LOGINควันโชยออกนอกหน้าต่างจนโขมง พร้อมกับกลิ่นหอมของซาลาเปาไส้ผักร้อน ๆ ที่แข่งกันฟูอยู่ในเข่งอวดผิวสีขาวของเนื้อแป้งนุ่มเด้ง ที่จับจีบไว้อย่างสวยงาม
จูซินที่สวมผ้ากันเปื้อนหยิบเข่งซาลาเปาออกมาวางบนโต๊ะ พร้อมอาหารอีกสองสามอย่างที่ได้เตรียมไว้ให้เหยี่ยนจิง นางตั้งใจทำอาหารในมื้อนี้อย่างสุดฝีมือเพื่อระลึกถึงครอบครัวที่จากลา พลางมองไปยังชายผู้เดินด้วยไม้เท้าเข้ามาในครัวอย่างรู้เวลา แม้ดวงตาบอดสนิทนั้นจะยังไม่หายดีแต่ก็คล่องแคล่วขึ้นอย่างดีวันดีคืน
“เจ้าทำกระไรให้ข้ากินบ้าง กลิ่นมันหอมตลบอบอวลไปหมด” คนหย่อนกายนั่งลงพร้อมรับกลิ่นยั่วน้ำลาย
“ซาลาเปาไส้ผัก ผัดผักสามสหาย ต้มเยื่อไผ่กับเต้าหู้อ่อน”
“น่ากินยิ่งนัก”
!!!
เสียงนั้นไม่ได้มาจากเหยี่ยนจิง แต่เป็นจากชายผู้ที่ไม่อยากให้เจอสักนิด ปีศาจจิ้งจอกถือวิสาสะเข้ามาในบ้านคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตก่อน
“ท่านมาที่นี่ทำไม” จูซินพูดด้วยความตกใจ รีบลุกขึ้นไปยืนบังหน้าเหยี่ยนจิง
“เจ้าพาใครมาอยู่ด้วยรึ” สายตาเฉี่ยวมองไปยังชายตาบอด ผู้ซึ่งมีกลิ่นอายมนุษย์น่ารังเกียจ
“เขาคือ เขาคือคนรักของข้า” นางพูดไปเช่นนั้นเพื่อต้องการปกป้องเหยี่ยนจิง และต้องการให้อีกฝ่ายเลิกระรานนางเสียที
“เจ้าว่ากระไรนะ!”
น้ำเสียงเดือดดาลที่สุด ปีศาจจิ้งจอกต้องการนางเป็นอนุจึงรับไม่ได้กับคำแสลงหู เขาจึงกระโจนเข้าใส่ปีศาจหมูแล้วจับบีบคอเพื่อเค้นความจริง
เหยี่ยนจิงที่ตาบอดอยู่นั้นกลับรับรู้ถึงความผิดปกติ เขาจึงลุกขึ้นยืนก่อนควานหาจูซิน
“ท่านทำอะไรฮูหยินของข้า” เหยี่ยนจิงเลือกปกป้องนาง เขารีบใช้พลังที่อยู่ในห้วงความทรงจำปัดมือของชายโอหังออกไปให้พ้น
“ท่าน! กล้าดียังไงมาแตะต้องฮูหยินของข้า”
กายของปีศาจจิ้งจอกเคลื่อนไปด้านหลัง ปลายเท้าครูดไปตามพื้นไม้จนฝุ่นตลบ แม้จะเป็นชายตาบอดแต่กำลังภายในไม่ด้อยเลย หูลี่จิงจึงรีบตั้งหลักหวังกระโจนมาทำร้ายชายผู้แอบอ้างคนนี้เสีย
“เจ้า!”
