Home / รักโบราณ / ล่าปีศาจหมู / บทที่ 8.1 ฮูหยินของข้า

Share

บทที่ 8.1 ฮูหยินของข้า

last update Petsa ng paglalathala: 2026-08-21 19:21:29

หลังจากการข่าวจากไปของแม่ทัพกังเปาแพร่สะพัดไปทั่วเขตแคว้น ภายในราชสำนักเริ่มปั่นป่วนแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ทั้งยังมีความไม่สงบที่ขอบชายแดนอยู่ไม่ขาด

คนที่ทุกข์ร้อนใจที่สุดนั้นคงเป็นฮองเฮาที่ประชวรอยู่ตอนนี้ จากโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เกสาได้ร่วงจนบางเป็นหย่อม ผิวแห้งติดกระดูก เรี่ยวแรงไม่มีให้พอให้ขยับตัวได้ เหมือนเป็นผักในโหลดองอย่างไรอย่างนั้น

นางเฝ้ารอลูกชายกลับมาจากศึกสามแคว้น แต่กลับพบข่าวร้ายที่ว่าแม่ทัพกังเปาสิ้นชีพในแดนสงคราม นั่นเท่ากับว่า องค์ชายรองบุตรชายของฮองเฮาได้สิ้นพระชนม์ไปในศึกคราวนั้นแล้ว

องค์ชายรองเก่งเรื่องบู๊ได้แฝงตัวเป็นแม่ทัพแห่งวังหลวง และยังมีสิทธิ์ได้ขึ้นครองเป็นฮ่องเต้องค์ถัดไป บัดนี้ทุกอย่างกลับตาลปัตรเสียจนคนที่ลมหายใจอ่อน แทบไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อ

เพราะบุตรชายหมายมั่นจะตามหาปีศาจหมูมาถวายให้จงได้ นางจึงรอคอยอย่างมีหวังเพื่อจะได้กลับมาอยู่เคียงคู่บัลลังก์กับฮ่องเต้อีกครั้ง และจะได้มองลูกชายผ่านม่านแดงที่อยู่เบื้องหลังบัลลังก์นั้น ได้แต่ภาวนาว่าอย่าให้ข่าวนั้นเป็นจริง เพราะยังไม่มีใครรู้ข่าวขององค์ชายรองที่ได้แต่ปิดเอาไว้

“ข้ามีเรื่องรายงานฮองเฮา”

ชายร่างกำยำสวมชุดทหารมาขอเข้าเฝ้าอยู่ที่หน้าประตู เหล่านางกำนัลจึงเปิดให้เหมือนทุกครั้ง ชายผู้นี้จึงก้าวเดินอย่างกระฉับกระเฉงเข้าไปยังห้องที่มีม่านกั้นไว้ ก่อนคุกเข่าลงเพื่อทำความเคารพ

เขามีนามว่า จางเหว่ย สหายขององค์ชายรอง และเป็นรองแม่ทัพฝ่ายซ้าย

“ทูนฮองเฮา ข้าจางเหว่ยมารายงานว่าตอนนี้ยังไม่พบเบาะแสขององค์ชายรอง แม้แต่ศพก็ยังไม่เห็น ข้าน้อยคิดว่าองค์ชายรองยังไม่สิ้นชีพ ตราบใดที่ยังไม่พบร่างข้าน้อยก็จะตามหาต่อไปพ่ะย่ะค่ะ”

จางเหว่ยยืนเต็มความสูง ก่อนก้มโค้งแล้วเดินออกไปจากตำหนักแห่งนี้พร้อมทหารที่ยืนรออยู่ พาอีกคนเดินไปยังวังส่วนหน้าที่ซึ่งเป็นที่ขององค์ชายใหญ่ซึ่งเป็นบุตรของสนมเอก เขาเห็นองค์ชายใหญ่เดินมาพร้อมนายทหารที่เดินตามเป็นขบวน คนต่างศักดิ์อยู่หลายขั้นจึงต้องหลบแล้วยืนทำความเคารพต่อหน้าองค์ชายใหญ่ผู้มีจิตใจแข็งกระด้าง และเหี้ยมโหดเกินใคร

