MasukFont : ลืมบอก ฟอนต์จองห้องส่วนตัวนะ คุณธีร์จะมาตอนไหนรบกวนแชทบอกหน่อยนะคะ
Tee : ธีร์ใกล้ถึงแล้วครับ หึ เขาอมยิ้มกับข้อความหลังๆ ที่ดูจะเป็นทางการ ถ้าให้เดา วันนี้เป็นวันเกิดธีร์ซะด้วยสิ คงไม่ได้กำลังเตรียมเซอร์ไพรส์ธีร์หรอกใช่ไหม TRrrrrrrrrrrr (แม่) “ครับแม่” “happy birthday ไอ้ลูกชาย!” ผมมองหน้าจอที่โชว์ว่าเป็นเบอร์แม่ แต่เสียงปลายสายกลับเป็นผู้ชายอีกคน “แม่ผมล่ะธาม” “ช่วยรับพรบิดาไปก่อนนะ แล้วก็อาทิตย์หน้าบินมาถึง ปู่มึงเตรียมของขวัญไว้ให้แล้ว” ผมหุบยิ้มทันทีเลยครับเมื่อพ่อเอ่ยถึงเรื่องนี้ “คุณก็ ชอบโทรกดดันลูก ธีร์ครับไม่เป็นไรนะลูก” “ครับแม่ ผมโอเค ผมเข้าใจแม่กับพ่อดีครับ” “แม่ขอโทษนะ ที่ช่วยธีร์ตอนนี้ไม่ได้ แต่ธีร์บอกความจริงกับปู่ไปก็ได้นี่ลูก แม่ว่าปู่น่าจะเข้าใจ” ตาแกนั้นนะเหรอจะเข้าใจ ผมว่าหัวผมน่าจะแตกมากกว่าถ้าบอกไปว่า “มันติดหญิงนะครับเมีย ปู่มึงคงเข้าใจมากมั้ง” ใช่ครับพ่อพูดถูก ปู่แม่งโคตรโหด ถ้าท่านรู้มีหวังส่งคนมาลากผมกลับไปวันนี้แน่ “งื้อออ ทำไงดีละลูก” “แม่ครับไม่ต้องเป็นห่วง ผมเข้าใจสถานะที่บ้านเราตอนนี้ดีครับ ไม่เอาสิ วันนี้วันเกิดธีร์นะไม่อวยพรให้ธีร์หน่อยเหรอแม่” “อวยพรสิ เอางี้ งั้นปีนี้แม่ขอให้...ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานสักเท่าไรขอให้หนูคนนั้นเขายังรอธีร์ของแม่ เหมือนที่ธีร์มั่นใจและบอกกับแม่ว่ารอเขาได้นะลูก” “ขอบคุณครับแม่ เป็นคำอวยพรที่ดีที่สุดเลยครับ” “แม่เชื่อ ถ้าธีร์สำคัญกับหัวใจหนูคนนั้นจริงๆ เขาจะต้องรอธีร์แน่ๆ อย่าลืมบอกเขาละ บอกชอบนะลูก” “หึ ไว้จะเก็บไปคิดนะครับ รักแม่นะ ไว้เจอกันครับ” “ครับ แม่รักลูกนะ” ร่างสูงพ้นลมหายใจออกมา คิดไม่ตกว่าจะบอกกับฟอนต์ยังไงดี เพราะที่บ้านเขามีปัญหาเรื่องบริษัท ที่กำลังจะล้มละลาย ฟังไม่ผิดหรอกครับ ครั้งนี้มันหนักจริงๆ จนต้องกลับไปตั้งหลักที่สวิตเซอร์แลนก่อน ถึงขนาดที่ผมต้องย้ายโรงเรียนกลางเทอมทั้งที่ใกล้จะจบ ม.6 แล้ว เพราะถ้าไม่กลับครอบครัวของเราได้ตกอยู่ในอันตรายกันหมดแน่ พ่อกับแม่เลยต้องขึ้นไปสวิตก่อน ยังดีที่แม่ขอปู่ให้เวลาเขาจัดการตัวเองที่นี่ก่อน ซึ่งก่อนหน้านี้เขาไม่เคยคิดถึงอนาคตที่จะห่างจากฟอนต์เลยสักนิดเลย ทุกเส้นทางชีวิตของเขา