Masukเรื่องตายแล้วฟื้น ยืมร่างคืนวิญญาณแม้ได้ฟังมามาก ใครจะนึกว่าจะได้เจอกับตัว อยู่ๆ หญิงสาวยุคปัจจุบันที่รถเกิดอุบัติเหตุกลับตื่นขึ้นมาในร่างของ โม่อวี๋ คุณหนูรองตระกูลโม่ที่ถูกขับไล่ไสส่งไปไกลจากเมืองหลวงแคว้นต้าเยวี่ย สองปีที่ใช้ชีวิตอยู่อย่างเงียบสงบในเมืองซางจี๋ อยู่ๆ บิดามารดากลับเพิ่งเห็นความสำคัญ เรียกนางกลับเมืองหลวงเพื่อให้นางแต่งงานเชื่อมไมตรีกับขุนนางจวนอื่นๆ ไม่รู้เพราะความซวยของนางหรือชะตาเล่นตลก ไม่ว่าไปทางใดก็มีอันต้องได้พบกับ เหยียนจวิ้น ปราชญ์หลวงที่ผู้คนล้วนนับถือ คราแรกนางถูกอดีตคู่หมายก่อกวนได้เขาช่วยเอาไว้ ต่อมานางช่วยชีวิตเขาด้วยการผายปอด จนเกิดข่าวลือสะเทือนไปทั้งเมืองหลวง บ่อยครั้งเข้าทั้งนางและเขาต่างถูกนิสัยใจคอของแต่ละฝ่ายดึงดูดเข้าหากัน นางสงบใจเมื่อเขาอยู่ใกล้ เขาเองก็รู้สึกว่านางแตกต่างจากสตรีอื่น ทั้งยังมีชะตาที่คล้ายคลึงกับเขาอยู่หลายส่วน เมื่อจับพลัดจับผลู ตกกระไดพลอยโจร บิดาต้องการแต่งนางออกไปให้ได้ โม่อวี๋จึงตัดสินใจแล้วว่าแต่งให้เหยียนจวิ้นก็...ดูไม่เลวเลย
Lihat lebih banyakจริงอยู่เขาเห็นแล้วว่านางงดงามและดูเฉลียวฉลาด แต่เขากลับมองไม่เห็นความพิเศษใดที่นางสามารถดึงดูดสหายของเขาผู้นี้เอาไว้ได้เหยียนจวิ้นถึงกับขอให้เขาหลอกล่อท่านอ๋องออกไป นัยว่ามีเรื่องสำคัญต้องสนทนากับหญิงสาว นี่เป็นเรื่องที่ต่อให้ฟ้าถล่มลงมาตรงหน้า เขายังคิดว่าเป็นไปได้มากกว่าที่เหยียนจวิ้นจะเอ่ยปากขอร้องให้เขาทำเซี่ยกวงหมิงสบตากับน้องสาว พยักเพยิดให้นางตามออกไป เขาอ้างเรื่องเนินเขาอีกฟากของสำนักศึกษาหลวงที่ดูเหมือนหละหลวมในการรักษาความปลอดภัย หนานอวี้หวางขึ้นชื่อในด้านการวางองครักษ์และจัดตำแหน่งขอบเขตการป้องกัน ดังนั้นเขาจึงอยากขอคำชี้แนะโม่อวี๋เห็นแล้วว่าทุกคนมีท่าทีพิรุธ นางมองเซี่ยซวงซวงลุกขึ้น “ท่านหญิงจะไปไหนหรือเจ้าคะ”“ไป...” เซี่ยซวงซวงเลิ่กลั่ก “ไปสุขา!”กล่าวจบก็รีบเดินออกมาจากจุดนั้น โม่อวี๋ถอนหายใจและลุกขึ้นบ้าง ไม่คาดว่าข้อมือกลับถูกคว้าหมับเข้าให้ หญิงสาวหรี่ดวงตาลงมองเหยียนจวิ้น“ท่านปราชญ์?”“...ดูเหมือนฝนกำลังจะตก เสี่ยวอู่เองก็คงตามแม่ทัพเซี่ยกับท่านอ๋องไป รบกวนเจ้าช่วยเข็นรถข้าเข้าไปด้านใน” เขากระแอมและมองไปตามทางลาดชันตรงขึ้นเรือน“ในเรือนไม่มีผู้อื่น ข้ากับท่านอย
นางขมวดคิ้วหันไปมองเขาโดยไม่หยุดเดิน เห็นเขาไม่ได้มีท่าทีใดขณะกล่าว หญิงสาวครุ่นคิดอยู่นานมาก “ทรงหมายถึง...จะรับหม่อมฉันเป็นอนุ”“ข้าไม่บังคับ เพราะหากเทียบกันแล้วชายาและชายารองของข้า พวกนางล้วนถูกบันทึกนามเป็นเชื้อพระวงศ์ไม่อาจเป็นอิสระในภายหลัง”นางกระจ่างในทันทีว่าเขาหมายถึงอะไร หากนางเป็นเพียงอนุย่อมมีวันเป็นอิสระสามารถไปจากจวนอ๋องทุกเมื่อ... “เพราะอะไรทรงช่วยหม่อมฉันเพคะ”“เจ้าลองเดาดูสิ”นางจะไปเดาถูกได้อย่างไรเล่า!!!“ข้าเพียงลองเสนอเจ้าดูเท่านั้นไม่ได้บังคับ เจ้าลองปรึกษาสหายของเจ้าดู ท่านหญิงเซี่ยหรือไม่ก็...