เข้าสู่ระบบ“เราอาจจะต้องย้ายออกจากที่นี่ค่ะยาย” ลิปการ์พูดกับยายเบาๆ
“อะไรนะ เอ๋ยบอกว่าเราจะย้ายออกจากที่นี่มีเรื่องอะไรเหรอลูก” นางน้อมถามหลานสาวด้วยความตกใจหากย้ายออกจากบ้านหลังนี้แล้วพวกเธอจะไปอยู่ที่ไหนเพราะตั้งแต่แต่งงานกับสามีก็มาทำงานที่บ้านนี้สี่สิบกว่าปีญาติพี่น้องก็อยู่คนที่คนละทางที่ดินสักผืนก็ยังไม่มี
“คุณชาเอาบ้านหลังนี้พร้อมที่ดินผืนนี้ไปจำนองกับธนาคารแล้วไม่ยอมส่งเงินต้นเงินดอกและทางธนาคารก็ให้เวลาสองเดือนหาเงินไปจ่ายดอกจ่ายต้นไม่งั้นจะถูกยึดค่ะ”
“อกอีน้อมจะแตก ทำไมมันเลวแบบนี้นะแล้วคุณมนว่ายังไงลูก” นางน้อมถึงกับหมดแรงจนทัพพีร่วงจากมือเสียงดังเมื่อได้ยินหลานสาวพูดแม้เธอจะทำใจเรื่องลูกสาวที่ทะเยอทะยานคิดว่าชาคริตจะรักจริงแต่สุดท้ายก็ถูกทิ้งทำให้ลูกกพร้าพ่อทั้งที่พ่อยังมีชีวิตอยู่และเธอก็ปล่อยวางไปแล้ว แต่สำหรับชาคริตเธอก็เจ็บแค้นแทนหลานสาวที่พ่อไม่ยอมรับไม่มาเหลียวแลแม้แต่หางตา
“ยายไม่ต้องห่วงนะคะ เดี๋ยวเอ๋ยจะหาที่อยู่ใหม่สำหรับพวกเราเป็นห่วงแต่ครอบครัวของลุงสมกับลุงดำไม่รู้จะทำยังไงค่ะ” ลิปการ์พูดอย่างหนักใจเพราะเงินจำนวนสามสิบกว่าล้านเธอไม่มีปัญญาหามาใช้คืนแน่นอนเพราะทุกวันนี้เธอทำงานกินเงินเดือนก็พอค่าใช้จ่ายบ้านและคุณย่ายังมีเงินทุนสำรองที่กันไว้สำหรับทำสวนและมีเงินเก็บอีกจำนวนหนึ่งและอีกส่วนจากประกันชีวิตของคุณปู่ที่เก็บไว้เป็นสำหรับฉุกเฉินและยังมีที่ดินที่จังหวัดเชียงใหม่อีกสองแปลงที่พ่อของเธอไม่รู้ก็พอทำให้ทุกคนไม่ลำบากเพราะย่าเป็นคนรอบคอบท่านจัดสรรเงินทองไว้เป็นระเบียบหากไม่จำเป็นเธอก็ไม่เอาออกมาใช้เพราะท่านให้เธอเป็นคนเก็บทุกอย่างไว้
“เอ๋ยเอ้ย ลำบากหลานยายแล้วลูก” นางน้อมพูดกับหลานสาวแล้วโอบกอดลูบหลังเบาๆ
“เอ๋ยไม่เป็นไรไปคะ ย่าตายายเลี้ยงดูเอ๋ยมาจนโตก็ลำบากไม่น้อยเอ๋ยจะไม่ทำให้ย่าตายายลำบากค่ะ” ย่าตายายช่วยกันเลี้ยงเธอมาจนโตท่านก็ลำบากมามากแล้วเธอจะไม่ทำให้พวกท่านลำบากเช่นกัน
