Home / รักโบราณ / ล่าปีศาจหมู / บทที่ 7.2 ไม่รังเกียจเจ้า

Share

บทที่ 7.2 ไม่รังเกียจเจ้า

last update publish date: 2026-08-20 15:05:39

“ข้าอยากช่วยเจ้า”

“หากท่านอยากช่วยข้า ท่านนั่งสานตะกร้าที่ข้าทำทิ้งไว้ก่อนเถิด งานหนักอย่างนั้นให้ข้าทำเอง”

จูซินไม่รอช้าหยิบตะกร้าพร้อมไม้หวายที่ตัดเอาไว้มากองให้คนว่างงานได้ทำ

“ท่านทำเป็นหรือไม่”

“ข้าว่าข้าทำเป็น” ใบหน้าหล่อเหลายิ้มกว้าง ในที่สุดเขาก็มีประโยชน์แล้ว

“ท่านสานตะกร้าไปนะ ข้าจะไปตักน้ำที่บ่อ”

หลังจากนั้นจูซินได้แยกตัวเดินไปยังบ่อน้ำ ตักมันด้วยถังไม้แล้วนำมารดผักที่เจริญงอกงามอยู่ในแปลง ระหว่างที่นางตั้งใจทำงานหนักจนเหงื่อออก ดวงตากลมคอยปรายมองเหยี่ยนจิงไปด้วย

ชายที่นั่งบนหินก้อนใหญ่ อกผายไหล่กว้าง เสื้อผ้าของบิดาที่นำมาให้เขาได้ใส่กำลังพลิ้วไปตามลม พลันเห็นภาพซ้อนของบิดาอีกครั้ง

“จูซินลูกพ่อ มานี่สิ”

ใบหน้าของชายมีหนวดเครากำลังยิ้มกว้างให้ลูกสาวซึ่งเป็นปีศาจหมูในวัยเพียงสามขวบ เด็กน้อยตัวสั้นป้อมยิ้มร่ามาหาจูเชียวผู้เป็นพ่อ ทั้งเนื้อทั้งตัวมอมแมมเปื้อนโคลนไปหมด แต่คนเป็นพ่อก็ยังอ้าแขนรอพร้อมกอดลูกไว้แน่น ก่อนอุ้มขึ้นให้สูงระดับอก

“ท่านพ่อ ท่านแม่นำอาหารมาให้ท่าน”

“รึ วันนี้แม่ของเจ้าทำอะไรให้กินล่ะ” จูเชียวมองพวงแก้มแดงที่ขยับเล็กน้อยยามเมื่อปากเล็กกำลังพูด

“ซาลาเปาไส้ผัก ขนมผักกาด ตุ๋นเห็ดสามสหาย แล้วก็ผัดเต้าหู้กับน้ำมันพริก” เสียงเจื้อยแจ้วพูดกับท่านพ่อ

“เจ้านี่นับวันยิ่งฉลาดนะ ลูกหมูของพ่อ”

“ข้าฉลาดเหมือนท่านพ่อท่านแม่ไง” จูซินยิ้มกว้างจนเห็นฟันหลอ ก่อนหันไปเห็นผู้เป็นแม่เดินมาพร้อมตะกร้าในมือ

“ท่านแม่ ท่านแม่มาแล้ว”

“เจ้าลูกหมูวิ่งเร็วเกินไปแล้ว” ชิงเอ๋อพูดขึ้น นางมองลูกสาวอย่างเอ็นดู

“ข้าหิวแล้วท่านแม่ ข้าอยากกินแล้ว” เด็กน้อยลูบพุงพลุ้ยของตัวเอง

ไม่ให้รอช้าทั้งสามจึงมานั่งล้อมวงกินข้าวใต้ร่มไม้ข้างแปลงผัก วิถีชีวิตแสนเรียบง่ายของปีศาจหมูช่างเป็นอะไรที่มีความสุขเกินกว่าจะบรรยายได้หมด

