Beranda / โรแมนติก / ลูกหนี้ที่รัก / ตอนที่ 1 สูญเสีย

Share

ลูกหนี้ที่รัก
ลูกหนี้ที่รัก
Penulis: ปิ่นปภัส

ตอนที่ 1 สูญเสีย

last update Tanggal publikasi: 2026-04-06 16:48:07

เสียงสวดอภิธรรมจากพระคุณเจ้าที่ดังมาจากศาลา เหมือนดึงหัวใจที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดให้จมดิ่งลงในความทุกข์อีกครั้ง พร้อมกลิ่นธูปและเทียนที่ลอยคละคลุ้งผสมกันมาในอากาศ แขกเหรื่อที่มาร่วมไว้อาลัยภายใต้ชุดแต่งกายสีดำและขาว นั่งกระจายตามเก้าอี้ที่เจ้าภาพจัดไว้รองรับ พวงหรีดที่ส่งมาร่วมไว้อาลัยเรียงประดับเป็นทางยาวมากมาย แม้คงไม่มีใครต้องการให้วันที่สูญเสียนี้เกิดขึ้นกับครอบครัวของตัวเอง

ธิดาวดี นั่งพนมมืออยู่บนเก้าอี้ด้านหน้าขณะเสียงสวดอภิธรรมดำเนินไป ใบหน้าสวยที่ปราศจากเครื่องสำอางถูกฉาบด้วยความเศร้าโศก ดวงตาที่เคยเปล่งประกายถูกแทนที่ด้วยความหม่นหมอง ฝ่ามือของเธอชุ่มไปด้วยเหงื่อแม้จะรับรู้ได้ถึงความแห้งแล้งและหนาวเหน็บจากก้นบึ้งของหัวใจ ที่ล้นทะลักออกมาแข่งกับน้ำใส ๆ ในตาด้วยไม่สามารถสกัดกั้นไว้ได้

 ความรู้สึกภายในใจของเธอตอนนี้ช่างไม่แตกต่างกับชุดสีดำที่สวมใส่เลยแม้แต่น้อย กับการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักที่จากไปอย่างไม่มีวันกลับ ทิ้งไว้เพียงความทรงจำและภาพในวันวานเพียงเท่านั้น หลังพิธีสวดเสร็จสิ้นแขกในงานก็เริ่มทยอยกลับ

“ผึ้งนั่งพักก่อนไหม?”

วิภารัตน์ ญาติคนสนิทเอ่ยถามผู้เป็นน้องด้วยความห่วงใย เมื่อใบหน้าที่อิดโรยนั้นดูเหมือนจะซีดลงเรื่อย ๆ ขณะยืนส่งแขกที่กำลังทยอยกลับด้านหน้าศาลา

“คินพาผึ้งไปนั่งก่อนดีกว่า” หันมาพูดกับชายคนรักของธิดาวดี

“ครับพี่ภา”

ภาคิน ชายหนุ่มผู้อ่อนโยนและรักเดียวของธิดาวดี สองหนุ่มสาวที่เป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่มัธยมปลาย เริ่มเปลี่ยนสถานะจากเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อเมื่อเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย และลงเอยด้วยสถานะคนรักจนกระทั่งเรียนจบและเริ่มทำงาน หญิงสาวเพียงคนเดียวในใจเขาก็ยังคงเป็นธิดาวดีคนเดียวเท่านั้น

“ดื่มอะไรก่อนไหม คินไปหยิบให้” ถามด้วยความห่วงใยขณะพยุงหญิงสาวให้เดินไปนั่งลงที่เก้าอี้

“ผึ้งไม่หิว” เธอส่ายหน้า ความอ่อนล้าและอิดโรยยังไม่หายไปจากใบหน้า ภาคินนั่งลงเก้าอี้ข้างเธอ เอื้อมมือวางทับมือบอบบางและบีบเบา ๆ อย่างปลอบประโลม ยังไม่ทันจะเอ่ยอะไรออกมาเสียงสั่นจากโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้น ชายหนุ่มกดรับสาย

(“แม่รอนานแล้วนะกลับได้หรือยัง?”) เสียงจากปลายสายที่ไม่ค่อยจะสบอารมณ์สักเท่าไหร่

“ครับแม่เดี๋ยวออกไปครับ” และวางสายใป มองหน้าซีดเซียวของหญิงคนรัก ภายในใจของเขานั้นอยากอยู่เคียงข้างเธอ และคอยปลอบประโลมไม่ทิ้งไปไหน ในวันที่เธออ่อนแอและต้องการกำลังใจแบบนี้