ทว่าองค์ชายใหญ่ไม่ได้เดินผ่านไป ใบหน้าเหี้ยมนั้นหันมามองรองแม่ทัพ

“เหตุใดเจ้าถึงยังอยู่ในวังหลวง ไม่ใช่ต้องไปดูศึกที่ชายแดนรึ” น้ำเสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจพูด

“องค์ชาย ข้าน้อยเข้ามาตามคำสั่งของฝ่าบาทขอรับ”

“ฝ่าบาททรงมีเรื่องอะไร”

“ฝ่าบาทต้องการให้ข้าน้อยเร่งหาปีศาจหมูให้พบ ก่อนที่คนกบฏทั้งสามแคว้นนั้นจะหาเจอ”

“หึ ปีศาจหมูแค่ตนเดียว ไยต้องยุ่งยากให้ทหารที่อยู่ชายแดนอย่างเจ้าไปจับ ข้าจะทูนฝ่าบาทด้วยตนเอง ข้าผู้นี้เก่งกาจพอที่จะล่าปีศาจหมูมาให้จงได้”

“องค์ชายรองกำลังไปตามไล่ล่าปีศาจหมูอยู่นะขอรับ”

“เจ้ากำลังว่าข้าเข้าไปแส่ไม่เข้าเรื่องรึ ในเมื่อองค์ชายรองไร้ความสามารถย่อมต้องเป็นข้าที่ต้องไปทำหน้าที่นั้นแทน”

“ไม่กล้าขอรับองค์ชายใหญ่ ข้าแค่เห็นว่าองค์ชายใหญ่ทรงปรีชาสามารถทั้งเรื่องบุ๋นและบู๊ ก็เกรงว่าหากไม่มีผู้ใดอยู่ในวังหลวงในยามคับขันเช่นนี้ จะเป็นช่องว่างให้ศัตรูเข้ามาได้ หากท่านอยู่ที่นี่จะไม่มีผู้ใดบุกมาทำลายวังหลวงได้อย่างแน่นอน”

“หึ แล้วไป”

องค์ชายใหญ่เดินจากไปในทันที ทหารชั้นผู้น้อยที่ยืนเกร็งอยู่นานต้องรีบพ่นหายใจและสูดอากาศเข้าปอดให้โล่ง

“องค์ชายใหญ่ไม่พูดถึงองค์ชายรองสักนิด” เป่าชวน พูดขึ้นขณะเดินไปพร้อมกับจางเหว่ย

“ใครก็รู้ว่าองค์ชายใหญ่อยากขึ้นครองราชย์ต่อจากฮ่องเต้”

“อย่างนี้ที่องค์ชายอยากทำผลงานก็คงคิดจะขึ้นแทนองค์ชายรองสินะ”

“ในยามนี้ เขามีสิทธิ์นั้นแล้วเกือบเต็มส่วน”

“แล้วส่วนที่เหลือล่ะท่าน”

“ข้าผู้นี้จะตามหาองค์ชายรองกลับมาเอง” จางเหว่ยลั่นวาจาไว้เช่นนั้นอย่างหนักแน่น แม้ความหวังจะริบหรี่เพียงใด

“เราหาองค์ชายรองมาร่วมเดือนแล้วนะท่าน คงเหลือแต่ที่เหวนรกชันกับดินแดนลึกลับของปีศาจแล้วล่ะ”

“มีที่อย่างนั้นด้วยรึ ข้าไม่เคยได้ยิน” จางเหว่ยมองหน้าอีกฝ่ายด้วยความอยากรู้

“ข้าเป็นคนเป่ยเฉียน เรื่องนี้ข้าได้ยินมาตั้งแต่เด็ก มันเป็นเพียงเรื่องเล่าในนิทานเท่านั้นเอง ท่านอย่าได้ใส่ใจนัก”

 “เป่ยเฉียน ข้าไม่นึกถึงที่หนาวเหน็บเช่นนั้นมาก่อน หากใช่อย่างว่าจะไปหาเบาะแสที่นั่นก็ไม่เสียหาย”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ล่าปีศาจหมู   บทที่ 9.2 ความรักผลิบาน