มือเล็กป้อมจับตะเกียบคีบอาหารเข้าปากอย่างตะกละตะกลาม พวงแก้มเปื้อนเศษอาหารและเคี้ยวตุ้ยไม่หยุด รสชาติอาหารที่หากินที่ไหนไม่ได้ อร่อยจนลิ้นจดจำ จูซินถึงได้อ้วนพีอย่างนี้

“ค่อย ๆ กิน เจ้าไม่ต้องกลัวว่าจะไม่อิ่ม ท่านพ่อเจ้าปลูกผักไว้ให้ทั้งแปลงแล้ว” ชิงเอ๋อพูดไม่จริงจังนัก

“อาหารของท่านแม่อร่อยที่สุด” ปากยังเต็มไปด้วยอาหารพูดขึ้น

“ฮ่า ๆ อร่อยก็กินเยอะ ๆ” จูเชียวชอบใจคีบอาหารใส่ไว้ในชามของลูกจนพูน

“กินเยอะเดี๋ยวก็อ้วนเป็นหมู”

“ข้าไม่ใช่หมูรึท่านแม่”

“ฮ่า ๆ จริงด้วย ลูกหมูของแม่น่ารักที่สุด”

ใบหน้าของแม่ยิ้มและหัวเราะให้จูซิน ท่านพ่อก็ไม่ต่างกัน อาหารมื้อนั้นจึงเป็นที่น่าจดจำมาจนถึงทุกวันนี้

จูซินในวัยสาวต้องปาดน้ำตา ภาพในอดีตนั้นกลายเป็นเหยี่ยนจิงที่อยู่เบื้องหน้าแล้ว นางจึงรดน้ำแปลงผักต่อจนเสร็จ และไม่ลืมที่จะเก็บผักพวกนั้นไปทำอาหาร วันนี้นางอยากทำอาหารที่แม่เคยทำให้เสียหน่อย

“ท่านเข้าบ้านกัน วันนี้ข้าจะทำซาลาเปาไส้ผักให้ท่านกิน”

“อืม”

เหยี่ยนจิงยิ้มให้ เขาละจากการสานตะกร้าแล้วจับไม้เท้าพยุงตัวเองขึ้น ในครั้งนี้เขาเป็นฝ่ายจับชายเสื้อนางโดยไม่ลังเลสักนิด ก่อนพากันเดินกลับเข้าไปในบ้าน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ล่าปีศาจหมู   บทที่ 7.2 ไม่รังเกียจเจ้า

    “ข้าอยากช่วยเจ้า”“หากท่านอยากช่วยข้า ท่านนั่งสานตะกร้าที่ข้าทำทิ้งไว้ก่อนเถิด งานหนักอย่างนั้นให้ข้าทำเอง”จูซินไม่รอช้าหยิบตะกร้าพร้อมไม้หวายที่ตัดเอาไว้มากองให้คนว่างงานได้ทำ“ท่านทำเป็นหรือไม่”“ข้าว่าข้าทำเป็น” ใบหน้าหล่อเหลายิ้มกว้าง ในที่สุดเขาก็มีประโยชน์แล้ว“ท่านสานตะกร้าไปนะ ข้าจะไปตักน้ำที่บ่อ”หลังจากนั้นจูซินได้แยกตัวเดินไปยังบ่อน้ำ ตักมันด้วยถังไม้แล้วนำมารดผักที่เจริญงอกงามอยู่ในแปลง ระหว่างที่นางตั้งใจทำงานหนักจนเหงื่อออก ดวงตากลมคอยปรายมองเหยี่ยนจิงไปด้วยชายที่นั่งบนหินก้อนใหญ่ อกผายไหล่กว้าง เสื้อผ้าของบิดาที่นำมาให้เขาได้ใส่กำลังพลิ้วไปตามลม พลันเห็นภาพซ้อนของบิดาอีกครั้ง“จูซินลูกพ่อ มานี่สิ” ใบหน้าของชายมีหนวดเครากำลังยิ้มกว้างให้ลูกสาวซึ่งเป็นปีศาจหมูในวัยเพียงสามขวบ เด็กน้อยตัวสั้นป้อมยิ้มร่ามาหาจูเชียวผู้เป็นพ่อ ทั้งเนื้อทั้งตัวมอมแมมเปื้อนโคลนไปหมด แต่คนเป็นพ่อก็ยังอ้าแขนรอพร้อมกอดลูกไว้แน่น ก่อนอุ้มขึ้นให้สูงระดับอก“ท่านพ่อ ท่านแม่นำอาหารมาให้ท่าน”“รึ วันนี้แม่ของเจ้าทำอะไรให้กินล่ะ” จูเชียวมองพวงแก้มแดงที่ขยับเล็กน้อยยามเมื่อปากเล็กกำลังพูด“ซาลาเปาไส้ผ

