Share

วาสนานี้เป็นของข้า
วาสนานี้เป็นของข้า
Penulis: วอลจู

บทนำ

Penulis: วอลจู
last update Tanggal publikasi: 2025-05-03 15:36:27

ฮั่วซูเม่ยเดินมาถึงเรือนส่วนหน้าแล้ว สายตาของนางทอดมองเข้าไปข้างในด้วยความแข็งกร้าว มุมปากหยักยิ้มเยาะเล็กน้อย “หากข้าไม่ได้ยินเสียงของพวกบ่าวรับใช้ซุบซิบนินทาเกรงว่าคงไม่มีผู้ใดปริปากบอกข้ากระมังว่ามีบุรุษมาสู่ขอน้องรองแล้ว

เสียงหัวเราะที่สะท้อนออกมาอย่างสนุกสนานนั้น ทำให้นางทำใจปล่อยผ่านไปไม่ได้จริง ๆ

“พี่ใหญ่!”

“ซูเออร์!”

การปรากฏตัวอย่างกะทันหันของฮั่วซูเม่ยทำให้ผู้คนทั่วทั้งเรือนต่างยกมือทาบอกร้องออกมาด้วยความตกใจไม่น้อย เกรงว่านางคงไม่ได้มาที่นี้เพื่ออาละวาดใช่หรือไม่

ใบหน้าของฮั่วซูเม่ยระบายยิ้มกว้าง “ไฉนถึงใจราวกับเห็นผีกันเล่า”

“เอ่อ…” ภายในใจของฮั่วหลิงเฟยร้อนรนเกรงว่าสตรีตรงหน้านี้กำลังจะอาละวาดก่อเรื่องแน่ “หลิงเออร์คิดว่าพี่ใหญ่คงกำลังพักผ่อนจึงไม่อยากรบกวน”

“รบกวนหรือ” ฮั่วซูเม่ยเลิกคิ้วถามกลับ

ดวงตาเมล็ดซิ่งหลุมตาต่ำก้มมองหน้าท้องของต้นเอง “เรื่องยินดีปรีดาเช่นนี้ไม่นับว่าเป็นการรบกวน”

นางหาได้ตาบอดหรือโง่งม…

เพียงแค่ปรายตามองแวบหนึ่งก็รู้ว่าคนพวกนี้ต้องการจะกีดกันนางให้ออกห่างจากฮั่วหลิงเฟย

จวนสกุลฮั่วนับได้ว่าเป็นจวนสกุลขุนนางสืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น จนกระทั่งภายหลังที่นายท่านฮั่วขึ้นเป็นผู้นำตระกูลนั้นก็ไม่มีบุตรชายถือกำเนิดออกมาไร้ทายาทสายตรงสืบทอดอีกเลย และไม่ว่าจะเป็นฮูหยินหรือเมียอนุใดก็ต่างตั้งครรภ์คลอดบุตรสาวออกมาทั้งนั้น

เรื่องนี้สร้างความกุมใจให้นายท่านฮั่วไม่น้อย เกรงว่าจวนสกุลฮั่วคงไร้ทายาทแล้ว

แต่สำหรับสายตาของผู้คนที่มองเข้ามาแล้ว ต่างก็คิดว่าต้องเป็นคุณหนูรองที่ต้องแต่งบุตรเข้าบ้านมอบหลานชายให้นายท่านฮั่วได้ชื่นใจแน่

 แล้วบุตรสาวคนโตอย่างคุณหนูใหญ่ฮั่วซูเม่ยที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ในตอนนี้เล่า…

“กลัวข้าหรือ?” ฮั่วซูเม่ยเอ่ยถาม

ฮั่วฮูหยินเห็นสถานการณ์เริ่มไม่ดี สีหน้าของนางจึงย่ำแย่ลงไม่น้อยทว่ายังต้องคงวางท่าทางฝืนยิ้มเกรงจะขายหน้าต่อผู้อื่นได้ “ในเมื่อซูเออร์มาแล้วก็มานั่งข้าง ๆ แม่ตรงนี้เถอะ”

“แม่หรือ..มารดาของนางลงหลุมฝังไปตั้งหลายปีก่อนแล้ว”

