เข้าสู่ระบบ“ไม่ได้นะคะคุณชา คุณจะเอาเงินตั้งสามสิบกว่าล้านไปไถ่ที่ดินคืนไม่ได้นะคะ เกิดธุรกิจของเรามีปัญหาอีกล่ะจะทำยังไง” ทิติพรท้วงสามีด้วยความไม่พอใจทำไมเธอจะเสียเงินสามสิบล้านให้นังลูกคนใช้นั่นด้วยเธออุตส่าห์วางแผนไว้แล้วว่าเธอจะได้เงินส่วนต่างอีกยี่สิบกว่าล้าน
“แล้วคุณจะให้ผมปล่อยให้ที่ดินของคุณแม่ถูกยึดหรือไงแล้วท่านจะไปอยู่ที่ไหน” ชาคริตว่าภรรยาเขารู้ว่าทิติพรไม่ชอบแม่แต่ยังไงท่านก็เป็นแม่ของเขาถึงเขาจะเลวแต่ก็รักแม่แค่ไม่ได้รักลูกที่ไม่ต้องการให้เกิดมาอย่างลิปการ์เท่านั้น
“คุณแม่ไปอยู่กับเราที่กรุงเทพก็ได้นี่คะ” ทิติพรเสนอสามีให้แม่ของเขาไปอยู่ด้วยที่กรุงเทพ
“บ้านแม่อยู่ที่นี่ แม่จะไม่ย้ายไปไหนแม่จะอยู่และตายที่นี่” คุณสิรามนพูดกับลูกสะใภ้ยังไงเธอก็ไม่ไปอยู่กรุงเทพหากไม่อยู่ที่นี่เธอก็จะหาบ้านอยู่ที่นี่
“ผมจะจัดการให้ครับคุณแม่” ชาคริตบอกแม่ยังไงเขาจะคืนที่ดินให้แม่
“ฉันไม่ยอมค่ะ ถ้าคุณไถ่ที่ดินผืนนี้ให้คุณแม่ คุณแม่ก็จะยกให้นังเด็กลูกคนใช้นั่นแล้วลูกของเราล่ะคะจะได้อะไรพรไม่ยอมค่ะ ถ้าคุณทำแบบนั้นพรจะไปคุยกับคุณพ่อ” ทิติพรเอาพ่อมาขู่สามีเพราะเขามีทุกวันนี้ได้ก็เพราะพ่อของเธอเป็นคนสนับสนุน
“คุณพร” ชาคริตมองภรรยาที่เอาพ่อมาขู่เขาอีก
“ที่ดินพันกว่าไร่แปรเป็นเงินได้เท่าไหร่ทำไมแม่พรถึงว่าแม่ไม่ให้อะไรหลานล่ะ” คุณสิรามนถามลูกสะใภ้เพราะครั้งนั้นก็กลัวว่าเธอจะยกที่ดินให้ลิปการ์จึงเอาหลานมาอ้างเธอก็ยกให้ไปแต่สามีเก็บไว้ให้ลิปการ์อีกสองแปลงที่เชียงใหม่ซึ่งลูกชายไม่รู้
“พอเถอะคุณพรเดี๋ยวไปคุยกันที่บ้านแต่เรื่องที่ดินของคุณแม่ยังไงผมก็จะเอามาคืนท่านและผมจะไปพูดกับคุณพ่อเอง” ชาคริตพูดกับภรรยาถึงเขาจะรักเธอกับลูกมากแต่เขาก็รักแม่มากเช่นกันแต่ที่ไม่มาหาท่านก็เพราะรู้ว่าเด็กเอ๋ยดูแลท่านได้เขาจึงเห็นด้วยที่จะยกที่ดินกับบ้านหลังนี้ให้
“งั้นเอาอย่างนี้นะคะคุณแม่ พรจะซื้อบ้านให้คุณแม่หลังหนึ่งจะอยู่กับใครก็แล้วแต่คุณแม่ขอแค่ยกที่ดินกับบ้านหลังนี้ให้ตาฟิวส์นะคะ” ทิตพรยื่นข้อเสนอให้แม่สามีอย่างน้อยบ้านหลังหนึ่งก็ไม่เกินสองล้านแต่ถ้าขายที่ดินผืนนี้ก็ได้ไม่ต่ำกว่าห้าสิบล้านยังไงเธอไม่ยอมแน่
