INICIAR SESIÓNแสงไฟสีส้มนวลจากโคมไฟตั้งโต๊ะราคาถูกส่องสว่างอยู่ท่ามกลางความมืดมิดของเรือนไม้ท้ายสวน บรรยากาศเงียบสงัดมีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรและเสียงพัดลมเครื่องเก่าที่ส่ายไปมาดังเอี๊ยดอ๊าดเป็นจังหวะ ภายในห้องนั่งเล่นขนาดกะทัดรัดที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกปีบที่พระพายเก็บมาใส่แจกันไว้ กิจกรรมยามดึกที่ควรจะเงียบสงบกลับถูกรบกวนโดย "เด็กโข่ง" ร่างยักษ์
พระพาย ในวัย 28 ปี พยายามประคองถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสหมูสับที่ควันฉุยอยู่ในมือ เธอเพิ่งกลับมาจากทำงานล่วงเวลาที่หอสมุดกลางของมหาวิทยาลัยและสิ่งเดียวที่อยากทำคือการกินมื้อดึกแล้ว นอนพักผ่อน แต่ทว่า...
"แทน... พี่หนัก" เธอบอกเสียงหลงเมื่อรู้สึกถึงแรงกดหนักๆ ที่หัวไหล่ขวา แทนไท ในวัย 22 ปี ชายหนุ่มเจ้าของส่วนสูงเกือบ 190 เซนติเมตร ผู้มีใบหน้าหล่อเหลาราวกับงานประติมากรรมชั้นยอด กำลังทำตัวเป็นภาระต่อกระดูกสันหลังของเธอ เขาซุกหน้าลงกับไหล่บาง แขนแกร่งที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อตามแบบฉบับคนเล่นกีฬาโอบรัดรอบเอวเธอไว้แน่น
"ขอคำนึง" เสียงทุ้มงึมงำอยู่ข้างใบหู ลมหายใจอุ่นๆ รดรินจนพระพายต้องหดคอหนีด้วยความจั๊กจี้ แทนไทไม่เพียงไม่ขยับหนี แต่ยังจงใจเบียดกายเข้าหาจนโซฟาบุผ้ากำมะหยี่ตัวเก่าส่งเสียงประท้วง ดวงตาคมกริบที่ปกติจะฉายแววเย็นชาและดุดันจนใครเห็นก็ต้องก้มหน้าหลบ บัดนี้กลับฉายแววออดอ้อนเหมือนลูกหมาตัวโตที่อดโซมาหลายวัน
"บ้านเรามีแม่ครัวไม่ใช่เหรอ ป่านนี้ตั้งโต๊ะรอแล้วมั้ง" พระพายบ่นอุบอิบ แม้ปากจะบ่นแต่เธอก็เริ่มม้วนเส้นบะหมี่ใส่ช้อนพอดีคำ แล้วเป่าเบาๆ จนหายร้อนก่อนจะส่งไปจ่อที่ปากคนข้างๆ
"ไม่อร่อย..."
แทนไทอ้าปากงับช้อนที่เธอป้อนทันที เขาเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างมีความสุข แผ่นหลังที่เคยดูเหยียดตรงและหยิ่งทะนงเวลาอยู่ข้างนอก บัดนี้กลับงอลงเล็กน้อยเพื่อให้ได้อยู่ในระดับเดียวกับผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่เขารักที่สุด
"เชฟโรงแรมห้าดาวที่พ่อจ้างมาทำสู้พี่พายต้มไม่ได้หรอก"
"เวอร์ไปแล้วแทน ต้มน้ำร้อนใส่ผงปรุงรส ใครทำมันก็รสชาติเหมือนกันทั้งโลกนั่นแหละ" พระพายหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอรู้ดีว่าคำพูดของเขามันเกินจริงไปมาก แต่มันกลับทำให้หัวใจที่เหนื่อยล้าจากการทำงานมาทั้งวันพองฟูขึ้นมาอย่างประหลาด
"ไม่เหมือน... พี่ทำแล้วใจมันฟู" เขาตอบเสียงเรียบแต่หนักแน่น สายตาที่จ้องมองเธอเต็มไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้งเกินกว่าพี่น้องทั่วไปจะพึงมีพระพายแสร้งทำเป็นไม่ได้เห็น สาย ตาคู่นั้น เธอหันไปสนใจบะหมี่ในถ้วยต่อ แต่ยังไม่ทันจะได้ตักคำที่สองป้อนเขาหรือเข้าปากตัวเอง
ครืด... ครืด...
