Beranda / รักโบราณ / วสันต์ค่อยๆเลือนหายไป / บทที่ 4 ความจริงอีกหนึ่งอย่าง

Share

บทที่ 4 ความจริงอีกหนึ่งอย่าง

Penulis: moonlight -mini
last update Tanggal publikasi: 2025-05-06 00:22:29

บทที่ 4 ความจริงอีกหนึ่งอย่าง

“อย่าเอ่ยคำนี้ออกมาให้นางได้ยินเชียว”

เท้าทั้งสี่ข้างพร้อมใจกันหยุด สามีให้สาวใช้มาบอก หากคุยธุระกันเรียบร้อยให้ตามไปที่เรือนอักษร เพราะจางกุนเหยามา คงจะมารับภรรยากลับ และเสียงที่การสนทนาด้านในคงจะเป็นสามีของนางและสหายสนิท

“เจ้ารู้ดีกว่าใคร ข้าพยายามผูกสัมพันธ์ให้เจ้ากับหยางมี่แต่ไม่สำเร็จ เพราะเจ้าตกหลุมรักเจียงซีเว่ยเสียก่อน หากหยางมี่ได้แต่งกับเจ้าคงไม่เป็นเช่นนี้”

ดวงตาเจียงซีเว่ยเบิกกว้างรีบหันขวับไปยังหญิงสาวที่ยืนอยู่เคียงข้าง

มือของหยางมี่เย็นเฉียบราวกับเลือดในกายหยุดไหล นางมองไปยังประตูเรือนอักษรด้วยแววตาสั่นไหว หัวใจเต้นกระหน่ำ ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกำลังบีบรัดมันแน่น

จางกุนเหยา เขาสูดลมหายใจลึก น้ำเสียงเศร้าเอ่ยออกมาอย่างไม่ปิดบังอีกต่อไป

“ข้าไม่น่าแต่งกับนางเลย”

คำพูดของเขา… จางกุนเหยา สามีของนาง นางยืนนิ่ง ไม่อาจก้าวเดินไปข้างหน้าหรือถอยหลังได้อีก ดวงตาพร่าเลือน ราวกับภาพทุกอย่างตรงหน้ากำลังสั่นไหว ทุกความทรงจำเก่าก่อนไหลบ่า จางกุนเหยาพยายามผลักนางให้อี้หยางเฉิงครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งปล่อยให้นางอยู่ตามลำพังกับอี้หยางเฉิง โชคดีที่อี้หยางเฉิงรักมั่นต่อเจียงซีเว่ย ไม่เคยชายตามองนางเป็นอื่นมากไปกว่าน้องสาวข้างบ้านของจางกุนเหยา

เจียงซีเว่ยรีบจับมือนางไว้แน่น “มี่เอ๋อร์ เจ้าได้ยินหรือไม่”

หยางมี่หัวเราะเบา ๆ แต่เป็นเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความขมขื่น

“ได้ยินสิ…” นางพึมพำ “ได้ยินชัดเจนยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ”

ที่ผ่านมา นางอดทน อดกลั้น บอกตัวเองว่าทุกอย่างจะดีขึ้น เขาอาจเพียงเหนื่อยล้าจากงาน หรืออาจแค่ต้องการเวลาปรับตัว แต่แท้จริงแล้ว ทุกสิ่งที่เขาทำ นั่นเพราะเสียใจที่แต่งกับนาง แต่แรกเขาไม่เคยต้องการนางเลย

หยางมี่เงยหน้าขึ้น สูดหายใจเข้าลึก พยายามสะกดกลั้นน้ำตาที่เอ่อคลอ “ข้าคิดว่าข้าพอเข้าใจแล้วล่ะ เว่ยเว่ย”

“มี่เอ๋อร์…”

เจียงซีเว่ยมองหยางมี่ด้วยความห่วงใย แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากไปกว่าการยืนเคียงข้างและปลอบประโลม เพราะในขณะนี้ดูเหมือนทุกสิ่งจะเป็นการตัดสินใจของหยางมี่เอง นางรู้ดีว่าตัวเองยืนอยู่ในจุดที่ยากจะช่วยเหลือ สถานการณ์นั้นช่างซับซ้อน เรื่องของหัวใจนางไม่มีสิทธิ์ไปตัดสินแทน ทำได้เพียงแค่ช่วยประคอง

