Accueil / รักโบราณ / ลิขิตฟ้า ข้ามภพให้มารัก / ตอนที่ 11 บทลงโทษเบาไปเช่นนั้นหรือ

Partager

ตอนที่ 11 บทลงโทษเบาไปเช่นนั้นหรือ

Auteur: Naiyana
last update Date de publication: 2026-03-18 22:20:23

 

ช้าวันถัดมา

ณ เรือนหลิวรุ่ย บรรยากาศในช่วงสายของวันแม้แสงอาทิตย์จะโพล่พ้นหน้าผาด้านหลังตำหนักแล้ว แต่บรรยากาศโดยรอบยังสดชื่นอย่างเช่นเช้าตรู่ ที่โต๊ะม้านั่งหน้าตำหนัก หนิงเฟิ่งกำลังนั่งจิบชาด้วยใบหน้าเคร่งครึมเช่นเคย มือเรียบจับที่แก้วชาใช้นิ้วชี้เคาะที่ปากถ้วยช้าเบาๆ อย่างใช้ความคิด แต่ไม่นานก็ออกแรงกำถ้วยชาในมือจนนูนเห็นเส้นเลือด

แป๊ง!

เสียงถ้วยชาในมือแตกละเอียดคามือของชายหนุ่ม น้ำชาสีทองใสๆ ผสมเข้ากับโลหิตสีแดงจนแยกไม่ออก จากนั้นร่างสูงลุกเดินไปล้างที่อ่างล้างมือใกล้ๆ อาเหยาที่รู้หน้าที่รีบถือผ้าสะอาดเข้ามาให้ผู้เป็นนาย

"กฎของสำนักกล่าวว่าเช่นไรเจ้าคงลืมไปแล้วกระมัง"

เสียงทุ้มเอ่ยขณะที่กำลังเช็ดมืออยู่ โลหิตสีแดงก็ยังคงไหลไม่หยุด แต่ชายหนุ่มกลับไม่ได้สนใจเหม่อนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น ที่ตำหนักหลิวรุ้ยตอนนี้ไม่ได้มีแค่หนิงเฟิ่งผู้เป็นเจ้าของที่พักแห่งคนนี้คนเดียว แต่ยังมีอีกถึง 3 คน หลังจากเกิดการที่ฟางเหนียงถูกลอบทำร้ายเมื่อหลายวันก่อน หยงอี๋ที่รับปากว่าจะจักการเรื่องนี้ก็ไม่นิ่งนอนใจแต่เหตุผลที่นางบอกแกเขานั้นไม่สามารถที่จะตัดสินได้เองจริงๆ อีกทั้งหากจะลงโทษขั้นสุดโดยการไล่ออกจากสำนักก็เสียดายพรสวรรค์ที่นางมี และอีกอย่างนางก็ตั้งใจเรียนรู้และฝึกอย่างหนัก อีกไม่นานก็จะจบการศึกษาแล้ว

"ท่านเจ้าสำนัก ได้โปรดให้โอกาสข้าสักครั้งนะเจ้าคะ"

หญิงสาวที่นั่งคุกเข่าอยู่ที่พื้นเอ่ยออกมาด้วยใบหน้ารู้สึกผิด ลี่ซือคือหญิงสาวที่ลอบทำร้ายฟางเหนียงขณะที่ฝึกพลังวิญญาณ แต่ตอนนี้นางรู้แล้วว่านั้นเป็นคำสั่งของท่านเจ้าสำนัก และรางวัลผู้ที่ได้คะแนนสูงสุดจะคงได้ฝึกกับท่านรองเจ้าสำนักเช่นเคย นางมิมีอันใดจะแก้ตัวทั้งนั้นรางวัลผู้ที่มีผลการเรียนสูงสุดตอนนี้นางก็มิอยากได้ ขอแค่เพียงได้ร่ำเรียนที่นี่จนจบเท่านั้น

"เดิมทีข้าจะส่งเจ้าให้วังหลวงเพราะมีการประกาศรับสมัครผู้ที่มีความสามารถเพื่อเป็นองครักษ์องค์รัชทายาท แต่ครานี้เห็นทีว่าที่ผ่านมาข้าคงคิดผิดไป"