“คินต้องกลับแล้ว แม่ไม่ค่อยสบายน่ะ รออยู่ที่รถ”

“อืม...ผึ้งไม่ไปส่งนะ” ภาคินพยักหน้า

“รีบกลับไปพักผ่อนนะเดี๋ยวจะไม่สบาย” ชายหนุ่มส่งผ่านความห่วงใยในแววตาไปพร้อมกับประโยคสุดท้าย ก่อนจะดึงมือออกและลุกเดินจากไป

ธิดาวดีสูดลมหายใจเข้าลึก ปิดเปลือกตาที่หนักอึ้งลงก่อนจะผ่อนลมหายใจออกยืดยาว สลัดความเศร้าโศกภายในใจให้หลุดออกไปกับลมหายใจ  นับจากนี้ไปเธอจะต้องเข้มแข็งและเป็นที่พึ่งให้กับตัวเอง ทอดสายตาไปยังรูปถ่ายของผู้เป็นพ่อ นายกิตติ วงศ์พิกุลรัตน์ ที่ส่งยิ้มอบอุ่นมาให้เธอ

แม้จะทำใจไว้แล้วในวันที่คุณหมอบอกเกี่ยวกับอาการป่วยของผู้เป็นพ่อ แต่พอวันนี้มาถึงจริง ๆ มันกลับหน่วงในหัวใจเหมือนจมดิ่งลึกอยู่ใต้น้ำ เจ็บปวดยิ่งกว่าถูกมือเหล็กบีบรัดหัวใจและเด็ดออกมาจากขั้วเสียอย่างนั้น พลางทำให้น้ำใส ๆ ในตาเอ่อล้นขึ้นมาอีกและหยดเผาะลงสองข้างแก้ม แม้เพิ่งบอกตัวเองว่าให้เข้มแข็งอยู่แท้ ๆ

วันฌาปนกิจ

ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบงัน แม้จะเนืองแน่นด้วยแขกเหรื่อในศาลา มีเพียงเสียงจากประธานในพิธี ที่กล่าวคำไว้อาลัยผู้วายชนม์เป็นครั้งสุดท้ายเท่านั้น ธิดาวดียืนสงบนิ่งด้วยหัวใจที่เบาหวิว ก่อนการวางดอกไม้จันทน์จะเริ่มขึ้นและต่อด้วยการประชุมเพลิง

กลุ่มควันที่ลอยออกจากปล่องเมรุพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า เหมือนดึงหัวใจของหญิงสาวให้หลุดลอยตามไป เสียงสะอื้นที่ถูกข่มไว้จนคางสั่น แต่กระนั้นก็ยังเล็ดลอดออกมาพร้อมกับน้ำในตาที่ไหลซึมออกมาอยู่ไม่ขาด

“ไม่เจ็บปวดแล้วนะคะพ่อ”

เธอพูดในใจเมื่อเงยหน้าขึ้นมองปล่องควันนั้น ใบหน้าที่นองด้วยน้ำตา แต่กลับยิ้มออกมาอย่างโล่งอก เมื่อผู้เป็นพ่อไม่ต้องทรมานอีกต่อไป แม้ความเจ็บปวดของเธอจะเข้ามาแทนที่ก็ตาม

ทีชานนท์ ทอดสายตาไปยังหญิงสาวตัวเล็กด้านหน้าที่อยู่ในความเศร้าโศก ถือโอกาสสำรวจหญิงสาวในระยะไกล เธอคนนี้ที่ผู้เป็นแม่ของเขานั้นเอ็นดูหนักหนา และวาดหวังไว้อยากได้มาเป็นสะใภ้ของ ศตพิพัฒน์ แม้รู้ทั้งรู้ว่าเธอมีคนรู้ใจอยู่แล้ว

หลังพิธีเสร็จสิ้น ธิดาวดีและญาติคนสนิทยืนส่งแขกที่ทยอยกลับอยู่ด้านหน้า โดยมีภาคินยืนอยู่ไม่ห่างหญิงคนรัก ท่ามกลางสายตาของกิ่งฉัตรผู้เป็นแม่ที่ออกอาการเหวี่ยงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อไม่สามารถควบคุมบุตรชายให้เป็นไปดั่งใจได้ ก่อนจะกดสายโทรเข้าเรียกชายหนุ่มให้เดินออกมาหา

