Masukประเทศจีน
พุทธิญาทิ้งตัวลงนอนบนเตียงของโรงแรมด้วยความรู้สึกสดชื่นสดใส ไม่มีวี่แววว่าเหน็ดเหนื่อยแม้แต่นิด
วันนี้เป็นวันที่สามแล้วที่เธออยู่ที่นี่ ได้ไปเที่ยวสถานที่ต่าง ๆ หลายแห่ง
วันนี้เธอได้นั่งเรือล่องแม่น้ำฮวงโหหรือแม่น้ำเหลืองในอดีต ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักของคนที่นี่มาตั้งแต่โบราณกาล
ถ้าเธอจำไม่ผิดคนไทยก็มีถิ่นกำเนิดจากแถบนี้เหมือนกัน
จึงสรุปเอาเองว่าไทยจีนก็มาจากเทือกเดียวกัน แต่พอแตกหน่อไปอยู่ต่างถิ่นจึงต่างภาษาออกไป
ช่วงบ่ายเธอก็ได้ไปวัดเส้าหลิน เป็นวัดแห่งแรกที่บุกเบิกพุทธศาสนาในดินแดนแห่งนี้ของผู้ออกบวชจากประเทศอินเดีย เธอและเพื่อน ๆ ชมความงามของงานสถาปัตยกรรมในสมัยโบราณต่าง ๆ ตบท้ายด้วยการชมโชว์กังฟู จนถึงเวลาบ่ายแก่ ๆจึงบอกให้ไกด์หน้าตาหล่อตี๋ ขวัญใจนังปลาหมึกพากลับเข้าที่พัก...
‘กุ้ยถิง เจ้ารู้ตัวหรือไมว่าความงามของเจ้า ในปฐพีนี้หาได้มีใครเสมอเหมือน เจ้างามยิ่งนัก ออกเรือนมาเป็นพระชายาของข้าเถิดนะ’
ชายหนุ่มที่เธอเห็นเป็นเพียงเงารางเลือน ค่อย ๆ เดินเข้ามา เธอพยายามเพ่งมองด้วยความตั้งใจ เพราะอยากเห็นหน้าของเขาชัด ๆ
แต่เธอยิ่งเพ่งมองมากเท่าไหร่ มันก็เหมือนกับการเดินเข้ามาของเขาถอยห่างออกไปทุกก้าว เธอจึงตัดสินใจเป็นฝ่ายเดินไปหาเขาเอง พยายามซอยเท้าเพื่อให้ทันเขา
“คุณคะ กลับมาก่อน คุณเป็นใคร กลับมาหาฉันก่อน คุณ.. คุณคะ อย่าเพิ่งไป กลับมาก่อน คุณ..” เธอทั้งวิ่งทั้งเรียกจนเหนื่อยหอบ “คุณคะ คุณ”
“เฮ้ย! ยิปซี ละเมออะไรของแกน่ะ” ปลาหมึกเขย่าตัวของเพื่อนรักที่นอนห้องเดียวกัน ด้วยความเป็นห่วงระคนหวาดหวั่น
พุทธิญาลืมตาตื่น แล้วมองหน้าเพื่อนสนิทที่มองจ้องเธออยู่
“ปลาหมึก” เธอยันตัวลุกขึ้นนั่งแล้วดูนาฬิกาที่ข้อมือ “จะหนึ่งทุ่มแล้วเหรอ โทษทีนะฉันเผลอหลับไม่รู้ตัวเลย”
“เธอฝันอะไรเหรอยิปซี เธอเรียกใครให้กลับมาเสียงดังมาก ทำฉันขนลุกไปหมดแล้วเนี่ย” ปลาหมึกยื่นแขนให้เพื่อนดูเพื่อยืนยัน
“หมึก แกจะเชื่อฉันมั้ย ถ้าฉันบอกว่าฉันฝันเห็นผู้ชายคนนี้มาเป็นอาทิตย์แล้ว ฝันถึงเขาตั้งแต่ก่อนเดินทางมาเที่ยวด้วยซ้ำ ฝันซ้ำ ๆ อยู่แบบนี้ตลอดเลย”
“แล้วแกฝันถึงใครล่ะ”
“ไม่รู้ ฉันไม่รู้จักเขา รู้แต่ว่าเป็นคนจีนแต่งชุดโบราณ ท่านจอมยุทธ์ประมาณนั้น”