โทรศัพท์มือถือราคาแพงระยับที่วางอยู่บนโต๊ะญี่ปุ่นตัวเก่าสั่นครืดคราด หน้าจอสว่างวาบโชว์ชื่อ 'ไอ้เธมส์' เพื่อนสนิทในกลุ่มมหาวิทยาลัยของเขา บรรยากาศนุ่มนวลเมื่อครู่เปลี่ยนวูบทันทีราวกับฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ แทนไทเหลือบตามองชื่อบนหน้าจอเพียงเสี้ยววินาที แววตาที่เคยใสซื่อออดอ้อนหายวับไป ถูกแทนที่ด้วยความเย็นเยียบจนน่าขนลุก เขาเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับสาย น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาเปลี่ยนเป็นทุ้มต่ำและทรงอำนาจแบบที่พระพายไม่ค่อยได้เห็นนัก
"มีอะไร"
(...)
"กูบอกแล้วไงว่ากูไม่ว่าง กูอยู่บ้าน..." แทนไทเน้นคำว่าบ้านหนักๆ ราวกับจะบอกว่าพื้นที่ตรงนี้คือเขตหวงห้าม "เออ เรื่องของมึง ถ้าพวกปีหนึ่งมันจัดการแค่นี้ไม่ได้ พรุ่งนี้มึงก็สั่งซ่อมยกชั้นไปเลย กูไม่เข้า... แค่นี้นะ กูจะนอน"
ตื๊ด! เขากดตัดสายทิ้งอย่างไม่ใยดี ก่อนจะโยนเครื่องมือสื่อสารราคาหลายหมื่นลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงดังปึก พระพายที่นั่งอยู่ข้างๆ ถึงกับกะพริบตาปริบๆ เธอเห็นเขาเป็นเด็กชายตัวเล็กๆ ในความทรงจำเสมอ จนบางครั้งก็ลืมไปว่าตอนนี้แทนไทคือ 'เฮดว้าก' และเป็นทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลใหญ่ เจ้าของคฤหาสน์หลังโตที่ใครๆ ต่างก็เกรงขาม
ทว่า เพียงแค่เขาหันหน้ากลับมาหาเธอ ปีศาจที่เพิ่งดุด่าเพื่อนในโทรศัพท์ก็อันตรธานหายไป เหลือเพียงชายหนุ่มขี้อ้อนคนเดิม
"ใครโทรมาแทน เสียงดุเชียว" พระพายถามลองเชิงคนตัวโต
"พวกน่ารำคาญครับ... ช่างมันเถอะ อย่าไปสนใจพวกนั้นเลย" แทนไทขยับตัวเข้ามาเบียดหนักกว่าเดิม คราวนี้เขาแทบจะเกยขึ้นมานั่งบนตักเธอจริงๆ สองแขนแกร่งโอบรอบเอวบางไว้พลางซบหน้าลงที่ไหล่ซ้ำอีกรอบ เขาชี้ไปที่ปากตัวเองที่เผยอออกเล็กน้อย
"พี่พายครับ... แทนหมดฤทธิ์เดชแล้ว หิวอีกแล้ว... อ้าาาา"
พระพายมอง 'เด็กโข่ง' ตรงหน้าแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้ายิ้มๆ ความเอ็นดูที่สั่งสมมาตลอดแปดปีทำให้เธอปฏิเสธเขาไม่ลง เธอค่อยๆ ป้อนบะหมี่คำต่อไปให้เขาอย่างใจเย็น
สำหรับพระพาย แทนไทคือเด็กชายหลงทางท่ามกลางสายฝน เขาและเธอต่างฝ่ายต่างปลอบประโลมกันและกันในวันที่พวกเขาอ่อนแอที่สุด และเขาคือน้องชายที่เธอคอยดูแลสารทุกข์สุกดิบ คือเพื่อนเพียงคนเดียวในบ้านหลังนี้
แต่สำหรับแทนไท... พระพายคือทุกอย่าง คือเหตุผลเดียวที่เขาไม่หนีออกจากบ้านหลังนี้ไปอีกรอบ คือความอบอุ่นเดียวที่เขาไขว่คว้ามาตลอดชีวิต และเขาไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหน โดยเฉพาะ 'ไอ้พวกน่ารำคาญ' ในโทรศัพท์ มาพรากเวลาของเขากับเธอไปได้เด็ดขาด
เสียงฝนเริ่มโปรยปรายลงมาข้างนอกอีกครั้ง คล้ายกับวันแรกที่พวกเขาได้พบกัน 8 ปีก่อน วันที่พันธนาการแห่งหัวใจเริ่มต้นขึ้น... และดูเหมือนว่ามันจะยิ่งรัดแน่นขึ้นทุกทีตามกาลเวลา
"แทน... อย่ากินหมดสิ พี่ก็หิวนะ"
"ก็พี่พายอร่อย... เอ้ย มาม่าอร่อย"
"แทนไท!"
