로그인
8 ปีก่อน
สายฝนยามวิกาลโหมกระหน่ำ ร่างเล็กของ 'พระพาย' ในวัยยี่สิบปีเดินกอดกระเป๋าผ้าใบเก่าแนบอก ฝ่าความมืดมาตามถนนอย่างไร้จุดหมาย ร่างกายที่เปียกปอนสั่นสะท้านจากความหนาวเหน็บ จนกระทั่งสายตาไปสะดุดเข้ากับเรือนไม้หลังเล็กสภาพเก่าคร่ำครึที่ตั้งอยู่ริมรั้ว แยกออกมาจากคฤหาสน์หลังโต มันดูมืดสนิทและเงียบเชียบราวกับถูกทิ้งร้างมานาน
จังหวะเดียวกับที่หญิงสูงวัยถือร่มเดินออกมาคล้องกุญแจรั้วเหล็กดัดบานมหึมาพอดี พระพายจึงตัดสินใจหยุดฝีเท้าแล้วเอ่ยเรียก
"ขอโทษนะคะคุณป้า "
เสียงหวานเอ่ยแข่งกับเสียงพายุ แม้จะสั่นเครือจากความหนาวแต่ก็พยายามคุมน้ำเสียงให้สุภาพที่สุด ดวงตากลมโตมองลอดช่องรั้วเข้าไปอย่างมีความหวัง "เรือนไม้หลังเล็กตรงนั้น... ปล่อยเช่าไหมคะ?"
ป้าแม่บ้านชะงัก หันมามองหญิงสาวแปลกหน้าที่ยืนตัวสั่นงันงกอยู่หน้าประตู "หนู กำลังหาที่พักค่ะ ถ้าบ้านหลังนั้นว่างอยู่ หนูพอจะขอเช่าได้ไหมคะ?"
แววตาของเธอไม่ได้ฟูมฟายตีโพยตีพาย ไม่ได้รบเร้ากดดัน เพียงแต่เต็มไปด้วยความหวังริบหรี่และดูเกรงใจ หญิงสูงวัยมองสภาพลูกนกตกน้ำที่มีสมบัติเพียงกระเป๋าใบเดียวตรงหน้าด้วยความเวทนา ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ
"บ้านน่ะว่าง แต่มันเก่ามากนะเรือนคนใช้เก่าน่ะ คุณท่านไม่อยู่หรอก ถ้าหนูอยู่ไหว ป้าก็ให้เช่าได้
"พระพายยกมือไหว้ทันทีด้วยความโล่งใจ "อยู่ไหวค่ะ ขอบคุณมากนะคะคุณป้า ขอบคุณจริงๆ ค่ะ"
ภายในเรือนไม้ท้ายสวนที่ถูกทิ้งร้าง กลิ่นอับชื้นและฝุ่นผงคละคลุ้งไปทั่ว พระพายอาศัยแสงไฟสลัวจากเสาไฟในสวนส่องนำทาง เธอวางกระเป๋าลงบนพื้นไม้ปาร์เก้เก่าๆ พลางกวาดสายตามองที่ซุกหัวนอนแห่งใหม่ด้วยความรู้สึกขอบคุณ อย่างน้อยคืนนี้เธอก็มีหลังคาคุ้มหัว
ทว่าสายตาของเธอกลับไปสะดุดเข้ากับเงาตะคุ่มที่นอนขดตัวอยู่บนโซฟาบุผ้ากำมะหยี่สีตุ่น
"นั่นใคร!" เธอถามเสียงตื่น คว้าแจกันเก่าๆ ใกล้มือขึ้นมาป้องกันตัว
ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่และไอร้อนระอุที่แผ่ออกมา พระพายค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ เมื่อสายตาปรับชินกับความมืด เธอจึงเห็นว่าเป็นเด็กหนุ่มคนหนึ่ง เด็กผู้ชายผิวขาวจัด หน้าตาดีราวกับลูกรักพระเจ้า แต่ตามตัวกลับเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำและบาดแผลที่มุมปาก เสื้อเชิ้ตนักเรียนราคาแพงเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ เธอเอื้อมมือไปแตะหน้าผากเขาเบาๆ "ตายจริง ตัวร้อนอย่างกับไฟ"
สัมผัสเย็นจากมือเธอทำให้คนที่นอนซมสะดุ้งเฮือก เด็กหนุ่มปัดมือเธอออกอย่างแรงแม้ดวงตาจะยังปรือปรอยด้วยพิษไข้"อย่ามายุ่ง ออกไป"
เสียงทุ้มแตกหนุ่มนั้นแหบพร่า แต่สรรพนามที่ใช้กลับสุภาพจนน่าแปลกใจ ผิดกับท่าทางก้าวร้าวที่แสดงออก "บอกให้ออกไปไงครับ ผมจะนอนที่นี่ ผมไม่กลับไปบ้านนั้น"
"บ้านไหน?" พระพายขมวดคิ้ว "นี่เธอหนีออกจากบ้านเหรอ?"
