ログインด้านปารารินก็กลับมาที่คอนโดนของภารัณด้วยขาที่เดินกะเผลกๆอย่างเจ็บๆเพราะล้มลงตอนที่ชนกับปิ่นแก้วที่ห้าง ทำให้ภารัณที่นั่งดูทีวีรอเธออยู่ถึงกับหันมามองปารารินอย่างสงสัยว่าเธอเป็นอะไร
“ขาเป็นอะไรทำไมเดินมาแบบนั้น ” ภารัณพูดออกไปก็ลุกขึ้นแล้วก็เดินเข้าไปหาปารารินทันที ก่อนจะเอาถุงกระดาษของเธอมาถือแล้วเขาก็เข้าไปประคองปารารินให้มานั่งที่โซฟา “พอดีปรางชนกับคุณปิ่นแก้วเขาที่ห้างน่ะค่ะ ก็เลยเจ็บที่ข้อเท้านิดหน่อย อื้อ” ปารารินพูดบอกไปด้วยเสียงอ่อน ก่อนจะทำท่าทางเจ็บๆออกไปอย่างอ้อนๆภารัณให้เขาใส่ใจเธอ “ชนกับปิ่นแรงขนาดนั้นเลยเหรอ ไหนผมดูสิ” ภารัณพูดบอกไปก่อนจะนั่งลงที่พื้นแล้วเอาท้าของปารารินมาเหยียบที่ขาของเขา แล้วเขาก็มองสำรวจข้อเท้าของเธอที่บวมออกมานิดหน่อย ปารารินก็มองภารัณทำแบบนี้กับเธอด้วยท่าทีห่วงใยแล้วใจเธอมันก็เต้นแทบไม่เป็นจังหวะ ทำไมเขาถึงอ่อนโยนกับเธอแบบนี้นะ แล้วแบบนี้จะไม่ให้เธอตกหลุมรักคนอย่างเขาได้ยังไงกัน “ก็แรงจนปรางล้มลงพื้นเลยล่ะค่ะ นี่ถ้าปรางไม่คิดมากไปล่ะก็ ปรางคงคิดว่าคุณปิ่นเขาตั้งใจมาชนปรางด้วยซ้ำอ่ะ” ปารารินพูดบ่นๆออกไปแบบเนียนๆ แล้วเธอก็แอบดูภารัณอย่างสังเกตว่าเขาจะตอบเธอว่ายังไง เขายังจะหวังให้แฟนเก่าของเขาหึงหวงเขาแล้วกลับมารักเขาแบบที่เขาต้องการเมื่อก่อนไหมนะ ปารารินคิดในใจไปอย่างลุ้นๆ “ปิ่นเขาจะทำอย่างนั้นทำไมกัน เท่าที่ผมรู้จักปิ่นมา เขาไม่เคยทำร้ายใคร เพราะฉะนั้นคุณไม่ควรคิดแบบนั้นเข้าไหมปราง มันก็แค่อุบัติเหตุเท่านั้นแหละ” ภารัณพูดบอกไปแล้วก็เงยหน้ามองปารารินอย่างจดจ้อง เพราะเขาคิดว่ามันก็คงจะเป็นแค่อุบัติเหตุเท่านั้น “ใครจะไปรู้ล่ะคะ บางทีคุณปิ่นเขาอาจจะหึงที่ปรางมาคบกับคุณก็ได้ ผู้หญิงน่ะไม่ได้ใสๆซื่อๆอย่างที่คุณเห็นทุกคนหรอกนะคะ อย่ามั่นใจความคิดของคุณไปหน่อยเลย ดูอย่างฉันสิ คุณดูออกหรือเปล่าล่ะคะว่าฉันเป็นคนยังไง ฉันมาอยู่กับคุณที่นี่เพราะอะไร” ปารารินพูดบอกไปแล้วก็มองหน้าของภารัณพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากออกไป ภารัณก็กลืนน้ำลายลงคอแล้วคิดในใจอย่างประหม่า เพราะคำพูดของปารารินมันก็เป็นความจริงที่คนเราไม่สามารถรู้ใจของใครได้ “คุณก็เป็นเด็กขี้อ่อยขี้ยั่วผมไง แล้วคุณก็ยังหื่นมากๆด้วย ถ้าผมเดาไม่ผิดคุณก็คงจะมาอยู่กับผมเพราะอยากให้ผมเอาหรือไม่ก็อยากได้ค่าตอบแทนที่ผมเสนอไป” ภารัณพูดออกไปตามความคิดของเขา