เหมือนคนด้านในจะรับรู้ถึงการมาของนางและหยางมี่ เจียงซีเว่ยจึงตัดสินใจกุมมือสหายไว้แน่นก่อนจะฉุดรั้งให้เดินตามเข้าไปด้านใน

“คราวหน้าเจ้าทำผลไม้แช่อิ่มมาฝากข้าทีน่ะ ไม่ว่าจะอาหาร ขนม ไม่มีใครทำถูกปากข้าไปกว่าเจ้าแล้ว ช่วงเช้าข้าแพ้ท้องหนักมาก หากได้ผลไม้แช่อิ่มฝีมือเจ้าคงช่วยได้ไม่น้อย” เจียงซีเว่ยเอ่ยออกมาเสียงดัง ต้องการให้ชายหนุ่มทั้งสองรับรู้ว่าพวกนางมาแล้ว หรือจะรู้อยู่ก่อนแล้วก็ช่าง นางเป็นคนเช่นนี้ล่ะ

เมื่อเข้ามาด้านในนางดึงมือสหายให้ไปนั่งข้างจางกุนเหยา และนางก็เดินเลยไปทรุดตัวลงนั่งข้างสามีของตน หันไปทำความเคารพสหายของสามี แววตาโกรธขึ้งมองตรงไปยังสหายของสามีไม่ปิดบัง นางเคยอ่าน ตัวละครจางกุนเหยา ซึ่งเป็นพระรองที่แสนดี แต่ตอนนี้ก็แค่บุรุษได้แล้วลืม

เพ่ย!

แต่เจียงซีเว่ยทำอะไรไม่ได้ แววตาของหยางมี่เมื่อครู่ บ่งบอกว่ารักชายผู้นี้มากมาย ขนาดได้ยินคำพูดเช่นนี้

ก็ยังรัก

แล้วคนนอกอย่างนางจะทำสิ่งใดได้ นอกจากปลอบใจยามเพื่อนเสียใจ และกินอาหารหมายามเพื่อนหวนกลับไปหาสามีเลว ๆ

หยางมี่ได้แต่ยิ้มเศร้า ก่อนจะพยักหน้า “เจ้าอยากกินอะไรบอกได้ทุกเมื่อที่ต้องการ… ข้าไม่รู้ว่าจะช่วยได้มากแค่ไหน”

“ได้สิ ช่วยได้มากเลยล่ะ หากเป็นไปได้มากินข้าวเป็นเพื่อนข้าทุกวันยิ่งดี วันนี้ข้าเจริญอาหารกว่าทุกวัน ท่านพี่..” เจียงซีเว่ยรีบหันไปเกาะแขนทำน้ำเสียงหวาน

“หากไม่รบกวนจางฮูหยิน” แน่นอนว่าอี้หยางเฉิงไม่รอช้ารีบเอ่ยขอกับสหาย

“ได้สิ ไม่รบกวน นางอยู่ที่จวนน่าจะเบื่อ มีคนคุยด้วยน่าจะดีไม่น้อย” จางกุนเหยารีบตอบรับแทน หยางมี่มาใช้เวลาคลุกอยู่กับเจียงซีเว่ยทุกวันคงดีไม่น้อย เพราะอีกไม่กี่วันจวนสกุลจางกำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

เขามองไปที่หยางมี่แค่หางตา ท่าทีของเขาก็ทำให้หยางมี่รู้สึกเศร้าใจ เขาไม่ได้สนใจการมาของนางเท่ากับคนอื่น ๆ ทั้งยังให้ความสำคัญกับเจียงซีเว่ยมากกว่าที่จะหันมามองนาง แม้นางจะอยู่ใกล้เขาแค่ลมหายใจกั้น เขาก็ยังไม่มองนางเต็มตา

“ข้าจะรอผลไม้แช่อิ่มจากเจ้านะ”

“อืม” หยางมื่ตอบรับเสียงเบา ๆ

แล้วบรรยากาศก็ตกลงสู่ความเงียบ หญิงสาวทั้งสองสบตากัน สองคนต่างรู้ดีว่าหัวใจของหยางมี่เต็มไปด้วยความบอบช้ำจากคำพูดของสามีเมื่อครู่ แม้จะรู้สึกสงสาร แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากอยู่เคียงข้างและให้กำลังใจ เพราะความเสียใจที่หยางมี่ต้องเผชิญในขณะนี้เกินกว่าที่คำพูดของนางจะสามารถปลอบประโลมได้

