共有

บทที่ 2.1

last update 公開日: 2026-03-26 08:02:43

ตระกูลโม่ช่าง...น่าเห็นใจยิ่งนัก!!!!

โม่อวี๋หลับตาลงเพื่อข่มกลั้นอารมณ์กรุ่นโกรธ นางปล่อยให้เสี่ยวชุนไปจัดแจงเสื้อผ้าของวันพรุ่งนี้ให้เหมาะสม จากนั้นจึงเดินไปยังข้างหน้าต่าง

อากาศเย็นยามค่ำคืนทำให้หญิงสาวตัวสั่น นางกอดไหล่ตัวเองแต่กลับยังไม่ยอมปิดหน้าต่าง ครุ่นคิดถึงสังคมในยุคโบราณนี้ หากนางจะเอาตัวรอดนางจะต้องมีสติมากกว่านี้ ใช้ความคิดให้รอบคอบ ก้าวทุกก้าวอย่างระมัดระวัง

ความเหลื่อมล้ำไม่เท่าเทียมระหว่างบุรุษและสตรีนี้ไม่มีใครช่วยนางได้ เช่นกันกับการหนีไปก็ใช่ว่านางจะสามารถเอาตัวรอดได้ ข้างนอกกำแพงสูงนั่นโหดร้ายกว่าที่นางเคยเห็นในละครและเคยอ่านในนิยาย

ตอนอยู่ที่ซางจี๋นางเคยได้ยินมาว่ามีสตรีหลบหนีการแต่งงาน บิดามารดาของนางจับกลับมาและทุบตีนางจนสิ้นใจ ทางการไม่รับร้องเรียนเพราะเป็นเรื่องภายในตระกูล

ยังมีอีกครั้งที่นางเคยเห็นกับตา สตรีที่นั่งขายตัวเป็นทาสเพราะไร้ที่ไป ไม่มีอาหาร ไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อไปในชีวิต หากมีนายท่านสักจวนรับเป็นสาวใช้ก็โชคดี แต่หากมีแม่เล้ามาซื้อตัวไปเป็นนางโลม...

หนักเข้าก็คงหนีไม่พ้นหญิงสาวตัวคนเดียวถูกข่มขืนแล้วสังหารอย่างโหดเหี้ยม กระทั่งทุกวันนี้ยังไม่รู้ว่าจับคนร้ายได้แล้วหรือยัง

อันตรายมีรอบด้านทั้งนอกและในจวน นางต้องระวังทุกย่างก้าว เรื่องที่บิดาเรียกนางกลับมาย่อมต้องมีจุดประสงค์ แต่ไม่ว่าอย่างไรหากถึงที่สุดแล้วนางไม่อาจรอดพ้นชะตากรรม นางย่อมต้องหาทางเพื่อผ่านพ้นไปได้อย่างราบรื่นที่สุด

สำนักศึกษาหลวงตั้งอยู่บนเขาเยว่ซานนอกกำแพงเมืองหลวงไม่ไกล ทางขึ้นเขาวกวนแต่ไม่ได้ลาดชันจนน่ากลัว เส้นทางหรือก็ถูกปรับปรุงอย่างดี รถม้าจึงสามารถแล่นไปอย่างราบรื่น

รถม้าสองคันของตระกูลโม่มาถึงปลายทางได้ในเวลาเพียงไม่ถึงก้านธูป ป้ายตระกูลโม่ถูกยื่นออกไปเพื่อให้คนดูแลเข้าไปแจ้งกับ ‘โม่ซางเช่อ’ น้องชายซึ่งนางยังไม่เคยพบหน้าผู้นั้นให้เขาออกมารับข้าวของที่นางนำมา

โม่อวี๋ค่อยๆ ก้าวลงมาจากรถม้าโดยมีเสี่ยวชุนช่วยพยุง นางสวมชุดกระโปรงสีน้ำเงินเข้มไร้ลายปัก คลุมทับด้วยเสื้อคลุมสีเทาเรียบง่าย เรือนผมเพียงรวบยึดด้วยปิ่นหยกขาวสลักลายเป็นเกลียวยาวจากโคนแหลมขึ้นสู่ปลาย ไม่โดดเด่นและทำให้นางดูไม่สะดุดตา