เพราะเท่าที่ดูตอนนี้เขาและปารารินกำลังลุ่มหลงเรื่องอย่างว่ากันมากกว่าเรื่องอื่นๆ “หึ ก็จริงอย่างที่คุณพูดนั่นแหละค่ะ ฉันต้องการทั้งเซ็กส์แล้วก็เงินค่าตอบแทนจากคุณ แต่มันก็ยังมีอีกหลายอย่างที่ฉันอยากจะได้จากคุณมากกว่าสิ่งพวกนี้ และฉันเชื่อว่าอีกไม่นานฉันต้องได้มันจากคุณแน่ๆ” ปารารินพูดออกไป เพราะเธอกำลังหมายถึงว่าสิ่งที่เธอต้องการจากเขามันก็คือความรัก และเธอก็หวังว่าเธอจะทำมันสำเร็จในไม่ช้า “หึ คุณอยากได้อะไรจากผมอีกงั้นเหรอ เงินหรือว่าบ้าน รถ” ภารัณขมวดคิ้วอย่างสงสัยก่อนจะเอ่ยถามออกไป “เดี๋ยวอีกหน่อยคุณก็รู้เองแหละค่ะ โอ๊ย ซี๊ด อื้อ” ปารารินพูดออกไปก็ขยับตัวหลบสายตาของภารัณที่มองมา แล้วศอกของเธอก็ไปโดนขอบโซฟาพอดีจึงร้องออกมาแบบเจ็บ “มีแผลถลอกนิ เดี๋ยวผมเอายามาทาให้ รอแปปละกัน” ภารัณพูดออกไป เมืเห็นแผลถลอกที่ข้อศอกของปาราริน เขาจึงรีบลุกไปเอาอุปกรณ์ทำแผลที่ตู้ยาทันที ปารารินก็มองตามแล้วยิ้มมุมปากออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ เมื่อเธอเห็นท่าทางห่วงใยของภารัณ เพราะถึงเขาจะปากแข็งยังไง แต่การกระทำของเขามันก็แสดงให้เธอเห็นว่าเขาห่วงใยเธออยู่ดี จากนั้นภารัณก็เอาอุปกรณ์มาทำแผลที่ข้อศอกของปารารินอย่างเบามือ “ทีหลังเวลาเดินก็มองทางให้ดีล่ะ จะได้ไม่เจ็บตัวแบบนี้อีก อ่ะ เสร็จแล้ว” ภารัณพูดบอกไปขณะที่เขากำลังติดพลาสเตอร์ลงที่แผลของปาราริน แล้วเขาก็เงยหน้ามามองสบตากับเธอ “ค่ะ ต่อไปปรางจะระวังให้มากค่ะ แล้วเรื่องไปงานกับคุณวันนี้ล่ะคะ” ปารารินพูดบอกไปก็มองภารัณอย่างจดจ้อง “เจ็บข้อเท้าแบบนี้ก็ไม่ต้องไปหรอก เดี๋ยวมันจะบวมขึ้นไปอีก เราก็นอนพักที่ห้องนี่ก็แล้วกัน แล้วพรุ่งนี้ก็ลางานสักวัน” ภารัณพูดบอกไปแล้วก็เก็บอุปกรณ์เข้าใส่กล่องยาดังเดิม “ค่ะ งั้นก่อนที่พี่ภามจะไปงาน พี่ภามช่วยประคองปรางไปที่ห้องได้ไหมคะ” ปารารินพูดบอกไปแบบอ้อนๆภารัณ เพราะเธออยากให้เขาอยู่กับเธอที่นี่ ยิ่งงานนั้นมีปิ่นแก้วไปด้วยปารารินจงไม่อยากให้ภารัณไปเลย “เดี๋ยวนั่งเล่นตรงนี้ก่อนก็ได้ พี่ไม่ไปงานเลี้ยงคืนนี้แล้วล่ะ เดี๋ยวให้ปรินทร์มันออกหน้าแทนก็ได้ เราเจ็บข้อเท้าแบบนี้พี่ไม่อยากให้อยู่คนเดียว” ภารัณพูดบอกไปก็ลุกขึ้นแล้วเดินเอาอุการณ์ทำแผลไปเก็บใส่ตู้ ปารารินได้ยินแบบนั้นก็มองตามหลังของภารัณแล้วยิ้มออกไปทันที เพราะเธอไม่คิดว่าเขาจะยอมอยู่กับเธอที่นี่ แบบนี้เธอต้องแกล้งเจ็บข้อเท้าอ้อนเขาซะแล้วล่ะ จะได้ใกล้ชิดกันให้มากขึ้น ปารารินคิดในใจแบบเจ้าเล่ห์ก่อนที่เธอจะทำอย่างนั้นจริงๆ จนภารัณต้องโทรไปหาปรินทร์ให้รับหน้าที่ออกงานคืนนี้แทนเขา ณ งานเลี้ยง ปิ่นแก้วก็แต่งตัวสวยควงคู่มากับศิลาคู่หมั้นของเธอมาอย่างต้องการสวยเชือดเด็กอย่างปาราริน เพราะเธอจะทำให้เด็กนั่นรู้ว่าเธอไม่ควรมาอยู่ในสังคมนี้และเด็กนั่นก็ไม่คู่ควรกับคนอย่างภารัณ “โอ้โหปิ่น วันนี้ปิ่นสวยมากเลยอ่ะ” ปรินทร์เอ่ยชมปิ่นแก้วไปอย่างอดไม่ได้ เมื่อปิ่นแก้วสวยสง่าจนเขาและคนทั้งงานต่างพากันมอง “ปรินทร์ก็ชมปิ่นเกินไป ปิ่นก็แต่งตัวออกงานแบบนี้ออกจะบ่อยไป แล้วนี่ภามยังไม่มาอีกเหรอ” ปิ่นแก้วเอ่ยพูดบอกไป ก่อนจะเอ่ยถามถึงภารัณที่เธอยังไม่เห็นเขา “จะถามถึงเขาทำไมกัน อยากเจอเขามากนักหรือไง” ศิลาพูดออกไปแล้วมองหน้าของปิ่นแก้วอย่างไม่พอใจที่เธอถามหาภารัณทั้งๆที่เธอก็ยืนควงกับเขาอยู่ มันทให้เขารู้สึกเสียหน้าอย่างบอกไม่ถูก “ปิ่นก็ถามไปตามประสาคนรู้จักกันนิคะ ปกติคุณปรินทร์กับภามเขาก็มาด้วยกันตลอด คุณอย่าทำตัวงี่เง่าอย่างนี้สิคะศิลา เราคุยกันเรื่องนี้แล้วไม่ใช่เหรอ” ปิ่นแก้วเอ่ยพูดบอกไปแล้วก็มองหน้าของศิลาอย่างจดจ้อง “อืม งั้นผมไปคุยกับเพื่อนก่อนก็แล้วกัน คุณจะคุยอะไรกับคุณปรินทร์เกี่ยวกับนายภารัณก็คุยไป” ศิลาพูดบอกไปแล้วก็ดึงมือของปิ่นแก้วที่เกาะแขนของเขาออก ก่อนจะเดินออกไปแบบงอนๆ“ฮัลโหล พยาบาลครับ ภรรยาผมน้ำคล่ำแตกแล้วครับ รีบมาที่ห้องด่วนเลยนะครับ ปราง พี่โทรบอกพยาบาลแล้ว ปรางอดทนหน่อยนะคนดี” ภารัณรีบกดเรียกพยาบาลทันที ก่อนจะหันกลับมาแล้วเอ่ยพูดกับปารารินอย่างอ่อนโยน“ค่ะพี่ภาม อื้อ โอ๊ย...” ปารารินพยักหน้าตอบไปก่อนจะร้องออกมา จนทุกคนที่อยู่ในห้องมองอย่างสงสาร แต่ก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้เพราะปารารินกำลังเจ็บท้องคลอด “ขออนุญาตค่ะ เราต้องพาคุณปารารินเข้าห้องคลอดแล้วค่ะ” พยาบาลเข้ามาในห้องแล้วเอ่ยพูดออกไป ก่อนจะจะมีบุรุษพยาบาลเอาเตียงเคลื่อนที่เข้ามาในห้องด้วยอย่างรวดเร็ว เพราะคนไข้รายนี้คือวีไอพีที่ทางโรงพยาบาลต้องดูแลเป็นพิเศษแบบสุดๆปารารินก็รู้ตัวเลยว่าเวลาที่เธอใกล้จะเห็นหน้าลูกๆใกล้มาถึงแล้ว เธอก็หันหน้าไปมองภารัณที่เดินเข้ามาหาเธอ พร้อมกับจับมือของเธอไว้“พี่อยู่กับปรางเสมอ ไม่ต้องกลัวนะคนดี อดทนหน่อยนะ” ภารัณพูดไปก็ยิ้มให้เธออย่างให้กำลังใจ เพราะเธอกำลังจะทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ลูกผู้หญิงคนหนึ่งจะทำได้ และเขาที่เป็นสามีก็ต้องคอยให้กำลังใจเธอจนผ่านพ้นไปได้ด้วยดี จากนั้นปารารินก็ถูกพาออกไปที่ห้องคลอดพร้อมกับภารัณที่จะเข้าไปด้วย โดยมีญาติตามไปคอยที่หน้า