เมื่อไม่รู้จะต่อบทสนทนาเช่นไร จางกุนเหยาจึงขอตัวพาภรรยากลับจวน

“เจ้ากับหยางมี่ได้ยินใช่หรือไม่”

“ใช่ ได้ยินเต็มสี่รูหูเลย สหายท่านนี่เกินเยียวยาจริง ๆ” คนท้องเอ่ยเสียงเขียว

อี้หยางเฉิงลูบหลังภรรยาเพื่อให้ใจเย็นลง เขาไม่อยากให้นางมีโทสะไม่ว่าจากเรื่องใดก็ตาม ยิ่งช่วงนี้นางอารมณ์แปรปรวน ยิ้มง่าย เสียใจง่าย โมโหก็ง่าย

“มันเป็นเรื่องของครอบครัวเขา เจ้าอย่าใส่อารมณ์ราวกับคนที่ทำเป็นข้าสิ” เขารู้ว่าภรรยาไม่ได้คิดเช่นนั้น เขาเพียงเบี่ยงประเด็นให้อารมณ์นางเย็นลง

“ถ้าเป็นท่านพูดเมื่อครู่ บอกเลย” เว่ยเว่ย ยกนิ้วโป้งขึ้นทำท่าบาดคอ นอกจากอีกฝ่ายจะยิ้มขันแล้วยังก้มลงมาหอมแก้มนางฟอดใหญ่

“กลัวแล้ว”

“ควรกลัว”

อี้หยางเฉิงหัวเราะเบา ๆ กับท่าทางข่มขู่ของภรรยา นางดูเอาจริงเสียจนเขาต้องยกมือขึ้นราวกับยอมแพ้

“ข้ารู้แล้ว ๆ ไม่พูดแบบนั้นแน่ ไม่มีทางและไม่มีวัน”

เจียงซีเว่ยยังคงมองเขาตาขวาง ก่อนจะยกมือขึ้นเท้าสะเอว

“ก็ดี!” นางฮึดฮัดเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจแรง ๆ “เอาเถอะ ข้ายอมกินเพดดิกรี ขอแค่ให้หยางมี่มีความสุข”

อี้หยางเฉิงเอียงคอสงสัยกับคำของภรรยาตัวน้อย

“ข้าหมายถึงหากจางกุนเหยาดีขึ้นในเร็ววันนี้ ข้ายอมกินอาหารหมา ขอแค่หยางมี่มีความสุข”

“แล้วเหตุใดเจ้าต้องกินอาหารหมากัน”

“แค่คำเปรียบเปรยเจ้าค่ะ”

“อาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เจ้าคิดก็ได้เว่ยเอ๋อร์ ทุกสิ่งที่ได้ยินไม่ได้หมายจะเป็นเช่นนั้นเสมอไป”

“แล้วเช่นไร คำพูดเมื่อเอ่ยออกมาแล้ว ทำลายความรู้สึกคน ๆ หนึ่งแล้วย้อนคืนได้หรือ…ท่านเข้าข้างเขา”

“ข้าเปล่า” แม่ทัพหนุ่มยกมือขึ้นโบกเป็นพัลวัน ใครผูกก็ต้องแก้เอง เขาไม่ได้เข้าข้างสหายของตนแต่อย่างใด

“ดี หากหยางมี่เลือกจะทน ข้าจะช่วยประคองนาง แต่หากนางเลือกจะหันหลังให้คนพวกนั้น ข้าจะช่วยนางอย่างสุดกำลัง หากเป็นอย่างหลัง นั่นหมายความว่าสหายของท่านพี่เป็นคนทำให้มันเกิดขึ้น”

อี้หยางเฉิงทำเพียงพยักหน้าเนิบ ๆ ไม่ว่าภรรยาเขาจะทำเช่นไร เขาก็พร้อมจะสนับสนุน หากวันหนึ่งหยางมี่เลือกที่จะเดินออกมาจากจวนสกุลจาง ก็เป็นเพราะจางกุนเหยาทำตัวเองทั้งสิ้น อีกฝ่ายเป็นสหายตั้งแต่วัยเยาว์ ทั้งร่วมรบฝ่าฟันเป็นตายกันมา แต่ภรรยาเขาเอ่ยออกมาเช่นนี้ อี้หยางเฉิงก็เห็นด้วยไม่น้อย

