LOGINฉีชิงอีโปรแกรมเมอร์หญิงทะลุมิติเข้าไปทดสอบระบบซุปเปอร์มาร์เก็ตในยุคโบราณ เธอเข้าไปอยู่ในร่างสาวน้อยวัยสิบขวบที่เป็นใบ้ บิดาตาย ต่อมาสามแม่ลูกถูกไล่ออกจากจวนสกุลฉี ทำให้ฉีชิงอีต้องใช้ระบบเพื่อทำให้ครอบครัวของตนพ้นจากความยากลำบาก
View More‘บ้าจริง! ยังไม่ได้ตั้งตัวเลย ก็ดูดเข้าระบบล่ะ’
ฉีชิงอีมองดูหลังคาเรือนข้างหน้า เด็กหญิงค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง แต่พอเห็นปลายเท้าของตนเองก็ตกใจถึงกับร้องออกมา
‘เฮ้ย! ฉันกลายเป็นเด็กเหรอ’
หญิงสาวยกมือที่แบขึ้นตรงหน้าแล้วพลิกไปมา ครั้นมองเห็นเท้าเล็กๆ ของตัวเองก็ถอนหายใจออกมา
พลันความทรงจำของเจ้าของร่างก็ถาโถม เด็กหญิงผู้นี้เป็นลูกของสะใภ้เล็กแห่งบ้านสกุลฉี มีชีวิตอยู่อย่างยากลำบาก บิดาเป็นผู้คุ้มภัยที่เดินทางไปกับขบวนคหบดี ระหว่างทางขบวนนั้นถูกโจรปล้น ฉีเต๋อผู้เป็นบิดาของฉีชิงอีตกเขาเสียชีวิต เหลือเพียงป้ายวิญญาณกับเงินชดเชยจำนวนหนึ่งถูกส่งกลับมา
ปู่ของฉีชิงอีที่เสียชีวิตไปแล้วเคยเป็นเจ้าหน้าที่อยู่ในที่ว่าการอำเภอ ท่านย่าเป็นคนจากครอบครัวเจ้าหน้าที่ศาลจึงพอมีความรู้อยู่บ้าง ลุงใหญ่ของฉีชิงอีนามฉีหนิงจินเป็นขุนนางระดับแปดทำงานอยู่ในที่ว่าการอำเภอ ส่วนลุงรองที่ชื่อฉีเฉิงเป็นเสมียนศาลแทนตำแหน่งของบิดา มีเพียงบิดาของนางที่ไม่ชอบทางบุ๋นหันไปทางบู๊จึงไม่เป็นที่สบอารมณ์ของท่านย่านัก
‘เฮ้อ! จะทะลุมิติทั้งที่ก็ไม่เลือกคนที่มีอาการครบสามสิบสองให้ ดันมาเป็นเด็กใบ้ แถมยังลำบากจนเป็นลมเพราะอดข้าว’
เด็กหญิงเหลือบไปเห็นห่อใบบัวที่หล่นอยู่ไม่ไกล นางจำได้ว่าตนเองเพิ่งมุดกลับเข้ามาทางช่องสุนัขลอดข้างกำแพงเพื่อเอาปลาเผากลับมาให้มารดากับน้องชายกิน
ฉีชิงอีคว้าเอาห่อใบบัวแล้วลุกขึ้นตรงไปยังเรือนเล็กหลังจวน พอผลักประตูเข้าไปในเรือน ฉีเป่าน้องชายของนางกำลังนั่งเฝ้ามารดาอยู่ข้างเตียง ได้ยินเสียงเปิดประตูก็หันขวับมามอง ครั้นเห็นว่าเป็นพี่สาวก็ลุกขึ้นยิ้มให้
“พี่ชิงชิง ข้าหิวจัง”
“อือๆ” เด็กหญิงยิ้มให้เขาอย่างกระตือรือร้นแล้ววางห่อใบบัวลงบนโต๊ะ
“พี่ได้ของกินมาอีกแล้วหรือ” เด็กชายทำตาโต
เด็กหญิงพยักหน้าหงึกหงัก ปีนี้นางอายุเก้าขวบแล้ว มากกว่าฉีเป่าสองปี ในเมื่อท่านย่าให้เพียงข้าวสวยคนละครึ่งถ้วยกับอาหารเหลือจากโต๊ะอาหารมื้อเช้าและมื้อเย็น ฉีชิงอีก็ต้องแอบออกจากจวนออกไปหาอาหารจากภายนอกมาให้มารดากับน้องชายกิน
ฉีเป่ามองดูห่อใบบัวที่คลี่ออก ดวงตาของเด็กชายเบิกกว้าง “ปลาเผา!”