ปีศาจหมูรีบขวางไว้ด้วยกายนาง “หยุดนะหูลี่จิง! ถ้าท่านคิดจะทำอะไรเขาข้าจะไม่ไว้ชีวิตท่าน”
“หึ ข้าแค่มาเยี่ยมเยือนเจ้าเท่านั้น ไม่คิดเลยว่าข้าหายไปเพียงไม่นาน เจ้าจะหักหลังข้าอย่างนี้”
หัวเราะในลำคอด้วยใจปวดหนึบ เขามีดีกว่ามนุษย์พิการคนนี้นับร้อยเท่า เหตุใดปีศาจหมูถึงได้ไปคว้าคนอย่างมัน แทนที่จะมาเป็นอนุของเขา
“ข้าไม่ได้หักหลังท่าน”
“ไม่ได้หักหลังข้า ก็มาเป็นอนุของข้าสิ”
“ไม่! ข้าไม่ชอบท่าน คนที่ข้ารักคือเหยี่ยนจิง” คล้องแขนเหยี่ยนจิงไว้มั่น
“แล้วเจ้าจะเสียใจ ชายผู้นี้รู้หรือไม่ว่าตัวตนของเจ้าเป็นกระไร” ดวงตาแดงก่ำจ้องด้วยความโกรธเกรี้ยว
“ข้ารักนางที่จิตใจ ข้าไม่สนกระไรอยู่แล้ว ในเมื่อดวงใจของข้าซื่อตรงต่อนาง” แม้ไม่ใช่โอกาสดี เหยี่ยนจิงขอพูดความนัยต่อหน้านางเสียตอนนี้ ดีกว่าให้ชายตรงหน้ามาช่วงชิงไป
“ฮ่า ๆ เจ้าตาบอดอยู่อย่างนี้จะไปรู้กระไร อย่าเชื่อคำเสแสร้งของนางเลย” หัวเราะลั่น
“ข้าเชื่อนาง เพราะข้ารักนาง”
“เหยี่ยนจิง...” ใบหน้านางหันมองเหยี่ยนจิงด้วยน้ำตาคลอ
“ท่านกลับไปเถิด อย่าได้มาระรานพวกข้าอีกเลย”
“เจ้าคนโสโครกกล้ามาไล่ข้ารึ” นั่นยิ่งทำให้ปีศาจจิ้งจอกบันดาลโทสะ ปัดโต๊ะซึ่งเต็มไปด้วยอาหารทิ้งไม่ให้เหลือ
“หูลี่จิง! ท่านทำเกินไปแล้ว”
“สักวันเจ้าจะเสียใจเพราะผู้ชายคนนี้ เจ้ามันโง่ที่ไม่ยอมมาเป็นอนุของข้า” ชี้นิ้วด่าทอนางด้วยใจเจ็บ ปีศาจจะไปรักกับมนุษย์ได้อย่างไร แล้วนางจะต้องเสียใจกลับมาให้หูลี่จิงคนนี้เช็ดน้ำตา
ลั่นวาจาทิ้งท้ายไว้เช่นนั้น ก่อนสลัดหน้าเดินออกจากบ้านของปีศาจหมู หูลี่จิงไม่มีทางยอมพ่ายโดยง่าย ในเมื่อใจดวงนี้อยากครอบครองใจนาง ต่อให้มีชายอื่นเขาก็จะไม่นับ ขอเพียงได้ตัวนางมาครองย่อมเพียงพอ
“ท่านคงตัดสินใจดีแล้ว ขอให้ท่านโชคดี” ทำลายจดหมายนั้นด้วยไฟจากเทียน ให้ความลับนี้ตายไปพร้อมกับชื่อแม่ทัพใหญ่ และองค์ชายรอง ตามความประสงค์ของสหายที่อยากให้โลกลืมเลือนว่าราวกับว่าได้ตายไปแล้ว“เตรียมตัวเดินทางกลับวังหลวงได้” “ขอรับ” “ท่านพ่อ” เสียงเล็กของหมิงซินดังมาแต่ไกล เด็กตัวอ้วนวัยสามขวบวิ่งเข้ามาหาบิดา ในมือกำลำไม้ไผ่ไม้มั่น ใบหน้าสดใสที่มองยามในพลันให้ยิ้มกว้าง ความแสนซนอย่าเด็กชายเข้ามาก่อกวนบิดาที่ตอนนี้กำลังง่วนอยู่กับการทำแปลงผัก เพียงแค่ได้เห็นพยานรักที่โตวันโตคืน ความเหน็บเหนื่อยจนเหงื่อท่วมได้มลายไป มือใหญ่ละจากด้ามจอบ คุกเข่าตั้งขาไว้ข้างหนึ่ง ให้สายตาอยู่ระดับ