ฮั่วหลิงเฟยหรี่ตามองพี่สาวต่างมารดาด้วยความไม่พ่อใจ “ท่านพี่!” สองมือของนางกำแน่น

อารมณ์ของนายท่านฮั่วไม่ดีตั้งแต่ตอนเห็นบุตรสาวผู้นี้โผล่หน้าเข้ามาแล้ว ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเคราะห์อันใดนางถึงได้ทำให้ขายหน้าได้ไม่จบสิ้นเพียงนี้

ตั้งแต่นางตั้งเคราะห์แล้วไม่รู้ว่าผู้ใดเป็นบิดาของเด็กแล้ว

“ฮั่วซูเม่ย!” นายท่านฮั่วกัดฟันกรอด

ฮั่วซูเม่ยนั่ง ๆ นอน ๆ อยู่ในเรือนมาตลอดทั้งวัน ดังนั้นนางจึงเกิดความเบื่อหน่ายไม่น้อย แต่พอได้ออกมาพบผู้คนเช่นนี้อารมณ์จึงดีขึ้นมาก

“ไม่ทราบว่าบุรุษผู้นั้น…น้องเขยของข้าอยู่ที่ใดหรือ” ราวกับว่าสายตาข่มขู่ที่มองมานั้นคือพวกแมลงที่นางไม่ใช่ใจ

นางค่อย ๆ ประคองหน้าท้องที่นูนออกมาสักเล็กน้อยก้าวเข้าไปภายในเรือน สายตาพลางกวาดหาบุรุษผู้นั้น

แม่สื่อเองก็พอจะได้ยินผ่านหูมาบ้างว่าคุณหนูใหญ่สกุลฮั่วมีนิสัยเป็นเช่นไร “เอาไว้วันหลังข้าจะมาใหม่เจ้าค่ะ…รบกวนฮั่วฮูหยินและนายท่านฮั่วแล้ว” นางจึงรีบถอนตัวออกมาก่อนจะเกิดเหตุการณ์วุ่นวายไปมากกว่านี้

“แม่สื่อเองก็กลัวข้าหรอกหรือ” ฮั่วซูเม่ยกลับไปยืนขวางไว้

“เกรงว่าการกระทำของคุณหนูคงจะไร้มารยาทเกินไปแล้วกระมัง” ในสายตาของเซียนหยางซินอ๋องนั้นนางช่างเป็นสตรีที่หยาบกระด้าง ดวงตาคมกริบเพ่งมองแผ่นหลังสตรีเบื้องหน้าไม่วางตา

“ขายหน้าชินอ๋องแล้วเพคะ” ฮั่วหลิงเฟยรีบลุกขึ้นยอบกายคารวะบุรุษตรงหน้าทันที

ในขณะที่คนอื่น ๆ นั้นที่เห็นเซียนหยางชินอ๋องปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าต่างก็ตกใจไม่แพ้กันจึงพากันลุกขึ้นอย่างพร้อมเพรียงยอบกายคารวะ

ชินอ๋องหรือ?

พอได้ยินถ้อยคำนั้นแล้วจู่ ๆ หางตานางก็พลันกระตุกริก ๆ

“น้องสาวข้าช่างวาสนาดีได้เป็นหวางเฟยแล้ว” ฮั่วซูเฟยยังคงพร่ำพูดไม่หยุดพลางเหลียวหลังหันไปมองน้องเขยผู้สูงศักดิ์เช่นกัน

“วาจาของคุณหนู…”

เขายืนหยุดอยู่ข้างหลังนาง

ตอนที่สตรีผู้นี้หันหลังกลับมานั้น จู่ ๆ เซียนหยางชินอ๋องพลันเกิดเห็นภาพทับซ้อนของสตรีผู้หนึ่งเขามาในหัวอย่างไม่ทราบสาเหตุ

“…..”