“ฉันว่าแกฟุ้งซ่าน จะมาเที่ยวเมืองจีนเลยคิดมากจนเอามาเป็นความฝัน ฟันธง” ปลาหมึกทำท่าสะบัดมือแบบหมอดูชื่อดัง
“ค่ะคุณหมอรัก” พุทธิญาล้อเลียนเพื่อน ลึก ๆ ก็หวั่นไหวแต่ไม่อยากแสดงออกให้เพื่อนเห็น “ใกล้ถึงเวลานัดแล้ว ฉันขอเข้าห้องน้ำแป๊บนะ” แล้วลุกไปเข้าห้องน้ำ สำรวจความเรียบร้อยของหน้าตาและเสื้อผ้า
ออกมาก็เห็นเพื่อน ๆ มารวมตัวกันที่ห้องแล้ว จึงชวนกันลงไปกินข้าวที่ร้านอาหารที่ไกด์แนะนำ…
วันที่ห้าในประเทศจีน ไกด์หนุ่มตี๋พาลูกทัวร์ทั้งสี่ไปเยือนที่หลงเหมิน สือคูหรือถ้ำผาประตูมังกร ซึ่งมีงานเขียนโบราณ งานประติมากรรม และศิลาจารึกเรื่องราวต่าง ๆ มากมายนับหมื่นผลงาน
เที่ยวเมืองลั่วหยางซึ่งเป็นเมืองหนึ่งในห้าอันเก่าแก่ของประเทศจีน เป็นเมืองหลวงในสมัยโบราณถึงเจ็ดสมัยด้วยกัน และปิดท้ายด้วยการไปสักการะกวนหลิน หรือสุสานขุนพลกวนอู ซึ่งคนจีนเปรียบท่านเป็นเทพเจ้าแห่งสงคราม
วันที่หก พวกเธอได้ไปเที่ยวที่กำแพงเมืองโบราณ ที่สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิง ที่มีขนาดยาวและกว้างมากขนาดเอารถสามคันไปวิ่งบนกำแพงได้ ไปดูศาลไคฟงของท่านเปาบุ้นจิ้น และปิดทริปวันนี้ด้วยการเดินเที่ยวตลาดใกล้ ๆ กับโรงแรมที่พัก
“ขอบคุณมากนะคะคุณเฉิน พรุ่งนี้พบกันค่ะ” พุทธิญาพูดภาษาจีนกลางกับไกด์เมื่อเขาส่งพวกเธอลงที่ตลาด
“พรุ่งนี้พบกันครับ ยิปซี พวกคุณชอบดูดวงมั้ย ถ้าชอบผมขอแนะนำให้คุณเดินเข้าไปในซอยเล็ก ๆ นั้น เดินตรงเข้าไปสักพักจะเจอศาลเจ้า ที่นั่นมีหมอดูเป็นหญิงชราที่ดูหมอแม่นมาก ใคร ๆ ก็เรียกเธอว่าธิดาเทพ”
“จริงเหรอคะคุณเฉิน ฉันไม่ได้ดูดวงมานานแล้วค่ะ อยากลองเหมือนกัน” พุทธิญากล่าวอย่างกระตือรือร้น เพื่อให้คนที่แนะนำรู้สึกดีไปด้วย
“จริงครับ แต่ผมไม่รับรองนะว่าป้าเขาจะดูให้พวกคุณหรือเปล่า”
“ทำไมล่ะคุณเฉิน” พุทธิญาสงสัย
เขามองหน้าเธอแล้วส่งยิ้มให้ “เพราะป้าเขาจะเลือกดูให้บางคนเท่านั้น ผมก็ไม่รู้ว่าเป็นความจริงหรือเปล่านะครับ..” แล้วขยับหน้าไปใกล้ ๆ ยกมือป้องปากอย่างมีมารยาท “ผมยังได้ยินเขาลือกันว่าป้าเขาอยู่แบบนี้มาหลายชั่วอายุคนแล้ว” กระซิบกับเธอเพราะกลัวคนอื่นจะได้ยินด้วยน้ำเสียงจริงจัง