“แม่พรพูดเหมือนตัวเองสิ้นไร้ไม้ตอกถึงกับมาขอที่ดินกับบ้านที่แม่อยู่มาค่อนชีวิตทั้งที่แม่ยกให้ไปหมดแล้วแค่ขอที่อยู่อาศัยในบั้นปลายชีวิตแม่พรก็ยังจะมาเอาไปอีกหรือ” คุณสิรามนพูดเสียงต่ำเยือกเย็นมองลูกสะใภ้อย่างผิดหวังที่กลายเป็นคนเห็นแก่ได้ทั้งที่ครอบครัวก็ร่ำรวย
“คุณแม่พูดอย่างนี้ได้ยังไงคะ พรแค่ไม่อยากให้ทรัพย์สินของตระกูลคุณแม่ตกอยู่ในมือนังเด็กลูกคนใช้นั่นและมันไม่มีสิทธิ์ได้ไปและทรัพย์สินทุกอย่างของคุณแม่ต้องเป็นของตาฟิวส์กับยัยฟ้าค่ะ” ทิติพรพูดกับแม่สามียังไงเธอก็ไม่คืนให้และจะรอจนใกล้วันสุดท้ายที่ธนาคาแจ้งมาแล้วค่อยไถ่ถอนออกก่อนจะถูกยึด
“แต่ลูกคนใช้ที่เธอว่าเป็นหลานฉัน และเธอลืมไปหรือเปล่าว่ามาทีหลังแม่อร” คุณสิรามนว่าลูกสะใภ้อย่างไพอใจที่พูดกดหัวหลานสาวอย่างดูถูก
“คุณชาฟังคุณแม่พูดสิคะ พรไม่ยอมนะที่คุณแม่ยกนังคนใช้กับลูกของมันมาเทียบเท่าลูกของพร” ทิติพรโวยวายกับสามีด้วยความไม่พอใจแม่สามีบอกว่าเธอมาทีหลัง
“คุณพร ใจเย็นก่อนอย่าโวยวายได้มั้ย” ชาคริตปรามภรรยาที่โวยวายใส่แม่
“ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่แม่ยอมชานะ แม่ของชาสิบล้านค่าที่ดินผืนนี้กับบ้านแม่จะไปซื้อบ้านอยู่ส่วนชาจะไถ่ถอนบาหลังนี้หรือเปล่าแม่ไม่สนใจแล้วในเมื่อมันมีปัญหานักแม่ก็จะไม่เอาคืนเพื่อให้ครอบครัวลูกมีความสุข หากแม่ตายไปทุกอย่างของแม่จะยกให้แม่เอ๋ยทั้งหมด หวังว่าชากับแม่พรจะเข้าใจนะ” คุณสิรามนพูดกับลูกชายเพราะไม่อยากให้มีปัญหาในครอบครัวเธอทำให้ลูกได้แค่นี้ ส่วนลิปการ์นั้นท่านจะไม่ทำให้หลานสาวลำบากเด็กกตัญญูรู้คุณคนนี้จะต้องมีชีวิตที่ดีกว่านี้
“ขอบคุณครับคุณแม่ ผมจะเขียนเช็คให้คุณแม่เลยนะครับ” ชาคิริตขอบคุณแม่แล้วล้วงสมุดเช็คมาเซ็นให้แม่เพื่อตัดปัญหาระหว่างแม่กับภรรยาและเขาก็ลำบากใจหากภรรยาไปคุยกับพ่อของเธอเรื่องเขามีลูกอีกคน
“คุณชาคะ..”