หนิงเฟิ่งเอ่ยด้วยท่าทางผิดหวัง นางมาจากครอบครัวที่ยากจนแต่มีความสามารถ นี้เป็นโอกาสดีสำหรับนางที่จะพาครอบครัวไปสู่หนทางที่ดีขึ้น การกระทำของนางเป็นเรื่องที่ร้ายแรงแก่วงการพลังวิญญาณ หากให้เป็นองครักษ์ขององค์รัชทายาทวันหน้าอาจเกิดเรื่องเช่นนี้ได้ และจังหวะนั้นเป็นช่วงที่ฟางเหนียงเดินเข้ามาพอดี หญิงสาวมีใบหน้าสับสนเล็กน้อย ในมือของหญิงสาวถือตะกร้าใบหนึ่งไว้แต่มองไม่เห็นว่าในนั้นมีอันใด เพราะมีผ้าขาวสะอาดปิดเอาไว้

"ฟางเหนียงเจ้ามาได้เวลาพอดี เจ้าช่วยเอ่ยกับเจ้าสำนักให้ข้าหน่อยได้หรือไม่"

ลี่ซือที่เห็นฟางเหนียงเดินเข้ามารีบเข้าไปหาหญิงสาวในทันที ฟางเหนียงมีท่าทีตกใจจนถอยหลังออกไปเล็กน้อย

"นี่มันเรื่องอันใดกัน ข้าเกี่ยวอันใดด้วย"

หญิงสาวเอ่ยถามพร้อมมองทุกคนที่อยู่ที่นี่ พลางคิดในใจว่าตนเองอาจมาผิดจังหวะเป็นแน่

"นางเป็นคนที่ลอบทำร้ายเจ้าขณะที่ฝึกกับข้าเมื่อหลายวันก่อน"

เป็นหยงอี๋ที่เงียบไปนานเอ่ยขึ้น ดวงตางามมองไปทางลี่ซือในทันทีด้วยความโกรธ

"เป็นเจ้า..."

"เป็นข้าเอง ข้าขออภัยแม่นางฟางเหนียงด้วย ข้าทำไปเพราะความเข้าใจผิด ข้ายอมรับผิดทุกอย่างแต่โดยดีเจ้าจะให้ข้าทำอันใดก็ได้ข้ายอมทุกอย่าง"

"คำขอโทษเพียงไม่กี่คำของเจ้าไม่พอให้กับความเจ็บปวดของข้าหรอกนะ เจ้ารู้หรือไม่ว่ารอยบาดแผลเป็นที่หลังของข้ามันใหญ่ขนาดไหน เจ้าเป็นผู้หญิงเช่นเดียวกับข้าคงรู้ใช่หรือไม่ต่อให้เจ็บปวดเท่าใด ก็ไม่เจ็บปวดเท่ามีแผลเป็นขนาดใหญ่บนร่างกาย นั้นทำให้ข้าไม่สามารถออกเรือนได้เชี่ยวนะ"

ฟางเหนียงร่ายยาวใส่ผู้ที่ทำให้นางบาดเจ็บเมื่อหลายวันก่อนด้วยความโมโห

"ข้าขออภัยจริงๆ ข้าทำไปเพราะความคิดไม่รอบคอบ ข้าขออภัยแม่นางฟางเหนียง ข้าขออภัยแม่นางฟางเหนียง"

ลี่ซือเอ่ยพลางโขกศรีษะที่พื้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะผู้หญิงทุกคนรู้ดีว่าหากหญิงสาวมีรอยแผลเป็นถึงแม้จะสูงส่งเพียงใด หน้าตางดงามเพียงใดก็ไม่ต่างจากหญิงสาวธรรมดาสามัญชน เพราะที่นี่ให้ความสำคัญกับผิวกายเป็นที่สุด และยิ่งฟางเหนียงเป็นคุณหนูในห้องหอของสำนักเพลิงวิหคแห่งนี้ที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีคงเป็นเรื่องใหญ่เป็นแน่

"จะ...เจ้าหยุดก่อน ข้าบอกให้หยุดเช่นไรเล่า"

ฟางเหนียงถึงกลับต้องขึ้นเสียงเพื่อให้ลี่ซือหยุด เมื่อเห็นว่าที่หน้าผากของนางแดงก่ำ และเป็นอย่างที่คาดเมื่อฟางเหนียงขึ้นเสียงบรรยากาศโดยรอบเงียบขึ้นในทันทีจนแทบได้ยินเสียงหายใจ เมื่อสักครู่หญิงสาวเผลอลืมตัวขึ้นเสียงจนลืมไปว่าที่ยังมีเจ้าสำนักและรองเจ้าสำนักอยู่ด้วย ฟางเหนียงค่อยๆ หันไปทางหนิงเฟิ่งที่ยืนทำหน้าดุจ้องมาทางตนด้วยท่าทีโมโหเล็กน้อย

"อุ้ย! ขออภัยเจ้าค่ะเมื่อสักครู่ข้าลืมตัว"

