分享

บทที่ 2.5

last update publish date: 2026-03-26 20:41:02

“อวี๋เอ๋อร์ เจ้าออกมาเดินเล่นหรือ”

เห็นสายตาของเขายังคงมีร่องรอยความอาลัยอาวรณ์ โม่อวี๋ได้แต่ลอบถอนหายใจออกมาเงียบๆ นางลุกขึ้นยอบกายให้เขา

“พี่เขย”

ซูเฉินชะงักไปกับท่าทีห่างเหินของหญิงสาว เขารู้อยู่แล้วว่านางเป็นสตรีที่น่ามอง นึกไม่ถึงว่าจากเมืองหลวงไปสองปีนางกลับมาและกลายเป็นโฉมสะคราญที่ไม่ว่าผู้ใดเห็นก็ต้องมองจนสุดสายตา

ดูอย่างวันนี้ที่นางเพียงสวมเสื้อผ้าเรียบๆ ไม่สะดุดตา เครื่องประดับหรือก็น้อยชิ้น แต่กลับดึงดูดสายตาของเขาที่ขี่ม้าผ่านมาได้ในทันที

“ไม่ได้พบกันสองปี เจ้าสบายดีกระมัง”

“เจ้าค่ะ”

“แล้ว...เจ้าไปเยี่ยมพี่สาวของเจ้าแล้วหรือยัง”

“รู้จากท่านแม่ว่าพี่ใหญ่กำลังตั้งครรภ์ใกล้คลอด ข้าคงไม่กล้าไปรบกวนการพักผ่อน พี่เขยเพิ่งออกเวรจากวังหลวงกระมัง ข้าคิดว่าท่านน่าจะรีบกลับไปอยู่เป็นเพื่อนนาง”

“เจ้า...อยากไปเยี่ยมนางหรือไม่ ไปพร้อมข้า ข้ามี...”

“ข้าต้องรีบกลับจวน ออกมานานแล้วท่านแม่คงเป็นห่วง พี่เขยข้าขอตัวก่อน” นางยอบกายอีกครั้งและหันไปมองเสี่ยวชุน “เราไปกันเถิด”

รอบด้านเริ่มมีคนสังเกตเห็นแล้ว นางไม่อยากตกเป็นเป้าสายตาและหัวข้อซุบซิบของผู้คนในเมืองหลวงอีก หากอยากอยู่อย่างสงบสุข นางจำเป็นต้องทำตัวราวกับล่องหนหายตัวจึงจะดี

ชั้นสองของหอซื่อสื่อเหยียนจวิ้นกำลังมองดูหญิงสาวหมุนตัวเดินไปตามท้องถนน ท่ามกลางสายตาอาลัยอาวรณ์ของซูเฉิน ฝ่ายโม่อวี๋นั้นยังคงสนอกสนใจข้าวของที่วางขายมากมายสองข้างทาง

ท่าทีนั้นไม่ใช่เป็นการเสแสร้ง ผิดกับซูเฉินที่เก็บอาการเอาไว้ไม่อยู่ มองดูนางเดินจากไปเงียบๆ ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากรั้งคนเอาไว้

“อาจารย์ ท่านกำลังดูอะไรหรือ”

“ท่านผู้บัญชาการซูพ่ะย่ะค่ะ”

“หืม? เขาน่าจะผลัดเปลี่ยนเวรมาได้กว่าชั่วยาม ป่านนี้เพิ่งมาหรือ? น่าแปลก” โจวอวิ๋นเสียงมองตามสายตาของผู้เป็นอาจารย์ “นั่น...บุตรสาวคนรองของเจ้ากรมโยธา?”