“ดูไปก่อนเถิด หยางมี่ นางไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น ผู้ที่อ่อนแอไม่สามารถทนคนรอบข้างข่มเหงได้นานขนาดนั้น คนที่ก้มหน้าอดทนคือผู้แข็งแกร่ง” เขามองในมุมของแม่ทัพที่คุมกองทหารนับแสน

เจียงซีเว่ยพยักหน้า แก่นแท้ของหยางมี่ไม่ใช่คนอ่อนแอ นางรู้เพราะอ่านนิยายเรื่อง ดวงใจแม่ทัพ จนจบแล้ว

แต่มันติดตรงสังคมและจารีตของยุคนี้ หญิงสาวทุกคน ใช้คำว่าทุกคน ไม่ว่าเกิดมาในฐานะสูงศักดิ์ หรือเป็นเพียงชาวบ้านร้านตลาด อย่างไรก็ต้องพึ่งบุรุษ ไม่ใช่ว่ามันเป็นเพียงวัฒนธรรม แต่มันถึงขั้นเขียนเอาไว้ในตัวกฎหมายบ้านเมือง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • วสันต์ค่อยๆเลือนหายไป   บทที่ 31 วสันต์อบอุ่นอย่างที่เป็น

    บทที่ 31 วสันต์อบอุ่นอย่างที่เป็นเสียงกลองและฆ้องดังแว่วมาแต่ไกล บรรยากาศในจวนตระกูลจางวันนี้คึกคักกว่าปกติไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเพราะวันนี้เป็นวันที่ ฮูหยินใหญ่ตระกูลจาง หรือ มารดาของจางกุนเหยา จะเดินทางมาเยี่ยมหลานคนแรกของตระกูลหยางมี่มองบรรยากาศครึกครื้นแล้วก็อดรู้สึกแปลกใจไม่ได้…ตั้งแต่นางกับสามีกลับมาอยู่ด้วยกันในจวนหลังใหม่ นี่เป็นครั้งแรกที่นางจะได้พบหน้ามารดาของสามีขบวนรถม้าจอดลงหน้าจวน หญิงสูงวัยในชุดแพรพรรณสีม่วงอ่อนก้าวลงจากรถด้วยความสง่างาม ใบหน้ายิ้มเบิกบานบ่าวไพร่ออกมาต้อนรับหยางมี่ยืนอยู่หน้าประตูเรือนพร้อมจางกุนเหยา เมื่อเห็นบุคคลตรงหน้า นางรีบค้อมกายทำความเคารพทันที“คารวะท่านแม่”“ท่านแม่” จางกุนเหยาเอ่ยเรียกเสียงนุ่มจางหลันกวาดตามองหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างบุตรชาย ก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อย“ลุกขึ้นเถิด” นางกล่าวเสียงเรียบ “ข้าอยากไปพบหลานก่อน” กว่าจะได้มาก็วันที่หลานคลอดแล้ว ระหว่างนั้นบุตรชายของนางห้ามไม่ให้นางมายุ่งวุ่นวายเกรงจะกระทบใจคนท้อง เพื่อหลานจางหลันยอมเมื่อมาถึงห้องนอนของหยางมี่ บ่าวไพร่นำทารกน้อยออกมาให้ฮูหยินใหญ่ได้เห็นนางมองใบหน้าของเด็กทารกที่หลับป

