เข้าสู่ระบบ“พี่” ขนมผิงตะโกนออกมาจากห้องน้ำ
“อือ ยังอยู่” ไม้ซุงขำ ขนมผิงเรียกแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว ตอนแรกทำเก่ง พอมาเจอสภาพส้วมทรุดโทรมในช่วงกลางคืน ความกลัวก็แผลงฤทธิ์
“ร้องเพลงให้ฟังหน่อยสิ อย่าเงียบ”
“เพลงอะไร”
“ของบิวกิ้นส์อะ ผิงชอบ”
“ร้องยังไง”
“ฉันชอบตัวเองตอนอยู่กับเธอ ชอบที่ฉันเป็นตอนอยู่กับเธอ เหมือนฉันได้กลายมาเป็นอีกคนที่ดีกว่าเดิม...”
ขนมผิงติดลมบน ร้องไปเรื่อยๆ
“จบแล้วนี่” เสียงข้างนอกตะโกนกลับมา
“ขอโทษ เพลินไปหน่อย พี่ร้องมั่ง”
“ตุ๊กแกอยู่ในโพรงไม้ อยู่ในบ้านของใครร้องดังไปทั่ว เด็กๆ หนูไม่ต้องกลัว เด็กๆ หนูไม่ต้องกลัว ตุ๊กแกร้องยั่วให้งูเขียวออกมา ตุ๊ก...แก ตุ๊ก...แก”
ตอนท้ายไม้ซุงทำเสียงเลียนแบบตุ๊กแกได้เหมือนจริงมาก
“พี่ว่าในห้องน้ำมีงูไหม”
ขนมผิงมองไปรอบๆ ด้านล่างของห้องส้วมแต่ละห้องทะลุถึงกัน ด้านหลังและประตูก็มีช่องว่างเหนือพื้นเช่นกัน
“มี เมื่อตอนบ่ายพี่ยังเห็นมันรัดตุ๊กแกเลย”
“ผิงกลัว” ขนมผิงเสียงสั่น
โครม โครม โครม
เสียงน้ำตกกระทบพื้นเร็วขึ้น
“ส่วนใหญ่เป็นงูเขียว มันไม่อันตราย งูน่ะสิต้องกลัวผิง”
“พี่”
“หือ”
“เห็นจริงเหรอ หรือแกล้งผิง”
“จริง”
ขนมผิงรีบร้อน ตาลีตาเหลือก มองไปทางนั้นทางนี้อย่างหวาดระแวง เธอกลัวจับใจ แต่ไม้ซุงก็ให้คำตอบที่ไม่ได้ปรานีเลย
“ผิง มีอะไรเลื้อยๆ ผ่านหน้าพี่ไปไม่รู้ เข้าไปในห้องข้างๆ”
“พี่ ผิงกลัว กรี๊ดดดดด”
ขนมผิงรีบมือไม้สั่น กระโจนออกมาจากห้องน้ำโดยมีเสื้อผ้าที่ใส่แล้วยัดอยู่ในถุงก็อบแก็บ สภาพคืออาบน้ำสระผมยังไม่ทันเรียบร้อยดีก็รีบสวมเสื้อผ้าออกมา
“ผมยังไม่แห้งเลย พี่เช็ดให้” เขาดึงผ้าขนหนูมาจากไหล่ขนมผิง
แต่ขนมผิงกลัวจนขาสั่น เธอกระโดดเข้าเอวเขาหมับ
“ไม่ๆ ไม่ไหวแล้ว ผิงกลัวงู พาออกไปที”
เธอหลับตาปี๋ กอดพี่ชายแน่น ตัวของเธอยังชื้น น้ำซึมขึ้นมาที่เสื้อผ้า เขารับรู้ได้ถึงมันจากความแนบชิด ไม้ซุงจึงรู้ว่าน้องเขาโตแล้วจริงๆ ไม่ได้มีทาโกยากิติดหน้าอกอย่างที่เคยล้อ ความนุ่มแน่นทำให้ไม้ซุงเสียศูนย์ เผลอกอดตอบบนแผ่นหลังบาง มืออีกข้างลูบหัวเปียกๆ รู้สึกผิดที่แกล้งน้อง เสียงเธอร้องไห้อยู่บนไหล่เขา
