تسجيل الدخولหลังจากวันนั้นผ่านมา วันที่ศิลาข่มขู่พ่อตาให้ยอมรับเขา เรื่องทั้งหมดก็ผ่านไปได้ด้วยดี พ่อตายอมที่จะให้เขาคบกับพี่เอื้อยแต่ไม่ยอมให้เขาไปขอหมั้นพี่เอื้อยเขาให้เหตุผลว่าอยากจะดูพฤติกรรมเด็กหนุ่มก่อน หากว่าทำตัวไม่ดีทำให้ลูกสาวของท่านเสียใจ เรื่องการหมั้นหมายเขาจะเก็บไปพิจารณาอีกที“พ่อครับ ผมกับพี่เอื้อยกลับกรุงเทพก่อนนะ” ศิลายกมือไหว้คนเป็นว่าที่พ่อตาและแม่ยาย ทว่าชายวัยกลางคนกลับไม่แม้แต่จะยกมือไหว้ตอบแม้เขาจะยอมรับไอ้เด็กหนุ่มคนนี้แล้ว แต่ก็ใช่ว่าจะหายโกรธที่มันรังแกลูกสาวของเขา“พ่อแม่คะหนูกลับก่อนนะ”“อืม ลูกเดินทางปลอดภัยนะ” ต่างจากหญิงสาวที่เป็นลูกในไส้อย่างเอื้อย ที่คนเป็นพ่ออวยพรให้เดินทางปลอดภัยศิลาที่เห็นท่าทีแบบนี้ก็ไม่ได้รู้สึกโกรธแต่อย่างไร กลับเข้าใจความรู้สึกของว่าที่พ่อตาด้วยซ้ำเมื่ออำลาคนในครอบครัวเสร็จแล้ว ชายหนึ่งหญิงหนึ่งจึงออกเดินทางกลับกรุงเทพเพราะยังมีเรื่องที่ต้องจัดการอีก“ศิลาอย่าโกรธพ่อไปเลยนะ”“ผมไม่โกรธหรอกครับ ผมเข้าใจ” ศิลายิ้มร่าก่อนจะเอี่ยวตัวไปหอมแก้มสาวเจ้า ที่กำลังขับรถอย่างหมั่นเคี้ยว“ฉวยโอกาส” เผลอไม่ได้ตอนที่เธอไม่ทันตั้งตัว ก็หาแต่โอกาสแตะต้
เช้าวันรุ่งขึ้นเป็นอย่างที่ศิลาคิดเอาไว้ เมื่อเช้ามาชายวัยกลางคนกลับมองหาบุตรสาวคนสวยรอบบ้านเพราะไม่เห็นเอื้อยเลยตั้งแต่ตื่นขึ้นมา ปกติยามที่ลูกสาวของเขาอยู่บ้านหญิงสาวจะไม่ตื่นสายแบบนี้“คุณวันนี้จะทำอะไรให้ผมทานเหรอ” เห็นแต่ผู้เป็นภรรยาที่กำลังเข้าครัวทำอาหาร ใจจริงก็อยากถามหาลูกสาวด้วย แต่กลัวว่าภรรยาจะไม่ชอบขี้หน้าเข้าอีกเดี๋ยวก็หาว่าเขาจับผิดลูกสาว......“ของคุณน่ะทานกาแฟดำแก้วเดียวก็พอ” ทว่าผู้เป็นภรรยาก็ไม่ได้สนใจสักเท่าไหร่ ยังคงเมินสามีอยู่กลายๆ“แบบนั้นมันจะไปอิ่มอะไร” เขาว่าพรางก้มหน้าเศร้า ส่งเสียงออดอ้อนอยากให้ผู้เป็นภรรยาเห็นใจ“ถ้าเกิดว่าอยากกินรอศิลาก่อนก็แล้วกัน” ผู้เป็นภรรยาว่าขณะที่ไม่แม้แต่จะหันหน้ามามองสามีด้วยซ้ำ“.........” ชายวัยกลางคนที่ได้ยินชื่อนี้ก็ยิ่งขุ่นเคืองใจ รู้สึกไม่ชอบขี้หน้าไอ้เด็กหนุ่มคนนั้นมากขึ้นทว่าพอภรรยาพูดถึงมันแล้วตั้งแต่เช้าเขาก็ยังไม่เห็นมันเลยนิ หนูเอื้อยลูกสาวของเขาก็ยังไม่เจอ.....“หรือว่า....” ชายวัยกลางคนยืนนิ่งสีหน้าตกใจ ก่อนจะกลับหลังหันวิ่งไปยังบันไดบ้านเพื่อไปยังชั้นสองของบ้าน“คุณ!” ผู้เป็นภรรยาที่เห็นแบบนั้นก็เริ่มเข้าใจแล้ว
