Share

บทที่ 9

Author: Wabibi
last update Petsa ng paglalathala: 2026-09-29 19:33:30

"การแต่งงานของขุนนางขั้นสี่กับหญิงม่าย หากปล่อยเวลายืดเยื้อย่อมเป็นขี้ปากชาวเมืองและอาจมีขุนนางฝ่ายตรงข้ามนำไปถวายฎีกาโจมตี" เขาอธิบายอย่างรวดเร็ว "ยิ่งจัดการเร็วเท่าใด ยิ่งปลอดภัยต่อทรัพย์สินของเจ้าและตำแหน่งของข้า"

เขาไม่ได้ให้นางมีเวลาคิดทบทวน เขาหมุนตัวเดินออกจากห้องรับรองไปอย่างเด็ดขาด ทิ้งให้เสิ่นจือเวยยืนมองแผ่นหลังกว้างนั้นด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก นางได้เกราะกำบังมาแล้ว ทว่าเกราะกำบังชิ้นนี้ กลับดูทรงพลังและรัดกุมจนนางเริ่มรู้สึกหายใจไม่ออก

...

เมื่อกลับมาถึงศาลาว่าการอวี้สื่อไถ กู้ถิงเหิงเดินตรงไปยังห้องทำงานส่วนตัวของเขา เจิ้งอวี่ที่ยืนรออยู่หน้าประตูก้าวตามเข้ามาติดๆ

"นายท่านเรียบร้อยดีหรือไม่ขอรับ" เจิ้งอวี่ถาม

กู้ถิงเหิงไม่ได้ตอบคำถามนั้น เขายกมือขึ้นปลดเข็มขัดหยกออก วางลงบนโต๊ะด้วยท่วงท่าผ่อนคลายกว่าปกติ มุมปากที่เคยกดลึกเป็นเส้นตรงเสมอ บัดนี้กลับยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่แท้จริง... รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความพึงใจของผู้กำชัยชนะ

"เจิ้งอวี่"

"ขอรับนายท่าน"

"ไปที่ห้องเก็บของในจวน เปิดหีบไม้จันทน์แดงที่ข้าล็อกกุญแจไว้ตลอดหกปีนั้นออก" กู้ถิงเหิงออกคำสั่ง น้ำเสียงของเขาแม้จะพยายามทำให้ราบเรียบ แต่ก็ซ่อนความตื่นเต้นไว้ไม่มิด

เจิ้งอวี่เบิกตากว้าง หีบใบนั้นเป็นความลับที่สุดของนายท่าน ไม่มีผู้ใดเคยเห็นว่าข้างในมีสิ่งใด ทราบเพียงว่าทุกครั้งที่นายท่านได้รับเบี้ยหวัด หรือมีเงินพิเศษจากการประเมินผลงาน เขาจะนำไปซื้อสิ่งของมีค่าและเก็บสะสมไว้ในหีบใบนั้นเสมอ

"ในนั้นมีปิ่นหยกขาวแกะสลักลายดอกอวี้หลาน ผ้าไหมทอทองคำจากซูโจว และชุดเครื่องชาหยกหิมะ... จัดเตรียมของเหล่านั้นใส่กล่องไม้บุกำมะหยี่ให้เรียบร้อย"

กู้ถิงเหิงหมุนแหวนหยกบนนิ้วหัวแม่มือ ดวงตาสีหมึกทอประกายล้ำลึก

"ส่งแม่สื่อไปที่เรือนสกุลเสิ่นแต่เช้าตรู่พรุ่งนี้... บอกพวกเขาว่าขุนนางขั้นสี่กู้ถิงเหิง ส่งของหมั้นมาสู่ขอเถ้าแก่เนี้ยเสิ่นจือเวยแล้ว"