“หนูน้ำผึ้ง” เสียงเรียกจากด้านหลัง หญิงสาวหันกลับไปมอง

“คุณป้า”

เสียงขึ้นจมูกจากการร้องให้ ภายใต้ดวงตาที่แดงก่ำ ขนตาที่ยังไม่แห้งสนิทจากน้ำในตาที่ซึมออกมาเป็นระยะ แม้จะคอยซับอยู่ เธอส่งยิ้มบาง ๆ ให้ผู้สูงวัยตรงหน้า พร้อมกับยกมือไหว้อย่างนอบน้อม

“สวัสดีค่ะ”

ราณี ในชุดแต่งกายสีดำ เดินเคียงคู่มากับหนุ่มหล่อผู้เป็นลูกชายทั้งสอง  คนเล็กนั้นเธอรู้จักเป็นอย่างดีเขาคือ ทีชากรณ์ หนุ่มหล่อพ่อพวงมาลัย และตามจีบหญิงสาวมาอย่างยาวนาน ถึงแม้เธอจะปฏิเสธ แต่เขาก็ยังไม่ละความพยายาม

คนโตนั้นถึงแม้ไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว แต่ก็เคยได้ยินผู้เป็นพ่อพูดถึงอยู่บ่อยครั้งกับดีกรีนักธุรกิจหนุ่มหล่อไฟแรง ทีชานนท์ ศตพิพัฒน์ พ่อรูปหล่อเนื้อทองมาดเข้ม ธิดาวดีเคยเห็นรูปเขาในนิตยสารธุรกิจของผู้เป็นพ่อผ่านตามาบ้าง

“สวัสดีจ้ะ” ราณีรับไหว้หญิงอ่อนวัย

“ป้าเพิ่งลงจากเครื่องก็รีบมาเลย เสียใจด้วยนะ” เอ่ยแสดงความเสียใจพร้อมแววตาอ่อนโยน

“ขอบคุณค่ะ”

“เสียใจด้วยนะผึ้ง” ทีชากรณ์กล่าวขึ้น หญิงสาวแค่ยิ้มบาง ๆ

“คุณป้าจะกลับเลยเหรอคะ ผึ้งยังไม่ทันเห็นว่าคุณป้ามาเมื่อไหร่ เลยไม่ได้ต้อนรับค่ะ”

“ไม่เป็นไรจ้ะ” ราณีเอื้อมมือไปกุมมือหญิงสาว ส่งผ่านความอบอุ่นให้แทนคำพูดปลอบประโลม

“ป้ามีธุระที่ต้องไปทำต่อ ไว้เจอกันโอกาสหน้านะคะ”

ทีชานนท์สำรวจกรอบหน้าของหญิงสาวในระยะใกล้อีกครั้ง นี่คือผู้หญิงที่เจ้าน้องชายของเขานั้นปักใจรักหนักหนา ใบหน้าสวยโดดเด่นถึงแม้จะดูถือดีและหยิ่งทะนงอยู่สักหน่อย แต่ก็นอบน้อมรู้จักวางตัว ความเด็ดเดี่ยวที่ซ่อนอยู่ในแววตาเศร้านั้นยังมีให้เห็นอยู่

“ขอบคุณนะคะคุณป้า” ยกมือไหว้อีกครั้ง และมองเลยมาที่สองหนุ่มที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ราณี ก่อนทั้งสามจะเดินจากไป

รถเคลื่อนออกมาจากวัดได้ไม่นาน ราณีก็เปิดการสนทนากับสองหนุ่ม

          “เห็นวงในเขาลือเรื่องที่คุณ กิ่งฉัตร ทาบทามลูกสาวคุณ ดุจดาว ว่าจะให้หมั้นหมายกับลูกชายเธอในเร็ว ๆ นี้ เรื่องนี้หนูน้ำผึ้งคงยังไม่รู้”

“ก็ดีสิครับคุณแม่” ทีชากรณ์หูผึ่งและพูดขึ้นทันทีอย่างตื่นเต้น

“ถ้าผึ้งโสดคุณแม่ไปสู่ขอให้กรณ์นะครับ”