ยังมีสิ่งที่กังวลและหวงแหนโดยเฉพาะชีวิตและความสุขของจูซินกับลูกที่เขาต้องดูแลให้ดี “ขอบคุณท่านพี่มาก ข้ารักท่านพี่” “ข้าก็รักเจ้า” ทั้งสองกอดกันกลม ความอบอุ่นอบอวลคลุ้งทั่วห้อง ใจของเฟยอวี่เต้นแรงและรู้สึกมีเป้าหมายในชีวิตมากขึ้น ไม่ต้องเครียดคิดมากกับเรื่องการเมืองและออกศึก มีเพียงชีวิตที่แสนสงบสุขซึ่งเป็นสิ่งที่เขาตามหามาเนิ่นนาน บัดนี้ได้สัมผัสมันแล้วถึงได้รู้ว่าดีอย่างนี้นี่เอง “หากท่านพี่อยากกลับไป ข้าก็จะไม่ห้าม ข้ารู้ว่าเรื่องนั้นสำคัญกับท่านพี่นัก” เฟยอวี่ยิ้ม “เวลานี้เจ้ากับลูกสำคัญยิ่ง หากหมิงซินโตเป็นหนุ่มกว่านี้และทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง ข้าอาจกลับไป ไม่ใช่เพราะอยากมีอำนาจเหนือผู้ใด เพียงแค่อยากล้
เฟยอวี่พาจูซินวิ่งมาบริเวณที่เขาผูกม้าไว้ พานางกระโดดขึ้นหลังม้าและควบให้มันวิ่งออกไปจากแคว้นเป่ยเฉียนให้เร็วที่สุด โดยที่จูซินกับลูกนั่งอยู่ด้านหลังของเขา วงแขนของนางกอดเขาไว้แน่น พร้อมกายอบอุ่นของลูกที่ขั้นไว้ พลางกุมมือนางไว้ และอีกข้างจับเชือก ปลายเท้าตีสีข้างของม้าคอยเร่งจังหวะให้วิ่งไปอย่างรวดเร็ว ตามหนทางด้านหน้าให้ออกจากแคว้นนี้ให้เร็วที่สุด “ท่านพี่ ท่านจะพาข้ากับลูกไปที่ใด” “ข้ายังไม่รู้” เฟยอวี่คิดหนัก เขาพานางกลับไปค่ายทหารไม่ได้ และยิ่งเป็นที่อันตรายอย่างวังหลวงยิ่งแล้วใหญ่ “ไปที่เหวนรกชัน ที่นั่นมีที่ซ่อนตัว ไม่ว่าผู้ใดก็เข้าไปไม่ได้” จูซินรีบบอก สถานที่แห่งนี้เป็นที่ลับที่บิดามารดาของนางเคยพาไป และคิดว่าสมควรแล้วที่จะหลบไปอยู่ที่นั่น “ข้าจะพาเจ้าไป”
อย่างหวานซึ้งได้ เขาจึงยกทารกตัวอวบอ้วนสูงขึ้นฟ้าเพื่อหวังจะโยนให้ตกลงมา“แง่”“อย่าทำอะไรลูกข้านะ!” จูซินรีบกระโจนเข้าไปช่วยลูก ในขณะที่เฟยอวี่ได้จับกระบี่มั่น วิ่งเข้าใส่หูลี่จิงเช่นกันในช่วงจังหวะชุลมุนนั้นเองมีลูกธนูพุ่งผ่านเขาทั้งสอง มุ่งตรงไปปักตรงกลางอกของปีศาจจิ้งจอกอย่างทันท่วงที จึงทำให้หูลี่จิงเสียหลักปล่อยหมิงซินหลุดมือ เฟยอวี่เห็นเช่นนั้นจึงกระโดดเข้าไปรับบุตรชายไว้ในอ้อมแขนนี่เป็นครั้งแรกที่เฟยอวี่ได้รับรู้ถึงความเป็นบิดา กายอบอุ่นของลูก และหน้าตาที่เปียกปอนอย่างน่าสงสาร กำลังร้องไห้ให้เขาปลอบ บิดาจึงกอดไว้แน่นพร้อมหันไปมองจูซินเห็นว่านางไม่เป็นอันใดพลอยโล่งอก“เจ้า!” หูลี่จิงเข่าทรุด พร้อมเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของธนูดอกนี้อันฉียืนหลังตรงจับคันธนูดวงตาเยือกเย็นจ้องมองสามีที่รักคนอื่นมากกว่านาง โดยมีทัพปีศาจจิ้งจอกอยู่ด้านหลัง ฮูหยินเอกแห่งแดนปีศาจจิ้งจอกจึงต้องปรามด้วยตัวเอง หากนางหยุดยั้งหูลี่จิงไม่ได้ก็ไม่สมควรปกคองในแดนปีศาจอีกต่อไป“ฮูหยินเอก” จูซินน้ำตารื้น มองหญิงที่เป