“จุ๊ๆ” พี่สาวยกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปาก ห้ามมิให้น้องชายส่งเสียงดัง
“อ้อๆ ข้าจะไม่เสียงดัง พี่รีบเอาไปซ่อนก่อนเถอะ เดี๋ยวสาวใช้จะมาส่งข้าวแล้ว”
ฉีชิงอีรีบห่อปลาเผาแล้วเอาไปซ่อนที่ตะกร้าเล็กมีฝาปิดอยู่ริมห้อง ไม่นานนักก็มีเสียงฝีเท้าก็คนผู้หนึ่งดังใกล้เข้ามา
“ข้าวมาแล้ว เหลือแค่นี้ล่ะ” สาวใช้หน้าบึ้งกระแทกถาดลงบนโต๊ะกลางห้องโถงของเรือนเล็ก “กินแล้วก็ล้างให้เรียบร้อยด้วยเล่า แล้วข้าจะมาเก็บ”
เด็กชายกับเด็กหญิงพยักหน้ารับ สาวใช้ผู้นั้นร้องหึขึ้นคำหนึ่งแล้วสะบัดหน้าหนีไป
ร่างของสตรีที่นอนหันหลังอยู่บนเตียงค่อยๆ ผินหน้ากลับมา “ชิงชิง เจ้ากลับมาแล้วหรือ”
ฉีชิงอีเดินเข้าไปชิดเตียง ยิ้มน้อยๆ แล้วร้องอือๆ มองมารดาที่ใบหน้าซีดเซียวเพราะความเจ็บป่วยด้วยสีหน้าเวทนา
หว่านอี้ซูชะงักเมื่อเห็นสายตาของบุตรสาว นางรู้สึกว่าวันนี้เด็กหญิงตรงหน้าแปลกไปกว่าทุกวันแต่บอกไม่ถูกว่าแปลกไปอย่างไร
ฉีเป่าเดินหน้าตึงมาชิดเตียง “ท่านแม่ หม่าเพ่ยเอาข้าวมาส่งแล้วขอรับ แต่เหลือเพียงข้าวเปล่ากับน้ำแกงปลาเหมือนเมื่อวานเลย”
หม่าเพ่ยที่ฉีเป่าพูดถึงก็คือสาวใช้ประจำตัวป้าสะใภ้ใหญ่ที่ติดตามมาจากจวนสกุลชุย นางจะทำหน้าที่มาสอดส่องความเป็นอยู่ของสามแม่ลูกและกลับไปรายงานป้าสะใภ้ใหญ่ทุกวัน
“ช่างเถิด มีข้าวกินก็ดีแล้ว เป็นเพราะแม่ไม่ได้ทำงาน ท่านย่ากับท่านป้าสะใภ้ใหญ่จึงไม่ให้อาหารกับพวกเรา” หว่านอี้ซูเอ่ยปลอบใจลูกๆ แล้วก็ไอออกมาสองสามครั้ง
ฉีชิงอีเดินไปหยิบห่อปลาเผาออกมา เด็กชายรีบวิ่งไปปิดประตูลั่นดาลป้องกันไม่ให้คนอื่นเข้ามาเห็นอาหารที่พี่สาวของตนนำมา
หว่านซูอี้เดินไปนั่งที่เก้าอี้หยิบถ้วยน้ำแกงปลาและถ้วยข้าวออกจากถาดวางบนโต๊ะ นึกถึงสามีที่เสียชีวิตไปแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ หากเขารู้ว่าภรรยากับบุตรทั้งสองต้องลำบากถึงเพียงนี้เขาคงเสียใจ เงินค่าชดเชยการเสียชีวิตที่สำนักคุ้มภัยนำมามอบให้ มารดาของเขาดึงไปเก็บไว้เองเพราะอ้างว่าจะเก็บเอาไว้ส่งฉีเป่าร่ำเรียนในวันหน้า