“เอ๋ยเป็นเด็กดีกตัญญูรู้คุณแบบนี้ยายก็ชื่นใจแล้วลูก ไปเปลี่ยนชุดเถอะเดี๋ยวจะได้มากินข้าว” นางน้อมบอกหลานสาวที่เธอรักมากกว่าลูกสาวเสียด้วยซ้ำและลูกสาวของเธอมันเลือกผัวผิดแล้วยังชิงจากไปก่อนทิ้งลูกเล็กไว้ให้เธอกับสามีและปู่ย่าเลี้ยงโดยที่พ่อไม่สนใจและไม่คิดว่าเป็นลูก
“เดี๋ยวเอ๋ยมานะคะยาย จุ๊บ” ลิปการ์พูดจบก็หอมแก้มยายก่อนจะเดินเข้าในบ้านหลังใหญ่ที่เมื่อตอนปู่มีชีวิตอยู่สวยงามและมีผู้คนเข้าออกตลอดเวลาแต่พอปู่หมดอำนาจบารมีผู้คนก็ห่างหายไปนานๆถึงจะมีคนที่ยังเคารพแวะมาเยี่ยมเยียนแต่พอปู่เสียทุกอย่างก็เงียบหายไปตามกาลเวลาทำให้ที่นี่เงียบเหงาเหลือแค่สี่คนในบ้านและคนงานอีกสองครอบครัวที่เธอหนักใจไม่รู้ว่าจะช่วยเหลือยังไง
“เฮ้อ เวรกรรมอะไรของหลานฉันนะ” นางน้อมมองตามหลังหลานสาวแล้วถอนหายใจ
เวลา 18.30น.
สมาชิกในบ้านทั้งสี่คนก็มานั่งทานอาหารเย็นด้วยกันโดยไม่มีเจ้านายลูกน้องแต่เป็นคนในครอบครัวเดียวกันที่เหลืออยู่และดูแลกันมานาน
“นายยนต์กับแม่น้อมรู้เรื่องบ้านของเราติดจำนองแล้วใช่มั้ย” คุณสิรามนพูดขึ้นหลังจากทานอาหารเย็นอิ่มแล้วเพื่อหารือกันว่าจะทำยังไงกันต่อไป
“ค่ะ/ครับคุณมน”
“ฉันไม่คิดว่าจะมาเสียบ้านตอนแก่แบบนี้ ฉันไม่น่าเชื่อตาชาเลยทั้งที่ฉันตั้งใจเก็บบ้านและที่ดินผืนนี้ให้แม่เอ๋ยแต่สุดท้ายฉันก็ยังเห็นแก่ตัวให้ลูกชายไป ฉันเป็นย่าที่แย่จริงๆ”คุณสิรามนว่าตัวเองแต่ยังไงเธอก็ตัดลูกไม่ได้
“คุณย่าอย่าพูดแบบนี้สิคะ ที่ผ่านมาคุณย่าดูแลเอ๋ยมาเป็นอย่างดีส่วนของพวกนี้มันเป็นของนอกกายอย่าไปยึดติดกับมันนะคะ และเงินมากมายขนาดนั้นมันเกินกำลังที่เราจะยื้อไว้ค่ะ” เธอไม่ได้ยึดติดทรัพย์สินที่ไม่ใช่ของตัวเองแค่ปู่ย่าเลี้ยงดูให้การศึกษาเธอก็เป็นพระคุณมากแล้ว
“รอให้ย่าคุยกับตาชาก่อนแล้วเราค่อยมาคิดกันว่าจะเอายังไง ยังไงย่าก็ยังมีที่ดินเหลืออีกสองแปลงและมีเงินเก็บที่จะช่วยพวกเราได้นายยนต์กับแม่น้อมไม่ต้องกังวลไปหรอกนะ” คุณสิรามนพูดกับคนสนิททั้งสองและยังเป็นตายายของหลานสาว
“ฉันกับตายนต์ก็พอมีเงินเก็บอยู่ก้อนหนึ่งเหมือนกันค่ะ” นางน้อมบอกเจ้านายที่ตอนนี้กลายเป็นครอบครัวเดียวกันดูแลกันมาตลอด
“ฉันขอโทษแทนลูกชายของฉันด้วยนะนายยนต์แม่น้อม”
