เด็กหญิงใบ้กับระบบซุปเปอร์มาร์เก็ต

เด็กหญิงใบ้กับระบบซุปเปอร์มาร์เก็ต

last updateDernière mise à jour : 2026-06-15
Langue: Thai
goodnovel16goodnovel
10
4 Notes. 4 commentaires
80Chapitres
4.2KVues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

ฉีชิงอีโปรแกรมเมอร์หญิงทะลุมิติเข้าไปทดสอบระบบซุปเปอร์มาร์เก็ตในยุคโบราณ เธอเข้าไปอยู่ในร่างสาวน้อยวัยสิบขวบที่เป็นใบ้ บิดาตาย ต่อมาสามแม่ลูกถูกไล่ออกจากจวนสกุลฉี ทำให้ฉีชิงอีต้องใช้ระบบเพื่อทำให้ครอบครัวของตนพ้นจากความยากลำบาก

Voir plus

Chapitre 1

บทที่ 1 เด็กหญิงใบ้

‘บ้าจริง! ยังไม่ได้ตั้งตัวเลย ก็ดูดเข้าระบบล่ะ’

ฉีชิงอีมองดูหลังคาเรือนข้างหน้า เด็กหญิงค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง แต่พอเห็นปลายเท้าของตนเองก็ตกใจถึงกับร้องออกมา

‘เฮ้ย! ฉันกลายเป็นเด็กเหรอ’

หญิงสาวยกมือที่แบขึ้นตรงหน้าแล้วพลิกไปมา ครั้นมองเห็นเท้าเล็กๆ ของตัวเองก็ถอนหายใจออกมา

พลันความทรงจำของเจ้าของร่างก็ถาโถม เด็กหญิงผู้นี้เป็นลูกของสะใภ้เล็กแห่งบ้านสกุลฉี มีชีวิตอยู่อย่างยากลำบาก บิดาเป็นผู้คุ้มภัยที่เดินทางไปกับขบวนคหบดี ระหว่างทางขบวนนั้นถูกโจรปล้น ฉีเต๋อผู้เป็นบิดาของฉีชิงอีตกเขาเสียชีวิต เหลือเพียงป้ายวิญญาณกับเงินชดเชยจำนวนหนึ่งถูกส่งกลับมา

ปู่ของฉีชิงอีที่เสียชีวิตไปแล้วเคยเป็นเจ้าหน้าที่อยู่ในที่ว่าการอำเภอ ท่านย่าเป็นคนจากครอบครัวเจ้าหน้าที่ศาลจึงพอมีความรู้อยู่บ้าง ลุงใหญ่ของฉีชิงอีนามฉีหนิงจินเป็นขุนนางระดับแปดทำงานอยู่ในที่ว่าการอำเภอ ส่วนลุงรองที่ชื่อฉีเฉิงเป็นเสมียนศาลแทนตำแหน่งของบิดา มีเพียงบิดาของนางที่ไม่ชอบทางบุ๋นหันไปทางบู๊จึงไม่เป็นที่สบอารมณ์ของท่านย่านัก

         ‘เฮ้อ! จะทะลุมิติทั้งที่ก็ไม่เลือกคนที่มีอาการครบสามสิบสองให้ ดันมาเป็นเด็กใบ้ แถมยังลำบากจนเป็นลมเพราะอดข้าว’

         เด็กหญิงเหลือบไปเห็นห่อใบบัวที่หล่นอยู่ไม่ไกล นางจำได้ว่าตนเองเพิ่งมุดกลับเข้ามาทางช่องสุนัขลอดข้างกำแพงเพื่อเอาปลาเผากลับมาให้มารดากับน้องชายกิน

         ฉีชิงอีคว้าเอาห่อใบบัวแล้วลุกขึ้นตรงไปยังเรือนเล็กหลังจวน พอผลักประตูเข้าไปในเรือน ฉีเป่าน้องชายของนางกำลังนั่งเฝ้ามารดาอยู่ข้างเตียง ได้ยินเสียงเปิดประตูก็หันขวับมามอง ครั้นเห็นว่าเป็นพี่สาวก็ลุกขึ้นยิ้มให้

         “พี่ชิงชิง ข้าหิวจัง”

         “อือๆ” เด็กหญิงยิ้มให้เขาอย่างกระตือรือร้นแล้ววางห่อใบบัวลงบนโต๊ะ

         “พี่ได้ของกินมาอีกแล้วหรือ” เด็กชายทำตาโต

         เด็กหญิงพยักหน้าหงึกหงัก ปีนี้นางอายุเก้าขวบแล้ว มากกว่าฉีเป่าสองปี ในเมื่อท่านย่าให้เพียงข้าวสวยคนละครึ่งถ้วยกับอาหารเหลือจากโต๊ะอาหารมื้อเช้าและมื้อเย็น    ฉีชิงอีก็ต้องแอบออกจากจวนออกไปหาอาหารจากภายนอกมาให้มารดากับน้องชายกิน

         ฉีเป่ามองดูห่อใบบัวที่คลี่ออก ดวงตาของเด็กชายเบิกกว้าง “ปลาเผา!”