“จีบให้ติดก่อนเถอะพ่อคุณ” ราณีมองค้อนพร้อมถอนหายใจทิ้ง

“แกมีผู้หญิงอยู่ทั่วบ้านทั่วเมืองยังไม่พออีกเหรอ?” ทีชานนท์ที่ขับรถอยู่เอ่ยขึ้นแบบไม่จริงจังนัก

“แต่คนนี้ผมจริงจังนะครับพี่นนท์ ผึ้งทั้งสวยทั้งน่ารัก ทั้งกล้าหาญ อ่อนหวาน เด็ดเดี่ยว หยิ่งทะนง โคตรเท่ ไม่เหมือนใครเลยนะผมจะบอกให้” หน้าตาเพ้อฝันมากเมื่อพูดถึงหญิงในดวงใจ ถึงแม้เขาจะมีหญิงสาวมากมายในแคตตาล็อก แต่ก็ไม่สามารถตัดใจจากธิดาวดีได้เลย

“ถ้าผึ้งไม่ช่วยผมในอุบัติเหตุครั้งนั้นผมคงตายไปแล้ว ผมไม่ถอดใจจากผึ้งง่าย ๆ หรอก”

“เฮ้อ...ผมทั้งหล่อทั้งรวยขนาดนี้ ยังไม่สนอีก ไม่เข้าใจ...” เสียงถอนหายใจทิ้งปนความสงสัยในตัวหญิงสาว

“รวยอะไรของแก งานการไม่รู้จักทำ ลอยไปลอยมาใช้เงินเป็นเบี้ยอยู่ทุกวัน แม่ให้เวลาอีกเดือนเดียวเท่านั้น ไปทำงานช่วยพี่แกได้แล้ว” ราณีได้โอกาสบ่นอุบอิบคำเดิมซ้ำ ๆ กับเจ้าหนุ่มสำราญหัวดื้อของบ้าน

“เข้าใจแล้วครับคุณนาย” ทีชากรณ์ลากเสียงยาวล้อเลียนผู้เป็นแม่

“แม่ได้ยินเรื่องการวิ่งเต้นขายหุ้นใหญ่ของกิตติวงศ์ด้วยนะ ไม่รู้หลังจากคุณกิตติเสียอะไรจะเกิดขึ้นกับบริษัทบ้าง ดูแล้วคุณกิ่งฉัตรคงปล่อยลอยแพแล้วล่ะ”

“ผึ้งไม่เปลี่ยนใจแน่นะ” วิภารัตน์เอ่ยถามผู้เป็นน้องเมื่อเก็บเสื้อผ้าและสัมภาระลงกระเป๋าเตรียมออกเดินทางกลับต่างประเทศ สองพี่น้องที่ชะตาไม่ต่างกัน วิภารัตน์สูญเสียมารดาขณะที่ยังเด็กอยู่ และแม่ของธิดาวดีก็เป็นญาติผู้ใหญ่เพียงคนเดียวของเธอ ที่คอยดูแลและห่วงใยอยู่เสมอ หลังจากแม่ของธิดาวดีจากไปด้วยโรคร้าย เธอก็เลือกไปเรียนต่อต่างประเทศและตัดสินใจปักหลักอยู่ที่นั่น

“ผึ้งอยากอยู่ที่นี่” ปากพูดไปมือก็ช่วยพี่เก็บของลงกล่อง

“ผึ้งจะสู้จนถึงที่สุดถ้าไม่ไหวจริง ๆ จะไปขออาศัยใบบุญพี่ภาละกัน”

เธอพูดติดตลกด้วยรอยยิ้ม แม้ในใจไม่ได้ขำเลยสักนิด

ธิดาวดีรับรู้วิกฤตการเงินของกิตติวงศ์เป็นอย่างดี คนสนิทของกิตติส่งข่าวความเคลื่อนไหวภายในบริษัทให้เธอรับรู้มาตลอด ในความไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับการเงินภายในบริษัทโดยมีกิ่งฉัตรเป็นคนควบคุม แต่ด้วยอาการป่วยหนักของผู้เป็นพ่อ ที่เธอต้องเฝ้าดูแลอยู่ไม่ห่างจึงทำอะไรได้ไม่มาก และนั่นคือช่องโหว่ที่สร้างปัญหาใหญ่ให้กับเธอในตอนนี้