“ไม่เป็นไรครับคุณมน มันเป็นกรรมของนังอรลูกสาวของผมเองที่มันมักใหญ่ใฝ่สูงโดยไม่มองกำพืดของตัวเองจนทำให้ลูกพลอยลำบากไปด้วย ดีว่าเอ๋ยเป็นเด็กดีและเข้มแข็งถึงยืนหยัดอยู่มาได้” พยนต์พูดปลดปลงๆเขาไม่คิดโกรธแค้นชาคริตที่ไม่สนใจลูกสาวแค่หลานคนเดียวเขาเลี้ยงได้และยังมีปู่ย่าที่ช่วยเหลือแค่เห็นหลานมีความสุขเขาก็พอใจแล้ว
“เอาเถอะเดี๋ยวเรื่องนี้ฉันจะจัดการเอง แม่น้อมกับนายนต์ไปพักผ่อนเถอะเหนื่อยกันมาทั้งวันแล้ว” คุณสิรามนบอกตายายของหลานสาวที่เป็นคนดูแลสวนผักผลไม้ที่พอจะสร้างรายได้เลี้ยงทุกคนโดยไม่เอาเงินเก็บออกมาใช้
“ครับคุณมน เอ๋ยก็ดูแลย่าด้วยนะลูกตาจะไปปิดบ้านก่อน” พยนต์พูดกับหลานสาวอย่างอ่อนโยนผิดกับหน้าตาที่ดุดัน
“ค่ะตา” ลิปการ์ยิ้มให้ตายายที่พักอยู่ห้องชั้นล่างคนละฝั่งกับห้องของย่าส่วนเธอพักชั้นบนคนเดียวแต่พอย่าแก่แล้วก็มานอนเป็นเพื่อนท่าน
เมื่ออาบน้ำแล้วลิปการ์ก็ลงมาชั้นล่างเพื่อนอนเป็นเพื่อนย่าเหมือนทุกคืนและเช้ามาเธอก็ตื่นมาช่วยยายทำอาหารและทานอาหารเช้าก่อนจะไปทำงาน
ถัดมาอีกสามวันที่คุณสิรามนนัดลูกชายไว้และวันนี้ลิปการ์ไปทำงานแม้จะเป็นวันเสาร์แต่ที่บริษัทก็ยังทำงานหยุดแค่วันอาทิตย์ทำให้ไม่เจอคนเป็นพ่อที่มากับภรรยา
“สวัสดีครับ/ค่ะคุณแม่”
“สบายดีนะแม่พร” คุณสิรามนรับไหว้ลูกชายลูกสะใภ้
“สบายดีค่ะ พรซื้อเครื่องดื่มบำรุงกำลังมาฝากคุณแม่ด้วยค่ะ” ทิติพรพูดกับแม่สามีที่ไม่ได้เจอกันมาปีกว่าเพราะเธอไม่อยากมาแต่ครั้งนี้ท่านบอกให้สามีมาหาบอกว่ามีธุระจะคุยด้วยเธอคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องที่ดินผืนนี้จึงมาด้วยและเธอต้องมาทุกครั้งเพราะกลัวสามีจะสนใจนังลูกคนใช้แล้วยกมาเสมอตนกับลูกๆของเธอ
“ขอบใจนะแม่พร น้ำท่าในตู้เย็นก็หยิบเอาเองนะพอดีบ้านนี้มีคนใช้น่ะ” คุณสิรามนบอกลูกสะใภ้ที่กวาดสายตามองหาหลานสาวของเธอ
“ค่ะคุณแม่” ทิติพรยิ้มเจื่อนเมื่อแม่สามีพูดอย่างรู้ทันเธอ
“คุณแม่มีอะไรจะพูดกับผมเหรอครับ พอดีผมจะตีรถกลับเลย” ชาคริตถามแม่เพราะไม่รู้เรื่องโฉนดที่ดินของแม่ที่เอาไปค้ำประกันธุรกิจได้ถูกภรรยาเอาออกไปจำนองกับธนาคารที่เพื่อนของพ่อเป็นเจ้าของเรื่องจึงเงียบเพราะทุกคนปิดปากเงียบตามคำสั่งของทิติพร