         “จุ๊ๆ” พี่สาวยกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปาก ห้ามมิให้น้องชายส่งเสียงดัง

         “อ้อๆ ข้าจะไม่เสียงดัง พี่รีบเอาไปซ่อนก่อนเถอะ เดี๋ยวสาวใช้จะมาส่งข้าวแล้ว”

         ฉีชิงอีรีบห่อปลาเผาแล้วเอาไปซ่อนที่ตะกร้าเล็กมีฝาปิดอยู่ริมห้อง ไม่นานนักก็มีเสียงฝีเท้าก็คนผู้หนึ่งดังใกล้เข้ามา

         “ข้าวมาแล้ว เหลือแค่นี้ล่ะ” สาวใช้หน้าบึ้งกระแทกถาดลงบนโต๊ะกลางห้องโถงของเรือนเล็ก “กินแล้วก็ล้างให้เรียบร้อยด้วยเล่า แล้วข้าจะมาเก็บ”

         เด็กชายกับเด็กหญิงพยักหน้ารับ สาวใช้ผู้นั้นร้องหึขึ้นคำหนึ่งแล้วสะบัดหน้าหนีไป

         ร่างของสตรีที่นอนหันหลังอยู่บนเตียงค่อยๆ ผินหน้ากลับมา “ชิงชิง เจ้ากลับมาแล้วหรือ”

         ฉีชิงอีเดินเข้าไปชิดเตียง ยิ้มน้อยๆ แล้วร้องอือๆ มองมารดาที่ใบหน้าซีดเซียวเพราะความเจ็บป่วยด้วยสีหน้าเวทนา

หว่านอี้ซูชะงักเมื่อเห็นสายตาของบุตรสาว นางรู้สึกว่าวันนี้เด็กหญิงตรงหน้าแปลกไปกว่าทุกวันแต่บอกไม่ถูกว่าแปลกไปอย่างไร

         ฉีเป่าเดินหน้าตึงมาชิดเตียง “ท่านแม่ หม่าเพ่ยเอาข้าวมาส่งแล้วขอรับ แต่เหลือเพียงข้าวเปล่ากับน้ำแกงปลาเหมือนเมื่อวานเลย”

         หม่าเพ่ยที่ฉีเป่าพูดถึงก็คือสาวใช้ประจำตัวป้าสะใภ้ใหญ่ที่ติดตามมาจากจวนสกุลชุย นางจะทำหน้าที่มาสอดส่องความเป็นอยู่ของสามแม่ลูกและกลับไปรายงานป้าสะใภ้ใหญ่ทุกวัน

         “ช่างเถิด มีข้าวกินก็ดีแล้ว เป็นเพราะแม่ไม่ได้ทำงาน ท่านย่ากับท่านป้าสะใภ้ใหญ่จึงไม่ให้อาหารกับพวกเรา” หว่านอี้ซูเอ่ยปลอบใจลูกๆ แล้วก็ไอออกมาสองสามครั้ง

         ฉีชิงอีเดินไปหยิบห่อปลาเผาออกมา เด็กชายรีบวิ่งไปปิดประตูลั่นดาลป้องกันไม่ให้คนอื่นเข้ามาเห็นอาหารที่พี่สาวของตนนำมา

         หว่านซูอี้เดินไปนั่งที่เก้าอี้หยิบถ้วยน้ำแกงปลาและถ้วยข้าวออกจากถาดวางบนโต๊ะ นึกถึงสามีที่เสียชีวิตไปแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ หากเขารู้ว่าภรรยากับบุตรทั้งสองต้องลำบากถึงเพียงนี้เขาคงเสียใจ เงินค่าชดเชยการเสียชีวิตที่สำนักคุ้มภัยนำมามอบให้ มารดาของเขาดึงไปเก็บไว้เองเพราะอ้างว่าจะเก็บเอาไว้ส่งฉีเป่าร่ำเรียนในวันหน้า