ลานกว้างหน้าประตูสำนักศึกษาหลวงในที่สุดก็คราคร่ำไปด้วยรถม้ามากมาย ยังดีที่สัญลักษณ์บนรถม้าดูง่าย อีกทั้งหากเป็นรถม้าจากจวนขุนนางจะอยู่ตรงกลางแยกออกมาอย่างชัดเจน ทำให้ไม่นานโม่ซางเช่อก็หารถม้าของตระกูลโม่พบ

มองพิจารณาชายหนุ่มวัยไม่น่าจะเกินสิบห้าตรงหน้า เขาดูว่าง่ายกว่าที่นางคาด ดวงตาใสซื่อ บุคลิกคล้ายกับหนอนหนังสือทำให้โม่อวี๋อดที่จะเอ็นดูเขาขึ้นมาไม่ได้

“โม่ซางเช่อกระมัง”

“ขอรับ ท่านคงจะเป็น...พี่รอง” ประโยคหลังเขาเรียกเสียงแผ่วดูไม่มั่นใจ

“ใช่ ข้าคือโม่อวี๋ พี่สาวของเจ้า ข้านำข้าวของจำเป็นมาให้ เจ้าดูว่ายังต้องการสิ่งใดเพิ่มเติมวันหลังข้าจะให้คนส่งมาให้ ยังมี...” นางยื่นมือออกไปรับของมาจากเสี่ยวชุน “นี่เป็นกระดาษและพู่กันจากร้านหั่วเติง ระหว่างทางข้าแวะไปซื้อมา ดูว่าเจ้าชอบหรือไม่”

เครื่องเขียนในร้านหั่วเติงมีชื่อเสียงทั้งด้านคุณภาพและราคาที่สูงลิ่ว โม่ซางเช่อได้ยินก็ขมวดคิ้ว

“พี่รองท่าน...ไม่จำเป็นต้องซื้อมา ข้ายังมีอยู่ อีกอย่างแม่บุญธรรมน่าจะจัดรวมๆ มากับของอย่างอื่น” เขาดูมีท่าทีเกรงอกเกรงใจและยังคงสังเกตสีหน้าท่าทีของนางอยู่

“นั่นคือส่วนของนาง นี่คือส่วนของข้า ตระกูลโม่รับเจ้าเข้ามาข้าเองก็เพิ่งรู้ดังนั้นจึงยังไม่ได้มีโอกาสมอบของขวัญ นี่นับเป็นของขวัญพบหน้า”

ก่อนมานางบอกตัวเองให้สังเกตท่าทีของเขา หากดูไม่เป็นมิตรนางก็ไม่จำเป็นต้องฝืนตัวเอง แต่นี่เขาเองก็ไม่ได้มีท่าทีเป็นอริ ดังนั้นนางผูกมิตรเอาไว้ย่อมดีกว่าสร้างศัตรูเป็นไหนๆ

“ส่วนนี่” นางส่งถุงเงินให้เขา ในนั้นมีเงินที่นางแลกเอาไว้เพื่อให้ใช้จ่ายได้โดยง่าย “ค่าขนม”

ในรายการของที่ส่งมาไม่มีเงิน นางเองก็ไม่รู้ว่าสำนักศึกษาสามารถออกมาเดินเที่ยวได้หรือไม่ แต่หากได้อย่างน้อยๆ มีเงินติดตัวเอาไวย่อมสะดวกสบาย

เขาดูงุนงงกับถุงเงินนี้มากที่สุด

“พกติดตัวเอาไว้ ข้าเห็นในรายการที่ท่านแม่ส่งมาไม่มีเงินค่าขนม เงินไม่มากแต่ข้าแลกจากตั๋วแลกเงินแล้ว ส่วนใหญ่เป็นตำลึงเงิน อย่างน้อยก็ซื้อถังหูลู่ได้หลายไม้”

เห็นใบหน้าพูดไม่ออกของโม่ซานเช่อเมื่อนางกล่าวถึงถังหูลู่ โม่อวี๋หัวเราะเสียงเบา

“ขอบคุณพี่รอง” เขารับเอาไว้ด้วยท่าทีงุนงง ยังคงไม่เข้าใจกับคำว่า ‘ค่าขนม’ ของนางดีนัก “ท่าน...ไม่เหมือนกับที่ข้าคิดไว้”