“เรื่องโฉนดที่ดินของแม่ที่พ่อชายืมไปค้ำประกันธุรกิจแต่กลับเอาไปจำนองและตอนนี้ทางธนาคารเขาให้เวาสองเดือนหากไม่นำเงินต้นและดอกไปคืนก็จะยืดบ้านหลังงนี้” คุณสิรามนพูดกับลูกชายที่ทำหน้างง
“คุณแม่พูดอะไรครับ โฉนดของคุณแม่ผมไม่ได้เอาไปจำนองนะครับ” ชาคริตถึงกับงงเพราะเขาแค่เอาไปค้ำประกันเท่านั้นและธุรกิจของเก็ไม่ได้มีปัญหาแล้วเขาคิดว่าจะเอามาคืนท่านเพราะมันเป็นที่ดินผืนสุดท้ายที่ท่านมีและท่านบอกเขาแล้วว่าจะยกให้ลิปการ์เขาก็เห็นด้วยถึงยังไงเด็กนั่นก็เป็นลูก
“แล้วนี่อะไรล่ะ” คุณสิรามนยื่นซองเอกสารของธนาคารให้ลูกชายดูและเห็นลูกสะใภ้หน้าเสียก็คิดว่าคนทำน่าจะไม่ใช่ลูกชายของเธอ
“คุณพรนี่มันอะไรกัน ทำไมโฉนดที่ดินของคุณแม่ถึงไปอยู่ที่ธนาคารของคุณปองพลได้” ชาคริตอ่านเอกสารแล้วถามภรรยาเพราะเขาเก็บโฉนดที่ดินไว้ในตู้เซฟที่บ้านและคนที่เปิดได้มีแค่เขากับภรรยาเท่านั้น
“คือว่าตาฟิวส์จะเอาเงินไปเพิ่มในพอร์ตแล้วตอนนั้นฉันไม่มีเงินสดก็เลยยืมโฉนดของคุณแม่ไปจำนองและเอาเงินมาให้ตาฟิวส์แล้วตาฟิวส์ขายหุ้นขาดทุนครั้งนั้นไงคะก็เลยไม่มีเงินจ่ายดอกเบี้ยค่ะ” ทิติพรตอบสามีอย่างไม่สะทกสะท้านเธอรู้ว่าแม่สามีจะยกโฉนดที่ดินแปลงนี้ให้นังลูกคนใช้นั่นแล้วเรื่องอะไรเธอจะยอมล่ะเงินตั้งสี่สิบห้าสิบล้านและเธอวางแผนไว้แล้ว
“งั้นพ่อชาก็ไปจัดการเอามาคืนแม่ด้วยลูก” คุณสิรามนพูดกับลูกชายแล้วหนักใจเพราะลูกชายกลัวเมียยอมทำตามเมียทุกอย่างแม้กระทั่งไม่มาหาเธอแต่คนเป็นแม่ยังไงก็ตัดลูกไม่ขาดแต่ทำอะไรไม่ได้
“ได้ครับคุณแม่ เดี๋ยวผมจะจัดการให้ครับ" ชาคริตถอนหายใจหันไปมองภรรายตัวตั้นเรื่องที่ทำลับหลังเขา
คีรีภัทรอุ้มลูกสาวตัวน้อยเดินมาหาพ่อของภรรยาหลังจากลูกหลานทุกคนได้รับของฝากกันแล้วก็พากันไปเล่นของเล่นใหม่ที่คุณตาเอามาฝาก“สวัสดีครับคุณชา น้องอีฟธุจ้าคุณตาสิคะลูก” ครีภัทรยกมือไหว้พ่อตาและเขายังเรียกว่าคุณชาเพราะภรรยาไม่ยอมเรียกคุณชาคริตว่าพ่อเขาจึงเรียกคุณชาและคุณชาคริตก็เข้าใจดีไม่ว่าอะไร“สวัสดีคีย์ สวัสดีค่ะน้องอีฟคนสวยของตา” คุณชาคริตพูดกับหลานสาวแล้วยิ้มก่อนจะยื่นมือไปขออุ้มและน้องอีฟก็ให้อุ้มเพราะรู้จักคุณตา“แมะๆ ป้อๆๆ..” น้องอีฟยิ้มให้คุณตาและยอมให้อุ้ม“มีของอะไรอีกหรือเปล่าครับเดี๋ยวผมจะให้เด็กมายกไปให้” “ก็มีเครื่องดื่มบำรุงของคุณทวดน้องอีฟและขนมของเด็กๆน่ะ” คุณชาคริตตอบลูกเขยแล้วเดินเข้าไปในบ้านพร้อมหลานสาวตัวน้อยที่พูดอ้อแอ้ชีมือชี้ไม้ตามประสาวเด็กอย่างเอ็นดูตั้งแต่หลานๆคลอดเขามาหาทุกเดือนและเดือนละสองสามครั้งเพราะอยู่คนเดียว ส่วนลูกสาวลูกชายไปเรียนเมืองนอกกับอดีตภรรยาเพิ่งกลับมาได้ไม่ถึงปีแล้วทิติยากับทาวัฒน์ไม่มาหาย่าและบอกว่าจะไม่มายุ่งเกี่ยวและทั้งสองก็อยู่บ้านหลังเดิมและทั้งสองก็มาช่วยงานของเขาที่บริษัทได้ไม่นาน ส่วนเขาก็ย้ายมาอยู่คนเดียวที่บ้านหลังเล็กที่ซื้อไว้
“ไอ้นี่ลามปามแล้วมึง” คีรการพูดแล้วยิ้มเขาจะรู้ได้ยังไงล่ะว่าจะแต่งงานเพราะมันไม่เคยอยู่ในหัวของเขามาก่อนจนกระทั่งมีความสัมพันธ์กับพันดาราและเขาก็รู้ว่าปล่อยผู้หญิงคนนี้ไปไม่ได้จึงมัดมือชกจับแต่งงาน“ไอ้แซมมันพูดเรื่องจริงมั้ยล่ะพี่เก้า” คีรีภัทรถามพี่ชายเพราะเป็นเรื่องจริงทั้งที่เพิ่งพูดไปน้ำลายยังไม่ทันแห้งพี่ชายของเขาก็แต่งงานต่อจากเขาทันทีเพราะเมียท้อง“เออๆ อยากพูดอะไรก็เอาที่พวกมึงสบายใจเถอะ แล้วตอนนี้พวกมมึงเห็นมั้ยล่ะว่าพวกเรามีความสุขกันมากแค่ไหนส่วนเรื่องที่ผ่านมาก็ให้มันผ่านไปเก็บแต่สิ่งดีๆเรื่องรางดีๆไว้ในความทรงจำก็พอมั้ยวะ” คีรการพูดกับน้องๆทุกคนที่มีเมียมีลูกมีครอบครัวสมบูรณ์“พี่เก้าพูดถูก”บรรดาพ่อๆทั้งหลายนั่งดื่มกาแฟและทานของว่างมองดูลูกเมียเล่นน้ำอย่างมีความสุขแม้จะวุ่นวายแต่มันเป็นความวุ่นวายที่มีความสุขมากจากที่ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ในวัยหนุ่มแต่พอแต่งงานมีลูกพวกการใช้ชีวิตก็เปลี่ยนไปเลิกเที่ยวกลางคืนแต่มีออกงานเลี้ยงพร้อมภรรยาของตัวเองกันบ่อยและมีไปสังสรรค์กับเพื่อนๆบ้างแต่ไม่อยู่ดึก“นี่แน่ๆ..” กลุ่มเด็กโตอย่างพี่คีน น้องเอื้อ น้องกาย น้องคูน น้องแอ้ม น้องดรีม น้