ไฉนนางจะจำคนตรงหน้าผู้นี้ไม่ได้กัน

“ที่แท้ก็เป็นคุณชายเองหรอกหรือ”

ถ้อยคำและน้ำเสียงราวกับสนิทสนมเปล่งออกมาจากปาก ฮั่วซูเม่ยยิ่งทำให้นายท่านฮั่วโมโหจนเลือดขึ้นหน้าพลางเดินดุ่ม ๆ พุ่งตรงหน้าจะกระชากบุตรสาวออกมา “หยุดไร้มารยาทได้แล้ว!” น้ำเสียงของชายหนุ่มกดเสียงต่ำด้วยความโมโห

สีหน้าของฮั่วฮูหยินเองก็ย่ำแย่เช่นกัน นางไม่รู้ว่าลูกเลี้ยงผู้นี้ไปก่อเรื่องอันใดไว้อีก

มือทั้งสองข้างของฮั่วหลิงเฟยกำจิกเข้าหากันแน่น ภายในใจเต็มไปด้วยความโกรธที่เป็นพี่สาวผู้นี้อีกแล้วที่คอยแก่นแย่งทุกอย่างไปจากนาง

ฮั่วซูเม่ยหัวเราะคิกคัก “ผ่านพ้นไปเพียงไม่กี่เดือนลืมข้าไปซะแล้ว..”

“ข้าบอกให้หยุด!”

เพียงชั่วพริบตาร่างของนางก็เซถลาโอนเอียงเล็กน้อยจากแรงฉุดดึงของนายท่านฮั่ว นางปรายตามองบิดา “มิใช่เป็นท่านพ่อหรอกหรือที่กำลังกระทำกิริยาไร้มารยาทต่อชินอ๋องผู้นี้”

นายท่านฮั่วกัดฟันกรอดยังคงมีท่าทางสงบเสงี่ยมจากนั้นจึงปรายสายตาไปมองเซียนหยางชินอ๋องแทน

การที่จะหาวันดี ๆ เช่นนี้มีไม่ง่ายนักและโอกาสที่เซียนหยางชินอ๋องจะออกปากตกลงให้แม่สื่อมาทาบทามบุตรสาวนับเป็นเรื่องที่เขาไม่คาดฝันก่อน

นายท่านฮั่วไม่มีทางยอมให้บุตรสาวผู้นี้มาพังทลายแน่

“เจ้ากำลังทำให้ข้าหมดความอดทนฮั่วซูเม่ย!”

“ปล่อยได้แล้วไม่เห็นหรือว่าท่านกำลังรังแกหลานชายอยู่”

ฮั่วซูเม่ยยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยอย่างเหนือก่อน ไม่ว่าในครรภ์ของนางจะเป็นบุตรชายหรือไม่ ทว่าพอยกเรื่องนี้ขึ้นมาข้าจะมีผู้ใดบ้างการรังแกสตรีตั้งครรภ์ได้

“…..”

เซียนหยางชินอ๋องยังคงยื่นแน่นิ่งตัวแข็งทื่อ ภายในใจเต็มไปด้วยความสับสนไม่คาดคิดว่าจะมีเรื่องบังเอิญเช่นนี้ และพอได้ยินถ้อยคำหนึ่งออกมาจากปากของสตรีตรงหน้านั้น เขาอดคิดไม่ได้ว่าตนเองคงกำลังฝันไปแน่ ๆ

“ข้าลืมไปเลยกระมัง” นางปรายจากตามองบุรุษตรงหน้า

“ไม่ทราบว่าข้าเคยพบเจอแม่นางมาก่อนหรือไม่” ถึงอย่างไรเขาก็อยากตรวจทราบให้แน่ชัดว่าไม่ได้จำคนผิด

“บุตรในท้องข้าคือลูกของท่าน”

“บัดซบเถอะ!”

 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • วาสนานี้เป็นของข้า   ๓๖ ครอบครัวพร้อมหน้า