แสงแดดยามสายสาดส่องลงบนลานหินกว้างของจวนสกุลเสิ่น ทว่าความสนใจของเสิ่นจือเวยไม่ได้อยู่ที่ความอบอุ่นของฤดูใบไม้ผลิ สายตาของนางกำลังจับจ้องไปยังหีบไม้จันทน์แดงบุผ้ากำมะหยี่สีสดสามใบที่ถูกเปิดอ้าไว้ตรงหน้า

บ่าวไพร่ในเรือนต่างกลั้นหายใจ ไม่มีผู้ใดกล้าส่งเสียง แม้แต่เสิ่นจื่อรุ่ย น้องชายของนางที่เพิ่งเร่งรุดกลับมาจากตรวจบัญชีที่ร้านค้า ก็ยังยืนนิ่งขึงอยู่ด้านข้าง

ภายในหีบเหล่านั้นไม่ใช่เงินทองมหาศาลหรือโฉนดที่ดินนับพันหมู่ตามธรรมเนียมการสู่ขอของคหบดี ทว่าทุกชิ้นกลับประณีตและล้ำค่ายิ่งกว่าเงินทอง หีบใบแรกบรรจุผ้าไหมทอทองคำจากซูโจวเนื้อละเอียด ลวดลายมงคลส่องประกายระยับยามต้องแสง หีบใบที่สองคือชุดเครื่องชาหยกหิมะแกะสลักครบชุด เนื้อหยกโปร่งแสงไร้ตำหนิ และในหีบใบสุดท้าย บนแท่นวางกำมะหยี่สีดำสนิท มีปิ่นหยกขาวแกะสลักลายดอกอวี้หลานวางอยู่อย่างโดดเดี่ยว ทว่างดงามจับตา

เสิ่นจือเวยยื่นมือออกไป ปลายนิ้วของนางไล้ไปตามกลีบดอกอวี้หลานหยกอย่างแผ่วเบา ความเย็นเยียบของเนื้อหยกชั้นเลิศซึมซาบเข้าสู่ผิว นางเป็นแม่ค้าผ้าไหมและเครื่องประดับ ย่อมดูออกในทันทีว่าของขวัญเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่เพิ่งวิ่งไปหาซื้อมาจากตลาดได้ภายในชั่วข้ามคืน

ปิ่นหยกชิ้นนี้... ช่างคล้ายคลึงกับแบบที่นางเคยวาดเล่นและสั่งให้ช่างทำเมื่อหลายปีก่อน ทว่าช่างในเวลานั้นฝีมือไม่ถึงขั้น นางจึงล้มเลิกความตั้งใจไป เหตุใดของหมั้นจากจวนขุนนางที่ขึ้นชื่อว่ายากจนข้นแค้นและหลังคารั่ว จึงเต็มไปด้วยของล้ำค่าที่ตรงกับรสนิยมของนางราวกับจับวางเช่นนี้

"พี่หญิง" เสิ่นจื่อรุ่ยขยับเข้ามาใกล้ กระซิบด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ "ของหมั้นเหล่านี้... แม่สื่อที่ใต้เท้ากู้ส่งมาแจ้งว่า เป็นทรัพย์สินส่วนตัวที่ใต้เท้ากู้เก็บหอมรอมริบจากเบี้ยหวัดและการประเมินผลงานตลอดหลายปี ข้าได้ยินมาว่าอวี้สื่อไถนั้นเคร่งครัดนัก ขุนนางไม่กล้ารับสินบน หากเขาใช้เงินเก็บทั้งหมดมาสู่ขอพี่หญิง เช่นนั้น..."