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • ลวงเล่ห์บุพเพรัก   บทที่ 15.5 จบ

    เหยียนจวิ้นเองก็ชอบที่จะค้างคืนอยู่ที่เรือนไม้ไผ่ เขาดูเป็นคนละคนในยามที่อยู่ที่จวน ราวกับว่าที่เรือนไม้ไผ่นี้เขาเป็นเพียงสามี เป็นบิดาของบุตรสองคน แต่หากอยู่ที่จวนเขาก็คืออัครมหาเสนาบดีที่คนเคารพนับถือแผ่นหลังของสองสามีภรรยาในชุดสีเทาเรียบง่าย บิดาอุ้มบุตรชาย มือข้างหนึ่งจูงมือภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์ เป็นภาพที่ทำให้ผู้คนรู้สึกได้ถึงความสุขกลางดึกคืนนั้นโม่อวี๋นอนไม่หลับ นางค่อยๆ ขยับตัวลุกจากเตียงนอน มองบุตรชายสองคนนอนก่ายขาคนละข้างบนตัวของผู้เป็นบิดา นางอดที่จะหัวเราะออกมาเสียงเบาไม่ได้ด้านนอกอากาศเย็นสบายหญิงสาวยืนลูบหน้าท้องนูนป่องของตน ก้มลงด้วยรอยยิ้ม “เจ้านอนไม่หลับสินะ ดังนั้นจึงอยากให้แม่ออกมาสูดอากาศ”เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวระยิบระยับ อยู่ๆ ก็นึกถึงชีวิตของตนก่อนที่จะตื่นขึ้นมาในร่างของโม่อวี๋ ชีวิตในโลกปัจจุบันที่วุ่นวายซับซ้อน ชีวิตอันโดดเดี่ยวไม่มีผู้ใดอยู่เคียงข้าง กระทั่งวันนี้ที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันกับเหยียนจวิ้น ได้รู้จัก ได้อยู่เคียงข้างเขา รักเขาและได้รับความรักตอบจากเขานางเคยคิดว่าคนเรามักไม่รู้จักพอ มีสิ่งหนึ่งก็ยังคงต้องการอีกสิ่งหนึ่ง ก็คง

  • ลวงเล่ห์บุพเพรัก   บทที่ 15.4

    เหยียนจวิ้นกะพริบตามองฮูหยินเสนาบดีสำนักราชเลขา “ข้าเพิ่งเคยพบพวกนางวันนี้ท่านถามข้าคงไม่ค่อยถูกต้องนัก”ฮูหยินเสนาบดีสำนักราชเลขาหน้าม้านไปเล็กน้อยทว่ายังไม่ยอมแพ้ “ฮูหยินของท่านกำลังตั้งครรภ์ใกล้คลอด บางทีหากจวนอัครมหาเสนาบดีมีผู้ที่คอยช่วยแบ่งเบาเรื่องดูแลจวนแทนฮูหยิน คอยปรนนิบัติรับใช้และดูแลขณะที่ฮูหยินไม่อาจทำได้ ผูกมิตรแน่นแฟ้นสองตระกูลกลมเกลียวนี่เป็นเรื่องมงคลยิ่ง ท่านคิดเห็นเป็นเช่นไร”เหยียนจวิ้นขมวดคิ้วเมื่อได้ยินเช่นนั้น เขากำลังจะกล่าวคำเสียงด้านหลังก็ดังขึ้น“เรื่องมงคล? เป็นงานมงคลของผู้ใดหรือ” โม่อวี๋ที่หน้าท้องนูนป่องกำลังเดินมายังคนทั้งสี่”“ฮูหยินเจ้ามาแล้ว?” เหยียนจวิ้นรีบเดินไปประคองนาง “เหนื่อยหรือไม่ ข้ามารับเจ้ากลับจวน ข้าประชุมเสร็จแล้วจะกลับจวนไปทำปลาเผ็ดให้เจ้า”“มิใช่ต้องออกไปกับแม่ทัพใหญ่หรอกหรือ”“เขาจะตามไปรับข้าที่จวน ข้ายังต้องทำปลาเผ็ดเผื่อเขาหนึ่งจานเพราะเขาจะไปกินมื้อเที่ยงเป็นเพื่อนเราด้วย”เห็นสองสามีภรรยาสนทนากันราวกับไม่มีคนอื่น ฮูหยินเสนาบดีสำนักราชเลขารู้สึกอับอายยิ่งนัก นางมองบุตรสาวสองคนที่ทั้งงดงามน่ามอง ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่อาจดึงดูดสายตาท