  • ล่าปีศาจหมู   บทที่ 7 ไม่รังเกียจเจ้า

    วันเวลาผ่านเลยนานนับเดือนจูซินยังคอยดูแลเหยี่ยนจิงเฉกเช่นเดิม และนับวันอาการของเขาได้ดีขึ้นตามลำดับ จากคนที่ขยับลุกขึ้นเดินเหินไม่ค่อยได้ ยามนี้สามารถใช้ไม้เท้าประคองตัวเองเดินไปทั่วห้อง จากการเพียรพยายามใช้ชีวิตในความมืดบอดของตัวเอง จดจำทุกย่างก้าวให้พอรู้ว่าที่มุมใดมีอะไรอยู่บ้าง ส่วนจูซินก็ช่วยอีกทาง นางไม่ขยับย้ายสิ่งของใดในบ้าน เพราะกลัวว่าเหยี่ยนจิงจะเตะโดนและล้มคะมำ ในทุกการทำกายภาพนางมักคอยดูแลอย่างใกล้ชิดอยู่เสมอ จากที่ไม่คุ้นชินที่บ้านหลังนี้มีคนอื่นอยู่ด้วยกลายเป็นคุ้นเคยไปเสียแล้ว “ข้าอยู่ที่นี่มาหลายวันแล้ว ข้ายังไม่ได้ยินเสียงใครอื่นเลย” “ข้าอยู่คนเดียว พ่อแม่ข้าตายไปหมดแล้ว ข้าไม่มีญาติที่ไหน แม้แต่เพื่อนบ้านที่พอเป็นมิตรก็ไม่มี” น้ำเสียงเศร้าลง ก่อนลุกขึ้นเพื่อเปลี่ยนเรื่อง “ข้าจะออกไปรดน้ำแปลงผัก ท่านรอข้าอยู่ในบ้านก่อนนะ” “ข้าอยากไปด้วย”เหยี่ยนจิงฟังน้ำเสียงนั้นอยากตีปากตัวเองเสียจริง จิตใจของนางต้องแกร่งและเข้มแข็งเพียงใดที่ต้องใช้ชีวิตโดยลำพังเช่นนี้ เขาเริ่มเห็นใจอีกฝ่ายจึงไม่อยากให้ต้องเหน็บเหนื่อย