พุทธิญายิ้มอ่อน ๆ แล้วส่ายหน้า “เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะคุณเฉิน คนเราเกิดมาแล้วก็ต้องตายด้วยกันทั้งนั้น”
“แต่เธอไม่ใช่คน ป้าเขาเป็นธิดาเทพนะครับ” เขายืนยันเสียงแข็ง
ยิปซีไม่อยากค้านเพราะเกรงว่าจะเสียมารยาท “โอเคค่ะฉันจะลองไปตามที่คุณแนะนำ แต่เธอคงไม่เลือกฉันหรอก” เธอพูดติดตลก
“ผมหวังว่าคุณจะถูกเลือกนะครับ” แล้วบอกลาเธอกับคนอื่น ๆ ก่อนจากไป
เมื่อเฉินเดินจากไปแล้ว พุทธิญาจึงเดินนำหน้าเพื่อน ๆไปตามซอกซอยต่าง ๆไม่ได้สนใจซอยที่เขาแนะนำเลยสักนิด เพราะถ้าเป็นอย่างที่เขาพูดจริง เธอคงไม่ได้ดูดวงกับธิดาเทพท่านนั้นแน่
ก็เธอทั้งไม่เชื่อและไม่ใช่คนจีน ท่านคงไม่ดูให้เธอ
“หุย! คนจีนนี่เขากินอะไรกันแปลก ๆ เนอะแก กินโหดยิ่งกว่าบ้านเราอีก ดูสิ ตะขาบ หนอน แมลงอะไรนั่น โอ๊ย! ไม่ไหวแล้ว รีบไปจากตรงนี้เถอะพวกแก ฉันจะตายอยู่แล้ว” พุทธิญาทนไม่ไหวจริง ๆ กับสิ่งที่เห็น
เธอไม่ใช่ผู้หญิงจุกจิกเรื่องการกินสักเท่าไหร่ แต่แบบนี้เธอรับไม่ได้จริง ๆ...
หลังจากที่ออกมาจากตลาดแล้ว ทุกคนก็เห็นพ้องว่าเดินกลับโรงแรมดีกว่า ตอนนี้จึงลงเอยที่คาเฟ่ภายในโรงแรม เพื่อหาเครื่องดื่มเย็น ๆ แก้กระหาย
“กาแฟที่นี่สู้กาแฟเย็นบ้านเรายังไม่ได้เลย” พุทธิญาเจ้าเดิมบ่นพึมพำ เธอไม่ใช่คนขี้เหนียว แต่เมื่อเสียเงินแสนแพงไปแล้วก็ต้องได้ของดีรสชาติถูกลิ้น “แต่ก็คงอร่อยของบ้านเขาแหละ ฉันเรื่องมากเอง”
“ทนกินไปก่อนเถอะยิปซี อีกสามวันก็ได้กลับบ้านเราแล้ว” แวนพูดปลอบ แล้วยกน้ำชาที่รสชาติเข้มมากสำหรับคนไทยอย่างเธอ แต่เมื่อกลืนลงคอไปแล้วกลับรู้สึกชุ่มคอดีเหลือเกิน จึงชักชวนให้เพื่อนคนอื่นได้ลิ้มชิมรสกันบ้าง
“..พรุ่งนี้ข้าจะมาเยี่ยมนางอีก วันนี้ข้าขอลา” มันเจ็บปวดจนยากที่จะแกล้งฝืนทำเป็นยิ้มออกไป เอียนจึงตัดสินใจกล่าวลาจอห์นพยักหน้ารับคำลา มองจนอีกฝ่ายลับสายตาออกไปจากห้องจึงถอนหายใจแรง เขาเองก็รู้สึกลำบากใจไม่น้อยกับรักสามเศร้าครั้งนี้ แต่เขาไม่ใช่คนดี ไม่ใช่ผู้เสียสละ ไม่ใช่บาทหลวงผู้ทรงศีล จึงไม่อยากรู้สึกผิดกับการกระทำที่ตัดสินใจทำลงไป……………..