  • วสันต์ค่อยๆเลือนหายไป   บทที่ 30 ครอบครัวของเรา

    บทที่ 30 ครอบครัวของเรา หลังจากการตั้งครรภ์ดำเนินไปอย่างราบรื่น ช่วงเวลาที่หยางมี่และจางกุนเหยารอคอยก็มาถึง วันหนึ่งหยางมี่รู้สึกถึงความเจ็บปวดที่ร่างกายนางไม่คุ้นเคย หัวใจของนางเต้นแรง เมื่อรู้ว่าเวลาที่จะได้พบกับทารกน้อยมาถึงแล้วตลอดช่วงเดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์ จางกุนเหยาทุ่มเทดูแลนางอย่างดีที่สุด แม้ว่าจะต้องรับผิดชอบภาระหน้าที่มากมาย แต่เขาก็จัดเตรียมทุกสิ่งให้นางด้วยมือของตนเอง คอยหาหมอที่ดีที่สุด คอยดูแลไม่ให้ขาดตกบกพร่อง นางคือหัวใจของเขา และลูกในครรภ์ก็คือสมบัติล้ำค่าที่พวกเขาสร้างขึ้นมาด้วยกันในเช้าวันหนึ่ง อากาศเย็นสบาย ท้องฟ้าแจ่มใส หยางมี่รู้สึกถึงอาการเจ็บท้องที่ค่อย ๆ ทวีขึ้น นางกัดริมฝีปากแน่น มือกำผ้าห่มแน่นเพื่อบรรเทาความเจ็บ ขณะเดียวกัน จางกุนเหยาสั่งให้สาวใช้เร่งไปตามหมอ“ท่านอยู่กับข้าใช่หรือไม่” นางถามเสียงแผ่ว ดวงตาฉายแววหวาดหวั่นจางกุนเหยาจับมือนางไว้แน่น ยิ้มให้อย่างอ่อนโยน “ข้าอยู่ที่นี่กับเจ้า… ตลอดเวลา”เสียงร้องของทารกดังก้องไปทั่วห้องคลอด ในที่สุด ชีวิตน้อย ๆ ที่พวกเขารอคอยก็ลืมตาขึ้นมาดูโลก หยางมี่รู้สึกถึงความสุขที่เอ่อล้นจนแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู

  • วสันต์ค่อยๆเลือนหายไป   บทที่ 29 ให้โอกาสหัวใจ

    บทที่ 29 ให้โอกาสหัวใจ วันเวลาผ่านไป ชีวิตในจวนใหม่เริ่มเข้าสู่ความสงบอย่างที่หยางมี่ไม่เคยคาดคิด แม้จะยังคงมีบางช่วงเวลาที่ความรู้สึกสับสนกลับมาเยือน แต่นางก็เลือกที่จะเดินหน้าและไม่ย่ำอยู่กับที่ ทุกอย่างในชีวิตเริ่มดีขึ้นทีละนิด และการเปลี่ยนแปลงของนางเริ่มเห็นผลจางกุนเหยาพยายามอย่างที่สุดที่จะไม่ทำให้นางผิดหวัง เขาทำงานหนักเพื่อปกป้องความสัมพันธ์ของพวกเขา และคอยให้ความสำคัญกับความรู้สึกของหยางมี่มากขึ้น แม้ว่านางจะยังคงยืนหยัดในท่าทีที่มั่นคงและเต็มไปด้วยความระมัดระวังขณะที่หยางมี่กำลังอ่านหนังสืออยู่ที่มุมหนึ่งของห้อง จางกุนเหยาก็เข้ามานั่งข้าง ๆ เขายิ้มให้กับนางอย่างอบอุ่น“มี่เอ๋อร์ ข้าคิดว่า… เราควรจะไปเที่ยวด้วยกันบ้าง” เขากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่หวานขึ้นหยางมี่มองเขาเงียบ ๆ สักพัก ก่อนจะตอบด้วยเสียงเรียบ “ท่านคิดว่าเราจะได้อะไรจากการไปเที่ยว”จางกุนเหยามองนางด้วยแววตาที่จริงจัง “ข้าคิดว่ามันจะทำให้เราเข้าใจกันมากขึ้น และข้าก็อยากให้เรามีเวลาร่วมกันที่ไม่มีสิ่งใดมาขวาง”หยางมี่ครุ่นคิดเงียบ ๆ นาน ก่อนจะตอบกลับอย่างใจเย็น “หากมันจะทำให้ท่านมีความสุข ข้าก็ยินดี”นางไม่พูดอะ