"ผมเกลียดเขา " เด็กหนุ่มเพ้อออกมา ดวงตาที่แดงก่ำฉายแววร้าวรานลึกซึ้งที่เด็กวัยนี้ไม่ควรมี "พ่อไม่รักผมผมก็จะไม่อยู่ให้เขาเห็นหน้าอีก ปล่อยผม "
ร่างสูงโปร่งพยายามจะลุกหนี แต่สุดท้ายก็ทรุดฮวบลงไปกองกับพนักโซฟาเพราะความอ่อนเพลีย พระพายมองภาพนั้นแล้วความกลัวที่มีต่อคนแปลกหน้าก็มลายหายไป เหลือเพียงความสงสารจับใจ เธอหนีความโหดร้ายมา และเด็กคนนี้ก็คงหนีความเจ็บปวดมาไม่ต่างกัน
"ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้นแหละ" เธอวางแจกันลง ตัดสินใจนั่งลงข้างโซฟาแล้วดึงผ้าห่มผืนบางขึ้นคลุมไหล่ที่สั่นเทาของเขา "ดื้อจริงๆ ตัวแค่นี้ นอนพักเถอะ พี่เพิ่งเช่าบ้านนี้เมื่อกี้ ถ้าเธอจะอยู่ด้วยก็ต้องเชื่อฟังพี่"
"..."
"พี่ชื่อพายนะ หลับซะคนเก่ง ไม่ต้องกลัวใครไล่แล้วนะ"
ฝ่ามือนุ่มลูบกลุ่มผมสีเข้มที่ชื้นเหงื่ออย่างปลอบประโลม ท่ามกลางเสียงฝนที่ยังคงตกหนัก เด็กชาย 'แทนไท' ในวัยสิบสี่ หยุดดิ้นรนขัดขืน ความอบอุ่นที่ไม่เคยได้รับจากผู้ให้กำเนิด กลับได้รับจากหญิงแปลกหน้าในบ้านร้าง และคำว่า 'ไม่ต้องกลัว'ของเธอในคืนนั้น ก็กลายเป็นพันธนาการเดียวที่ผูกมัดหัวใจของเขาไว้ ตลอดไป
เสียงนกหวีดหมดเวลาการแข่งขันดังสนั่นกึกก้องไปทั่วโรงยิมเนเซียมพร้อมกับการกะพริบของสกอร์บอร์ด ขนาดใหญ่ที่ แสดงผลคะแนนสุดท้าย: คณะวิศวกรรมศาสตร์ 89 - 75 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์สิ้นเสียงสัญญาณสุดท้าย บรรยากาศรอบข้างที่เคยตึงเครียดก็ระเบิดออกเป็นความโกลาหล เหล่านักศึกษาและแฟนคลับสาวๆ ที่รอจังหวะอยู่แล้วต่างกรูลงมาที่ขอบสนามราวกับฝูงผึ้งแตกรัง ทุกคนมีเป้าหมายเดียวคือการเข้าถึงตัวดาวเด่นเบอร์ 9 แห่งคณะวิศวะผู้ที่เพิ่งจะโชว์ฟอร์มการเล่นอันดุดัน ประทับใจ คนทั้งมหาวิทยาลัย'แทนไท' ยืนหอบหายใจหนักๆอยู่กลางวงล้อมของผู้คนร่างสูงใหญ่ของเขาชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อจนเสื้อบาส สีเข้มแนบสนิทไปกับแผ่นอกแกร่งและลอนกล้ามเนื้อหน้าท้องทุกสัดส่วนหยดเหงื่อใสไหลอาบใบหน้าคมคายสไลด์ ลงมาตามลำคอและลูกกระเดือกที่ขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจภาพลักษณ์ที่ดูดิบเถื่อนและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ ของชายหนุ่มวัยฉกรรจ์ ทำเอาสาวๆ รอบข้างแทบจะลมจับ"พี่แทนคะ! ขอกรี๊ดหน่อยค่ะ เก่งมากเลย ถ่ายรูปคู่ด้วยหน่อยได้ไหมคะ!""พี่แทนขา รับน้ำเย็นๆ ไหมคะ หนูเตรียมมาให้พี่โดยเฉพาะเลยนะ!""พี่แทนครับ รบกวนเซ็นชื่อบนเสื้อตัวนี้ให้ผมหน่อยได้ไหมครับ!"เสี