    ผู้ใดกันเอ่ยปากจะเลี้ยงดูอบรมสั่งสอนบุตรสาวให้ดีไม่ตามใจนางจนเสียคนเกรงว่าคงเป็นฮั่วซูเม่ยกระมังที่หูฝาดได้ยินผิดไปเอง หากเอ่ยถึงเซียนหยางคนผู้นั้นน่ะหรือ…นางไม่เคยเห็นเขาปฏิเสธอาหนี่ว์เลยแม้แต่สักครึ่งคำด้วยซ้ำ“ท่านพ่อ!”น้ำเสียงเจื้อยแจ้วเอ่ยขึ้นเสียงดังพลางกระโดดวิ่งเต้นตามหาผู้เป็นบิดาของตน“ท่านพ่ออยู่ที่ใดเพคะ!”“ท่านพ่อเจ้าค่ะ!”ฮั่วซูเม่ยถอนหายใจเฮือกใหญ่ พอนางได้ยินน้ำเสียงเช่นนี้พลันรู้สึกปวดหัวตุบ ๆ ขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ “อาหนี่ว์! เสียงเจ้าดังจนทำเขาตกใจตื่นแล้ว”“เอะ! แอ้ๆๆ แอ้!” เสียงของเด็กทารกในห่อผ้าสะดุ้งพลันหวีดร้องไห้จ้าด้วยความตกใจเมื่อถูกรบกวน“น้องข้าตื่นแล้วหรือ” ซูหนี่ว์หยุดชะงักก่อนตะโกนถามออกไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“ก็ใช่น่ะซิ!” ฮั่วซูเม่ยตะโกนตอบ“ชู่ว์~~ เข้าใจนางหน่อยอาหยวน พี่สาวของเจ้าก็เป็นคนเสียงดังเช่นนี้” ฮั่วซูเม่ยพลางอุ้มเด็กน้อยในห่อผ้าขึ้นแนบอก เกลี้ยกล่อมให้หยุดร้องไห้“ท่านแม่!”ซูหนี่ว์ปรากฏตัวขึ้นอย่างรวดเร็วอยู่ตรงหน้ามารดา สายตาของนางมองเลยสอดส่องเข้าไปในห่อผ้าอย่างไม่วางตา “ส่งมาให้ข้าเถอะ”“…..”“แอ้! แอ้ๆๆๆ” ทารกยังคงตะเบ่งเสียงร้องไม่

  • วาสนานี้เป็นของข้า   ๓๕ บทสรุปของทุกอย่าง

    ‘หนึ่ง…คำนับฟ้าดิน’‘สอง…คำนับบิดามารดา’‘สาม…คำนับกันและกัน’‘ส่งตัวเข้าหอ’เสียงของแม่สื่อร้องตะโกนดังก้องประกาศขั้นตอนพิธีการสำคัญต่าง ๆ ตามหน้าที่ขนบธรรมเนียมผ่านมาเกือบปีแล้วในที่สุดก็ถึงเวลาเหมาะสมสำหรับ งานมงคลสมรสอย่างเป็นทางการเสียทีระหว่างเซียนหยางชินอ๋องและฮั่วซูเม่ยโดยมีฟ่านฮองเฮาจื่อฮ่องเต้เป็นผู้จัดการให้ทั้งสิ้นไม่ว่าจะสามหนังสือหรือหกพิธีการจัดแจงตามให้เหมาะสมในเมื่อฮั่วซูเม่ยตัดขาดไม่เกี่ยวข้องออกจากจวนสกุลฮั่วมานานแล้ว ดังนั้นฟ่านฮองเฮาจึงเป็นแม่งานฝ่ายเจ้าสาวให้ส่วนเซียนหยางชินอ๋องนั้นแม้ตอนแรกเขาเอ่ยปากว่าจะจัดการเรื่องนี้ด้วยตนเองทว่ากับถูกจื่อฮ่องเต้ข่มขู่หากไม่ได้ทำให้น้องชายร่วมอุทรผู้เดียวเกรงว่าตอนตายลงโลงไปคงไม่หลับตาแน่เป็นเช่นนี้แล้วคนทั้งคู่จึงไม่สามารถเอ่ยขัดได้เลยแม้แต่สักครึ่งคำจื่อฮ่องเต้นั่งอยู่บนบัลลังก์มังกรสวมใส่อาภรณ์สีทองแล้วยังปักด้วยดิ้นทองเป็นลวดลายมังกรน่าเกรงขามอีกหน เคียงข้างด้วยฟ่านฮองเฮาสวมใส่อาภรณ์ที่ตัดเย็บอย่างประณีตในชุดสีทองประดับลวดลายสวยงามเช่นกันเหล่าขุนนางสูงต่ำทั้งหลายและแขกมากมายต่างรายล้อมอยู่รอชื่นชมความงดงามของคู่บ่า