“หยุดเถอะคุณพร ที่คุณเอาที่ดินคุณแม่ไปจำนองเรายังไม่ได้เคลียร์กันเลยนะ” ชาคริตพูดเสียงแข็งใส่ภรรยาซึ่งปกติเขาจะโอนอ่อนยอมมาตลอดแต่ครั้งนี้ทิติพรทำเกินไปจริงๆ
“ถ้าลูกของพรไม่มาหาคุณแม่ก็อย่ามาว่าละกันค่ะ” ทิติพรพูดจบก็เดินฮึดฮัดออกไปจากห้องรับแขกที่มีแต่ของเก่าแก่สมัยพ่อสามียังมีอำนาจรุ่งเรืองและตอนนั้นชาคริตก็เหมาะสมกับเธอที่สุดแต่ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปเมื่อพ่อสามีตาและแม่สามีก็เหลือสมบัติชิ้นสุดท้ายคือที่ดินและบ้านหลังนี้เท่านั้นและเธอยอมไม่ได้ที่จะตกไปเป็นของลูกคนใช้ไร้สกุลรุนชาตินั่น
“ผมขอโทษแทนพรด้วยนะครับคุณแม่” ชาคริตขอโทษแม่แทนภรรยาที่เอาที่ดินของท่านไปจำนอง
“แม่รักชานะลูก แม่อยากให้ชามีความสุขยังไงแม่เอ๋ยก็เป็นลูกของชาเป็นหลานของแม่และดูแลแม่มาตลอดแม่อยากชดเชยให้แม่เอ๋ยแทนลูกต่อไปก็ต่างคนต่างอยู่ไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวกันอีกแม่ไม่อยากให้แม่เอ๋ยเจบช้ำน้ำใจ แม่ขอแค่นี้ชาคงทำได้นะลูก” คุณสิรามนพูดกับลูกชายที่ไม่เคยยอมรับลิปการ์เป็นลูกสาวและลิปการ์ก็ไม่เคยดิ้นรนร้องหาพ่อและยังเรียกพ่อว่าคุณชาและพยายามหลบหน้าตลอดทำให้ไม่เจอหน้ากันมาสิบกว่าปีตั้งแต่สามีของเธอเสียชีวิต
“คุณแม่” ชาคริตมองแม่และพูดไม่ออกเมื่อท่านพูดความจริงเขาไม่เคนสนใจลูกสาวที่เกิดจากอรพินเพราะอายคนอื่นจะรู้ว่าเขามีอะไรกับคนรับใช้ในบ้านและทิติพรก็กลัวมีคนรู้ว่าแย่งสามีคนอื่นจึงยื่นคำขาดว่าไม่ให้เขายอมรับลูกของอรพินเป็นลูกแต่สุดท้ายเขาต้องยอมเมื่อพ่อแม่ยอมยกที่ดินพันกว่าไร่เพื่อแลกให้เขาเซ็นรับรองบุตรและภรรยาก็ยอมเพราะที่ดินทั้งหมดมูลค่ากว่าพันล้านซึ่งพ่อของเขาซื้อแต่ที่ดินทำเลดีทำให้ขายได้ราคาดี
“เดี๋ยวถ้าได้บ้านใหม่แล้วแม่จะบอกนะ ถ้าจะมาหาแม่ก็โทรมาบอกก่อนแม่เอ๋ยจะได้ไม่ลำบากใจ” คุณสิรามนบอกลูกชายยังไงหลานทั้งสองที่อยู่กรุงเทพคงไม่มาดูแลเธอที่นี่
“ครับคุณแม่” ชาคริตถอนหายใจเขาต้องยอมรับปากแม่เพื่อความสบายใจของทุกฝ่ายแต่ก็อดคิดถึงลิปการ์ไม่ได้ตอนนี้น่าจะโตเป็นสาวแล้ว