ฟางเหนียงเอ่ยขึ้นพลางเกาศรีษะแก้เขิน หนิงเฟิ่งที่เห็นเช่นนั้นจึงส่ายหน้าเล็กน้อยและเดินไปที่โต๊ะม้านั่งด้วยท่าทีสบายๆ "พิลึกคนเมื่อสักครู่ยังทำหน้าดุอยู่ด้วย เพียงเสี้ยววินาทีกลับเปลี่ยนเป็นท่าทีสบายๆ สะงั้น" หญิงสาวเอ่ยในใจขณะที่มองไปที่หนิงเฟิ่ง

"เจ้ามาก็ดี นางคือผู้ที่ลอบทำร้ายเจ้า เช่นนั้นแล้วแต่เจ้าแล้วกันว่าจะลงโทษนางเช่นไร"

หนิงเฟิ่งเอ่ยขึ้นพลางรินชาให้ตนเอง โดยที่ไม่ได้หันมามองหญิงสาว

"ขะ…ข้าหรือเจ้าคะ"

ฟางเหนียงเอ่ยด้วยสีหน้ามึนงงและชี้มาที่ตัวเองอย่างไม่แน่ใจ

"ใช่ "

ถึงแม้จะได้รับคำยืนยันมาจากหนิงเฟิ่ง แต่หญิงสาวก็ยังไม่แน่ใจจึงหันไปหาหยงอี๋ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเจ้าสำนัก หยงอี๋พยักหน้าให้หญิงสาวเพื่อยืนยันคำตอบโดยที่ไม่ได้เอ่ยอันใด

"เอิ้ม~~~เช่นนั้นก็ลงโทษตามกฎสำนักก็แล้วกัน ถึงอย่างไรนางก็ทำไปด้วยความเข้าใจผิดมิใช่หรือ"

หญิงสาวเอ่ยจบทุกคนก็ยังคงเงียบอยู่ "เอ๊ยหรือว่าบทลงโทษกฎสำนักมันเบาเกินไปเช่นนั้นหรือ" หญิงสาวเอ่ยขึ้นในใจอย่างใช้ความคิด

"แอ๊ะ แฮ่ม! เช่นนั้นให้นางทำความสะอาดหอตำราเพิ่มอีกสัก 1 เดือนเป็นเช่นไร"

เป็นอีกครั้งที่นางเอ่ยจบแล้วแต่ทุกคนก็ยังเงียบอยู่ หญิงสาวจึงรู้สึกว่าต้องมีอันใดไม่ชอบมาพากลเป็นแน่ จึงค่อยๆ เดินเข้าไปช้าๆ ที่ข้างๆ อาเหยา

"บทลงโทษเบาไปเช่นนั้นหรือ"

เสียงเอ่ยขึ้นเบาๆ ขณะที่เดินไปหยุดที่ข้างอาเหยา

"เจ้ามิรู้หรือ หากลงโทษตามกฎสำนักคือไล่ออกจากสำนักทันที และห้ามเข้ามาในบริเวณสำนักอีก"

อาเหยาเอ่ยจบ ฟางเหนียงถึงกับใช้มือปิดปากด้วยความตกใจ แบบนี้มันร้ายแรงเกินไปฟางเหนียงหันไปทางลี่ซือเริ่มมีน้ำตาคลอและหมดหวังทันที "ข้านี่อยากจะเขกหัวตัวเองจริงๆ เจ้าสำนักให้ข้าตัดสินเพราะไม่อยากให้การลงโทษรุนแรงแต่ข้ากลับ…เฮ้อสงสัยข้าจะต้องลงโทษตัวเองให้คัดกฎสำนักสัก 1 จบแล้วสิ" ฟางเหนียงเอ่ยกับตนเองในใจพลางเคาะไปที่หัวตัวเอาเบาๆ อย่างลงโทษตัวเอง

"เช่นนั้นเอาตามที่นางเอ่ย"

"ดะ…เดี่ยว ข้าพูดเล่นเจ้าคะ ที่จริงข้าเอ่ยเพราะอยากให้นางตกใจที่ทำข้าบาดเจ็บมาหลายวัน เช่นนั้นๆๆ ให้นางทำความสะอาดหอตำราและกวาดพื้นทางเข้าหอเรียน 1 เดือน แล้วกันเจ้าค่ะ"

"ได้ เอาตามนี้"

"ขอบคุณท่านเจ้าสำนัก ขอบคุณแม่นางหยงอี๋"