“พ่ะย่ะค่ะ ท่านผู้บัญชาการซูน่าจะบังเอิญพบนางเข้าจึงหยุดทักทาย”

“ได้ยินแม่ทัพเซี่ยกล่าว นางสงสัยว่าศิษย์น้องซางเช่ออาจถูกรังแกที่สำนักศึกษาหลวง ยังมี...จริงหรือไม่ที่นางมอบถุงเงินให้ศิษย์น้องซางเช่อ เห็นทีการไปอยู่ซางจี๋ของนางคงตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างแท้จริง”

“จากไปสองปีตระกูลโม่ไม่เคยส่งข่าวคราว ปีนี้กลับส่งรถม้าไปรับ ทรงคิดเห็นอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ”

“จะคิดอย่างไรได้เล่าหากไม่ใช่เรื่องงานเลี้ยงในวังหลวง ครั้งก่อนพี่สาวของนางแต่งกับท่านผู้บัญชาการซู ใต้เท้าโม่ก็ได้เลื่อนขั้นขึ้นเป็นเจ้ากรมโยธา ครั้งนี้คงมิใช่ว่าหมายตาจวนขุนนางขั้นหนึ่งจวนใดจวนหนึ่งกระมัง” โจวอวิ๋นเสียงกล่าวจบก็เดินกลับไปนั่งลงดังเดิม

เหยียนจวิ้นยังไม่ทันได้ขยับก็มีอันต้องขมวดคิ้ว “ซวงซวง?”

“หืม?” โจวอวิ๋นเสียงลุกพรวดขึ้นยืน เขาก้าวมายังหน้าต่าง “นางมาทำอะไรที่นี้ แล้ว...นางกลับมาจากชายแดนตั้งแต่เมื่อไร หรือมาพร้อมแม่ทัพเซี่ย?”

มองดูเซี่ยซวงซวงน้องสาวของเซี่ยกวงหมิงเดินตรงเข้าไปหาโม่อวี๋ ชายหนุ่มทั้งสองลอบสบตากันนิ่งคล้ายครุ่นคิด

“สองคนนี้เคยรู้จักกันด้วยหรือ”

เซี่ยซวงซวงเดินตรงเข้าไปหาหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาไร้ซึ่งความลังเล มองสำรวจขึ้นๆ ลงๆ รอบหนึ่งก่อนจะเอ่ยปากถาม “เจ้าคือบุตรสาวคนรองของใต้เท้าโม่ใช่หรือไม่”

โม่อวี๋งุนงงเล็กน้อยเพราะไร้ซึ่งความทรงจำเกี่ยวกับสตรีตรงหน้า อีกฝ่ายแต่งตัวรัดกุมเช่นบุรุษผมยาวรวบมัดสูง ข้างเอวเหน็บมีดสั้นเล่มหนึ่งดูแล้วน่าจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์

“ข้าแซ่เซี่ย นามซวงซวง หลายปีก่อนข้าซื้อที่ดินเอาไว้ที่นอกเมืองและจ้างคนดูแล นางก็คือบุตรสาวของแม่นมจ้าว หลังแม่นมจ้าวสิ้นใจ ไม่นานบุตรสาวของแม่นมจ้าวเองก็สิ้นใจเพราะคลอดบุตรยาก ใต้เท้าโม่ไม่ได้บอกเจ้าหรือ เงินที่เจ้าส่งมาให้นางทุกเดือนข้าเป็นคนเก็บเอาไว้ วันนี้เจ้ากลับมาแล้วข้าจึงนำมาคืน ข้าบันทึกเอาไว้อย่างละเอียดเจ้าลองนับดู”

ห่อผ้าถูกยื่นมาตรงหน้าเสี่ยวชุนยื่นมือออกไปรับแทนผู้เป็นนาย “แล้วบุตรของนาง...

“คลอดยากสิ้นใจทั้งแม่ทั้งลูก สามีของนางเสียใจมากจึงออกบวช”

โม่อวี๋รู้สึกหดหู่จนพูดไม่ออก “หลุมฝังศพของนางเล่าเจ้าคะ”

