로그인ในที่สุดก็ถึงวันที่พวกเธอได้เดินทางกลับไทย เรื่องหนึ่งที่ไม่มีใครพูดถึงอีกเลย ก็คือคำทำนายของคุณยายหมอดูคนนั้น
“ลืมอะไรกันหรือเปล่า ตรวจดูให้ละเอียดนะ” พุทธิญาเตือนเพื่อนก่อนออกจากโรงแรม
“ไม่ลืม แล้วแกล่ะ แน่ใจนะว่าเก็บกลับไปครบ เห็นซื้อตั้งเยอะแต่ทำไมเหมือนไม่ได้ซื้ออะไรเลย” แวนถาม
“ฉันยัดลงในกระเป๋าโดเรมอนหมดแล้วจ้ะ”
“คราวหน้าฉันเลียนแบบแกบ้างดีกว่า จะได้ไม่เป็นบ้าหอบฟางอยู่คนเดียวแบบนี้” ปลาพูดขึ้น เพราะในบรรดาเพื่อนทุกคนเธอดูหอบมากกว่าใคร
“สวัสดีครับทุกคน” เสียงทักของใครคนหนึ่งทำให้พวกเธอหันไปมอง
“คุณเฉิน!” อุทานออกมาพร้อมกันพร้อมรอยยิ้ม
“นึกว่าจะมาไม่ทันพวกคุณเสียแล้ว ตั้งใจว่าจะมาส่งขึ้นรถ”
“ฉันสังหรณ์ใจอยู่แล้วว่าคุณต้องมา” ปลาหมึกดี๊ด๊า รีบส่งภาษาอังกฤษใส่ไกด์สุดหล่อทันที
เฉินยิ้มจนตาหยี “ขอให้เดินทางกลับโดยปลอดภัยนะครับ ถ้ามาเมืองจีนอีกเมื่อไหร่ อย่าลืมนึกถึงไกด์เฉินนะครับ” เขามองหน้าของทุกคน
“แน่นอนอยู่แล้วค่ะ ขอบคุณที่ดูแลพวกเราอย่างดีนะคะ” แวนตอบแทนเพื่อน
“ถ้ามีโอกาสไปเที่ยวไทย อย่าลืมทักหาพวกเรานะคะ” ปลาบอกเขา
“แน่นอนครับ”
“รถมาแล้ว พวกเราไปก่อนนะคะ” ยิปซีบอกลาเขา
“ครับ กลับถึงไทยแล้วขอให้หายป่วยนะครับคุณยิปซี” แล้วช่วยพวกเธอยกกระเป๋าขึ้นรถ ยืนส่งจนรถขับเคลื่อนออกไป...
ตลอดทางที่นั่งรถจากโรงแรมไปสนามบิน ทุกคนพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน เล่าความประทับใจของสถานที่ต่าง ๆ ที่ไปเที่ยวมาอย่างมีความสุข
“ไอ้ยิปนี่มันเกิดมาพร้อมกับความสวยจริง ๆ นะ ดูสิ ขนาดมันแพ้อากาศจนจมูกแดงแต่มันก็ยังดูสวย เหมือนสาวเกาหลี ญี่ปุ่นเลย เวลาหน้าหนาวทีพวกหล่อนจะฮิตปัดจมูกปัดแก้มให้แดง แต่นางสาวยิปซีเพื่อนดิฉันไม่ต้องค่ะ ธรรมชาติสรรสร้างของแทร่” ปลาหมึกทำท่ามีจริตขณะพูด ทำให้ทุกคนหัวเราะตามเบา ๆ ด้วยความเกรงใจคนขับ
พุทธิญาค่อย ๆ หยุดหัวเราะแล้วหันไปมองนอกรถผ่านกระจกด้านข้าง อยู่ดี ๆ หน้าของคุณยายหมอดูก็ปรากฏขึ้นมาในความคิด ใจของเธอหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เต้นแรงจนเธอรู้สึกไม่ดี