“ทำไมครับ” เขากำลังร้อนได้ที่เลยทีเดียวแต่ก็ฟังว่าภรรยาสุดที่รักจะว่ายังไง“เอ๋ยอยากทำให้พี่คีย์ค่ะ” หญิงสาวตอบสามีก่อนคีย์น้อยตัวใหญ่บิ๊กเบิ้มบีบเบาๆแล้วมองสบตากันที่เจิดจ้าเป็นประกายเพลิงพิศวาสลุกโชนเพราะสามีภรรยาอยู่ด้วยกันมันก็มีปัจจัยหลายอย่างและหนึ่งในนั้นก็มีเรื่องความสัมพันธ์ทางกายด้วยและเธอเรียกว่าเมคเลิฟด้วยความรักและเข้าใจไม่ใช่เซ็กส์ที่เร่าร้อนพอจบเกมแล้วก็แยกย้ายกันไป“อ่าส์ ที่รักของผัว หื้มม..” คีรีภัทรมองร่างเล็กเปลือยเปล่าด้วยความรักใคร่หลงใหลแล้วยกมือเคล้นคลึงก้อนเนื้อนุ่มทั้งสองข้างอย่างทะนุถนอม“อุ้มเอ๋ยลงหน่อยสิคะ”ร่างใหญ่ปล่อยมือจากทรวงอกกลมกลึงแล้วยกร่างเล็กลงจากเคาน์เตอร์เพราะรู้ว่าเธอจะทำอะไรแล้วเธอก็ผลักเขาไปยืนพิงเคาน์เตอร์ก่อนจะทรุดลงนั่งคุกเข่าตรงจุดเดียวกับเขาก่อนนั้น“ถ้ามันเกเรเมื่อไหร่เอ๋ยจะตอนให้เหลือแต่ตอเลยค่ะ” ลิปการ์พูดกับสามีจับคีย์น้อยด้วยสองมือแล้วรูดขึ้นลงตามยาวของมันขึ้นลงจนสุดโคนช้าๆ“หืมม มันเป็นของหนูเอ๋ยคนเดียวครับที่รัก อ่าส์..” เสียงห้าวแหบพร่ามองมือเล็กกออบกุมคีย์น้อยแล้วบีบรูดเป็นจังหวะทำเอาเขาตัวเกร็งด้วยความเสียวซ่านกระสัน“แผล่บๆๆ
“อ้ะ อื้อ พะ พี่เบ็คขา อ่า โอ้ว์..” แพรงามร้องเสียงหลงเมื่อเขาตอกตรึงเจ้างูใหญ่เข้าใส่เติมเต็มในกายเธอจนจุกและมันรู้สึกดีจึงขยับสะโพกสองมือขยุ้มแผ่นหลังของเขาเพื่อบรรเทาความเสียวซ่านที่แผ่กระจายไปทั่วตัวของเธอและไม่ได้เจ็บเหมือนครั้งแรกมันเสียวมากกว่า“ปั้บบๆๆ ปั้บบๆๆ..”“อ่า เนยรัดพี่แน่นมากคนดี อื้มม อ่าส์..” บรินัยคำรามกระหึ่มเมื่อเธอให้ความร่วมมือแอ่นเด้งโหนกสาวขึ้นรับเจ้างูใหญ่ที่มุดหัวเข้าออกอย่างเพลิดเพลินชอบอกชอบใจอย่างไม่หยุดยั้งเพราะเขาอดทนอดกลั้นมานานพอได้กินเขาก็เขมือบคนตัวบางลงท้องให้จุใจไปเลยจึงเร่งจังหวะขับเคลื่อนสะโพกหนาอย่างหรุนแรงติดกันจนเสียงเนื้อกระทบกันดังลั่นห้องสวีทสุดหรู“ปั้บบๆๆ ปั้บบๆๆ..”“อ้ะ เนยไม่ไหวแล้ว อ่า อ้ะ อ้า อื้ออ..” แพรงามร้องบอกเขาเมื่อร่างกายของเธอใกล้จะจะเสร็จสมจึงไขว่คว้าหาความสุขที่ลอยอยู่แค่เอื้อมสองมือกอดรัดร่างหนาไว้แน่นสองขาเกี่ยวรัดเอวหนารับแรงกระแทกกระทั้นจนสั่นคลอนไปทั้งตัว“พี่ก็จะเสร็จแล้วครับ อื้มม อ่าส์..” เสียงห้าวหอบกระเส่าเอวหนาก็กระแทกกระทั้นเข้าใส่ร่างบางอย่างหนักหน่วงรุนแรงทุกจังหวะติดกันถี่กระชั้นก่อนจะถาโถมเข้าใส่กันเต็มแรง