“พ่อชาจะกลับกรุงเทพเลยก็ได้นะลูก”
“ครับคุณแม่ งั้นผมกลับเลยนะครับ แล้วผมจะมาเยี่ยมคุณแม่นะครับ” ชาคริตยกมือไหว้แม่แล้วลุกขึ้นเดินออกจากบ้านที่เขาอยู่มาตั้งแต่เด็กซึ่งมีความทรงจำมากมายที่นี่แต่เขาไม่อยากจำเพราะเขามีชีวิตใหม่ที่ดีกว่าอยู่ที่นี่จึงก้าวเดินออกไปที่รถโดยไม่หันหลังกลับมามองข้างหลังจึงไม่รู้ว่าแม่ลุกขึ้นมามองตามหลังเขาแล้วน้ำตาไหล
“คุณมนคะ” นางน้อมเดินมาหาย่าของหลาน
“ฉันทำให้แม่เอ๋ยได้แค่นี้นะแม่น้อม” คุณสิรามนบอกคนสนิทที่เป็นยายของหลาน
“คุณมนทำเพื่อยัยเอ๋ยมาเยอะแล้วค่ะ แค่นี้ก็ดีถมไปแล้วค่ะ” นางน้อมยิ้มให้คุณสิรามนที่ทำเพื่อหลานสาวของเธอหากลิปการ์เป็นคนทะเยอทะยายป่านนี้ก็คงขายที่ดินที่เชียงใหม่ไปแล้เพราะราคามันไม่น้อยและเธอไม่ห่วงว่าหลานจะอับจนในอนาคต
“ฉันจะให้แม่เอ๋ยลาออกจากงานแล้วมาเปิดร้านกาแฟร้านขนมหรืออะไรก็ได้ที่แม่เอ๋ยชอบ ต่อไปถ้าไม่มีฉันแม่เอ๋ยจะได้ไม่ลำบาก” คุณสิรามนวางแผนไว้ให้หลานสาวตอนนี้เธอไม่ยึดติดอะไรทั้งนั้นไม่ว่าบ้านหรือที่ดินจะแปรสภาพมาเป็นเงินให้หลานสาวทั้งหมด
“ที่ผ่านมาเก๋ไม่สนใจค่ะ แต่จากนี้ไปถ้ามีเลิกสถานเดียวค่ะ” คีติกามองแฟนหนุ่มแล้วยิ้มในเมื่อเธอเปิดใจให้เขาก็จะเชื่อใจหวังว่าเขาจะไม่ทำให้เธอผิดหวังที่คบกับเขาส่วนสาวๆเป็นอดีตของเขาก่อนที่จะคบกับเธอเธอไม่เก็บมาคิดให้เสียอารมณ์เพราะตอนนั้นเขาโสด"พี่ยอมเก๋ทุกอย่างครับ""โห่ๆๆๆ.."ทุกคนโห่ใส่วรกันต์จากนั้นก็ดื่มกินและคุยกันทั้งเรื่องงานและเรื่องที่เกิดขึ้นที่พังงาแล้วคีรีภัทรก็ถูกเพื่อนหยอกล้อที่หลงเมียเป็นที่สนุกสนาน แม้ทุกคนจะตกอยู่ในสายตาของสาวสวยทั้งหลายแต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นและกลุ่มดารานางแบบสาวทั้งหมดก็ไม่มายุ่งกับพวกเขาพวกเธอก็เต้นกันอย่างสนุกสนานมีหนุ่มหนุ่มฝรั่งหลายคนไปชนแก้วด้วย“หมดแก้วนี้กูกลับก่อนนะ” คีรีภัทรมองดูนาฬิกาก่อนจะบอกเพื่อนเพราะเขาอยากพักผ่อนมากกว่าและบอกภรรยาไว้ว่าจะโทรหาเธอ“มาด้วยกันก็กลับด้วยกันสิวะ คืนนี้กูจะไปนอนที่เพนท์เฮ้าส์” ปรินทรพูดกับเพื่อนเขาไม่ได้ไปนอนที่เพนท์เฮ้าส์ตั้งแต่กลับมาจากเชียงใหม่“ไวน์หมดขวดก่อนแล้วกลับนะ” บรินัยบอกเพื่อนเพราะไวน์เหลืออีกคนละแก้วก็หมด“เอ้าชนแก้ว” วรกันต์ชูแก้วไวน์ชนกับเพื่อนและแฟนสาวเพราะคืนนี้พวกเขารับประทานอาหารและดื่มกันน