คำทำนายของท่านผุดขึ้นมาในหัวสมอง ทุกถ้อยคำเหมือนนางกำลังพูดอยู่ใกล้ ๆ หู
รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ปลาหมึกสะกิด บอกว่าถึงสนามบินแล้ว เธอจึงพยักหน้ารับและก้าวลงจากรถ ให้ทิปคนขับรถแล้วจึงเดินลากกระเป๋าเข้าไปสนามบิน
หญิงสาวเดินรั้งท้ายเพื่อน เกือบจะผ่านประตูเข้าไปในสนามบินอยู่แล้ว หางตาของเธอก็เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างเข้า จึงเดินถอยหลังไปสองสามก้าวเพื่อมองให้ถนัด
“คุณยาย!” เธออุทานด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นคุณยายหมอดูส่งยิ้มใจดีมาให้ ไม่คิดว่าจะได้เจอท่านก่อนกลับเมืองไทย เห็นท่านกำลังเดินไปข้างหน้าช้า ๆ ด้วยท่วงท่าที่สง่างามต่างกับอายุ
เห็นท่านเดินไปแล้วจึงตัดสินใจเดินไปหาเพื่อน ๆ ที่รออยู่ด้านใน
“แม่นาง”
เธอหันไปมองตามเสียงเรียกอ่อนโยน ที่เหมือนดังอยู่แค่ข้างหู และได้เห็นคุณยายหมอดูกำลังมองเธอพร้อมกับรอยยิ้ม.. ทำให้เธอรู้สึกเสียมารยาทถ้าไม่เข้าไปทักทาย จึงส่งสัญญาณมือชี้ไปทางคุณยายให้เพื่อนก่อนจะเดินไปหาท่าน
“อ้าว! คุณยายนี่ใจร้อนจริงแฮะ เดินหนีซะงั้น” เธอบ่นพึมพำแต่ก็เร่งฝีเท้าเดินตาม มือหนึ่งก็ลากกระเป๋าไปด้วย
ปลาหมึก แวนและปลา เห็นยิปซีเดินไปอีกทางก็แปลกใจ
“มันจะไปไหนของมันน่ะ ห้องน้ำมันอยู่ทางนี้ พวกแกรออยู่นี่นะ ฉันไปตามยิปซีมันก่อน”
“ฉันไปด้วย แกเฝ้าของนะปลา” แวนสังหรณ์ใจแปลก ๆ รีบเดินไปกับปลาหมึก
ปลาหมึกมองตามยิปซีไม่คลาดสายตา แปลกใจมากที่เห็นเธอเดินเข้าไปในสวนหย่อมภายในสนามบิน ที่มีต้นไม้น้อยใหญ่จัดไว้อย่างสวยงาม แต่เธอจะเข้าไปทำไม ก็รู้ ๆ อยู่ว่าต้องไปเข้าแถวเช็คอินอีก
“มันจะไปไหนของมันวะนั่น” แวนพึมพำกับปลาหมึกแต่ก็รีบเดินตามไป
“นังแวน แกจะตามเพื่อนหรือตามควายวะนั่น” กะเทยปากร้ายว่าประชดแล้วรีบสาวเท้าตามไปติด ๆ
พุทธิญาเดินเข้าใกล้คุณยายหมอดูเข้าไปทุกที ในใจก็คิดว่านางคงจะมาหาที่นั่งในสวนแห่งนี้
“คุณยายคะ” เห็นคุณยายหยุดเดินและหันมาก็รีบเร่งฝีเท้าขึ้นอีกนิด..
ปลาหมึกทรุดฮวบลงไปกับพื้น หล่อนเห็นกับตาว่ายิปซีเดินนำหน้าอยู่แค่ไม่กี่ก้าว หล่อนกำลังจะเดินไปถึงตัวเธอ แต่เธอกลับหายไปต่อหน้าต่อตา...