ท่ามกลางเสียงอึกทึกครึกโครมและการเชียร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นในควอเตอร์สุดท้าย สำหรับ 'พระพาย' แล้วพื้นที่บริเวณม้านั่งสำรองของทีมวิศวกรรมศาสตร์ช่างเป็นจุดที่น่าอึดอัดพิลึก เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสิ่งแปลกปลอมที่หลุดเข้ามาอยู่ในรังของฝูงหมาป่าที่ทรงพลังที่สุดในมหาวิทยาลัย เธอนั่งตัวลีบอยู่บนเก้าอี้พลาสติกสีน้ำเงินท่ามกลางวงล้อมของหนุ่มวิศวะหน้าตาดีระดับพรีเมียมสามคนที่นั่งประกบอยู่ราวกับเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวบรรยากาศรอบตัวพวกเขาเต็มไปด้วยกลิ่นอายของชนชั้นสูงและความ เป็นผู้นำที่ทำให้คนทั่วไปไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ด้านซ้ายมือของเธอคือ 'ฟาโรห์' ชายหนุ่มมาดนิ่งผู้มีใบหน้าเรียบเฉยราวกับสลักมาจากหินอ่อน เขากำลังจดจ่ออยู่กับการกดนิ้วลงบนหน้าจอไอแพดเพื่อวิเคราะห์กราฟหุ้นและตัวเลขเศรษฐกิจด้วยท่าทางสงบนิ่ง ไม่สนใจความวุ่นวายรอบข้างแม้แต่น้อย ส่วนด้านขวาคือ 'น้ำเหนือ' หนุ่มแว่นมาดเนี้ยบที่นั่งไขว่ห้างอ่านตำราภาษาอังกฤษเล่มหนาเตอะ (ซึ่งพระพายลอบมองแล้วพบว่าเป็นตำราแพทย์ ทั้งที่เขาเรียนวิศวะ?) ดูลึกลับและเข้าถึงยากพอๆ กัน และคนที่นั่งถัดไปซึ
ท่ามกลางบรรยากาศระอุเดือดภายในโรงยิมเนเซียมกลางของมหาวิทยาลัยเสียงรองเท้าผ้าใบหลายคู่เสียดสีกับพื้นปาร์เก้ขัดมันดังเอี๊ยดอ๊าดเป็นจังหวะเร่งเร้าสลับกับเสียงลูกบาสเกตบอลกระทบพื้นดังปึกปึกกึกก้องไปทั่ว บริเวณ กลิ่นของเหงื่อไคลและความมุ่งมั่นคละคลุ้งอยู่ในอากาศ ผสานกับเสียงเชียร์ที่ดังกระหึ่มจากอัฒจันทร์ ไม้รอบทิศทางจนหูอื้ออึงการแข่งขันบาสเกตบอลนัดกระชับมิตรระหว่างคณะวิศวกรรมศาสตร์และคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ บัดนี้ก้าวเข้าสู่ช่วงวิกฤต ความดุเดือดในสนามแทบจะทำให้อุณหภูมิในโรงยิมพุ่งสูงขึ้นกว่าปกติ โดยเฉพาะในโซนที่มีร่างสูงโปร่งของ ‘แทนไท’ คอยคุมเกมในฐานะพอยต์การ์ดตัวอันตราย“ไอ้แทน! ส่งมาทางนี้!”