ลี่ซือที่ได้ยินเช่นนั้นรีบคารวะ และเอ่ยขอบคุณยกใหญ่

"ข้ามีธุระต้องไปพบเซี่ยวลู่ถิงที่ด้านล่างเขา ขอตัวก่อนขอรับ"

เมื่อเห็นว่าธุระเรียบร้อย หยงอี๋ก็เอ่ยลาและออกไปในทันที

"ที่เหลือกลับไปให้หมด"

เสียงเข้มเอ่ยขึ้นหลังจากหยงอี๋เดินออกไปไกลแล้ว

"ขอรับ/เจ้าค่ะ"

ทุกคนเอ่ยจบก็ทำท่าคารวะและเดินออกไป

"เดี่ยว ฟางเหนียงอยู่ก่อน"

"เจ้าค่ะ"

หญิงสาวรับคำแต่โดยดี ส่วนคนที่เหลือก็พากันออกไปแต่โดยเร็ว ฟางเหนียงยืนอยู่ห่างจากชายหนุ่มพอสมควรด้วยความระมัดระวัง

"เจ้ามาที่นี่มีอันใด"

"อ้อ! ข้านำขนมมาให้ท่านเพื่อตอบแทนที่ท่านช่วยรักษาบาดแผลข้าเมื่อวาน"

"หึ บาดแผลที่เจ้าบอกเป็นรอบแผลเป็นน่าเกลียดเมื่อสักครู่นั้นหรือ"

ชายหนุ่มเอ่ยประชดหญิงสาว เพราะเมื่อคืนที่รักษาให้นางที่แผ่นหลังไม่เหลือรอยแผลเป็นแม้แต่นิด พอนึกถึงแผ่นหลังภาพที่เขาเห็นเมื่อคืนก็ฉายขึ้นมา จนเกิดเม็ดเหงื่อหน้าผาก

"ท่านเจ้าสำนักเป็นอันใดหรือเจ้าคะ เหตุใดจู่ๆ ใบหน้าท่านถึงดูมิดีเช่นนั้น"

หญิงสาวเอ่ยพลางเดินเข้ามาใกล้ๆ แต่ก็ถูกชายหนุ่มเอนกายหลบเช่นเคย ฟางเหนียงลี่ตามองเขาก่อนที่จะนึกได้ว่าเมื่อวานเขาเห็นแผ่นหลังของข้า หรือว่าเขา…ว๊าย~~~ลามกจริงๆ แต่ก่อนที่ตนจะถอยห่างออกไปเช่นเคย ดวงตากลับมองไปเห็นบาดแผลที่ฝ่ามือของชายหนุ่มเสียก่อน

"เลือด! ท่านได้รับบาดเจ็บหรือเจ้าคะ"

"อย่ามาเแตะ"

ตุบ!

เสียงร่างเล็กกระแทกที่พื้นอย่างแรงเมื่อร่างโตสบัดมือที่หญิงสาวเข้ามาจับเพื่อดูบาดแผลเมื่อสักครู่

"ต้องทำถึงขนาดนี้เลยหรือเจ้าคะ"

"หึ เจ้าก็ยังมิเปลี่ยนแต่ก่อนเป็นเช่นไรตอนนี้ก็เป็นเช่นนั้น เดิมทีข้าคิดว่าเจ้าฟื้นแล้วจะเปลี่ยนไป"

"เช่นไรเจ้าคะ เมื่อก่อนข้าเป็นเช่นไรหรือเจ้าคะ เงียบทำไมเจ้าคะ"

"ฟางเหนียง!"

ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีโมโห

"ขออภัยเจ้าค่ะ"

ฟางเหนียงเอ่ยจบก็เดินออกไปโดยที่ไม่รอรับคำอนุญาต และไม่หันหลังมามองคนตัวโตเลยแม่แต่น้อย หนิงเฟิ่งนั่งลงด้วยท่าทีหงุดหงิด หมู่นี้เขามักอารมณ์เสียบ่อยซึ่งอาจเกิดมาจากสัตว์วิญญาณของเขาส่วนหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นเพราะตัวเขาเองอีกด้วย มือหนาเอื้อมไปเปิดผ้าขาวสะอาดในตะกร้า ในนั้นมีขนมกุ้ยฮวาอยู่ 6 ชิ้นที่ถูกตกแต่งมาอย่างดีหน้าท่าน ดวงตาคมมองเลยไปและหยิบเอากระดาษขึ้นมา ก่อนที่จะเปิดอ่านมันด้านใน 'ขอบคุณเจ้าสำนักที่ช่วยรักษาให้ข้า บุญคุณย่อมทดแทนจะได้ไม่มีอันใดติดค้าง เช่นนั้นข้าใช้ขนมนี้ทดแทนแล้วกันนะเจ้าคะ ฟางเหนียง'