ผิดกับแวนที่รีบสาวเท้าตามไปติด ๆ ไม่สนใจอาการของปลาหมึกแม้แต่นิด เพราะตอนนี้ใจของเธอมุ่งไปที่เพื่อน ที่หายวับไปต่อหน้าต่อตาเหมือนอากาศธาตุ
คนที่เดินผ่านมาเห็นอาการของปลาหมึก ก็รีบช่วยกันพยุงให้ไปนั่งที่เก้าอี้ แล้วถามด้วยความห่วงใย แต่ปลาหมึกสติแตกไปแล้ว เขาร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายใคร
เป็นครั้งแรกหลังจากวันนั้น ที่เขานึกถึงคำทำนายของคุณยายหมอดู เขาหันไปขอบคุณคนที่ช่วยเป็นภาษาอังกฤษ แล้ววิ่งเข้าไปในสวนตามแวนไปอีกคน
บางทีเขาอาจจะตาฝาดไปเองก็ได้
แต่ก็เห็นแวนวิ่งกลับมา
“เจอยิปซีมั้ยแก” ปลาหมึกน้ำตาไหลขณะถาม
“ไม่เจอ เราช่วยกันหาให้ทั่วสวนอีกรอบดีกว่า ฉันไปทางนี้ แกไปทางนี้ จะได้วนมาเจอกัน” แวนเสนอเสียงสั่นเครือ
“มันเกิดอะไรขึ้นวะแวน ยิปซีมันหายไปไหน” ปลาหมึกคล้ายคนสติแตก ได้แต่ถามซ้ำ ๆ น้ำตานองหน้า
“ใจเย็น ๆ ก่อนแก ใจเย็น ๆ นะ เรามาช่วยกันหาดูให้ทั่วก่อนนะ”
ทั้งสองช่วยกันหาพุทธิญาจนทั่วทั้งสวน แต่หาให้ทั่วยังไงก็ไม่มีวี่แววของเพื่อนรักแม้แต่เงา จึงเดินน้ำตานองหน้ากลับไปหาปลาที่ยืนเฝ้ากระเป๋า เพื่อบอกเล่าเรื่องที่เห็นให้เธอฟัง
“อย่าประมาทนะอ๋องน้อย ถึงหมอหลวงบอกว่าอีกยี่สิบวันจะคลอดก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นแบบนั้นเสมอไปนะ ดีไม่ดีอาจจะคลอดวันนี้พรุ่งนี้เลยก็ได้ เราเตรียมชื่อเอาไว้ก่อนดีกว่า” บิดาแย้งจริงจังแล้วหันไปมองภรรยา “เจ้าว่าหลานเราชื่ออะไรดียิปซี”“ข้าอยากได้ชื่อไทย ๆ ท่านพี่ ถ้าเป็นหลานชายข้าจะให้เขาชื่อเสือ ถ้าเป็นหลานสาวข้าอยากจะให้นางชื่อบัว”“บัว หมายถึงดอกบัวน่ะหรือ”“เจ้าค่ะ”“เพราะดีนะ ถ้าอย่างนั้นข้าจะให้หลานชายข้าชื่อเหล่าหู ถ้าเป็นหลานสาวจะให้ชื่อเหลียนฮวา เจ้าว่าดีไหม”“แบบนี้เขาไม่ได้เรียกว่าคิดนะท่านพี่ เขาเรียกว่าเลียนแบบ” นางหัวเราะสามี“ก็ชื่อที่เจ้าเลือกมามันถูกใจข้านัก บุรุษต้องยิ่งใหญ่ดั่งเสือ สตรีก็ต้องงดงามดั่งดอกบัว พวกเจ้าเห็นด้วยกับข้าไหม” อ๋องกุ้ยหันไปขอความเห็นจากลูกชายและลูกสะใภ้สองสามีภรรยาพยักหน้ารับพร้อมด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม มองหน้ากันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสุขจำปียื่นมือที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะไปดึงมือสามีและกุมไว้ “ขอบคุณท่านมากที่รักข้า พาข้ามาพบกับครอบครัวที่งดงามเช่นนี้” แล้วหันไปส่งความรู้สึกผ่านทางดวงตาที่เปล่งประกายไปด้วยความรัก ขยับปากพูดเบา ๆ ให้เขาได้รับรู้ “ข้