    หลังจากวันนั้นคนไร้ซึ่งแสงนำทางผู้นี้ได้ทำหน้าที่สามีให้กับจูซินอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ความรักของพวกเขาเบ่งบานชื่นมื่นอยู่นานเป็นปีอาการบาดเจ็บของเหยี่ยนจิงก็หายเป็นปลิดทิ้ง เหลือเพียงดวงตาคู่นี้ที่ยังมืดบอดและยังจำอดีตของตนไม่ได้ นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญในใจเขา หญิงตรงหน้าต่างหากที่สำคัญยิ่ง“ซินซินฮูหยินของข้า” กุมมือนางไว้แน่น นับวันความรักของเหยี่ยนจิงยิ่งมีมากจนล้น“เจ้าคะ”แบมือที่กำสร้อยไว้ “ข้าอยากมอบสิ่งนี้ให้กับเจ้า” ในเมื่อตอนนี้เขามีสมบัติติดตัวเพียงไม่กี่ชิ้น เขาจึงอยากมอบสิ่งมีค่านี้ไว้ให้เป็นตัวแทนในความรักที่เขาเต็มใจมอบให้นาง“ของสำคัญของท่านพี่นี่เจ้าคะ” หัวใจจูซินพลันเต้นแรง ตาเบิกกว้างมองของมีค่านั้น“ของสำคัญย่อมอยู่กับคนสำคัญของข้า เจ้าคือคนสำคัญที่สุดในใจของข้านะฮูหยิน”“ข้าดีใจที่ท่านพี่พูดเช่นนี้ ท่านไม่คิดเก็บไว้สืบหาญาติรึเจ้าคะ”“ไม่จำเป็นแล้ว ข้าอยู่ที่นี่มาร่วมปีแล้ว ญาติของข้าคงเข้าใจว่าข้าตายไปแล้ว ต่อไปนี้ข้าจะอยู่กับเจ้าที่นี่ มี

  • ล่าปีศาจหมู   บทที่ 9.1 ความรักผลิบาน

    “เจ้าเป็นกระไรรึไม่” เหยี่ยนจิงเอ่ยถาม น้ำเสียงทุ้มเต็มไปด้วยความเป็นห่วง“ข้าไม่เป็นกระไร ท่านถอยห่างจากครัวเถิด ข้าขอเก็บกวาดสักประเดี๋ยว เดี๋ยวข้าเอาซาลาเปาที่ยังมีในเข่งไปให้ท่าน”“ให้ข้าช่วย”“อย่าเลย เดี๋ยวมือท่านจะโดนเศษกระเบื้องบาด ข้าไหวท่านไปเถิด”“ข้าจะรอเจ้า”เหยี่ยนจิงไม่ได้ดื้อรั้น เขาเดินค้ำไม้เท้าขึ้นไปรอบนห้องแต่โดยดี ปีศาจหมูจึงต้องรีบเก็บของที่กระจัดกระจายบนพื้น อาหารที่อุตส่าห์ตั้งใจทำให้อีกฝ่ายได้ชิมรส บัดนี้เหลือเพียงซาลาเปาในเข่งเพียงไม่กี่ลูกเท่านั้น นางเก็บกวาดพื้นให้สะอาดไม่ให้เหลือเศษกระเบื้องไว้แม้แต่เล็กน้อย เพราะกลัวคนตามืดบอดจะเหยียบโดนเข้าหลังจากเก็บครัวจนเสร็จ นางจึงนำซาลาเปาขึ้นไปให้เหยี่ยนจิงได้กิน ซาลาเปาไส้ผักสูตรพิเศษแม้จะไม่ได้แตกต่างจากของชาวบ้านทั่วไป รสชาติของมันเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักที่มอบให้ชายผู้นี้อย่างไม่มีข้อแม้นางยื่นซาลาเปาใส่ในมือใหญ่ นางยอมอดได้เพื่อให้เหยี่ยนจิงได้อิ่มท้อง มองอีกฝ่ายกินได้อย่างเอร็ดอร่อยเพียงเท่านั้นพลัน