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ลูกหนี้ที่รัก   ตอนที่ 34 เริ่มต้นใหม่ด้วยความสุข

    แสงสลัวจากด้านนอกที่ลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านเข้ามาด้านในห้อง ของค่ำคืนที่เงียบสงบ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ดังอื้ออึงแข่งกับความเงียบอยู่เป็นระยะ ธิดาวดีหลับตาในอ้อมกอดของเขา อาการนอนไม่หลับติดต่อกันมาหลายคืนเพราะแพ้ท้องอย่างรุนแรงนั้น ตอนนี้กลับเหมือนถูกปลิดทิ้งเสียอย่างนั้นหรืออาจจะเป็นเพราะเจ้าตัวเล็กที่อยู่ในท้อง จะรับรู้ถึงความอบอุ่นในอ้อมกอดของพ่อที่ส่งผ่านมาให้นะ เธอตั้งคำถามให้ตัวเอง แม้ลูกยังเป็นแค่ก้อนเลือดอยู่เท่านั้น หรืออาจจะเป็นเพราะความกังวลทั้งหลายมันหายไป และรู้สึกปลอดภัยในอ้อมกอดของเขาช่วงเวลาที่ห่างกันไปเพียงไม่นาน มาในวันนี้เธอมีคำตอบให้ตัวเองแล้วกับความรู้สึกของหัวใจที่มีต่อเขา แม้พยายามปฏิเสธ ก่อนจะซุกหน้าเข้าไปในอ้อมอก ภาษากายของเธอที่แสดงออกมานั้น สร้างรอยยิ้มให้กับทีชานนท์อย่างพอใจ ก่อนจะกระชับวงแขนให้แน่นขึ้น ประทับจูบลงที่เรือนผมของเธอ“พรุ่งนี้เราไปหาหมอกันนะ” พูดเสียงทุ้มอยู่ข้างหู“ไปฝากท้อง ให้หมอตรวจให้ละเอียด ผมสงสารคุณเวลาเห็นคุณแพ้ท้อง” ธิดาวดีพยักหน้าเบา ๆ “รอให้คุณดีขึ้นแล้วเราค่อยจัดงานแต่ง...ดีไหม?” “แต่งงาน...เหรอคะ?”“

  • ลูกหนี้ที่รัก   ตอนที่ 33 ขอนอนกับลูกได้ไหม?

    ธิดาวดีเปิดอ่านทีละหน้าอย่างช้า ๆ มากมายเรื่องราวที่เธอไม่เคยรู้มาก่อน รวมทั้งเรื่องที่กิตติถูกนำเข้าโครงการวิจัยโรคร้าย และถูกยกเว้นค่าใช้จ่ายนั้น มันเป็นเรื่องโกหก เป็นเขาต่างหากที่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนนี้ให้ทุกบาททุกสตางค์ นี่เขาหรอกเหรอที่อยู่เบื้องหลังเรื่องพวกนี้ คอยซัพพอร์ทเธอในหลาย ๆ เรื่อง แต่ทำไมต่อหน้าเธอเขากลับแสดงออกมาอีกอย่าง เขารู้ว่ากิ่งฉัตรยักยอกเงิน และเตรียมเทคโอเว่อร์บริษัทต่อจากกิ่งฉัตร และโอนหุ้นคืนให้เธออ่านไปพร้อมกับความแข็งในหัวใจที่อ่อนยวบลงเช่นกัน พลันทำให้นึกถึงใบหน้าของเขาขึ้นมาทันที คนสุขุมมาดเข้มอย่างเขามีโมเม้นเขียนบันทึกความทรงจำแบบนี้ด้วยอย่างนั้นหรือ“เป็นคุณเองเหรอคะคุณนนท์” พูดคนเดียวอย่างแผ่วเบาทีชานนท์เดินกลับไปกลับมาอยู่ในห้องทำงานชั้นล่าง หลังจากถูกสั่งห้ามไม่ให้ขึ้นไปรบกวนธิดาวดีด้านบน และคืนนี้เขาก็ต้องนอนในห้องนี้ แต่สุดท้ายก็ต้องขัดคำสั่งราณีและเดินขึ้นไปชั้นบนเพราะแพ้เสียงในหัวตัวเอง มือที่กำลังจะยกขึ้นเคาะห้องชะงักไปชั่วครู่ เมื่อตั้งคำถามให้กับตัวเอง แล้วถ้าเจอหน้าเขาแล้วเธอโมโหล่ะ หมอบอกคุณแม่ท้องอ่อนอารมณ์แปรปรวน แล้วถ้าเธอฉุนเฉีย

