ตรงนั้น ปารารินก็ยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ทันที ก่อนแอบเดินเข้าไปหยิบสเปรย์มาหนึ่งกระป๋อง แล้วเธอก็เดินมุ่งตรงไปยังรถของนายภารัณอะไรนั่นทันที “คนมักมากอย่างคุณก็ต้องโดนสั่งสอนซะบ้าง หึๆ ไอ้แก่ตัณหากลับ ฉีด” ปารารินพูดไปด้วยรอยยิ้มร้ายๆ แล้วเธอก็ฉีดสีสเปร์ยเป็นทางยาวมาจนถึงกระจกรถด้านหน้างอย่างสะใจ “อะไรวะเนี่ย” ภารัณที่นั่งอยู่ในรถก็มองที่กระจกด้านข้างอย่างตกใจที่อยู่ๆก็มีผู้หญิงมาเขียนรถของเขาแบบคาหูคาตาแบบนี้ นี่เธอกล้ามากเลยนะนั่น ภารัณคิดไปก็เอามือกดลดกระจกรถของเขาลงในจณะที่เธอกำลังใช้สีสเปร์ยมาพ่นที่กระจกรถของเขาพอดี“ฮัลโหล พยาบาลครับ ภรรยาผมน้ำคล่ำแตกแล้วครับ รีบมาที่ห้องด่วนเลยนะครับ ปราง พี่โทรบอกพยาบาลแล้ว ปรางอดทนหน่อยนะคนดี” ภารัณรีบกดเรียกพยาบาลทันที ก่อนจะหันกลับมาแล้วเอ่ยพูดกับปารารินอย่างอ่อนโยน“ค่ะพี่ภาม อื้อ โอ๊ย...” ปารารินพยักหน้าตอบไปก่อนจะร้องออกมา จนทุกคนที่อยู่ในห้องมองอย่างสงสาร แต่ก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้เพราะปารารินกำลังเจ็บท้องคลอด “ขออนุญาตค่ะ เราต้องพาคุณปารารินเข้าห้องคลอดแล้วค่ะ” พยาบาลเข้ามาในห้องแล้วเอ่ยพูดออกไป ก่อนจะจะมีบุรุษพยาบาลเอาเตียงเคลื่อนที่เข้ามาในห้องด้วยอย่างรวดเร็ว เพราะคนไข้รายนี้คือวีไอพีที่ทางโรงพยาบาลต้องดูแลเป็นพิเศษแบบสุดๆปารารินก็รู้ตัวเลยว่าเวลาที่เธอใกล้จะเห็นหน้าลูกๆใกล้มาถึงแล้ว เธอก็หันหน้าไปมองภารัณที่เดินเข้ามาหาเธอ พร้อมกับจับมือของเธอไว้“พี่อยู่กับปรางเสมอ ไม่ต้องกลัวนะคนดี อดทนหน่อยนะ” ภารัณพูดไปก็ยิ้มให้เธออย่างให้กำลังใจ เพราะเธอกำลังจะทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ลูกผู้หญิงคนหนึ่งจะทำได้ และเขาที่เป็นสามีก็ต้องคอยให้กำลังใจเธอจนผ่านพ้นไปได้ด้วยดี จากนั้นปารารินก็ถูกพาออกไปที่ห้องคลอดพร้อมกับภารัณที่จะเข้าไปด้วย โดยมีญาติตามไปคอยที่หน้า