“อ้ะ พี่แซมขา อื้อ ถ้าทำเบาๆไม่เป็นไรค่ะ” คีติกาบอกสามีเพราะวันนี้เป็นวันสุดแสนพิเศษเธอก็อยากทำอะไรที่พิเศษร่วมกับเขามีความทรงจำร่วมกันแล้วกางขางออกให้นิ้วยาวของเขาปลุกเร้าเธอได้ถนัด“ขอบคุณที่รักพี่ครับ พี่รักเก๋ครับ อืมม..”“เก๋ก็รักพี่แซมค่ะ อืออ..” คีติกาพูดจบก็พลิกตัวขึ้นนอนทับบนตัวสามีแล้วจูบริมฝีปากหนานุ่มสอดลิ้นเข้าไปเกี่ยวรัดดูดดึงลิ้นสากที่หยอกเย้าหลอล่อเธออย่างดูดดื่มวรกันต์โอบกอดร่างบางไว้ลูบไล้ฝ่ามือร้อนผ่าวไปทั่วแผ่นหลังเนียนนุ่มลงไปถึงสะโพกงอนแล้วขยำเบาๆก่อนจะกดลงให้บดเบียดมังกรยักษ์ใหญ่จนร่างกายของเขาร้อนรุ่มด้วยความต้องการ“อ่าส์ ที่รักขี่สิครับ อืมม..” เขาบอกเธอเสียงกระเส่าเมื่อร่องกลีบสาวถูไถจนเปียกแฉะและสองเต้าอวบอิ่มก็บดเบียดแผงอกแกร่งของเขาเร่งเร้าอารมณ์พิศวาสเร่าร้อนมากขึ้นเรื่อยๆ“อืออ อ้ะ อื้ออ..” ร่างเล็กขยับบดเบียดถูไถร่องกลีบสาวใส่มังกรยักษ์ใหญ่รัวเร็วขึ้นแล้วเธอก็ปลดปล่อยน้ำหวานออกมาจนเปียกชื้น“ที่รักเสร็จแล้วเหรอ อืมม..” ชายหนุ่มยิ้มให้เมียสาวที่คืนนี้เร่าร้อนกว่าทุกครั้งและเป็นฝ่ายขึ้นคร่อมเขาก่อน“เก๋ยังไม่ได้ขี่พี่แซมเลยนะคะ”“งั้นขี่เลยครับที่รัก อื
“คุณเอ๋ยกับคุณคีย์น่ารักมากเลยนะแก่น เราสองคนโชคดีมากที่รับงานนี้เจ้านายใจดีกันทั้งบ้านเลย” พยาบาลนุ้ยพูดกับเพื่อนที่รับงานพิเศษดูแลลิปการ์ตอนท้องพอคลอดลูกแฝดแล้วเธอสองคนก็ลาออกมาทำงานเป็นพี่เลี้ยงน้องแฝดเต็มตัวและเงินเดือนมากกว่าทำที่โรงพยาบาลเท่าตัวและยังมีเงินพิเศษเพิ่มในวันหยุดนักขัตฤกษ์อีก“นั่นสินุ้ย น้องแฝดก็เลี้ยงง่ายแล้ววันก่อนฉันเจอเพื่อนที่ทำงานพวกนั้นบ่นกันใหญ่บอกอิจฉาเราสองคนด้วยนะ ขอบใจเธอมากนะนุ้ยที่เลือกฉันมาทำงานด้วย” พยาบาลแก่นขอบคุณเพื่อนที่เลือกเธอมาทำงานด้วยกัน“ต้องขอบคุณอาจารย์หมอนะแก่น