"ครับๆ แบ่งคนละครึ่งคำนะ..."
บทสนทนาเล็กๆ ในเรือนไม้หลังเก่ายังคงดำเนินต่อไป ท่ามกลางสายตาของคนตัวโตที่ลอบมองใบหน้าของหญิงสาวอยู่ตลอดเวลา สายตาที่เต็มไปด้วยความต้องการจะ 'ครอบครอง' มากกว่าคำว่า 'พี่น้อง' ที่เธอมอบให้
เสียงนกหวีดหมดเวลาการแข่งขันดังสนั่นกึกก้องไปทั่วโรงยิมเนเซียมพร้อมกับการกะพริบของสกอร์บอร์ด ขนาดใหญ่ที่ แสดงผลคะแนนสุดท้าย: คณะวิศวกรรมศาสตร์ 89 - 75 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์สิ้นเสียงสัญญาณสุดท้าย บรรยากาศรอบข้างที่เคยตึงเครียดก็ระเบิดออกเป็นความโกลาหล เหล่านักศึกษาและแฟนคลับสาวๆ ที่รอจังหวะอยู่แล้วต่างกรูลงมาที่ขอบสนามราวกับฝูงผึ้งแตกรัง ทุกคนมีเป้าหมายเดียวคือการเข้าถึงตัวดาวเด่นเบอร์ 9 แห่งคณะวิศวะผู้ที่เพิ่งจะโชว์ฟอร์มการเล่นอันดุดัน ประทับใจ คนทั้งมหาวิทยาลัย'แทนไท' ยืนหอบหายใจหนักๆอยู่กลางวงล้อมของผู้คนร่างสูงใหญ่ของเขาชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อจนเสื้อบาส สีเข้มแนบสนิทไปกับแผ่นอกแกร่งและลอนกล้ามเนื้อหน้าท้องทุกสัดส่วนหยดเหงื่อใสไหลอาบใบหน้าคมคายสไลด์ ลงมาตามลำคอและลูกกระเดือกที่ขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจภาพลักษณ์ที่ดูดิบเถื่อนและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ ของชายหนุ่มวัยฉกรรจ์ ทำเอาสาวๆ รอบข้างแทบจะลมจับ"พี่แทนคะ! ขอกรี๊ดหน่อยค่ะ เก่งมากเลย ถ่ายรูปคู่ด้วยหน่อยได้ไหมคะ!""พี่แทนขา รับน้ำเย็นๆ ไหมคะ หนูเตรียมมาให้พี่โดยเฉพาะเลยนะ!""พี่แทนครับ รบกวนเซ็นชื่อบนเสื้อตัวนี้ให้ผมหน่อยได้ไหมครับ!"เสี
ท่ามกลางเสียงอึกทึกครึกโครมและการเชียร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นในควอเตอร์สุดท้าย สำหรับ 'พระพาย' แล้วพื้นที่บริเวณม้านั่งสำรองของทีมวิศวกรรมศาสตร์ช่างเป็นจุดที่น่าอึดอัดพิลึก เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสิ่งแปลกปลอมที่หลุดเข้ามาอยู่ในรังของฝูงหมาป่าที่ทรงพลังที่สุดในมหาวิทยาลัย เธอนั่งตัวลีบอยู่บนเก้าอี้พลาสติกสีน้ำเงินท่ามกลางวงล้อมของหนุ่มวิศวะหน้าตาดีระดับพรีเมียมสามคนที่นั่งประกบอยู่ราวกับเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวบรรยากาศรอบตัวพวกเขาเต็มไปด้วยกลิ่นอายของชนชั้นสูงและความ เป็นผู้นำที่ทำให้คนทั่วไปไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ด้านซ้ายมือของเธอคือ 'ฟาโรห์' ชายหนุ่มมาดนิ่งผู้มีใบหน้าเรียบเฉยราวกับสลักมาจากหินอ่อน เขากำลังจดจ่ออยู่กับการกดนิ้วลงบนหน้าจอไอแพดเพื่อวิเคราะห์กราฟหุ้นและตัวเลขเศรษฐกิจด้วยท่าทางสงบนิ่ง ไม่สนใจความวุ่นวายรอบข้างแม้แต่น้อย ส่วนด้านขวาคือ 'น้ำเหนือ' หนุ่มแว่นมาดเนี้ยบที่นั่งไขว่ห้างอ่านตำราภาษาอังกฤษเล่มหนาเตอะ (ซึ่งพระพายลอบมองแล้วพบว่าเป็นตำราแพทย์ ทั้งที่เขาเรียนวิศวะ?) ดูลึกลับและเข้าถึงยากพอๆ กัน และคนที่นั่งถัดไปซึ