  • วสันต์ค่อยๆเลือนหายไป   บทที่ 28 อารมณ์แปรปรวน

    บทที่ 28 อารมณ์แปรปรวนหยางมี่นั่งอยู่ในห้องโถงใหญ่ของจวนใหม่ สายตาของนางจ้องมองไปที่งานบางอย่างที่กำลังดำเนินไปในบ้าน แต่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยความสงสัยและความไม่แน่ใจ แม้จะรู้สึกว่าเขาทุ่มเทมากมายเพื่อพิสูจน์ตัวเอง แต่ยังคงมีบางสิ่งในใจที่ไม่สามารถปล่อยวางได้จางกุนเหยาเดินเข้ามาในห้อง ท่าทางเคร่งขรึมและเต็มไปด้วยความกังวล เขาหยุดยืนอยู่ข้าง ๆ หยางมี่ มองดูนางที่ยืนนิ่งอย่างคิดอะไรบางอย่าง“มี่เอ๋อร์…” เขาเรียกชื่อนางด้วยเสียงอ่อนโยน แต่ก็เห็นได้ชัดว่ามีความวิตกกังวลในน้ำเสียงหยางมี่หันกลับไปมองเขา ดวงตาของนางปรากฏความเย็นชาเล็กน้อย แต่กลับแฝงไปด้วยความมั่นคงที่ไม่เคยมีมาก่อน “ท่านยังจำสิ่งที่ข้าพูดได้หรือไม่”จางกุนเหยาเลิกคิ้ว แต่ก็เข้าใจในคำถามของนาง “เจ้าหมายถึงอะไร”“ข้าเคยบอกกับท่านแล้วว่า หากท่านทำผิดอีกครั้ง ข้าจะจากท่านไปตลอดกาล ข้าไม่ต้องการพึ่งพาท่านอีก” เสียงของหยางมี่หนักแน่นและมั่นคง นางมองเขาด้วยแววตาที่ไม่หวั่นไหวจางกุนเหยาสะท้านไปกับคำพูดนั้น ถึงแม้จะรู้ดีว่าเขาได้ทุ่มเททุกสิ่งเพื่อนาง แต่สิ่งที่นางพูดออกมาในวันนี้กลับทำให้เขาเห็นว่า นางไม่ยอมรับการทำผิดพลาดใดๆ อี

  • วสันต์ค่อยๆเลือนหายไป   บทที่ 27 บ้านของเรา

    บทที่ 27 บ้านของเราหลังจากที่หยางมี่ตัดสินใจให้โอกาสกับความสัมพันธ์ของตนและจางกุนเหยาอีกครั้ง ทุกอย่างดูเหมือนจะเริ่มต้นใหม่ แต่สิ่งที่แตกต่างไปคือความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในตัวทั้งคู่จางกุนเหยาพยายามพิสูจน์ตัวเองด้วยการทุ่มเทเต็มที่ในการสร้างจวนใหม่ให้กับหยางมี่ เขาให้ความสำคัญกับทุกขั้นตอนของการก่อสร้าง และเลือกแต่สิ่งที่ดีที่สุดเพื่อภรรยา แม้จะมีความยากลำบากจากการต่อต้านของครอบครัวและความเครียดจากหน้าที่ แต่เขาก็ยังคงยืนหยัดหยางมี่เองก็คอยสนับสนุนการตัดสินใจของเขา แม้จะมีคำถามในใจ แต่การที่เขากล้าที่จะทิ้งทุกอย่างเพื่อนาง ทำให้นางเริ่มมองเห็นความพยายามที่เขาทำทุกคืนหลังจากการทำงาน นางจะไปเยี่ยมเขาที่จวนใหม่ บางครั้งก็ช่วยดูงานบางส่วน บางครั้งก็แค่ไปนั่งข้าง ๆ และให้กำลังใจ“ทำไมถึงต้องเหนื่อยขนาดนี้” หยางมี่ถามในวันหนึ่ง ขณะที่เห็นเขาก้มหน้าก้มตาทำงานหนักจางกุนเหยาหยุดมือจากการทำงานและมองไปที่นาง “ข้าจะทำให้เจ้ารู้สึกปลอดภัย ข้าจะทำทุกอย่างเพื่อให้เราเริ่มต้นใหม่ด้วยกัน”หยางมี่มองเขา น้ำตาคลอเบ้าอย่างไม่รู้ตัว นางไม่คิดว่าจะได้รับคำพูดนี้จากเขาในวันที่เขาพูดจะไปแต่งอนุ แต่