หนิงเฟิ่งเก็บกระดาษของนางเข้าแขนเสื้อ ก่อนที่จะหยิบขนมกุ้ยฮวาที่นางนำมาให้กัดเข้าไปคำหนึ่ง พลางมองสายน้ำตกที่ไหลลงมาไม่หยุดด้วยความคิดที่หลากหลาย

 

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ลิขิตฟ้า ข้ามภพให้มารัก   ตอนที่ 64 จบบริบูรณ์

    สิบปีผ่านไปฤดูเหมันต์วนกลับมาอีกครั้ง ละอองหิมะร่วงหล่นลงมาทับถมจนพื้นดินและบริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยพื้นสีขาว วันนี้อากาศดีในรอบหลายวัน เนื่องด้วยมีดวงอาทิตย์โผล่พ้นเมฆหนาเพิ่มความอบอุ่นเล็กน้อย แสงแดดสีทองอร่ามในช่วงยามปลายยามเซินกระทบกับพื้นหิมะสีขาวงดงามยิ่งนัก ฟางเหนียงนอนดูทิวทัศน์ที่เก้าอี้ไม้โยกด้วยจิตใจที่ผ่อนคลาย สิบปีมานี้มีเรื่องมากมายเกิดขึ้น แต่ทุกเรื่องก็ล้วนจบลงได้อย่างรวดเร็วแคว้นแห่งนี้ได้เปลี่ยนมือแล้ว ฮ่องเต้น้อยที่นางเก็บได้จากตลาดกลายเป็นคนที่ยิ่งใหญ่ หลังจากรัชทายาทสิ้นพระชนม์ได้เพียงเดือนเดียว หนิงเฟิ่งก็ร่วมกับวังหลวงยกทัพช่วงชิงตำรายุทธวิฐีอีกสองเล่มมาได้สำเร็จ ตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับฮั่วหยวนจาง ฮ้องเต้องค์ก่อน นางมิแปลกใจเลยว่าเหตุใดเขาในตอนนั้นถึงอยากได้ผู้สืบทอดเสียขนาดนั้น แผ่นดินนี้เสียผู้ที่ทำคุณให้แก่แคว้นไปสองคนติด รัชทายาทจากไปได้เพียงไม่นาน หนึ่งปีต่อจากนั้นฮั่วหยวนจางก็สิ้นพระชนม์ด้วยโรคหัวใจ ตำแหน่งจึงถูกส่งมาให้เจียวหมิงเฉินหรือองค์ชายสาม แต่เขากลับปฏิเสธ และโยนมันให้ฮั่วชวีเหยาหรือเฟยหมิง ด้วยความสามารถของเด็กชายในตอนนั้น อายุเพียงสิบสี่ปีก็ชนะในส

  • ลิขิตฟ้า ข้ามภพให้มารัก   ตอนที่ 63 ของขวัญสหายทำให้เกิดเรื่อง (NC)

    แสงอาทิตย์ช่วงปลายยามซื้อส่องเข้ามาทางหน้าต่างที่ปิดไม่สนิท ปลุกให้คนทั้งคู่รู้สึกตัว สายจนใกล้เที่ยงแล้วในตำหนักแห่งนี้กลับยังไม่มีผู้ใดออกไป ทุกคนในสำนักเองก็รู้หน้าที่ตนเองดี คืนเข้าหอเช่นนี้มิอยากเข้ามาปลุกคนทั้งสอง ทั้งคู่ร่างกายเปลือยเปล่า มีเพียงผ้าห่มผืนหนาที่เท่านั้นที่ปิดบังร่างกาย หนิงเฟิ่งตื่นก่อนหญิงสาวแต่ไม่คิดจะลุกไปที่ใด เนื่องด้วยนางนอนหนุนแขนเขาอยู่ตอนนี้ ร่างใหญ่กระชับอ้อมกอดนางมากขึ้น และจูบไปที่ไหล่เนียนเบาๆ อื้ม~ร่างเล็กในอ้อมกอดของเขาเริ่มรู้สึกตัว หญิงสาวบิดขี้เกียจเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆกระพริบตาลืมขึ้น "อรุณสวัสดิ์"หนิงเฟิ่งเอ่ยขึ้นก่อนจะจุบพิตไปที่หน้าผากเนียนอีกครั้ง"อรุณสวัสดิ์เจ้าค่ะ"ฟางเหนียงเอ่ยพลางยื่นหน้าไปหอมแก้มเขาตอบ"ข้าทำเจ้าตื่นหรือไม่"ฟางเหนียงส่ายหน้าปฏิเสธ และกำชับกอดร่างใหญ่ ตอนนี้นางระบมไปทั้งตัว ไม่ต้องก้มมองตนเองใต้ผ้าห่มก็รู้ได้ว่ารอยรักที่เขาฝากไว้นั้นมากมายเพียงใด โดยเฉพาะบริเวณนั้นยังเจ็บระบมมากๆอยู่เลย แล้วเช่นนี้นางจะเดินอย่างไร เกรงกว่าวันสองวันนี้นางต้องคลุกตัวอยู่ในตำหนักแห่งนี้ ไม่กล้าออกไปเดินด้วยท่าทางแปลกๆให้ต้องอับอายผู้