  • วาสนานี้เป็นของข้า   ๓๔ บุตรสาวหน้าตาคล้ายนาง

    ต้นฤดูไม้ใบผลิอากาศหนาวเริ่มคลายลงบ้างแล้ว ในขณะที่ช่วงยามนี้จวนชินอ๋องกำลังวุ่นวายบ่าวรับใช้และหมอหญิงหลาย สิบคนต่างกำลังเดินเข้าออกจากเรือนหลักหนึ่งทำหน้าที่ของตนเองเพียงเพราะฮั่วซูเม่ยสตรีของเซียนหยางชินอ๋องเจ็บท้องใกล้จะ คลอดแล้ว“อดทนอีกนิดเพคะ” ชิงอันพลางเอ่ยบอกอาการเป็นระยะฮั่วซูเม่ยนอนอยู่บนเตียง สภาพใบหน้าหน้าซีดเซียวไร้สีเลือดฝาด “มารดาจะตายแล้ว!”นางรู้สึกหน่วงที่ท้องและเจ็บจริง ๆ“ใจเย็นเถอะ ๆ อีกไม่นาน” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นปลอบใจเซียนหยางยืนอยู่ข้างๆ เตียง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวลกระวนกระวายและไม่สามารถทำอะไรได้มากนอกจากจับมือนาง ไว้แน่นราวกับหวังว่าจะช่วยแบ่งเบาความเจ็บปวดนั้นได้เซียนหยางเห็นสภาพของนางเช่นนี้มาสองชั่วยามได้แล้ว หากเขาเจ็บแทนได้คงดีไม่น้อย“เมื่อไหร่นางจะคลอด”“…..”หมอหญิงสามสี่คนที่ตรวจดูอาการพอได้ยินน้ำเสียงทุ้มของชินอ๋องเอ่ยขึ้นนิ่ง ๆ จึงสะดุ้งตาม ๆ กัน “อีกไม่นานเจ้าค่ะ"อีกไม่นาน?“ข้าถามว่าเมื่อไหร่” สายตาคมกริบพลันปรายไปมอง ฉายความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด“เกรงว่าทารกน้อยผู้นี้คงจะตัวใหญ่ไม่น้อยถึงขั้นไม่ยอมออกเลยทำให้หวางเฟยเจ็บปวดไม่น้อย”

  • วาสนานี้เป็นของข้า   ๓๓ วันส่งท้ายปี

    พอได้ยินประโยคนี้แล้วฮั่วซูเม่ยตกใจเล็กน้อยก็จะปรายสายตาเหลียวไปมองเซียนหยางอยู่ข้าง ๆ ที่เอ่ยแทรกขึ้น“เกรงว่าคงทำให้พี่สะใภ้ผิดหวังแล้ว” เซียนหยางไม่มีทางยอมแน่ บุตรของเขาที่กำลังเกิดจากฮั่วซูเม่ยสมควรเรียกเขาว่าบิดาแค่เพียงผู้เดียวเท่านั้นสีหน้าของฟ่านฮองเฮาผิดหวังเล็กน้อย “เช่นนั้นหรือ” นางมีความรู้สึกเอ็นดูเด็กน้อยผู้นี้ตั้งแต่ในครรภ์จริง ๆ ดูท่าแล้วออกมาคงหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มไม่น้อย“คงไม่เป็นอันใดกระมัง” นางหันไปพูดกับเซียนหยางก่อนจะปรายสายมากลับมามองสตรีตรงหน้าฮั่วซูเม่ยถือวิสาสะจับมือของฟ่านฮองเฮาไว้ก่อนจะวางลงบนท้องของตนเอง “ไฉนเจ้าเด็กนี้เขาจะไม่ดีใจกันมีท่านป้าเป็นถึงฮองเฮางดงามเพียงนี้” นางไม่ได้คิดมากอันใดอยู่แล้ว เพียงแค่มีคนเอ็นดูเจ้าเด็กคนนี้ตั้งแต่ในครรภ์ก็นับว่าเกินไปสักหน่อยแล้วจื่อฮ่องเต้พลางเดินเข้ามาโอบไหล่ภรรยาไว้ “หากเจ้าอยากมีนักเช่นนั้นให้ข้าลงมือได้เลยหรือไม่”ไฉนนางจะไม่อยากมีกัน…ว่ากันตามตรงแล้วเขาและนางก็ตบแต่งกันมาหลายปีแล้ว แต่กลับไม่มีวี่แววเลยว่าผู้เป็นภรรยาจะตั้งครรภ์เสียทีด้วยสุขภาพของนางที่เป็นอยู่ตอนนี้ฟ่านฮองเฮาส่ายหน้าพลางถอนหายใจ “สุขภาพข