“ชิงชิง เจ้าได้ปลาเผาตัวใหญ่มาเลยหรือ เถ้าแก่เซียวช่างใจดีจริง”
“อือๆ” เด็กหญิงใช้มีดไม้ไผ่อันเล็กๆ ที่บิดาทำให้มา ปาดเนื้อปลาออกมาเป็นชิ้นเล็กๆ วางบนขอบใบบัว แล้วชี้นิ้วให้น้องชายคีบกิน
ฉีเป่าคีบปลาชิ้นหนึ่งเข้าปากแล้วร้องออกมา “อร่อยมาก! ไม่ได้กินเนื้อมาหลายวันแล้ว ปลาตัวนี้เนื้อหวานมากเลยขอรับท่านแม่”
“ถ้าอร่อยเจ้าก็กินเยอะๆ เถอะ”
หว่านซูอี้มองบุตรสาวกับบุตรชายด้วยความสงสาร แม้จะยังมีเรือนนอนคุ้มศีรษะ แต่ความเป็นอยู่กลับเป็นไปอย่างยากลำบาก เสื้อผ้าของนางและลูกๆ ทั้งเก่าและมีรอยปะชุนอยู่ประปราย แม้จะมีข้าวกินแต่กับข้าวล้วนเป็นของที่แทบจะไม่เหลือ ฉีเป่าเด็กชายวัยเจ็ดขวบผอมซูบจนดูหัวโต
ฉีชิงอีมองถ้วยน้ำแกงปลาที่มีเพียงน้ำและถ้วยข้าวเปล่าแล้วรู้สึกโมโหคนสกุลฉี พวกเขามิได้ลำบากยากจนเสียหน่อย แต่กลับทำกับสามแม่ลูกแย่ยิ่งกว่าคนรับใช้
‘เงินชดเชยการตายของลูกชายก็เก็บไปแล้ว ย่าใจโหดยังจะทำให้ลูกเมียเขาลำบากอีก ต่อให้ฉีเต๋อจะเป็นเด็กที่รับเลี้ยงเอาไว้ก็ไม่ควรทำแบบนี้’
ระหว่างที่กำลังคิดเคืองหญิงชราอยู่นั้นพลันท้องของเด็กหญิงก็ร้องขึ้น หว่านอี้ซูได้ยินก็ร้องทัก
“ชิงชิง เจ้าก็กินเสียบ้าง หน้าเจ้าซีดเซียวหมดแล้ว”
ฉีชิงอียิ้มให้กับมารดา มองดูเนื้อปลาที่ถูกคีบมาวางบนข้าวแล้วรีบคีบใส่ปาก ปลาเผาตัวใหญ่ได้มาจากร้านของเถ้าแก่เซียวนับว่ารสชาติดีมากเลยทีเดียว เด็กหญิงผู้นี้ช่างน่าสงสาร ต้องแอบออกไปรับจ้างล้างจานที่ร้านอาหารของเถ้าแก่เซียวที่อยู่ท้ายตลาดเพื่อแลกกับข้าว
“ชิงชิง เป็นเพราะแม่ป่วยออดๆ แอดๆ เจ้าจึงต้องลำบาก แม่จะพยายามแข็งแรงให้เร็วที่สุดนะ” หว่านอี้ซูยิ้มปลอบลูกสาว
เด็กหญิงยิ้มไม่ออก อาการของหว่านอี้ซูทรงๆ ทรุดๆ ท่านย่าใจร้ายกับป้าสะใภ้ใหญ่ไม่ยอมจ่ายเงินเพื่อเรียกหมอมาดูอาการ หากเป็นเรื่องของครอบครัวบุตรคนที่สามพวกเขาไม่ยอมให้เงินกระเด็นแม้สักอีแปะ