เขากำหนดไว้แล้วว่าจะเคียงข้างฟอนต์ไปตลอด อยากเห็นทุกช่วงเวลาที่ฟอนต์ได้เจอ อยากเห็นรอยยิ้มดีใจ อยากซับน้ำตาให้เมื่อเธอในวันที่เจออะไรที่ร้ายๆ อยากอยู่ใกล้ๆ เพื่อที่เธอหันมาจะเห็นเขาอยู่ตรงนี้ แต่เขาทำมันไม่ได้แล้ว แม่งโคตรกากเลยวะ “ถึงแล้วครับ” “นี่ครับลุง ขอบคุณครับ” ร่างสูงลงจากรถแล้วเดินเข้าร้านคาเฟ่กึ่งร้านหนังสือ เป็นสถานที่อีกที่หนึ่งของเขาและเธอชอบมาหลังเลิกเรียน เมื่อถึงห้องที่ร่างเล็กจองเอาไว้ ใบหน้าที่ดูเศร้าๆ เป็นต้องอมยิ้ม เขาค่อยๆ แอบเปิดประตูเข้าไปเห็นภาพรอบๆ ห้องเล็กๆ ที่ถูกตกแต่งออกแนวน่ารักๆ เต็มไปด้วยลูกโป่ง พร้อมกับร่างเล็กๆ ในชุดนักเรียน ที่กำลังถือเค้กยิ้มรอเขาอยู่ “happy birthday to you” “happy birthday to youuu~” “happy birthday” “happy birthdayyyyy~” “happy birthday to…..” “youuuuuu” “happy birthday ค่ะธีร์” “////” “อธิษฐานหน่อยยยยย ” ผมมองแสงสว่างของเทียนที่สะท้อนแสงออกมาให้ได้เห็นหน้าเค้ก 'happy birthday นายใจดี' รูปวาดผู้ชายที่กำลังถือลูกบาส เธอวาดเองสินะ วาดน่ารักจัง แถมเสียงหวานใสที่ร้อง happy birthday ออกมานั้นทำใจผมเต้นไม่หยุดเลย “....” ธีร์เงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวตรงหน้าที่เผยรอยยิ้มสดใส คนตัวเล็กตั้งหน้าตั้งตารอฟังคำอธิษฐานจากเขา ‘ให้ตายสิน้า ฟอนต์แม่งโคตรมีผลต่อหัวใจเขาจริงๆมา มือใหญ่ทั้งสองข้างยกขึ้นวางซ้อนกับมือเล็กที่เธอถือเค้กอยู่ สายตาคมประสานสายตากลมโต แววตาของฟอนต์นั้นมีแสงระยิบระยับ เพียงเขามองเข้าไปลึกๆ ข้างในตาเธอที่กำลังสะท้อนภาพของเขาอยู่ สายตาคมดูเปล่งประกายขึ้น ร่างสูงเผยรอยยิ้มมุมปากสายตาแน่วแน่มองไปที่ฟอนต์ ‘ธีร์เชื่อว่านี่เป็นเพียงการเริ่มต้นในเรื่องราวความรักของเราหน้าแรก ‘และธีร์จะไม่ยอมให้มันจบแค่ตรงนี้หรอก ‘เพราะฉะนั้นแล้ว..... ‘ได้โปรดเถอะฟอนต์ โปรดอย่าไปรักใครคนอื่น…..นอกจากธีร์เลยนะ’ ‘พระผู้เป็นเจ้าครับ ขอวอนท่าน’ ‘ช่วยฟังคำภาวนาของผมที’ ‘ระยะเวลาต่อจากนี้’ ‘ขอให้ท่าน...ช่วยปกป้องใจเธอคนนี้’ ‘ขออย่าให้มีชายใด...ได้ใจเธอไปครอง’ ‘จนกว่าจะถึงวันเวลาที่เหมาะสม’ ‘ให้ผม ได้กลับมาเคียงข้างเธออีกครั้ง’ คำอธิษฐานภายในใจได้จบลงพร้อมกับไฟเทียนตรงหน้าดับ ร่างบางที่เฝ้ารอเผยรอยยิ้มให้กับเขาอีกครั้ง “เพี๊ยง...