在 APP 繼續免費閱讀本書
掃碼下載 APP

最新章節

  • ลวงเล่ห์บุพเพรัก   บทที่ 15.5 จบ

    เหยียนจวิ้นเองก็ชอบที่จะค้างคืนอยู่ที่เรือนไม้ไผ่ เขาดูเป็นคนละคนในยามที่อยู่ที่จวน ราวกับว่าที่เรือนไม้ไผ่นี้เขาเป็นเพียงสามี เป็นบิดาของบุตรสองคน แต่หากอยู่ที่จวนเขาก็คืออัครมหาเสนาบดีที่คนเคารพนับถือแผ่นหลังของสองสามีภรรยาในชุดสีเทาเรียบง่าย บิดาอุ้มบุตรชาย มือข้างหนึ่งจูงมือภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์ เป็นภาพที่ทำให้ผู้คนรู้สึกได้ถึงความสุขกลางดึกคืนนั้นโม่อวี๋นอนไม่หลับ นางค่อยๆ ขยับตัวลุกจากเตียงนอน มองบุตรชายสองคนนอนก่ายขาคนละข้างบนตัวของผู้เป็นบิดา นางอดที่จะหัวเราะออกมาเสียงเบาไม่ได้ด้านนอกอากาศเย็นสบายหญิงสาวยืนลูบหน้าท้องนูนป่องของตน ก้มลงด้วยรอยยิ้ม “เจ้านอนไม่หลับสินะ ดังนั้นจึงอยากให้แม่ออกมาสูดอากาศ”เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวระยิบระยับ อยู่ๆ ก็นึกถึงชีวิตของตนก่อนที่จะตื่นขึ้นมาในร่างของโม่อวี๋ ชีวิตในโลกปัจจุบันที่วุ่นวายซับซ้อน ชีวิตอันโดดเดี่ยวไม่มีผู้ใดอยู่เคียงข้าง กระทั่งวันนี้ที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันกับเหยียนจวิ้น ได้รู้จัก ได้อยู่เคียงข้างเขา รักเขาและได้รับความรักตอบจากเขานางเคยคิดว่าคนเรามักไม่รู้จักพอ มีสิ่งหนึ่งก็ยังคงต้องการอีกสิ่งหนึ่ง ก็คง

  • ลวงเล่ห์บุพเพรัก   บทที่ 15.4

    เหยียนจวิ้นกะพริบตามองฮูหยินเสนาบดีสำนักราชเลขา “ข้าเพิ่งเคยพบพวกนางวันนี้ท่านถามข้าคงไม่ค่อยถูกต้องนัก”ฮูหยินเสนาบดีสำนักราชเลขาหน้าม้านไปเล็กน้อยทว่ายังไม่ยอมแพ้ “ฮูหยินของท่านกำลังตั้งครรภ์ใกล้คลอด บางทีหากจวนอัครมหาเสนาบดีมีผู้ที่คอยช่วยแบ่งเบาเรื่องดูแลจวนแทนฮูหยิน คอยปรนนิบัติรับใช้และดูแลขณะที่ฮูหยินไม่อาจทำได้ ผูกมิตรแน่นแฟ้นสองตระกูลกลมเกลียวนี่เป็นเรื่องมงคลยิ่ง ท่านคิดเห็นเป็นเช่นไร”เหยียนจวิ้นขมวดคิ้วเมื่อได้ยินเช่นนั้น เขากำลังจะกล่าวคำเสียงด้านหลังก็ดังขึ้น“เรื่องมงคล? เป็นงานมงคลของผู้ใดหรือ” โม่อวี๋ที่หน้าท้องนูนป่องกำลังเดินมายังคนทั้งสี่”“ฮูหยินเจ้ามาแล้ว?” เหยียนจวิ้นรีบเดินไปประคองนาง “เหนื่อยหรือไม่ ข้ามารับเจ้ากลับจวน ข้าประชุมเสร็จแล้วจะกลับจวนไปทำปลาเผ็ดให้เจ้า”“มิใช่ต้องออกไปกับแม่ทัพใหญ่หรอกหรือ”“เขาจะตามไปรับข้าที่จวน ข้ายังต้องทำปลาเผ็ดเผื่อเขาหนึ่งจานเพราะเขาจะไปกินมื้อเที่ยงเป็นเพื่อนเราด้วย”เห็นสองสามีภรรยาสนทนากันราวกับไม่มีคนอื่น ฮูหยินเสนาบดีสำนักราชเลขารู้สึกอับอายยิ่งนัก นางมองบุตรสาวสองคนที่ทั้งงดงามน่ามอง ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่อาจดึงดูดสายตาท