“กลัวจริงๆ เหรอ” เขาถามที่ข้างหู
เธอพยักหน้าใส่ไหล่เขา กัดปากร้องไห้จริงจัง
“อ้าวผิง เป็นอะไร” บัวกับเป้ยเดินมาด้วยกันตกใจที่เห็นสภาพของขนมผิง
“ไม่มีอะไร ไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวคนเยอะ น้ำจะหมด” ไม้ซุงรีบตอบแทนขนมผิง
“ค่ะๆ” ทั้งสองรับคำ
“พี่ซุง น้องเป็นอะไร” วิศวะรุ่นน้องถามระหว่างเดินสวนกัน
“ผิงเป็นไรไปพี่” อีกคนถาม
“อ้าว น้องผิง”
“พี่ขอโทษ ไม่มีงู พี่หลอกผิง” สารภาพขณะเดินทิ้งห่างจากห้องน้ำออกมาเรื่อยๆ พลางพยักหน้าให้เพื่อนและรุ่นน้องที่เดินผ่าน ทุกคนสงสัยแต่ก็ไม่ได้รับคำตอบ อีกอย่างไม้ซุงก็บอกกับทุกคนแล้วว่าขนมผิงเป็นน้องสาว ความสงสัยมีแป๊บเดียวก็เลือนหายไป
“พี่จะใจร้ายกับผิงยังไงก็ได้ แต่อย่าล้อเล่นเรื่องนี้ ผิงกลัวจริงๆ”
“ครับ ไม่แกล้งๆ ถึงห้องพักแล้ว” เขารับปาก รู้สึกผิดขึ้นมาอีกแล้ว
“ลงไม่ได้” ขนมผิงไม่ยอมปล่อยเขา
“ทำไมล่ะ”
“ผิงรีบ ผิงไม่ได้ใส่ยกทรง ตอนนี้เสื้อผิงเปียก”
ไม้ซุงกอดเธอแน่นขึ้น ในห้องมีนักศึกษาชายอยู่เยอะ เสื้อขนมผิงก็เป็นเสื้อยืดเนื้อนุ่มบางๆ เหมาะกับการใส่นอน ถ้าปล่อยลงตอนนี้มันจะต้องเห็นเข้าไปถึงข้างใน
“พี่พาไปเอากระเป๋าเสื้อผ้า แล้วไปหาที่เปลี่ยนชุดกัน”
เขากระเตงเธอไปเอากระเป๋าเสื้อผ้า แล้วก็ไปหาบริเวณที่ไม่มีคนและไม่มีแสงไฟ ได้ห้องใต้บันไดของอาคารนั้น พอเสร็จธุระไม้ซุงก็แยกไปอาบน้ำ โดยเลือกอาบในห้องที่ผู้หญิงอาบเพราะร่างกายไม่รักดีดันขยับขยายคับตึงตอบสนองกับเนื้อหนังมังสาของน้อง ทำให้เขาต้องปลดปล่อยตัวเอง
เขาไปอาบน้ำนานพอสมควร พอกลับมาก็เห็นว่าบรรดาผู้ใช้แรงงานวันนี้ต่างพากันนอนหลับไปด้วยความอ่อนเพลียแล้ว แต่มีอยู่คนหนึ่งที่รอเขาอยู่ ยายตัวแสบเดินมานั่งแหมะตรงที่นอนเขา
“พี่”
“ว่าไง” ปากถาม มือเก็บเสื้อผ้าใช้แล้วแยกไว้ในกระเป๋าอีกใบ
“ผิงนึกว่าผู้ชายกับผู้หญิงต้องแบ่งฝั่งนอนอย่างเข้มงวด แต่นี่มีโซนพิเศษด้วย พี่ยักษ์กับบัวแยกไปนอนตรงโน้น” ขนมผิงชี้ไปยังมุมไกลๆ “มีตั้งหลายคู่แน่ะ นอนเบียดนอนก่ายกัน บางคู่ก็นอนทับกัน”
