تسجيل الدخولที่ชายแดนแห่งสมรภูมิรบเต็มไปด้วยความตึงเครียด แม่ทัพกังเปาหวนกลับมาที่ลานปะทะอีกหน ในครั้งนี้เขาว
“เจ้ามองลูกข้าราวกับจะกินเลือดเนื้อ” จูซินสังเกตเห็น “ข้าแค่หึงหวงเจ้า ข้ายังไม่มีสิทธิ์ใกล้เจ้าถึงเพียงนี้” “เจ้าประสาทนักจิ้งจอกเฒ่า เอ๊ะ! อย่ามาแตะตัวข้า” จูซินร้องเสียงหวงที่อีกฝ่ายถือวิสาสะประคองเอวนาง “ข้าเป็นสามีเจ้า เดินไม่ระวังจะเป็นเรื่องใหญ่” “ข้าไม่เคยเห็นเจ้าเป็นสามี สามีของข้า...” “เจ้าไม่มีสิทธิ์พูดถึงผู้ใด” ดวงตาแข็งกร้าวจ้องนางเขม็ง “ใจข้าย่อมรู้ดี ว่าเหยี่ยนจิงคือสามีเพียงผู้เดียวของข้า” จูซินไม่เกรงกลัว นางรีบก้าวเท้าขึ้นไปบนรถม้า&n
นับวันจูซินยิ่งแพ้ท้องหนัก นางมีอาการคลื่นไส้กินอาหารไม่ลงเลยสักมื้อ ตักเข้าปากไปครั้งใดพลันขย้อนออกมาจนหมดไส้พุง อาการอยากกินอาหารแปลกจึงมีมากขึ้น ถึงอย่างนั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญที่นางจำเป็นต้องไปร้องขอปีศาจจิ้งจอก เพียงแต่นางคิดการใหญ่เพื่อหาทางหนีออกไปจากเคหะแห่งนี้ต่างหาก “ข้าอยากกินหูฉลามจักรพรรดิ” ปีศาจหมูยืนร้องขอต่อหน้าหูลี่จิงที่ยามนี้กำลังนั่งทำงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “ข้าจะให้คนหามาให้” “ไม่ข้าอยากไปกินที่ร้านด้วยตัวเอง” “ฮูหยิน เจ้าจะออกไปได้อย่างไร อย่าคิดว่าข้าจะไม่รู้ว่าเจ้ากำลังคิดทำสิ่งใด” ตาเฉี่ยวจ้องเขม็ง ทิ้งงานตรงหน้าลุกขึ้นเดินไปหานางผู้เย่อหยิ่ง “หึ เจ้าให้ข้าเป็นฮูหยินแต่กั
ที่ชายแดนแห่งสมรภูมิรบเต็มไปด้วยความตึงเครียด แม่ทัพกังเปาหวนกลับมาที่ลานปะทะอีกหน ในครั้งนี้เขาวางแผนไว้เป็นอย่างดีไม่ประมาทเหมือนคราวก่อนอีก เร่งเข้าโจมตีแคว้นซีซวนที่อยู่ทางทิศตะวันตก ซึ่งมีกำลังน้อยและอ่อนแอที่สุด เพราะที่แคว้นนี้มีเพียงแม่ทัพเป็นผู้นำองค์ชายรองในคราบแม่ทัพใหญ่จึงวางแผนล้อมพวกศัตรูโดยไม่ให้พวกมันตั้งตัว สู้รบกับพวกทหารอยู่หลายเดือน ชุดเกราะของเขาเต็มไปด้วยเลือดและคราบดินโคลน มือจับกระบี่แหลมคมฟาดฟันฝ่ายตรงข้ามจนในที่สุดก็ฝ่ากำแพงสูงเข้าไปได้ม้าศึกขนสีดำขลับยามต้องแสงขนนั้นเงางามและสง่างาม แบกแม่ทัพสวมชุดเกราะเต็มยศมุ่งหน้าเข้าไปยังเมืองซีซวนเพื่อยึดครอง ฝีเท้าทั้งสี่เร่งแรงม้าหลบฝูงทหารและวิถีธนูเพลิงได้อย่างคล่องแคล่ว สมกับเป็นม้าคู่ใจของกังเปาแม่ทัพใหญ่แห่งวังหลวง“อย่าให้พวกมันเข้ามาได้”เสียงตะโกนของทหารดังลั่น อยากล่าถอยแต่ก็ทำไม่ได้เพราะที่หลังประตูเมืองคือทั้งแคว้นของพวกเขา“เจ้ายังไม่ตาย!” แม่ทัพฝ่ายตรงข้ามพูด ดวงตาเบิกกว้างประหม่าในทันทีเมื่อเห็นคนตรงหน้าอีกครากังเปาไม่รอช้ารีบเข้าปะทะ