ด้านปารารินที่ท้องลูกแฝดอยู่นั้นก็ถูกห้ามไม่ให้มีเซ็กส์กับสามีอย่างภารัณ ซึ่งเขาและเธอก็ทำตามที่หมอแนะนำอย่างเคร่งครัด แต่ตลอดระยะเวลาห้าเดือนที่ผ่านมานี้ ทั้งสองต่างช่วยกันเติมเต็มความสุขให้กันและกันอย่างไม่มีเกี่ยงงอน ด้วยการออรัลเซ็กส์แทนการมีเซ็กส์จริงๆแทน“ปรางจ๋า เดี๋ยวปรางก็ไปคลอดลูกแล้ว พี่ว่าเราควรจะมาส่งท้ายกันหน่อยดีไหมคนดี” ภารัณพูดไปก็เอามือไต่แขนของปารารินอย่างอ้อนๆเธอ เพราะถ้าเธอคลอดแล้วเขาต้องอดยาวเลยนะ“พี่ภามไม่เหนื่อยบ้างเหรอคะ นี่พี่ภามพึ่งจะกลับมาจากที่ทำงานเองนะคะ” ปารารินเอ่ยถามออกไปแล้วก็หันไปมองเขาที่มานั่งประชิดตัวของเธอด้วยสายตาหื่นๆอยู่“เรื่องแบบนี้พี่ไม่เหนื่อยหรอก มันจะทำให้พี่หายเหนื่อยด้วยซ้ำไป นะคนดี แค่รอบเดียวก็ได้ พี่ไปล้างน้องชายของพี่มาแล้วด้วย มันพร้อมมากเลยตอนนี้” ภารัณพูดบอกไปแล้วก็ทำหน้ากรุ้มกริ่มใส่เธออย่างขอร้อง“ก็ได้ค่ะ แค่รอบเดียวนะคะ อื้อ จุ๊บ อื้อ” ปารารินพูดบอกไปไม่ทันจบภารัณก็เข้ามาจูบปากของเธอทันทีที่เธออนุญาติเขาแล้ว เธอเองก็จูบตอบเขาไปอย่างรู้งาน“อื้อ จุ๊บ จุ๊บ อือ อื้อ…” ภารัณก็จูบกับปารารินอย่างดูดดื่ม ก่อนที่เขาจะเริ่มเอามือดึ
“ก็นั่นแหละค่ะ ดีนะที่ฉันยังโชคดีอยู่ที่แม่คุณชอบฉัน ไม่งั้นฉันกับคุณคงไปกันไม่รอดแน่ๆอ่ะ” ชงโคพูดออกไป เพราถ้าเธอต้องเจอะไรแบบนั้นและมันทำให้ไม่มีความสุข เธอก็คงต้องถอย“ถ้ารักกันมากพอยังไงก็รอดน่า แต่ผมน่ะแก่เกินกว่าที่จะไปคบกับใครใหม่แล้วนะคุณ ยังไงผมก็ต้องจบที่คุณนี่แหละ ปัญหาแม่ผัวคุณก็ไม่ต้องกลัวเลย แม่ผมอยากอุ้มหลานจะตายไป นี่ถ้าไม่ติดว่าคุณทานยาคุมล่ะก็ ป่านนี้คุณท้องตามคุณพีชกับคุณปรางเขาไปแล้ว ผมก็แก่ลงทุกวันคุณไม่ใจอ่อนบ้างเหรอ” ศิลาพูดบอกไปอย่างเสียดาย เพราะชงโคขอเขาเอาไว้ว่าขอคบกันให้ได้สักปีสองปีก่อนแล้วค่อยคุยกันเรื่องที่จะมีครอบครัว ส่วนเขาก็เองก็ไม่ได้เร่งรัดอะไรเธอมาก แค่แอบเอายาคุมทิ้งทีละเม็ดสองเม็ดพอไม่ให้เธอสงสัย เผื่อเขาจะฟลุ๊คทำเธอท้องเขาสักวัน“แก่อะไรกันคะคุณพึ่งจะสามสิบสามเองนะคะ มีลูกตอนสามสิบห้าก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลยค่ะ อดทนหน่อยสิคะ ไม่แน่ถ้ายัยปรางคลอดลูกแล้วฉันเล่นกับหลานโอเค ฉันอาจะลดเวลาให้คุณก็ได้” ชงโคพูดบอกไป เพราะเธอไม่ค่อยอะไรกับเด็กเท่าไหร่จึงอยากลองเล่นกับหลานๆดูก่อนที่เธอคิดจะมีจริงๆ“ผมชักอยากให้คุณปรางเขาคลอดลูกไวๆแล้วเนี่ย ผมจะได้ส่งคุณไปเป็
