LOGIN
ภายในคฤหาสน์หรูใจกลางอาณาเขตของตระกูลธนเวคิน แสงไฟสีนวลตาขับให้ห้องแต่งตัวดูอบอุ่น มีร่ายืนมองตัวเองในกระจกบานใหญ่ ชุดเดรสผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มตัวสวยขับผิวขาวผ่องให้ดูโดดเด่น หลังจากที่คามินยื่นคำขาดว่าไม่อยากให้เธอออกไปทำงานประจำให้เหนื่อยล้า เขาปรนเปรอเธอด้วยทุกอย่างที่ต้องการจนบางครั้งเธอก็รู้สึกเหมือนนกน้อยในกรงทองที่ได้รับความรักจนล้นปรี่ แต่ก็นั่นแหละ ใครจะปฏิเสธคนที่ทุ่มให้ได้ขนาดนี้กันล่ะ
"แต่งตัวเสร็จหรือยัง" เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับสัมผัสอบอุ่นจากมือหนาที่โอบกอดเอวบางไว้แน่น คามินในชุดสูทสั่งตัดเนี๊ยบขยับเข้ามาประชิด เขาเกยคางไว้ที่ไหล่บางพร้อมกับสูดกลิ่นหอมอ่อนๆ จากซอกคออย่างหลงใหล "เสร็จแล้วแต่พี่คามินหล่อเกินไปแบบนี้ หนูเริ่มไม่มั่นใจแล้วนะ" มีร่าหันไปยิ้มให้ ดวงตาสดใสเป็นประกาย "หล่อแล้วไม่ดีเหรอ" คามินยิ้มมุมปาก มือเรียวเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาให้อย่างเบามือ "พี่ก็หล่อแบบนี้ให้แค่เธอคนเดียวนั่นแหละ ไปดินเนอร์กันเถอะ พี่จองร้านโปรดของเราไว้แล้ว" ณ ร้านอาหารสุดหรูที่เป็นจุดรวมตัวของบรรดาไฮโซและนักธุรกิจในกรุงเทพฯ ทันทีที่ร่างสูงใหญ่ของคามินก้าวเข้ามาพร้อมกับหญิงสาวข้างกาย สายตาของคนทั้งร้านต่างก็พุ่งเป้ามาที่พวกเขา คามินคือชายหนุ่มที่ใครๆ ก็รู้ว่าเขารวยล้นฟ้า มีอำนาจล้นมือ และความหล่อเหลาที่ราวกับรูปสลักนั้นทำให้สาวๆ ในร้านอดไม่ได้ที่จะเหลียวมองด้วยความอิจฉา คามินเลื่อนเก้าอี้ให้มีร่านั่งอย่างสุภาพ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม “คนมองพี่เต็มเลยอะ...ชิ" มีร่าเอ่ยขึ้นขณะที่กำลังลิ้มรสไวน์รสเลิศ "สวยๆ ทั้งนั้นเลยด้วย พี่อึดอัดบ้างไหมที่มีคนมองขนาดนี้" คามินวางมีดและส้อมลง เขาประสานสายตาคู่คมเข้ากับดวงตาของหญิงสาวอย่างหนักแน่น "พี่ไม่ได้สนใจคนอื่นหรอก สิ่งเดียวที่อยู่ในสายตาพี่ตอนนี้ก็คือเธอ" มีร่าหัวเราะเบาๆ ก่อนจะแกล้งหยอก "ปากหวานจังนะ ถ้าวันไหนพี่คามินเริ่มเจ้าชู้ หรือแอบไปมีคนอื่น หนูบอกไว้ก่อนเลยนะ ว่าหนูจะเลิกกับพี่ทันที ไม่มีข้อแม้ใดๆ ทั้งสิ้น จำไว้ด้วยนะ!" คามินนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยกยิ้มอ่อนโยนที่นานๆ ครั้งจะปรากฏขึ้นบนใบหน้ามาเฟียผู้ดุดัน เขาเอื้อมมือไปกุมมือเล็กของเธอไว้บนโต๊ะแล้วบีบเบาๆ "คนอย่างคามิน ธนเวคิน ไม่ทำแบบนั้นหรอก" เขาเว้นจังหวะ น้ำเสียงนุ่มทุ้มจริงจังจนหัวใจคนฟังเต้นรัว "เธอมีค่าสำหรับพี่มากนะมีร่า รู้ใช่ไหม เราคบกันมาปีนึงแล้วนะ และสำหรับพี่เธอคือผู้หญิงคนเดียวที่ทำให้พี่อยากกลับบ้านมาเจอทุกวัน" มีร่ารู้สึกเขินจนหน้าแดงก่ำ เธอก้มหน้าหลบสายตาคมคู่นั้นก่อนจะพึมพำออกมาเบาๆ "จำไว้ด้วยนะค่ะ พี่เป็นผู้ชายคนแรกของหนูนะ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น พี่ต้องไม่ลืมตรงนี้" คามินฟังคำสารภาพนั้นด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและความหวงแหน "พี่ไม่มีวันลืมหรอก และพี่สัญญา ว่าพี่จะเป็นคนสุดท้ายของชีวิตเธอด้วย" อาหารมื้อค่ำดำเนินไปท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่น คามินคอยดูแลตักอาหารให้มีร่าไม่ห่าง แถมยังคอยเช็ดมุมปากให้เบาๆ สาวๆ โต๊ะข้างๆ พากันเหลียวมองด้วยความอิจฉาจนแทบจะกินอาหารไม่ลง แต่มีร่าไม่ได้สนใจสายตาเหล่านั้นเลย เธอสนแค่แววตาที่เต็มไปด้วยความหลงใหลของคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามเท่านั้น "อิ่มแล้วเหรอ" คามินถามพลางวางแก้วไวน์ลง "อิ่มค่ะแต่อยากได้ของหวานมากกว่า" มีร่าอมยิ้มกวนๆ ส่งสายตาหวานเชื่อมให้คนตรงหน้า คามินหัวเราะในลำคอ แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นเข้มขึ้นทันทีเมื่อเข้าใจความหมายของประโยคนั้น เขาเรียกพนักงานมาเช็กบิลอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกุมมือเรียวของเธอเดินออกจากร้านท่ามกลางสายตาของบรรดาสาวๆ ที่ยังคงมองตามมาเฟียหนุ่มอย่างไม่ลดละ รถคันหรูเคลื่อนตัวออกจากร้านด้วยความเร็วพอเหมาะ ไม่นานนักก็มาจอดสนิทที่หน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ ทันทีที่ประตูห้องนอนปิดลง คามินก็ไม่รอช้าที่จะรวบเอวบางเข้าหาตัว "ของหวานที่ว่าจะเป็นแบบไหนดีล่ะ" เขาถามเสียงพร่าพลางซุกไซ้ใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น มีร่าโอบรอบคอหนาแน่นขึ้น กลิ่นน้ำหอมผู้ชายบทที่50 ตอนพิเศษ ล็อคหัวใจนายมาเฟียแสงแดดอ่อนยามเช้าวันเสาร์สาดส่องผ่านผ้าม่านผืนหนา ทว่าภายในห้องนอนใหญ่ของคฤหาสน์ธนเวคินยังคงเงียบสงบ มีร่านอนหลับปุ๋ยอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาพร้อมกับสองแฝดมินนี่และรินนี่ที่ซุกตัวอยู่ข้างกายราวกับลูกลิงตัวน้อย