         “ชิงชิง เจ้าได้ปลาเผาตัวใหญ่มาเลยหรือ เถ้าแก่เซียวช่างใจดีจริง”

         “อือๆ” เด็กหญิงใช้มีดไม้ไผ่อันเล็กๆ ที่บิดาทำให้มา ปาดเนื้อปลาออกมาเป็นชิ้นเล็กๆ วางบนขอบใบบัว แล้วชี้นิ้วให้น้องชายคีบกิน

         ฉีเป่าคีบปลาชิ้นหนึ่งเข้าปากแล้วร้องออกมา “อร่อยมาก! ไม่ได้กินเนื้อมาหลายวันแล้ว ปลาตัวนี้เนื้อหวานมากเลยขอรับท่านแม่”  

         “ถ้าอร่อยเจ้าก็กินเยอะๆ เถอะ”

         หว่านซูอี้มองบุตรสาวกับบุตรชายด้วยความสงสาร แม้จะยังมีเรือนนอนคุ้มศีรษะ แต่ความเป็นอยู่กลับเป็นไปอย่างยากลำบาก เสื้อผ้าของนางและลูกๆ ทั้งเก่าและมีรอยปะชุนอยู่ประปราย แม้จะมีข้าวกินแต่กับข้าวล้วนเป็นของที่แทบจะไม่เหลือ ฉีเป่าเด็กชายวัยเจ็ดขวบผอมซูบจนดูหัวโต

         ฉีชิงอีมองถ้วยน้ำแกงปลาที่มีเพียงน้ำและถ้วยข้าวเปล่าแล้วรู้สึกโมโหคนสกุลฉี พวกเขามิได้ลำบากยากจนเสียหน่อย แต่กลับทำกับสามแม่ลูกแย่ยิ่งกว่าคนรับใช้   

         ‘เงินชดเชยการตายของลูกชายก็เก็บไปแล้ว ย่าใจโหดยังจะทำให้ลูกเมียเขาลำบากอีก ต่อให้ฉีเต๋อจะเป็นเด็กที่รับเลี้ยงเอาไว้ก็ไม่ควรทำแบบนี้’

         ระหว่างที่กำลังคิดเคืองหญิงชราอยู่นั้นพลันท้องของเด็กหญิงก็ร้องขึ้น หว่านอี้ซูได้ยินก็ร้องทัก

         “ชิงชิง เจ้าก็กินเสียบ้าง หน้าเจ้าซีดเซียวหมดแล้ว”

         ฉีชิงอียิ้มให้กับมารดา มองดูเนื้อปลาที่ถูกคีบมาวางบนข้าวแล้วรีบคีบใส่ปาก ปลาเผาตัวใหญ่ได้มาจากร้านของเถ้าแก่เซียวนับว่ารสชาติดีมากเลยทีเดียว เด็กหญิงผู้นี้ช่างน่าสงสาร ต้องแอบออกไปรับจ้างล้างจานที่ร้านอาหารของเถ้าแก่เซียวที่อยู่ท้ายตลาดเพื่อแลกกับข้าว

         “ชิงชิง เป็นเพราะแม่ป่วยออดๆ แอดๆ เจ้าจึงต้องลำบาก แม่จะพยายามแข็งแรงให้เร็วที่สุดนะ” หว่านอี้ซูยิ้มปลอบลูกสาว

         เด็กหญิงยิ้มไม่ออก อาการของหว่านอี้ซูทรงๆ ทรุดๆ ท่านย่าใจร้ายกับป้าสะใภ้ใหญ่ไม่ยอมจ่ายเงินเพื่อเรียกหมอมาดูอาการ หากเป็นเรื่องของครอบครัวบุตรคนที่สามพวกเขาไม่ยอมให้เงินกระเด็นแม้สักอีแปะ

         ‘ช่างเถอะ รอให้ระบบเปิดก่อน ฉันจะซื้อยาแก้ไอให้ท่านแม่เอง’