“พี่เอื้อย...” เพียงแค่ได้ยินประโยคนี้ศิลาก็ตัวนิ่ง หน้าตาเหม่อลอยไม่กล้าขยับไปไหน เพราะยังตกใจกับคำพูดของคนตัวเล็กที่บอกประมาณว่า เรามาคบกันเถอะ“ทำไมเหรอ? หรือว่านายไม่อยากคบกับพี่แล้ว” หญิงสาวโน้มตัวเข้าไปกระซิบที่ข้างหูของศิลา ก่อนจะผละออกมาจ้องมองหน้าคมของเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาหวานหยาดเยิ้ม“เปล่านะครับผมแค่ตกใจ พะพี่เอื้อยพูดจริงเหรอครับ” ที่ถามย้ำแค่ไม่อยากคิดว่าตอนนี้มันเป็นความฝัน แต่ว่าคนตัวเล็กขอเขาคบเป็นแฟนจริงๆ“แล้วหายตกใจหรือยัง” มุมปากบางยกยิ้มระคนอารมณ์ดี คิดไม่ตกว่าศิลาจะมีท่าทีที่ตลกแบบนี้“พี่เอื้อย พี่ยังไม่ตอบเลยว่าพี่พูดจริงหรือเปล่า”“หื้ม? แล้วทำไมพี่จะพูดไม่จริงล่ะ” เรื่องแบบนี้ต้องโกหกด้วยเหรอแล้วจะทำไปเพื่ออะไร“ถ้าอย่างนั้นตอนนี้เราเป็นแฟนกันแล้วใช่ไหมครับ” ศิลาดีใจมากจนแทบเก็บอาการเอาไว้ไม่อยู่ มือหนาเขย่าไหล่มนต์อย่างคาดหวังกับคำตอบที่จะได้ยิน“ฮ่าฮ่า!จริงสิ ตอนนี้เราสองคนเป็นแฟนกันแล้ว” เอื้อยว่าก่อนที่เพียงไม่นาน เธอจะจู่โจมเข้าไปจูบศิลาอย่างรวดเร็วเธอน่ะไปหาอ่านมาว่าความรักของคนสองคน จะต้องผลักกันรุกและรับ ในครั้งก่อนที่น้ำตก ศิลาเป็นคนจูบและจู่โจ
ตกดึกมาทั้งสองคนแม่ลูกไม่ยอมคุยกับชายวัยกลางคนเลย หลังจากที่สองแม่ลูกรู้ว่าคนเป็นพ่อและสามีกลั่นแกล้งศิลา จนทำให้เด็กหนุ่มเป็นลมเป็นแล้งไปคนงานที่ไร่เล่าว่าไปเจอศิลานอนสลบอยู่กลางทุ่งไร่ พร้อมกับวัวที่ยืนอยู่ตรงนั้นหลายร้อยตัวพอเค้นถามชายวัยกลางคนจึงรู้ว่า ศิลาถูกใช้ให้แบกน้ำในถังไปให้วัวในไร่จนเป็นลมไป คนเป็นภรรยาที่รู้ว่าสามีทำแบบนี้ยิ่งไม่พอใจเขาทำเกินไปศิลาเองก็ไม่ได้ผิดอะไรด้วยซ้ำ ทำไมสามีของเธอถึงได้ใจดำแบบนี้ เขาแค่รักและชอบลูกสาวของเธอมันผิดด้วยเหรอ ดีอีกที่ลูกสาวของเธอมีคนรักคนดูแล เธอจะได้หายห่วงยามที่เอื้อยต้องอยู่ไกลบ้าน“เอ่อ เราไม่กินข้าวแล้วเหรอ” เสียงราบเรียบว่าอย่างสลดไม่คิดว่าภรรยาและลูกสาวจะโกรธมากขนาดนี้ โกรธจนไม่ตั้งโต๊ะกินข้าวเลยกระทั่งของโปรดที่เขาชอบ ภรรยาสุดที่รักก็เทมันทิ้งลงถังขยะต่อหน้าเขา เหลือไว้ก็แต่ผัดเปรี้ยวหวานกับต้มซุปเอ็นร้อยหวายซึ่งเขามารู้ทีหลังว่ากับข้าวทั้งสองอย่างนี้เป็นของโปรดของไอ้เด็กหน้าจืดนั้น“คุณยังต้องกินข้าวด้วยเหรอ งานการก็ไม่ทำจะกินทำไมให้เสียข้าวสุก” ภรรยาสวนกลับผู้เป็นสามี โทษฐานที่ปล่อยให้ศิลาทำงานอยู่คนเดียวจนไม่สบาย“โถ่ว!อ