ใบหน้าที่พยายามปั้นยิ้มเต็มที่ เริ่มเปลี่ยนเป็นเจ็บปวดเมื่อพ้นประตูห้องของนายใหญ่ออกมา มือเรียวยาวเกาะเอาไว้กับขอบเรือเพื่อประคองตัวเองให้มีแรงก้าวเดิน“ท่านเอียน” ลอยด์เดินออกมาจากในเรือ เห็นอาการผิดปกติของเจ้านายผู้เป็นที่รักก็รีบถลาเข้าไปช่วยเหลือ“ไม่ต้อง”น้ำตาของชายหนุ่มวัยสิบแปดปีเอ่อขึ้นมาทันทีที่ถูกอีกฝ่ายชักแขนหนี“ให้ข้าช่วยท่านเถิดนะ” พยายามกลั้นก้อนสะอื้นและกล่าวออกไปอย่างเอาใจ“ไม่จำเป็น ข้าช่วยตัวเองได้” กล่าวจบเอียนก็ฝืนใจเดินจากไป เขาจะต้องใจแข็งกับลอยด์ให้ได้ จะได้จบ ๆ กันไปสักที“ข้ารู้ว่าท่านหมดอาลัยในตัวข้าแล้ว แต่การกระทำของท่านยิ่งทำให้ข้าเกลียดมันมากยิ่งขึ้น ถ้าข้าพลั้งเผลอทำอะไรลงไป ก็จงรู้เอาด้วยว่าท่านนั่นแหละคือต้นเหต
หญิงสาวคลี่ยิ้มกว้างส่งให้เขา “เขียนเสร็จแล้วท่านช่วยเป็นธุระจัดส่งให้หน่อยนะจอห์น” “หลินโม่ว มันจะมากไปแล้วนะ” ก็จะทำให้อยู่หรอก เพียงแต่แกล้งทำเสียงข่มขู่ไปอย่างนั้นเอง“ก็ท่านทำได้ง่ายกว่าข้านี่ จะฝากหัวหน้าจั๊วส่งก็โดนบ่นแล้วบ่นอีกอยู่นั่นแหละ กว่าจะรับจดหมายจากข้าได้หูของข้านี่ชาไปหมด” นางยกมือตบที่ใบหูทั้งสองข้างเบา ๆปากเล็ก ๆ ที่ขยับขึ้นลงประกอบกับท่าทางที่นางกระทำนั้นช่างน่ารักน่าเอ็นดูยิ่งนัก จอห์นมองอย่างพอใจและสุดท้ายก็ก้าวเข้าไปประชิด โอบร่างอรชรแนบอก“เจ้าน่ารักเกินไปแล้วนะหลินโม่ว ต่อไปนี้ข้าขอสั่งห้ามไม่ให้ยิ้มแบบนี้กับคนอื่นอีก โดยเฉพาะกับเอียน จงถือปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดด้วยล่ะ”ร่างโปร่งระหงเต็มไปด้วยความแข็งแรงแบบสาวชาวป่า ที่ต่างกับสาวเมืองหลวงแสนอ้อนแอ้น ค่อย ๆ ผ่อนคลายร่างกายที่แข็งขืนซุกซบกับร่างหนา“ข้ามีความสุขเหลือเกินที่ได้ยินท่านพูดแบบนี้.. แต่ท่านจะไม่ใจแคบไปหน่อยหรือ ที่ไม่ให้ข้ายิ้มกับผู้อื่นเลย”“ข้าไม่สนว่าเจ้าจะคิดอย่างไร เพราะเจ้าเป็นของข้าแล้ว เจ้าก็ควรรักและภักดีต่อข้าผู้เดียวเท่านั้น ห้ามปันใจให้ใครอื่นอีก”“ท่านใจแคบจริง ๆ ด้วย” นา
ความรู้สึกของข้าที่มีต่อเขาไม่เหมือนกับท่านเลยสักนิด เพราะกับท่านอ๋องข้าแค่หลงใหลเท่านั้น แต่กับท่าน..ข้านั้นหลงรักหมดหัวใจ“ไม่เหมือนหรอก” นางตอบออกไปเพียงสั้น ๆ ไม่กล้าเอ่ยความคิดในใจออกไปหัวใจของเขาปวดร้าวคล้ายโดนกรีด ที่แท้เขาคือคนที่เหมาะสมจะช่วยนางเท่านั้น แต่ไม่ใช่คนที่นางรู้สึกว่าชอบเหมือนเช่นบุรุษผู้นั้น“แน่ใจแล้วหรือ ทำไมเจ้าไม่คิดให้นานอีกสักนิดก่อนที่จะตอบออกมา”คิ้วเรียวเหมาะเจาะกับใบหน้าขมวดเข้าหากัน“ท่านต้องการอะไรจากข้ากันแน่จอห์น