ขอให้คำอธิษฐานของธีร์เป็นจริงนะ” “หึ ธีร์ก็หวังให้เป็นจริงเหมือนนกัน” สายตาคมสบเข้ากับดวงตากลมโตทำร่างบางกะพริบลง เมื่อมือของเขานั้นลูบสัมผัสที่แก้มเธอเบาๆ “แฮ่มม! นี่เค้กน่ารักไหม ฟอนต์ทำเองเลยนะ” ฟอนต์เพียงแค่กระแอมเบาๆ ใส่นิดหน่อย ทำให้ผมเบี่ยงความสนใจจากแก้ม แดงๆ นั้น ไปที่เค้กแทน “น่ารัก ดีใจที่ฟอนต์ตั้งใจทำให้ธีร์” “ฟอนต์มีของขวัญอีกชิ้นให้ด้วยนะ ธีร์ต้องชอบแน่ๆ เลย” เราทั้งคู่ถ่ายรูปเสร็จ ก็นั่งกินเค้กกันอยู่ ฟอนต์รู้ว่าผมไม่ชอบกินหวาน เธอเลยเลือกทำเค้กแอปเปิลให้ ถึงว่าวันนี้ไม่ให้ผมไปส่ง จอมวางแผนจริงๆ ผมรับกล่องของขวัญในมือคนตัวเล็กมาแกะ “กำไล?” “ชอบไหม นี่ฟอนต์สลักชื่อธีร์ด้วยนะ” เหอะ! ยัยบ๋องเอ๊ย “ชื่อเวสป้า” “ใช่แล้ว น่ารักดีออก แถมรูปเป็นลายหัวใจให้ด้วย....” พรึบ! “.......ธีร์” ร่างบางชะงักเมื่อคนตัวโตโผล่กอดเธอแน่น ฟอนต์จะรู้ตัวไหมว่าที่เธอทำอยู่ เพื่อนกันเขาไม่ทำให้กันหรอกนะ “อย่าพึ่งปล่อยธีร์ได้ไหม ขอกอดฟอนต์อีกสักพัก...นะ” น้ำเสียงที่ฟังดูสั่นเครือทำให้ฟอนต์ต้องขมวดคิ้วสงสัย มือเล็กกอดตอบเพื่อนคนสำคัญตรงหน้า เธอยอมปล่อยให้ธีร์กอดอยู่แบบนั้น ‘ถ้าใจธีร์ยังเต้นแรงกับฟอนต์อยู่แบบนี้ แล้วธีร์จะปล่อยฟอนต์ไปได้ยังไง’ “...” “...” ช่วงเวลาของความสุขที่เขาว่ากันนั้นมักจะสั้น มันคือเรื่องจริงสินะ เขาอยากหยุดเวลาไว้แค่ตรงนี้ ร่างสูงสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเธอไว้ เหมือนกับว่าเขาจะจดจำกลิ่นของเธอไว้ในหัวใจ “ซึ้งใช่ไหมล่ะ โอ๋ๆ ก็นะ ฟอนต์เป็นเพื่อนที่น่ารักนี่น้า~” มือเล็กลูบแผ่นหลังกอดตอบเขาโยกไปโยกมา สำหรับเธอตอนนี้คงเป็นได้แค่เพื่อนสินะ เขาผลักกอดส่งยิ้มให้เธอ มือหน้ายกขึ้นบีบจมูกเล็ก เพื่อน! ก็เชี่ยล่ะ ไม่ได้อยากเป็นโว้ย! “อื้ม น่ารัก” “^^” น่ารักเกินเพื่อน“ฟอนต์ก็จะบ้า ฟอนต์ไม่รู้ว่าฟอนต์เป็นอะไรมากไหม ฟอนต์เป็นโรคร้ายหรือเปล่า อาจจะเป็นโรคหัวใจก็ได้นะ” “โอ้ยยยยยไอ้ฟอนต์ ฟังนะ” “.....” “ฟอนต์ชอบธีร์” “!!!!” ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก “ห๊ะ” “เออ แล้วหนีมันออกมาอย่างนี้ ไม่ใช้มันหงอยเหมือนหมาเลยติวะ กูล่ะเริ่มสงสารธีร์” ย้อนกลับไปเมื่อ 3 เดือนที่แล้ว ณ กาดหน้ามอ “ป้าจ้าเอาอันนี่ 2 เนื้อ 2 แดง 5 ขอผักเยอะๆ เจ้า” ฉันยืนรอลูกชิ้นทอดใจจดใจจอ มองดูยามที่ป้าเอาลูกชิ้นลงหม้อทอดนี่แบบห๊อมหอม “เจเจ๊ น้ำลายไหลแล้วน่ะ” เสียงน้องพีว่าขึ้น “ยังเถอะน้องพี” “คือยังไง หมูกะทะยังไม่อิ่มอีกเหรอเจเจ๊” คนน้องเอ่ยถามคนพี่พลางจิ่มโรตีไส้ลาวาชีสยืดเข้าปากน่าเอร็ดอร่อย เจ๊ต้องถามพีมากกว่านะ ยังไม่อิ่มอีกเหรอเคี้ยวแก้มตุยแล้ว “เหอะๆ จะกินด้วยไหม” “กินค่ะ” “60 บาทจ้าหนู” ฉันหยิบเงินให้ป้า พอได้ลูกชิ้นทอดก็ยื่นให้น้องพีกินก่อน “อร่อยป่ะ” “จ๊าดลำ ^^” น้องว่าอร่อย ว่าแล้วก็กินเองบ้าง ^^ เจ๊ก็ว่าอร่อย เราทั้งคู่เลิกเรียนพร้อมกันพอดีเลยชวนน้องรหัสมากินหมูกะทะตามภาษาพี่น้องสายสัมพันธ์แน่นแฟ้น นั่งเม้าท์กันเรื่องใครจะโชคดีได้มาเป็นส
Tankoon : แทนสั่งข้าวต้มให้แล้ว เผื่อฟอนต์ด้วย เดี๋ยวมีคนเอาขึ้นไปให้ จอมอย่าลืมกินข้าวนะครับ JaoJom : ขอบคุณน้าแฟน แทนก็อย่าลืมกินข้าวละ ร่างบางวางมือถือลง เผยรอยยิ้มมองเพื่อนตนตรงหน้า ก่อนหน้านี้ทำหัวใจเธอหายวาบ เพราะไม่เคยเห็นฟอนต์โทรมามีน้ำเสียงพูดขาดสติขนาดนี้มาก่อน ตอนนี้ดูท่าจะสงบลงบ้างแล้ว “สงบสติอารมณ์ได้ยัง” ฟอนต์ถอนหายใจออกเฮือกใหญ่ เมื่อหัวใจเริ่มเต้นสงบลงแล้ว วางมือทาบอกลูบปลอบโปลม ขวัญเอ้ยขวัญมานะลูก เมื่อกี้เต้นซะคิดว่าเต้นซุมบ้า “ขอบคุณนะโมโม่” “เลิกขอบคุณแล้วก็เล่ามาฟอนต์ ถึงขนาดรหัสแดง ต้องไม่ธรรมดา” ฟอนต์ทำใบหน้าเลิ่กลัก เอ่อ....จะเล่าไงดีวะ คือตอนโทรไปก็ไม่คิดด้วยสิ สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวอ่ะ ตอนนี้รู้สึกตัวแล้วจะเริ่มเล่ามันก็เขินๆ ยังไงก็ไม่รู้สิ “นี่ห้องใคร” “มึง มันใช่เรื่องที่ต้องถามไหมตอนนี้” กูว่าละ โดนดุจนได้ ^^ เธอยิ้มแบบไม่สะทกสะท้านให้เจ้าจอม “คืองี้” “....” “คือ.... คือว่า” “.....” “คือ” “โอ้ยยยยย ไอ้ฟอนต์” “เมื่อคืนธีร์บอกรักฟอนต์” (-__-) “ไม ทำหน้างั้นอ่ะ” ใบหน้าสวยหวานไร้การแต่งหน้าเพราะน่าจะพึ่งตื่น ดูจากชุดนอ