  • ล่าปีศาจหมู   บทที่ 6.2 เสียงหมูมาจากที่ใด

    เช้าวันต่อมาจูซินสะดุ้งตื่นทันที นางเผลอปล่อยตัวสบายจนลืมไปว่าห้ามเผยกายหยาบให้ผู้ใดเห็น โดยเฉพาะมนุษย์ผู้มีใบหน้าหล่อเหลาเช่นนี้ แม้ดวงตาทั้งสองถูกพันแผลไว้แต่ก็ห้ามประมาทเชียว ก่อนที่เหยี่ยนจิงจะตื่นนางจึงรีบลงไปเตรียมอาหารและปรุงยาให้ ก่อนกลับขึ้นมาเตรียมน้ำอุ่นให้อาบ เมื่อเข้ามานางได้เห็นอีกฝ่ายลุกนั่งพิงพนักเตียงจึงเอ่ยถาม “ท่านตื่นแล้วรึ” “ข้าตื่นแล้ว เจ้าเลี้ยงหมูด้วยรึ เมื่อคืนข้าได้ยินเสียง” “ชะ...ใช่ เป็นหมูป่าบาดเจ็บมาเหมือนกับท่าน เมื่อเช้าข้าได้ปล่อยมันไปแล้ว” “อืม” “ท่านเป็นอย่างไรบ้าง” “ดีขึ้นมากแล้ว” เหยี่ยนจิงยิ้มให้นาง “ท่านอยากอาบน้ำหรือไม่ ข้าเตรียมน้ำอุ่นไว้ให้ท่านแล้ว” “อืม” “รอข้าประเดี๋ยว ข้าได้ทำไม้เท้าไว้ให้ท่านแล้ว” จูซินรีบวิ่งไปหยิบไม้เท้าที่ตั้งใจตัดมาให้ “เจ้าไปหามาได้อย่างไร” “ตัดจากไม้แถวนี้ ไม่ได้ยากเย็นอะไร มาข้าช่วย” นางประคองคนเจ็บให้ลุกจากเตียง เหยี่ยนจิงเดินขาเดียวพร้อมเกาะไหล่นางเดินไปยังห้องน้

  • ล่าปีศาจหมู   บทที่ 6 เสียงหมูมาจากที่ใด

    เสียงดังโครมครามจากชั้นล่างทำให้คนหลับสะดุ้งตื่น เหยี่ยนจิงนึกห่วงซินซินขึ้นมา เขาที่มีดวงตามืดบอดจึงพยายามมองหาและยันตัวเองขึ้น “ท่าน! จะขยับตัวไปไย” จูซินเดินเข้ามาพร้อมยาต้มสมุนไพร ก็ต้องรีบวางของในมือแล้วช่วยประคองคนเจ็บ “ข้าได้ยินเสียงดัง เจ้าไม่เป็นอะไรใช่ไหม” “ข้าไม่เป็นกระไร” ใบหน้านางมีรอยยิ้ม ดีใจที่อีกฝ่ายนึกเป็นห่วง “เกิดอะไรขึ้น” “หมาป่าน่ะ มันเข้ามาจะกินอาหารในครัว ข้าก็เลยเอาไม้ฟาดมันไป” “อย่างนี้นี่เอง” เหยี่ยนจิงได้ยินเสียงสุนัขอย่างที่นางพูด จึงเป็นคำที่เชื่อได้ เขาจึงไม่ถามต่อ “ท่านตื่นก็ดีแล้วข้าต้มยามาให้ท่าน” ว่าแล้วจูซินก็ยกถ้วยยามาให้ดื่ม เหยี่ยนจิงทำตามอย่างว่าง่าย มือใหญ่ของเขาคอยประคองมือของนางไว้ด้วย สัมผัสแผ่วเบาที่จับบนมือนุ่มทำให้ใจของปีศาจหมูหวั่นไหวทุกครา ทั้งที่อีกฝ่ายไม่ได้คิดอะไรเลย “ท่านพักผ่อนเถิด คืนนี้หนาวเย็นยิ่งนัก ข้าจะนำเตาผิงไฟมาให้ท่าน” จูซินจัดการช่วยประคองคนเจ็บให้นอนลงตามเดิม พร้อมดึงผ้าห่มคลุมกายให้ ส่วนนางได้ลุกเดิน