พอข้าไม่ตอบก็รบเร้าให้ข้าตอบ พอข้าตอบไปแล้วก็รบเร้าให้ข้าคิดทบทวนให้นาน ตกลงท่านต้องการรู้อะไรกันแน่ บอกให้ข้าเข้าใจแน่ชัดกว่านี้ได้ไหม ข้าเดาใจท่านไม่ถูกจริง ๆ” ถามอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ“ข้ารู้คำตอบแล้ว ดื่มน้ำแล้วนอนพักเสีย” เขาหอบหัวใจที่ปวดร้าวออกไปจากห้อง เมื่อจัดการให้นางนอนลงเสร็จแล้วถ้านางชอบเขาบ้างสักนิด นางคงไม่หงุดหงิดใส่เขา……………..สองวันแล้วที่เขาไม่ยอมคุยเล่นกับนาง จะพูดก็เฉพาะตอนที่นางถามเท่านั้น เข้ามาป้อนข้าวป้อนยาให้นางวันละสามเวลา เสร็จแล้วก็เดินจากไป“ออกมาทำไม กลับเข้าไปพักผ่อนเดี๋ยวนี้”หลังอาหารเย็นของวันที่สาม
“ข้าก็แค่สงสัยเท่านั้น เพราะปกติท่านจะไม่ให้ผู้อื่นวุ่นวายอยู่รอบ ๆ ตัวท่าน”“ยกเว้นคนที่ฉลาดและมีไหวพริบอย่างอาจู พอมีอาจูคอยรับใช้ใกล้ตัว ข้าก็เริ่มรู้สึกว่าขาดเขาไม่ได้ และโมโหมากจนต้องลงทุนเดินมาหาเจ้าถึงที่นี่ เมื่อเขาถูกทำร้ายเพราะความหึงหวงจากคนของเจ้า แต่เมื่อเจ้าบอกว่าได้ทำโทษมันแล้วข้าก็สบายใจ” เขาดื่มไวน์ในแก้วทีเดียวจนหมดแล้วลุกขึ้น “ข้าไปก่อนนะ”……………….“จอห์น”“หือ” เสียงที่ดังมาจากในห้องนอน ทำให้ชายหนุ่มที่กำลังนั่งทำงานรีบขานรับแล้วลุกไปดู“ยามใดแล้ว”“เจ้าจะถามทำไม จะกี่โมงกี่ยามเจ้าก็ต้องนอนพักอยู่ดี”“ข้ารู้ ท่านช่วยพยุงข้าขึ้นจากที่นอนหน่อยได้ไหม”เห็นสีหน้าบิดเบี้ยวของนางก็รู้ว่าคงจะเจ็บปวดไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นบาดแผลที่หน้า ที่ข้อมือหรือที่ข้อศอก“เจ้าจะลุกไปไหน เจ็บอยู่ไม่ใช่หรือ”“ข้าจะคืนที่นอนให้ท่านไงเล่า รบกวนท่านปูที่นอนให้ข้าหน่อยเถิดนะ วันนี้ข้าทำเองไม่ไหวจริง ๆ”“ถ้าทำไม่ได้ก็ปิดปากให้สนิท และนอนหลับไปเสีย ไม่ต้องห่วงเรื่องที่นอนของข้า ข้ามีปัญญาหาที่หลับนอนเองได้”“แต่ข้าเกรงใจท่านนี่นา” ใบหน้าบอบช้ำเศร้าสลดอย่างรู้สึกผิด“เจ้าน่าจะคิดอย่างนี้ตั้งแต่ก่อน