‘ช่างเถอะ รอให้ระบบเปิดก่อน ฉันจะซื้อยาแก้ไอให้ท่านแม่เอง’
**********
เฉินลี่น่าเดินสวนกับหนุ่มหล่อร่างสูงโปร่งที่หน้าร้านกาแฟก็ถึงกับตาเหลือกเดินเอียงข้างเข้าไปหาฉีชิง กัดฟันพูดเบาๆ “ชิงชิง! เธอเห็นผู้ชายคนนั้นไหม หล่อ...มว๊าก...” เฉินลี่น่าลากคำพูดท้ายยาว “อืม เห็นแล้ว” “เดี๋ยวนะ! สีหน้าเหมือนไม่แคร์นี่ แกล้งทำใช่ไหม” เฉิน ลี่น่าชี้หน้าฉีชิง ฉีชิงอมยิ้ม “ไม่เลย...แคร์สิ! หล่อขนาดนี้ หาเจอได้ง่ายๆ ที่ไหน” พูดจบสายตาของหล่อนก็เหลือบมองโทรศัพท์มือถือ “เอ๊ะ! อย่าบอกนะว่าเธอได้วีแชทเขามาแล้ว” “อืม...เขาก็คือ หนิงหลวนเคอตัวจริง” คำพูดของฉีชิงทำให้เฉินลี่น่าทำหน้าเหมือนตัวตลก สองตาเบิกโพลงและฉีกยิ้มกว้าง “ชิงชิง ฉันว่าฉันจะต้องรีบไปเร่งหัวหน้าแผนกให้ฉันเข้าไปทดสอบระบบบ้างแล้ว” “คิวของเธออีกสามเดือนไม่ใช่เหรอ” “ฉันว่า...เปลี่ยนเป็นสัปดาห์หน้าจะดีกว่า” เฉินลี่น่ายิ้มเจ้าเล่ห์ ฉีชิงมองเงินโบนัสหนึ่งล้านหยวนในบัญชีกองทุนแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ คิดไม่ถึงว่าการเข้าไปทดสอบระบบทะลุมิติจะได้รับโบนัสมากขนาดนี้ ‘กองทุนนี้ทำกำไรปีละแปดเปอร์เซ็นต์ รอให้มีมากพอจะซื้อบ้านเงิน
“ตอนบ่ายก็พักซะ พรุ่งนี้ค่อยส่งรายงานการทดลองระบบส่งมาให้ฉันก็แล้วกันนะ” หัวหน้าแผนกของหล่อนยิ้มน้อยๆ ก็กลับออกไป ฉีชิงอีคิดถึงเมื่อเช้าที่ตนเข้าไปในแคปซูลนี้ ทั้งๆ ที่เพิ่งเกิดขึ้นเพียงสองชั่วโมงแท้ๆ เหมือนยาวไกลเพราะทำให้หล่อนเข้าไปในอยู่ในยุคโบราณเกือบปี แคปซูลของผู้ที่ชนะเกมแล้วและแสดงเจตจำนงของออกจากระบบจะไหลลงมาจากคอนโดแคปซูลที่อยู่ซ้อนด้านหลังนับร้อยแคปซูล ในระหว่างที่ฉีชิงเข้าไปอยู่ในระบบซุปเปอร์มาร์เก็ตก็มีคนอีกมากมายที่เข้าไปทะลุมิติด้วยการใช้ระบบที่แตกต่างกัน และเข้าสู่คนละยุคกัน คงมีเพียงความบังเอิญเท่านั้นที่ทำให้หล่อนกับ หนิงหลวนเคอเข้าไปในยุคเดียวกัน พอฉีชิงกำลังจะเดินออกจากประตูบริษัท หญิงสาวสองคนก็วิ่งเข้ามาหา “เธอกลับมาแล้วเหรอ ชิงชิง เป็นไงบ้าง” เฉินลี่น่า[1]ร้องทัก ฉีชิงหันไปเห็นเพื่อนโปรแกรมเมอร์ก็ยิ้มให้ “ยังมึนอยู่นิดหน่อย แต่ดีที่แคปซูลนอนสบาย” เฉินลี่น่าคล้องแขนข้างหนึ่งของฉีชิง ส่วนอีกข้างเป็นฉินเสี่ยวโหรว[2] โปรแกรมเมอร์หญิงผู้ดูแลระบบล้านตำลึงที่เคยทะลุมิติไปก่อน
หนิงหลวนเคอได้ยินว่าคะแนนในระบบของมู่ชิงอีใกล้จะครบล้านตำลึงก็หน้าเสีย “คุณจะทิ้งผมไว้แบบนี้ไม่ได้นะ ในยุคนี้มีเราอยู่สองคน คุณรอผมหน่อยไม่ได้เหรอ” “คะแนนของคุณน่าจะอีกไกลเลย ฉันว่าให้ฉันกลับไปก่อนเถอะ” “ไกลที่ไหนกัน ตอนนี้คะแนนผมเจ็ดแสนกว่าแล้ว” “หืม! คุณมาแป๊บเดียวทำไมคะแนนเยอะนัก” “คุณไม่รู้อะไร วิตามินที่ผมเอาไปขายให้คนเฒ่าคนแก่พวกนั้น นอกจากจะได้ราคาดีแล้ว ยังได้คะแนนความซาบซึ้งอย่างมากด้วย” “เอาเปรียบจัง! ฉันค้าขายจนหัวเป็นเกลียว ยากลำบากแทบตาย แต่คุณแค่ขายวิตามินก็ได้ทั้งเงินทั้งคะแนนความซาบซึ้ง” “เขาเรียกคนฉลาดต่างหาก คุณไม่รู้เหรอ คนที่รวยแล้ว มักจะต้องการให้ตนเองอายุยืน” เด็กหญิงนิ่งฟัง “ถ้าฉันอยู่ฉันจะได้ประโยชน์อะไรล่ะ” “เอางี้ ผมจ้างคุณหมื่นหยวน ถ้าคุณอยู่เป็นเพื่อนผมที่นี่ กลับออกไปผมจะจ่ายคุณหมื่นหยวนดีไหม” “หมื่นหยวน! เอาสิ! คุณสัญญาแล้วนะ ห้ามผิดคำพูดเด็ดขาด” “คุณกลัวด้วยเหรอ ผมเป็นลูกค้าบริษัทคุณอยู่แล้ว กลับออกไปก็ไปตามทวงผมได้” “ตกลง! ฉันจะอยู่เป็นเพื่อนคุณที
“คราวนี้ฉันตั้งใจจะไปทำการค้าในเมืองหลวง อยากให้ครอบครัวมู่กับหว่านมีกิจการใหญ่จะได้ไม่ต้องห่วงพวกเขาหลังจากฉันกลับไปแล้ว” “อืม...ผมเองก็ควรทำเอาไว้เหมือนกัน เพราะท่านนายอำเภอต้องดูแลชาวบ้าน เขาเสียสละและอุทิศตน ทว่าเบี้ยหวัดที่ทางการให้ น้อยเหลือเกิน หากผมทำให้เขามีเงินทองมากๆ วันหน้ามีเหตุใดเกิดกับชาวบ้าน เขาก็จะมีเงินทองคอยช่วยเหลือคน” “อืม จริงของคุณ” “อันที่จริง ผมยังไม่ได้เล่าให้คุณฟังว่า ในเมืองต้าซานผมแอบทำกิจการเอาไว้แล้ว” “กิจการอะไรเหรอ” มู่ชิงอีเอียงคอด้วยความสงสัย “โรงเตี๊ยมสี่ฤดู” “เอ๋! ฉันได้ยินว่าโรงเตี๊ยมนั่นมีถึงสองแห่งแล้วไม่ใช่เหรอ คุณไปเอาเงินที่ไหนมาทำ” หนิงหลวนเคอยิ้มน้อยๆ “ผมสารภาพก็ได้ ผมกดเอาวิตามินออกไปขายให้พวกเศรษฐีสูงวัยในอำเภอ ได้ราคาดีมากเลยล่ะ เก็บเงินไม่นานก็พอจะซื้อโรงเตี๊ยมเก่ามาได้ จากนั้นก็ใช้ความรู้ที่ร่ำเรียนมารีโนเวท[1]ที่นั่นใหม่ กลายเป็นโรงเตี๊ยมสี่ฤดูสาขาแรก จากนั้นก็สะสมเงินอีกครั้งและเปิดสาขาสอง ผมเข้าเมืองหลวงครั้งนี้ก็วางแผนจะเปิดสาขาสามและสาขาสี่” มู่ชิงอีฟ
หว่านอี้ซูเข้ามาในเรือนเห็นลูกสาวกับลูกชายนั่งอยู่โต๊ะเล็กกลางห้องก็เข้าไปหา “ทำอันใดกันหรือ” “ท่านแม่! มาดื่มนมสิขอรับ พี่ชิงชิงแอบซ่อนเอาไว้ให้เรา” คนเป็นมารดาเลิกคิ้วสูง เอียงศีรษะไปทางบุตรสาวคนโต “ชิงชิง เจ้าไปเอานมนี่มาจากที่ใด” เด็กหญิงยิ้มน้อยๆ ยกนิ้วขึ้นแ
เช้าวันต่อมา หว่านอี้ซูตื่นนอนด้วยความสดชื่น เมื่อคืนนางหยุดไอแล้ว จึงได้นอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มที่ นางปลุกบุตรสาวและบุตรชายแต่เช้าตรู่ “พวกเจ้าตื่นได้แล้ว แม่จะออกไปโรงครัวนะ ลุกขึ้นทำความสะอาดเรือนแล้วตามไปหาแม่ที่โรงครัวด้วย” หน้าที่ของสะใภ้สามในจวนสกุลฉี ไม่ต่างจากสาว
พออาหารเข้าไปในท้องจนเริ่มแน่น จู่ๆ ทุกคนอย่างรอบตัวก็หยุดนิ่ง มารดาค้างอยู่ในท่าถือตะเกียบ ส่วนน้องชายที่กำลังคีบเนื้อปลาเข้าปากก็ตัวแข็งไปเช่นกัน ปิ๊ง! “สวัสดีค่ะ คุณฉี ขอต้อนรับสู่ระบบทะลุมิติพร้อมซุปเปอร์มาร์เก็ต” ฉีชิงอีวางตะเกียบลงบนชาม พยายามอ้าปากส่งเสียง
‘บ้าจริง! ยังไม่ได้ตั้งตัวเลย ก็ดูดเข้าระบบล่ะ’ ฉีชิงอีมองดูหลังคาเรือนข้างหน้า เด็กหญิงค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง แต่พอเห็นปลายเท้าของตนเองก็ตกใจถึงกับร้องออกมา‘เฮ้ย! ฉันกลายเป็นเด็กเหรอ’ หญิงสาวยกมือที่แบขึ้นตรงหน้าแล้วพลิกไปมา ครั้นมองเห็นเท้าเล็กๆ ของตัวเองก็ถอนหายใจออกมาพลันความทรงจำของเจ้าของร่างก












reviews