ไม้ซุงหันไปมองบรรดาคู่รัก “ไม่แปลกนี่ แฟนกัน” เขาเอนตัวลงนอน โดยมีขนมผิงนั่งขัดสมาธิอยู่แถวๆ หน้าเขา
“เราไปนอนตรงนั้นกันมั่งไหม ผิงจะเสียสละให้พี่นอนก่าย”
“หึ” เขาปฏิเสธโดยไม่มองหน้า
“ฟีลแฟน แต่ไม่ต้องเป็นแฟนจริงก็ได้” อีกฝ่ายยังตื๊อไม่เลิก
“เป็นเด็กเป็นเล็ก ไปนอน”
“โหยพี่ ไม่ต้องนอนก่าย ไม่ต้องนอนทับกัน แค่นอนข้างๆ กันเท่านั้นก็ได้ นะๆๆๆ” ขนมผิงเซ้าซี้ ด้านได้อายอดละงานนี้
“ไม่เอา ไม่ไว้ใจ” ที่ไม่ไว้ใจคือไม่ไว้ใจตัวเองนี่แหละ
“พี่ง่วงแล้วเหรอ” ขนมผิงถามคนที่หลับตาลง
“อือ ปวดเมื่อยเนื้อตัวไปหมด”
“ก็งี้ละนะ คนไม่เคยแบกอิฐแบกปูน พอทำงานหนักก็ปวดเมื่อย”
“ไม่ใช่เพราะแบกอิฐแบกปูนอะไรหรอก แบกลิงตัวเมื่อกี้ต่างหาก”
จู่ๆ มือเล็กก็จับบนท่อนแขนกำยำ ไม้ซุงสะดุ้งกับสัมผัสนุ่มๆ อุ่นๆ บนผิวเย็นที่เพิ่งผ่านการอาบน้ำ
“จะทำอะไร”
“นวดไง พี่แบกลิงผิงมา”
“นวดเป็น?”
“เป็น ผิงนวดให้ย่าบ่อย”
ไม้ซุงหลับตาลงอีกครั้ง ยอมให้เธอนวด ความปวดเมื่อยเริ่มจะเล่นงานเขาหลังจากทำงานกลางแจ้งมาทั้งวัน เช่นเดียวกับคนอื่นๆ ซึ่งนอนหลับไปบ้างแล้ว แต่สัมผัสนุ่มๆ ที่หนุบหนับอยู่บนตัวพร้อมกับกลิ่นหอมอ่อนๆ กำลังกระตุ้นให้ร่างกายของเขาตื่นตัวอีกครั้ง ความปวดไหลรวมไปอยู่ที่ส่วนอื่น ไม้ซุงจึงต้องพลิกตัวนอนคว่ำกดทับเจ้าสิ่งนั้นไม่ให้แสดงออกอย่างประเจิดประเจ้อ
“นี่ก็อีกอย่าง เห็นแก่ตัว สนุกอยู่คนเดียว ผิงยังเรียนไม่จบ ยังไม่พร้อมมีลูก มีน้องที่ต้องดูแล มีบ้านที่ต้องช่วยแม่ส่ง ถ้าท้องขึ้นมาจริงๆ ผิงจะเก็บค่าเช่ามดลูกที่พี่มาไข่ทิ้งไว้ พอคลอดพี่ก็มาเอาลูกของพี่ไป”“แม่ประสาอะไรไม่รักลูก”“ประสาผิงนี่แหละ ปล่อย จะกลับ เสื้อผ้าผิงอยู่ไหน” ฝืนความมึนความปวดหัวกระชากตัวออกมาไม้ซุงเดินไปหยิบเสื้อผ้าของเธอซึ่งแห้งตั้งแต่เมื่อตอนสายและเขาพับไว้อย่างดีมาให้ ใบหน้าหล่อคมไม่ได้สำนึกผิดเลยสักนิด เขายิ้มกวนประสาทแบบคนเจ้าชู้ ขนมผิงกระชากเสื้อผ้ามา“โอนเงินมาด้วย น้ำละหมื่น ที่ใส่ปากคิด 20000”เธอเดินไปหยิบกระเป๋าผ้า ค้นหาโทรศัพท์ แล้วเดินกระแทกเท้าเข้าห้องน้ำไปไม้ซุงผิวปาก เปิดโทรศัพท์เข้าแอปธนาคาร นี่ถ้าพ่อไม่ได้เป็นเถ้าแก่เรือประมง มีธุรกิจร้อยล้าน