หมอยาเข้ามาดูอาการให้ปีศาจหมู โดยอยู่ในสายตาของหูลี่จิงสายตาเฉี่ยวนั้นจ้องเขม็งไปยังผู้เฒ่ากว่าไม่ให้ปริปากบอกเรื่องจริงบางอย่างให้จูซินรู้“นางกำลังตั้งครรภ์ลูกของท่านขอรับ”เสียงสั่นรีบเอ่ย นางตั้งครรภ์จริงแต่อายุครรภ์นั้นต้องปกปิดไว้ หูลี่จิงรู้ดีว่านางท้องกับผู้ใด เพราะเขายังไม่เคยแตะต้องตัวนางไปมากกว่านี้“หา! ไม่จริง เป็นไปไม่ได้” จูซินอ้าปากค้างมองหน้าจอมปีศาจ“เจ้าจำไม่ได้หรือว่าวันนั้นเกิดกระไรขึ้น” มือใหญ่บีบคางนางให้เงยขึ้น หูลี่จิงมองดวงตาคู่สวยที่ยามนี้มีน้ำตาคลอ ก่อนสะบัดหน้านางออก แล้วตวัดมือไล่หมอยาให้ออกไปหยดน้ำตาของความเสียใจไหลออกมา ปีศาจหมูไม่อาจเชื่อว่านางจะท้องกับหูลี่จิงที่ชิงชังนักหนา นางรักและซื่อสัตย์ต่อเหยี่ยนจิงสามีอันเป็นที่รักแต่เพียงผู้เดียว ใจของนางจึงแตกสลายที่ถูกย่ำยีถึงเพียงนี้ อาจหนีไปให้พ้นกับจิ้งจอกที่ฉวยโอกาสเต็มประดา“ข้าไม่เชื่อ เจ้ามันเป็นจิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์ ข้าไม่มีทางท้องบุตรของเจ้า” กัดฟันกรอดมองไปยังร่างสูงที่ดวงตาเย่อหยิ่งกว่าใคร“ข้
เพล้ง!เสียงกระเบื้องของชามข้าวและสำรับอาหารตกลงพื้น อาหารกระจัดกระจายไม่เหลือให้หยิบมากินได้ เศษกระเบื้องผสมเกลื่อนอยู่ตรงนั้น จากฝีมือของจูซินที่ถูกขังอยู่ในห้องไม่เห็นเดือนเห็นตะวันมานานหลายวัน“ข้าไม่กิน!”ปีศาจหมูทั้งเครียดและกดดัน ตะคอกใส่นางกำนัลที่นำอาหารมาให้ นางอยากออกไปจากที่นี่จึงไม่คิดไยดีผู้ใด“หากเจ้าไม่กิน ข้าจะจับเจ้าเชือดเดี๋ยวนี้” หูลี่จิงเดินเข้ามาส่งเสียงเข้ม ก่อนปรายตามองนางกำนัลไล่ให้นางออกไป“เอาเลยสิ ข้าอยู่ที่นี่ก็เหมือนตายสู้ข้าตายด้วยน้ำมือเจ้าไปเสียตอนนี้ไม่ดีกว่าหรือ”“อย่ามาประชดข้า ข้าไม่ปล่อยให้เจ้าตายจากข้าไปง่าย ๆ ดอกฮูหยิน หากเจ้ายังดื้อรั้นข้าจะกดเจ้าลงเตียงตอนนี้”มือใหญ่กางกรงเล็บยาวจิกบนลงคอนาง ดวงตาเฉี่ยวมองแทะโลมอีกฝ่ายอย่างจาบจ้วง คำพูดนี้ไม่ปนล้อเล่นตั้งใจคิดเอาจริงในทุกคำ ดันกายปีศาจหมูให้นอนหงายบนเตียงพร้อมขึ้นคร่อม“ปล่อยข้านะ” เม้มปากพร้อมหยดน้ำตาไหล ชิงชังปีศาจจิ้งจอกยิ่งกว่าสิ่งใด“บอกข้ามาเจ้าจะเลือกสิ่งใด
พิธีถวายความอาลัยแด่ฮองเฮาได้ถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติ เมืองหลวงถูกลอยโคมไฟให้สว่างไสวเหนือท้องฟ้ายามราตรี ราวกับเป็นดวงดาวนับหมื่นดาวที่ส่งฮองเฮากลับสู่สรวงสวรรค์ ทุกคนต่างแต่งกายด้วยชุดขาวเพื่อไว้อาลัย และคนที่เศร้าใจกว่าใครนั่นคือองค์ชายรองกายสูงสง่าในชุดขาวทอดสายตามองโคมไฟที่ตนเพิ่งปล่อยมืออย่างอาวรณ์ ดวงตาแดงก่ำจากการร้องไห้มาหลายวัน บัดนี้เปลือกตาบวมได้แห้งเหือดเหลือทิ้งไว้เพียงตราบาปที่ตนประทับเอาไว้ในจิตใจ ข้างกายมีสหายยืนเยื้องอยู่ครึ่งเท้า ด้วยตำแหน่งที่ด้อยกว่าจึงไม่สามารถยืนเทียบเคียงได้“หนึ่งปีที่ข้าหายตัวไป ข้ามัวทำกระไรอยู่”มองเหม่อไปบนฟ้า แม้จะมีแสงไฟระยิบระยับกลับมืดบอดเสียจนหลงทาง เขาพลาดทุกสิ่งอย่างไม่น่าให้อภัยตนนั้นมัวแต่เอ้อระเหยไปอยู่ที่ใดกันแน่“อย่าโทษตัวเองเลยองค์ชายรอง”“ฮองเฮาทรงพักผ่อนอยู่บนสวรรค์แล้ว เหลือแต่ข้าแล้วสินะ”“ท่านยังมีข้าองค์ชายรอง”ใบหน้าคมคายหันไปมองสหาย ขยับตาลงเล็กน้อยบอกเป็นนัยว่ารับรู้ถึงความปรารถนาดีนั้น จากคนที่เคยยิ้มได้กว้างในทุกคราบ