  • วสันต์ค่อยๆเลือนหายไป   บทที่ 26 สร้างจวนใหม่

    บทที่ 26 สร้างจวนใหม่ ทางด้านจางกุนเหยา หลังจากประกาศเรื่องแยกจวนออกไป เขาก็ต้องเผชิญกับแรงกดดันมหาศาลจากมารดาของตน“เจ้าคิดจะทำให้ข้าอับอายไปถึงไหน!” จางฮูหยินตวาดเสียงดัง “เจ้าย้ายออกไปก็เท่ากับประกาศให้คนทั้งเมืองรู้ว่าเจ้าเลือกนางแทนที่จะเลือกครอบครัว!”“ท่านแม่ ข้าตัดสินใจแล้ว” จางกุนเหยากล่าวเสียงหนักแน่น “ข้าไม่ได้ทอดทิ้งครอบครัว แต่ข้าเลือกที่จะใช้ชีวิตของข้าตามที่ควรจะเป็น”“แล้วชีวิตของข้าเล่า! ข้าอุตส่าห์อบรมเจ้าให้เติบโต แต่เจ้ากลับมาสละทุกอย่างเพื่อนาง”“ข้าไม่ได้สละทุกอย่าง” เขาตอบ “แต่ข้าจะไม่ยอมให้ท่านมายุ่งกับชีวิตคู่ของข้าอีกต่อไป”จางฮูหยินโกรธจัด นางมองบุตรชายที่เคยเชื่อฟังมาตลอดอย่างผิดหวัง แต่ครั้งนี้จางกุนเหยาไม่คิดจะถอยอีกแล้วไม่กี่วันต่อมา หยางมี่ได้รับข่าวว่าเขาได้ซื้อที่ดินสำหรับสร้างจวนใหม่แล้วจริง ๆนางมองแผ่นกระดาษในมือที่มีรายละเอียดเกี่ยวกับที่ดินและการก่อสร้าง หัวใจพลันสั่นไหวอย่างบอกไม่ถูก“เขากำลังทำจริง ๆ หรือ…” นางกระซิบกับตัวเองเบา ๆจางกุนเหยากำลังพิสูจน์ให้เห็นว่าเขาพร้อมจะทิ้งทุกอย่างเพื่อนางจริงหรือหากเป็นเช่นนั้น นางจะยังมีเหตุผลอะไรให้ลั

  • วสันต์ค่อยๆเลือนหายไป   บทที่ 2 อิจฉา

    บทที่ 2 อิจฉา หยางมี่ส่งยิ้มบางให้กับเจียงซีเว่ย หญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าถูกสามีประคองไว้อย่างทะนุถนอม แม้ว่าหน้าท้องของนางจะยื่นออกมาเพียงเล็กน้อย แต่บุรุษข้างกายกลับดูแลนางราวกับเป็นสิ่งล้ำค่า“ไม่เห็นจำเป็นต้องเดินออกมารับเลย” หยางมี่เอ่ยขึ้นพลางก้าวเข้าไปใกล้คนทั้งสองเว่ยเว่ยหัวเราะเบา ๆ “ข้า

  • วสันต์ค่อยๆเลือนหายไป   บทที่ 1 ความเย็นชา

    บทที่ 1 ความเย็นชา ความเงียบสงบของยามเช้าปกคลุมไปทั่วจวน แสงแดดยามอรุณลอดผ่านม่านบางเบา ส่องกระทบลงบนเตียงกว้าง แต่กลับให้ความรู้สึกเวิ้งว้างอย่างน่าประหลาดหยางมี่ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น พลิกกายอย่างเชื่องช้า ความอบอุ่นที่เคยอยู่ข้างกายเมื่อค่ำคืน กลับจางหายไปแล้ว เมื่อมือของนางเอื้อมไปสัมผัสที่นอนข้าง

  • วสันต์ค่อยๆเลือนหายไป   บทนำ

    บทนำ “ข้าจะแต่งอนุ”เสียงเรียบขรึมเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบในรถม้า หยางมี่ที่นั่งนิ่งมาตลอดเงยหน้าขึ้นทันทีแม้พอจะคาดเดาว่ากำลังจะเกิดสิ่งใดขึ้นในวันข้างหน้า แต่มิคาดคิดว่าจะเร็วเพียงนี้ ดวงตาคู่สวยจ้องมองสามีของนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม แต่เขากลับไม่หลบเลี่ยง นิ่งสงบราวกับคนที่ตัดสินใจแน่วแ

  • วสันต์ค่อยๆเลือนหายไป   บทที่ 3 เพื่อนที่หวังดี

    บทที่ 3 เพื่อนที่หวังดี“เจ้าไม่ต้องฝืนหรอก ถ้ามีเรื่องอัดอั้นอยู่ในใจ ก็บอกข้าเถอะ”หยางมี่มองมือที่อบอุ่นของเพื่อนสนิท ก่อนที่ความรู้สึกทั้งหมดจะทะลักออกมาพร้อมกับเสียงกระซิบแผ่วเบา“ข้าเหนื่อยเหลือเกิน เว่ยเว่ย” น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นบนหลังมือของหยางมี่ นางรีบยกมือขึ้นเช็ดออกอย่างรวดเร็ว ราวกับก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status