ด้านปารารินที่ท้องลูกแฝดอยู่นั้นก็ถูกห้ามไม่ให้มีเซ็กส์กับสามีอย่างภารัณ ซึ่งเขาและเธอก็ทำตามที่หมอแนะนำอย่างเคร่งครัด แต่ตลอดระยะเวลาห้าเดือนที่ผ่านมานี้ ทั้งสองต่างช่วยกันเติมเต็มความสุขให้กันและกันอย่างไม่มีเกี่ยงงอน ด้วยการออรัลเซ็กส์แทนการมีเซ็กส์จริงๆแทน“ปรางจ๋า เดี๋ยวปรางก็ไปคลอดลูกแล้ว พี่ว่าเราควรจะมาส่งท้ายกันหน่อยดีไหมคนดี” ภารัณพูดไปก็เอามือไต่แขนของปารารินอย่างอ้อนๆเธอ เพราะถ้าเธอคลอดแล้วเขาต้องอดยาวเลยนะ“พี่ภามไม่เหนื่อยบ้างเหรอคะ นี่พี่ภามพึ่งจะกลับมาจากที่ทำงานเองนะคะ” ปารารินเอ่ยถามออกไปแล้วก็หันไปมองเขาที่มานั่งประชิดตัวของเธอด้วยสายตาหื่นๆอยู่“เรื่องแบบนี้พี่ไม่เหนื่อยหรอก มันจะทำให้พี่หายเหนื่อยด้วยซ้ำไป นะคนดี แค่รอบเดียวก็ได้ พี่ไปล้างน้องชายของพี่มาแล้วด้วย มันพร้อมมากเลยตอนนี้” ภารัณพูดบอกไปแล้วก็ทำหน้ากรุ้มกริ่มใส่เธออย่างขอร้อง“ก็ได้ค่ะ แค่รอบเดียวนะคะ อื้อ จุ๊บ อื้อ” ปารารินพูดบอกไปไม่ทันจบภารัณก็เข้ามาจูบปากของเธอทันทีที่เธออนุญาติเขาแล้ว เธอเองก็จูบตอบเขาไปอย่างรู้งาน“อื้อ จุ๊บ จุ๊บ อือ อื้อ…” ภารัณก็จูบกับปารารินอย่างดูดดื่ม ก่อนที่เขาจะเริ่มเอามือดึ
“ก็นั่นแหละค่ะ ดีนะที่ฉันยังโชคดีอยู่ที่แม่คุณชอบฉัน ไม่งั้นฉันกับคุณคงไปกันไม่รอดแน่ๆอ่ะ” ชงโคพูดออกไป เพราถ้าเธอต้องเจอะไรแบบนั้นและมันทำให้ไม่มีความสุข เธอก็คงต้องถอย“ถ้ารักกันมากพอยังไงก็รอดน่า แต่ผมน่ะแก่เกินกว่าที่จะไปคบกับใครใหม่แล้วนะคุณ ยังไงผมก็ต้องจบที่คุณนี่แหละ ปัญหาแม่ผัวคุณก็ไม่ต้องกลัวเลย แม่ผมอยากอุ้มหลานจะตายไป นี่ถ้าไม่ติดว่าคุณทานยาคุมล่ะก็ ป่านนี้คุณท้องตามคุณพีชกับคุณปรางเขาไปแล้ว ผมก็แก่ลงทุกวันคุณไม่ใจอ่อนบ้างเหรอ” ศิลาพูดบอกไปอย่างเสียดาย เพราะชงโคขอเขาเอาไว้ว่าขอคบกันให้ได้สักปีสองปีก่อนแล้วค่อยคุยกันเรื่องที่จะมีครอบครัว ส่วนเขาก็เองก็ไม่ได้เร่งรัดอะไรเธอมาก แค่แอบเอายาคุมทิ้งทีละเม็ดสองเม็ดพอไม่ให้เธอสงสัย เผื่อเขาจะฟลุ๊คทำเธอท้องเขาสักวัน“แก่อะไรกันคะคุณพึ่งจะสามสิบสามเองนะคะ มีลูกตอนสามสิบห้าก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลยค่ะ อดทนหน่อยสิคะ ไม่แน่ถ้ายัยปรางคลอดลูกแล้วฉันเล่นกับหลานโอเค ฉันอาจะลดเวลาให้คุณก็ได้” ชงโคพูดบอกไป เพราะเธอไม่ค่อยอะไรกับเด็กเท่าไหร่จึงอยากลองเล่นกับหลานๆดูก่อนที่เธอคิดจะมีจริงๆ“ผมชักอยากให้คุณปรางเขาคลอดลูกไวๆแล้วเนี่ย ผมจะได้ส่งคุณไปเป็