“เก็บสัมภาระของเจ้าเอาไว้ให้เรียบร้อย เมื่อเดินทางถึงท่าเรือบริเตนก็จงจากไปอย่างเงียบ ๆ นี่คือความหวังดีสุดท้ายที่ข้าจะมอบให้เจ้า”เสียงพูดที่แผ่วเบาแต่ชัดเจน ดังเข้ามาในหูของจอห์นที่เดินเกือบจะถึงห้องของหมอตู้ ซึ่งแบ่งห้องนอนและห้องพยาบาลเอาไว้อย่างเป็นสัดส่วนแต่เสียงที่เขาได้ยินนั้นไม่ใช่เสียงของหมอตู้ แต่เป็นเสียงของเอียนดังนั้นเท้าที่กำลังจะก้าวผ่านบานประตูที่ปิดสนิทเอาไว้จึงหยุดนิ่งแค่หน้าห้อง ยืนฟังการสนทนาของบุคคลภายในเงียบ ๆ“..ท่านรักมันมากหรือเอียน” ลอยด์มองชายที่ตัวเองด้วยสายตาเจ็บปวด“อย่าหยาบคาย ข้าไม่เคยสั่งสอนให้เจ้าทำตัวแบบนี้”“ข้าก็พูดแบบนี้กับทุกคนที่มายุ่งกับท่าน แล้วทำไมครั้งนี้ท่านถึงต้องโกรธ หรือเพราะท่านรักไอ้เด็กที่ชื่ออาจูคนนั้นมาก” ลอยด์เต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชังอาจู“หยุดปากสามหาวของเจ้าเดี๋ยวนี้นะลอยด์ ข้าจะรักจะชอบใครเจ้าไม่มีสิทธิ์มาวุ่นวาย เจ้าเป็นบ่าว ข้าเป็นนาย เจ้าลืมไปแล้วหรือ”“ข้าไม่เคยลืมว่าข้านั้นเป็นแค่เด็กเร่ร่อนที่ท่านเก็บมาอุปถัมภ์ค้ำชู ท่านเป็นนายข้าก็จำได้เสมอไม่ต้องมาตอกย้ำ แต่ผิดด้วยหรือที่บ่าวอย่างข้าตัดรอนนายด้วยความเสียใจสุดแสน เ
หญิงสาวที่วิ่งไปหยุดอยู่ตรงหน้าประตู หันไปมองชายหนุ่มด้วยใบหน้าแดงก่ำ“ข้าไม่นิยมกอดกับบุรุษหรอกนะท่านเอียน เพราะข้าชอบสตรีมากกว่า” แล้ววิ่งจากไปอย่างรวดเร็ว“หึ.. หึ ๆ.. ฮา ๆ ๆ...” เอียนค่อย ๆ เปล่งเสียงหัวเราะดังขึ้นเรื่อย ๆ แล้วทิ้งตัวลงนอนบนเตียง ยกมือข้างที่ได้สัมผัสกับเอวคอดกิ่วขึ้นมาดูเหมือนของล้ำค่า “ต่อให้รู้ว่าเจ้าเป็นสตรี ข้าก็ยังชอบเจ้าไม่เปลี่ยน ชอบมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ” แล้วแนบฝ่ามือนั้นลงบนอก……………..คนตัวใหญ่ที่นอนหนุนแขนตัวเองเล่นอยู่บนเตียงคลี่ยิ้ม เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าอันคุ้นเคยดังใกล้เข้ามา แล้วแกล้งทำเป็นหลับเหมือนตอนที่นางออกไป ไม่นานเกินรอก็ได้ยินเสียงหายใจหอบถี่ที่ข้างเตียง“ยังไม่ตื่นอีกหรือ” เสียงกังวานพึมพำเบา ๆเป็นเวลาเดียวกับที่เขาค่อย ๆ หรี่ตาแอบมอง และสิ่งที่ปรากฏในม่านตาพร่า ๆ ก็ทำให้เขาถึงกับลืมตาเต็มที่ ทะลึ่งพรวดขึ้นจากที่นอน“หน้าเจ้าไปโดนอะไรมาหลินโม่ว!!”ดวงตาเรียวดั่งตากวางเบิกโตด้วยความตกใจ “ทะ..ทะ..ท่าน!”“ข้าถามว่าหน้าเจ้าไปโดนอะไรมา! ตอบข้าสิ!!” จอห์นตะเบ็งเสียงใส่นางอย่างโมโหที่นางไม่ยอมตอบสักที “มือเจ้าก็โดนด้วยหรือ” เขาลุกจากเตียงแล้วเดินสำ