  • ลวงเล่ห์บุพเพรัก   บทที่ 15.3

    โจวอวิ๋นเสียงยังไม่วางใจเห็นเหยียนจวิ้นเร่งร้อนออกไปก็ส่งองครักษ์สองสามคนรีบตามไปด้วย เขายังสั่งให้ขันทีเร่งไปแจ้งหมอหลวงให้ไปยังจวนอัครมหาเสนาบดีซึ่งบัดนี้ก็คือจวนตระกูลเสิ่นชั่วขณะที่หมอหลวงจ้าวกำลังตรวจอาการของโม่อวี๋ที่ยังไม่ได้สติ เหยียนจวิ้นใบหน้าขาวซีดคิ้วขมวดมุ่นดูเคร่งเครียดจนแม้แต่ท่านหมอหลวงยังรู้สึกได้“ท่านอัครมหาเสนาบดียินดีด้วย ฮูหยินตั้งครรภ์แล้ว” หมอหลวงจ้าวเองก็แทบจะถอนหายใจเมื่อตรวจอย่างละเอียดแล้วพบว่านางไม่ได้ล้มป่วย“ตั้ง...ครรภ์?” เหยียนจวิ้นคล้ายยังไม่อยากเชื่อ เขาปราดเข้าไปกุมมือโม่อวี๋ “แน่ใจหรือ ท่านตรวจอีกที นางไม่ได้ล้มป่วยหรือมีอาการอื่น? นางยังไม่ได้สติเลยนะ”หมอหลวงจ้าวเห็นท่าทีลนลานของอัครมหาเสนาบดีก็ยิ้มออกมา “ท่านวางใจได้ ข้าน้อยตรวจจนละเอียดแล้ว ฮูหยินตั้งครรภ์จริงๆ ข้าน้อยจะเขียนใบสั่งยาและกำชับสิ่งที่ต้องระวัง คาดว่าอีกสักครู่ฮูหยินคงฟื้น”“แต่นางหลับไปนานมากเลยนะ”“อาจเพราะเพิ่งย้ายเข้าจวนใหม่ฮูหยินเหน็ดเหนื่อยจนเกินไปก็เป็นได้ จากนี้ขอเพียงระมัดระวังไม่ทำงานหนัก ไม่คิดมาก บำรุงรักษาร่างกายให้ดีก็เป็นอันใช้ได้”หมอหลวงจ้าวประสานสองมือคำนับเขา “ย

  • ลวงเล่ห์บุพเพรัก   บทที่ 15.2

    ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อกบฏทั้งหมดถูกส่งตัวไปคุมขัง ฝ่ายตุลาการเต็มไปด้วยนักโทษสำคัญที่เคยเป็นขุนนางใหญ่ภายในข้ามคืนขุนนางใหญ่หลายตระกูลถูกโค่นล้ม สตรีสูงศักดิ์กรีดร้องร่ำไห้เนื่องจากรับไม่ได้กับความเปลี่ยนแปลง จากจุดสูงสุดลงมายังจุดต่ำสุด บางคนถึงกับเป็นลมล้มพับลง บางคนถึงขั้นใช้แพรขาวจบชีวิตในจวนของตน ไม่ยอมถูกส่งตัวเข้าคุมขังโดยเด็ดขาด ถึงอย่างนั้นไม่ว่าจะก่นดาสาปแช่ง หรือข่มขู่อย่างไร อำนาจที่เคยมีในมือก็ไม่อาจทำให้หลุดรอดจากชะตากรรมไปได้ ทุกคนล้วนต้องชดใช้ในสิ่งที่ผู้นำตระกูลเลือกทั้งสิ้นเหยียนจวิ้นกลับมายังจวนตระกูลโม่ก็ได้ยินเสียงโวยวายท่ามกลางความตื่นตระหนก ยังดีที่เขากระโดดลงไปช่วยฮูหยินของตนเองขึ้นมาได้ กระทั่งพานางกลับเข้าไปในเรือนจวี๋ฮวาและเชิญท่านหมอมาดูอาการโม่อวี๋โศกเศร้ากับการจากไปของเสี่ยวเอ้อเป่า เด็กซึ่งเป็นผู้บริสุทธิ์หนึ่งเดียวในทุกๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลายปีมานี้เหยียนจวิ้นให้คนไปตามโม่ซางเช่อกลับจวนหลังพยายามกล่อมให้โม่อวี๋นอนหลับ ด้านนอกมีเขาอยู่นางที่จิตใจไม่มั่นคงสมควรได้พักสักชั่วยามเมื่อโม่ซางเช่อกลับมาถึงจวนเขาออกจากจวนตรงไปยังคุกของฝ่ายตุลาก