“แล้วไอ้เบ็คล่ะ ไม่มีแฟนแล้วเสือกมาช้าอีก”“มาแล้วเว้ยไอ้คนมีแฟน ได้ทีนี่ว่ากูจัง เอ่อ เมื่อกี้กูเห็นอดีตของมึงมาด้วยวะแต่ไม่รู้ว่าจะไปไหนนะ” บรินัยพูดกับเพื่อนตอนที่เขากำลังเดินเข้ามาในโรงแรมเห็นดาราสาวอดีตคู่ควงของคีรีภัทรและเพื่อนดารานางแบบสี่ห้าคนเพิ่งลงจากรถหน้าโรงแรม“ดูท่างานจะเข้าแล้วมั้งพี่คีย์” คีติกาแซวพี่ชายเพราะตอนยังโสดนี่เพื่อนเยอะเกินไป“งั้นกูกลับดีกว่ามั้ยวะ”“ไม่มีอะไรหรอกน่าเพื่อน พวกกูอยู่ตั้งหลายคนและคนของกูก็อยู่เต็มโรงแรมหากใครจะหิ้วมึงขึ้นห้องก็ต้องมีคนเห็นเดี๋ยวกูสั่งลูกน้องไว้เลยก็ได้” ปรินทรพูดกับเพื่อนขำๆตั้งแต่คีรีภัทรบอกว่าจะแต่งงานก็หยุดทุกอย่างเคลียร์ตัวเองให้ว่าที่เจ้าสาวเห็นว่าเขาไม่มีใครแล้วก็เหมือนเขาตอนนี้ที่เคลียร์ตัวเองให้ทิพรดาเห็นว่าเขาพร้อมจะหยุดที่เธอ“ตกลงจะสั่งอะไรมั้ยกูหิวแล้ว” คีรีภัทรไม่สนใจเพราะเขาเคลียร์ตัวเองเรียบร้อย“สั่งเลยเพื่อน กูขอไวน์นะ” บรินัยบอกเพื่อนแล้วนั่งดูนักเที่ยวสาวๆเผื่อคืนนี้จะได้ไม่นอนเหงาทุกคนก็สั่งอาหารและเครื่องดื่มที่ชอบและคุยกันแล้วสาวสวยกลุ่มใหญ่ก็เดินเข้ามาในคลับแล้วพนักงานก็พาไปนั่งโต้ะด้านหน้าเวทีที่จองไว
“ครับคุณคีย์ ผมไปทำงานก่อนนะครับ อ้อ ถ้าอยากรู้ก็ถามคุณเก้าเองนะครับ” จิรัชยิ้มให้เจ้านายก่อนจะพูดทิ้งท้ายไว้ให้ไปถามพี่ชายเองแล้วเดินไปที่โต้ะทำงานของเขาคีรีภัทรมองเลขาคนสนิทแล้วเดินเข้าไปในห้องทำงานแล้วลงมือทำงานที่กองบนโต้ะไม่นานก็เที่ยงวันเขาก็ให้จิรัชสั่งอาหารมากินที่ห้องทำงานเพราะมีงานด่วนและช่วงบ่ายเขาต้องเข้าไปดูงานที่โรงงานจึงเร่งงานบนโต้ะให้เสร็จก่อน“ก๊อกกๆๆ..”