  • ลวงเล่ห์บุพเพรัก   บทที่ 15.3

    โจวอวิ๋นเสียงยังไม่วางใจเห็นเหยียนจวิ้นเร่งร้อนออกไปก็ส่งองครักษ์สองสามคนรีบตามไปด้วย เขายังสั่งให้ขันทีเร่งไปแจ้งหมอหลวงให้ไปยังจวนอัครมหาเสนาบดีซึ่งบัดนี้ก็คือจวนตระกูลเสิ่นชั่วขณะที่หมอหลวงจ้าวกำลังตรวจอาการของโม่อวี๋ที่ยังไม่ได้สติ เหยียนจวิ้นใบหน้าขาวซีดคิ้วขมวดมุ่นดูเคร่งเครียดจนแม้แต่ท่านหมอหลวงยังรู้สึกได้“ท่านอัครมหาเสนาบดียินดีด้วย ฮูหยินตั้งครรภ์แล้ว” หมอหลวงจ้าวเองก็แทบจะถอนหายใจเมื่อตรวจอย่างละเอียดแล้วพบว่านางไม่ได้ล้มป่วย“ตั้ง...ครรภ์?” เหยียนจวิ้นคล้ายยังไม่อยากเชื่อ เขาปราดเข้าไปกุมมือโม่อวี๋ “แน่ใจหรือ ท่านตรวจอีกที นางไม่ได้ล้มป่วยหรือมีอาการอื่น? นางยังไม่ได้สติเลยนะ”หมอหลวงจ้าวเห็นท่าทีลนลานของอัครมหาเสนาบดีก็ยิ้มออกมา “ท่านวางใจได้ ข้าน้อยตรวจจนละเอียดแล้ว ฮูหยินตั้งครรภ์จริงๆ ข้าน้อยจะเขียนใบสั่งยาและกำชับสิ่งที่ต้องระวัง คาดว่าอีกสักครู่ฮูหยินคงฟื้น”“แต่นางหลับไปนานมากเลยนะ”“อาจเพราะเพิ่งย้ายเข้าจวนใหม่ฮูหยินเหน็ดเหนื่อยจนเกินไปก็เป็นได้ จากนี้ขอเพียงระมัดระวังไม่ทำงานหนัก ไม่คิดมาก บำรุงรักษาร่างกายให้ดีก็เป็นอันใช้ได้”หมอหลวงจ้าวประสานสองมือคำนับเขา “ย

  • ลวงเล่ห์บุพเพรัก   บทที่ 15.2

    ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อกบฏทั้งหมดถูกส่งตัวไปคุมขัง ฝ่ายตุลาการเต็มไปด้วยนักโทษสำคัญที่เคยเป็นขุนนางใหญ่ภายในข้ามคืนขุนนางใหญ่หลายตระกูลถูกโค่นล้ม สตรีสูงศักดิ์กรีดร้องร่ำไห้เนื่องจากรับไม่ได้กับความเปลี่ยนแปลง จากจุดสูงสุดลงมายังจุดต่ำสุด บางคนถึงกับเป็นลมล้มพับลง บางคนถึงขั้นใช้แพรขาวจบชีวิตในจวนของตน ไม่ยอมถูกส่งตัวเข้าคุมขังโดยเด็ดขาด ถึงอย่างนั้นไม่ว่าจะก่นดาสาปแช่ง หรือข่มขู่อย่างไร อำนาจที่เคยมีในมือก็ไม่อาจทำให้หลุดรอดจากชะตากรรมไปได้ ทุกคนล้วนต้องชดใช้ในสิ่งที่ผู้นำตระกูลเลือกทั้งสิ้นเหยียนจวิ้นกลับมายังจวนตระกูลโม่ก็ได้ยินเสียงโวยวายท่ามกลางความตื่นตระหนก ยังดีที่เขากระโดดลงไปช่วยฮูหยินของตนเองขึ้นมาได้ กระทั่งพานางกลับเข้าไปในเรือนจวี๋ฮวาและเชิญท่านหมอมาดูอาการโม่อวี๋โศกเศร้ากับการจากไปของเสี่ยวเอ้อเป่า เด็กซึ่งเป็นผู้บริสุทธิ์หนึ่งเดียวในทุกๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลายปีมานี้เหยียนจวิ้นให้คนไปตามโม่ซางเช่อกลับจวนหลังพยายามกล่อมให้โม่อวี๋นอนหลับ ด้านนอกมีเขาอยู่นางที่จิตใจไม่มั่นคงสมควรได้พักสักชั่วยามเมื่อโม่ซางเช่อกลับมาถึงจวนเขาออกจากจวนตรงไปยังคุกของฝ่ายตุลาก