**********

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres

commentaires

thanutcha P
thanutcha P
เนื้อเรื่องสนุกน่าติดตามอ่านเพลินมาก รอเล่มที่ 3 อยู่นะคะ
2026-07-23 19:29:54
1
1
P JR
P JR
สนุกค่ะ ดราม่าไม่จัด อ่านเพลิน รออ่านของเพื่อนคนสุดท้ายอยู่นะคะ
2026-07-02 14:35:49
1
0
walanดี
walanดี
ให้กำลังใจไรท์ค่ะ
2026-06-12 09:43:20
1
0
walanดี
walanดี
สนุกดีค่ะน่ารักๆไม่เครียดติดตามไรท์ค่ะ
2026-06-12 09:43:05
1
0
80
บทที่ 1 เด็กหญิงใบ้
‘บ้าจริง! ยังไม่ได้ตั้งตัวเลย ก็ดูดเข้าระบบล่ะ’ ฉีชิงอีมองดูหลังคาเรือนข้างหน้า เด็กหญิงค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง แต่พอเห็นปลายเท้าของตนเองก็ตกใจถึงกับร้องออกมา‘เฮ้ย! ฉันกลายเป็นเด็กเหรอ’ หญิงสาวยกมือที่แบขึ้นตรงหน้าแล้วพลิกไปมา ครั้นมองเห็นเท้าเล็กๆ ของตัวเองก็ถอนหายใจออกมาพลันความทรงจำของเจ้าของร่างก็ถาโถม เด็กหญิงผู้นี้เป็นลูกของสะใภ้เล็กแห่งบ้านสกุลฉี มีชีวิตอยู่อย่างยากลำบาก บิดาเป็นผู้คุ้มภัยที่เดินทางไปกับขบวนคหบดี ระหว่างทางขบวนนั้นถูกโจรปล้น ฉีเต๋อผู้เป็นบิดาของฉีชิงอีตกเขาเสียชีวิต เหลือเพียงป้ายวิญญาณกับเงินชดเชยจำนวนหนึ่งถูกส่งกลับมาปู่ของฉีชิงอีที่เสียชีวิตไปแล้วเคยเป็นเจ้าหน้าที่อยู่ในที่ว่าการอำเภอ ท่านย่าเป็นคนจากครอบครัวเจ้าหน้าที่ศาลจึงพอมีความรู้อยู่บ้าง ลุงใหญ่ของฉีชิงอีนามฉีหนิงจินเป็นขุนนางระดับแปดทำงานอยู่ในที่ว่าการอำเภอ ส่วนลุงรองที่ชื่อฉีเฉิงเป็นเสมียนศาลแทนตำแหน่งของบิดา มีเพียงบิดาของนางที่ไม่ชอบทางบุ๋นหันไปทางบู๊จึงไม่เป็นที่สบอารมณ์ของท่านย่านัก ‘เฮ้อ! จะทะลุมิติทั้งที่ก็ไม่เลือกคนที่มีอาการครบสามสิบสองให้ ดันมาเป็นเด็กใบ้ แถมยังลำบากจนเป็นลมเพราะอด
Read More
บทที่ 2 รักษาท่านแม่
พออาหารเข้าไปในท้องจนเริ่มแน่น จู่ๆ ทุกคนอย่างรอบตัวก็หยุดนิ่ง มารดาค้างอยู่ในท่าถือตะเกียบ ส่วนน้องชายที่กำลังคีบเนื้อปลาเข้าปากก็ตัวแข็งไปเช่นกัน ปิ๊ง! “สวัสดีค่ะ คุณฉี ขอต้อนรับสู่ระบบทะลุมิติพร้อมซุปเปอร์มาร์เก็ต” ฉีชิงอีวางตะเกียบลงบนชาม พยายามอ้าปากส่งเสียงจะพูด แต่ก็มีเพียงเสียงอือๆ อาๆ ออกมา นางคิดอยากจะบ่นที่ระบบมาช้า แต่ลืมไปว่าบัดนี้ตนเองเป็นคนใบ้ ‘หึ! ช้าซะจริง ควรจะมาตั้งแต่ฉันฟื้นแล้ว กลับไปต้องปรับส่วนนี้ซะใหม่’ จอขนาดใหญ่ตรงหน้าเป็นรูปด้านหน้าซุปเปอร์ มาร์เก็ตขนาดใหญ่ที่มีป้ายสีแดง ฉีชิงอียกนิ้วขึ้นกดตรงประตู “ซุปเปอร์มาร์เก็ตเศรษฐียินดีต้อนรับ!”ในระบบซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ ฉีชิงอีโปรแกรมเมอร์สาวของบริษัทดีเอ็มเอรับผิดชอบอยู่ ผู้ที่ทะลุมิติมาในยุคโบราณจะต้องทำยอดขายให้ได้หนึ่งล้านตำลึง จึงจะกลับสู่ยุคปัจจุบันได้ ในตอนเริ่มต้นผู้ใช้ระบบจะได้รับเงินสิบตำลึงเพื่อใช้ในการซื้อสินค้าในซุปเปอร์มาร์เก็ต เงินในระบบจะเพิ่มขึ้นเมื่อผู้ใช้ระบบสร้างความซาบซึ้งให้แก่ผู้อื่น‘ถ้าจะสร้างความซาบซึ้งก็คงต้องเริ่มจากการดูแ
Read More
บทที่ 3 จำใจรับใช้
เช้าวันต่อมา หว่านอี้ซูตื่นนอนด้วยความสดชื่น เมื่อคืนนางหยุดไอแล้ว จึงได้นอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มที่ นางปลุกบุตรสาวและบุตรชายแต่เช้าตรู่ “พวกเจ้าตื่นได้แล้ว แม่จะออกไปโรงครัวนะ ลุกขึ้นทำความสะอาดเรือนแล้วตามไปหาแม่ที่โรงครัวด้วย” หน้าที่ของสะใภ้สามในจวนสกุลฉี ไม่ต่างจากสาวใช้ในโรงครัว นางต้องเข้าครัวไปช่วยเตรียมวัตถุดิบในการทำอาหาร จากนั้นตอนสายก็ไปช่วยคนรับใช้ที่โรงซักผ้า เย็นมาก็เก็บกวาดใบไม้ในสวนด้านหลัง ส่วนฉีชิงอีกับฉีเป่าสองพี่น้องก็ต้องตามไปคอยเป็นลูกมือให้กับมารดา ต่างจากญาติผู้พี่คนอื่นๆ ในจวนที่ได้ไปสำนักศึกษา หว่านอี้ซูพับผ้าห่มเรียบร้อย ล้างหน้าล้างตาเสร็จก็ออกไปทำงาน ไม่อย่างนั้นนางกับลูกจะต้องกินเพียงข้าวเปล่าต่อไป “ชิงชิง! เสี่ยวเป่า! แม่ไปแล้วนะ” นางร้องแล้วปิดประตูเรือนไว้เช่นเดิม สองพี่น้องงัวเงียลุกขึ้น ฉีชิงอีที่มัวแต่นอนวางแผนการใช้ชีวิตในยุคโบราณรู้สึกนอนไม่เต็มตื่น ยกมือสีหูสีตาแล้วมองไปยังน้องชาย “พี่ชิงชิง ท่านพับผ้าห่มที” ฉีเป่าดึงผ้าห่มออกจากตักของตน ฉีชิงอีกับน้องชายห่มผ้าผืนเดี
Read More
บทที่ 4 กดขี่ข่มเหง
หว่านอี้ซูเข้ามาในเรือนเห็นลูกสาวกับลูกชายนั่งอยู่โต๊ะเล็กกลางห้องก็เข้าไปหา “ทำอันใดกันหรือ” “ท่านแม่! มาดื่มนมสิขอรับ พี่ชิงชิงแอบซ่อนเอาไว้ให้เรา” คนเป็นมารดาเลิกคิ้วสูง เอียงศีรษะไปทางบุตรสาวคนโต “ชิงชิง เจ้าไปเอานมนี่มาจากที่ใด” เด็กหญิงยิ้มน้อยๆ ยกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปากเป็นเชิงบอกให้มารดาอย่าส่งเสียงดัง หว่านอี้ซูพลันได้สติ ทรุดตัวลงนั่งใกล้บุตรสาว สีหน้าปริวิตก “นมแพะนี่! มีเฉพาะในเรือนใหญ่ เจ้าคงไม่ได้ขโมยมาหรอกนะ” หว่านอี้ซูตื่นตระหนก ก่อนสามีของนางจะเสียชีวิต ลูกทั้งสองยังได้ดื่มนมแพะอยู่หลายครั้ง แต่บัดนี้ชีวิตของพวกนางสามแม่ลูกไม่เหมือนเดิมแล้ว หว่านอี้ซูรู้ว่าฉีเต๋อสามีของตนเป็นเพียงบุตรบุญธรรมที่สกุลฉีรับเลี้ยงเอาไว้ เมื่อสิ้นสามี นางก็จำต้องก้มหน้ารับชะตา รู้ทั้งรู้ว่ามารดาของสามีไม่มีทางเมตตาลูกของตน แต่นางเป็นหญิงที่แต่งออกจากตระกูลหว่านไปแล้ว ไม่อาจบากหน้า[1]กลับไปสร้างความเดือดร้อนให้ครอบครัวเดิมได้อีก เด็กหญิงส่ายหน้าเร็วๆ จับมือมารดา สองแม่ลูกจ้องตากันอยู่ครู่หนึ่ง สายตาของฉีชิงอีแน่วแน่ตรงไปตรงมา หว่านอี
Read More
บทที่ 5 เริ่มหาเงิน
“ไม่! ข้าสั่งให้ชิงชิงทำ นางก็ต้องทำสิ!” ฮูหยินผู้เฒ่าเห็นสีหน้าไม่พอใจของฉีชิงอีก็รู้สึกทนไม่ได้ นิ้วชี้พลันสั่นระริก หว่านอี้ซูเกรงฮูหยินผู้เฒ่าจะเคืองบุตรสาวตนจึงรีบยกมือขึ้นโอบไหล่ฉีชิงอี “ชิงชิง เจ้าไปทำตามที่ท่านย่าบอกเถิด” “อือๆ” ฉีชิงอีรับคำด้วยดวงตาแวววามเด็กหญิงรับผ้าขี้ริ้วจากมารดาแล้วก้มลงเช็ดพื้น ใช้มือวางบนผ้าขี้ริ้วรวบเอาเศษขนมที่หล่นอยู่พื้นไปทิ้งใส่ในถังไม้ที่อยู่มุมห้อง ฉีกุ้ยหลินมองญาติผู้น้องด้วยสายตาเหยียดๆ ปลายนิ้วชี้ไปใกล้ปลายเท้าของตน “ชิงชิง ตรงนั้นยังเหลือเศษขนมอยู่เลย เจ้าทำให้สะอาดหน่อยสิ” “ข้าเก็บเอง” หว่านอี้ซูเดินเข้าไปคิดจะทำความสะอาดแทนบุตรสาวฉีชิงอีรีบวิ่งไปขวางมารดาไว้ ฉีกุ้ยหลินขยับเท้าเบี่ยงออกเล็กน้อย ปล่อยให้ญาติผู้น้องที่มีฐานะต้อยต่ำในครอบครัวก้มลงเก็บเศษขนมที่เหลืออยู่ ฉีชิงอีเงยหน้าขึ้นเห็นฉีกุ้ยหลินลอบยิ้ม เด็กหญิงก็ส่งสายตาเคืองญาติผู้พี่ด้วยความโมโหอยู่แวบหนึ่ง ในใจนึกจดความแค้นนี้เอาไว้ ‘ฉีกุ้ยหลิน นิสัยของเธอนี่มัน...ตัวร้ายในนิยายชัดๆ คอยดูเถอะ ให้ฉันพาแม่กับน้องออกจากจวนน
Read More
บทที่ 6 โรงหมอเฉียงเจิ้ง
“ได้ๆ เหมาะกับเหลาสุราของข้าพอดี เอาเป็นว่าข้าซื้อเอาไว้ลองขายดูก็แล้วกัน” เถ้าแก่เซียวหันไปดูรอบร้าน “วันนี้ลูกค้ายังไม่เข้าเสียด้วย และลูกค้าก็ไม่ค่อยเยอะ ข้ายังไม่ต้องการแรงงานเพิ่ม ถ้าซื้อมันฝรั่งพวกนี้ของเจ้าเอาไว้ เจ้าก็จะได้มีเงินใช้ ข้าให้เจ้าห้าตำลึงก็แล้วกัน” ฉีชิงอียิ้มรับคำด้วยความยินดี ห้าตำลึงก็ถือว่าเหมาะสม พอได้รับเงินแล้ว เด็กหญิงมุ่งหน้าไปตลาด เป้าหมายของนางคือโรงหมอเฉียงเจิ้ง ผู้ช่วยหมอมองเห็นเด็กหญิงสะพายกระบุงอันเล็กเข้ามายืนอยู่หน้าตรงก็ยิ้มให้ “เจ้าต้องการยาหรือ” เด็กหญิงร้องอือๆ ตอบ ผู้ช่วยหมอขมวดคิ้ว ฉีชิงอีจึงชี้ที่คอของนางและร้องอือๆ ออกมาอีกคราหนึ่ง “เจ้าเป็นใบ้หรือ ช่างน่าสงสารจริง!” ยามนั้นโรงหมอยังไม่มีคนป่วยเข้ามาตรวจรักษา ท่านหมอเจียงผู้เป็นเจ้าของร้านยาสมุนไพรและโรงหมอจึงได้ออกมาเดินตรวจตราความเรียบร้อย ครั้นมองเห็นเด็กหญิงที่ยืนจ้องมายังตนก็เลิกคิ้ว “เด็กน้อย เจ้ามีธุระกับข้ารึ!” “ท่านหมอเจียง เด็กคนนี้เป็นใบ้ขอรับ ข้าไม่รู้ว่านางต้องการสิ่งใด” ฉีชิงอีสบตากับท่านหมอแล้วช