คามินค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา มองดูใบหน้าของภรรยาและลูกสาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรัก ชายหนุ่มระบายยิ้มบางๆ ก่อนจะค่อยๆ ขยับตัวลงจากเตียงอย่างแผ่วเบาที่สุดเพราะกลัวว่าคนรักจะตื่นมาเฟียหนุ่มร่างสูงใหญ่หลังจากตื่นนอนและอาบน้ำเสร็จ เดินแกมวิ่งตรงไปยังห้องนอนของคุณดารินทร์ที่อยู่ถัดไป เขาเคาะประตูเบาๆ พอเป็นพิธีสี่ห้าครั้งก่อนจะผลักเข้าไปทันทีเมื่อเห็นว่ามารดาตื่นขึ้นมานั่งอ่านหนังสือรับลมเช้าอยู่ตรงระเบียงแล้ว"แม่ครับ เอากระโปรงมาให้ผมใส่หน่อยครับ แล้วช่วยแต่งหน้าทาปากให้ผมด้วยนะแม่"คุณดารินทร์สะดุ้งโหยง ละสายตาจากหนังสือตรงหน้าทันควัน เธอมองดูใบหน้าคมคายของลูกชายหัวแก้วหัวแหวนสลับกับสำรวจเนื้อตัวของเขาพลางระเบิดเสียงหัวเราะลั่นห้อง "คามินไม่สบายหรือเปล่าลูก? อยู่ดีๆ ทำไมถึงเพี้ยนอยากจะลุกขึ้นมาแต่งหญิงล่ะเนี่ย เกิดเนื้อเต้นอะไรขึ้นมาฮะ!"คามินเกาแก้มตั
“มาแล้วเหรอจ๊ะลูกสะใภ้แม่ มานั่งเถอะจ้ะ วันนี้ป้าอุ่นทำข้าวต้มปลาเก๋าของโปรดหนูด้วยนะ” คุณดารินทร์กวักมือเรียก“ขอบคุณค่ะคุณแม่ แล้วสามพ่อลูกล่ะคะยังไม่ลงมาอีกเหรอ” มีร่าเอ่ยถามยังไม่ทันขาดคำ เสียงฝีเท้าหนักสลับเบาก็ดังแว่วมาแต่ไกล“มาแล้วครับๆ! สะอาดเอี่ยมอ่อง กลิ่นหอมฟุ้งเหมือนเดินอยู่ในทุ่งดอกไม้เลยครับคุณแม่มีร่า!” คามินเดินนำลูกสาวทั้งสองลงมา มินนี่และรินนี่มาในชุดนักเรียนชุดใหม่ที่รีดจนเรียบกริบ ผมที่เคยเหนียวเหนอะบัดนี้แห้งสนิทและถูกมัดรวบไว้อย่างน่ารัก“ไหนมาให้แม่ดมสิคะ ว่าสะอาดจริงไหม” มีร่าดึงลูกๆ เข้ามากอดแล้วหอมแก้มซ้ายขวา “อืม หอมจริงด้วย คราวหลังห้ามเล่นพิเรนทร์แบบนี้อีกนะลูก แม่ตกใจหมดเลยรู้ไหม”“หนูขอโทษค่ะคุณแม่ หนูแค่ไม่อยากห่างจากคุณพ่อคุณแม่ไปโรงเรียนนี่นา” มินนี่สารภาพพลางทำหน้าอ้อน“โถ่ หลานปู่ ไปเรียนแค่แป๊บเดียวเอง เลิกเรียนแล้วเรามาต่อเลโก้กันนะลูก” เจ้าสัวธนินทร์ปลอบหลานพลางตักอาหารให้“พี่คามินคะ อาทิตย์หน้าที่จะไปสิงคโปร์ มีร่ากะว่าจะพาลูกไปดูออฟฟิศตึกใหม่ที่พี่ตกแต่งเพิ่มด้วยนะคะ อาหลงส่งรูปมาให้ดู สวยมากเลยค่ะ”“ตามใจหนูเลยครับ” คามินกุมมือมีร่าไว้บนโต๊ะ