  • ลวงเล่ห์บุพเพรัก   บทที่ 15.1

    ถึงอย่างนั้น...ตระกูลซูทั้งตระกูลกลายเป็นกบฏ ถูกคุมขังเพื่อรอลงอาญา งานศพของสองแม่ลูกจึงต้องจัดที่จวนตระกูลโม่แทนเงาพายุพัดผ่านพ้นเมืองหลวงต้าเยวี่ย แสงแดดหลังพายุฝนมักสดใสเสมอ เช่นกันกับการก่อกบฏซ้อนกบฏขององค์ชายใหญ่และองค์ชายสาม ฮ่องเต้เห็นด้วยกับวิธีการกวาดล้างอำนาจและอิทธิพลของตระกูลหลินที่หยั่งรากมานานทรงมีราชโองการให้ไต่สวนความผิด ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการที่ตระกูลหลินใส่ร้ายตระกูลเสิ่นว่าเป็นกบฏ คืนความยุติธรรมให้กับผู้ที่ตายไปแล้วและผู้ที่ยังอยู่ก็สามารถออกมาจากเงามืดหลังหลบซ่อนมาหลายปีเหยียนจวิ้นกลับมาใช้แซ่เสิ่นของมารดา ยิ่งไปกว่านั้นฮ่องเต้ยังทรงแต่งตั้งให้องค์ชายรองขึ้นเป็นรัชทายาท เหยียนจวิ้นเองก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นอัครมหาเสนาบดีทั้งสองจะเป็นผู้แทนพระองค์ในการบริหารจัดการราชสำนัก เนื่องจากทรงเหน็ดเหนื่อยและเศร้าโศกกับสิ่งที่องค์ชาย ฮองเฮา และหวงกุ้ยเฟย ทรงทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย รวมไปถึงผู้คนต้องมาล้มตายไปเป็นจำนวนมากเลือดนองชโลมบนผืนดิน ชีวิตทหารหาญสูญสิ้นจากการแก่งแย่ง ผู้ทำผิดได้รับโทษจากการกระทำ ทั้งที่ถูกประหาร ทั้งที่ถูกส่งไปใช้แรงงานยังชายแดน รวมไปถึงที่ถูกปลดล

  • ลวงเล่ห์บุพเพรัก   บทที่ 14.9

    “พี่ใหญ่ เกิดอะไรขึ้นหรือ ท่านใจเย็นๆ ที่นี่จวนตระกูลโม่ ไม่มีใครแย่งเสี่ยวเอ้อเป่าไปจากท่านแน่นอน” โม่อวี๋พยายามเกลี้ยกล่อมอีกฝ่าย“อวี๋เอ๋อร์” โม่เหยาคล้ายใจเย็นลงเล็กน้อย นางก้มลงมองบุตรชายในอ้อมแขน “พวกเขาไม่มีใครยอมรับเสี่ยวเอ้อเป่าของข้า พวกเขาบอกว่าแผลเป็นไม่มีทางหาย” นางสะอื้น“ไม่ เขาจะหายดี ท่านเชื่อข้า ท่านดูสิ แผลเป็นของข้ายังเริ่มจางเลย เขาเป็นเด็กวันหน้าค่อยๆ โตขึ้นแผลนั่นก็จะค่อยๆ จางลงเอง”“แต่พวกเขาก็ยังไม่ต้องการบุตรชายของข้า เขาไม่ต้องการเสี่ยวเอ้อเป่า ไม่สิ...เขาไม่ต้องการข้า ที่เขาต้องการมีเพียงเจ้า เขา...ถึงกับเปิดโปงเรื่องที่ท่านพ่อได้ตำแหน่งมาโดยมิชอบ”ที่แท้ซูเฉินก็เป็นคนทำเรื่องนี้?!“อวี๋เอ๋อร์ เขาทำลายตระกูลโม่ไม่พอยังร่วมมือกับผู้อื่นก่อกบฏ เขาคิดสังหารทุกคนที่ขวางทาง แม้แต่สามีของเจ้า” โม่เหยาหัวเราะออกมาเสียงดังกอดบุตรชายเอาไว้ในอ้อมอก “เพียงเพื่อให้ได้เจ้ามาครอบครอง เขาถึงกับ...ถึงกับวางแผนทำลายทุกอย่างเพื่อให้เจ้าหนีไม่รอด ฮ่าๆๆ”“พี่ใหญ่ท่านฟังข้า ใจเย็นลงสักนิด เขาไม่มีทางทำสำเร็จ ข้ารักเหยียนจวิ้นไม่เคยรักเขา ไม่ว่าเขาจะทำอย่างไรข้าก็ไม่มีทางลงเอยก