  • ลูกหนี้ที่รัก   ตอนที่ 32 กล่องความทรงจำ

    รอเคลื่อนออกจากบริษัทมาได้ไม่นานก็ต้องจอดข้างทาง เมื่ออาการแพ้ท้องกำเริบขึ้นอีกเหมือนแกล้งเธอ ยาดม ยาลม ยาหม่อง ที่เขาให้แม่บ้านเตรียมไว้ในรถดูเหมือนจะไม่ได้ช่วยอะไร ทีชานนท์รวบผมเธอไว้เมื่อธิดาวดีโก่งคออาเจียนอยู่ริมถนน มืออีกข้างลูบหลังเธอแผ่วเบา ธิดาวดีนั่งหายใจหอบอยู่ข้างทางจนตัวโยนใบหน้าซีดเซียว ทีชานนท์เข้าไปหยิบขวดน้ำและกระดาษชำระในรถยื่นให้เธอ ก่อนจะพยุงหญิงสาวเข้าไปนั่งในรถ“ไหนบอกจะไปเอาโฉนดที่คอนโดไงคะ?” เธอหันมาถามเขาสายตาเอาเรื่อง เมื่อรถเปลี่ยนเส้นทาง“มีช่างมาซ่อมแอร์ และท่อน้ำในห้อง เครื่องมือเกะกะไปหมดคงไม่สะดวก”“คุณนนท์” ไม่บอกก็รู้ว่าโกหกชัด ๆ จ้องหน้าเขาอย่างหงุดหงิด ทีชานนท์กดสายหาภูริศและเปิดลำโพงให้เธอได้ยิน“เอาโฉนดและเอกสารทุกอย่างของคุณผึ้งอยู่ที่คอนโดมาให้ฉันที่บ้าน” เขากรอกเสียงลงไป(“ครับบอส”)“โอเคนะ” สั่งภูริศจบก็หันมาพูดกับเธอเพื่อให้อารมณ์หญิงสาวเย็นลง“งั้นให้คุณภูริศเอาไปให้ที่บ้านฉันก็แล้วกันค่ะ”“ไปส่งผึ้งที่บ้านด้วยค่ะ” ส่งเสียงบอกคนขับรถ“คุณแม่เป็นห่วงคุณมากและตอนนี้ก็ไม่สบาย ขอให้คุณแม่เจอหน้าคุณก่อนได้ไหม ให้ท่านสบายใจก่อนว่าคุณสบายดี” เอาราณ

  • ลูกหนี้ที่รัก   ตอนที่ 31 เป็นห่วง

    ธิดาวดีเปิดฝายาดมและยกขึ้นจ่อจมูกสูดกลิ่นเข้าลึกจนเต็มปอด เหนื่อยกับการแพ้ท้องก็อ่อนแรงพอตัวแล้ว ไหนจะต้องมาหงุดหงิดกับคำบอกเล่าของทนายนาครที่เพิ่งวางสายไปเมื่อครู่อีก“คนโรคจิต” เธอพึมพำคนเดียวอย่างหงุดหงิด เมื่อนึกถึงใบหน้าพ่อของลูกในท้อง นึกอยากจะขอหย่าก็ขอ ยัดเยียดความผิดให้คนอื่นแบบไม่มีเหตุผล พอมาวันนี้บอกว่าไม่คิดจะหย่าแล้ว เห็นเธอเป็นที่รองรับอารมณ์ของเขาหรืออย่างไร แน่ชัดแล้วว่าเขาเป็นไบโพล่าจริง ๆ หรือไม่ก็คงปั่นประสาทเธออยู่“คุณนนท์ไล่ตามหาแกให้ขวักเลย ไหนจะป้าราณีอีก ทุกคนเป็นห่วงแกมากเลยนะ อีกหน่อยคุณนนท์ก็คงรู้ว่าแกอยู่ที่ไหน กลับมาได้แล้ว” คำพูดของเขมจิรา ฟังดูแล้วทุกคนคงคิดว่าเธอกำลังงอนเขาอยู่ เหมือนกับว่านี่มันคือความผิดของเธอเสียอย่างนั้น เขาเองต่างหากที่ผลักเธอให้ออกห่าง แต่มาวันนี้กลับวิ่งวุ่นตามหาเธอเหมือนจำการกระทำของตัวเองไม่ได้เสียอย่างนั้น นี่ขนาดไม่รู้ว่าเธอตั้งท้องทุกคนยังขอร้องแทนเขาขนาดนี้ ถ้ารู้ว่าท้องไม่ตามอุ้มกลับเลยหรือยังไงแค่นึกความขุ่นมัวในอารมณ์ก็ก่อตัวเข้มขึ้น ทำไมเธอจะต้องทำตามความต้องการของเขาด้วย ไม่อยากจะหย่าตอนนี้อย่างนั้นหรือ ได้เลย น้ำผึ