Read More
บทที่ 7 แขกพิเศษ
“ท่านแม่ ข้าหิวแล้วขอรับ” ฉีเป่ากลืนน้ำลายหลายอึกลงคอ กลิ่นของปลานึ่งบ๊วยยากจะต้านทานไหว หว่านอี้ซูเก็บคำพูดกลืนลงคอ นางรู้ว่าบุตรสาวคงต้องลำบากที่ข้างนอกเป็นแน่ หากนางคิดจะขโมยคงยากที่จะได้ปิ่นโตไม้มาในสภาพปกติ “เช่นนั้นไปนำเอาข้าวสวยเมื่อเช้ามาแบ่งกันเถิด” เมื่อมารดาเอ่ยเช่นนั้น ฉีชิงอีจึงเดินไปถือเอาชามไม้ใหญ่ใส่ข้าวสวยออกมา ฉีเป่าหยิบถ้วยและตะเกียบเดินตามหลังพี่สาว มารดาทำหน้าที่ตักข้าวสวยแบ่งใส่ถ้วยให้ “รีบลงมือกันเถิด อย่าให้มีคนเห็นเชียว ปิ่นโตนี่ก็ต้องซ่อนให้มิดชิด หรือจะให้ดี ชิงชิง เจ้าต้องรีบเอากลับไปคืนที่ภัตตาคารให้เร็วที่สุด” “อือๆ” เด็กหญิงร้องรับ ทุกคนลงมือกินอย่างรวดเร็ว ปลายยามเว่ย[1]แล้ว ถ้านับจากเมื่อตอนเช้าที่พวกเขาดื่มนมและกินขนมปังไส้กรอกไปก็สมควรแล้วที่จะหิว ฉีเป่าวางตะเกียบลงก่อนเป็นคนแรก เด็กชายหันไปรินน้ำดื่มแล้วยกมือเล็กๆ ขึ้นลูบท้อง “พี่ชิงชิง ข้าอิ่มมากเลยขอรับ” หว่านอี้ซูเหมือนจะเจริญอาหารมากกว่าทุกวัน นางไม่เพียงแต่กินข้าวจนหมดถ้วยแต่ยังกินปลาหมดไปแถบหนึ่ง “อืม...อ
Read More
บทที่ 8 คุณชายหนิง
“อืม! อร่อยมาก ข้าไม่เคยเห็นขนมชนิดนี้ แต่เดี๋ยวนะ...รสชาติแบบนี้ข้าไม่เคยกินเลย ทำมาจากสิ่งใดกัน คงมิใช่...พวกพืชหัวหรอกนะ” ฉีชิงอีพยักหน้ารับ ทว่าหลงจู๊กลับทำหน้าเหยเก เมื่อนึกถึงคราหนึ่งที่เขาเคยเผลอกัดมันสำปะหลังเข้าไป ต้องอาเจียนออกมาแทบหมดไส้หมดพุง “มันสำปะหลังรึ!” หลงจู๊ตื่นตกใจ ละแวกตำบลที่เขาอาศัยอยู่ เคยมีคนกินมันสำปะหลังเข้าไปในช่วงภัยพิบัติจนต้องเสียชีวิตมาแล้ว เด็กหญิงโบกมือวุ่นวาย นางลืมนึกไปว่ายุคนี้มันฝรั่ง[1]ยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลาย ในช่วงศตวรรษที่สิบหกพ่อค้าชาวดัตช์นำมันฝรั่งเข้ามายังแผ่นดินใหญ่ แต่อาจจะเพาะปลูกกันเฉพาะในเมืองหลวงทว่านางย้อนกลับมาในยุคโบราณกว่านั้น ยังไม่มีผู้ใดในแผ่นดินนี้เคยเห็นมันฝรั่งอย่างแน่นอน ‘ถ้าตอนนี้มันฝรั่งยังไม่ถูกนำเข้ามา แล้วเถ้าแก่เซียวรู้จักมันฝรั่งได้ไงกัน’ ฉีชิงอีพลันนึกสงสัย “ถ้าอย่างนั้น ขนมของเจ้าทำมาจากสิ่งใด หากเจ้าบอกไม่ได้ ข้าก็ไม่กล้าเอาไว้ขายหรอก ต่อให้มันจะอร่อยมากก็เถอะ” ฉีชิงอีมองไปยังแท่นฝนหมึก นางชี้ไปที่พู่กันและกระดาษ หลงจู๊จึงเลื่อนแท่นเครื่องเขียนหม