เขาคงไม่มีเงินเปย์น้องนะเนี่ย เขาส่งสลิปต์เข้าไลน์ของเธอTeddy : ภาพสลิปต์Teddy : โอนค่าปักหมุดให้แล้วนะBunny : ไหนว่า 4 น้ำ โอนมาทำไม 70,000Teddy : ก็จริงๆ มัน 5 น้ำ ข้างล่าง 3 ในปาก 2 เพลียเลยBunny : สติกเกอร์กระต่ายไฟลุกTeddy : ขอนอนแป๊บ อาบน้ำเสร็จปลุกด้วย จะพาไปส่งขนมผิงวางโทรศัพท์บนเคาน์เตอร์ใน
“สะ...เสียว”ร่างบางกระตุกเครียดเขม็ง น้ำหล่อลื่นออกมามากขึ้น สะโพกสาวร่อนส่ายตอดอากาศเสร็จสม“เป็นของพี่นะ” เขากดหัวหอกร้อนลงมาอีกครั้ง เธอสะดุ้ง คับ ตึง เจ็บเกินไป“ไม่ ผิงเจ็บมาก อย่า ฮือ” น้ำตาไหลลงมาตามหางตา “อย่า”ไม้ซุงสงสารน้อง เธอยังไม่รู้สึกตัว เขาเองก็ไม่อยากได้ชื่อว่าข่มขืน จึงจำต้องใช้วิธีอื่น มือหนาข้างหนึ่งสาวแก่นกายขึ้นลง มืออีกข้างเคล้นคลึงหน้าอกของขนมผิงที่หลับไม่ไหวติงไปอีกครั้ง อารมณ์ของเขาพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ส่งให้มือสาวแท่งเนื้อระรัว มันขยายใหญ่ขึ้นร้อนขึ้น ในที่สุดลาวาร้อนก็พุ่งออกมา มันลงไปกองอยู่บนหน้าท้องเนียน ไหลลงไปในหลุมสะดือ บางส่วนลงไปที่กลางร่างแต่ความปรารถนาที่ยังไม่ดับมอดง่ายๆ ของวัยฉกรรจ์ที่มีต่อน้องน้อยของเขา ทำให้มังกรกลางร่างสลดลงชั่วเสี้ยวนาทีแล้วกลับมาขยายใหญ่ เขาจึงต้องใช้วิธีเดิมสังหารมันให้สิ้นฤทธิ์ ก่อนจะเดินไปหยิบกระดาษทิชชูมาเช็ดให้เธอ จากนั้นก็ลงนอนเคียงข้างกอดเธอไว้ในอ้อมแขนหลับตามไป*********เที่ยงวันรุ่งขึ้นไม้ซุงยืนสูบบุหรี่ที่ระเบียง ส่วนขนมผิงนอนเหมือนซ้อมตาย จะเขย่าจะลากไปทั่วเตียงยังไงก็ไม่ยอมตื่น เขาจึงลงไปซื้อโจ๊กกับน้ำเต้าหู้
“อุ๊บ อุ๊บ อุ๊บ”“ผิง”“อุ๊บ” ไม้ซุงจับไหล่บางที่กำลังทรุดลงไปตรงกางเกงในเขา“อ้วกกกกกก”น้ำร้อนๆ พร้อมเศษอาหารพุ่งออกมาจากปากเธอลงไปที่กางเกงในเขาเต็มๆ “ขอโทษๆ” มือบางปัดเศษอาหารบนนั้น“ผิง พอ พอแล้ว ไม่ต้องปัด เดี๋ยวแตก” เขาดึงตัวเธอขึ้นมาแล้วดันไปพิงผนัง “พี่เช็ดตัวให้ดีกว่า”“ผิงไม่ชอบ มันเหนียวตัว” เธอเอี้ยวแขนไปด้านหลัง ใบหน้าเหยเก จากนั้นก็กลับหลังหันเอาหน้าแนบผนัง “ปลดตะขอยกทรงให้หน่อย”เธอขอความช่วยเหลือ มือก็ดันแพนตี้ลง พลางใช้ขาเกี่ยวช่วย