ห้าเดือนผ่านไปหลังจากที่พีชญาไปบ้านของเกริกพลที่ขอนแก่นแล้วก็ทำความรู้จักกับพ่อแม่ของเขาแล้วก็ต้องเจอปัญหาใหญ่ เพราะพ่อแม่ของเขาได้หาผู้หญิงให้กับเกริกพลรออยู่แล้ว และเธอก็พึ่งรู้ว่าครอบครับของเกริกพลนั้นเป็นเศรษฐีบ้านนอกที่มีที่ดินเป็นพันๆไร่ แถมยังเปิดร้านขายวัดสุก่อสร้างขนาดใหญ่อีก ทำให้เธอต้องฝ่าฟันอุปสรรคมาสารพัดอย่างจากแม่ของเขาที่ไม่ค่อยชอบขี้หน้าของเธอ “อะไรนะตาพล นี่แกจะให้แม่ไปขอแฟนแกงั้นเหรอ แม่ไม่ไป แม่ไม่ชอบผู้หญิงกรุงเทพอย่างนั้น ทำตัวเป็นลูกคุณหนู ทำอะไรก็ไม่เป็นสักอย่างแกจะเอามาทำเมียทำไมห้ะ ผู้หญิงดีๆที่แม่หาให้ทำไมแกไม่เลือกหึ แม่ล่ะไม่เข้าใจแกเลยจริงๆ” เกนสินีแม่ของเกริกพลพูดออกไปพร้อมกับชักสีหน้าอย่างไม่พอใจ ก่อนจะมองลูกชายและพีชญาสลับกันไปมาด้วยสายตาเคืองขุ่น“ก็ผมรักพีชเขานิครับแม่ อีกอย่างพีชเขาก็ไม่ได้ทำตัวเป็นคุณหนูอย่างที่แม่ว่าสักหน่อย เขามาบ้านเราทีไรเขาก็พยายามช่วยนั่นช่วยนี่ตลอด พีชเอาใจแม่ขนาดนั้นมันยังไม่ดีอีกเหรอครับ” เกริกพลพูดไปก็มองหน้าแม่ของเขาอย่างม่เข้าใจ เพราะตลอดห้าเดือนที่ผ่านมานี้เขาพาพีชญามาบ้านเขาแทบทุกเดือนเพื่อที่จะทำให้แม่ของเขาสนิทกับ
หนึ่งอาทิตย์ผ่านไปโครงการที่ปารารินทำอยู่ก็เสร็จเรียบร้อยทำให้พวกเขาได้รับวันหยุดพักร้อนคนละหนึ่งอาทิตย์ ส่วนปารารินนั้นก็ต้องหยุดยาวและก็ต้องมอบหมายงานให้เกริกพลและสิตางเป็นคนจัดการต่อ ส่วนเธอก็มีหน้าที่ดูแลตัวเองและลูกในท้องให้ดีที่สุด“หนูปราง แม่ว่าท้องของหนูใหญ่มากเลยนะเนี่ย ตอนแม่ท้องสามเดือนกว่าๆมันยังไม่ใหญ่ขนาดนี้เลย ปกติท้องสาวมันจะเล็กๆนะ” นภาพรพูดออกไปขณะมองหน้าท้องนูนใหญ่ของลูกสะใภ้ ที่ท้องสามเดือนกว่าๆแล้ว“ปรางก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะคุณแม่ แต่มันใหญ่จริงๆค่ะ นี่แค่สามเดือนยังขนาดนี้ถ้าเก้าเดือนจะขนาดไหนกัน” ปารารินพูดไปก็เอามือลูบที่หน้าท้องของเธออย่างสงสัย“ป้าว่านะ เราต้องท้องลูกแฝดแน่ๆเลยยัยปราง ไม่งั้นไม่ใหญ่ขนาดนี้หรอก ดูท้องเราสิเล็กกว่าท้องของเจนนี่ไปนิดเดียวเอง” โรสรินที่มาเยี่ยมหลานสาวที่กรุงเทพเอ่ยพูดบอกไป เพราะวันนี้ปารารินมีตรวจเพศลูกและอัลตร้าซาวด์ ทำให้เธออยากลงมาดูหลานสาวสักหน่อย “เดี๋ยวตรวจดูก็น่าจะรู้แล้วล่ะครับ อย่าพูดให้ผมมีความหวังสิครับ ผมยิ่งอยากได้ลูกแฝดอยู่ด้วย” ภารัณพูดไปขณะรอเข้าตรวจครรภ์ของปาราริน“หึๆ พ่อว่าแฝดแน่ๆว่ะ พ่อว่าน้ำยาลูกชายของพ่อมั