ห้าเดือนผ่านไปหลังจากที่พีชญาไปบ้านของเกริกพลที่ขอนแก่นแล้วก็ทำความรู้จักกับพ่อแม่ของเขาแล้วก็ต้องเจอปัญหาใหญ่ เพราะพ่อแม่ของเขาได้หาผู้หญิงให้กับเกริกพลรออยู่แล้ว และเธอก็พึ่งรู้ว่าครอบครับของเกริกพลนั้นเป็นเศรษฐีบ้านนอกที่มีที่ดินเป็นพันๆไร่ แถมยังเปิดร้านขายวัดสุก่อสร้างขนาดใหญ่อีก ทำให้เธอต้องฝ่าฟันอุปสรรคมาสารพัดอย่างจากแม่ของเขาที่ไม่ค่อยชอบขี้หน้าของเธอ “อะไรนะตาพล นี่แกจะให้แม่ไปขอแฟนแกงั้นเหรอ แม่ไม่ไป แม่ไม่ชอบผู้หญิงกรุงเทพอย่างนั้น ทำตัวเป็นลูกคุณหนู ทำอะไรก็ไม่เป็นสักอย่างแกจะเอามาทำเมียทำไมห้ะ ผู้หญิงดีๆที่แม่หาให้ทำไมแกไม่เลือกหึ แม่ล่ะไม่เข้าใจแกเลยจริงๆ” เกนสินีแม่ของเกริกพลพูดออกไปพร้อมกับชักสีหน้าอย่างไม่พอใจ ก่อนจะมองลูกชายและพีชญาสลับกันไปมาด้วยสายตาเคืองขุ่น“ก็ผมรักพีชเขานิครับแม่ อีกอย่างพีชเขาก็ไม่ได้ทำตัวเป็นคุณหนูอย่างที่แม่ว่าสักหน่อย เขามาบ้านเราทีไรเขาก็พยายามช่วยนั่นช่วยนี่ตลอด พีชเอาใจแม่ขนาดนั้นมันยังไม่ดีอีกเหรอครับ” เกริกพลพูดไปก็มองหน้าแม่ของเขาอย่างม่เข้าใจ เพราะตลอดห้าเดือนที่ผ่านมานี้เขาพาพีชญามาบ้านเขาแทบทุกเดือนเพื่อที่จะทำให้แม่ของเขาสนิทกับ
หนึ่งอาทิตย์ผ่านไปโครงการที่ปารารินทำอยู่ก็เสร็จเรียบร้อยทำให้พวกเขาได้รับวันหยุดพักร้อนคนละหนึ่งอาทิตย์ ส่วนปารารินนั้นก็ต้องหยุดยาวและก็ต้องมอบหมายงานให้เกริกพลและสิตางเป็นคนจัดการต่อ ส่วนเธอก็มีหน้าที่ดูแลตัวเองและลูกในท้องให้ดีที่สุด“หนูปราง แม่ว่าท้องของหนูใหญ่มากเลยนะเนี่ย ตอนแม่ท้องสามเดือนกว่าๆมันยังไม่ใหญ่ขนาดนี้เลย ปกติท้องสาวมันจะเล็กๆนะ” นภาพรพูดออกไปขณะมองหน้าท้องนูนใหญ่ของลูกสะใภ้ ที่ท้องสามเดือนกว่าๆแล้ว“ปรางก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะคุณแม่ แต่มันใหญ่จริงๆค่ะ นี่แค่สามเดือนยังขนาดนี้ถ้าเก้าเดือนจะขนาดไหนกัน” ปารารินพูดไปก็เอามือลูบที่หน้าท้องของเธออย่างสงสัย“ป้าว่านะ เราต้องท้องลูกแฝดแน่ๆเลยยัยปราง ไม่งั้นไม่ใหญ่ขนาดนี้หรอก