"เช่นนั้นก็แปลว่าเขาเป็นบุรุษที่รอบคอบและคำนวณทุกอย่างมาอย่างดีแล้ว" เสิ่นจือเวยตัดบท นางชักมือกลับจากปิ่นหยกขาว ข่มความสงสัยที่ก่อตัวขึ้นในใจให้สงบลง

นางอธิบายเหตุผลให้ตนเองและน้องชายฟัง "กู้ถิงเหิงเป็นขุนนางขั้นสี่ การแต่งงานกับหญิงม่ายตระกูลพ่อค้าเป็นเรื่องที่ขัดต่อสายตาสังคม หากเขาส่งเพียงเงินทองมาเป็นของหมั้น ขุนนางฝ่ายตรงข้ามย่อมใช้เป็นข้ออ้างโจมตีว่าเขาละโมบในทรัพย์สินของข้า แต่การส่งของล้ำค่าที่ดูสูงส่งและหาได้ยากยิ่งเช่นนี้ เป็นการประกาศต่อชาวเมืองเปี้ยนจิงว่า เขาให้เกียรติการแต่งงานครั้งนี้ และปิดปากพวกขุนนางเฒ่าที่เตรียมจะถวายฎีกาโจมตีเขา... สมกับเป็นพญายมแห่งอวี้สื่อไถ ทำการสิ่งใดไร้ช่องโหว่"

เสิ่นจื่อรุ่ยพยักหน้าเห็นด้วย "เรื่องนั้นก็จริงขอรับ ข่าวเรื่องใต้เท้ากู้ส่งแม่สื่อมาสู่ขอพี่หญิง แพร่สะพัดไปทั่วเมืองตั้งแต่เช้าตรู่ สายข่าวของเรารายงานว่า นายท่านผู้เฒ่าหลี่โกรธเกรี้ยวจนขว้างถ้วยชาแตกไปหลายใบ พวกเขาเตรียมจะส่งอันธพาลมาดักรอหน้าศาลาว่าการเมืองเพื่อร้องเรียนเรื่องพี่หญิงขนสินเดิมกลับ ทว่าพอได้ยินชื่อใต้เท้ากู้ พวกมันก็หัวหด ปิดประตูจวนสกุลหลี่เงียบกริบ ไม่มีผู้ใดกล้าโผล่หัวออกมาแม้แต่คนเดียวเลยขอรับ"

มุมปากของเสิ่นจือเวยยกขึ้นเล็กน้อย นี่คือผลลัพธ์ที่นางต้องการ เกราะกำบังชิ้นนี้ใช้งานได้ดีเยี่ยมและคุ้มค่ากับกำไรห้าส่วนของร้านผ้าไหมทุกประการ

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • วิวาห์ใต้ม่านวสันต์   บทที่ 25

    ย่านการค้าทิศตะวันออกของเมืองเปี้ยนจิงยามบ่ายยังคงคึกคักไปด้วยผู้คน รถม้าและเกี้ยวของคหบดีและขุนนางสัญจรไปมาไม่ขาดสาย กลิ่นหอมของแป้งชาดจากร้านเครื่องหอมผสมผสานกับกลิ่นชาชั้นดีจากโรงเตี๊ยมลอยอวลอยู่ในอากาศกู้ถิงเหิงไม่ได้ขี่ม้าเข้าไปอย่างเอิกเกริก เขาสั่งให้เจิ้งอวี่นำม้าไปผูกไว้ที่ตรอกด้านหลัง แล้วเลือกเดินเท้าฝ่าฝูงชนตรงไปยังร้านผ้าไหมอวี้หลาน เขาจงใจสวมเสื้อคลุมสีเข้มทับชุดขุนนางสีแดง เพื่อไม่ให้ดึงดูดสายตาผู้คนมากเกินไปเมื่อเดินมาถึงฝั่งตรงข้ามของร้านผ้าไหม กู้ถิงเหิงหยุดฝีเท้าลงใต้ร่มเงาของกันสาดร้านขายชา เขายืนนิ่งดุจรูปสลักหยก สายตาคมกริบกวาดมองข้ามถนนไปยังภายในร้านอวี้หลานที่เปิดประตูโล่งต้อนรับลูกค้าที่หลังโต๊ะไม้จันทน์แดงสลักลวดลาย เสิ่นจือเวยยืนอยู่ตรงนั้นนางสวมชุดเป้ยจื่อสีพลัมอ่อนขับผิวให้ดูขาวกระจ่าง ทรงผมเกล้ามวยประดับปิ่นหยกขาวดอกอวี้หลานที่เขามอบให้ ใบหน้างดงามกำลังแย้มยิ้มบางๆ ขณะเจรจาการค้ากับลูกค้าที่เป็นฮูหยินขุนนาง นิ้วมือเรียวยาวของนางคลี่ม้วนผ้าไหมสีปีกแมลงทับทิมออกให้ลูกค้าชม ท่วงท่าของนางพลิ้วไหว งดงาม และเต็มไปด้วยความมั่นใจอย่างเปี่ยมล้นกู้ถิงเหิงทอดมอ