  • ลวงเล่ห์บุพเพรัก   บทที่ 15.1

    ถึงอย่างนั้น...ตระกูลซูทั้งตระกูลกลายเป็นกบฏ ถูกคุมขังเพื่อรอลงอาญา งานศพของสองแม่ลูกจึงต้องจัดที่จวนตระกูลโม่แทนเงาพายุพัดผ่านพ้นเมืองหลวงต้าเยวี่ย แสงแดดหลังพายุฝนมักสดใสเสมอ เช่นกันกับการก่อกบฏซ้อนกบฏขององค์ชายใหญ่และองค์ชายสาม ฮ่องเต้เห็นด้วยกับวิธีการกวาดล้างอำนาจและอิทธิพลของตระกูลหลินที่หยั่งรากมานานทรงมีราชโองการให้ไต่สวนความผิด ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการที่ตระกูลหลินใส่ร้ายตระกูลเสิ่นว่าเป็นกบฏ คืนความยุติธรรมให้กับผู้ที่ตายไปแล้วและผู้ที่ยังอยู่ก็สามารถออกมาจากเงามืดหลังหลบซ่อนมาหลายปีเหยียนจวิ้นกลับมาใช้แซ่เสิ่นของมารดา ยิ่งไปกว่านั้นฮ่องเต้ยังทรงแต่งตั้งให้องค์ชายรองขึ้นเป็นรัชทายาท เหยียนจวิ้นเองก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นอัครมหาเสนาบดีทั้งสองจะเป็นผู้แทนพระองค์ในการบริหารจัดการราชสำนัก เนื่องจากทรงเหน็ดเหนื่อยและเศร้าโศกกับสิ่งที่องค์ชาย ฮองเฮา และหวงกุ้ยเฟย ทรงทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย รวมไปถึงผู้คนต้องมาล้มตายไปเป็นจำนวนมากเลือดนองชโลมบนผืนดิน ชีวิตทหารหาญสูญสิ้นจากการแก่งแย่ง ผู้ทำผิดได้รับโทษจากการกระทำ ทั้งที่ถูกประหาร ทั้งที่ถูกส่งไปใช้แรงงานยังชายแดน รวมไปถึงที่ถูกปลดล

  • ลวงเล่ห์บุพเพรัก   บทที่ 14.9

    “พี่ใหญ่ เกิดอะไรขึ้นหรือ ท่านใจเย็นๆ ที่นี่จวนตระกูลโม่ ไม่มีใครแย่งเสี่ยวเอ้อเป่าไปจากท่านแน่นอน” โม่อวี๋พยายามเกลี้ยกล่อมอีกฝ่าย“อวี๋เอ๋อร์” โม่เหยาคล้ายใจเย็นลงเล็กน้อย นางก้มลงมองบุตรชายในอ้อมแขน “พวกเขาไม่มีใครยอมรับเสี่ยวเอ้อเป่าของข้า พวกเขาบอกว่าแผลเป็นไม่มีทางหาย” นางสะอื้น“ไม่ เขาจะหายดี ท่านเชื่อข้า ท่านดูสิ แผลเป็นของข้ายังเริ่มจางเลย เขาเป็นเด็กวันหน้าค่อยๆ โตขึ้นแผลนั่นก็จะค่อยๆ จางลงเอง”“แต่พวกเขาก็ยังไม่ต้องการบุตรชายของข้า เขาไม่ต้องการเสี่ยวเอ้อเป่า ไม่สิ...เขาไม่ต้องการข้า ที่เขาต้องการมีเพียงเจ้า เขา...ถึงกับเปิดโปงเรื่องที่ท่านพ่อได้ตำแหน่งมาโดยมิชอบ”ที่แท้ซูเฉินก็เป็นคนทำเรื่องนี้?!“อวี๋เอ๋อร์ เขาทำลายตระกูลโม่ไม่พอยังร่วมมือกับผู้อื่นก่อกบฏ เขาคิดสังหารทุกคนที่ขวางทาง แม้แต่สามีของเจ้า” โม่เหยาหัวเราะออกมาเสียงดังกอดบุตรชายเอาไว้ในอ้อมอก “เพียงเพื่อให้ได้เจ้ามาครอบครอง เขาถึงกับ...ถึงกับวางแผนทำลายทุกอย่างเพื่อให้เจ้าหนีไม่รอด ฮ่าๆๆ”“พี่ใหญ่ท่านฟังข้า ใจเย็นลงสักนิด เขาไม่มีทางทำสำเร็จ ข้ารักเหยียนจวิ้นไม่เคยรักเขา ไม่ว่าเขาจะทำอย่างไรข้าก็ไม่มีทางลงเอยก