เหยียนจวิ้น”คราวนี้โม่อวี๋หยุดเดินในทันที “ท่านปราชญ์? เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับเขาเพคะ” คิ้วเรียวขมวดมุ่นโจวหลิงอวี้หัวเราะและหันกลับมามองนาง“ไม่เกี่ยวกับเขาแน่หรือ” เขามองนางราวกำลังหยั่งเชิง “เช่นนั้นก็ดีเลย เจ้าลองปรึกษาเขาดูว่าเขาจะเห็นว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเขาแน่หรือ”โม่อวี๋ทำท่าจะกล่าวอะไรบางอย่าง แต่จนแล้วจนรอดนางกลับไม่รู้ว่าตัวเองอยากพูดอะไร แท้ที่จริงแล้วหนานอวี้หวางผู้นี้รู้เห็นอะไรมากันแน่“ไปกันเถิด ก่อนหน้านี้มิใช่ยั่วโมโหเขาเล่นอยู่แล้วหรอกหรือ วิธีของ
โจวหลิงอวี้นำรถม้ามาสองคัน ดังนั้นโม่อวี๋จึงไม่ต้องนำรถม้าของตระกูลโม่ออกมาด้วย แต่เมื่อขบวนรถม้าออกมาจากจวนกลับตรงขึ้นเยว่ซานโม่อวี๋เลิกม่านรถม้าขึ้นถามองครักษ์ที่คุ้มกันขบวนรถม้า เขาตอบออกมาด้วยท่าทีนอบน้อม “ท่านอ๋องไม่ได้เสด็จสำนักศึกษาหลวงมาปีหนึ่งแล้ว ดังนั้นจึงบอกให้ท่านหญิงเซี่ยมารอพบที่นี่แทนที่จะวกกลับไปมาขอรับ”เจ้าเล่ห์นักนะ!!!นางได้แต่ก่นด่าเขาเสียงเบากับตัวเอง แต่ก็ไม่อาจทำอย่างไรได้เพราะตกกระไดพลอยโจนไปแล้วมองเห็นลานจอดรถม้าอยู่ไกลๆ มีรถม้าจากจวนขุนนางหลายคัน โม่อวี๋ได้แต่พยายามตั้งสติไม่ให้ตัวเองว้าวุ่น นางเพิ่งคาดเดาสถานการณ์ของราชสำนักอีกไม่นานหากเกิดการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันอย่างชัดเจน เหยียนจวิ้นกับนางย่อมยืนกันอยู่คนละฝั่ง ด้วยเพราะบิดาของนางหวังอยากยืนข้างอัครมหาเสนาบดีอย่างชัดเจนตอนนี้นางอาจเลี่ยงได้ แต่ไม่ว่าจะอย่างไรสักวันก็ต้องถูกจับแต่งงานออกไป ลำพังชื่อเสียงอันฉาวโฉ่นี้นางย่อมรู้ดีว่ามันเป็นเกราะกำบังให้นางได้อีกไม่นานมองดูแผ่นหลังของหนานอวี้หวางซึ่งอยู่ด้านหน้า บิดาของนางเอาแต่ชื่นชมอ๋องหนุ่มต่อหน้านาง เอ่ยถามว่าเขาปฏิบัติกับนางเช่นไร กระทั่งไม่ปิดบังถึง
โม่อวี๋ชะงักหันกลับมามองสาวใช้ “เจ้าพูดก็มีเหตุผล” นางพลันได้สติ ถึงอย่างนั้นกลับยังคงไม่อาจคลายความกังวลในใจประสบการณ์จากโลกยุคปัจจุบันที่ทั้งอ่านนิยายและดูละครประวัติศาสตร์ การแก่งแย่งในราชวงศ์ล้วนมีขุนนางฝ่ายต่างๆ เป็นตัวแปร การลอบสังหารองค์ชาย ไม่ว่าพระองค์ใดล้วนมีโทษขั้นสูงสุด เจ้ากรมตุลาการถูกส่งออกมาบูชายัญ เห็นชัดว่าสงครามช่วงชิงบัลลังก์กำลังจะเปิดฉากแล้ว นางเคยเห็นบิดากับใต้เท้าลี่พูดคุยด้วยท่าทีสนิทสนม อีกทั้งมั่นใจว่าเขาเป็นคนของอัครมหาเสนาบดี หากอัครมหาเสนาบดียอมตัดเนื้อร้ายเพื่อให้ตัวเองและตระกูลหลินอยู่รอด อย่างไรเสียก็ไม่นับว่าเป็นเรื่องแปลกเพียงแต่...นางคิดอย่างไรก็รู้สึกว่ามันแปลกองค์ชายสามเป็นต้นคิดเรื่องล่องเรือ ใต้เท้าลี่ทำหน้าที่สืบหาคนร้ายแทนที่จะมีผลงาน กลับปล่อยให้นักโทษถูกสังหารใต้จมูก เขาเป็นคนของอัครมหาเสนาบดี แต่จนถึงตอนนี้กลับยังอยู่ในคุกเพื่อรอสอบสวน...สองฝ่ายห้ำหั่น ผู้ใดเล่าได้ผลประโยชน์นอกจาก...องค์ชายรอง?“นี่มิใช่เปิดศึกอย่างเป็นทางการแล้วหรือ” นางขมวดคิ้วและนั่งลงช้าๆ“เปิดอะไรนะเจ้าคะ” เสี่ยวชุนถามเพราะได้ยินไม่ชัด“ไม่มีอะไร” นางกล่าวได้เพียงเ

