“ทำไรอยู่วะ” วรกันต์เปิดประตูเข้ามาในห้องทำงานของเพื่อนที่ก้มหน้าทำงานแล้วยิ้มขำ“ทำงานไง แล้วมึงว่างนักหรือไงถึงมาบริษัทของกูได้ทุกวันเดี๋ยวก็เจ๊งหรอก” คีรีภัทรว่าเพื่อนตั้งแต่มันตกลงคบกับน้องสาวของเขาก็มารับไปทานอาหารกลางวันทุกวัน“ถ้าเจ๊งกูก็มาเกาะมึงกินไง ว่าแต่ไปฮันนีมูมมาเป็นยังไงบ้างวะแต่ดูหน้าตามึงแล้วน้ำทะเลคงจืดแหละเนาะ” วรกันต์พุดเองตอบเอง“อยากรู้มึงก็มีเมียดูสิ”“ก็รอน้องมึงใจอ่อนนี่แหละ” วรกันต์ตอบเพื่อนและไม่รีบร้อนเพราะเขากับคีติกาเพิ่งตกลงคบหากันถึงแม้จะรู้จักกันมานานแต่ยังไม่ได้คุยกันจริงจัง“ยังเร็วไปเพื่อน อีกสักสองปีแค่แต่งนะ”“นานไป กูกับเก๋รู้จักกันมานานและกูให้เวลาเก๋แค่ปีเดียวพอ” วรกันต์บอกเ
“ยังไงก็คุยกันซะ จะเอายังไงก็บอกพี่ละกันพี่กลับก่อนนะ” พิพัฒน์พูดกับน้องสาวแล้วเดินออกไปจากห้องพักฟื้นของหลานชายพร้อมภรรยาทิติพรมองตามหลังพี่ชายแล้วถอนหายใจตอนนี้เธอทำอะไรไม่ได้นอกจากหลบหน้านักข่าวและผู้คนไปจากเมืองไทยสักพักก่อนรอให้ข่าวซาแล้วค่อยกลับมาห่วงแต่ลูกทั้งสองที่ได้รับผลกระทบจากเรื่องที่เกิดขึ้นมากมายและยังไม่สำนึกยังโทษแม่สามีกับลิปการ์ทำใครอบครัวของเธอที่พิษณุโลกเพื่อนของลิปการ์และคีรีภัทรมารับประทานอาหารเย็นด้วยกันและดื่มกันนิดหน่อยจนสี่ทุ่มก็แยกย้ายกันกลับไปพักผ่อนลิปการ์ก็ช่วยยายกับทุกคนเก็บโต้ะและล้างถ้วยจานชามจนเสร็จก่อนจะขึ้นห้องเพื่ออาบน้ำพักผ่อนพอเข้าไปในห้องนอนก็เห็นสามีนอนเอกนกอยู่บนเตียงใส่แค่บ็อกเซอร์ตัวเดียวอวดแผงอกหนั่นแน่นน่าลูบไล้ก่อนจะเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าเพราะห้องนอนของเธอไม่เหมือนห้องนอนที่บ้านของเขาที่กว้างขวางห้องของเธอมีห้องน้ำในตัวมีเตียงนอนชิดผนังห้องด้านหนึ่งติดหน้าต่างและตู้เสื้อผ้าอยู่ถัดจากประตูห้องและโต้ะกระจกติดประตูห้องน้ำด้านข้างอีกฝั่งมีโต้ะหนังสือริมหน้าต่างบนผนังห้องมีรูปภาพใรวัยเด็กจนถึงวันรับปริญญาและมีนาฬิกาแขวนบนผนังห้องหนึ่งอันคีร
“ดีใจด้วยว่ะเพื่อน” คีรภัทรดีใจกับเพื่อนแล้วอดคิดถึงตัวเองไม่ได้เพราะเขาตั้งใจปั๊มเหลนให้ย่าๆและตายายพ่อแม่ลุงป้าอย่างเต็มที่จนภรรยาสาวแทบไม่ได้พักแต่เขาก็รักและทะนุถนอมภรรยาสาว“ขอบใจเพื่อน ตอนนี้ผู้ใหญ่กำลังคุยกันได้ฤกษ์ดีเมื่อไหร่ฉันจะบอกนะ”“ได้เลยเพื่อน