ดูท้องเราสิเล็กกว่าท้องของเจนนี่ไปนิดเดียวเอง” โรสรินที่มาเยี่ยมหลานสาวที่กรุงเทพเอ่ยพูดบอกไป เพราะวันนี้ปารารินมีตรวจเพศลูกและอัลตร้าซาวด์ ทำให้เธออยากลงมาดูหลานสาวสักหน่อย “เดี๋ยวตรวจดูก็น่าจะรู้แล้วล่ะครับ อย่าพูดให้ผมมีความหวังสิครับ ผมยิ่งอยากได้ลูกแฝดอยู่ด้วย” ภารัณพูดไปขณะรอเข้าตรวจครรภ์ของปาราริน“หึๆ พ่อว่าแฝดแน่ๆว่ะ พ่อว่าน้ำยาลูกชายของพ่อมั
พอปิ่นแก้วออกไปแล้วปารารินก็ไปหาภารัณที่สำนักงานใหญ่ของเขาทันที เพราะเธอคิดว่าปิ่นแก้วจะต้องมาหาเขาก่อนหน้านี้แน่ๆ “พี่ภามคะ เมื่อกี้คุณปิ่นเข้ามาหาพี่ภามใช่ไหมคะ” ปารารินเอ่ยถามออกไปก็มองหน้าของภารัณอย่างอยากรู้“อ่อใช่ แต่ปรางอย่าเข้าใจพี่ผิดนะ ปิ่นเขาแค่มาคุยเรื่องงานแล้วก็มายินดีที่พี่แต่งงานกับปรางเท่านั้น ไม่ได้มีอะไรเลย แต่ปรางรู้ได้ยังไงว่าปิ่นเขามาที่นี่ ปิ่นเขาพึ่งออกไปเองนะ” ภารัณพูดอธบายออกไปอย่างกลัวว่าปารารินจะเข้าใจเขาผิด ก่อนจะถามเธอว่าเธอรู้ได้ยังไง ทำไมข่าวถึงหูเธอไวแบบนั้น“แม๋ รีบบอกเชียวนะคะ ปรางก็ไม่ได้จะว่าอะไรสักหน่อยค่ะ ที่ปรางรู้ก็เพราะว่าเมื่อกี้คุณปิ่นเขาไปหาปรางที่สำนักงานน่ะสิคะ แล้วเขาก็พูดขอโทษปรางกับเรื่องที่ผ่านมาแล้วเขาก็จะไปอยู่เมืองนอกสักพัก พี่ภามว่าคุณปิ่นเขาจะสำนึกผิดจริงๆไหมคะ” ปารารินเข้าไปนั่งคุยกับภารัณด้วยสีหน้าจริงจัง เพราะเธอเองก็ไม่กล้าไว้ใจเต็มร้อย เนื่องจากที่ผ่านมานั้นปิ่นแก้วก็ร้ายเหลือเกิน“พี่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ในเมื่อเขามาขอโทษเราแล้วเราก็ควรจะให้โอกาสเขาไม่ใช่เหรอ พี่ว่าเราลองเชื่อใจปิ่นเขาดูสักครั้งก็ไม่เป็นอะไรนิ เขาคงคิดอ
ด้านภารัณที่เรียกผู้จัดการฝ่ายการจัดการมาพบ เขาก็พูดคุยเกี่ยวกับโครงการใหม่ที่เขาต้องการให้เรวัตไปหาข้อมูลในพื้นที่ให้กับเขา ก่อนที่จะให้เรวัตออกไปทำงานต่อ“อ่อ คุณภามครับ คือเรื่องทุนการศึกษาเราจะประกาศชื่อในวันพรุ่งนี้แล้ว ผมคัดรายชื่อนักศึกษามาแล้ว คุณภามช่วยตรวจสอบหน่อยนะครับ” เรวัตพูดไปก็เอาเอ
ณ บริษัทอีแลนด์กรุ๊ปบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของประเทศที่ใครๆต่างก็รู้จัก เพราะมีผู้บริหารสุดเนี๊ยบอย่าง ”ภารัณ” ผู้ที่ไม่เคยปล่อยให้การประมูลที่บริษัทตั้งเป้าหมายเอาไว้พลาดเป้าเลยสักครั้งนับตั้งแต่ที่เขารับตำแหน่งผู้บริหารมา ทำให้งานของเขาทุกอย่างต้องเป๊ะและห้ามมีคำว่าผิดพลาด เขาจึงถูกลูกน้องใ