  • ล่าปีศาจหมู   บทที่ 5.2 ปีศาจที่ไม่ได้รับเชิญ

    ปีศาจหมูเอื้อมมือไปบังใบหน้าของเหยี่ยนจิงไว้ พลังแห่งการพักผ่อนจึงแผ่ออกมาช่วยให้คนเจ็บได้นอนอย่างสบาย นางมองใบหน้าหล่อนั้นอย่างอ้อยอิ่ง ก่อนเดินหายออกไปจากห้องนี้จูซินเดินเข้ามาในห้องน้ำ ถึงเวลาที่นางต้องชำระล้างตัวเองสักหน่อย เสื้อผ้าถูกผลัดออกกองลงบนพื้น ร่างอวบอั๋นเปลือยเปล่ากำลังสะท้อนอยู่ในเงากระจกทองเหลือง ก่อนแปรเปลี่ยนเป็นร่างอรชรอย่างคนทั่วไป ใบหน้าที่เคยเป็นหมูกลายเป็นหญิงงามจากมนต์ยามราตรีนั่นเองจูซินหย่อนกายลงในอ่างอาบน้ำ ขัดเนื้อตัวอย่างเชื่องช้า พลางนึกถึงเหตุการณ์ที่น่าระทึกจากการหลบหนีพวกทหาร นางรอดชีวิตมาได้ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเครื่องการันตีเลยว่าวันข้างหน้าจะรอดอีกหรือไม่มือทาบบนอกข้างซ้ายที่ตอนนี้ยังคงมีเส้นชีวิต หัวใจอันมีค่ายิ่งของนางกำลังเป็นอะไรกันแน่ เหตุใดถึงสั่นระรัวได้ถึงเพียงนี้อะ...ฮู้ววว!จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงสุนัขหอน จูซินที่อาบน้ำอยู่ต้องชะงักในทันที พร้อมหันมองไปรอบอย่างหวาดระแวง เห็นเงาเคลื่อนตัวอย่างว่องไวอยู่รอบห้อง ก่อนจะมีสายลมพัดดับเปลวไฟภายในห้องน้ำสนิทโดยพลัน“แย่แล้ว!” ด้วยความตกใจ จูซินจึงรีบคว้าเอาเสื้อมาคลุม ทว่ากลับคว้าได้เพียงอากาศเพร

  • ล่าปีศาจหมู   บทที่ 5.1 ปีศาจที่ไม่ได้รับเชิญ

    ผ้าที่ซักจนสะอาดถูกสะบัดให้น้ำกระเด็นก่อนตากไว้บนราวไม้ไผ่จนเสร็จ จูซินรีบเดินขากะเผลกขึ้นไปหาคนเจ็บบนชั้นสองที่รออยู่ เท้าก้าวข้ามธรณีประตูโดยไม่ต้องเปิด เพราะบานประตูยังกองอยู่บนพื้น มือล้วงเอาของสำคัญในสาบเสื้อยื่นให้เหยี่ยนจิงที่ยังนั่งพิงพนักเตียงอยู่ท่าเดิม “นี่ของท่าน” “มันคืออะไร เจ้าบอกข้าให้เห็นภาพได้หรือไม่”มือใหญ่รับของสำคัญมาคลำ เขารู้ว่าในมือเป็นสร้อยคอที่ถูกแกะสลักเป็นมังกร ส่วนตราประจำตระกูลนั้นแกะแซ่ไว้ให้นูนขึ้น เขาจึงรู้ว่าตัวเองแซ่ เซี่ย คนสูญเสียความทรงจำจึงรู้นามตระกูลตนเอง “ข้าไม่รู้หนังสือ รู้แต่เพียงว่าสร้อยของท่านมีจี้เป็นมังกรคาบแก้ว สีของมันเป็นสีเขียวอมคราม ส่วนตราเหมือนแท่งหยกนี่ข้าก็อ่านไม่ออก” “ไม่เป็นไร แค่นี้ก็เพียงพอ ขอเพียงข้ามีสิ่งนี้อยู่ ญาติของข้าคงตามเจอ” “ข้าก็หวังว่าอย่างนั้น” จูซินยิ้มจาง ๆ มองดวงตาที่ถูกพันแผลไว้ในยามที่เหยี่ยนจิงหายดีนางจะพาเขาออกไปจากแดนปีศาจโดยทันที หลังจากนั้นตัดขาดกันให้สิ้น นึกดีใจอยู่บ้างที่เขาไม่รู้ถึงที่มาของตัวเองนางจะได้ไม่ต้องระแวงว่าจะถูกเขาฆ่า“ข้าซ่อมประ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status