  • วิวาห์ใต้ม่านวสันต์   บทที่ 24

    ทว่าความเงียบสงบนั้นกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบแต่พยายามรักษาความเบาบาง เจิ้งอวี่ องครักษ์คนสนิทในชุดสีเข้ม ผลักประตูเข้ามาและรีบปิดลงอย่างมิดชิด ก่อนจะประสานมือคารวะอย่างนอบน้อมกู้ถิงเหิงไม่ได้ละสายตาจากฎีกาตรงหน้า "มีเรื่องอันใด หากเป็นรายงานจากกรมราชทัณฑ์เรื่องจ้าวผิง ให้วางไว้บนโต๊ะมุมขวา""มิใช่เรื่องของจ้าวผิงขอรับนายท่าน" เจิ้งอวี่ลดเสียงลงเล็กน้อย "เป็นรายงานจากสายข่าวที่จวนสกุลกู้ขอรับ"พู่กันในมือของพญายมแห่งอวี้สื่อไถชะงักค้างอยู่กลางอากาศ หยดน้ำหมึกสีดำหยดลงบนกระดาษจนเกิดเป็นรอยด่าง ทว่าเขาไม่ได้สนใจมัน ดวงตาคมกริบตวัดขึ้นมององครักษ์คนสนิททันที"เกิดอะไรขึ้นที่เรือน" น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและแฝงความกดดันที่ทำให้ผู้ฟังต้องลอบกลืนน้ำลาย"เมื่อราวหนึ่งชั่วยามก่อน ฮูหยินผู้เฒ่าให้คนไปเชิญฮูหยินจากเรือนตะวันออกไปพบที่เจิ้งถังขอรับ" เจิ้งอวี่รายงานอย่างรวดเร็ว "สายข่าวแจ้งว่า มีแม่สื่อจากตระกูลสวี ขุนนางระดับหก นำรูปวาดของคุณหนูสามตระกูลสวีมาให้ฮูหยินผู้เฒ่าเลือกดู ฮูหยินผู้เฒ่าตั้งใจจะใช้จารีตเรื่องทายาทบีบให้ฮูหยินยอมรับคุณหนูสามเข้ามาเป็นอนุภรรยาของนายท่านขอรับ"อ