เสียงตะโกนลั่นของ ‘เธมส์’ ดังขึ้นทลายความเงียบในเสี้ยววินาที แทนไทที่กำลังถูกผู้เล่นฝ่ายสถาปัตย์สองคนรุมล้อมหาทางสกัดกั้นกลับไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนก เขาเลี้ยงลูกหลบหลีกด้วยทักษะขั้นสูง โยกย้ายร่างกายอย่างคล่องแคล่วราวกับเสือดาวที่กำลังหยอกล้อกับเหยื่อ แทนที่จะส่งบอลตามคำขอ เขากลับตัดสินใจย่อตัวแล้วสปริงข้อเท้ากระโดดขึ้นชู้ตจากระยะวงนอกอย่างเฉียบพลันลูกบาสสีส้มหมุนคว้างลอยละลิ่วเป็นเส้นโค้งสวยงามท่า
ภายในห้องสมุดกลางของมหาวิทยาลัยยามบ่าย บรรยากาศเงียบสงัดและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของปัญญา ความเย็นของเครื่องปรับอากาศแผ่ซ่านไปทั่วโถงกว้างที่มีชั้นหนังสือไม้สูงชะลูดวางเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบ แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านหน้าต่างบานสูงลงมาตกกระทบฝุ่นผงที่ลอยล่องอยู่ในอากาศยิ่งส่งเสริมให้สถานที่แห่งนี้ดู เหมือนหลุดออกมาจากภาพวาดนี่คือพื้นที่ที่พระพายรู้สึกปลอดภัยและผ่อนคลายที่สุดหญิงสาวในชุดทำงานที่ดูเรียบร้อยสะดุดตาเดินไปตามชั้นหนังสือไม้ด้วยฝีเท้าเงียบกริบ มือเรียวประคองเล่มหนังสือนวนิยายคลาสสิกที่เพิ่งรับคืนมาอย่างเบามือ เธอใช้นิ้วชี้ไล่ไปตามสันหนังสือเพื่อหาตำแหน่งที่ถูกต้องก่อนจะสอดมันกลับเข้าที่อย่างบรรจงการทำงานเป็นบรรณารักษ์ที่นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการคีย์ข้อมูลหรือจัดเรียงหนังสือให้ตรงตามหมวดหมู่ แต่มันคือการรักษาสิ่งของที่บรรจุความทรงจำและจินตนาการเอาไว้สำหรับพระพายหนังสือทุกเล่มมีชีวิตและเธอคือผู้ดูแลชีวิตเหล่านั้นเธอขยับแว่นสายตากรอบบางที่เธอมักจะหยิบมาใส่เฉพาะตอนทำงานเพื่อให้มองเห็นรหัสที่สัน หนังสือได้ถนัดตา แม้จะรู้ดีว่า 'ใครบางคน' ไม่ชอบให้เธอใส่ แต่มันก็เป็นอาวุธสำคัญในที่ทำงา
บรรยากาศใต้ตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ในช่วงเวลาสายของวันคลาคล่ำไปด้วยเหล่านักศึกษาในเสื้อช็อปสี แดงเข้มและเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตา เสียงพูดคุยจอแจและเสียงหัวเราะดัง สะท้อนไปมาตาม โถงทางเดิน อันกว้างขวางแต่ท่ามกลางความวุ่นวายเหล่านั้นกลับมีอยู่โต๊ะหนึ่งที่ดูเหมือนจะมี 