  • ล่าปีศาจหมู   บทที่ 8.2 ฮูหยินของข้า

    ควันโชยออกนอกหน้าต่างจนโขมง พร้อมกับกลิ่นหอมของซาลาเปาไส้ผักร้อน ๆ ที่แข่งกันฟูอยู่ในเข่งอวดผิวสีขาวของเนื้อแป้งนุ่มเด้ง ที่จับจีบไว้อย่างสวยงามจูซินที่สวมผ้ากันเปื้อนหยิบเข่งซาลาเปาออกมาวางบนโต๊ะ พร้อมอาหารอีกสองสามอย่างที่ได้เตรียมไว้ให้เหยี่ยนจิง นางตั้งใจทำอาหารในมื้อนี้อย่างสุดฝีมือเพื่อระลึกถึงครอบครัวที่จากลา พลางมองไปยังชายผู้เดินด้วยไม้เท้าเข้ามาในครัวอย่างรู้เวลา แม้ดวงตาบอดสนิทนั้นจะยังไม่หายดีแต่ก็คล่องแคล่วขึ้นอย่างดีวันดีคืน“เจ้าทำกระไรให้ข้ากินบ้าง กลิ่นมันหอมตลบอบอวลไปหมด” คนหย่อนกายนั่งลงพร้อมรับกลิ่นยั่วน้ำลาย“ซาลาเปาไส้ผัก ผัดผักสามสหาย ต้มเยื่อไผ่กับเต้าหู้อ่อน”“น่ากินยิ่งนัก”!!!เสียงนั้นไม่ได้มาจากเหยี่ยนจิง แต่เป็นจากชายผู้ที่ไม่อยากให้เจอสักนิด ปีศาจจิ้งจอกถือวิสาสะเข้ามาในบ้านคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตก่อน“ท่านมาที่นี่ทำไม” จูซินพูดด้วยความตกใจ รีบลุกขึ้นไปยืนบังหน้าเหยี่ยนจิง&

  • ล่าปีศาจหมู   บทที่ 8.1 ฮูหยินของข้า

    หลังจากการข่าวจากไปของแม่ทัพกังเปาแพร่สะพัดไปทั่วเขตแคว้น ภายในราชสำนักเริ่มปั่นป่วนแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ทั้งยังมีความไม่สงบที่ขอบชายแดนอยู่ไม่ขาดคนที่ทุกข์ร้อนใจที่สุดนั้นคงเป็นฮองเฮาที่ประชวรอยู่ตอนนี้ จากโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เกสาได้ร่วงจนบางเป็นหย่อม ผิวแห้งติดกระดูก เรี่ยวแรงไม่มีให้พอให้ขยับตัวได้ เหมือนเป็นผักในโหลดองอย่างไรอย่างนั้นนางเฝ้ารอลูกชายกลับมาจากศึกสามแคว้น แต่กลับพบข่าวร้ายที่ว่าแม่ทัพกังเปาสิ้นชีพในแดนสงคราม นั่นเท่ากับว่า องค์ชายรองบุตรชายของฮองเฮาได้สิ้นพระชนม์ไปในศึกคราวนั้นแล้วองค์ชายรองเก่งเรื่องบู๊ได้แฝงตัวเป็นแม่ทัพแห่งวังหลวง และยังมีสิทธิ์ได้ขึ้นครองเป็นฮ่องเต้องค์ถัดไป บัดนี้ทุกอย่างกลับตาลปัตรเสียจนคนที่ลมหายใจอ่อน แทบไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อเพราะบุตรชายหมายมั่นจะตามหาปีศาจหมูมาถวายให้จงได้ นางจึงรอคอยอย่างมีหวังเพื่อจะได้กลับมาอยู่เคียงคู่บัลลังก์กับฮ่องเต้อีกครั้ง และจะได้มองลูกชายผ่านม่านแดงที่อยู่เบื้องหลังบัลลังก์นั้น ได้แต่ภาวนาว่าอย่าให้ข่าวนั้นเป็นจริง เพราะยังไม่มีใครรู้ข่าวขององค์ชายรองที่ได้แต่ปิดเอาไว้