“เฮ้อ ข้าไม่ได้ช่วยกระไรเจ้าจริง ๆ และคำเล่านี้ขอให้แทนสิ่งระอายใจต่อเจ้าก็แล้วกัน”จูซินตั้งใจฟัง“สามีของเจ้าถูกหูลี่จิงทำร้าย เมื่อตอนที่เจ้าสลบอยู่ที่เคหะแห่งนี้ เป็นเขาเองที่ผลักไสให้สามีของเจ้าออกไปเผชิญชะตากรรมด้านนอก เพื่อกำจัดให้หายไปจากเจ้าตลอดกาล”“หา! จริงรึ หูลี่จิงข้าจะฆ่าเจ้า”อันฉีผลักไหล่ปีศาจหมูให้ล้มลง “เจ้าไม่มีสิทธิ์ทำร้ายท่านพี่ของข้า ที่ฆ่าบอกเป็นเพราะอยากให้เจ้ารู้ว่าจอมปีศาจอย่างเขาสามารถทำสิ่งที่ต้องการได้โดยง่าย หากเจ้ามีชีวิตอยู่ต่อ เพื่อออกไปตามหาสามีของเจ้าได้ จงทำเป็นเชื่องต่อเขา และอย่าคิดหาทางหนี หากเจ้ายิ่งหนีเขาจะยิ่งตาม ฆ่าได้ทุกคนไม่เว้นแม้กระทั่งลูกในท้องของเจ้า”“เชื่อข้า สักวันข้าจะหาทางช่วยเจ้าให้ออกไปจากที่นี่”“เจ้าค่ะ ข้าจะเชื่อฮูหยิน”“เจ้าจงรับปากข้า ไม่ว่าอย่างไรเจ้าก็ไม่รักท่านพี่ของข้าโดยเด็ดขาด”“ข้าทำใจรักหูลี่จิงไม่ได้ดอก ฮูหยินเอกโปรดจงเชื่อใจ”กล
คงต้องย้อนกลับไปในวันที่นางรู้ความจริงว่ากำลังตั้งครรภ์หลังจากถูกขังอยู่ในเคหะของปีศาจจิ้งจอก จูซินร้องไห้อยู่ในห้องที่ถูกขังจากด้านนอก นางสิ้นหวังหมดอาลัยราวกับโลกทั้งใบแตกสลาย อยากฆ่าตัวเองให้ตายที่ผิดบาปต่อสามีอย่างไม่น่าให้อภัยดวงตาบวมจากการร้องไห้จนน้ำตาแห้งเหือด หัวใจอ่อนล้าและหมดเรี่ยวแรง มองเหม่ออย่างไร้ซึ่งหนทางสว่างในจิตใจมืดบอด แม้แต่ข่มตานอนยังทำไม่ได้ ร่างกายสั่นระริกยอมอดข้าวอดน้ำ เผลอคิดไปว่าหากนางตายไป ทายาทที่เกิดจากปีศาจจิ้งจอกแสนชิงชังจะต้องตายไปด้วยในราตรีหนึ่งที่นางนั่งกอดเข่าร้องไห้ ประตูที่ถูกปิดสนิทได้เปิดออก นางชินชาที่เห็นนางกำนัลมักนำสำรับอาหารมาเปลี่ยนให้ถึงแม้จะไม่แตะมันเลยก็ตาม แต่ความนี้แตกต่างออกไปนางเห็นสตรีงดงามคนหนึ่งย่างกรายเข้ามา พร้อมประตูที่ปิดตามหลังใบหน้าเย่อหยิ่งสง่างาม ชุดแต่งกายบ่งบอกฐานะ ด้วยปิ่นประดับสูงค่าให้เดาได้ว่านางผู้นี้คือฮูหยินเอกของหูลี่จิง“เจ้าเองรึ”สายตาชิงชังมองไปที่ปีศาจหมูที่ด้อยกว่านางทุกอย่าง ยิ่งทำให้อันฉีโกรธเกรี้ยวที่สามีดันไปคว้าของชั้นต่ำเช่นนี้มาเป็นฮูหยินแทนที่ตำ