บทที่49 จบหนึ่งปีผันผ่านไปราวกับติดปีก ธุรกิจของตระกูลธนเวคินภายใต้การนำของคามินขยายรากฐานในสิงคโปร์จนเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด คามินกลายเป็นมาเฟียทรงอิทธิพลที่ข้ามไปบริหารงานเดือนละสองครั้งโดยหอบหิ้วเมียรักและลูกแฝดไปเปลี่ยนบรรยากาศเสมอ แต่เมื่อเด็กหญิงมินนี่และรินนี่ถึงวัยต้องเข้าโรงเรียน ความสงบสุขในยามเช้าที่เคยมีก็กลายเป็นสมรภูมิย่อมๆ ไปเสียแล้วเช้าวันจันทร์ที่สดใสแต่แฝงไปด้วยเค้าลางแห่งความโกลาหล ภายในห้องแต่งตัวสุดหรู มีร่ากำลังง่วนอยู่กับการติดกิ๊บและจัดระเบียบชุดนักเรียนให้รินนี่อย่างประณีต ขณะที่คามินยืนแต่งตัวอยู่หน้ากระจกบานใหญ่พลางจัดเนคไทให้เข้าที่"มินนี่เสร็จหรือยังลูก? เดี๋ยวรถโรงเรียนจะมาแล้วนะ" มีร่าเอ่ยถามโดยไม่ได้หันไปมอง เพราะมินนี่เงียบผิดปกติมาพักใหญ่"แม่ขา หนูว่าวันนี้หนูไปโรงเรียนไม่ได้แล้วล่ะค่ะ" เสียงเล็กๆ ของมินนี่ดังขึ้นจากทางด้านหลัง น้ำเสียงนั้นฟังดูราบเรียบแต่ซ่อนความเจ้าเล่ห์เอาไว้"ทำไมลูก? เป็นอะไรคะ ปวดท้องหรือเปล่า?" มีร่าละมือจากรินนี่แล้วเงยหน้าขึ้นมอง แต่พอเห็นสภาพลูกสาวเท่านั้นแหละ หัวใจคนเป็นแม่แทบวาย "มินนี่! ผมทำไมเป็นแบบนั้น!"ภาพที่ปรากฏ
แสงเงินแสงทองของเช้าวันใหม่เริ่มจับขอบฟ้า เมื่อขบวนรถหรูของตระกูลธนเวคินเคลื่อนผ่านรั้วเหล็กดัดบานยักษ์เข้าสู่เขตคฤหาสน์อันกว้างขวาง ทันทีที่รถจอดสนิทที่หน้ามุก ประตูบ้านบานใหญ่ก็ถูกเปิดออกเผยให้เห็นเหล่าแม่บ้าน คนสวน คนขับรถ และพี่เลี้ยงเกือบสามสิบชีวิตที่มายืนเรียงแถวต้อนรับกันอย่างพร้อมเพรียง“ยินดีต้อนรับกลับบ้านค่ะนายท่าน คุณนาย นายน้อย คุณมีร่า และคุณหนูๆ!” เสียงประสานต้อนรับดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ แววตาของคนงานทุกคนเต็มไปด้วยความตื้นตันและโล่งใจอย่างเห็นได้ชัดคามินก้าวลงจากรถพร้อมกับอุ้มมินนี่ที่ยังงัวเงียอยู่บนบ่า ตามด้วยมีร่าที่จูงมือรินนี่ลงมาติดๆ ทันทีที่เท้าแตะพื้นบ้าน ป้าหัวหน้าแม่บ้านเก่าแก่ที่อยู่รับใช้ตระกูลนี้มาตั้งแต่สมัยเจ้าสัวธนินทร์ยังหนุ่มๆ ก็ถึงกับปล่อยโฮออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ เธอรีบก้าวเข้ามาทรุดตัวลงคุกเข่าแทบเท้าของเจ้าสัวและคุณดารินทร์“โถ่ นายท่าน คุณท่าน ปลอดภัยกลับมาแล้ว ป้าไหว้พระสวดมนต์ทุกคืน ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองทุกคนให้แคล้วคลาด” ป้าอุ่นพูดไปสะอื้นไป พลางใช้ชายผ้ากันเปื้อนเช็ดน้ำตาคุณดารินทร์รีบก้มลงประคองแม่บ้านคนสนิทให้ลุกขึ้น “โถ่ป้าลุกขึ้