  • ลวงเล่ห์บุพเพรัก   บทที่ 2.2

    “ดีกว่าหรือแย่กว่าเล่า” นางถามแต่เขายังไม่ทันได้ตอบก็มีเสียงทักทายดังขึ้นด้านหลัง“ศิษย์น้องซางเช่อ เจ้าเองก็ออกมารับของใช้เหมือนกันหรือ”เห็นน้องชายกลอกตาราวกับเหนื่อยหน่าย คำว่า ‘เห็นแล้วยังจะถาม’ ดังออกมาจากท่าทางนั้นโดยไม่ได้กล่าว โม่อวี๋อดหัวเราะออกมาเบาๆ จากนั้นจึงหันไปมองต้นเสียงบัณฑิตอีกสา

  • ลวงเล่ห์บุพเพรัก   บทที่ 2.1

    ตระกูลโม่ช่าง...น่าเห็นใจยิ่งนัก!!!!โม่อวี๋หลับตาลงเพื่อข่มกลั้นอารมณ์กรุ่นโกรธ นางปล่อยให้เสี่ยวชุนไปจัดแจงเสื้อผ้าของวันพรุ่งนี้ให้เหมาะสม จากนั้นจึงเดินไปยังข้างหน้าต่างอากาศเย็นยามค่ำคืนทำให้หญิงสาวตัวสั่น นางกอดไหล่ตัวเองแต่กลับยังไม่ยอมปิดหน้าต่าง ครุ่นคิดถึงสังคมในยุคโบราณนี้ หากนางจะเอาตั

  • ลวงเล่ห์บุพเพรัก   บทที่ 1.6

    นางโกรธ โกรธแทน แต่ไม่อาจทำอะไรได้เพราะจะอย่างไรสตรีตรงหน้าก็คือมารดาแท้ๆ ที่ให้กำเนิดโม่อวี๋…ขอเพียงต่อไปไม่ยุ่งกับนาง นางก็จะไม่ถือสาและไม่ถือโทษโกรธเคือง เห็นแก่เจ้าของร่างนี้ที่ให้โอกาสนางกลับมามีชีวิตอีกครั้ง“ลูกคารวะท่านแม่เจ้าค่ะ”“เจ้า...สบายดีหรือ” ลี่ซื่อกล่าวด้วยรอยยิ้มฝาดเฝื่อน ความห่

  • ลวงเล่ห์บุพเพรัก   บทที่ 1.5

    “เจ้าค่ะ”“อวี๋เอ๋อร์”“เจ้าคะ”โม่หวังมองดูใบหน้าเรียบเฉยของบุตรสาว ความห่างเหินระหว่างบิดากับบุตรทำให้ทั่วทั้งห้องอึดอัด เขาเอื้อมมือไปคว้ากล่องไม้แกะสลักซึ่งวางอยู่บนโต๊ะส่งให้บุตรสาว“ของขวัญต้อนรับกลับบ้าน ไปอยู่ต่างเมืองมาถึงสองปี เครื่องประดับที่มีก็เก่ามากแล้วกระมัง นี่เป็นของที่ฝ่าบาทพระรา

更多章節
探索並免費閱讀 優質小說
GoodNovel APP 免費暢讀海量優秀小說,下載喜歡的書籍,隨時隨地閱讀。
在 APP 免費閱讀書籍
掃碼在 APP 閱讀
DMCA.com Protection Status