“ข้าแต่งงานแล้ว ข้าต้องไว้หนวดไว้เครานะ ยิ่งมีเมียสวย มีลูกสาวก็ต้องไว้ให้ยาวกว่าปกติ”“ท่านนี่ตลกนัก ชอบทำให้ข้าหัวเราะอยู่เรื่อย”“ข้าพูดจริง ๆ นะ ถ้าเจ้าคลอดลูกชายข้าจะไว้หนวดแต่พองามให้สมกับความงามของเจ้า แต่ถ้าข้ามีลูกสาวข้าจะไว้ยาวให้ถึงอกเลย ตามความงามของเจ้ากับลูกรวมกัน”“ตามใจท่านเลยเจ้าค่ะ ครั้งนี้จะไม่โกนก็ได้นะ”“ไม่ ครั้งนี้ข้าจะยอมโกนไปก่อน เพราะข้าไม่อยากให้เจ้าหงุดหงิดตอนกำลังท้อง” เขาตอบอย่างเอาใจและมีแผนแอบแฝง“พี่เฟิงน่ารักเสมอ”“เจ้าต้องตอบแทนความรักของข้าให้มาก ๆ ด้วย”“เจ้าค่ะ ข้าจะมีลูกให้ท่านหลาย ๆ คนดีไหม อย่างที่ท่านพ่อบอก ชายห้าหญิงห้าเข้าตำราพญามังกร ร่ำรวย รุ่งเรือง เฟื่องฟู”“ดีสิ เพราะการมีลูกหลาย ๆ คนนั่นหมายถึงว่า..” เขาโน้มหน้าไปชิดหูนาง “ข้าจะได้ระเริงรักกับเจ้าบ่อย ๆ”หญิงสาวถลึงตาใส่คนรัก “พูดอะไรของท่านเนี่ย คนอื่นมาได้ยินเข้าจะว่าอย่างไร”“เขาก็คงเอาไปนินทาว่าท่านอ๋องน้อยหลงเมีย หรือไม่ก็ท่านอ๋องน้อยมักมากในกาม ถึงมีลูกดกหัวปีท้ายปี” เขาขยิบตาให้นางเมื่อพูดจบ “แต่ถ้ามีใครได้ยินสิ่งที่ข้ากระซิบกับเจ้า พวกนั้นก็คงเป็นเหล่าองครักษ์หรือไม่ก็บิดาของข้
แต่ผ่านไปเพียงสองชั่วยาม ความคิดของนางก็ต้องเปลี่ยนไป เมื่อหมอหลวงแห่งพระราชสำนักยืนยันหนักแน่นว่านางกำลังตั้งท้องอ่อน ๆ ได้ประมาณครึ่งเดือนไม่ถึงครึ่งเดือนต่อมา ของขวัญแสดงความยินดีจากทั่วทุกสารทิศก็ถูกทยอยนำมามอบให้ไม่ขาดสาย บ่าวรับใช้ต่างช่วยกันจัดเก็บจนหลังขดหลังแข็งส่วนตัวนางนั้นก็เอาแต่นอนเพราะอาการแพ้ท้องอย่างหนัก ทั้งหน้ามืด วิงเวียน อาเจียนสามเวลาหลังอาหาร ที่พอกินได้ก็มีแต่อาหารอ่อน ๆ ประเภทน้ำซุป ต้องทนทรมานอยู่ถึงสี่เดือนถึงจะกลับมากินได้เป็นปกติ.............................หลายเดือนผ่านไป“จำปี เจ้าอยู่ไหน”เสียงเรียกทุ้มหูแต่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงเป็นใย ทำให้สตรีท้องโตใกล้คลอด ที่นอนอยู่บนพื้นหญ้าภายในสวนดอกไม้ค่อย ๆ ดันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก“ข้าอยู่นี่” ขานรับสามีทั้งที่ยังมองไม่เห็นตัวเขาหย่งเฟิงหมุนตัวไปทางด้านหลังเมื่อได้ยินเสียงตอบรับของภรรยา เดินไปตามทิศทางเสียงจนเจอตัวนาง“ทำไมถึงทำหน้ามุ่ยอย่างนั้นเล่าพี่เฟิง”“เจ้านี่มันดื้อนัก ข้าสั่งนักสั่งหนาว่าห้ามออกจากเรือนเด็ดขาดจนกว่าข้าจะกลับมาถึงไม่ใช่หรือ” เขาเท้าเอวยืนค้ำหัวภรรยาที่นั่งตัวกลมอยู่กับพื้น“พ