บทที่48 สวนสนุกขบวนรถหรูเคลื่อนตัวข้ามสะพานข้ามทะเลมุ่งหน้าสู่เกาะส่วนตัวที่เป็นที่ตั้งของ "เดอะ มิราเคิล เวิลด์" (The Miracle World สถานที่สมมุติ) สวนสนุกที่ขึ้นชื่อว่าหรูหราและใหญ่ที่สุดในย่านนี้ มินนี่และรินนี่เกาะขอบกระจกรถตาไม่กะพริบ เมื่อเห็นยอดปราสาทสีทองระยิบระยับลอยเด่นอยู่ท่ามกลางหมู่เมฆสีขาว"คุณพ่อขา! ดูนั่นสิคะ ปราสาทลอยฟ้าสวยจังเลยค่ะ!" มินนี่ร้องเรียกเสียงหลงพลางชี้ชวนให้ทุกคนดู"ถึงแล้วครับ ดินแดนมหัศจรรย์ของมินนี่กับรินนี่" คามินหัวเราะอย่างอารมณ์ดี เขาอุ้มมินนี่ขึ้นบ่า ส่วนเจ้าสัวธนินทร์ก็ไม่น้อยหน้า รีบช้อนรินนี่ขึ้นมาแนบอกด้วยท่าทางกะฉับกะเฉง "ไปครับหลานปู่ วันนี้ปู่จะเหมาเครื่องเล่นให้พวกหนูเล่นจนเบื่อไปเลย!"ทันทีที่ย่างเท้าเข้าสู่เขตสวนสนุก กองทัพบอดี้การ์ดในชุดลำลองกระจายตัวล้อมรอบครอบครัวธนเวคินไว้อย่างเป็นระเบียบแนบเนียน เพื่อเปิดทางให้เจ้านายตัวน้อยได้เดินเล่นอย่างสะดวกสบายโดยไม่ต้องไปเบียดกับใคร"โอ้โห! คุณแม่ขา ดูตุ๊กตาหมีตัวยักษ์นั่นสิคะ มันเดินได้ด้วย!" รินนี่ชี้มือไปที่มาสคอต "กัปตันมิราเคิล" หมีขาวในชุดกัปตันเรือที่กำลังยืนโบกมือต้อนรับนักท่องเที่ยว"
มีร่ายกมือไหว้โทนี่อย่างนอบน้อม “สวัสดีค่ะคุณพ่อโทนี่ ขอบพระคุณมากนะคะที่กรุณาช่วยเหลือครอบครัวเรา มีร่าซึ้งใจจริงๆ ค่ะ”“ไม่ต้องเกรงใจเลยหนูมีร่า คนกันเองทั้งนั้น” โทนี่รับไหว้ด้วยรอยยิ้ม “ไอ้คามินมันตาถึงจริงๆ เมียสวยแถมหลานยังน่ารักขนาดนี้ ไปครับทุกคน ไปที่ห้องอาหารกันดีกว่า เดี๋ยวอาหารจะเย็นหมดเสียก่อน”ภายในห้องอาหารโอ่อ่าที่ตกแต่งด้วยเครื่องแก้วเจียระไนระยิบระยับ อาหารเที่ยงมื้อพิเศษถูกจัดวางไว้อย่างตระการตา มินนี่คอยตักอาหารที่อยู่ใกล้ๆ ส่งให้โทนี่อย่างเอาอกเอาใจ“คุณปู่ขา ทานอันนี้ดูนะคะ อร่อยมากเลยค่ะ มินนี่ชิมแล้ว!” เด็กน้อยพูดพลางคีบติ่มซำชิ้นโตใส่จานให้“รินนี่ป้อนนะคะคุณปู่ อ้ามมมม!” รินนี่ไม่ยอมน้อยหน้า ตักขนมจีบกุ้งตัวโตจ่อที่ปากของเจ้าบ้านโทนี่ จาง ถึงกับยิ้มแก้มปริ อ้าปากรับอาหารจากหลานตัวน้อยด้วยความประทับใจ “โอย ธนินทร์ มึงเลี้ยงหลานได้น่ารักน่าเอ็นดูขนาดนี้ กูอิจฉามึงจริงๆ ว่ะ มื้อนี้เป็นมื้อที่กูมีความสุขที่สุดในรอบหลายปีเลยนะเนี่ย!”คามินและมีร่าสบตากันด้วยความโล่งอกที่เห็นลูกๆ เข้ากับผู้ใหญ่ได้ดี หลังจากมื้ออาหารที่แสนอบอุ่นผ่านพ้นไป ทุกคนก็ย้ายมานั่งพักผ่อนหย