“เอ่อจะให้ผมทำอะไรครับ” ทำไมเขาถึงได้รู้สึกถึงรางไม่ดี พ่อของพี่เอื้อยจะให้เขาทำอะไรกันแน่“เอ็งไปเอาน้ำให้วัวพวกนั้นสิ” นิ้วมือหนาชี้ไปยังวัวที่ถูกปล่อยให้เดินกินหญ้ากลางทุ่งหลายร้อยตัว พร้อมกับเอาถังสีส่งให้เด็กหนุ่ม“นั้นสายยางเปิดน้ำ เอาให้มันกินทุกตัวล่ะ” ชายวัยกลางคนว่าด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ศิลาที่มองตามนิ้วชี้ของชายวัยกลางคนได้แต่ตาโตตกใจกับงานที่ว่าที่พ่อตาให้เขาทำ“แต่พ่อครับ!” เขาตายแน่ๆ ถ้าเกิดว่าต้องเอาน้ำให้วัวพวกนั้นกินทั้งหมด“เอ็งมีสิทธิ์ปฏิเสธด้วยเหรอ?” หึ เอาสิตอนนี้ไหนล่ะสีหน้ายิ้มระรื่นนั้นมันหายไปไหนแล้ว หน้าตาอวดดีแบบนั้นมันหายไปไหนกันพ่อหนุ่มน้อยเขาล่ะอยากจะถ่ายรูปของไอ้เด็กหนุ่มคนนี้ไปให้พ่อมันดูจังเลย อยากเห็นสีหน้าของไอ้พิภพว่ามันจะเป็นยังไง ยามที่เห็นเขารังแกลูกชายสุดที่รักของมัน“เอ้า!จะยื่นนิ่งอยู่ทำไมรีบไปเอาน้ำให้ลูกๆของข้าสิ เดี๋ยวมันหิวน้ำตาย” ชายวัยกลางคนไล่เด็กหนุ่มให้เร่งมือ ก่อนที่ภรรยาและลูกสาวของเขาจะกลับมาเห็นเดี๋ยวจะหาว่าพ่อและสามีคนนี้ใจร้ายใจดำอีก ที่ไปรังแกเด็กมัน แต่ก็น่ะ.....ช่วยไม่ได้มันมาทำหน้าตากวนๆ ให้เขาหมั่นไส้เองชายวัยกลางคนนั่งมอ
ยังไม่ทันที่รถยนต์คันหรูจะจอดอยู่หน้าบ้าน เอื้อยก็เห็นคนเป็นพ่อยืนกอดอกรอแล้ว เธอใช้เวลาขับรถไม่นานเท่าไหร่ เพราะต่างจังหวัดหากไม่ใช่ช่วงเทศกาลรถจะไม่ติดทำให้หลังจากที่ไปดูที่ดินกับศิลาแล้ว ก็ขับรถมาที่บ้านที่ขอนแก่นได้เลย“พี่เอื้อย พี่ทะเลาะกับพ่อเหรอครับ” คนที่กล้ายืนกอดอกจ้องมองรถของพี่เอื้อยขนาดนี้ คงมีแค่คนเดียวเท่านั้น ซึ่งก็เป็นพ่อของพี่เอื้อยแต่ทำไมคุณพ่อต้องทำท่าทางและสีหน้าแบบนี้ด้วย เขากับพี่เอื้อยทะเลาะกันเหรอ ศิลาคิดในใจเมื่อได้ลองย้อนไปเมื่อคืนถึงสีหน้าของพี่เอื้อย ที่ไม่ค่อยสู้ดีหนักหลังจากคุยโทรศัพท์กับคนเป็นพ่อ“ไม่ใช่ พ่อพี่นิสัยเป็นแบบนี้เอง” เธอหันไปมองศิลาอดเป็นห่วงเด็กหนุ่มไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าพ่อจะรังแกเด็กหนุ่มหรือเปล่า และก็ไม่รู้ว่าศิลาจะรับมือกับพ่อยังไง“ครับ” เขาก็พอจะรู้หรอก ว่าพ่อพี่เอื้อยเป็นคนยังไงเพราะพ่อของเขาก็เตือนมาเหมือนกัน ว่าพ่อพี่เอื้อยหวงลูกสาวมากยิ่งเป็นลูกสาวคนเดียวยิ่งหวง“ศิลาเราลงไปกันเถอะ” เอื้อยพาเด็กหนุ่มเดินเข้าไปทักทายคนเป็นพ่อและแม่ของเธอ ที่กำลังเดินออกมารับเธอที่หน้าบ้านด้วยความที่เป็นบ้านนาบ้านของเอื้อยจึงแตกต่างจากที่บ้านขอ