  • ลูกหนี้ที่รัก   ตอนที่ 30 คนไม่มีใจ

    “คุณน้ำผึ้งกลับมาเมื่อหลายวันก่อนแล้วค่ะ เก็บกระเป๋าออกไปพร้อมกับคุณภายังไม่กลับมาเลยค่ะคุณนนท์” คำบอกเล่าของแม่บ้านนารีที่สร้างความรู้สึกหวั่น ๆ ในใจให้กับชายหนุ่ม ถ้าอย่างนั้นเธอโกหกราณีว่าจะกลับมาบ้านสินะ“แล้วผึ้งได้บอกไหมครับว่าจะกลับมาวันไหน?”“ไม่ได้บอกค่ะ” ทีชานนท์พยักหน้ารับรู้ก่อนจะเดินกลับไปขึ้นรถ แม่บ้านนารีมองตามหลังรถที่เคลื่อนออกรั้วบ้านไป พร้อมกับถอนหายใจ“มิน่าล่ะคุณน้ำผึ้งถึงดูเศร้าจัง ที่แท้ก็ทะเลาะกันนี่เอง” เธอพึมพำคนเดียวและเดินเข้าบ้านไปทีชานนท์นั่งใช้ความคิดอยู่ในรถอย่างเงียบ ๆ ปะติดปะต่อหลายเรื่องราวและทบทวนคำพูดของแม่บ้านเมื่อครู่ หรือเธอจะเดินทางไปต่างประเทศกับวิภารัตน์ และกดสายหาผู้ช่วยหนุ่มภูริศทันที ก่อนจะกลับเข้าบ้านศตพิพัฒน์อีกครั้ง“อ้าว ไหนบอกไปรับหนูผึ้งไง” ราณีทักเมื่อเห็นชายหนุ่มกลับเข้ามาคนเดียว ผู้ถูกถามไม่ตอบแต่ก้าวขายาว ๆ กลับขึ้นไปบนห้องทันที เปิดตู้เสื้อผ้าออกสำรวจอย่างร้อนใจ พลันหัวใจก็หล่นวูบเป็นครั้งที่สอง เมื่อเสื้อผ้าของเธอหายไปเกือบเกลี้ยงตู้ ตรงไปที่หน้ากระจกทันที ของใช้ส่วนตัวของเธอไม่เหลืออยู่แม้แต่ชิ้นเดียว เปิดลิ้นชัก และสำรวจทุก