  • วาสนานี้เป็นของข้า   ๓๒ เริ่มเข้าที่เข้าทาง

    “กลับมาแล้วหรือ”ฮั่วซูเม่ยรออยู่ในเรือนไม่ยอมนอนอยู่นานสองนานพอเห็นประตูถูกผลักเข้ามาปรากฏเรือนร่างกำยำคุ้นเคย นางจึงปากถามพลางลุกเดินเข้าไปหาเซียนหยางพลันถอยหลังหนี“ข้าบอกแล้วอย่างไรว่าไม่ต้องรอ ไฉนยังไม่นอนอีก” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างเรียบนิ่ง สายตาคมกริบไล่สำรวจนางตั้งแต่บนลงร่างจงใจยั่วยวนเขาหรอกหรือ?อาภรณ์ชุดนอนผืนบางแนบสนิทไปกับเรือนร่างจนมองเห็นส่วนโค้งเว้าทุกส่วน เรือนผมดำปล่อยสยายยาวอยู่หลัง“บอกแล้วอย่างไรว่าจะรอ” ใบหน้าคนงามระบายยิ้มกว้าง นางมองเข้าไปในนัยน์ตาคมกริบคู่นั้นจึงเห็นความรู้สึกผิดที่ถูกกลบเกลื่อนเอาไว้เล็กน้อย“……” “ทุกอย่างเรียบร้อยดีหรือไม่” ฮั่วซูเม่ยเดินไปอีกครั้งแต่เซียนหยางก็พลันถอยห่างอีก นางจึงขมวดคิ้วมุ่นทันทีคราแรกที่บุรุษผู้นี้ทำเช่นนี้นางจึงคิดเสียว่าเขาอาจจะตกใจก็ได้ ทว่าพอเป็นเช่นนี่ฮั่วซูเม่ยรู้ว่าเริ่มไม่ปกติแล้ว“เนื้อตัวข้าสกปรกยังไม่ทันได้อาบน้ำ” เซียนหยางเอ่ยอย่างเร่งรีบเกรงว่านางจะเข้าใจผิดเอาได้หาว่าเขารังเกียจฮั่วซูเม่ยไล่สายตาสำรวจสังเกตจึงพบว่าฝ่ามือของบุรุษผู้นี้นั้นมีคราบสีแดงคลายเลือดแห้งติดอยู่ ดวงตาเมล็ดซิ่งค่อย ๆ เงยขึ้นส

  • วาสนานี้เป็นของข้า   ๓๑ เป็นรองเพียงนาง

    การแต่งงานของฮั่วซูเม่ยและเซียนหยางถูกจื่อฮ่องเต้กำหนดไว้ล่วงหน้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถึงอย่างไรเซียนหยางก็เป็นน้องชายร่วมอุทรผู้เดียวของจื่ออ๋องเต้ย่อมต้องจัดอย่างยิ่งใหญ่ไม่น้อยหน้าผู้ใดแน่จื่ออ๋องเต้นั่งพูดคุยอยู่จวนชินอ๋องต่อราวหนึ่งก้านธูปเห็นว่าคงรบกวนเวลาพักผ่อนของน้องสะใภ้มากเกินไปจึงไม่รั้งอยู่ต่อ “วันหน้าเจ้าก็พานางเข้าวังไปพบพี่สะใภ้เสีย”ฮั่วซูเม่ยระบายยิ้มจาง ๆ “เกรงว่าคงจะรบกวนฝ่าบาทเกินไปแล้วเพคะ”“เหอะ! รบกวนอันใดกันนับว่าเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว”ในความคิดของนางจื่อฮ่องเต้ผู้นี้เป็นถึงผู้ปกครองแคว้นเหนือกว่าผู้คนหลายพันหลายหมื่นชีวิตแต่กลับไม่หยิ่งทะนงถือตัวเลยแม้แต่น้อยความรู้สึกประหม่าในคราแรกจึงคลายลงไปหมดสิ้นเซียนหยางกำลังจะอ้าปากปฏิเสธแล้วแต่พอเหลียวเห็นรอยยิ้มของสตรีข้างกายเป็นอันต้องกลืนคำพูดนั้นลงท้องไป เกรงว่าหากนางอยู่แต่จวนคงเบื่อหน่ายไม่น้อยได้พูดคุยกับผู้อื่นคงดี“เจ้าอยากไปหรือไม่”ฮั่วซูเม่ยพลางทำท่าครุ่นคิดสักเล็กน้อย “หากเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วเช่นนั้นข้าสมควรต้องคารวะพี่สะใภ้เสียหน่อยแล้ว”“ดี!” จื่อฮ่องเต้ตอบรับหัวเราะเบา ๆ “นางต้องเอ็นดูเจ้าเหม