“.....” “ได้...มั้ย” “ธีร์ต้องปล่อยฟอนต์ไปถึงเมื่อไหร่” มือใหญ่กุมมือฉันแน่น แววตาคนโตดูเศร้าเขาเอ่ยถามฉันเสียงเรียบ ตือดึง ตือดึง ตือดึง ตือๆๆๆๆ ดึงดึงดึงๆๆๆๆ เสียงออดหน้าประตูดังขึ้น ฉันละสายตาจากคนตรงหน้า ทุบ ทุบ “ฟอนต์” “ไอฟอนต์โว้ยยยยย ปัง ปัง” เสียงข้างนอกทุบประตูดังขึ้นเรื่อยๆ บ่งบอกถึงความร้อนร่น และคิดว่าไม่ใช่เสียงใครที่ไหน เป็นเสียงเจ้าจอมเอง มันทุบประตูไม่หยุดเลยซะด้วยสิ 10 นาทีไม่มีอยู่จริง ไม่ถึง 5 นาทีด้วยซ้ำ มันหายตัวมาเปล่าวะนั้น “เฮ้อ” คนตรงหน้าฉันพ้นลมหายใจออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ ใบหน้าคมบ่งบอกถึงความหงุดหงิดใจมากหนักเพราะเขาถูกขัดจังหวะ “จิ๊ เคาะทำเชี่ยไรวะ” ร่างสูงเปิดประตูออกสถบคำสุภาพใส่หน้า....เอ่อ..แทนคุณ เธอเชื่อว่าเมื่อกี้โมโม่เป็นคนเคาะประตู ดีไม่ดีไม่น่าจะใช่มือด้วยนะที่เคาะ “ใจเย็น ไอสัตว์ หน้ามึงจะแดกหมาแล้วไอเหี้ย” ฟอนต์ว่าทั้งคู่มากกว่านะ ที่ดูหงุดหงิด “ฟอนต์!” โมโม่ชะโงกหน้าจากข้างหลังแทนคุณเรียกฉัน หลบอยู่หลังแฟนนี่เอง “เจ้าจอม” ฉันรีบวิ่งไปกอดเจ้าจอมแน่น ฮืออออขอบคุณมากนะ ไม่เคยดีใจขนาดนี้มาก่อนเลย “ใจเย็นๆ
ในห้องนอนที่มืดสนิท ภายในห้องเย็นเฉียบเพราะเครื่องปรับ อากาศที่อยู่ในอุณหภูมิ 23 องศา ทำให้ลมเย็นๆ จากเครื่องปรับอากาศนั้นพัดกระทบเข้ากับเนื้อผิวของร่างบางในขณะที่กำลังหลับไหลอยู่ก็จำต้องขยับร่างกายควานหาความอบอุ่นข้างๆ เธอใช้มือเล็กควานหากอดหมอนข้าง...... “งื้มมมมมมม หนาว” ฟอนต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงงัวเงีย ขยับร่างกายแนบซุกแก้มเข้าหมอนข้างอุ่นๆ เผยรอยยิ้มเมื่อมุดหน้าเข้าหาความอบอุ่นนี้ได้ เพราะเมื่อคืนฝันดีมาก เธอจึงได้ไม่อยากจะลืมตาตื่นขึ้นมา “อุ่นไหม?” “อื้ม อุ่นมาก” เธอเอ่ยขึ้นตอบหมอนข้างออกไป.... เดี๋ยวนะ!... หมอนข้างพูดได้ด้วยเหรอ? พรึ่บ! ไม่ใช่ ไม่ใช่หมอนข้าง 0 [] 0 เธอรีบลืมตาตื่นขึ้น ปากเล็กอ้ากว้างตกใจ เมื่อภาพตรงหน้าทำหัวใจวาย แทบช็อก ร่างสูงท่อนบนใส่เพียงเสื้อกล้ามเผยเห็นกล้ามเป็นมัดๆ จนต้องกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เพราะเกรงว่าน้ำลายจะไหลลงที่นอน มันใช่เวลามาโฟกัสตรงนี้ไหมไอ้ฟอนต์ ตอนนี้เราทั้งคู่กับลังนอนกอดกันอยู่น๊า >และเขาคนนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน “ฟอนต์ครับ ตื่นแล้วเหรอ” ธีร์เอ่ยเสียงทุ้มแหบพร่า คนฟังดูแล้วยิ่งเซ็กซี่เข้าไปใหญ่ ชัดเลยเหตุการ
