Masuk“นั่นคุณจะไปไหนคะ” แค่ลืมตาขึ้นมา เธอก็เห็นว่าทิวัตถ์ขยับไปอยู่ที่ปลายเตียงแล้ว และทำ
บทส่งท้าย6 ปีต่อมา “ป๊ะป๋า” เสียงเล็กๆ ใสๆ ดังมาก่อนตัวเสมอ คนที่ถูกเรียกหันมองตามเสียงฝีเท้ารัวๆ ที่กำลังมุ่งหน้ามาหา แล้วเสียงนั้นก็ดังขึ้นอีก “ป๊ะป๋าขา” “ขา” ทิวัตถ์หัวใจอ่อนยวบ เขาแพ้คำนี้ แพ้จนหมดหัวใจ แล้วหันไปขานรับกับลูกสาววัยเจ็ดขวบครึ่ง ในวันนี้ปราณปรียาโตขึ้น ผมยาวประบ่า ผิวนั้นขาว และตัวสูงนิดหน่อย พลันละมือจากตะหลิวไปช่วยประคองลูกสาวที่กำลังปีนป่ายขึ้นมาชะโงกหน้ามองสิ่งที่เขาทำ “หิวจังค่ะ ป๊ะป๋าทำใกล้เสร็จหรือยังคะ” เสียงอ้อนร้องถาม แล้วพยายามชะโงกหน้าดูของในกระทะที่ป๊ะป๋าของเธอกำลังลงมือทำอยู่ “ป๊ะป๋าทำจะใกล้เสร็จแล้วค่ะ เหลือแค่ใส่ไส้กรอกกับผักอีกนิดหน่อย หนูปราณรออีกนิดได้ไหมคะ” ชายหนุ่มอธิบายกับลูก เวลาที่เขาทำอาหารปราณปรียามักมาคอยถามอยู่เสมอ จึงหาเก้าอี้มาตั้งไว้ห่างออกไป “ได้ค่ะ แต่ว่าหนูขอกินอันหนึ่งได้ไหมคะ” ปราณปรียาหยุดคิดไปชั่วครู่ราวกับทบทวนว่าท้องน้อยๆ จะทนได้หรือไม่ สายตามองไปยังไส้กรอก แล้วกลืนน้ำลายลงคอ “ได้สิคะ” ชายหนุ่มหยิบไส้กรอกที่เขาทอดแยกไว้ให้แ
พอไปถึงก็ขึ้นไปยังชั้นบนสุด หยุดเท้ายังหน้าเคาน์เตอร์ของโรงหนังเพื่อซื้อบัตร โชคดีที่กำลังมีรอบฉายอีกไม่เกินสิบนาที แม้จะกินเค้กมาแล้ว แต่ปรีดิทาก็ยังซื้อพ็อปคอร์น เพราะทิวัตถ์ชอบกินเวลาดูหนัง พอถึงเวลาหนังฉายก็เดินเข้าไปด้านใน เธอกับเขาซื้อเป็นที่นั่งโซฟาไว้ แต่ไม่นานปรีดิทาก็ต้องหัวเราะออกมาเบาๆ เพราะคนตัวโตที่นั่งอยู่ข้างๆ ขยับตัวเข้ามาชิดใกล้ หนังกำลังมีเสียงดนตรีที่น่ากลัว และเป็นฉากที่มีผีค่อยๆ คลานออกมา “นั่นแน่ กลัวผีเหมือนเดิมเลยนะคะพี่ไท่” ทิวัตถ์ที่ถูกเย้าหันไปส่งค้อนให้ภรรยา เขาชอบดูหนังผี แต่ก็แอบกลัวนิดๆ ก็ซาวด์เอฟเฟกต์น่ากลัวเสียขนาดนั้น คนเราก็ต้องมีตกใจกันบ้าง แล้วหยิบพ็อปคอร์นมาจ่อใส่ปากภรรยาเพื่อไม่ให้ถูกล้ออีก ปรีดิทาได้แต่แอบขำ แล้วยกมือขึ้นกอดแขนแกร่งไว้ จากนั้นพิงศีรษะไปซบ ทิวัตถ์ยิ้มกว้าง “ถ้ากลัวก็กอดพี่แน่นๆ นะ” ชายหนุ่มว่า “ค่า” หญิงสาวถึงกับต้องลากเสียงยาว เธอต่างหากที่ต้องพูดคำนั้น แล้วดึงตากลับไปสนใจหนังที่กำลังถึงจุดพีก เธอนั้นหวีดร้องออกไปหลายครั้ง ส่วนทิวัตถ์บีบมื