  • วาสนานี้เป็นของข้า   ๒๓ ช่วยเหลือหญิงงาม

    ไหวห่าวซีตามติดห้อยสอยสหายมายังโรงเตี๊ยมไป๋ชานด้วยทว่าระหว่างทางนั้นกับพบคนคุ้นเคยหวนให้นึกถึงบรรยากาศในวันวานสตรีผู้นี้งดงามราวกับดอกไม้บานกลิ่นกายหอมเย้ายั่วยวนชวนให้ผ่อนคลายเกรงว่าผู้ตรวจตราไหวห่าวซีคงตกหลุมพรางดอกไม้งามของโรงเตี๊ยมไป๋ชานแล้วกระมังนางเป็นสตรีงามผู้หนึ่งไม่ว่าจะอยู่ท่ามกลางผู

  • วาสนานี้เป็นของข้า   ๒๒ เหม็นขี้หน้า

    ปกติแล้วนางไม่เคยมีอาการแบบนี้มาก่อนฮั่วซูเม่ยทั้งคลื่นไส้ทั้งอาเจียนออกมาครั้งแล้วครั้งเล่าจนหมดไส้หมดพุงก่อนจะทิ้งตัวลงนอนเตียงด้วยความเหนื่อยล้า ใบหน้าคนงามฉายแววความอิดโรย“หวางเฟยเป็นอย่างไรบ้างเพคะ” ชิงอันคอยดูแลปรนนิบัติรับใช้ข้างกายอยู่ไม่ห่างลักษณะท่าทางของนายหญิงที่เป็นอยู่เช่นนี้หากนาง

  • วาสนานี้เป็นของข้า   ๒๐ กลัดกลุ้มใจ

    บทที่ ๖หอหงเฟยตลอดชีวิตของซูอวี้เหยียนตั้งแต่วัยเยาว์จนถึงยามนี้ ล้วนมีเหล่าสาวใช้ห้อมล้อมคอยปรนนิบัติไม่เคยห่างกายอยู่เสมอทว่าเช้าวันนี้ เมื่อนางลืมตื่นขึ้นกลับพบเพียงความเงียบงันวังเวง ไร้แม้เสียงฝีเท้าของสาวใช้ที่เคยยกน้ำมาให้ล้างหน้า บ้วนปาก หรือเตรียมเสื้อผ้าให้อย่างเคยและย่ำแย่ยิ่งกว่านั้

  • วาสนานี้เป็นของข้า   ๑๙ ร้อนร้นเหมือนถูกน้ำร้อนลวก

    ภายหลังจากวันนั้นไหวห่าวซีส่งกองกำลังในมือให้เข้าไปตรวจตราเรือนของฮั่วซูเม่ยที่ถูกไฟไหม้ในจวนสกุลฮั่วทว่าระหว่างทางย่อมพบพิรุธมากมายเผยออกมาให้เห็น“ไม่ทราบว่าคุณชายมาหาผู้ใดขอรับ” ผู้รักษาประตูเอ่ยขึ้นอย่างนอบน้อมพร้อมทั้งสำรวจมองเหล่าบุรุษตรงหน้าทั้งหลายมุมปากของไหวห่าวซียกยิ้มเยาะ “เหอะ! ด้วยตำ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status