“แฮ่ก แฮ่ก” คนตัวเล็กหอบหายใจถี่ แววตากลมโตเพียงมองแท่งร้อนที่กำลังกระตุกสู้มือเธอ หัวใจดวงเล็กๆเต้นร้อนระอุไปทั่วทั้งร่าง เธอกัดปากล่างคิดอย่างชั่งใจ ธีร์มองลงมาที่เธอเช่นกัน เหมือน...โกลเด้นหมาใหญ่รอคำตอบเธอ “ซี๊ดดดด เบ้บ” คนตัวโตครางต่ำในลำคอ สายตาลุกวาวกับการกระทำอันหน้าหลงไหลของร่างบางนี้ เมื่อร่างกายเล็กขยับร่างกายบางแนบชิดกายกำยำ เพื่อให้แท่งแก่นกายเขาแตะลงแนบเนื้อกับกลีบกุกลาบเธอเอง “อ๊ะ ห...ห้ามส...อ๊ะ สอดเข้ามานะ สัญญา อื๊อออธีร์” จ๊วบบบ จ๊วบบบ หัวใจโกลเด้นหมาใหญ่สั่นไหว พรมจูบปากเล็ก เกี่ยวก้อยตอบกลับเธอเพื่อทำตามสัญญา พลางถูแท่งร้อนกับกลีบกุหลาบบางนี้ยืนยันการกระทำของเขา “อ๊ะ มันรู้สึกแปลกๆ อ๊า” อุ้งปากใหญ่ไม่ยอมให้ว่าง ก้มลงชกชิมยอดปทุมถันสีหวานฉ่ำ ลิ้นเขาห่อรับยอดสีหวาน พลางใช้ฟันคบกัดเบาๆ ให้เธอร้องเสียวเล่น หวานหู “เธอ ....ธีร์ ฟอนต์ ไม่ไหว อ๊ะๆๆ อ๊าอ๊า” แท่งร้อนทำหน้าที่ถูเข้าออก ไม่สอดเข้าไปก็ทำให้เธอรู้สึกว่าเหมือนสอด มีบางครั้งของแรงถูเขาที่เหมือนจะกระแทกเข้ามาข้างในซะมากกว่า มันลุบเข้าไปแ
“ออกซิโทซิน ที่คนทั่วไปเรียกว่า.....Love Hormone” ‘สารแห่งความรัก’ “อื้มเบบี๋....” จ๊วบบบบบ~ สิ้นประโยคสุดท้าย ผมไม่รอช้าทาบปากขึ้นจูบปากเล็ก ร่างบางหลับตาพริ้มรับรสจูบผม สิ่งที่ผมลิ้มลองความหวานจากริมฝีปากเล็กนี่ช่างหวานหวั่นชวนใจผมสั่นเต้นไม่เป็นจังหวะ “แบบนี้หรือเปล่าหื้ม?” ผมผละออกจากปากนุ่มเอ่ยถามฟอนต์ “อื้อ.....มากกว่านี้…ได้ไหม” จุ๊บ “สร่างเมายัง” ผมอดยิ้มไม่ได้ เมาแล้วน่ารักแบบนี้เป็นแค่กับธีร์คนเดียวนะ ไม่อนุญาตให้เมาแบบนี้กับใคร “ยัง” “ตื่นขึ้นมา เธอจะจำได้ไหม” จ๊วบ จ๊วบ~ ผมจูบปากนุ่มนิ่มอีกครั้ง พลางใช้ลิ้นเลียปากเล็ก ถอนจูบรอฟังคำตอบเธอ “อื้อออ ไม่รู้สิ....แต่ตอนนี้ ฟอนต์ยังจำได้” “หึ เช้ามาก็ขอให้จำได้แล้วกันว่า....ธีร์ตั้งใจ” จ๊วบ จ๊วบ จ๊วบ~ “อื้มมมมมม” ผมป้อนรสจูบให้เธออีกครั้ง คราวนี้เอาให้รสจูบนี้ส่งไปให้ใกล้ใจเธอมากที่สุด อยากให้ฟอนต์จดจำจนลืมไม่ลง ผมงับริมฝีปากของคนด้านบนที่มองลงมาด้วยสายตาเปี่ยมอารมณ์ จูบทั้งปากบนสลับกับปากล่าง เธออ้าปากรับเรียวลิ้นผมให้ตวัดกวาดชิมความหวานทั่วโพรงปาก เราจูบแลกน้ำลายกัน “อื้มมมมมท~” ปลายลิ้นหยอกเย้าเธอเล่นทำให้