บทพิเศษ 4 “สวัสดีค่ะคุณหมอ” คำทักทายนี้ยังคงทำให้ปรีดิทาระบายยิ้มได้เหมือนเคยเมื่อมาถึงโรงพยาบาล การทำงานของเธอในแต่ละวันยากง่ายไม่เหมือนกัน วันไหนเจอเคสหนักๆ ก็อาจจะเหนื่อยสักหน่อย มีล้าไปบ้าง แต่พอได้เห็นรอยยิ้มของคนไข้ก็ดีขึ้น รวมถึงได้กำลังใจจากสามีและลูกสาวด้วย วันเวลานั้นผันแปรมาจนตอนนี้ปราณปรียาอายุได้หนึ่งขวบครึ่งแล้ว มีพ่อของแกคอยดูแลทุกอย่าง ชายหนุ่มทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี ทั้งหน้าที่ของพ่อและสามี ในตอนนี้ทิวัตถ์ได้เปิดธุรกิจร้านอาหารเล็กๆ ร่วมกับเพื่อนรักอย่างนครินทร์เรียบร้อยแล้ว พอถึงเวลาเลิกงานมือเล็กก็หยิบกระเป๋าสะพายพาดบ่า ป่านนี้หนุ่มสุดหล่อของเธอคงมารอรับแล้วเหมือนในทุกๆ วันที่ผ่านมา พอเดินออกไปถึงประตูทางออกก็พบเขาจริงๆ แต่มีหนึ่งสิ่งที่เปลี่ยนไป นั่นคือยานพาหนะที่เขาเอามารับเธอ ทิวัตถ์ส่งยิ้มไปทักทายภรรยาแสนรัก ขยับตัวจากรถมอเตอร์ไซค์ขนาดสามสูบที่มีดีไซน์เรียบหรูแต่ทันสมัยเดินไปหาคนตัวเล็ก “วันนี้ทำงานเหนื่อยไหมโปรด” “ไม่เหนื่อยค่ะ ว่าแต่รถใครกันคะ” เธอส่ายหน้าและไม่
“อื้อ” ครั้งนี้เสียงลอดมาจากปากนุ่มบ้าง ปรีดิทารู้สึกวูบวาบในช่องท้องพร้อมสยิวซ่าน แต่เธอไม่ยอมน้อยหน้าคนตัวโตจึงขยับตัวขึ้น ใช้มือกดหัวไหล่แกร่งเพื่อให้ตนเองเป็นฝ่ายควบคุมการจูบ ทิวัตถ์ชอบใจ เขาพร้อมที่จะเป็นผู้ตาม แล้วทั้งเขาและหญิงสาวก็สอดแทรกปลายลิ้นเข้าหากัน ผลัดกันหาความหวาน มือลูบไล้ไปทั่วกระตุ้นเย้าอารมณ์ ก่อนทั้งเธอและเขาจะผละห่างออกจากกันอย่างรู้ความหมาย ต่างฝ่ายต่างถอดเสื้อผ้าของตัวเองออก เขารีบร้อนแต่หญิงสาวเชื่องช้า ถอดแค่เสื้อยีนออกเท่านั้น เพราะจงใจแกล้ง ทิวัตถ์ต้องเป่าปากแรงๆ “เลิกแกล้งพี่เสียทีเถอะ” ชายหนุ่มอ้อนวอนเสียงสั่น นัยน์ตาก็วอนขอ คนตัวเล็กพยักหน้ายินยอม เธอไม่แกล้งเขาแล้วก็ได้ แต่ก็มีข้อแลกเปลี่ยน เขาต้องเป็นฝ่ายถอดชุดที่เหลือให้เธอ พลันหันหลังให้ บอกถึงความต้องการของตนเอง ชายหนุ่มเข้าใจได้ในทันที มือรีบยื่นไปจัดการกับชุดสวย ตามด้วยแพนตี้และบราเซีย แค่อึดใจเท่านั้นร่างกายของเขาและหญิงสาวก็เปล่าเปลือย สายตาคมกริบไล่มองทุกสัดส่วนของภรรยา เขายังรู้สึกตื่นเต้นได้เส