ก้นกลมกลึงขาวจั๊วะล่อตาล่อมือเหลือเกิน มือหนาลองวางลงไปเบาๆ“บอกให้ปลดตะขอไง” เธอปัดมือเขาออกจากก้นอย่างรำคาญไม้ซุงอดทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาสวมกอดที่เอวคอดกิ่ว เบียดความต้องการเข้ากับก้นขาวๆ จมูกคมก้มซุกไซ้ที่ซอกคอระหง คนที่โดนเบียดชิดผนังดิ้นรนอย่างอึดอัด“ผิง ยิ่งดิ้นพี่ยิ่งทนไม่ได้”“ผิงอึดอัด”มือหนาเลื่อนจากหน้าท้องขึ้นไปที่ฐานอก รวบจับกอบกุมความนุ่มหยุ่นล้นมือ อีกมือขยับลงไปที่กลางกาย สองมือเคล้าคลึงจนเสียงครางดังออกมาจากขนมผิงไม้ซุงยอมปล่อยมือจากดอกบัวงามมาปลดตะขอให้เธอหายอึดอัด พอร่างกายผ่อนคลายขนมผิงก็สะบัดยกทรงออก หันตัวในอ้อมแข
“พี่ซุงต้องทำได้อยู่แล้วละค่ะ”“ลุงก็คิดว่าอย่างนั้น ลุงต้องไปแล้ว เดี๋ยวรถติด วันนี้ตีสองเรือประมงเข้าที่มหาชัยด้วย จะได้กลับไปพักก่อน” กวีลุกขึ้น“แหม ให้ลูกน้องดูก็ได้ ทีที่ระยองกับชลบุรียังให้ลูกน้องดูแลแทนเลย” กานดาเย้าสามี“ให้ผมทำงานมั่งเถ้อะ จะได้แก่อย่างมีคุณภาพ”“นึกว่าจะเปิดโรงแรมค้างที่กรุงเทพฯ” ขนมผิงทำหน้างง“ซุงน่ะสิ กลัวจะเหนื่อย แต่ลุงกับป้าอยากกลับบ้านมากกว่า ถ้าออกเดินทางตอนนี้ถึงบ้านก็ค่ำพอดี ขอบใจผิงมากนะลูก ดูแลลุงกับป้าอย่างดีเลย ป้าฝากซุงด้วยนะ”กานดาบอกสาวน้อยที่ตอนนี้หน้าแดงเพราะตากแดดถ่ายรูปจนลืมความร้อนหลังจากเดินไปส่งผู้อาวุโสทั้งสองที่รถแล้ว ขนมผิงก็กลับมานั่งรอที่โต๊ะในโรงอาหารตามเดิม เธอรอจนง่วง จึงหยิบตุ๊กตาตัวหนึ่งที่มีสาวๆ ให้เขามา แล้วแนบแก้มฟุบหลับไป*********“ผิง ผิง ผิง”ขนมผิงปรือตาขึ้นมา ใบหน้าคมเข้มของไม้ซุงอยู่แทบชิดหน้าเธอ มือหนาวางอยู่บนไหล่เธอ ดูจากด้านหลังคล้ายการโอบกอด“เสร็จแล้วเหรอ” เธอถามเสียงเบลอๆ“อือ ไปถ่ายรูปกันนิดสิ ถ่ายกับปริญญาบัตร” เขาเอาหลักฐานแห่งความภาคภูมิใจให้เธอดูขนมผิงยืดตัวขึ้น หยิบคทากระต่ายน้อยที่ดูจิ๊บจ๊อยที่สุดใ