Read More
บทที่ 9 ความหวังของชุยหง
“คุณชายมองหาผู้ใดหรือขอรับ” เตียเชียงบ่าวรับใช้คนสนิทของหนิงหลวนเคอมองตามสายตาของนายน้อย เด็กหนุ่มกวาดตามองคนสกุลฉีที่ยืนเรียงแถวอยู่ทว่ากลับต้องผิดหวังที่ไม่เห็นเด็กหญิงผู้นั้น เขากระซิบตอบเตียเชียงเบาๆ“เด็กผู้หญิงที่เข้าไปในภัตตาคารเทียนเต่อน่ะสิ ข้าเห็นกับตาว่านางมุดเข้ามาในรั้วจวนสกุลฉี”บ่าวรับใช้ทำตาโต เขาจำเด็กหญิงผู้นั้นได้ ไม่คิดเลยว่าคุณชายจะติดใจจนตามหา “บางที นางอาจจะเป็นลูกของคนรับใช้ในจวนก็ได้นะขอรับ”“อืม...อาจเป็นเช่นนั้น” หนุ่มน้อยรับคำเบาๆชุยหงกระวีกระวาดแนะนำบุตรชายกับบุตรสาวให้ หนิงหลวนเคอได้รู้จัก “คุณชายเจ้าค่ะ นี่คือบุตรชายคนโตของข้า ฉีฟู่ และนั่นก็คือบุตรสาวคนเล็ก ฉีกุ้ยหลิน”คุณชายรูปงามพยักหน้ารับ สายตาของชุยหงกับฉีกุ้ยหลินแสดงความกระตือรือร้นจนออกนอกหน้า หนิงหลวนเคอพอเห็นเจตนาของสองแม่ลูกก็แทบจะถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่าย นายอำเภอหนิงเหลือบมองบุตรชายแล้วเบือนหน้าไปทางฮูหยินผู้เฒ่า “วันนี้รบกวนสกุลฉีมากแล้ว ข้าขอตัวกลับก่อน” “ใต้เท้าหนิงอย่ากล่าวหนักเช่นนั้น หวังว่าโอกาสหน้าท่านจะให้เกียรติกลับมาเยือนจวนสกุลฉีอีก” ฮูหยิน
Read More
บทที่ 10 ของใช้ประหลาด
ฉีชิงอีมองดูจานอาหารที่เรียงรายอยู่ตรงหน้าถึงกับตกตะลึงตาค้าง เงยหน้าขึ้นมองมารดา “ทำไมหรือ เจ้าลืมไปแล้วหรือไรว่าแม่เป็นบุตรสาวของพ่อครัวในภัตตาคาร” เด็กหญิงทบทวนความจำอยู่ครู่หนึ่ง จึงพบว่าท่านตาของตนเคยเป็นพ่อครัวใหญ่ในภัตตาคารแห่งหนึ่งในเมืองหลวง ภายหลังกลับไปตั้งร้านอาหารเล็กๆ ในตำบลต้าเจียง “อืม...” เด็กหญิงร้องออกมาเบาๆ ในใจนึกลิงโลด หากว่าหว่านอี้ซูทำอาหารเก่งเช่นนี้ หากแยกบ้านออกจากสกุลฉีก็ไม่ลำบากแล้ว หว่านอี้ซูกับฉีชิงอีช่วยกันลำเลียงอาหารไปตั้งโต๊ะ หม่าเพ่ยเตรียมถ้วยและตะเกียบเอาไว้พร้อมแล้ว ฉีชิงอีนึกขุ่นเคืองที่สาวใช้บ้านใหญ่และบ้านรองพากันเพิกเฉย ปล่อยให้นางกับมารดาต้องทำอาหารอยู่ในครัวเพียงลำพัง “เสร็จแล้วพวกเจ้าก็กลับไปเถิด” ฮูหยินผู้เฒ่าโบกมือไล่ ไม่อยากจะเห็นสะใภ้ต่ำต้อยกับหลานๆ นอกสายเลือดอยู่เกะกะสายตา “เจ้าค่ะ ท่านแม่” หว่านอี้ซูคำนับแล้วพาลูกๆ ออกจากห้องโถงมา ฉีชิงอีรู้สึกถึงความรังเกียจเดียดฉันท์ที่ฮูหยินผู้เฒ่ามีต่อครอบครัวของตนได้อย่างชัดเจน ครอบครัวของลุงใหญ่และลุงรองล้วนพร้อมหน้าที่โต๊ะ
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status