  • ล่าปีศาจหมู   บทที่ 7.2 ไม่รังเกียจเจ้า

    “ข้าอยากช่วยเจ้า”“หากท่านอยากช่วยข้า ท่านนั่งสานตะกร้าที่ข้าทำทิ้งไว้ก่อนเถิด งานหนักอย่างนั้นให้ข้าทำเอง”จูซินไม่รอช้าหยิบตะกร้าพร้อมไม้หวายที่ตัดเอาไว้มากองให้คนว่างงานได้ทำ“ท่านทำเป็นหรือไม่”“ข้าว่าข้าทำเป็น” ใบหน้าหล่อเหลายิ้มกว้าง ในที่สุดเขาก็มีประโยชน์แล้ว“ท่านสานตะกร้าไปนะ ข้าจะไปตักน้ำที่บ่อ”หลังจากนั้นจูซินได้แยกตัวเดินไปยังบ่อน้ำ ตักมันด้วยถังไม้แล้วนำมารดผักที่เจริญงอกงามอยู่ในแปลง ระหว่างที่นางตั้งใจทำงานหนักจนเหงื่อออก ดวงตากลมคอยปรายมองเหยี่ยนจิงไปด้วยชายที่นั่งบนหินก้อนใหญ่ อกผายไหล่กว้าง เสื้อผ้าของบิดาที่นำมาให้เขาได้ใส่กำลังพลิ้วไปตามลม พลันเห็นภาพซ้อนของบิดาอีกครั้ง“จูซินลูกพ่อ มานี่สิ” ใบหน้าของชายมีหนวดเครากำลังยิ้มกว้างให้ลูกสาวซึ่งเป็นปีศาจหมูในวัยเพียงสามขวบ เด็กน้อยตัวสั้นป้อมยิ้มร่ามาหาจูเชียวผู้เป็นพ่อ ทั้งเนื้อทั้งตัวมอมแมมเปื้อนโคลนไปหมด แต่คนเป็นพ่อก็ยังอ้าแขนรอพร้อมกอดลูกไว้แน่น ก่อนอุ้มขึ้นให้สูงระดับอก“ท่านพ่อ ท่านแม่นำอาหารมาให้ท่าน”“รึ วันนี้แม่ของเจ้าทำอะไรให้กินล่ะ” จูเชียวมองพวงแก้มแดงที่ขยับเล็กน้อยยามเมื่อปากเล็กกำลังพูด“ซาลาเปาไส้ผ

  • ล่าปีศาจหมู   บทที่ 7 ไม่รังเกียจเจ้า

    วันเวลาผ่านเลยนานนับเดือนจูซินยังคอยดูแลเหยี่ยนจิงเฉกเช่นเดิม และนับวันอาการของเขาได้ดีขึ้นตามลำดับ จากคนที่ขยับลุกขึ้นเดินเหินไม่ค่อยได้ ยามนี้สามารถใช้ไม้เท้าประคองตัวเองเดินไปทั่วห้อง จากการเพียรพยายามใช้ชีวิตในความมืดบอดของตัวเอง จดจำทุกย่างก้าวให้พอรู้ว่าที่มุมใดมีอะไรอยู่บ้าง ส่วนจูซินก็ช่วยอีกทาง นางไม่ขยับย้ายสิ่งของใดในบ้าน เพราะกลัวว่าเหยี่ยนจิงจะเตะโดนและล้มคะมำ ในทุกการทำกายภาพนางมักคอยดูแลอย่างใกล้ชิดอยู่เสมอ จากที่ไม่คุ้นชินที่บ้านหลังนี้มีคนอื่นอยู่ด้วยกลายเป็นคุ้นเคยไปเสียแล้ว “ข้าอยู่ที่นี่มาหลายวันแล้ว ข้ายังไม่ได้ยินเสียงใครอื่นเลย” “ข้าอยู่คนเดียว พ่อแม่ข้าตายไปหมดแล้ว ข้าไม่มีญาติที่ไหน แม้แต่เพื่อนบ้านที่พอเป็นมิตรก็ไม่มี” น้ำเสียงเศร้าลง ก่อนลุกขึ้นเพื่อเปลี่ยนเรื่อง “ข้าจะออกไปรดน้ำแปลงผัก ท่านรอข้าอยู่ในบ้านก่อนนะ” “ข้าอยากไปด้วย”เหยี่ยนจิงฟังน้ำเสียงนั้นอยากตีปากตัวเองเสียจริง จิตใจของนางต้องแกร่งและเข้มแข็งเพียงใดที่ต้องใช้ชีวิตโดยลำพังเช่นนี้ เขาเริ่มเห็นใจอีกฝ่ายจึงไม่อยากให้ต้องเหน็บเหนื่อย

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status