ท่ามกลางบรรยากาศระอุเดือดภายในโรงยิมเนเซียมกลางของมหาวิทยาลัยเสียงรองเท้าผ้าใบหลายคู่เสียดสีกับพื้นปาร์เก้ขัดมันดังเอี๊ยดอ๊าดเป็นจังหวะเร่งเร้าสลับกับเสียงลูกบาสเกตบอลกระทบพื้นดังปึกปึกกึกก้องไปทั่ว บริเวณ กลิ่นของเหงื่อไคลและความมุ่งมั่นคละคลุ้งอยู่ในอากาศ ผสานกับเสียงเชียร์ที่ดังกระหึ่มจากอัฒจันทร์ ไม้รอบทิศทางจนหูอื้ออึงการแข่งขันบาสเกตบอลนัดกระชับมิตรระหว่างคณะวิศวกรรมศาสตร์และคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ บัดนี้ก้าวเข้าสู่ช่วงวิกฤต ความดุเดือดในสนามแทบจะทำให้อุณหภูมิในโรงยิมพุ่งสูงขึ้นกว่าปกติ โดยเฉพาะในโซนที่มีร่างสูงโปร่งของ ‘แทนไท’ คอยคุมเกมในฐานะพอยต์การ์ดตัวอันตราย“ไอ้แทน! ส่งมาทางนี้!”เสียงตะโกนลั่นของ ‘เธมส์’ ดังขึ้นทลายความเงียบในเสี้ยววินาที แทนไทที่กำลังถูกผู้เล่นฝ่ายสถาปัตย์สองคนรุมล้อมหาทางสกัดกั้นกลับไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนก เขาเลี้ยงลูกหลบหลีกด้วยทักษะขั้นสูง โยกย้ายร่างกายอย่างคล่องแคล่วราวกับเสือดาวที่กำลังหยอกล้อกับเหยื่อ แทนที่จะส่งบอลตามคำขอ เขากลับตัดสินใจย่อตัวแล้วสปริงข้อเท้ากระโดดขึ้นชู้ตจากระยะวงนอกอย่างเฉียบพลันลูกบาสสีส้มหมุนคว้างลอยละลิ่วเป็นเส้นโค้งสวยงามท่า
ภายในห้องสมุดกลางของมหาวิทยาลัยยามบ่าย บรรยากาศเงียบสงัดและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของปัญญา ความเย็นของเครื่องปรับอากาศแผ่ซ่านไปทั่วโถงกว้างที่มีชั้นหนังสือไม้สูงชะลูดวางเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบ แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านหน้าต่างบานสูงลงมาตกกระทบฝุ่นผงที่ลอยล่องอยู่ในอากาศยิ่งส่งเสริมให้สถานที่แห่งนี้ดู เหมือนหลุดออกมาจากภาพวาดนี่คือพื้นที่ที่พระพายรู้สึกปลอดภัยและผ่อนคลายที่สุดหญิงสาวในชุดทำงานที่ดูเรียบร้อยสะดุดตาเดินไปตามชั้นหนังสือไม้ด้วยฝีเท้าเงียบกริบ มือเรียวประคองเล่มหนังสือนวนิยายคลาสสิกที่เพิ่งรับคืนมาอย่างเบามือ เธอใช้นิ้วชี้ไล่ไปตามสันหนังสือเพื่อหาตำแหน่งที่ถูกต้องก่อนจะสอดมันกลับเข้าที่อย่างบรรจงการทำงานเป็นบรรณารักษ์ที่นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการคีย์ข้อมูลหรือจัดเรียงหนังสือให้ตรงตามหมวดหมู่ แต่มันคือการรักษาสิ่งของที่บรรจุความทรงจำและจินตนาการเอาไว้สำหรับพระพายหนังสือทุกเล่มมีชีวิตและเธอคือผู้ดูแลชีวิตเหล่านั้นเธอขยับแว่นสายตากรอบบางที่เธอมักจะหยิบมาใส่เฉพาะตอนทำงานเพื่อให้มองเห็นรหัสที่สัน หนังสือได้ถนัดตา แม้จะรู้ดีว่า 'ใครบางคน' ไม่ชอบให้เธอใส่ แต่มันก็เป็นอาวุธสำคัญในที่ทำงา