ปราณปรียานั้นกำลังนั่งเล่นอยู่กับรำนำและจารวี โชคดีที่คนรอบตัวเอ็นดูแก พอใกล้ถึงเวลาสำคัญถึงกลับขึ้นห้อง หยิบเสื้อผ้าที่ภรรยาเตรียมไว้ให้ขึ้นมาสวมใส่ แล้วหยิบยางขึ้นมามัดผมไปด้านหลัง พอเสร็จก็เดินกลับลงไปหอมแก้มลูกสาวพร้อมเอ่ยคำฝากฝัง “ฝากด้วยนะ” “ได้ค่ะคุณไท่” จารวีรับอาสาที่จะดูแลคุณหนู ก่อนจะจับมือน้อยๆ โบกให้คุณพ่อของแก ทิวัตถ์ขับรถตรงไปยังโรงแรมและจัดการเช็กอินตามข้อมูลที่ภรรยาส่งมา ส่วนหญิงสาวกำลังขับรถตามมา พอไปถึงภายในห้องพัก สายตาก็กวาดมองไปรอบๆ ก่อนพาตัวเองไปยืนชิดหน้าต่างที่เป็นกระจกบานใหญ่ ซึ่งมองเห็นวิวของท้องฟ้า มองเห็นแสงไฟที่เริ่มระยิบระยับจากอาคารบ้านเรือน ไฟในห้องอยู่ในโทนสีเหลืองอ่อนๆ กลิ่นของห้องก็หอมราวกับดอกไม้ แต่ไม่ทันจะได้สำรวจมุมอื่น เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้น สองเท้าก้าวไปเปิดประตูทันที สิ่งแรกที่เห็นไม่พ้นดวงหน้าหวานของภรรยาแล้วสะดุดกับชุดที่หญิงสาวสวม ชุดเดรสสายเดี่ยวสีครีมที่มีเสื้อคลุมสียีนสวมทับอีกที รอยยิ้มของทิวัตถ์กว้างขึ้น เพราะชุดของภรรยาก็เป็นชุดที
บทพิเศษ 3 “มา...ม้า” ถ้อยคำที่ฟังชัดขึ้นมาเล็กน้อยทำให้คนที่นั่งดื่มกาแฟอยู่ในห้องพักของตัวเองยิ้มกว้าง เธอเปิดคลิปนี้เป็นประจำเมื่อมีเวลาว่าง เปิดซ้ำๆ เป็นร้อยครั้งนับจากที่มันถูกส่งมาเมื่อสี่เดือนที่แล้ว แน่นอนว่าไม่ใช่คำว่ามาม้าคำเดียว แต่คำว่าป๊ะป๋าก็ตามมาด้วย แค่มันอาจจะยังไม่ชัดเจนเท่าไร ในตอนนี้ทิวัตถ์เป็นคุณพ่อที่ติดลูกเอามากๆ ปราณปรียาฉลาด รู้ว่าถ้าอ้อนแล้วบิดาไปไหนไม่รอดแน่นอน เธอเองไม่ต่างกัน หญิงสาวพิงแผ่นหลังกับพนักเพื่อผ่อนคลายร่างกาย เพราะวันนี้เธอมีตรวจคนไข้หลายราย ก่อนจะมองสมาร์ตโฟนอีกรอบ เพราะเพื่อนรักติดต่อมาหา “ว่าไงหนูดี” ปรีดิทาถามด้วยน้ำเสียงสดใส ทว่าถ้อยคำของเพื่อนทำให้ขมวดคิ้ว “แกรู้ข่าวออมสินหรือยังโปรด” “ข่าวอะไรเหรอ” ปรีดิทาเอ่ยถาม เมื่อพูดถึงออมสินก็ลอบถอนหายใจหนึ่งหน หลังจากเรื่องของเธอจบลงออมสินยังตามมาระราน ราวี แต่เธอพยายามไม่ใส่ใจ เพราะอยากต่างคนต่างอยู่ แต่ชายหนุ่มไม่ค่อยเห็นด้วย ทว่าเขาก็เคารพการตัดสินใจของเธอที่มองว่าในวันหนึ่งผลของการกระทำจะไล่หลังออมสินเอง แล้วได้ฟังป