“เป๋าฮื้อน้ำแดงก็ดีต่อสุขภาพ เจ้าสองคนต้องกินเยอะ ๆ นะ”“ขอบคุณท่านพ่อ” อ๋องน้อยคลี่ยิ้มพึงพอใจกับการเอาใจใส่ของบิดา“เอาใจใส่เมียเจ้าให้มาก ๆ หน่อยสิอ๋องน้อย” บิดาคีบเป๋าฮื้อให้ลูกชายบ้าง “แล้วก็อย่าลืมดูแลสุขภาพของตัวเองด้วย เจ้ามีหน้าที่อันยิ่งใหญ่ต้องรับผิดชอบนะ” แล้วคีบเป๋าฮื้อชิ้นใหญ่อีกชิ้นเอาใจลูกสะใภ้ เพราะหวังจะให้นางมีหลานตัวน้อยให้เขาในเร็ววันจำปีเห็นเป๋าฮื้อแล้วอยากจะเขี่ยทิ้งให้พ้น ๆ ถ้วยข้าว รู้สึกขยะแขยงกลิ่นคาวที่แรงติดจมูกอย่างบอกไม่ถูก ทั้งที่ปกติก็ชอบเอามาทำโจ๊กกินเวลาจับได้ในทะเล แต่เพราะเกรงใจพ่อสามีมาก นางจึงจำใจคีบมาใส่ปากแล้วฝืนใจเคี้ยวให้แหลกสักนิดเพื่อจะกลืนได้สะดวกแต่ความพยายามของนางล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงตั้งแต่เริ่มกัดคำแรก นางรีบปิดปากแล้ววิ่งออกไปจากห้อง อาเจียนเอาของในปากในท้องออกจนหมด“เป็นอะไรจำปี ไม่สบายหรือเปล่า” กุ้ยหย่งเฟิงที่วิ่งตามภรรยาออกมาช่วยลูบหลังแล้วถามอย่างเป็นห่วง“ข้าปกติดีพี่เฟิง จนกระทั่งถึงตอนกินเป๋าฮื้อนั่นแหละ มันเหม็นคาวมากจนข้าทนไม่ไหว” นางตอบสามีเสียงหอบน้อย ๆ“มันถูกปรุงสุกแล้วนะ ไม่เหม็นคาวเลยสักนิด”“แต่ข้าเหม็นจริง ๆ นะ กลิ่
อ๋องน้อยมองภรรยาที่ก้มหน้าก้มตากินข้าวไม่สนใจตนแม้แต่นิด แต่ถ้าจะพูดให้ถูกนางคงอายคนรับใช้ที่มายืนรอรับใช้อยู่มากกว่า เพราะวันนี้เขากับนางต่างก็หรรษากันมากจนลืมเวลา จึงได้กินข้าวเช้ากับเที่ยงรวมเป็นมื้อเดียวกัน.. เขาคลี่ยิ้มละมุนด้วยความขันระคนเอ็นดู หันไปสะบัดมือไล่ให้คนรับใช้ทั้งสองคนออกไปจากห้อง“หิวมากเลยหรือจำปี”“เจ้าค่ะ”“เงยหน้ามองข้าสักนิดแล้วค่อยตอบก็ได้นะ”หญิงสาวเหลือบมองสามี เหลือบมองไปทางซ้ายขวาไม่เห็นมีใครก็รู้สึกโล่งอก จึงเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างสบายใจมากขึ้น วางตะเกียบในมือลงบนโต๊ะ“ข้าอึดอัดแทบแย่” นางเริ่มบ่นให้เขาฟัง “ข้าไม่ชอบเลยที่มีคนอื่นอยู่ด้วย มันทำให้ข้ากินข้าวไม่อร่อย”เขากลั้วหัวเราะ “ข้าไม่เชื่อเจ้าหรอก”“จริงนะพี่เฟิง บ่าวรับใช้ของท่านทำข้าประหม่าไปหมด” นางยืนยันเสียงแข็ง เริ่มหยิบตะเกียบคีบอาหารใส่ปากตัวเองอีกครั้ง.. “หือ” เลิกคิ้วขึ้นสูงเป็นคำถามเมื่อเขาเอาแต่มองจ้องยิ้ม ๆ ไม่ยอมพูดอะไร แล้วคีบเกี๊ยวนึ่งชิ้นสุดท้ายที่รสชาติถูกปากมากที่สุดยื่นให้เขา “อร่อยมากเลย ข้ายกชิ้นสุดท้ายให้ท่าน”เขาจับมือที่คีบเกี๊ยวให้กลับไปที่ปากของนาง “อร่อยก็กินให้หมด”หญิงสาว