  • วิวาห์ใต้ม่านวสันต์   บทที่ 23

    เสิ่นจือเวยก้าวเดินไปตามระเบียงทางเดินหินด้วยฝีเท้าที่เร็วกว่าปกติ ลมวสันต์ที่พัดมาปะทะใบหน้าไม่ได้ช่วยลดทอนความร้อนผ่าวบนพวงแก้มของนางลงได้เลยเมื่อนางกลับมาถึงห้องรับรองในเรือนตะวันออก นางทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้หวงฮวาหลี วางตำรากฎหมายลงบนโต๊ะ ก่อนจะยกมือขึ้นทาบบนหน้าอกซ้ายของตนเองหัวใจของนางยังคงเต้นรัวแรงผิดจังหวะ ฝ่ามือทั้งสองข้างชื้นไปด้วยเหงื่อเย็นเยียบภาพดวงตาสีหมึกที่เต็มไปด้วยความกดดันและหวงแหนของเขายังคงสลักแน่นอยู่ในห้วงความคิด ความใกล้ชิดที่ชวนให้หายใจไม่ออก กลิ่นสนและกลิ่นชาที่โอบล้อมรอบตัวนาง... ทุกอย่างช่างแตกต่างจากภาพลักษณ์ของขุนนางผู้เคร่งขรึมและเยือกเย็นที่นางเคยประเมินไว้กู้ถิงเหิงมีมุมที่ซ่อนเร้น เขาไม่ได้ไร้อารมณ์ความรู้สึกดุจหยกสลักอย่างที่แสดงออก กล่องไม้ใบนั้นคือความลับที่สามารถสั่นคลอนความเยือกเย็นของพญายมผู้นี้ได้อย่างรุนแรงใบเทียบดวงชะตาสมรส... เสิ่นจือเวยขบคิดอย่างหนัก ของสตรีใดกัน ที่ทำให้เขาต้องเก็บซ่อนไว้ลึกซึ้งถึงเพียงนั้น สตรีที่เขาเคยรักแต่ไม่อาจสมหวังงั้นหรือ?หากเป็นเช่นนั้นจริง นางควรจะรู้สึกโล่งใจ เพราะนั่นหมายความว่าเขามีคนที่อยู่ในใจอยู่แ

  • วิวาห์ใต้ม่านวสันต์   บทที่ 22

    เมื่อกล่องไม้หายวับไปจากสายตา กู้ถิงเหิงจึงค่อยๆ ยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูงอีกครั้ง คราวนี้ดวงตาคมกริบของเขากดต่ำลง จับจ้องมองมาที่ใบหน้าของสตรีที่ยืนพิงชั้นหนังสืออยู่ความเงียบที่โรยตัวอยู่ระหว่างคนทั้งสองนั้นน่ากลัวยิ่งกว่าเสียงตวาดด่าเสิ่นจือเวยพยายามบังคับลมหายใจให้เป็นปกติ นางเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ใช้ความหยิ่งทะนงของเถ้าแก่เนี้ยมาเป็นเกราะกำบังความสั่นไหวในดวงตา "ข้า... ข้าขออภัยใต้เท้า ข้าเพียงเข้ามาหาตำรากฎหมายพาณิชย์ ไม่ทันระวังจึงปัดโดนสิ่งของของท่านหล่น ข้าไม่ได้ตั้งใจจะละลาบละล้วง..."คำแก้ตัวของนางขาดหายไปในลำคอ เมื่อกู้ถิงเหิงขยับตัวเข้ามาใกล้อีกนิดระยะห่างระหว่างพวกเขาบัดนี้ใกล้ชิดจนเกินควร ใกล้จนนางสามารถมองเห็นแพขนตาหนาของเขา ใกล้จนสัมผัสได้ถึงไอความร้อนที่แผ่ออกมาจากแผงอกกว้าง และใกล้จนนางได้กลิ่นชาจางๆ ที่ลอยอวลมาจากลมหายใจของเขามือข้างหนึ่งของกู้ถิงเหิงยกขึ้น วางทาบลงบนขอบชั้นหนังสือในระดับสายตาของนาง ปิดกั้นทางหนีฝั่งขวาอย่างสมบูรณ์ ท่วงท่านี้คล้ายคลึงกับการกักขัง ทว่ากลับไม่ได้สัมผัสโดนตัวนางแม้แต่ปลายผม"เปิ่นกวนเคยบอกบ่าวไพร่ไว้ชัดเจน" น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและแห

  • วิวาห์ใต้ม่านวสันต์   บทที่ 21

    "เจอแล้ว" รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของนางทว่าตำราเล่มนั้นถูกอัดแน่นอยู่ระหว่างหนังสือเล่มหนาอีกสองเล่ม เสิ่นจือเวยต้องออกแรงดึงเล็กน้อย นางเขย่งปลายเท้าขึ้นเพื่อเพิ่มแรง ทว่าจังหวะที่หนังสือหลุดพรวดออกมาจากช่องว่างนั้น ข้อศอกของนางที่สวมทับด้วยแขนเสื้อเป้ยจื่อกว้างๆ กลับไปปัดโดนบางสิ่งบนชั้นหนังสือที่อยู่ลึกเข้าไปด้านในกึก... เคร้ง!เสียงวัตถุบางอย่างร่วงหล่นกระแทกพื้นกระดานไม้ดังสนั่นท่ามกลางความเงียบสงัดของห้องชูฝางเสิ่นจือเวยสะดุ้งสุดตัว นางรีบก้าวลงจากม้านั่งไม้ หันขวับไปมองที่พื้นด้วยหัวใจที่เต้นรัวแรงสิ่งที่ร่วงหล่นลงมาไม่ใช่ตำรา แต่เป็น 'กล่องไม้' ขนาดเท่าฝ่ามือใบหนึ่งมันคือกล่องไม้ที่ทำจากไม้จันทน์แดงเนื้อดี ทว่าสิ่งที่สะดุดตานางในฐานะแม่ค้าที่คุ้นเคยกับการประเมินคุณภาพสินค้าคือ ร่องรอยบนตัวกล่องกล่องไม้ใบนี้ไม่ใช่ของใหม่ มุมทั้งสี่ด้านของมันมีรอยสึกหรอและมนโค้ง บ่งบอกว่ามันถูกหยิบจับและลูบคลำมานับครั้งไม่ถ้วนตลอดหลายปีที่ผ่านมา ตัวล็อกทองเหลืองด้านหน้ามีคราบสนิมสีเขียวจางๆ เกาะอยู่ และที่สำคัญ... บนฝากล่องมีฝุ่นบางๆ เกาะอยู่ บ่งชี้ว่ามันถูกซ่อนเก็บไว้ในซอกลึกสุด

  • วิวาห์ใต้ม่านวสันต์   บทที่ 20

    "การค้าก็คือสงครามที่ไร้หยาดเลือด" เสิ่นจือเวยจิบชาเพียงเล็กน้อย รสชาติฝาดเฝื่อนของชาปลุกให้สติของนางแจ่มใสขึ้น "ข้าจะไม่ยอมให้พวกมันใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายมาปล้นหยาดเหงื่อของตระกูลเสิ่น ข้าจำได้ว่ากฎหมายพาณิชย์ของต้าซ่งมีหมวดที่ระบุถึงสิทธิ์ของทายาทสตรีในการสืบทอดสัญญาคู่ค้า ทว่าข้าต้องตรวจสอบตัวอักษรให้แน่ชัดทุกบรรทัด ก่อนจะให้จื่อรุ่ยร่างหนังสือตอบโต้กลับไป"นางวางถ้วยชาลงบนโต๊ะ "เซี่ยจู ในห้องหนังสือที่เรือนของข้า มีตำรากฎหมายการค้าต้าซ่งหรือไม่"สาวใช้ขมวดคิ้วคิดชั่วครู่ก่อนจะส่ายหน้า "ตอนที่เราย้ายสินเดิมมาจากตระกูลหลี่ ตำราส่วนใหญ่ถูกทิ้งไว้ที่นั่นเจ้าค่ะ นายหญิงนำมาเพียงสมุดบัญชีและบันทึกการค้าเท่านั้น หากต้องการตำรากฎหมาย บ่าวจะให้คนไปหาซื้อที่ตลาดหนังสือให้เดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ""กว่าจะหาซื้อและนำกลับมา คงเสียเวลาไปค่อนวัน" เสิ่นจือเวยปฏิเสธ นิ้วเรียวเคาะลงบนขอบโต๊ะอย่างใช้ความคิด ก่อนที่สายตาของนางจะเบนกลับไปทางชูฝางของเรือนหลักอีกครั้ง "ใต้เท้ากู้เป็นขุนนางสำนักตรวจการ ในห้องหนังสือของเขาย่อมต้องมีตำรากฎหมายทุกหมวดของต้าซ่งอย่างครบถ้วนแน่นอน"เซี่ยจูเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย "นายหญิ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status