  • ลิขิตฟ้า ข้ามภพให้มารัก   ตอนที่ 62 คืนเข้าหอ (NC)

    ภายในเรือนหอที่ถูกตกแต่งด้วยผ้ามงคล การตกแต่งดูเหมือนธรรมดาเรียบง่ายแต่ราคาแต่ละชิ้นไม่ธรรมดาเอาเสียเลย ฟางเหนียงนั่งหลังตรงอยู่บนเตียงในมือถือพัดเช่นเคย มือเรียวชื้นไปด้วยเหงื่อจากความตื่นเต้น เขาว่ากันว่างานแต่งของสตรีเป็นครั้งเดียวในชีวิต การได้แต่งงานกับคนที่ตนรักปราศจากการจัดแจงโดยผู้ใหญ่และความเหมาะสม เกิดขึ้นได้ยากในแผ่นดินที่นางอยู่แก๊ก!เสียงประตูไม้ถูกเปิดออกทำให้รับรู้ถึงการมาของเขา กลิ่นหอมสะอาดเฉพาะตัวทำให้นางรู้ได้ทันทีว่าเป็นเขามิใช่ผู้อื่น หนิงเฟิ่งเดินไปหยุดที่ตรงหน้านาง ฟางเหนียงค่อยๆเลื่อนพัดบังหน้าออก เผยให้เห็นการแต่งแต้มใบหน้าที่ประณีตกว่าทุกครา ปากเรียวสีแดงสดช่วยเสริมให้นางดูงดงามตราตรึงใจ รอยยิ้มหวานที่ส่งให้เขานั้นทำเขาอดที่จะจุมพิตลงไปที่หน้าผากเนียนไม่ได้"รอข้านานหรือไม่เสียงทุ้มเอ่ยถามนางเบาๆ"ท่านเจ้าสำนัก ที่นี่ยังมีผู้อื่นอยู่นะเจ้าคะ"ฟางเหนียงเอ่เตือนชายหนุ่ม หนิงเฟิ่งหันไปเห็นจ้าวเย่วที่ยังยืนอยู่ จ้าวเย่วส่งยิ้มเจือนๆให้เจ้าสำนักตอบกลับไป"วันนี้ข้าขอเป็นสักขีพยานรักในคืนเข้าหอของพวกท่านเจ้าค่ะ"จ้าวเย่วเอ่ยด้วยเสียงหนักแน่น"อ่ะแฮะแฮ่ม!"นางส่งเ

  • ลิขิตฟ้า ข้ามภพให้มารัก   ตอนที่ 61 พระราชทานสมรส

    จี้ชุน.ยามชื่อ (ต้นฤดูใบไม้ผลิเดือนสาม) แสงอาทิตย์ยามสายทอแสงเป็นประกายเพิ่มความอบอุ่นช่วงต้นฤดูวสันต์ บนเขาสูงยามนี้ถูกประดับประดาไปด้วยโคมไฟหลากหลายสีสันตลอดเส้นทางขึ้นเขา ผ้ามงคลสีแดงถูกตกแต่งบนเกี้ยวไม้เพิ่มความเป็นสิริมงคล เมื่อได้เวลามงคล ขบวนเจ้าสาวยาวนับลี้เคลื่อนตัวมาหยุดที่ทางเข้าสำนัก สองข้างทางมีชาวบ้านมารอเชยชมเจ้าสาวผู้ขึ้นชื่อว่างามล่มเมือง บุรุษสวมชุดมงคลดูงามสง่าใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มรอรับเจ้าสาวอยู่ก่อนแล้ว ม่านมุกถูกเปิดออกร่างบางค่อยๆ ออกมาจากเกี้ยวช้าๆ มือเรียวข้างหนึ่งถือพัดมงคลปิดบังใบหน้า ตามธรรมเนียมแล้วเจ้าสาวห้ามเท้าแตะพื้นจนกว่าจะได้เข้าจวน หนิงเฟิ่งมารอนางก่อนแล้วเช่นกัน จากนั้นจึงเข้าไปอุ้มนางมาไว้ในอ้อมก่อน ทุกคนต่างปรบมือส่งเสียงให้กำลังใจกันทั่วหน้า เมื่อผ่านพ้นประตูสำนักแล้วจึงได้วางนางลงช้าๆมือหนากุมมือของฟางเหนียงให้เดินไปตามทางเข้าสำนัก สองข้างทางมีเหล่าศิษย์ในสำนักถือโคมไฟสีแดงตลอดสองข้างทาง ยาวไปจนถึงตำหนักที่ทำพิธี อันแสดงถึงเส้นทางของคู่รักที่เปี่ยมไปด้วยความราบรื่นและสว่างไสว "ยินดีกับท่านเจ้าสำนัก ยินดีกับแม่นางฟางเหนียง ยินดีกับศิษย์