บรรยากาศใต้ตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ในช่วงเวลาสายของวันคลาคล่ำไปด้วยเหล่านักศึกษาในเสื้อช็อปสี แดงเข้มและเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตา เสียงพูดคุยจอแจและเสียงหัวเราะดัง สะท้อนไปมาตาม โถงทางเดิน อันกว้างขวางแต่ท่ามกลางความวุ่นวายเหล่านั้นกลับมีอยู่โต๊ะหนึ่งที่ดูเหมือนจะมี 'อาณาเขต' พิเศษกั้นเอาไว้ราวกับเป็นเขตอาถรรพ์โต๊ะม้าหินอ่อนใต้ร่มไม้จามจุรีใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมสุดของลานกิจกรรมเป็นพื้นที่ที่ไม่มีใครกล้าเดินเฉียดเข้าไป ใกล้เกินรัศมีสามเมตร รังสีความกดดันที่แผ่ออกมาจากชายหนุ่มสี่คนที่นั่งอยู่ตรงนั้นรุนแรงและเย็นเยียบ จนแม้แต่รุ่นน้องปีหนึ่งที่รีบไปเรียนยังต้องยอมเดินอ้อมไกลๆ ก้มหน้าตัวลีบเพื่อหลีกเลี่ยงการสบตา"ยิ้มบ้าอะไรของมึงวะไอ้แทน... เห็นแล้วขนลุกฉิบหาย"'เธมส์' หนุ่มหน้าตี๋มาดกวน เจ้าของนัยน์ตาเจ้าเสน่ห์และลูกชายคนเดียวของเจ้าของเครือโรงแรมหรู เอ่ยทักขึ้นด้วยน้ำเสียงรำคาญใจพลางเคาะขี้บุหรี่ลงในที่เขี่ยอย่างส่งเดช เขาหรี่ตามองเพื่อนรักที่นั่งอยู่หัวโต๊ะ ด้วยความหมั่นไส้ เพราะตั้งแต่มาถึงคณะ แทนไทก็เอาแต่นั่งจ้องปลายเนกไทสีกรมท่าของตัวเองพลาง ลูบปมผ้าไปมาด้วยสีหน้าเคลิบเคลิ้มผิดมนุษย์มนา"เส
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้ากรองผ่านผ้าม่านสีครีมที่เริ่มเก่าคร่ำครึเข้ามาภายในเรือนไม้หลังเล็กที่ตั้งอยู่ท้ายสวน กลิ่นอายของไม้เก่าผสมกับกลิ่นแป้งเด็กอ่อนๆ ที่พระพายชอบใช้สร้างบรรยากาศที่เรียบง่ายและเป็นกันเอง ภายในบ้านเช่าที่มีเพียงหนึ่งห้องนอนและหนึ่งห้องนั่งเล่นขนาดกะทัดรัด ทุกอย่างถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยสะท้อนนิสัยของเจ้าของบ้านพระพาย ยืนสำรวจความเรียบร้อยของตัวเองอยู่หน้ากระจกเงาบานยาวในห้องนอน หญิงสาวในชุดทำงานเสื้อเชิ้ตสีขาวพอดีตัวที่รีดจนเรียบกริบสอดชายเสื้อไว้ในกระโปรงทรงสอบสีดำยาวคลุมเข่า แม้จะเป็นชุดที่ดูพื้นๆ แต่มันกลับขับเน้นส่วนโค้งเว้าตามธรรมชาติให้ดูน่ามองอย่างประหลาด เส้นผมยาวสลวยสีน้ำตาลอ่อนถูกปล่อยสยายคลอเคลียแผ่นหลัง ใบหน้าหวานหยดที่ไร้เครื่องสำอางหนาเตอะมีเพียงลิปมันระเรื่อดูอ่อนวัยกว่าความเป็นจริงดวงตากลมโตคู่สวยนั่นไม่มีแว่นตากรอบหนามาบดบังอีกต่อไปเธอยังจำได้ดีว่าเมื่อไม่กี่ปีก่อน เธอเป็นคนติดแว่นมากแค่ไหน แต่เพราะ 'ใครบางคน' ที่ชอบทำตัวเป็นเจ้าชีวิตเคยบอกเอาไว้ด้วยน้ำเสียงเอาแต่ใจว่า 'พี่พายถอดแว่นแล้วน่ารักกว่าตั้งเยอะ ผมอยากเห็นตาพี่ชัดๆ' เพียงแค่นั้น เ