  • ลูกหนี้ที่รัก   ตอนที่ 29 เริ่มต้นใหม่

    “วันนี้คุณนนท์ไม่กลับบ้านคุณผึ้งให้ตั้งโต๊ะมื้อเย็นเลยไหมคะ?” แม่บ้านพิไลเอ่ยถามธิดาวดี เมื่อกลับเข้าบ้านศตพิพัฒน์อีกครั้งหลังจากวิภารัตน์กลับต่างประเทศไปแล้วหลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น ทีชานนท์ก็ไม่กลับมาบ้านอีกเลย เขาขลุกอยู่ที่คอนโดจนถึงวันที่ต้องเดินทางไปดูงานที่ต่างประเทศ คงไม่อยากเห็นหน้าเธอกระมัง“คุณแม่จะกลับจากปฏิบัติธรรมวันไหนเหรอคะป้าพิไล?”“วันนี้แหละค่ะคุณผึ้ง ตาเข่งออกไปรับนานแล้วค่ะ เดี๋ยวก็คงถึงมั้งคะ”“งั้นรอคุณแม่ก่อนดีกว่าค่ะ”“ได้ค่ะ”หญิงสาวขึ้นไปบนห้อง กวาดตามองไปทั่วทุกมุมที่เงียบงัน นับจากนี้ไปที่แห่งนี้ก็เป็นเพียงความทรงจำที่ไม่ควรเกิดขึ้นของเธอเท่านั้น เปิดตู้เสื้อผ้าเก็บข้าวของส่วนตัวลงกระเป๋า“เราไปเริ่มต้นใหม่ในที่ของเรานะคะ” ลูบหน้าท้องเบา ๆ ฝืนยิ้มให้ก้อนเนื้อที่อยู่ในนั้นแต่นัยน์ตาเต็มไปด้วยความเศร้า เสียงเคาะประตูที่หน้าห้องทำให้เธอวางมือจากการเก็บของ เมื่อพิไลขึ้นมาแจ้งว่าราณีกลับมาถึงบ้านแล้ว“หนูผึ้งมาพอดีเลย” ราณีเอ่ยทักเมื่อเธอเดินเข้าไปนั่งลงที่โซฟา นายเข่งคนขับรถขนถุงของฝากมากมาย มากองรวมกันอยู่ที่ห้องนั่งเล่น“แม่ซื้อขนมที่หนูผึ้งชอบมาฝากด้วยนะ”

  • ลูกหนี้ที่รัก   ตอนที่ 12 หน้าที่ภรรยา

    ทีชานนท์มองคนตัวเล็กไม่วางตา เธอรู้ว่าวิยาดาคืออดีตคนคุ้นเคยของเขาแล้ว และคงคิดว่าเขาแกล้งเมาเพื่ออ่อยแฟนเก่ากระมัง“ต้องไม่เมาและแอบนัดเจอกันเหมือนคุณกับแฟนเก่าคุณนะเหรอ?” พูดจบก็เดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าและหยิบชุดนอนมาสวม“หมายความว่าไงคะ?” คนฟังที่หูผึ่งและถามกลับทันทีอย่างเอาเรื่อง“อ้าว...ใครนะที

  • ลูกหนี้ที่รัก   ตอนที่ 11 แกล้งเมาทำไม?

    สวนอาหารกลางกรุงในยามราตรี ที่เนืองแน่นไปด้วยผู้คนในวันหยุดสุดสัปดาห์ โต๊ะยาวที่ถูกจัดไว้อย่างง่าย ๆ สำหรับปาร์ตี้เล็ก ๆ ของการนัดพบปะเพื่อน ๆ ของงานเลี้ยงรุ่นแบบไม่เป็นทางการ เสียงหัวเราะและแข่งกันพูดของคนสนิท ดังเซ็งแซ่ไปทั่วบริเวณแม้จะเลือกโซนที่อยู่ด้านนอกแล้วก็ตามเสียงเพลงที่เปิดคลอเบา ๆ สร้าง

  • ลูกหนี้ที่รัก   ตอนที่ 10 งานเลี้ยงและแฟนเก่า

    “ป่าที่สมบูรณ์คือจุดเริ่มต้นของสุขภาพดี” คือข้อความที่ระบุอยู่ด้านบนของแผ่นประชาสัมพันธ์โครงการ ที่จัดโดยองค์กรการกุศลเพื่อระดมทุนฟื้นฟูผืนป่า และโรงพยาบาลชุมชนในพื้นที่ห่างไกล ที่ยังขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์และเครื่องมือที่ทันสมัย“ผมจะได้อะไรจากการเสียเงินบริจาคก้อนโตในครั้งนี้?” ทีชานนท์เอ่ยถามห

  • ลูกหนี้ที่รัก   ตอนที่ 9 ไม่ต้องแต่งแค่จดทะเบียนก็พอ

    การปรับตัวกับการเริ่มต้นงานใหม่ ที่สำนักงานใหญ่ของทีชานนท์นั้นไม่มีปัญหาใด ๆ สำหรับธิดาวดีเลย เพราะมีพ่อพวงมาลัยทีชากรณ์ที่แวะเวียนมาหาบ่อยครั้ง ถึงแม้จะยังไม่อยากทำใจยอมรับแต่จะให้คาสโนว่าตัวพ่ออย่างเขาซึมเศร้าอยู่ตลอดนั้นคงไม่ใช่ คอยให้ข้อมูลที่หญิงสาวต้องการทั้งเรื่องนอกและเรื่องในที่ทำงาน อีกทั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status