  • ลิขิตฟ้า ข้ามภพให้มารัก   ตอนที่ 60 ข้อแลกเปลี่ยน

    ฟางเหนียงตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกหนักหัวจนต้องยกขึ้นกุมขมับ เมื่อคืนภาพตัดไปตั้งแต่อยู่บนเรือแล้ว เมื่อคืนกลับถึงสำนักด้วยสภาพเช่นไรยังมิรู้ด้วยซ้ำ แต่เพราะรู้ว่ามีท่านเจ้าสำนักอยู่ข้างกายนางจึงไม่เป็นกังวลมากนัก ความเย็นจากอากาศที่สัมผัสตัว บวกกับความรู้สึกโล่งทำให้นางก้มมองสภาพตนเองที่อยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา ใบหน้างามทำตาโตรีบดึงผ้าห่มขึ้นปิดตัวเองทันที เมื่อบนตัวนางไม่มีอาภรณ์แม้เพียงสักชิ้น ชิ้นเล็กชิ้นน้อยก็มิมีแก๊ก!เสียงเปิดประตูดังขึ้นทำให้นางยิ่งถอยล่นไปด้านหลังชิดหัวเตียง เพราะนางยังเปลือยกายใต้ผ้าห่มอยู่ เกรงว่าจะมีผู้อื่นมาเห็นในสภาพที่ไม่เรียบร้อย แต่เมื่อเห็นว่าเป็นผู้ใดก็ถอนหายใจ หนิงเฟิ่งเดินเข้ามาพร้อมกาน้ำร้อน กลิ่นชาหอมลอยลิ่วมาเตะจมูก "เหตุใดถึงได้มองข้าเช่นนั้น"หนิงเฟิ่งเดินมาวางกาน้ำร้อนที่หัวเตียง ก่อนจะรินชาส่งให้นาง แววตาที่เหมือนกระต่ายตื่นตูมนั้นทำให้เขาเดาได้ไม่ยาก สมองน้อยๆของนางคงกำลังก่นด่าเขาในใจเป็นแน่"เมื่อคืน....ตอนข้าเมา ท่านเจ้าสำนักขืนใจข้าหรือเจ้าคะ"ฟางเหนียงเอ่ยถามเขาไปตามตรง"แล้ว......"เสียงทุ้มเอ่ยอย่างยียวน พร้อมไล่สายตาตั้งแต่ใบหน้าไปจนปล