  • ลวงเล่ห์บุพเพรัก   บทที่ 8.5

    “เหตุใดเจ้าคิดเช่นนั้น โทษตัวเองด้วยเหตุใด ไม่ใช่ความผิดของเจ้าเสียหน่อย” เซี่ยซวงซวงรู้สึกตกใจอยู่บ้าง แต่มาคิดๆ ดูนางเองก็เริ่มไม่มั่นใจ“แม้เขากำชับข้าว่าไม่ให้พาเจ้าไปเยี่ยม แต่สมุนไพรล้ำค่าพวกนั้นรวมไปถึงท่านหมอหลวงเขาก็เป็นคนส่งมา ข้ามั่นใจว่าเขาไม่มีทางโทษเจ้า...” คล้ายเพิ่งเปิดเผยในสิ่งที่ไ

  • ลวงเล่ห์บุพเพรัก   บทที่ 7.1

    “ข้าไม่รู้ได้หรือ ในงานเลี้ยงเสียงซุบซิบที่จงใจปล่อยให้พูดโดยไม่ห้ามปราม ไหนจะหลินฟั่นที่ฝีมือเก่งกาจกลับเลือดท่วมใบหน้าลอบออกมาจากจวนตระกูลซูอย่างเร่งร้อน” นางกล่าวด้วยใบหน้าขุ่นเคือง“เจ้ารู้หรือไม่ สตรีในงานตอนแรกลือกันว่าเจ้านัดพบกับหลินฟั่น พอข้าบอกว่าหลินฟั่นเลือดท่วมตัวออกจากงานไปตั้งนานแล้ว

  • ลวงเล่ห์บุพเพรัก   บทที่ 5.3

    สตรีผู้นี้ตอนอายุสิบห้าก็มีเค้าความงดงามอยู่แล้ว นึกไม่ถึงว่าผ่านไปสองปีกลับยิ่งดงามเฉิดฉายอย่างชัดเจน แม้แต่งตัวเรียบง่ายไม่โดดเด่น แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่านางยังคงทำให้สตรีหลายคนรู้สึกอิจฉา“นางก็คือคู่หมั้นคนแรกของพี่เฉิน?” นางเพิ่งถูกเรียกตัวเข้าเมืองหลวงทั้งนี้ก็เพื่อร่วมงานเลี้ยงในวัง ก่อนหน้าเคยได

  • ลวงเล่ห์บุพเพรัก   บทที่ 4.6

    ยังไม่นับเรื่องที่หลินซื่อสนิทสนมและเติบโตมากับหวงกุ้ยเฟยจากตระกูลฉู่ที่ได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้ อีกทั้งคุณหนูฉู่ บุตรีของอัครมหาเสนาบดีเองก็ถูกวางตัวให้เป็นคู่ในพิธีสวมหมวกขององค์ชายใหญ่มาแต่ต้นเหยียนจวิ้นถอนหายใจออกมาคราหนึ่ง เรื่องราวซับซ้อนในอดีตม้วนวนตัวเขาให้ไม่อาจหลบเร้น โชคชะตาเล่นตลกจ

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status