พอปิ่นแก้วออกไปแล้วปารารินก็ไปหาภารัณที่สำนักงานใหญ่ของเขาทันที เพราะเธอคิดว่าปิ่นแก้วจะต้องมาหาเขาก่อนหน้านี้แน่ๆ “พี่ภามคะ เมื่อกี้คุณปิ่นเข้ามาหาพี่ภามใช่ไหมคะ” ปารารินเอ่ยถามออกไปก็มองหน้าของภารัณอย่างอยากรู้“อ่อใช่ แต่ปรางอย่าเข้าใจพี่ผิดนะ ปิ่นเขาแค่มาคุยเรื่องงานแล้วก็มายินดีที่พี่แต่งงานกับปรางเท่านั้น ไม่ได้มีอะไรเลย แต่ปรางรู้ได้ยังไงว่าปิ่นเขามาที่นี่ ปิ่นเขาพึ่งออกไปเองนะ” ภารัณพูดอธบายออกไปอย่างกลัวว่าปารารินจะเข้าใจเขาผิด ก่อนจะถามเธอว่าเธอรู้ได้ยังไง ทำไมข่าวถึงหูเธอไวแบบนั้น“แม๋ รีบบอกเชียวนะคะ ปรางก็ไม่ได้จะว่าอะไรสักหน่อยค่ะ ที่ปรางรู้ก็เพราะว่าเมื่อกี้คุณปิ่นเขาไปหาปรางที่สำนักงานน่ะสิคะ แล้วเขาก็พูดขอโทษปรางกับเรื่องที่ผ่านมาแล้วเขาก็จะไปอยู่เมืองนอกสักพัก พี่ภามว่าคุณปิ่นเขาจะสำนึกผิดจริงๆไหมคะ” ปารารินเข้าไปนั่งคุยกับภารัณด้วยสีหน้าจริงจัง เพราะเธอเองก็ไม่กล้าไว้ใจเต็มร้อย เนื่องจากที่ผ่านมานั้นปิ่นแก้วก็ร้ายเหลือเกิน“พี่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ในเมื่อเขามาขอโทษเราแล้วเราก็ควรจะให้โอกาสเขาไม่ใช่เหรอ พี่ว่าเราลองเชื่อใจปิ่นเขาดูสักครั้งก็ไม่เป็นอะไรนิ เขาคงคิดอ
ด้านภารัณที่เรียกผู้จัดการฝ่ายการจัดการมาพบ เขาก็พูดคุยเกี่ยวกับโครงการใหม่ที่เขาต้องการให้เรวัตไปหาข้อมูลในพื้นที่ให้กับเขา ก่อนที่จะให้เรวัตออกไปทำงานต่อ“อ่อ คุณภามครับ คือเรื่องทุนการศึกษาเราจะประกาศชื่อในวันพรุ่งนี้แล้ว ผมคัดรายชื่อนักศึกษามาแล้ว คุณภามช่วยตรวจสอบหน่อยนะครับ” เรวัตพูดไปก็เอาเอ
ณ บริษัทอีแลนด์กรุ๊ปบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของประเทศที่ใครๆต่างก็รู้จัก เพราะมีผู้บริหารสุดเนี๊ยบอย่าง ”ภารัณ” ผู้ที่ไม่เคยปล่อยให้การประมูลที่บริษัทตั้งเป้าหมายเอาไว้พลาดเป้าเลยสักครั้งนับตั้งแต่ที่เขารับตำแหน่งผู้บริหารมา ทำให้งานของเขาทุกอย่างต้องเป๊ะและห้ามมีคำว่าผิดพลาด เขาจึงถูกลูกน้องใ