“ลุงกับป้าเอาอะไรอีกไหมคะ ผิงจะไปซื้อให้ก่อน วันนี้รับบทเป็นเมกอัปอาร์ติสด้วย ดีนะที่พี่ซุงมีตากล้องมา ไม่งั้นผิงคงได้เป็นช่างภาพด้วย”“ไม่เอาแล้วละ ผิงทำธุระให้ซุงเถอะ” กานดาตอบยิ้มๆ หยิบพ็อกเก็ตบุ๊กออกมาจากกระเป๋าอ่านฆ่าเวลา ส่วนกวีก็เดินออกไปดูทิวทัศน์ยามเช้าตรู่ด้านนอกโรงอาหารขนมผิงให้ไม้ซุงขยับเก้าอี้หันหลังให้โต๊ะ ส่วนเธอเอาเก้าอี้อีกตัวมาตั้งตรงหน้าเขา แทรกตัวเข้าไปตรงขาของชายหนุ่ม กระบวนการแต่งหน้าขั้นพื้นฐานเริ่มขึ้น“ไม่เอาแบบพระเอกลิเกนะ” ไม้ซุงดักทาง“หล่อโอปป้าอยู่แล้ว แค่รองพื้นก็พอ”“พ่อเสียทำไมไม่บอก” ไม้ซุงเริ่มเรื่องที่ตนเองไม่สบายใจ“บอกทำไม ไม่ใช่ญาติพี่นี่ เพื่อนสนิทผิงยังไม่บอกเลย ไม่อยากรบกวนใคร” ปากพูดมือเล็กก็ทาครีมรองพื้นไปด้วย“เมื่อไร”“ก่อนสอบสองอาทิตย์ กลับมาเลยสอบตกไง เกรดร่วงกราวเลย”ไม้ซุงยกมือขึ้นจับมือขนมผิง “พี่ขอโทษนะที่ไม่ได้ติวเลขให้เย็นนั้น”ขนมผิงดึงมือออกมาควักครีมขึ้นไปแต้มบนหน้าเขา “ขอโทษทำไม ก็พี่ไม่ว่างนี่ มันผ่านมาแล้วพี่อย่าไปนึกถึงมันเลย ผิงโอเค”ดวงตาคมกริบมองใบหน้าสวยหวานที่อยู่ใกล้แค่คืบ“ผิงคบอยู่กับใคร”“ตามจีบเด็กวิดวะโยธาอยู่ ชื
“พี่ซุง!!!” ขนมผิงอุทานออกมาอย่างตกใจ“จีบใหญ่เลยนะ” ไม้ซุงเสียงขรึม“ทำไมเป็นพี่” เธอหยิบโทรศัพท์ออกจากหูมาดูชื่อที่เซฟไว้อีกที“แล้วทำไมไม่เป็นแค่พี่ล่ะ” เขาหมายถึงทำไมไม่เป็นเขาคนเดียวที่ควรถูกจีบแบบนี้ ทำไมเธอต้องเอาวิธีนี้ไปใช้ซ้ำกับคนอื่นด้วย แต่ขนมผิงเข้าใจไปอีกทาง“ก็ผิงเซฟชื่อพี่ซุงไว้ว่า...”“พอ เจ็บ” ตอนนี้เขาไม่ชอบความห่างเหิน แม้แต่ชื่อในโทรศัพท์ที่เธอบันทึกไว้“แล้วพี่ซุงมีอะไรถึงโทร.หาผิงได้ ฝนตกแน่ๆ”ไม้ซุงได้ยินเสียงวิ่งตึงๆ แล้วเธอก็กลับมาพูดใหม่“ดูที่หน้าต่างมาแล้วฝนไม่ตก” ขนมผิงหอบนิดๆ ตอนตอบ“วันศุกร์นี้ว่างเปล่า”“ตอนไหนล่ะ วันศุกร์มีงานรับปริญญา มหาวิทยาลัยหยุดอยู่แล้ว แต่เอ๊ะ พี่ไม้ซุงก็รับปริญญานี่ ผิงลืมเลย”“ทำไมถึงลืม วันสำคัญของพี่แท้ๆ”“ก็เพราะชีวิตผิงไม่มีพี่แล้วไง”ยิ่งฟังใจยิ่งเจ็บ แต่ก็ไม่ยอมแพ้ “สรุปว่าว่างใช่ไหม จะให้ช่วยมาดูแลพ่อแม่พี่หน่อย เขาขับรถมาจากต่างจังหวัดแต่เช้ามืด แต่ก็เด๋อๆ ด๋าๆ เวลาจะกินจะเข้าห้องน้ำ”“ว่าไป พ่อแม่พี่ไม่เชยซะหน่อย สมุทรสาครกับกรุงเทพฯ เฮ้อ ใกล้เหมือนจังหวัดเดียวกัน”“สรุปว่าจะไม่มา? แล้งน้ำใจชะมัด”“ไม่ได้พูดแบบนั้น เ