เพราะท่านรับรองเราสองคนทำให้ได้งานนี้” สองพี่เลี้ยงสาวพูดคุยกันเบาๆเรื่องงานพี่เลี้ยงของน้องแฝดทำให้พวกเธอมีเวลาอยู่กับครอบครัวดูแลพ่อแม่และลูกเพราะเปลี่ยนเวรกันคนละอาทิตย์และหนึ่งอาทิตย์จะมีวันหยุดคนละวันที่ห้องจัดเลี้ยงอาฟเตอร์ปาร์ตี้ตกแต่งด้วยดอกไม้หน้างานและเน้นแสงสีเสียงเพื่อให้เข้ากับทีมคอสเพลย์ที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวรีเควสเพื่อนๆให้แต่งชุดคอสเพลย์มีทั้งนักเรียนมัธยมนักศึกษามหาลัยหมอพยาบาลและหลายตามความชอบของแต่ละคน ส่วนคู่บ่าวสาวเลือกชุดหมอและพยาบาลซึ่งคุณหมอใส่แค่กางเกงสแล็คส
“จริงคะพี่เก๋ ทีแรกอิ้งไม่มั่นใจด้วยซ้ำเพราะพี่เก้าขึ้นชื่อมากเรื่องผู้หญิงแต่ตอนนั้นอิ้งก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงให้พี่เก้าช่วยและคิดว่าเสร็จเรื่องแล้วก็จบกันไปเพราะอิ้งหาเรื่องใส่ตัวเอง แต่สุดท้ายอิ้งก็ยอมเขาทุกอย่างเพราะอิ้งรักเขาและยังเผื่อความผิดหวังไว้ด้วยนะคะ” พันดาราพูดออกไปตามคว
“ลำดับต่อไปท่านประธานจะคล้องพวงมาลัยมงคลให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวของเราค่ะ ขอเรียนเชิญท่านประธานคุณหญิงฉายฤดี วุฒิกรสกุลชัย และคุณพ่อคุณแม่ของคู่บ่าวสาวบนเวทีค่ะ” พิธีกรเชิญท่านประธานในพิธีขึ้นมาคล้องพวงมาลัยมงคลและอวยพรให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวคุณหญิงฉายฤดีเดินขึ้นไปบนเวทีพร้อมลูกชายลูกสะใภ้และพ่อแม่ของหลานเขย
“ดีขึ้นแล้วล่ะ โชคดีนะที่ยัยนั่นใส่ยาไม่เยอะไม่งั้นไอ้คีย์แย่แน่ๆ” คีรการนั่งลงบนโซฟาเดี่ยวข้างน้องสาว“เก๋ไม่อยากว่าผู้หญิงด้วยกันนะคะ แต่แบบนี้ก็ไม่ไหวถ้าไม่ทำอะไรสักอย่างพวกเธอก็ได้ใจอาจจะทำอีกแล้วจะทำให้ครอบครัวของคนอื่นแตกแยก แล้วพวกพี่ก็อย่าทำเหมือนพวกเธอเป็นของเล่นพอเบื่อแล้วก็ทิ้งเพราะผู้หญ
“พี่หิวอีกแล้วครับ..”“ห๋า..” ลิปการ์ร้องออกมามองสามีตาโตเพราะเร่างกายของเธอไได้พักไม่ถึงสามชั่วโมงเลย“หิวข้าวครับ แต่กินของคาวแล้วคืนนี้พี่จะกินของหวานต่อครับ” ชายหนุ่มพูดแล้วยิ้มกรุ้มกริ่มมองภรรยาคนสวยตาเป็นประกายเพราะรู้ว่าเธอหวานยิ่งกว่าน้ำตาลใครจะว่าเขาหลงเมียก็ช่างมัน"พี่คีย์รู้ตัวมั้ยคะว่า