“ไม่” นางรีบปฏิเสธทันควัน ร้อนวาบด้วยความอับอายไปทั้งใบหน้า“ไม่อาบก็ไม่อาบ” เขายอมตามใจนาง พาเดินออกจากห้องอาบน้ำไปที่เตียงนอน“ท่านจะทำอะไรอีก” หญิงสาวรีบดันร่างหนาที่ขึ้นคร่อมร่างตน“เจ้าคงลืมไปแล้วว่าพูดอะไรไว้”“พูดอะไร” นางชักสีหน้างุนงง“หึ! คนเรานะ” อ๋องน้อยทำเป็นค้อนใส่ภรรยา “ใครกันที่บอกว่าวันนี้จะชดเชยให้ข้า”คนถูกทวงถามมองสามีตาโต “นี่ท่านจะทวงกันแต่เช้าแบบนี้เลยหรือ”“อือฮึ” สามีพยักหน้ายอมรับด้วยท่าทางยียวนนิด ๆ แล้วพลิกตัวลงไปนอนแผ่บนเตียง “จัดการชดเชยมาให้ข้าเสียดี ๆ” ในเมื่อพูดดี ๆ ขอดี ๆ แล้วลีลาเยอะนัก เขาก็จะเล่นบทเอาแต่ใจแบบนี้แหละ“พี่เฟิงเจ้าขา”“ไม่ต้องมาทำเสียงอ้อน ข้าไม่ยอมหลงกลเจ้าหรอก”“ฮึ!” นางกระฟัดกระเฟียด เชิดปากอย่างมีแง่งอนเมื่อถูกเขาจับไต๋ได้ “ท่านใจร้ายนัก”“เจ้าต่างหากที่ใจร้าย มีสามีที่ไหนบ้างที่อยากมีอะไรกับเมียตัวเองแล้วต้องมาอ้อนวอนขอแบบข้า”คำถามของสามีทำให้นางครุ่นคิดอยู่สักพัก “ข้าคิดว่าน่าจะมีนะ”“ไม่มีหรอกทูนหัว เรื่องแบบนี้เขาไม่มีความอดทนกันหรอก ถ้าอยากแล้วต้องได้ปลดปล่อย”“จริงหรือเจ้าคะ” นางลังเลไม่อยากเชื่อ มองเขาอย่างจับผิด“ไม่อย่าง
กุ้ยถิงยิ้มรับแล้วจะปิดประตู แต่เสียงของสามีดังมาจากด้านหลังเสียก่อน นางจึงถอยออกไป ปล่อยให้นายบ่าวได้คุยธุระกัน“เรื่องการค้าใบชาเถื่อนที่ท่านอ๋องให้ข้าไปสืบได้ความแล้วขอรับ” เขาใช้สายตาและคำพูดส่งสัญญาณให้กุ้ยอ๋องกุ้ยหย่งหมิงกระตุกหัวคิ้วแล้วพยักหน้ารับ “ไปรอข้าที่ห้องทำงาน”“ขอรับ”กุ้ยหย่งหมิง
หญิงสาวจับมือที่ถือผ้าไว้แล้วทรงตัวลุกขึ้นนั่ง แล้วส่งสัญญาณให้สาวใช้ออกไปก่อน “ถ้ายิปซีถามท่าน ท่านจะบอกหรือไม่” นางก็อยากรู้เหมือนกัน เห็นความซีดเซียว ความกังวลบนใบหน้างามของนางเขาก็โกรธไม่ลง“ถามมา” “เมื่อวานนี้ หลินโม่วเข้าไปทำอะไรในห้องนอนของเรา”
“ไม่ต้อง!” นางอย่ามือส่งเสียงห้ามเฉียบขาด คลี่ยิ้มขมขื่นปนน้ำตาที่ไหลนองหน้า “ข้าเข้าใจความหมายของท่านดี เรื่องนี้ข้าจะคุยกับพ่อแม่ของข้าเอง ท่านเป็นคนอื่นไม่ต้องมาก้าวก่าย ขอบคุณที่ชี้แนะ” นางโค้งกายคารวะเขาอย่างอ่อนช้อยจากใจจริง แล้วรีบจากไปทันทีโดยไม่มองหน้าถ้านางหันกลับมามองข้างหลังสักนิด จะเห
“ขอรับ ข้าจะพาเขาไปฝากกับท่านโจนขอรับ” ล่ามหนุ่มร้อนรนตอบ “ดี เจ้าพาเขาไปฝากฝังเสียวันนี้เลยนะ แล้วเรือจะออกเดินทางวันไหน เจ้ารู้หรือไม่” “อีกสามวันขอรับ” “อีกสามวันข้าจะให้เขาไปขึ้นเรือ” พูดจบก็ลุกขึ้นทันที “ท่านอ๋องสบายใจได้ ระหว่างที่ล่องเรือ ข้าจะ