'อาณาเขต' พิเศษกั้นเอาไว้ราวกับเป็นเขตอาถรรพ์โต๊ะม้าหินอ่อนใต้ร่มไม้จามจุรีใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมสุดของลานกิจกรรมเป็นพื้นที่ที่ไม่มีใครกล้าเดินเฉียดเข้าไป ใกล้เกินรัศมีสามเมตร รังสีความกดดันที่แผ่ออกมาจากชายหนุ่มสี่คนที่นั่งอยู่ตรงนั้นรุนแรงและเย็นเยียบ จนแม้แต่รุ่นน้องปีหนึ่งที่รีบไปเรียนยังต้องยอมเดินอ้อมไกลๆ ก้มหน้าตัวลีบเพื่อหลีกเลี่ยงการสบตา"ยิ้มบ้าอะไรของมึงวะไอ้แทน... เห็นแล้วขนลุกฉิบหาย"'เธมส์' หนุ่มหน้าตี๋มาดกวน เจ้าของนัยน์ตาเจ้าเสน่ห์และลูกชายคนเดียวของเจ้าของเครือโรงแรมหรู เอ่ยทักขึ้นด้วยน้ำเสียงรำคาญใจพลางเคาะขี้บุหรี่ลงในที่เขี่ยอย่างส่งเดช เขาหรี่ตามองเพื่อนรักที่นั่งอยู่หัวโต๊ะ ด้วยความหมั่นไส้ เพราะตั้งแต่มาถึงคณะ แทนไทก็เอาแต่นั่งจ้องปลายเนกไทสีกรมท่าของตัวเองพลาง ลูบปมผ้าไปมาด้วยสีหน้าเคลิบเคลิ้มผิดมนุษย์มนา"เส
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้ากรองผ่านผ้าม่านสีครีมที่เริ่มเก่าคร่ำครึเข้ามาภายในเรือนไม้หลังเล็กที่ตั้งอยู่ท้ายสวน กลิ่นอายของไม้เก่าผสมกับกลิ่นแป้งเด็กอ่อนๆ ที่พระพายชอบใช้สร้างบรรยากาศที่เรียบง่ายและเป็นกันเอง ภายในบ้านเช่าที่มีเพียงหนึ่งห้องนอนและหนึ่งห้องนั่งเล่นขนาดกะทัดรัด ทุกอย่างถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยสะท้อนนิสัยของเจ้าของบ้านพระพาย ยืนสำรวจความเรียบร้อยของตัวเองอยู่หน้ากระจกเงาบานยาวในห้องนอน หญิงสาวในชุดทำงานเสื้อเชิ้ตสีขาวพอดีตัวที่รีดจนเรียบกริบสอดชายเสื้อไว้ในกระโปรงทรงสอบสีดำยาวคลุมเข่า แม้จะเป็นชุดที่ดูพื้นๆ แต่มันกลับขับเน้นส่วนโค้งเว้าตามธรรมชาติให้ดูน่ามองอย่างประหลาด เส้นผมยาวสลวยสีน้ำตาลอ่อนถูกปล่อยสยายคลอเคลียแผ่นหลัง ใบหน้าหวานหยดที่ไร้เครื่องสำอางหนาเตอะมีเพียงลิปมันระเรื่อดูอ่อนวัยกว่าความเป็นจริงดวงตากลมโตคู่สวยนั่นไม่มีแว่นตากรอบหนามาบดบังอีกต่อไปเธอยังจำได้ดีว่าเมื่อไม่กี่ปีก่อน เธอเป็นคนติดแว่นมากแค่ไหน แต่เพราะ 'ใครบางคน' ที่ชอบทำตัวเป็นเจ้าชีวิตเคยบอกเอาไว้ด้วยน้ำเสียงเอาแต่ใจว่า 'พี่พายถอดแว่นแล้วน่ารักกว่าตั้งเยอะ ผมอยากเห็นตาพี่ชัดๆ' เพียงแค่นั้น เ

![พิศวาสรักลูกหนี้ [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