ฉันจะรอรับขวัญหลาน”แล้วสองหนุ่มก็คุยเรื่องงานที่คืบหน้าไปมากและไม่มีอะไรขัดข้องการทำงานเป็นไปอย่างราบรื่นและเขาอยากให้เสร็จก่อนจะเข้าหน้าฝน“งั้นฉันจะเร่งมือสร้างบ้านก่อนนะ ส่วนรีสอร์ทก็จะให้ทำทางเดินแล้วทำคลองน้ำตามแผนก่อนละกัน” เจนจบปรับแผนงานใหม่ยังไงก็ต้องรอดินมันเซตตัวก่อนถึงจะสร้างบ้านพักได้เพราะบางจุดก็ถมดินคลองน้ำทำให้ดินทรุดตัวลงเป็นแอ่งทั้งที่เขาเอาหินมาถมแล้วอัดดินลงไปแต่ยังไงก็ต้องตอกเสาเข็มเพื่อให้ฐานแข็งแรง“ขอบใจมากเจน ถ้างานรีสอร์ทล่าช้าไปบ้างก็ไม่เป็นไรนะ” เขาเป็นคนทำให้งานของเพื่อนล่าช้าจึงผ่อนปรนให้เจนจบ“ขอบใจมากคีย์ แต่ฉันจะทำให้เสร็จตามกำหนดได้แหละ”“เย็นนี้ไปกินข้าวด้วยกันนะ”“ได้ๆ แต่ว่ามีดื่มด้วยมั้ยวะ พอดีเมียฉันท้องแล้วเหม็นแอลกอฮอล์ฉันเลยแตะไม่ได้เลยว่ะ” เจนจบบอกเพื่อว่าแฟนสาวแพ้ท้องเหม็นแอลกอฮอล์และกล
“แม่ไม่ออกความเห็นนะลูก ชาไม่ใช่เด็กๆที่แม่จะต้องชี้แนะเพราะชาเป็นคนเลือกทางเดินชีวิตของตัวเองแม่ก็ได้แต่หวังว่าลูกของแม่จะมีความสุขเท่านั้นและไม่ว่าชาจะตัดสินใจยังไงแม่ก็จะอยู่เคียงข้างลูกเสมอจ้ะ” คุณสิรามนพูดกับลูกชายอย่างเข้าใจ“ขอบคุณครับคุณแม่ที่เข้าใจผม ทั้งที่ผมทำแต่ความลำบากให้คุณแม่มาตลอดแต่คุณแม่ไม่เคยทิ้งผม ต่อไปผมจะทำหน้าที่ลูกดูแลคุณแม่ให้ดีกว่าเดิมจะไม่ละทิ้งคุณแม่เหมือนที่ผ่านมาอีกแล้วครับ” ชาคริตพูดกับแม่แล้วเขาลุกจากเก้าอี้ไปนั่งคุกเข่าตรงหน้าท่านก่อนจะกราบเท้าแม่ขอโทษท่านที่ไม่ได้ทำหน้าที่ลูกที่ดีมากว่ายี่สิบปีและต่อไปเขาจะดูแลแม่ให้ดีที่สุด“ไม่เป็นไรลูก ไม่เป็นไร ที่ผ่านมาก็ให้มันผ่านไปแล้วมาเริ่มต้นกันใหม่แม่เชื่อว่าชาจะทำได้ตามที่ตั้งใจได้ลูก” คุณสิรามนมองลูกชายน้ำตาคลอแล้วลูบศีรษะไปมาด้วยความรัก“ผมรักแม่ครับ” ชาคริตพูดสียงสั่นน้ำตาไหลออกมาด้วยความรู้สึกผิดต่อลูกเมียและแม่สุดท้ายชีวิตครอบครัวของเขาก็พังลงแต่ตอนนี้เขารู้สึกผ่อนคลายหลังจากได้คุยกับแม่และขอโทษท่าน“แม่รู้ลูก แม่รู้” คุณสิรามนกอดลูกชายด้วยความรักและให้กำลังใจเพราะท่านก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ได้นานแค่ไหนอย่