  • ลิขิตฟ้า ข้ามภพให้มารัก   ตอนที่ 59 แต่งงานกับข้านะ

    ตลาดในช่วงต้นยามห้ายนั้นวายหมดแล้ว ฟางเหนียงรู้สึกเสียดายที่ยังเดินได้ไม่กี่ร้านเท่านั้นเอง ขนมบางอย่างที่คิดก่อนที่จะมาก็ยังมิได้ซื้อเลย แต่ถึงอย่างนั้นนางก็เข้าใจได้ ตลาดอยู่เพียงตีนเขาเท่านี้เอง ค่อยขอท่านเจ้าสำนักมาเมื่อใดก็ได้ เดี๋ยวนี้ชายหนุ่มใจอ่อนกับนางบ้างแล้ว ขณะที่หญิงสาวกำลังทำหน้ามุ้ยอยู่นั้น ถังหูลู่ก็ถูกยื่นมาที่หน้าของหญิงสาว"รางวัลปลอบใจสำหรับผู้แพ้"เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างปลอบใจหญิงสาว ใบหน้างามที่หม่นหมองก่อนหน้านี้ แปรเปลี่ยนเป็นยิ้มกว้างทันทีเมื่อเห็นขนมหวานที่ถูกใจ "ขอบคุณนะเจ้าคะ"ฟางเหนียงเอ่ยพลางรับมาถือไว้ทั้งสองไม้"เหตุใดคราแรกถึงยอมให้กับไฉ่รั่วเฉิน"จู่ๆหนิงเฟิ่งก็ถามขึ้น "คราแรกที่พบเขาเมื่อหลายเดือนก่อน มิว่าจะอาภรณ์ที่สวมใส่ล้วนเป็นผ้าเนื้อดี เครื่องประดับ อีกทั้งใบหน้าของเขายังเปี่ยมไปด้วยสง่าราศี แต่พบกันครานี้เขากลับดูมิได้เลย อาภรณ์มีรอยปะเต็มไปหมด มิสวมเครื่องประดับแม้สักชิ้น ใบหน้าก็เหมือนคนมีแต่ทุกข์ ข้าจึงเดาว่าการพ่ายแพ้ของเขาครานั้น คงทำให้เขาลำบากมิน้อย ข้ายังมีสิ่งที่อยากทำมากมาย การเดินหมากมิใช่เป้าหมายหลักในชีวิตของข้า ต่างจากเขาที่การ

  • ลิขิตฟ้า ข้ามภพให้มารัก   ตอนที่ 40 พลังวิญญาณเจ้าอยู่ระดับใด

    แววตาที่เต็มไปด้วยความน่าสงสารจ้องมองเจียวหมิงเฉิน ที่กำลังเดินเข้ามาหาตนเองเรื่อยๆ ในใจเจ็บปวดเพราะความผิดหวัง ชายที่ตนเองรักและเฝ้ารอคอยมาเนินนานกลับมิใยดีกับนางเลยแม้แต่น้อย แล้วที่ผ่านมาเป็นนางที่เข้าใจผิดเข้าข้างตนเองในการกระทำของชายหนุ่ม หรือเขาเองก็เคยมีใจให้นางเช่นกัน สิ่งที่เขาเคยทำให้นางน

  • ลิขิตฟ้า ข้ามภพให้มารัก   ตอนที่ 14 สำนักถูกลอบโจมตี

    สายลมอ่อนๆในช่วงเย็นของวันพัดกิ่งไม้ให้เคลื่อนไหวไปตามแรงลม ทำให้นกน้อยทรงตัวไม้อยู่และบินออกไปในที่สุด การเคลื่อนตัวของสิ่งมีชีวิตตัวน้อยเมื่อสักครู่ไม่ส่งผลหรือทำลายบรรยากาศอันเงียบสงบของที่นี่เลยแม้แต่น้อย ใบไม่สีเขียวจากการจากไปของนกน้อยคล่อยๆล่วงล่นลงมาตามสายลม มือเรียวบางยื่นมือไปกลางอากาส ใช

  • ลิขิตฟ้า ข้ามภพให้มารัก   ตอนที่ 13 เจ้าอาบน้ำบางหรือไม่

    ภายในรถม้าบรรยากาศภายในรถม้าถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบหลังรถม้าออกเคลื่อนตัวจนเวลาผ่านไปเกือบ 1เค่อแล้ว ไม่มีใครเอ่ยปากก่อนได้ยินเพียงเสียงหายใจและเสียงของล้อรถม้าที่กระทบกับหินครั้งแล้วครั้งเล่า ดวงตางามเหลือบไปทางคนตัวโตที่แสดงหน้าเย็นชาเช่นเดิมอย่างเป็นประจำ ปากบางเม้มเข้าหากันอย่างรวบรวมความกล้า

  • ลิขิตฟ้า ข้ามภพให้มารัก   ตอนที่12 ข้ามีนามว่าถิงถิงเจ้าค่ะ

    "ฟางเหนียงเจ้าเสร็จหรือยัง"จ้าวเย่วเอ่ยเรียกหญิงสาวด้วยท่าทีรีบร้อนอยู่ที่หน้าห้อง"เสร็จแล้วๆ""เร็วๆ เข้า สายแล้วนะ"จ้าวเย่วยังคงบ่นให้สหายของตนเล็กน้อยทั้งที่ฟางเหนียงออกมาจากห้องแล้ว"ไปกันเถอะ"วันนี้ทั้ง 2 แต่งตัวสวยงามมากกว่าทุกวัน เพราะ 1-3 วันนี้เป็นช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์ คนนี้ที่นี่เฉล

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status